ผู้ว่าฯ ลำพูน ร่วมประชุมติดตามปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขงที่จังหวัดเชียงใหม่

ผู้ว่าฯ ลำพูน ร่วมประชุมติดตามปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง ในการลงพื้นที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568) เวลา 09.00 น. นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เข้าร่วมประชุมติดตามปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง ห้องประชุม SWOC สำนักงานชลประทานที่ 1 ร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียง ใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในการประชุมดังกล่าว ในส่วนของจังหวัดลำพูน ได้รับสัญญาณผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ จากห้องประชุม SWOC สำนักงานชลประทานที่ 1 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำพูน โดยมีคณะทำงานถอดบทเรียนอุทกภัย ปี 2567 จังหวัดลำพูน นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน อำเภอทั้ง 8 อำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มีการรายงานต่อที่ประชุมว่า จังหวัดลำพูนมีแหล่งน้ำที่สำคัญ มีแม่น้ำสายหลัก จำนวน 4 สายได้แก่ 1.แม่น้ำปิง 2.แม่น้ำกวง 3.แม่น้ำทา 4.แม่น้ำลี้ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือนสำหรับผลิตน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภค จากเหตุการณ์อุทกภัยปี 2567 จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ ได้แต่งตั้งคณะทำงานถอดบทเรียนอุทกภัย ปี 2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ – ลำพูน ในห้วงเดือนตุลาคม 2567 ขึ้น และได้มีการประชุมในห้วงเดือนพฤษภาคม 2568 มีมติให้กรมเจ้าท่าสำรวจออกแบบขุดลอกแม่น้ำปิง ซึ่งทางจังหวัดได้ทำหนังสือถึงกรมเจ้าท่าและประสานเป็นการภายในกับท่านอธิบดีกรมเจ้าท่าเรียบร้อยแล้ว และในขณะเดียวกัน ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2568 เห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วงเงิน 157,000 ล้านบาท โดยให้แต่ละจังหวัดเสนอขอโครงการเร่งด่วน ซึ่งทางจังหวัดได้เสนอโครงการขุดลอกลำน้ำปิงระยะทาง 20 กิโลเมตร งบประมาณ 80 ล้านบาท โดยเทียบเคียงการขุดลอกลำน้ำปิงของจังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 51 กิโลเมตร งบประมาณ 170 ล้านบาท ซึ่งกรมเจ้าท่าได้มาสำรวจออกแบบ และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองบัญชาการกองทัพไทย

นอกจากนั้น จังหวัดลำพูน ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 4 แห่ง ความจุรวม 34.6 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 23.8 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 68% อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก จำนวน 38 แห่งความจุรวม 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 16.3 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 80% ซึ่งถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ มีการบริหารจัดการน้ำให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝน ส่วนปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นทุกปีของแม่น้ำปิง ที่เชื่อมต่อจังหวัดเชียงใหม่ในเขตจังหวัดลำพูน จะเกิดขึ้นที่ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูนเนื่องจากมีฝ่ายพญาอุตที่ได้ก่อสร้างแบบสันแข็ง ไม่มีประตูระบายน้ำเปิด-ปิด ทำให้ยากต่อการควบคุมการระบายน้ำและหากจะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองลำพูนอย่างยั่งยืน เห็นควรรื้อถอนฝายพญาอุตเดิม และก่อสร้างอาคารควบคุมการระบายน้ำฝายพญาอุตขึ้นใหม่พร้อมอาคารประกอบ ในพื้นที่ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท

ด้านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการติดตามความก้าวหน้าของมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ขณะนี้มีปริมาณฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ คาดการณ์ว่ามีโอกาสที่จะเกิดฝนตกหนัก อาจส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเตรียมการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น รวมถึงเร่งรัดดำเนินโครงการที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับสถานการณ์ มอบหมายให้จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดลำพูน เตรียมความพร้อมในทุกด้านสำหรับการรับมือในช่วงฤดูฝนนี้ โดยบูรณาการมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 ร่วมกับแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม และแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กรมชลประทาน กรมการทหารช่าง เร่งขุดลอกแม่น้ำกก แม่น้ำรวก และแม่น้ำปิง รวมถึงการก่อสร้างพนังกั้นน้ำชั่วคราวในแม่น้ำสาย ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่แล้วเสร็จตามแผน ให้ทั้ง 3 จังหวัด เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ ให้พร้อมรองรับสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำหลากในพื้นที่ได้ทันที และได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการข้อมูลเพื่อการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบข้อมูลอย่างต่อเนื่องด้วย

ด้าน นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ พบว่า น้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันมีปริมาตรน้ำรวม 393.15 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 56% ของความจุ จังหวัดเชียงราย มีปริมาตรน้ำรวม 67.10 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 46% ของความจุ และจังหวัดลำพูน มีปริมาตรน้ำรวม 24.78 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 59% ของความจุ ซึ่งอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำเพิ่มเติมได้อีก อย่างไรก็ตาม หน่วยงานยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมทั้งเร่งรัดดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐาน (แม่น้ำปิง แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก) ระยะเร่งด่วน รวมถึงลำน้ำอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในลำน้ำ ให้สามารถระบายน้ำและรองรับน้ำหลากได้อย่างเต็มศักยภาพ กรณีแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก ซึ่งเป็นแม่น้ำข้ามพรมแดนระหว่างไทยและเมียนมา ปัจจุบันในส่วนของประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการขุดลอกแม่น้ำรวก ประมาณ 53% และก่อสร้างพนังกั้นน้ำชั่วคราว-กึ่งถาวร ประมาณ 61% ของแผน ในขณะที่เมียนมาได้เริ่มดำเนินการขุดลอกแม่น้ำสาย เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 ความก้าวหน้าประมาณ 3% การขุดลอกแม่น้ำปิง และแม่น้ำกก ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จตามแผนโดยเร็ว เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่และลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด


นที มีเดช รายงาน

รอง ผบ.ทสส. นำคณะ มูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน มอบทุนการศึกษา ให้โรงเรียนตามแนวชายแดน ในพื้นที่กองกำลังผาเมือง

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำคณะ มูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน มอบทุนการศึกษา เครื่องคอมพิวเตอร์ ไม้แบดมินตัน และเครื่องกรองน้ำพร้อมตู้ทำน้ำเย็นให้กับนักเรียนและโรงเรียนตามแนวชายแดนในพื้นที่กองกำลังผาเมือง

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 พลตรี กิดากร จันทรา ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พันเอก ธนะพันธ์ ขำทวี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาพ3 ส่วนแยก2 พร้อม ด้วย พันเอก อำนาจ วชิรศักดิ์โสภานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมให้การต้อนรับ พลเอก ธิติชัย เทียนทอง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด/ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน พร้อมคณะกรรมการและผู้แทนคณะกรรมการมูลนิธิฯ ผู้แทนหน่วยบัญชา การทหารพัฒนา ผู้แทนกองกำลังผาเมือง และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ในโอกาสที่เดินทางมามอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ รวม 29 คน มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ จำนวน 38 เครื่อง ไม้แบดมินตัน จำนวน 40 อัน และเครื่องกรองน้ำระบบ RO พร้อมตู้ทำน้ำเย็น จำนวน 1 ชุด ณ โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและชุมชนของตนเอง ปลูกฝังทัศนคติ มีความสำนึกในความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตอบสนองต่อภารกิจการเสริมสร้างความมั่นคง ในพื้นที่ชายแดนของกองทัพไทย โดยการพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เกิดความมั่นคงอย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างศรัทธาและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกองทัพ

สำหรับในปีการศึกษา 2568 มูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน เนื่องในโอกาสเดินทางมามอบทุนการศึกษาของมูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน ได้จัดสรรทุนให้กับนักเรียนและโรงเรียนตามแนวชายแดน รวมทั้งสิ้นจำนวน 483 ทุน, เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 192 เครื่อง, ไม้แบดมินตัน จำนวน 190 อัน และเครื่องกรองน้ำระบบ RO พร้อมตู้ทำน้ำเย็น จำนวน 5 ชุด โดยมอบทุนการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังผาเมือง ในเขตจังหวัดเชียง ใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก จำนวน 48 ทุน เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 38 เครื่อง ไม้แบดมินตัน จำนวน 40 อัน และเครื่องกรองน้ำระบบ RO พร้อมตู้ทำน้ำเย็น จำนวน 1 ชุด

มูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน เนื่องในโอกาสเดินทางมามอบทุนการศึกษาของมูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน มุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนตามแนวชายแดนโดยการมอบทุนการศึกษาประจำปีให้กับนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกตามคุณสมบัติที่กำหนด ผ่านการคัดกรองจากกองกำลังผาเมือง โรงเรียน และส่วนราชการในพื้นที่

นอกจากนั้นยังทำหน้าที่เป็นสะพานบุญให้กับผู้มีจิตศรัทธาร่วมอุดมการณ์บริจาคทุนการศึกษาและอุปกรณ์การศึกษา ไม่เพียงแค่หน่วยงาน องค์กร ยังรวมถึง บุคคลต่างๆ อาทิ มูลนิธิครูไทยอาสา, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสซีซีพี กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด, สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นักศึก ษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.), หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เครือข่ายของส่วนราชการของกองบัญชาการกองทัพไทย กรมกิจการชายแดนทหาร, โครงการปันบุญโดยธนาคารทหารไทยธนชาติ และเครือข่ายภาคเอกชนอื่นๆ ซึ่งจะได้ไปให้การสนับสนุนช่วยเหลือน้องๆ นักเรียนทุกปี ในพื้นที่ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กรมการทหารช่าง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างตะกอนดินแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำกก ตรวจสอบโลหะหนัก และสารปนเปื้อน

กรมการทหารช่าง พร้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ หน่วยงานภาครัฐเก็บตัวอย่างตะกอนดินแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำกก ตรวจสอบโลหะหนัก สารปนเปื้อน ลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน ผลการเก็บตัวอย่างเฝ้าระวังความปลอดภัยโลหะหนักในน้ำประปาหมู่บ้าน และอาหาร จากแหล่งน้ำสำคัญในจังหวัดเชียงราย พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกตัวอย่าง

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่กรมการทหารช่าง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัง หวัดเชียงราย ปลัดอำเภอแม่สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่บริเวณบ้านวังลาว ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพื่อเก็บตัวอย่างตะกอนดินจากการขุดลอกแม่ น้ำรวก ซึ่งเป็นจุดท้ายน้ำและเชื่อมต่อระหว่างอำเภอแม่สายกับอำเภอเชียงแสน พื้นที่ดังกล่าวมีการขุดลอกและนำดินขึ้นมากองเป็นคันดินขนาดสูง เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างดินทรายใส่ถุงพลาสติก ถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม เพื่อนำส่งตรวจในห้องปฏิบัติการของกรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของโลหะหนัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะทราบผล

ในส่วนของลำน้ำสาย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา กรมการทหารช่างได้ดำเนินการขุดวางแนวพนังกั้นน้ำ และมีการเก็บตะกอนดินทรายที่ขุดขึ้นมาบรรจุในถุงบิ๊กแบ็คอย่างเรียบ ร้อย โดยไม่มีการฟุ้งกระจายของตะกอนดินออกสู่ภายนอก สำหรับการขุดลอกในฝั่งเมียนมา เป็นความรับผิดชอบของทางการเมียนมา ซึ่งนำตะกอนไปทิ้งในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ในฝั่งประเทศตนเอง

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เดินทางต่อไปยังบริเวณหาดเชียงราย เพื่อเก็บตัวอย่างตะกอนดินทรายจากแม่น้ำกก ซึ่งดำเนินการขุดลอกโดยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 โดยตัว อย่างทั้งหมดจะถูกส่งตรวจวิเคราะห์ในลักษณะเดียวกัน เพื่อประเมินความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ

ขณะที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย ร่วมกับสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดำเนินการเก็บตัวอย่างโครงการเฝ้าระวังความปลอดภัยจากโลหะหนักในน้ำประปาหมู่บ้าน และอาหารที่มีการสัมผัสกับแหล่งน้ำสำคัญในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก โดยเป็นการเก็บตัวอย่างครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 19–21 พฤษภาคม 2568 ได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและเทศบาลในพื้นที่

การเก็บตัวอย่างครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงราย แม่จัน เวียงชัยม เวียงเชียงรุ้ง ดอยหลวง เชียงแสน และแม่สาย รวมจำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 80 ตัว อย่าง แบ่งเป็นน้ำประปาหมู่บ้านและน้ำบ่อตื้น 36 ตัวอย่าง พืชผัก 21 ตัวอย่าง และปลาน้ำจืด 23 ตัวอย่าง

ผลการวิเคราะห์โลหะหนักในน้ำประปาหมู่บ้านและน้ำบ่อตื้น ตรวจวิเคราะห์หาสารตะกั่ว แคด เมียม และสารหนู โดยใช้มาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2537 พบว่าในตัวอย่างน้ำทั้งหมด 36 ตัวอย่าง ไม่พบการปนเปื้อนโลหะหนักเกินค่ามาตรฐาน โดยมีค่าต่ำกว่าขีดจำกัดการตรวจวัดเชิงปริมาณทุกชนิด สะท้อนว่าน้ำประปาหมู่ บ้านที่อยู่ในพื้นที่สัมผัสแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดฯยังมีความปลอดภัยตามเกณฑ์

ส่วนผลการวิเคราะห์โลหะหนักในพืชผักสด ตรวจหาสารตะกั่ว แคดเมียม และสารหนู ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 414 พ.ศ. 2563 โดยใช้เทคนิคมาตรฐาน AOAC 2015.01 (ICP-MS) ในตัวอย่างพืชผักจำนวน 21 ตัวอย่าง พบว่าทุกตัวอย่างมีค่าการปนเปื้อนต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด และอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยสำหรับบริโภค

สำหรับ ผลการวิเคราะห์โลหะหนักในปลาน้ำจืด ในปลาสด 23 ตัวอย่าง ที่ได้จากแหล่งน้ำแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก พบว่าค่าของสารตะกั่ว แคดเมียม และสารหนู อยู่ในระดับปลอดภัย โดยไม่มีตัวอย่างใดเกินค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 414/ 2563 ซึ่งวิเคราะห์ด้วยเทคนิค ICP-MS เช่นกัน

ทั้งนี้ การเฝ้าระวังดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกด้านสาธารณสุขในพื้นที่ที่มีข้อกังวลเรื่องคุณภาพน้ำและความปลอดภัยอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน และสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนด้านความปลอดภัยสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย และสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะดำเนินการเฝ้าระวังต่อเนื่อง พร้อมรายงานผลอย่างเป็นระบบแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการควบคุมและป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน

ทบ.จัดการฝึกการแก้ปัญหาที่บังคับการ ประจำปี 2568

ทบ.จัดการฝึกการแก้ปัญหาที่บังคับการ ประจำปี 2568 มุ่งพัฒนาขีดความสามารถ การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลทุกมิติ รองรับภัยคุกคามด้านความมั่นคงทุกรูปแบบ

วันนี้ (17 มิ.ย.68) เวลา 10.30 น. ณ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก เขตดุสิต กทม. พล.อ. ณัฐวุฒิ นาคะนคร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกการแก้ปัญหาที่บังคับการด้านการกำลังพล ระดับกองทัพบก (Human Resources Exercise : HR EX) ประจำปี 2568 ซึ่งดำเนินการฝึกในห้วง 16 – 20 มิ.ย. 68 เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลให้แก่หน่วยทุกระดับ ที่ปฏิบัติภารกิจตามแผนการใช้กำลังของกองทัพบก

โดยมีหน่วยจัดกำลังพลเข้าร่วมการฝึก ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก, ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1, กกล.บูรพา, กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์, กองพลทหารราบที่ 9, มณ ฑลทหารบกที่ 12, มณฑลทหารบกที่ 14 และมณฑลทหารบกที่ 19 โดยการฝึกจะมีการกำหนดสถานการณ์และแผนการฝึกที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ตั้งแต่การปฏิบัติในสถานการณ์ยามปกติ จนถึงเกิดเหตุการณ์การใช้กำลังตามแผนเผชิญเหตุ ควบคู่กับงานด้านกำลังพลสำรองและกำลังทดแทนตามแผนป้อง กันประเทศ

ในโอกาสนี้ รองผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวถึงงานด้านกำลังพลในสนามของกองทัพบก ถือว่ามีความสำคัญต่อการใช้กำลังตามแผนของกองทัพบกในการป้องกันประเทศ ในแต่ละระดับทั้งแผนป้องกันประเทศ คำสั่งป้องกันชายแดนและแผนเผชิญเหตุ สำหรับการฝึกครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมต่อภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกองทัพบกและประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้ กองทัพบกมุ่งหวังการเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ให้แก่หน่วยปฏิบัติภารกิจตามแผนการใช้กำลังของกองทัพ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติทางด้านยุทธการและตลอดจนด้านอื่นๆ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถงานด้านกำลังพลในสนามให้มีประสิทธิ ภาพ สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงในปัจจุบัน และเป็นไปตามนโยบายของ กองทัพบก ประจำปี 2568 ในเรื่องการฝึกให้พร้อมต่อทุกภัยคุกคาม เพื่อดำรงไว้ซึ่ง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

มทบ.33 ต้อนรับคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ศึกษาดูงาน และรับทราบข้อมูล การปฏิบัติภารกิจของ มทบ.33

มณฑลทหารบกที่ 33 รับ คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ศึกษาดูงาน และรับทราบข้อมูล การปฏิบัติภารกิจของ มณฑลทหารบกที่ 33

เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ให้การต้อนรับ คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ในการเดินทางมาศึกษาดูงาน ของหน่วย มณฑลทหารบกที่ 33 เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจ, การจัดหน่วย, การดำเนินงาน, ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติภารกิจรวมถึงความต้องการยุทธปัจจัยต่างๆ สำหรับการพัฒนา,แนวทางการฝึกและการดูแลทหารกองประจำการให้มีความปลอดภัย โดยมี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เป็น หน.คณะฯ มีการปฏิบัติดังนี้

โดย คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้สักการะอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นเยี่ยมชมโครงการทหารปลอดภัย ของหน่วยมณฑลอาหารบกที่ 33 (บูธนวัตกรรมทางทหาร) ณ เต็นท์บริเวณหน้า กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33

ต่อมา คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้รับฟังบรรยายสรุป ภารกิจ, การจัดหน่วย, การดำเนินงาน, ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติภารกิจรวมถึงความต้องการยุทธปัจจัยต่างๆ สำหรับการพัฒนา, แนวทางการฝึกและการดูแลทหารกองประจำการให้มีความปลอดภัย ณ ห้องประชุม กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จัง หวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

ทต.สามง่าม ประชุมสภาสามัญ สมัยที่ 2 พร้อมแถลงนโยบาย

นครปฐม – เทศบาลตำบลสามง่ามจัดการประชุมแถลงนโยบาย ของนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ต่อสภาเทศบาลตำบลสามง่าม (การประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปีพ.ศ. 2568 )

สภาเทศบาลตำบลสามง่าม จัดการประชุมสภาเทศบาล สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลสามง่าม ชั้น 3 โดยมี นายจิราวัฒน์ ปึงสุขสมบูรณ์ ประธานสภาเทศบาล, สมาชิกสภาเทศบาล พร้อมด้วย นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม, คณะผู้บริหาร, ผศ.ดร. อภิชา พรเจริญกิจกุล รองนายกเทศมนตรี, นายสกุล บุญขจาย ที่ปรึกษานายกฯ และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียงกัน เพื่อพิจารณาและขออนุมัติในญัตติ การแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม

โดยในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาลงมติตามญัตติที่เสนอในวาระต่างๆ โดยยึดหลักเพื่อให้เกิดประดยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในท้องถิ่นเป็นสำคัญ


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ส.จักรยาน เปิดโครงการ “Youth Sport Leaders Training Camp” ให้กับเยาวชน

สุพรรณบุรี – ส. จักรยานเปิดโครงการ Youth Sport Leaders Training Camp ให้กับเยาวชน

รศ.ดร.สุพิตร สมาหิโต รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการโอลิมปิคไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ Youth Sport Leaders Training Camp โดยสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 18 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมวาสิฏฐี จังหวัดสุพรรณบุรี มี ผศ.ดร.สุริยัน สมพงษ์ กรรมการฝ่ายวิชาการและวิจัย สถาบันวิทยาการโอลิมปิคไทย กล่าวรายงาน วัตถุ ประสงค์ของโครงการ

สำหรับการเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ Youth Sport Leaders Traing Camp เพื่อจะปลูกฝังให้เยาวชนโดยเฉพาะเยาวชนที่เป็นนักกีฬาของสมาคมกีฬาต่างๆได้มีความรู้ความเข้าใจถึงสาระที่แท้จริงของการจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ อีกทั้งต้องการให้เยาวชนได้เข้าใจลึกซึ้งของคุณค่าของกีฬา คุณค่าของโอลิมปิกที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จึงได้พัฒนาโครงการ Youth Sport Leaders Traing Camp และให้ถือเป็นนโยบายของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ ที่จะต้องจัดโครงการนี้ให้กับสมาคมกีฬาต่างๆภายในประเทศ

สำหรับประเทศไทยในปี พ.ศ.2568 สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้สนองนโยบายและได้มอบให้สถาบันวิทยาการโอลิมปิคไทย เป็นสถาบันรับผิดชอบ โครงการ Youth Sport Leaders Training Camp ครั้งนี้ ในนามสถาบันวิทยาการโอลิมปิคไทย คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เชิญคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และ วิทยากรผู้ช่วยจากสถาบันวิทยาการ โอลิมปิคไทย จำนวน 17 คน มาบรรยายให้ความรู้แก่เยาวชนที่เป็นของสมาคมฯ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเข้าร่วม โครงการจำนวน 30 คน เพื่อความรู้ที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการแข่งขันในอนาคตต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ตำรวจภูธร จ.นครนายก เตรียมพร้อมส่งกำลังสนับสนุนแนวชายแดนกัมพูชา ปกป้องอธิปไตย

นครนายก – ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เตรียมพร้อมส่งกำลังสนับสนุนแนวชายแดนกัมพูชา ปกป้องอธิปไตย

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก, พ.ต.อ.เผ่าภากร รามนุช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก และ พ.ต.อ.สุทธิ์ศักดิ์ ปลื้มจิตร ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก จัดเตรียมความพร้อมด้านอาวุธ ยุทโธปกรณ์ รถอาวุธหนัก หน่วยเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (E.O.D.)

การเตรียมความพร้อมครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนภารกิจของหน่วยเหนือ โดยพร้อมส่งกำลังไปยังแนวชายแดนไทย-กัมพูชาทันทีที่มีการร้องขอ เพื่อปกป้องและรักษาอธิปไตยของประเทศ ไทย เป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (พิทักษ์ 3) และ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ในวันนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายกยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าวอย่างเต็มที่


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

กองทัพอากาศ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ให้พุทธศาสนิกชนสักการะ

จังหวัดลพบุรี – กองทัพอากาศ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมายังกองบิน 2 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดลพบุรี และใกล้เคียงได้สักการะขอพรก่อนที่นำไปบรรจุพระสถูปเจดีย์ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพลอากาศเอกทินกร อินทร์ทอง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ ได้เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ปฐมมาประดิษฐาน ณ หอประชุมกานตรัตน์ ภายในกองบิน 2 อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งได้อัญเชิญมาโดยเครื่องบินของ กองทัพอากาศเดินทางถึง ลานจอดอากาศยาน ฐานบินโคกกะเทียม โดยมีนาวาอากาศเอกเทพพนม สุวรรณสาร ผู้บังคับการกองบิน 2 ได้นำคณะนายทหารและทหารกองเกียรติยศตั้งแถวรอรับ จากนั้นได้เคลื่อนไปตั้งยังแท่นพิธีที่จัดเตรียมไว้และประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์คณะสงฆ์สวดบทสรรเสริญพุทธคุณและเจริญชัยมงคลคาถา คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ถวายไทยธรรมแด่พระสงฆ์และกรวดน้ำรับพร

จากนั้นได้ให้ผู้ร่วมพิธีได้กราบอธิษฐานขอพรและวางพวงมาลัย สักกากระพระบรมสารีริกธาตุที่แท่นกราบ สำหรับพระบรมสารีริกธาตุองค์ปฐมที่อัญเชิญมาในครั้งนี้จะตั้งประดิษฐานเปิดให้เหล่าพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้กราบไหว้สักการะระหว่างวันที่ 18 – 24 มิถุนายน 2568 โดยเฉพาะในวันที่ 20 มิถุนายน 2568 จะมีพิธีสมโภชน์ของพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดลพบุรี นอกจากนี้ทางกองบิน 2 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางมาร่วมสักการะกราบไหว้ขอพรแต่งกายในชุดสุภาพ ซึ่งทางหน่วยได้จัดเตรียมสถานที่จอดรถไว้อย่างกว้างขวางและจัดเตรียมดอกไม้ไว้บริการ ส่วนผู้ที่จะร่วมทำบุญในการดำเนินการกองสร้างพระสถูปเจดีย์ดอยอินทนนท์ก็สามารถร่วมทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา

สำหรับพระบรมสารีริกธาตุองค์ปฐมนี้ตังตั้งประดิษฐานคู่กับพระบรมสารีริกธาตุที่ประจำอยู่ที่กองบิน 2 ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีของเหล่าพุทธศาสนิกชนสามารถมากราบขอพรพระบรมสารีริกธาตุครั้งเดียวถึง 2 องค์ โดยพระบรมสารีริกธาตุองค์ปฐมนี้จะได้มีการนำไปบรรจุพระสถูปเจดีย์ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเหล่าพุทธศาสนิกชนที่ได้มากราบไหว้ขอพรในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวสูงสุดที่ได้สักการะบูชาพระบรมสารีริก ธาตุองค์ปฐมนี้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ปันน้ำใจให้ชีวิตเปี่ยมสุข กับหลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ

ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคสิ่งของ อาทิ ข้าวสาร, อา หารแห้ง, เครื่องครัว, ของใช้จำเป็น, อุปกรณ์การเรียน, อุปกรณ์กีฬา, ยารักษาโรค หรือปัจจัย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HIV เด็กกำพร้า และคนชรา ภายใต้ความเมตตาของพระราชวิสุทธิประชานาถ (หลวงพ่ออลงกต ติกฺขปญโญ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 19 มิถุนายน 2568 ชั้น 1 เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

พร้อมร่วมรับฟังการบรรยายธรรมในหัวข้อ ธรรมกับการให้ชีวิต ในกิจกรรม ชีวิตเปี่ยมสุข วันที่ 19 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป ที่ชั้น 2 ข้าง Sizzler ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค

สำรองที่นั่งฟรี และสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 035-801919 ต่อ 116


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา