ศูนย์ดํารงธรรม อ.คลองใหญ่ ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อแมงกะพรุน กรณีบ่อแมงกะพรุนส่งกลิ่นเหม็นในชุมชน

ตราด – คืบหน้าบ่อกะพรุน ศูนย์ดํารงธรรมอําเภอคลองใหญ่ ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อแมงกะพรุน โดยนำเจ้าหน้าที่หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดตราด ลงตรวจสอบกรณีบ่อแมงกะพรุนส่งกลิ่นเหม็นในชุมชนหมู่ 5 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 น. นายวิจิตร พาพลงาม นายอำเภอคลองใหญ่ ร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด น.อ.สุรศักดิ์ ภาแก้ว ศรชล.จ.ตราด นายชุณห์ธภัค กัณทะวัง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฎิบัติการ นายธนิช พูลทอง ประมงจังหวัดตราด สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด สำนักงานประมงอำเภอคลองใหญ่ สาธารณสุขอำเภอคลองใหญ่ ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่และร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา กรณีมี นางาสาวเหมือนฝัน ชลาลัย เจ้าของบ้านพักติดทะเล โฮมสเตย์ ครูทราย ได้เป็นผู้ร้องเรียนมายังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคลองใหญ่ว่ามีผู้ประกอบการทำบ่อหมักแมงกะพรุนส่งกลิ่นเหม็น และปล่อยน้ำเสียลงทะเล บริเวณบ้านตาหนึก หมู่ที่ 5 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

จากการลงพื้นที่ในวันนี้พบผู้ประกอบการทำแมงกะพรุน คือ นายวิโรจน์ ขันนิคม และบ่อหมักแมงกะพรุน ซึ่งพบว่ากระบวนการในการรับซื้อกะพรุนนั้น ผู้รับซื้อจะนำกะพรุนที่ได้มาตัดแยกส่วนออกจากกัน และนำไปล้างทำความสะอาดเมือก และนำกะพรุนมาดอง โดยมีส่วนผสมในการดองคือเกลือ สารส้ม และโซเดียมไบคาร์บอเนต ซึ่งในแต่ละขั้นตอนจะมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ และผู้ประกอบการจะปล่อยน้ำที่ใช้ล้างกะพรุนลงสู่ทะเลโดยไม่มีการบำบัด และในส่วนของกลิ่นบริเวณบ่อกะพรุนนั้นมีที่มาเกิดจากน้ำดองกะพรุน โดยก่อนหน้านี้ทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคลองใหญ่ได้ประสานให้องค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ทำการออกคำสั่งให้เจ้าของบ่อกะพรุนระงับหยุดการทําทันทีแล้ว ซึ่งในวันนี้กลิ่นของบ่อกะพรุนจึงเบาบางกว่าหลายวันก่อนที่ผ่านมาจากการลงตรวจสอบบ่อกะพรุน

จากนั้นได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาประชุมปรึกษาหารือร่วมกันหาข้อสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมด้วยประมงพื้นบ้านเพื่อให้กลิ่นเหม็นนั้นมีสาเหตุมาจากเมือกของแมงกะพรุน และน้ำดองแมงกะพรุน จึงให้ผู้ประกอบการล้างเมือกออกจากแมงกะพรุนตั้งแต่อยู่ในทะเล และในส่วนของน้ำดองแมงกะพรุนให้ผู้ประกอบการสร้างโรงเรือนให้มิดชิดกว่านี้เพื่อป้องกันกลิ่นกระจายออกไปบริเวณสถานที่ และเรื่องการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่ทะเล ให้ผู้ประกอบการขุดบ่อในลักษณะบ่อส้วมซึมที่มีฝาปิดและใส่ปูนขาว และจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย และแก้ไขการแต่งกายของคนงาน ให้สวมใส่ชุดเอี๊ยมกันน้ำ PVC ตลอดการทำงาน เพื่อสะดวกต่อการล้างตัวและลดกลิ่นจากการตัดแต่งชิ้นส่วนของแมงกะพรุน

จากแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้ประกอบการรับปากในที่ประชุมจะดำเนินการแก้ไขตามมติที่ประชุมให้แล้วเสร็จ ภายใน 2 วัน และทางอำเภอคลองใหญ่ สาธารณสุขอำเภอคลองใหญ่ ประมงอำเภอคลองใหญ่ และองค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ จะลงพื้นที่เข้าตรวจสอบอีกครั้งหลังจากการทําเสร็จที่กล่าวไว้ในที่ประชุมก็ได้รับทราบกัน ในส่วนของผู้ร้องเรียนจะกลับมาเปิดประกอบกิจการให้นักท่องเที่ยวเข้าพักได้โฮมสเตย์ได้อีกครั้ง ซึ่งถ้าหากนักท่องเที่ยวมีการร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นอีกทางผู้ร้องเรียนจะแจ้งมายังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคลองใหญ่ เพื่อประสานให้ผู้ประกอบการบ่อกะพรุนยุติการดำเนินกิจการในทันทีในเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อน


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

ตร.บุกช่วยเหลือ หนุ่มถูกอุ้มรีด เพื่อนร่วมแก๊ง คาเซฟเฮ้าส์ !!

นครพนม – ตร. บุกช่วยเหลือ หนุ่มถูกอุ้มรีด เพื่อนร่วมแก๊ง คาเซฟเฮ้าส์ !!

วันที่ 29 มิ.ย 2566 เวลา 10.30 น. ศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งมีเหตุผู้ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ในเซฟเฮ้าส์โรงแรมหนึ่ง ย่านชานเมืองของจังหวัดนครพนม จึงได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาก่อนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย ร.ต.อ.สุระชัย นครคำสิงห์ หัวหน้าชุดสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อเข้าช่วยเหลือในทันที บริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าวพบว่าเป็นโรงแรมขนาด 3 ชั้น ขณะที่กำลังของเจ้าหน้าที่เตรียมวางแผนเข้าช่วยเหลืออยู่นั่น พบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ 2 คน กำลังประกบตัวผู้เสียหายออกมาด้วยท่าทางมีพิรุธเดินสวนทางออกมาพอดี ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่ผู้เสียหายเองก็กำลังสลัดตัวเองเพื่อหลีบหนีออกมาพอดี โดยภรรยาของผู้เสียหายที่ติดตามมาด้วยได้ชี้ตัวเพื่อช่วยเหลือสามี พร้อมให้เจ้าหน้าที่ฯ เข้าสกัดเพื่อจับกุม แต่กลุ่มชายดังกล่าวก่อนได้พากันวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ฯ สามารถไล่กวดจับมาเพื่อสอบสวนเพื่อขยายผลได้ 1 คน ทราบชื่อต่อมาว่า นายเฉลิมชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เป็นชาว อ.หันคา จ.ชัยนาท มีอาชีพรับ-ส่งเงินกู้รายวันให้กับแก็งค์ปล่อยเงินกู้ปล่อยเงินกู้ต่อตามจังหวัดต่างๆ โดยตนจะทำหน้า ที่กำกับดูแลผลประโยชน์ให้นายทุน

แต่ปรากฎว่า นายสุบรรณ (สงวนนามสกุล) ชาว จ.นครราชสีมา ซึ่งหนึ่งในขบวนการปล่อยเงินกู้และเก็บหนี้รายวันในพื้นที่จังหวัดนครพนม จากแรกๆ ก็ทำหน้าที่รับ-ส่งเงินกู้ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 20 เป็นไปตามปกติ แต่ต่อมาหลังจากได้นำเงินไปปล่อยกู้ยังที่ต่างๆ จำนวนเงินนับแสนบาท กลับไม่ยอมนำเงินที่เก็บได้นำส่งคืน อีกทั้งพยายามบ่ายเบี่ยงตลอดมา จึงเป็นเหตุให้นายทุนจัดทีมทวงหนี้ลงพื้นที่รวบตัว นายสุบรรณ เพื่อนำมากักขังยังเซฟเฮ้าส์ของโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งจากการขยายผลภายหลังทราบว่า เพื่อนร่วมขบวนดังกล่าวลงพื้นที่มาด้วยกันถึง 8 คน แต่ได้ทยอยกันหลบหนีออกไปขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบยังห้องที่ผู้เสียหายถูกกักขัง ทำให้สามารถหนีเล็ดลอดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

ต่อมา นายสุบรรณ (สงวนนามสกุล)ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.พิชานน ปลื้มสุด ร้อยเวร สอบสอน สภ.เมืองนครพนม เพื่อแจ้งข้อหาต่อ นายเฉลิมชัย (สงวนนามสกุล) ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ขู่กรรโชกทรัพย์ ทั้งนี้โดยให้ตนโทรหาภรรยาให้หาเงินจำนวน 120,000 บาทมาคืนให้ได้ หากมิเช่นนั้นจะถูกอุ้มตัวเข้าไปยังพื้นที่เขตรังสิต จ.ปทุมธานี ต่อไป ภรรยาของนายสุบรรณ จึงนำเรื่องดังกล่าวนี้ปรึกษากับญาติก่อนมีความเห็นว่าควรแจ้งขอความช่วยเหลือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดีที่สุด จึงเป็นที่มาของการจับกุมดังกล่าว


เทพข่าวร้อน/เพลิงพระกาฬ
สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

ตะวันแดงรับปากแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงดัง


มุกดาหาร – ตะวันแดงมุกดาหาร รับปากจะแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงดัง หลังจากมีชาวบ้านร้องเรียนเสียงดังมานานกว่า 10 ปี เคยร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรมไปหลายครั้งเรื่องเงียบหายไป ล่าสุดตัวแทนตะวันแดงได้พูดคุยกับผู้เดือดร้อนแล้ว

วันที่ 29 มิ.ย. 66 จากกรณีนายสมจิต ธิคุณา ตำแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเสียงดังของสถานบันเทิงตะวันแดง ซึ่งชาวบ้านที่มีบ้านพักใกล้สถานที่ดังกล่าวทนมากว่า 10 ปี และเคยร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรมไปหลายครั้งเรื่องเงียบหายไป ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
นาย วีรวัฒน์ ทองบ่อ ผู้จัดการตะวันแดงมุกดาหาร ได้รับปากกับทางตัวแทนชาวบ้านว่า จะทำการซับเสียงเพิ่มให้ แต่อาจจะต้องใช้เวลา 10-15 วัน ถ้าทำแล้วยังไม่ดีก็ยังจำทำต่อ เพื่อแก้ไขปัญหา เพราะเป็นเรื่องของเสียงมันมองไม่เห็น จะเริ่มดำเนินการเลยต้องขนของย้ายไปที่อื่นต้องใช้เวลา สำหรับหาพื้นที่ย้ายสิ่งของ

ด้าน นายสมจิต ธิคุณา ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเสียงดัง บอกว่า ตามที่ตัวแทนตะวันแดงได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าจะปรับปรุงโดยการฉีดโฟมเพื่อเก็บเสียงที่เล็ดลอดออกมาข้างนอก ตนเองพร้อมกับชาวบ้านพอใจในระดับหนึ่ง แต่ให้ทางตะวันแดงดำเนินการไปก่อน ถ้ายังมีปัญหาอีกต้องมาพูดคุยกันใหม่ เพื่อยุติปัญหาเสียงดังที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-544904

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม นำสื่อมวลชนสำรวจเส้นทางส่งเสริมไหว้พระธาตุวันเกิดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม นำสื่อมวลชนสำรวจเส้นทางส่งเสริมไหว้พระธาตุวันเกิดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน

ที่ห้องประชุม ชั้น 2 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัด ตำบลในเมือง อำเภอเมือง ที่จังหวัดนครพนม นายคงกริช พงษ์พันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวพระธาตุสำคัญจังหวัดนครพนม โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนมจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรมแม่โขงเฮอริเทจ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม และแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยนำสื่อมวลชนจากส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น ร่วมกิจกรรมส่งเสริมเส้นทางไหว้พระธาตุวันเกิดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนครพนม

จังหวัดนครพนม โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม ดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดนครพนม ประจำปีงบประมาณ 2566 โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวพระธาตุสำคัญจังหวัดนครพนม กิจกรรมส่งเสริมเส้นทางไหว้พระธาตุวันเกิดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวไหว้พระธาตุประจำวันเกิด จังหวัดนครพนม ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่สำคัญอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยอาสาท่องเที่ยวท้องถิ่น/ปราชญ์ท้องถิ่น ได้นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น ร่วมห่มผ้าพระธาตุ สักการะองค์พระธาตุ รับฟังการบรรยายประวัติ พระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันเสาร์ อำเภอเมืองนครพนม พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันเกิดวันศุกร์ อำเภอท่าอุเทน และเดินทางสู่ชุมชนท่องเที่ยวชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม (บ้านนาจอก) อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ อำเภอเมืองนครพนม ชุมชนต้อนรับคณะด้วยบายศรีสู่ขวัญ รำเวียดนาม และครัวท้องถิ่น โดยการทำขนมใบป่านเวียดนาม

โดยกิจกรรมส่งเสริมเส้นทางไหว้พระธาตุวันเกิดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน ทั้ง 3 วัน 2 คืนนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยอาสาท่องเที่ยวท้องถิ่น/ปราชญ์ท้องถิ่น ได้นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางและสื่อท้องถิ่น ร่วมห่มผ้าพระธาตุ สักการะองค์พระธาตุ รับฟังการบรรยายประวัติ

  • พระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันเสาร์ อำเภอเมืองนครพนม
  • พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันเกิดวันศุกร์ อำเภอท่าอุเทน
  • พระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิดวันอาทิตย์ อำเภอธาตุพนม
  • พระธาตุศรีคุณ พระธาตุประจำวันเกิดวันอังคาร อำเภอนาแก
  • พระธาตุเรณูนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันจันทร์ อำเภอเรณูนคร
  • พระธาตุมรุกขนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันพุธกลางคืน อำเภอธาตุพนม
  • พระธาตุประสิทธิ์ พระธาตุประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี อำเภอนาหว้า
  • พระธาตุมหาชัย พระธาตุประจำวันเกิดวันพุธ (กลางวัน) เพื่อความเป็นสิริมงคล

และเดินทางสู่ชุมชนท่องเที่ยวชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม (บ้านนาจอก) อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ อำเภอเมืองนครพนม ชุมชนต้อนรับคณะด้วยบายศรีสู่ขวัญ รำเวียดนาม และครัวท้องถิ่น โดยการทำขนมใบป่านเวียดนาม ชุมชนท่องเที่ยวผู้ไท บ้านนาบัว ตำบลโคกหินแฮ่ อำเภอเรณูนคร ชมการแสดง “ฟ้อนภูไทย” ชมการแสดงวงโปงลางโรงเรียนโคกหินแฮ่ เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์เสียงปืนแตก ชุมชนท่องเที่ยวไทกวน ตำบลนาถ่อน อำเภอธาตุพนม เยี่ยมชมกิจกรรมการท่องเที่ยวไทกวน ไหว้เจ้าปู่ตาแสง นวดเกลือสปา ชมสาธิตการตีเหล็ก ชมการแสดงฟ้อนตีเหล็ก ชมการแสดงฟ้อนออนซอนนครพนม ตักบาตรริมโขง และชมวิถีการทอผ้า ณ ศูนย์หัตถกรรมวัดธาตุประสิทธิ์ ตำนาหว้า อำเภอนาหว้า


เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ รายงาน

ไทบ้านคำนาดี เลี้ยงตั๊กแตนโม ขายไข่ตั๊กแตน ก.ก ละ หมื่นบาท ขีดเดียวพันบาท

ร้อยเอ็ด – ไทบ้านคำนาดีเลี้ยงตั๊กแตนโม ขายไข่ตั๊กแตน ก.ก ละ หมื่นบาท ขีดเดียวพันบาท (ตั๊กแตนโม=ภาษาอิสาน)

วันนี้ 29 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น รายงานว่า พบชาวบ้านคำนาดีเลี้ยงตั๊กแตนโม(สายพันธุ์ปาทังกาจากจีน) ขาย “ไข่” กิโลกรัมละหนึ่งหมื่นบาทหรือขีดละ พันบาท ชื่อนางนันทภัส อุทธาไทย อายุ 36 บ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 1 ไทบ้านคำนาดี ตำบลคำนาดี อ.โพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ชาวบ้านระแวกนั้นเรียกเจ้รวนพร้อมให้ข้อมูลการเลี้ยงตั๊กแตนด้วยดังนี้…

  1. เมื่อตั๊กแตนจับคู่ผสมพันธุ์ หลังจากนั้น 3-5 วัน ตั๊กแตนจะวางไข่ให้นำกระบะใส่ทรายสูงประมาณ 10 ซ.ม.พรมน้ำหมาดๆ ทุกๆ วัน ใส่ไว้ในกรงเลี้ยง
  2. หลังจากผสมพันธุ์ ตั๊กแตนตัวเมียจะวางไข่ลงไปในทรายที่มีความชื้นหมาดๆ โดยจิ้มกันลงไปในทราย
  3. เมื่อวางไข่ในดินทรายเสร็จ ตั๊กแตนจะเอาขากลบดินทราย เป็นการรักษาไข่ของมัน
  4. ผู้เลี้ยงเก็บไข่ได้ในอีก 3 วันถัดไป หลังจากตั๊กแตนวางไข่ ซึ่งตัวเมีย 1 ตัว สามารถไข่ได้ 1-3 ฝัก
  5. ไข่ตั๊กแตน 1 ขีด เมื่อเลี้ยงจนโตเต็มวัย จะได้ ตัวตั๊กแตนที่ 3-4 กิโลกรัม ระยะเวลาในการเลี้ยงจนโตเต็มวัยอยู่ที่ 30 – 40 วัน

ปัจจุบันนิยมเลี้ยงในมุ้งเลี้ยงตั๊กแตน โดยมุ้งขนาด กว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 1.8 เมตร ใส่ไข่ตั๊กแตน 3 ขีด เมื่อเลี้ยงจนโตเต็มวัยจะได้ตัวตั๊กแตนน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ปัจจุบันราคาตัวตั๊กแตนอยู่ที่ ก.ก. ละ 400 บาท อาหาร ตั๊กแตน/กินหญ้า /ใบกล้วย /ใบอ้อย /ใบไผ่ เป็นอาหาร รายได้จากเลี้ยงตั๊กแตนมีทั้งจากขายตัวตั๊กแตนและขายไข่ตั๊กแตน(กิโลกรัมละ 10,000 บาท )….

รายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0936852639


สุเทพ ลอยแก้ว/รายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์

วันนี้ 30 มิ.ย.66 เวลา 17.17 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระ บรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ ม.ป.ช..ม.ว.ม, ป.ภ,ท.จ.ว.ว.ป.ร. ๒, ก.ป.ร.๓ ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

การนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับน้ำจากเจ้าพนักงานกองราชการฝ่ายใน และงานฝ่ายในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานน้ำส่วนพระองค์ที่มือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ทรงรับน้ำหลวงอาบศพจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี พระราชทานที่ทรวงอก ชาวพนักงานประโคม แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ เจ้าพนักงานสุกำศพเรียบร้อยแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงถวายพวงมาลาส่วนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระมาลาส่วนพระองค์

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ ระหว่างนั้นเจ้าพนักงานลาดผ้าภูษาโยง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร เสร็จแล้วประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 10 รูปบังสุกุล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ลงจากอาสน์สงฆ์ เจ้าพนักงานพระราชพิธีนิมนต์พระพิธีธรรม 4 รูป ขึ้นนั่งบนเตียงสวดพระอภิธรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงสวดพระอภิธรรม ประทับพระราชอาสน์ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 1 จบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงกราบพระพุทธรูปที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากศาลาบัณณรศภาค เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ หรือ สกุลเดิม “อิศรเสนา ณ อยุธยา” เกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2465 เป็นอดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนจิตรลดา และเป็นพระอาจารย์ผู้ถวายการสอนแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นธิดาคนเล็กของพระยาภะรตราชา (หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา) อดีตผู้บัญชาการ (อธิการบดี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับท่านผู้หญิงขจร ภะรตราชา มีพี่ชายพี่สาวร่วมบิดามารดา 3 คน ได้แก่ กัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา, อายุส อิศรเสนา ณ อยุธยา และสุคนธา โบเยอร์ เริ่มเข้าทำงานเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนจิตรลดา เมื่อปี 2489 ถวายการสอนแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมกับพระสหาย 7 คน ซึ่งท่านผู้หญิงทัศนีย์ เป็นพระอาจารย์คนแรกที่เข้าถวายการสอน ต่อมาท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ เป็นที่ปรึกษาของโรงเรียนจิตรลดา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เริ่มทรงพระอักษรในชั้นอนุบาล 1 ณ วันที่ 10 มกราคม 2499 ทรงเป็นนักเรียนจิตรลดารุ่นที่ 2 เลขประจำพระองค์ 9 ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน พระราชทานสัมภาษณ์ถึงครูทัศนีย์ พระอาจารย์ในพระองค์ขณะทรงศึกษาระดับชั้นอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา เมื่อครั้งครบรอบ 50 ปี โรงเรียนจิตรลดาว่า “…ที่อ่านออกได้เพราะครูทัศนีย์…” นอกจากนั้น ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก, มหาวชิรมงกุฎ, ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ และทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ ถึงแก่อนิจกรรมสิริอายุ 100 ปีเศษ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครสมณทูต-เอกอัครราชทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ

วันนี้ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 18.17 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครสมณทูต และเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้า และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสมณสาส์นตราตั้งพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง ตามลำดับดังนี้

– นายอุบัยด์ ซะอีด อุบัยด์ บินฏอริช อัลฎอฮิรี (Mr. Obaid Saeed Obaid Bintaresh Aldhaheri) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย นายอุบัยด์ ซะอีด อุบัยด์ บินฏอริช อัลฎอฮิรี เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มาก่อน

– นายฟีโวส กีออร์กีโอส อังเกเลโตส (Mr. Foivos Georgios Angeletos) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐเฮลเลนิกประจำประเทศไทย ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐเฮลเลนิกประจำประเทศไทย นายฟีโวส กีออร์กีโอส อังเกเลโตส เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเฮลเลนิก และอธิบดีกรมกิจการด้านการศึกษา วัฒนธรรม และกีฬา กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเฮลเลนิก มาก่อน

– นายอีร์ฟัน ชากีร์ โอกลู ดาวูดอฟ (Mr. Irfan Shakir Oglu Davudov) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย
ในการมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ประจำประเทศไทย นายอีร์ฟัน ชากีร์ โอกลู ดาวูดอฟ ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัคร ราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำมาเลเซีย ด้วย

– อาร์ชบิชอป ปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ (Archbishop Peter Bryan Wells) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่
กรุงเทพมหานคร เฝ้า ถวายสมณสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครสมณทูตแห่งนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทยก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครสมณทูตแห่งนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย อาร์ชบิชอป ปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครสมณทูตแห่งนครรัฐวาติกันประจำสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มาก่อน

– นายเปโดร ปาโบล ซาน ฮอร์เฮ โรดริเกซ (Mr. Pedro Pablo San Jorge Rodríguez)
ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐคิวบาประจำประเทศไทย ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐคิวบา ประจำประเทศไทย นายเปโดร ปาโบล ซาน ฮอร์เฮ โรดริเกซ เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการกององค์การเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการค้าต่างประเทศ การลงทุนต่างประเทศ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจสาธารณรัฐคิวบา มาก่อน

– นายดาร์คีย์ อีเฟรอิม แอฟริกา (Mr. Darkey Ephraim Africa) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่
กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ประจำประเทศไทย นายดาร์คีย์ อีเฟรอิม แอฟริกา เคยดำรงตำแหน่งเป็นกงสุลใหญ่สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำนครเลกอส สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย มาก่อน


อาจารย์ “K1FX Trader Club” จนมุมตำรวจสืบสวนนครบาล หลังตุ๋นลูกศิษย์ หลอกลงทุนเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) เสียหายกว่า 24 ล้าน

อาจารย์ “K1FX Trader Club” จนมุมตำรวจสืบสวนนครบาล หลังตุ๋นลูกศิษย์ หลอกลงทุนเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) เสียหายกว่า 24 ล้าน

วันที่ 29 มิถุนายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. /หัวหน้าชุด PCT 5 แถลงผลงานนำทีมโดย พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์, พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สส.บช.น., พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5 และ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ร่วมกันจับกุม

นางสาวธรรยชนก แสงพระการ อายุ 37 ปี ที่อยู่ 95 หมู่ 12 ตำบลท่าสาย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.300/2565 ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2565, นายกนก นุตกาศ หรือ นายเก้าทัพ พุทธากาศ อายุ 36 ปี ที่อยู่ 186/1 หมู่ 6 ตำบลท่าข้างเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.209/2565 ลงวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2566 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 95 หมู่ 12 ตำบลท่าสาย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

คดีนี้สืบเนื่องจาก ช่วงเดือนสิงหาคม 2562 กลุ่ม K1FX Trader Club ได้มีการประชา สัมพันธ์ในช่องทางออนไลน์ ได้มีการจัดตั้งบริษัทกองทุนชื่อ Ascension Wealth มีระบบการลงทุนที่ปลอดภัย รับผลกำไรที่ยั่งยืน ด้วย Copy Trade Investment โดยมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำเดือนละ 5 % ของเงินต้น และมีการประกันเงินทุน 100% พร้อมด้วยกรม ธรรม์คุ้มครองการลงทุน ทำให้กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อมั่นว่า บริษัทกองทุนดังกล่าวมีการแบ่งปันผลกำไรได้จริง จึงได้ลงทุนรวมเป็นเงินกว่า 24 ล้านบาท ต่อมาโบรกเกอร์ FTG ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่นายกนก ใช้ได้ปิดตัวลง ผู้เสียหายได้สอบถามขอดูข้อมูลแต่นายกนกม่ให้ข้อมูลใดๆ แก่ผู้เสียหาย หลังจากนั้นก็ติดต่อยากขึ้น และไม่ได้รับผลตอบแทน ต่อมาผู้เสียหายพยายามติดต่อกับนายกนกเพื่อขอทุนคืน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเชื่อว่าถูกฉ้อโกงเงิน จึงได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดี

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ จึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ สืบนครบาล ร่วมกับชุด PCT5 ทำการสืบสวนเพื่อติดตาม จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาได้

สอบสวน นางสาวธรรยชนก หรือโดนัท แสงพระการ ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่านายกนก หรือเคน นุตกาศ หรือ นายเก้าทัพ พุทธากาศ สามีเป็นคนเอาบัญชีธนาคารตนไปรองรับเงินที่ผู้เสียหายลงทุนเทรดเก็งกำไรค่าเงิน (Forex)

ส่วนนายกนก ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้ข้อมูลว่าเดิมทีตนเองรับราชการ มีความรู้และสนใจเรื่องการลงทุนเทรดเก็งกำไรค่าเงิน (Forex) จึงได้ตัดสินใจลาออกจากราชการเพื่อมาทำธุรกิจเรื่องการลงทุนเทรดเก็งกำไรค่าเงิน (Forex) อย่างเต็มตัว พร้อมกับให้การว่า ความจริงแล้วตนไม่ได้มีเจตนาที่จะฉ้อโกงผู้เสียหาย แต่เนื่องจากประสบปัญหานำเงินที่ได้จากผู้เสียหายไปลงทุนนั้นขาดทุนซึ่งตนพยายามที่จะชดใช้คืนผู้เสียหายแต่ละรายอยู่ และไม่ได้หลบหนีไปไหน พร้อมที่จะเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

จากการตรวจสอบประวัติคดีของนางสาวธรรยชนก แสงพระการ ในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า ณ ปัจจุบัน ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 502/2564 ลงวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ท้องที่ สภ.คูคต อีก 1 หมายจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานแจ้งให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินการอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ตลอดจนการลงทุนต่างๆ มีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนทำการลงทุน ตลอดจนขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย ควรมีสติวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม กลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง
รายงาน

คลองใหญ่จัดกิจกรรมโครงการ “หนึ่งตําบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน” (Sutainabla Villaga) เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา

ตราด – คลองใหญ่ จัดกิจกรรมโครงการหนึ่งตําบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sutainabla Villaga) จัดเก็บขยะบริเวณป่าชายเลนหมู่ 8 บ้านคลองจาก ตามนโยบาย 1 ตําบล 1 หมู่บ้านยั่งยืน ร่วมกับสํานักงานสาธารณสุขอําเภอคลองใหญ่จัดกิจกรรมรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกจัดฉีดหมอกควันหยดทรายอะเบทกําจัดยุงลาย

เมื่อช่วงบ่าย เวลา 14.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน 2566 นายวิจิตร พาพลงาม นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานเปิดโครงการหนึ่งตําบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sutainabla Villaga) จัดกิจกรรมจัดเก็บขยะบริเวณป่าชายเลนหมู่ 8 บ้านคลองจาก ตามนโยบาย 1 ตําบล 1 หมู่บ้านยั่งยืน ร่วมกับ สํานักงานสาธารณสุขอําเภอคลองใหญ่ จัดกิจกรรมรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกจัดฉีดพ่นหมอกควันตามชุมชนหมู่ 8 บ้านคลองจาก โดยมีนายนพพร หาญเหี้ยม สาธารณสุขอําเภอคลองใหญ่, นายอาภากร เจริญผล นายก อบต.คลองใหญ่, นายยงยุทธ มีสุภา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านคลองจาก, พร้อมด้วยหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนทัองถิ่นทั้ง 4 แห่ง, โรงพยาบาลคลองใหญ่, สํานักงานสาธารณสุข, ตํารวจ, ข้าราชการทหาร, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน, อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน, จิตอาสาพระราชทาน, โรงเรียน, วัด และภาคประชาชนในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ จํานวน 100 คน เข้าร่วมกิจกรรมจัดเก็บขยะบริเวณป่าชายเลนหมู่ 8 บ้านคลองจาก

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีรัตนราชกัญญา และเพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนให้สะอาดเป็นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ เสริมสร้างจิตสํานึกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่บ้านคลองจากให้ดูสะอาดสวยงาม ร่วมทั้งปรับปรุงจัดฟาดขยะทําความสะอาดแลดูรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

พร้อมกันนี้ นายนพพร หาญเหี้ยม สาธารณสุขอําเภอคลองใหญ่ได้กล่าวว่าทําควบคู่กันไปด้วยการจัดกิจกรรมรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกจัดฉีดพ่นหมอกควันหยอดทรายอะเบทกําจัดยุงลายในพื้นที่หมู่ 8 บ้านคลองจากไปด้วย จากการลงพื้นที่ฉีดพ่นหมอกควันในครั้งนี้ มีแนวโน้มการระบาดในช่วงฤดูฝนตกของทุกปี และพบว่าประชากรกลุ่มเสี่ยงที่ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มเด็กวัยเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 5-14 ปี แต่ปัจจุบันยังพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในกลุ่มผู้ใหญ่ วัยทํางาน และมีการเกิดโรคตลอดทั้งปี จากสถานการณ์การเกิดโรคของอําเภอคลองใหญ่ ซึ่งเป็นอําเภอที่พบการระบาดของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเป็นประจําต่อเนื่องทุกปี มีจํานวนป่วยสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2566 จํานวนทั้งสิ้น 97 ราย คิดเป็น 417.85 ต่อแสนประชากร พบมากในเขตพื้นที่อําเภอคลองใหญ่และตําบลหาดเล็ก การกําจัดพาหะนําโรคซึ่งได้แก่ ยุงลาย และกําจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกนํ้ายุงลายที่เป็นแหล่งรังโรค พร้อมกับรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสําคัญของปัญหาไข้เลือดออกในครัวเรือน หมู่บ้าน วัด โรงเรียน อย่างต่อเนื่องของอําเภอคลองใหญ่ต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

ส่องเลขหางประทัดพิธีบวงสรวง”พระเจ้าทันใจ วัดคันทด” ครบรอบ 8 ปี

สุพรรณบุรี – ส่องเลขหางประทัดพิธีบวงสรวง พระเจ้าทันใจ วัดคันทด (คำชะโนด2) ฉลองครบรอบ 8 ปี แจกถุงยังชีพ ข้าวสาร หารแห้ง น้ำมันพืช และน้ำพริกป้าติ๋ว ให้ผู้มีรายได้น้อย เพื่อเป็นการช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้กับประชา ชน อัญเชิญพระธาตุพนมจำลอง ทองคำ มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท ร่วมพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล ในงานมีอาหารคาว หวาน น้ำดื่มเลี้ยงฟรีตลอดงาน

29 มิ.ย.2566 นางไพรัตน์ อ่อนดำ หรือป้าติ๋ว ชาว จ.สุพรรณบุรี เจ้าของธุรกิจ “น้ำพริกป้าติ๋ว” รามอินทรา กม.7 จัดพิธีบวงสรวงพระเจ้าทันใจ มหาจักรพรรดิ ฉลองพระเจ้าทันใจ มหาจักรพรรดิ ครบรอบ 8 ปี พิธีบวงสรวงองค์ปู่ศรีสุทโธนาคราช องค์แม่ย่าศรีปทุมมานาคิณี องค์ท้าวเวสสุวรรณ องค์พระพิฆเนศ ขอโชค ลาภ ซึ่งมีกลุ่มผู้ศรัทธาใจบุญ เพื่อนป้าติ๋ว ได้อัญเชิญพระธาตุพนมจำลอง ทองคำ น้ำหนักรวมฐาน 7 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท มาร่วมพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีนางรำมารำถวายแก้บนและรำบวงสรวง ส่วนที่พลาดไม่ได้ ที่นักเสี่ยงโชคต่างรอคอยคือเลขหางประทัด ปรากฏว่าได้เลข 4374 952 58 นักเสี่ยงโชคต่างพากันใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเลขหางประทัดเก็บไว้นำไปเสี่ยงโชคกันในงวดนี้

หลังเสร็จพิธีนางไพรัตน์ อ่อนดำ หรือป้าติ๋ว พร้อมกลุ่มเพื่อนป้าติ๋ว ได้ร่วมกันแจกถุงยังชีพ ข้าวสาร หารแห้ง น้ำมันพืช และน้ำพริกป้าติ๋ว ให้กับพี่น้องประชาชน ผู้มีรายได้น้อย ชาว ต.ท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จำนวน 200 ชุด เพื่อเป็นการช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้กับประชาชน เนื่องจาก นางไพรัตน์ อ่อนดำ หรือป้าติ๋ว เป็นชาวบ้านคันทด ตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี แต่ได้ไปทำธุรกิจ น้ำพริกป้าติ๋ว ที่ กทม. จนกระทั่งธุรกิจน้ำพริกป้าติ๋วประสบความสำเร็จมีโชคลาภร่ำรวย จึงได้กลับมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและเพื่อนๆที่เคยเรียนมาด้วยกันที่บ้านเกิด ซึ่งในงานมีอาหารคาว หวาน ก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้น ข้าวแกง ส้มตำ ตำแตง เหยาะน้ำปลาร้าป้าติ๋ว รสเด็ดและแซบอย่าบอกใคร และน้ำดื่ม มาเลี้ยงให้ผู้ที่มาร่วมพิธีได้รับประทานฟรีตลอดงาน

นางไพรัตน์ อ่อนดำ หรือป้าติ๋ว เจ้าของธุรกิจ “น้ำพริกป้าติ๋ว” รามอินทรา กม.7 ชื่อดังระดับประเทศ รสชาติอร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัย เปิดเผยว่าหลังจากที่ตนได้สร้างพระเจ้าทันใจ องค์ปู่ศรีสุทโธนาคราช องค์แม่ย่าศรีปทุมมานาคิณี ที่วัดคันทด บ้านเกิดจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ได้อธิฐานขอพร ขอบารมีของพระเจ้าทันใจ องค์ปู่ศรีสุทโธนาคราช องค์แม่ย่าศรีปทุมมานาคิณี ขอให้ธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง จากนั้นธุรกิจการค้าเจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จขายดีมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายน้ำพริกป้าติ๋วพุ่งทะลุเป้า ซึ่งตนเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง จนทำให้การค้าขายน้ำพริกป้าติ๋วประสบความสำเร็จและที่ผ่านมายังมีชาวบ้านและนักเสี่ยงโชค มาขอพรขอโชคมีลาภถูกลอตเตอรี่ ติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกคนอย่าหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องลงมือทำก่อน ต้องฝ่าฟันอุปสรรคทุกอ2ย่างให้ผ่านไปให้ได้ แล้วทุกจะประสบความสำเร็จ

ล่าสุดป้าติ๋ว ได้ผลิตสินค้าใหม่มาอีก เป็นน้ำปลาร้าปรุงสำเร็จออกวางขายแล้ว รสชาติอร่อย กลมกล่อม โดยช่วงกลางคืนป้าติ๋วได้หาลิเกชื่อดัง พงษ์ศักดิ์ สวนศรี มาให้พี่น้องประชาชนมาชมกันอย่างสนุกสนานตลอดทั้งคืน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี 089-5481188