นายกรัฐมนตรี ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 ย้ำปรับแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต

          วันนี้ 11 กันยายน 2562 เวลา 09.30 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมหารือด้วย

         โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุม โดยย้ำเป้าหมายนโยบายพลังงานแห่งชาติว่า เพื่อร่วมกันพิจารณาแผนพลังงานและปรับแผนพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต โดยมุ่งให้ประชาชนมีส่วนร่วม สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งรัฐบาลมีแผนบริหารจัดการขยะอยู่ด้วยแล้ว อาจจะดำเนินการให้สอดคล้องกัน

          ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ เห็นชอบหลักนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โรงไฟฟ้าชุมชน) ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 62 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต ใช้และจำหน่ายไฟฟ้าอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่นั้นๆ ทั้งยังเป็นการขยายโอกาส ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ให้มีช่องทางรายได้เพิ่มเติม สร้างรายได้ในชุมชน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการผลิตและใช้ไฟฟ้า ซึ่งต้องมีรายละเอียดพื้นที่เป้าหมาย กฎเกณฑ์ดำเนินการต่างๆ อาทิ วัตถุดิบเชื้อเพลิงไม่ว่าจะเป็นชีวภาพหรือชีวมวล วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รวมถึงการสนับสนุนแหล่งทุนให้ชัดเจน การรับซื้อไฟก็ต้องไม่สร้างผลกระทบด้านราคาค่าไฟต่อพี่น้องประชาชนโดยรวม จึงขอรับข้อคิดเห็นในที่ประชุมกลับไปทำรายละเอียดโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนตามกรอบนโยบาย เพื่อให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาต่อไปด้วย

          โอกาสนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล เพื่อส่งเสริมการใช้ ไบโอดีเซลและรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของประเทศ โดยเริ่มขยายส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ให้ต่ำกว่า B7 ที่ 2 บาทต่อลิตร และลดส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมัน B20 ให้ต่ำกว่าน้ำมัน B7 ที่ 3 บาทต่อลิตร โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 พร้อมทั้งเห็นชอบใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเกรดพื้นฐาน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งของผู้ผลิต ความพร้อมของรถยนต์และความพร้อมของผู้ค้าน้ำมันด้วย

          นอกจากนี้ ยังเห็นชอบกรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) เป็น “สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” โดยให้เร่งดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ให้กองทุนฯ สามารถดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ และเห็นชอบ (ร่าง) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ../2562 เรื่อง กำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

          นายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนท้ายว่า รัฐบาลมุ่งมั่นและเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการสร้างเสถียรความมั่นคงด้านพลังงาน มีทางเลือกด้านพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ สร้างอาชีพต่อเนื่องให้กับประชาชนโดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากด้วย

………………………………………….

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

รองนายกฯ วิษณุฯ เป็นประธานในพิธี เปิดและมอบนโยบายการดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ ของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

          วันนี้ (11 กันยายน 62) เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ  เครืองาม เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดและมอบนโยบายการดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ และกรอบการทำงานของผู้นำการขับเคลื่อนการดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ประจำหน่วยงาน (Chief Complaint Executive Officer: CCEO)

          โดยมีนายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวรายงานคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 กำหนดให้ทุกส่วนราชการให้ความสำคัญกับการดำเนินการเรื่องการร้องทุกข์และเร่งรัดการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน และกำหนดให้ทุกหน่วยงานแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้นำการขับเคลื่อน การดำเนินการเรื่องร้องทุกข์ประจำหน่วยงาน (Chief Complaint Executive Officer : CCEO) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานด้านการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ ประสานความร่วมมือ ติดตาม และประเมินผล การดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์และแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

          ในการนี้ นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ซึ่งมีหน่วยงานที่เข้าร่วมจำนวน 16 หน่วยงาน เพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายการดำเนินการ เรื่องร้องทุกข์และบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ของรัฐบาลกับส่วนราชการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการเรื่องร้องทุกข์ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ผู้รับบริการ รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับผู้ปฏิบัติงานด้านเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับมาตรฐานและแนวทางการดำเนินการ เรื่องร้องทุกข์ผ่านระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

         โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิด พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดําเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล และมอบนโยบาย  (Chief Complaint Executive Officer : CCEO)  ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมทั้งจัดระบบการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การจัดการระบบการทำงานถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าความทุกข์ของประชาชนในบางพื้นที่อาจจะมีความคล้ายกัน จึงต้องมีการเก็บข้อมูลของประชาชนไว้อย่างเป็นขั้นตอน เจ้าหน้าที่จะต้องมีการฝึกทักษะ ศักยภาพ ที่สำคัญจะต้องมีใจรักในการทำหน้าที่นี้ด้วยบริหารเรื่องราวร้องทุกข์ รับเรื่องต่างๆมาผ่านกระบวนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบหน่วยงานเดียวอาจแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมดจึงต้องมีการบูรณาการความร่วมมือ  การบริการจัดการจึงเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะข้อมูลสารเทศ ที่เป็นBig Data เพื่อป้องกันแก้ไขได้อย่างเป็นระบบนำไปสู่การแก้ปัญหา  16 หน่วยงาน และ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นการทำงานยกระดับการให้บริการประชาชน ให้มีความสื่อสาร รวดเร็ว ตรงจุด  ขอบคุณทุกหน่วยงานและหวังว่าในอนาคตจะมีหน่วยงานเพิ่มมากขึ้น การลงนามในครั้งนี้ตอบโจทย์ ไทยแลนด์ 4.0 การบริหารงานภาครัฐแนวใหม่ และการมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมทั้งการปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยที่ความทุกข์ของประชาชนได้รับการแก้ไขอย่างเป็นธรรม

          จากนั้นได้ รองนายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ระหว่างผู้บริหาร 17 หน่วยงาน และถ่ายภาพร่วมกัน พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆอาทิ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สคบ. ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์กระทรวงยุติธรรม และ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรมบังคับคดี

………………………………………………………

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

วช.จับมือ BEDO, ม.นเรศวร และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ร่วมจัดงาน “วิจัยปลดล็อคส่งออกมะม่วงไปอเมริกา”

          วันนี้​ วัน​พุธที่ 11 กันยายน 2562 เวลา​ 09.00​ น.ณ ห้องวิภาวดี C โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาชาลาดพร้าว​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ​ (วช.),สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) BEDO,มหาวิทยาลัยนเรศวร และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ร่วมจัดงานแถลงข่าว “วิจัยปลดล็อคส่งออกมะม่วงไปอเมริกา” ความภูมิใจของนักวิจัยไทยกับการต่อสู้อย่างยาวนานกว่า 12​ ปีในการแก้ปัญหาเพื่อปลดล็อคการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองสดสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา นับตั้งแปี พ.ศ.2550 สหรัฐอมริกาได้อนุญาตให้นำเข้าผลไม้สด (Fresh Frut) ของไทย 6​ ชนิดได้แก่ มะม่วง ลำไย มังคุด ลิ้นจี่ เงาะ และสับปะรดโดยจะต้องได้รับการฉายรังสีก่อนส่งออกไปยังสหรัฐฯ นับเป็นการ
เปิดตลาดผลไม้ไทยที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศชาติ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

         แม้เป็นผลไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทย สามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศ โดยมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเป็นสายพันธุ์ที่มีความต้องการของตลาดสูง เนื่องจากมีลักษณะเด่น คือ เมื่อผลสุก ผิวของเปลือกมีสีเหลืองนวลถึงเหลืองทอง เนื้อสีเหลืองมีกลิ่นหอม จึงเป็นที่ต้องการของตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาแต่ปรากฏว่านับตั้งแต่เริ่มส่งออกในปีพ.ศ. 2551 การส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง หลังฉายรังสีและส่งออกไปถึงปลายทางที่สหรัฐอเมริกาได้ประสบปัญหาด้านคุณภาพ และพบปัญหาการเกิดเส้นดำบริเวณผิวเปลือก และเกิดเนื้อสีน้ำตาล ส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณส่วนแก้มของผล ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถส่งออกผลมะม่วงสดไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาได้จนถึงปัจจุบัน

         จากปัญหาดังกล่าว จึงเกิดเป็นโจทย์วิจัยที่ที่ทายและรอคำตอบจากนักวิจัยไทยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้เกิดเป็นโครงการ “การศึกษาวิจัยมะม่วงให้ได้คุณภาพมาตรฐานส่งออก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพหลังการฉายรังสีแกมมา และการลดความเสียหายของมะม่วงฉายรังสีแกมมา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.),สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) BEDO,มหาวิทยาลัยนเรศวร และ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ และงานวิจัยประสบผลสำเร็จในปี พ.ศ. 2562 การส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองสามารถส่งออกสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาได้อย่างเต็มภาคภูมิและได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา การแถลงข่าว”วิจัยปลดล็อคส่งออกมะม่วงไปสหรัฐอมริกา”

          ที่เกิดขึ้นนี้ จึงเป็นการสร้างความเข้าใจ และ องค์ความรู้เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจ้และเพื่อต่อยอดให้กับกลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดการคัาผลไม้สดของไทยสู่สหรัฐอเมริกา และ ตลาดต่างประเทศอื่นๆ ต่อไป

สุรเชษฐ    ศิลานนท์ รายงาน

วช. ยกระดับผลงานวิจัย นำธุรกิจอาหารไทยสู่มาตรฐานโลก

          วันนี้​ วัน​พุธที่ 11 กันยายน 2562 เวลา​ 08.30​ น. ณ ห้องรังสิต​ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาชาลาดพร้าว​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จับมือบริษัท เค เอส อินเตอร์เทรด (2018) จำกัด ผลักดันผลงานวิจัยภายใต้แผนงานวิจัยครัวไทยสู่ตลาดโลก

          ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดี ที่โครงการวิจัยที่ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้การสนับสนุน จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายการร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยใหม่ ๆ ที่เป็นที่ต้องการของผู้ใช้ประโยชน์ โดยโครงการ “วิจัยพัฒนามาตรฐานการผลิตเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ และผลิตภัณฑ์คงรสชาติแท้จากความหลากหลายทางชีวภาพของพืชผักและสมุนไพรเพื่อรักษาคุณค่าเชิงรสชาติไทยแก่ธุรกิจอาหารไทยทั่วโลก”

          ภายใต้แผนงานวิจัยครัวไทยสู่ตลาดโลก ปีงบประมาณ 2560 ที่ วช. ได้ให้การสนับสนุน ซึ่งมีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา แห่งมูลนิธิสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ เป็นหัวหน้าโครงการ สามารถขยายผลสู่การใช้ประโยชน์​ ในกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะภาคเอกชนที่จะนำเทคโนโลยีไปผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันท่วงที

          ผลจากงานวิจัยส่วนหนึ่ง คือกระบวนการผลิต ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อบแห้งของพืชสมุนไพรจากต้นตอแหล่งกำเนิดสำหรับอาหารไทย 4 ชนิด ประกอบด้วย พริกไทยสด พริกขี้หนู หอมแดง และกระเทียม ที่ใช้เทคนิคแช่เยือกแข็ง (Freez Dry) และอบแห้งด้วยลมร้อน (Tray Dry) ซึ่งสามารถแก้ปัญหาการส่งออกวัตถุดิบในสภาพสด สามารถทดแทนการใช้วัตถุดิบที่คงรสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิม ทั้งรสชาติและกลิ่น ผลิตจากแหล่งกำเนิดที่มีมาตรฐานปลอดภัย ตรวจสอบได้ รวมถึงมีความสะดวกในการใช้งาน และปลอดภัยจากสิ่งปนเปื้อน

          ดังนั้นเพื่อให้เกิดขยายผลผลิตจากการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค ทั้งในประเทศและต่างประเทศ​ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงการถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์อบแห้งของพืชสมุนไพรสำหรับอาหารไทย 4 ชนิด ภายใต้แผนงานวิจัยครัวไทยสู่ตลาดโลก กับนายสุพัชระ ปานรศทิพ กรรมการผู้จัดการบริษัท เค เอส อินเตอร์เทรด (2018) จำกัด เพื่อนำไปผลิตและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“รร.อนุบาลสุโขทัย” จัดกิจกรรมตลาดนัดอนุบาล รู้รักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกเยาวชน

          วันที่ 11 กันยายน 2562 ที่โรงเรียนอนุบาลสุโขทัย ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย ได้จัดกิจกรรม ตลาดนัดอนุบาลรู้รักษษ์ สิ่งแวดล้อม ตามโครงการสร้างจิตสำนึกและความรู้ในการผลิตและบริโภค ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยได้จัดให้นักเรียนแต่งชุดไทย ออกบูทจัดร้านจำหน่าย สินค้ารีไซรเคิล และอาหาร ที่มีภาชนะเป็นวัสดุที่ย่อยสลายง่ายเช่น กระทงใบตอง และให้นักเรียนรู้จักการแยกขยะอย่างถูกต้อง

          โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนรู้จักคัดแยกขยะ ใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำขยะมูลฝอยที่มีคุณภาพกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะสร้างความรู้ จิตสำนึก และการตระหนักรู้ในการจัดการขยะมูลฝอยของเด็กนักเรียนและเห็นความสำคัญของการทิ้งขยะให้ถูกที่

          โดยจะมีกิจกรรมให้นักเรียนมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความรู้อย่างมากมาย เช่น นิทัศการสิ่งประดิษฐ์ รีไซรเคิล กิจกรรมส้มตำรักษ์สิ่งแวดล้อม กิจกรรมผักสวนครัวอินทรีย์ ผักผลไม้ปลอดสารพิษ มีนักเรียน ครู และผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

วช. นำนวัตกรรมจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา ภายใต้ “โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน”

วช. นำนวัตกรรมจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ จังหวัดอุทัยธานี

          วันที่ 10 กันยายน 2562 ณ สำนักงานเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ​ (วช.)​ ได้รับมอบหมายจากศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. โดยคณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจ กลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

          โดย พลตรี วีรยุทธ กวยะปาณิก เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 3 ผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวความเป็นมา และร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กล่าวต้อนรับ โดยครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ทั้งสิ้นจำนวน 210 คน และ วช. จะดำเนินการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมทั้งสิ้น 8 จังหวัด ซึ่งจังหวัดอุทัยธานีเป็นจังหวัดสุดท้ายในการจัดกิจกรรมนี้

          วช. ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาลำน้ำที่พร้อมนำไปสู่การใช้ประโยชน์และพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดำเนินชีวิตภายใต้เศรษฐกิจพอเพียงและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และ วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มาสาธิตวิธีการใช้เครื่อง และให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำปุ๋ยหมักและดินปลูกจากวัชพืชและผักตบชวา ให้แก่ชุมชน นักเรียน นักศึกษา เพื่อสร้างเป็นต้นแบบในการผลิตปุ๋ยหมักและดินปลูกต้นไม้จากวัชพืชและผักตบชวา สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเกษตรและจำหน่ายเป็นการเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน เกิดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชนด้วยนวัตกรรมที่ช่วยกำจัดวัชพืชและผักตบชวา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บริษัท ไนน์ ไนน์ มีเดีย ชลบุรี จำ กัด จัดงานเลี้ยงสังสรรค์พนักงาน

งานเลี้ยงสังสรรค์บริษัท ไนน์ ไนน์ มีเดีย ชลบุรี จำกัดซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 39/14 หมู่ 2 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่ร้านลุงไสว ชั้น 2 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ

         เมื่อเวลา 18.30 น ของวันที่ 9 กันยายน ที่ร้านลุงไสว ชั้น 2 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์พนักงานบริษัท ไนน์ ไนน์ มีเดีย ชลบุรี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 39/14 หมู่ 2 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังจากช่วงเช้าได้ทำบุญใส่บาตร ล้างห้องน้ำวัด ณ วัดพันเสด็จใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่บริษัท และพนักงานทุก ๆ คน

          หลังจากนั้นช่วงหัวค่ำได้มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ของบริษัท 99 มีเดีย ชลบุรี จำกัดที่ร้านลุงไสว ชั้น 2 นำโดย นายกานต์ โภคินวาณิช กรรมการผู้จัดการ ซึ่งทางบริษัทได้เชิญแขกผู้มีเกีรติยมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ ได้รับเกียรติจากนายสหภัทร ชัยสง่าศิลป์ และกลุ่มเพื่อนอัยการทนายความ รวมถึงนักธุรกิจในพื้นที่อีกมากมาย มาร่วมแสดงความยินดีพร้อมอวยพรให้กับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 9 ปี บริษัท 99 มีเดีย ชลบุรี และรับประทานอาหารร่วมกัน โดยภายในงานได้จัดให้มีอาหารเครื่องดื่มจากเจ้าภาพในร้าน

          ต่อมาพิธีกรได้เชิญนายกานต์ โภคินวาณิช กล่าวต้อนรับพร้อมขอบคุณแขกเหรื่อ และยังได้กล่าวถึงวีธีคิดและแนวทางในการดำรงธุรกิจมาอย่างไรจนครบ 9 ปี และแนวทางในการก้าวเดินต่อไปในอนาคต ซึ่งทางบริษัท พร้อมจะมุ่งมั่น พัฒนา สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ และผลงานดี ๆ สู่วงการป้ายโฆษณา ให้กับท้องถิ่น ชลบุรี ระยอง เพื่อตอบรับการเติบโตจากนโยบาย EEC ของประเทศ และเตรียมพร้อมก้าวข้ามความสำเร็จต่อไปในปีที่ 10 ในปีหน้าอย่างมั่นคงพร้อมเชิญท่านพัฒน์พงค์ กิวสันเที๊ยะ อัยการจังหวัดพัทยา ได้กล่าวแสดงความยินดีและกล่าวให้โอวาทพร้อมกล่าวเปิดงานหลังจากนั้นได้เชิญแขกเหรื่อกล่าวแสดงความยินดีและร่วมสนุกร้องเพลงคาราโอเกะกันอย่างสนุกสนาน

ภาพ/ข่าว นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าว พัทยา ชลบุรี
รายงาน

มุกดาหาร # สโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร มอบเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์เด็กเล่น ให้โรงพยาบาลมุกดาหาร

สโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร มอบเครื่องมือแพทย์และเครื่องเล่นเด็กให้กับหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมุกดาหาร ราคา 20,000 บาท

          เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 62 ที่บริเวณชั้น 4 หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นางมณีรัตน์ นวกุลกาญจนภาส นายกสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสโมสร มอบเครื่องมือแพทย์ เครื่องวัดความดัน จำนวน 3 เครื่อง และเครื่องเล่นเด็ก คอกกั้นเด็ก 1 ชุด กระดาษลื่น ม้าโยก ลูกบอล และสระน้ำ มอบให้กับหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมุกดาหาร จำนวน 20,000 บาท เพื่อให้ผู้ป่วยเด็กได้เล่นผ่อนคลายอาการเจ็บป่วยของเด็ก

         โดยโรงพยาบาลมุกดาหาร เครื่องวัดความดันมีไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยเด็ก ทางสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหารได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ป่วยเด็ก ตลอดจนเด็กเล็ก ที่เข้ามารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลมุกดาหาร มีเครื่องมือแพทย์ไว้คอยบริการผู้ป่วย โดยมีนาง สุภาพร น้อยเจริญ หัวหน้าหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม เป็นตัวแทนรับมอบสิ่งของดังกล่าว..

ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สุโขทัย-แถลงข่าวกิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟ การแสดง แสง สี เสียง และลานหัตถศิลป์สร้างสรรค์ ในงานลอยกระทงจังหวัดสุโขทัย 2-11 พฤศจิกายน 2562

          วันที่ 10 กันยายน 2562 เวลา 18.00 น. สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย จัดแถลงข่าว ประชาสัมพันธ์กิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟ การแสดง แสง สี เสียง และลานหัตถศิลป์สร้างสรรค์ ณ โรงแรมสุโขทัยเทรเชอรีสอร์ท แอนด์ สปา โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวกิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟ การแสดง แสง เสียง ตลาดโบราณ และลานหัตถศิลป์สร้างสรรค์ในงานลอยกระทงเผาเล่นไฟจังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 2-11 พฤศจิกายน 2562 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

          ปีนี้พบการแสงประกอบ แสง เสียง เล่าเรื่องเมืองสุโขทัย ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา โดยนักแสดงมืออาชีพกว่า 300 ชีวิต และร่วมชมการแสดงพลุตะไลไฟพะเนียง ที่สวยงามดุจดั่งต้องมนต์สะกด พร้อมชิมอาหารเมนูพิเศษแสนอร่อยกิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟ ในค่ำคืนแห่งแสงเทียนแสงตะคัน ณ เมืองมรดกโลก โดยเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแสดง แสง เสียง แล้ววันนี้ ทางthaiticketmajor.com ในราคา 1,200 , 900 และ 600 บาท 

ภาพ:Wathara Phoocharoon
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

มุกดาหาร # นรข.ปฏิบัติการ จับยึดยาบ้า 120,000 เม็ด นำเข้าราชอาณาจักร

https://youtu.be/TfHDjTaLoxw

(แถลงข่าว)มุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงร่วมกำลังฝ่ายความมันคงจับยึดยาบ้า จำนวน 120,000 เม็ดนำเข้าราชอาณาจักร ข้ามโขงทางเรือหางยาวเตรียมส่งให้เครือข่ายเป็นชาวไทยส่วนส่วนเครือข่ายชาวลาว หลังขนยาบ้ามาส่งอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำโขงก็รีบหันหัวเรือใช้ความเร็วขับกลับไปฝั่งลาว

         วันที่ 10 กันยายน 2562 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงมุกดา หาร พร้อมกำลังหน่วยงานความมั่นคง นำของกลางยาบ้าจำนวน 120,000 เม็ด มาตั่งโต๊ะแถลงข่าว สืบเนื่องเมื่อคืนของวันที่ 9 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาราชอาณาจักรที่บริเวณท่าน้ำริมฝั่งโขงบ้านทรายทอง ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

         จึงประสานกำลังหน่วยงานความมั่นคงลงตรวจสอบตรงจุดเป้าหมายโดยแบ่งกำลัง ออกดักซุ่มจนเมื่อเวลา 20.30 น.ได้พบเรือต้องสงสัย 1 ลำ แล่นข้ามมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามาเทียบฝั่ง ใกล้กับบริเวณที่จุดชุดดักชุ่มประมาณ 500 เมตร คนขับเรือก็โยนกระสอบหัวอาหารสัตว์สีฟ้า ตรากระต่าย เข้าพงหญ้าริมตลิ่งก่อน หันหัวเรือใช้ความเร็วขับกลับไปฝั่ง สปป.ลาว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบ

         โดยเจ้าหน้าที่ก็ยังดักชุ่มรอผู้มารับกระสอบดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ดักชุ่มนานพอสมควร แต่ไม่พบผู้ใดมารับ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบด้านในกระสอบพบว่าเป็นวัตถุต้องสงสัย ห่อสีเหลืองประทับตรา ตอง 999 จำนวน 12 ห่อจึงนำกลับไปที่หน่วยเรือนรข.มุกดาหาร จากการตรวจสอบด้านนอกห่อสีเหลืองมีการประทับตราตอง 999 ซึ่งเป็นยาบ้า เกรด A มา น่าจะนำมาจากกลุ่มว้าแดง รวมจำนวน 120,000 เม็ด ซึ่งหลังนำของกลางมาตรวจสอบ เพื่อแถลงข่าวก่อนนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน