ชนแล้วหนี ! ทิ้งหลักฐานเด็ด “ยาบ้า 1 ถุง” ตกเกลื่อน

นครพนม – ชนแล้วหนี! มอเตอร์ไซค์ซิ่งชนจักรยานชายสติไม่ดี เจ็บกลางถนนบายพาส ทิ้งหลักฐานเด็ด “ยาบ้า 1 ถุง” ตกเกลื่อน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.10 น. เกิดเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานแล้วหลบหนี บนถนนบายพาส บริเวณใกล้สี่แยกไฟแดง หมู่ 9 บ้านดอนกลาง อำเภอธาตุพนม ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญ คาดเป็นของผู้ก่อเหตุทำตกไว้

หลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานล้มอยู่พร้อมผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนปั่นจักรยาน ทราบว่าเป็นชายสติไม่ดีพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง อายุประมาณ 50 ปี มีบาดแผลและได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้พบวัตถุต้องสงสัยตกอยู่บนพื้นถนน พบว่าเป็น ยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวน 1 ถุง รวมทั้งสิ้น 20 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพเ(หลอดไม้ไผ่ไทยประดิษฐ์ ) ตกอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นของคนขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุเฉี่ยวชนแล้วขี่หลบหนี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง เพื่อเร่งสืบสวนและติดตามตัวคนขับรถจักรยานยนต์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งในข้อหาขับรถเฉี่ยวชนแล้วหนี และข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองต่อไป

หากใครเป็นเจ้าของยาบ้าถุงดังกล่าว หรือรู้ตัวว่าเป็นคนทำตกไว้ สามารถเดินทางมารับคืนได้ที่ สภ.ธาตุพนม เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันและเก็บรักษาไว้ให้เป็นอย่างดี พร้อมเตรียมห้องควบคุมตัวไว้ต้อนรับเรียบร้อยแล้ว


ภาพข่าว หลาวเหล็ก/เทพข่าวร้อน รายงาน

คลิปวีดีโอโจรขโมยรถจักรยานร้านผ้าหอม


มุกดาหาร – คลิปวีดีโอชายใส่เสื้อยืดสีเขียวมาขโมยรถจักรยานที่จอดไว้ข้างร้านผ้าหอม ไว้ให้พนักงานที่ร้านใช้งานทั่วไป

วันที่ 24 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของร้านผ้าหอม บ้านเลขที่ 15/9 ถ.มุกดาหาร-ดอน ตาล ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้โพสต์คลิปวีดีโอ มีชายใส่เสื้อสีเขียวแขนยาว ใส่กางเกงขายาว เข้ามาขโมยจักรยานบริเวณข้างร้านไป

จากการสอบถามน.ส.ศิริพร มุกดาจารุจินดา (เจ้าของร้านและรถจักรยาน) ได้แจ้งทางโทรศัพท์ว่า รถจักรยานดังกล่าวมีไว้ให้พนักงานที่ร้านใช้งานทั่วไป และจอดไว้ข้างร้านเป็นประจำทุกวันมานานแล้วและเหตุเกิด วันที่ 19 พ.ค 2569 เวลาประมาณ 12:00 น. (จากกล้องวงจรปิด) ทราบเหตุประมาณ 17:00 น. เมื่อคนงานจะนำรถจักรยานไปซื้อของแต่ไม่พบรถจักร ยาน จึงแจ้งให้เจ้าของร้านทราบ หลังจากตรวจสอบกล้องจึงทราบว่าชายใส่เสื้อยืดสีเขียวเป็นคนขโมยจักรยานไป และกล้องวงจรอีกมุมต้องขอขอบคุณร้านหลอมทองมุกดาหารที่อยู่อีกฝั่งของซอยนำภาพวีดิโออีกมุมมามอบให้ด้วย

ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุเจ้าของร้านผ้าหอมไม่อยู่ ไปเยี่ยมบุตรสาวที่ไปเรียนประเทศจีน หากกลับมาถึงมุกดาหารเมื่อไหร่ จะได้รีบเข้าแจ้งความ พร้อมนำคลิปวีดีโอ ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีกับชายที่อยู่ในคลิปวีดีโอต่อไป..


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ มุกดาหาร 0988699888

หนุ่มซื้อของไม่จ่าย ทวงถามโมโหทุบกระทบประตูแตกทั้งบาน


มุกดาหาร – หนุ่ม 26 ปี ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อจำนวน 80 บาท พนักงานทวงไม่มีเงินจ่าย โมโหใช้มีดตัดสายไฟเครื่องชั่งน้ำหนักลัวทุบที่ประตูแตกทั้งบาน

วันที่ 24 พค. 69 ร.ต.อ.จิรวุฒิ เทพบำรุง ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากพนักงานร้านสะดวกซื้อ 7-11 ปตท.คำอาฮวน ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ว่ามีคนร้ายเข้าไปซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ (7-11 ) ภายในปั้ม ปตท.คำอาฮวน ไม่มีเงินจ่ายพอทวงถามไม่จ่ายโมโหแล้วเดินไปเอาเครื่องชั่งน้ำหนักมาทุบกระจกเสียหาย จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ทราบ พร้อมสั่งการให้ชุดสายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ลงพื้นที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบชายสวมชุดสีขาวก่อเหตุอาละวาดบริเวณร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. คำอาฮวน โดยใช้เครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่หน้าร้านทุ่มใส่ประตูกระจกของร้านจนได้รับความเสียหาย สร้างความตกใจให้กับพนักงานและลูกค้าที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

จากการสอบถามพนักงานร้านสะดวกซื้อ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้เดินเข้าไปหยิบสินค้าภายในร้านสะดวกซื้อ คือน้ำดื่ม และบุหรี่ จำนวนเงิน 80 บาท แล้วพยายามเดินออกจากร้านโดยไม่ชำระเงิน พนักงานจึงได้เดินตามออกมาทวงถามค่าใช้จ่าย แต่ชายคนดังกล่าวกลับมีท่าทีไม่พอใจ พร้อมท้าทายให้แจ้งตำรวจ และจะให้ตำรวจมาจ่ายให้ หลังจากนั้นพนักงานร้านจึงรีบกลับเข้าไปภายในร้าน และล็อกประตูเพื่อความปลอดภัย แต่ชายผู้ก่อเหตุได้เดินย้อนกลับมาบริเวณหน้าร้าน พร้อมถือมีดไว้ในมือ 2 เล่ม ก่อนจะใช้อุปกรณ์เครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่หน้าร้าน ยกขึ้นทุ่มใส่ประตูกระจกจนแตกเสียหาย

เบื้องต้นผู้ก่อเหตุชื่อนายพนวิทย์ แปทา หรือ “บรีส” อายุ 26 ปี จากการตรวจสอบสารเสพติดไม่พบสารเสพติด การก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากอาการมึนเมาาสุราอาระวาด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้เข้าควบคุมตัวชายผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันที ก่อนนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ มุกดาหาร 098869988

ชาวใต้เทใจ ! มติเอกฉันท์เลือก “บิ๊กโจ๊ก” นั่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ต่ออีกสมัย

ชาวใต้เทใจ! มติเอกฉันท์เลือก “บิ๊กโจ๊ก” นั่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ต่ออีกสมัย โชว์ผลงาน 4 ปีปั๊มเงินเข้าองค์กรร่วม 100 ล้าน สานต่อโครงการ “พาคนใต้กลับบ้าน” และบิ๊กโปรเจกต์อาคารใหม่คืบหน้า 85%

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระราชูปถัมภ์ ได้จัดการประชุมสามัญประจำปีขึ้น ณ ที่ทำการสมาคมฯ โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมฯ เป็นประธานในการประชุม เพื่อแถลงผลการดำเนินงานในรอบปีและวาระที่ผ่านมา

วาระสำคัญของการประชุมในครั้งนี้คือการเลือกตั้งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ คนใหม่ ซึ่งที่ประชุมและตัวแทนสมาชิกชาวใต้จากทั่วประเทศ มีมติเป็นเอกฉันท์ไว้วางใจให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระราชูปถัมภ์ ต่ออีกหนึ่งสมัย เพื่อสานต่อภารกิจและขับเคลื่อนสมาคมฯ ให้เติบโตอย่างมั่นคง

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้แถลงผลงานชิ้นโบแดงตลอดวาระ 4 ปีที่ผ่านมา ที่สามารถระดมทุนและสร้างรายได้เข้าสมาคมฯ รวมแล้วร่วม 100 ล้านบาท (นับรวมรายได้ในปี 2569 ที่ยังไม่สิ้นปีภาษี) สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดยุคหนึ่ง พร้อมกันนี้ยังได้ย้ำถึงผลงานการพัฒนาและเชิดชูวัฒนธรรมใต้ให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่:

  • โครงการ “เทริดโนราที่ใหญ่ที่สุดในโลก”: สมาคมฯ ได้จัดทำพิธีอัญเชิญ “เทริดโนรา” ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขึ้นสู่จุดสูงสุดเหนือยอดอาคารที่ทำการสมาคมฯ เพื่อความเป็นสิริมงคลและแสดงถึงความเคารพสูงสุดต่อศิลปวัฒนธรรมปักษ์ใต้
  • ​นิทรรศการมรดกโนราใต้: ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการโนรา ณ อาคารสมาคมฯ ยกระดับคุณค่าศิลปะการแสดงท้องถิ่นสู่สายตาคนรุ่นใหม่
  • ​โครงการ “พาคนใต้กลับบ้าน”: มุ่งมั่นช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก ส่งพี่น้องชาวใต้กลับสู่อ้อมกอดครอบครัวอย่างปลอดภัยในทุกเทศกาลสำคัญ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ​โครงการ “ก่อสร้างปรับปรุงอาคารที่ทำการและภูมิสถาปัตย์” ปัจจุบันภาพรวมมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 85% โดยคงเหลือเก็บงานสถาปัตย์และงานตกแต่งภายในชั้น 2 และชั้น 3

ซึ่งการบริหารงานก่อสร้างทั้งหมด นายกสมาคมฯ ได้มอบหมายให้ นายฐาวร ทองอุ่น (บุคคลภายนอก) เข้ามาดูแลบริหารโครงการแบบจิตอาสา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ร่วมกับคณะกรรมการสมาคมฯ เพื่อความโปร่งใสสูงสุด ซึ่งเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาคารแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์กศูนย์รวมจิตใจที่สวยงามและสง่างามสมเกียรติชาวปักษ์ใต้ทุกคน


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดติดตามการบริหารกำลังพลและแผนบรรเทาสาธารณภัย มทบ.27

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดติดตามการบริหารกำลังพลและแผนบรรเทาสาธารณภัย มทบ.27

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 ภาคเช้า คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยรองประธานคณะกรรมาธิการ เลขานุการคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารจัดการกำลังพลและการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ มณฑลทหารบกที่ ๒๗ ค่ายประเสริฐสงคราม จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นการติดตามการดำเนินงานของกองทัพภายใต้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 52 วรรคสองที่ระบุว่ากําลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วย

ในการนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานเพื่อแสวงหาข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงและการบริหารงานภายในหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นเรื่องการบริหารจัดการกำลังพล การฝึกการตรวจเลือกทหารกองเกิน และกระบวนการฝึกวิชาทหาร (รด.) ให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ติดตามพันธกิจด้านการพัฒนาและการเตรียมความพร้อมในการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร ได้อย่างทันท่วงทีและเป็นระบบ

นอกจากภารกิจด้านการทหาร คณะกรรมาธิการยังได้เข้าศึกษาการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะ “โครงการทหารพันธุ์ดี” และศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ในการเป็นแหล่งเรียนรู้และการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับกำลังพลและชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่ได้นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบมุมมองเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อแนะนำต่อการบริหารกำลังพลและแผนบรรเทาสาธารณภัย มทบ.27 ในการตระหนักถึงความสำคัญและหน้าที่ของทหารตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 52 ว่ารัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กําลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วยเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความมั่นคงภายในและการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความมั่นคงภายในและการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ภาคเช้า คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ, ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่หนึ่ง, นายธณัญชพงศ์ วงศ์มุลาลี เลขานุการคณะกรรมาธิ การ, ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ, อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคงภายใน การป้องกันภัยคุก คามรูปแบบใหม่ และการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนของฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายพลเรือน ณ ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นการติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณา จักร พ.ศ. 2551 อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นสำคัญ โดยมีนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดให้การต้อนรับ

ในการนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับทราบ

(1) กลไกหลักในการบริหารงานความมั่นคงที่มีการดำเนินการผ่านคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคามที่มีลักษณะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายพลเรือน รวมถึงมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมหาสารคาม (กอ.รมน.จว.มค.) เป็นหน่วยงานประสานการปฏิบัติเพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ
(2) การจัดการยาเสพติดถือเป็นวาระสำคัญที่มีการประชุมควบคู่ไปกับการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมี ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการปราบปรามและบำบัดรักษา
(3) ในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงปลอดภัยที่มีจังหวัดมหาสารคามและองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคามได้ประกาศนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (โดยเฉพาะด้านสารสนเทศและข้อมูล) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการบริหารจัดการความมั่นคงภายในและงานมวลชนสัมพันธ์ที่เน้นการบูรณาการแผนความมั่นคงร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงยังได้ให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เป็นปัญหาเร่งด่วนของสังคมในปัจจุบัน ทั้งการแก้ไขปัญหายาเสพติด การติดตามแนวทางเฝ้าระวังขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการพนันออนไลน์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน

นอกจากภารกิจด้านความมั่นคง คณะกรรมาธิการยังได้ติดตามความพร้อมด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะแผนเผชิญเหตุอุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งเน้นย้ำบทบาทของ กองทัพในการเป็นตัวกลางประสานงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้การเข้าช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดวิกฤตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมไปถึงการวาง แผนฟื้นฟูและเยียวยาหลังเกิดเหตุอุทกภัย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดความคล่องตัวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อแนะนำต่อการดำเนินงานโดยขอให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551เพื่อป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูภัยหรืออาจเป็นภัยที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบสุข เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความ มั่นคงของรัฐในพื้นที่รับผิดชอบและในภาพรวมของประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของหน่วยงานความมั่นคงในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมสืบไป


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของกำลังพล สวัสดิการของกำลังพลการบริหารงบประมาณ ตลอดจนการยกระดับขีดความสามารถหน่วยให้ทันสมัย ณ มทบ.23 จ.ขอนแก่น

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของกำลังพล สวัสดิการของกำลังพลการบริหารงบประมาณ ตลอดจนการยกระดับขีดความสามารถหน่วยให้ทันสมัย ณ มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร จังหวัดขอนแก่น

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ภาคบ่าย คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่หนึ่ง นายธณัญชพงศ์ วงศ์มุลาลี เลขานุการคณะกรรมาธิ การ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร จังหวัดขอนแก่น เพื่อรับทราบข้อมูลการประเมินระดับความพร้อมของกำลังพลและแนวทางการบริหารจัดการสวัสดิการ ซึ่งเป็นการติดตามการดำเนินงานของกองทัพภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 52 วรรคสอง ที่ระบุว่ากําลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วย โดยมีพันเอก ปิยะ นงค์ชะนา เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 23 และคณะผู้บังคับบัญชา ให้การต้อนรับ

ในการนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานเพื่อแสวงหาข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการยกระดับขีดความสามารถของหน่วยให้มีความทันสมัย โดยเน้นการประเมินความพร้อมของกำลังพล ยุทโธป กรณ์ และระบบสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อปรับตัวให้เท่าทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพย์สินของทางราชการภายในค่าย โดยมุ่งเน้นหลักความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรของรัฐสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและเกิดประ โยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบของมณฑลทหารบกที่ 23

นอกจากการพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร คณะกรรมาธิการยังได้รับทราบข้อมูลแนว ทางการบริหารจัดการสวัสดิการกำลังพลอย่างรอบด้าน ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล การศึกษา และการดูแลครอบครัว ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ คุณธรรม และจริยธรรมในองค์กร อันจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่และความมั่นคงในระยะยาว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบข้อมูลเชิงประจักษ์ในการสนับสนุนหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ให้ข้อแนะนำต่อการบริหารจัดการหน่วยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยให้ตระหนักถึงความสำคัญและหน้าที่ของทหารตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 52 ว่ารัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กําลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วยเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงและดูแลสวัสดิภาพของกำลังพลและช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความมั่นคงภายในและการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความมั่นคงภายในและการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 ภาคเช้า คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่หนึ่ง นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี เลขานุการคณะกรรมาธิ การ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคงภายใน การป้องกันภัยคุก คามรูปแบบใหม่ และการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนของฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายพลเรือน ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นการติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นสำคัญ โดยมี นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดขอนแก่น ให้การต้อนรับ

ในการนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับทราบ

(1) กลไกหลักในการบริหารงานความมั่นคง ที่มีการดำเนินการผ่านคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดขอนแก่นที่มีลักษณะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายพลเรือน รวมถึงมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดขอนแก่น (กอ.รมน.จว.ขก.) เป็นหน่วยงานประสานการปฏิบัติเพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ

(2) การจัดการยาเสพติด ถือเป็นวาระสำคัญที่มีการประชุมควบคู่ไปกับการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมีศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการปราบปรามและบำบัดรักษาอย่างเป็นระบบ

(3) การรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการพนันออนไลน์ เพื่อสร้างความปลอดภัยในทรัพย์สินและสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการบริหารจัดการความมั่นคงภายในและงานมวลชนสัมพันธ์ที่เน้นการบูรณาการแผนความมั่นคงร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงยังได้ให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เป็นปัญหาเร่งด่วนของสังคม ทั้งการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และการวางระบบป้องกันภัยไซเบอร์เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน

นอกจากภารกิจด้านความมั่นคง คณะกรรมาธิการยังได้ติดตามความพร้อมด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะแผนเผชิญเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเน้นย้ำบทบาทของกองทัพในการเป็นตัวกลางประสานงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้การเข้าช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดวิกฤตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมไปถึงการวางแผนฟื้นฟูและเยียวยาหลังเกิดเหตุอุทกภัย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดความคล่องตัวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อแนะนำต่อการดำเนินงานโดยขอให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เพื่อป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูภัยหรืออาจเป็นภัยที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบสุข เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐในพื้นที่รับผิดชอบและในภาพรวมของประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของหน่วยงานความมั่นคงในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมสืบไป


ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบหารือราชการ ผบ.ทสส. ความมั่นคงชายแดน

ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบหารือราชการ ผบ.ทสส. ความมั่นคงชายแดน

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 – 10.40 นาฬิกา ณ กองบัญชาการกองทัพไทย เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง พลโท บุญชัย เกษตรตระการ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม และคณะเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกับพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชา การทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และคณะผู้บังคับบัญชากองบัญชาการกองทัพไทย

ในการนี้ ประธานคณะกรรมาธิการและผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และคณะ ได้พูดคุยหารือเกี่ยวกับ

(1) ความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา แนวทางที่กองทัพไทยเร่งยกระดับความมั่นคงแนวชายแดนในปี 2569 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างรั้วชายแดนความมั่นคงคู่ขนานกับเทคโนโลยี (รั้วอิเล็กทรอนิกส์ (CCTV)) เพื่อป้องกันการรุกล้ำและลักลอบผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดสระแก้ว เป็นต้น ควบคู่กับการใช้แนว ทางทูตทหารเพื่อความสันติภาพ และการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักสากล ถึงแม้จะมีการเจรจา แต่ไทยยังคงมีสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ หากอธิปไตยหรือความปลอดภัยของประชาชนถูกคุกคาม กองทัพทุกเหล่าพร้อมปฏิบัติการทางทหารและหน้าที่อย่างเต็มกำลังเมื่อถึงคราวจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอก จากนี้ การให้ความสำคัญของหน่วยปฏิบัติการในพื้นทีเป็นสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและความเข้าใจในพื้นที่ยังถือเป็นส่วนสำคัญของกองทัพ

(2) ความมั่นคงชายแดนไทย-เมียนมา ในบทบาทกองทัพไทยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาที่ถือเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนและเกิดความขัดแย้งจากการสู้รบภายในประเทศหรือกับชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางเมียนมากับชนกลุ่มน้อยมีความตึงเครียดแล้วเปลี่ยนจากการเจรจามาเป็นการสู้รบกันจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยจากระยะพรมแดนทางบกระหว่างไทยกับเมียนมามีความยาวรวมทั้งหมดประมาณ 2,400 กิโลเมตร ติดพื้นที่ 10 จังหวัดของไทยกับมีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำสำคัญที่เป็นเส้นกั้นพรมแดน เช่น แม่น้ำสาย, แม่ น้ำเมย, แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี เป็นต้น ตลอดจนด่านผ่านแดนที่เป็นทางการ ด่านธรรมชาติ หรือจุดเสี่ยงที่มีการข้ามหรือลักลอบทำการผิดกฎหมาย ซึ่งความยาวขนาดนี้ทำให้การเฝ้าระวังของกองทัพไทยจะต้องมีความพร้อมและศักยภาพในทุกๆ ด้าน

(3) ความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย สถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันพบว่าได้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความเข้มงวดเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและการก่อเหตุรุนแรง โดยกองทัพไทยเห็นความสำคัญในการยกระดับมาตรการป้องกันและโครงสร้างพื้นฐานโครงการรั้วความมั่นคงตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เห็นว่าควรมีการผลักดันแผนสร้างรั้วความมั่นคงระยะทาง 100-200 กิโลเมตร เพื่อปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดนธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ด่านศุลกากรบูเกะตา จังหวัดนราธิวาส เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และการเคลื่อนย้ายของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้ง “คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” (คณะกรรมการพิเศษ จชต.) ชุดใหม่จำนวน 22 คน โดยมีเป้าหมายหลักในการบูรณาการงานความมั่นคงควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กองทัพไทยจะให้การสนับสนุนตามนโยบายรัฐบาลในการสร้างสันติภาพเพื่อให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปสู่การปฏิบัติจริงก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในความมั่นคงในพื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส. ยังย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากอง ทัพในทุกเหล่าทัพให้มีความทันมสมัยและเป็นกองทัพที่เข้มแข็งรองรับภารกิจปัจจุบันและมีความเข้มแข็งในอนาคต จึงฝากคณะกรรมาธิการให้ผลักดันงานที่ดำเนินการทางทหารและความมั่นคงให้เกิดประโยชน์ต่อชาติและประชาชน

นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการ ให้ข้อเสนอแนะว่าในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ กล่าวคือวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการการทหารฯ จะให้การสนับสนุนภารกิจ บทบาท และหน้าที่การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยของกองทัพไทยให้เกิดผลสำเร็จตามกรอบงบประมาณด้านการทหารและความมั่นคงโดยเฉพาะ เรื่อง การแก้ไขกฎหมาย การจัด สรรงบประมาณ และให้ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในการบริหารจัดการความมั่นคงแนวชายแดนไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ความมั่นคงชายแดนไทย-เมียนมา และความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกับพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และคณะผู้บังคับบัญชากองบัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบพลโท อดุลย์ฯ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการ ณ ศาลาว่าการกลาโหมกรุงเทพมหานคร

ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือราชการเนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมคานับและหารือข้อราชการ ณ ศาลาว่าการกลาโหม ถนนสนามไชย กรุงเทพมหานคร

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569 เสลา 15.00 -16.00 นาฬิกา ณ ศาลาว่าการกลาโหม ถนนสนามไชย กรุงเทพมหานคร นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกและเลขานุการคณะกรรมาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด และนายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี กรรมาธิการ และคณะเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกับพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ในการนี้ ประธานคณะกรรมาธิการและพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะได้พูดคุยหารือเกี่ยวกับประเด็นการดำเนินการในปัจจุบันและในอนาคตของคณะกรรมาธิการ ประเด็นการให้การสนับสนุนการดำเนินการของกระทรวงกลาโหม และประเด็นการให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาต่อข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการในการปฏิบัติภารกิจทางการทหารและภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ ได้แก่

(1) งานที่คณะกรรมาธิการดำเนินการในกรอบของวุฒิสภาและสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงกลาโหม เช่น การมีส่วนช่วยในการดูแลสิทธิประโยชน์ของทหารผ่านศึก การสนับสนุนระบบทหารอาสา การพัฒนากำลังพลสำรองให้สามารถสนับสนุนการกู้ภัยพิบัติและการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติได้อย่างเป็นระบบ การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม การศึกษาเรื่อง Drone การศึกษาเรื่องดาวเทียมเพื่อความมั่นคง การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านความมั่นคง เช่น สมช. กอ.รมน. ฯลฯ

(2) เรื่องที่ขอให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาความเหมาะสม ได้แก่ หลักการสนับสนุนค่าตอบแทนพิเศษให้แก่กำลังพลที่เข้าสู้รบในสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ในห้วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม 2568 โดยยึดถือแนวทางการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษซึ่งจ่ายให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จชต. ทุกคนต่อเดือน ซึ่งขอความกรุณา รมว.กห. พิจารณาภายใต้กรอบหน้าที่และกฎหมายต่อไป

(3) งานด้านการทหารและความมั่นคงของรัฐที่ถือเป็นความเร่งด่วนที่ต้องเร่งปฏิบัติ ได้แก่ ยุทธศาสตร์หลัก : การสถาปนาความมั่นคงชายแดน เป็นภาพใหญ่ซึ่งส่งผลถึงภาพรวมของความมั่นคงของประเทศ (การสถาปนาความมั่นคงและการจัดระเบียบความมั่นคงพื้นที่ชายแดน แบบเบ็ดเสร็จ หรือการจัดระเบียบความั่นคงชายแดน การจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานทั้งแบบปกติและไม่ปกติ รวมถึงการแก้ปัญหา จชต. เน้น การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและการเจรจาพูดคุยเพื่อสันติสุข

นอกจากนี้ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังย้ำถึงการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนากองทัพในทุกเหล่าทัพให้มีความทันมสมัยและเป็นกองทัพที่เข้มแข็งรองรับภารกิจปัจจุบันและมีความเข้มแข็งในอนาคตเพื่อความมั่นคงให้เกิดประโยชน์ต่อชาติและประชาชน

นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการ ให้ข้อเสนอแนะว่าในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ กล่าวคือวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการการทหารฯ จะให้การสนับสนุนภารกิจ บทบาท และหน้าที่ทางทหารในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยของกองทัพไทยหรือการดำเนินภารกิจของกลาโหม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาทางทหารและงานความมั่นคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกับพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกระทรวงกลาโหมและกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงของชาติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป