ร้อง !! เพื่อนบ้านปล่อยหมาพิตบูลและโกลเด้น รุมกัดหมาจนตาย และเจ้าของนั่งดูเฉยๆ ไม่ยอมช่วย

สงขลา – ร้องเพื่อนบ้านปล่อยหมาพิตบูลและโกลเต้นรุมกัดหมาจนตาย และเจ้าของนั่งดูเฉยๆไม่ยอมช่วย ล่าสุดทางมูลนิธิวอชด๊อกไทยแลนด์และมูลนิธิบ้านหมายิ้มเข้าแจ้งความดำเนินคดีเจ้าของเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ ด้านเจ้าของเผยไม่ได้ยุให้หมาไปกัด และก็เข้าไปช่วยไม่ได้เพราะหมาดุกลัวถูกกัด

หลังจากที่ทางมูลนิธิวอชด๊อกไทยแลนด์ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของสุนัขตัวหนึ่งที่ อ. สะเดา จ.สงขลา ว่าเพื่อนบ้านได้ปล่อยสุนัขสองตัวให้รุมกัดจนตาย ได้โพสแสดงข้อความว่า ใจร้ายโหดเหี้ยมมาก ทั้งที่เป็นคนเลี้ยงหมาเหมือนกันแท้ๆ เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28/06/23 เวลาประมาณ 17:30 น. คุณป้าได้ปล่อยน้องไปฉี่ไปอึตามปกติ น้องจะชอบไปวิ่งเล่นในสนามกีฬาของหมู่บ้านณ เวลานั้นไม่มีใครมาใช้สนาม แต่บ้านคนใจร้ายอยู่ตรงกันข้ามสนามกีฬาเขาเห็นป้าปล่อยน้องมา เลยปล่อยหมาของตัวเองมา 2 ตัว เป็นพันธุ์โกลเด้นกับพิทบูล (ดำ) แล้วยุให้หมาของเค้ากัดน้อง แล้วยังมานั่งดูอย่างไม่มีจิตสำนึกเลย ตามคลิป

ล่าสุดในวันนี้ (30มิ.ย.66) ทางมูลนิธิวอชด๊อกไทยแลนด์และมูลนิธิบ้านหมายิ้ม นำโดยน.ส. ศิรพันธ์ งามพร้อมวงษ์ ประธานมูลนิธิบ้านหมายิ้ม ได้เข้าแจ้งความกับพนังงานสอบสวนสภ. สะเดา จ.สงขลาเพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขทั้งสองตัวที่ปล่อยให้กัดสุนัขของเพื่อนบ้านจนตายเพราะเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ เพราะภาพในคลิปเจ้าของสุนัขทั้งสองตัวนั่งดูเฉยๆไม่ยอมช่วย

จากนั้นทางพนักงานสอบสวนพร้อมตำรวจชุดสืบสวนสภ.สะเดาและมูลนิธิวอชด๊อกไทยแลนด์และมูลนิธิบ้านหมายิ้ม ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที โดยไปพบกับคุณลุงที่เป็นเจ้าของสุนัขพันธุ์พิตบูลและพันธ์โกลเด้น ซึ่งคุณลุงก็ยอมออกมาพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธ์ใจพร้อมกับนำไปชี้จุดที่สุนัขของลุงรุมกัดสุนัขเพื่อนบ้าน แต่คุณลุงอ้างว่าไม่ได้เป็นคนยุให้สุนัขของตนไปรุมกัดของสุนัขของเพื่อนบ้าน เพราะปกติแล้วทุกๆ วันสุนัขทั้งสามตัวก็จะออกมาวิ่งเล่นด้วยกันเป็นประจำ แต่วันนั้นไม่รู้เพราะอะไรถึงได้กัดกัน และไม่รู้จะเข้าไปช่วยยังไงเพราะกลัวว่าจะถูกสุนัขกัดเหมือนกันทำได้เพียงส่งเสียงเรียกสุนัขของตนให้หยุด

ด้านคุณป้าซึ่งเป็นเจ้าของเจ้าโอเลี้ยงสุนัขเพศผู้อายุ 2 ปี ที่ถูกกัดตายบอกว่า ตอนเช้าตอนเย็นก็จะปล่อยสุนัขออกไปวิ่งเล่นที่สนามและไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่วันเกิดเหตุได้ถูกสุนัขของเพื่อนบ้านรุมกัดจนตาย

ด้านหลานสาวของป้าซึ่งเป็นคนถ่ายคลิปเล่าว่า ตอนนั้นกลับมาเห็นสุนัขของป้าถูกสุนัขสองตัวรุมกัดอยู่นานโดยมีเจ้าของนั่งมองเฉยๆไม่ยอมเข้าไปแยกจึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้และพยายามขว้างก้อนหินเพื่อช่วยเจ้าของโอเลี้ยง แต่กว่าจะหยุดก็ถูกรุมกัดอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง สุดท้ายก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวตายลงอย่างน่าสงสาร และได้ฝังร่างไว้ข้างบ้าน

อย่างไรก็ตามในส่วนของทางคดีหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนสภ.สะเดา จะเชิญตัวคุณลุงที่เป็นเจ้าของสุนัขทั้งสองตัวไปสอบสวนอีกครั้งเพื่อดำเนินการทางคดีเนื่องจากได้ถูกแจ้งความดำเนินคดีเพราะเข้าช่ายทารุณกรรมสัตว์และผิดถูกก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

ด้าน น.ส.ศิรพันธ์ งามพร้อมวงษ์ ประธานมูลนิธิบ้านหมายิ้ม เปิดเผยว่าเหตุการณ์นี้เข้าข่ายความผิดทารุณกรรมสัตว์ เพราะมีเจตนาปล่อยหมาออกมากัดหมาเพื่อนบ้าน โดยตัวเองนั่งดูไม่เข้าไปห้าม โดยการเลี้่ยงสุนัขพิตบูลนั้นอันตรายหากเจ้าของไม่สามารถควบคุมได้ก็จะเป็นอันตรายไม่ว่าจะสัตว์ด้วยกันหรือแม่แต่คนโดยเฉพาะเด็ก จึงต้องแจ้งความดำเนินคดีและรับผิดชอบค่าเสียหาย

#WDTขอแสดงความเสียใจ น้องหมาที่ถูกเพื่อนบ้านปล่อยหมามารุมกัดเสียชีวิตแล้ว

#ดำเนินคดีทารุณกรรมสัตว์เจ้าของปล่อยหมาพิทบูลมากัดหมาเพื่อนบ้านแล้วนั่งดูเฉย


ภาพ/ข่าว มณีรัตน์ แก้ววิเชียร 065-6491752

ชาวไร่อ้อย 3 อำเภอ บุกศาลากลาง ทวงถามความช่วยเหลือราคาอ้อยสด

จังหวัดลพบุรี – สมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดลพบุรีพร้อมด้วยตัวแทนชาวไร่อ้อยจังหวัดลพบุรีกว่า 200 รายบุกศาลากลางจังหวัดยื่นหนังสือทวงถามการให้ความช่วยเหลือราคาอ้อยสดเพื่อลดปัญหา PM 2.5 ตามมติคณะรัฐมนตรีในโครงการช่วยเหลือเกษตกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งเข้าโรงงาน

เมื่อเวลา 10 นาฬิกา ของวันที่ 30 มิถุนายน 2566 นายวิโรจน์ ผดุงกลิ่น นายกสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนายวิชัย วงศ์ศรีไทย นายกสมาคมชาวไร่อ้อยโคกสำโรง สระโบสถ์ ลพบุรี และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 200 คน รวบตัวเดินทางเข้าไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ที่หน้าศาลากลางจังหวัดโดยมีนางเพชรรัตน์ เลิศรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นผู้รับหนังสือแทน

ด้านนายวิโรจน์ ผดุงกลิ่น นายกสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดลพบุรี กล่าวถึงการที่มายื่นหนังสือในวันนี้เพื่อที่จะติดตามทวงถามถึงโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด คุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ตามมติที่คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 ได้เห็นชอบแนวทางและ หลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2563/2564 ในอัตราตันละ 120 บาท เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและแบ่งเบา ภาระเกษตรกรชาวไร่อ้อยในการตัดอ้อยสด ซึ่งในปัจจุบันเกษตรกรชาวไร่อ้อยต้องแบกรับภาระ ต้นทุนการผลิตอ้อย เช่น ค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืช และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น

โดยชาวไร่ อ้อยมีความหวังจากการช่วยเหลือ เงินค่าตัดอ้อยสด ตันละ 120 บาท ซึ่งในปีการผลิตที่ผ่านมา เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว แต่ในปี การผลิต 2565/2566 ชาวไร่อ้อยยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐแต่อย่างใด อาจจะ เนื่องจากอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวของการจัดตั้งรัฐบาล จากปัญหาดังกล่าว 4 องค์กรชาวไร่อ้อย ซึ่ง ประกอบด้วย สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย, ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน, สหพันธ์สมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และ สมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ได้ประชุมกันเมื่อ วันที่ 27 มิถุนายน 2566 และมีมติ ให้สมาคมชาวไร่อ้อยทุกสมาคมฯ นำเรื่องการจ่ายเงิน ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด คุณภาพดี ๆ ฤดูการผลิตปี 2565/2566 (ตันละ 120 บาท) นำเรียนผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลให้รับทราบ เพื่อขอให้ จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดส่งโรงงาน ให้ได้รับการช่วยเหลือ จากภาครัฐต่อไป ทั้งนี้เพื่อเกษตรกรชาวไร่อ้อย จะได้รับราคาอ้อยที่ใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิต และมีผลตอบแทนเพียงพอในการที่จะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ ของตนเอง และครอบครัวต่อไป

ด้านนางเพชรรัตน์ เลิศรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวถึงปัญหา ฝุ่นละออง PM 2.5 ช่วงโรงงานน้ำตาลเปิดหีบ ชาวไร่อ้อย ก็เป็นจำเลยของสังคมและกล่าวหาชาวไร่อ้อย ว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 สาเหตุจากชาวไร่อ้อยเผาอ้อยแล้วตัดอ้อยส่งเข้า โรงงาน หรือจะเกิดจากไฟป่า จากคนหาตีผึ้งก็ดี หลังจากโรงงานน้ำตาลหยุดหีบอ้อย PM 2.5 ก็ยังมีปริมาณที่มากไม่ลดลง – ยกตัวอย่างในกรุงเทพมหานคร สาเหตุมาจากท่อไอเสียรถยนต์ – ภาคเหนือ (เชียงราย, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอนและน่าน) เกิดจากไฟไหม้ป่า ทำให้เกิด ฝุ่นละออง PM 2.5 – จากประเทศเพื่อนบ้าน(ลาว, พม่า) ในเรื่องของการไฟไหม้ป่า ซึ่งจะเห็นได้ว่าชาวไร่ อ้อยเป็นสาเหตุแค่ในช่วงตัดอ้อยเข้าโรงงาน ช่วงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์และมีนาคม หลังจากปัญหาการเผาอ้อย ทำให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 ทางภาครัฐร่วมกับ 4 องค์กรชาวไร่อ้อย ร่วมหาวิธีแก้ไขโดยฝ่ายชาวไร่อ้อยร่วมมือกับภาครัฐรณรงค์ในการตัดอ้อย สดส่งเข้าโรงงานเพื่อลดฝุ่นละออง PM 2.5 ในการตัดอ้อยสดชาวไร่อ้อยต้องแบกภาระเพิ่มต้นทุนในการตัดอ้อยสด จึงเรียกร้อง ให้รัฐบาลหางบประมาณมาช่วยเหลือ สรุปได้ดังนี้ – รัฐบาลรับปากชาวไร่อ้อยว่าจะหางบประมาณมาช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี โดยเริ่มจากปีการผลิต 2563/64, 2564/65 และ2565/66 ใน ส่วนของปี 2565/66 ทางฝ่ายชาวไร่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทางภาครัฐเลย วันนี้ ทางฝ่ายชาวไร่อ้อยจึงต้องมาทวงสัญญาโดยทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำเสนอไปยัง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยจัดสรรงบประมาณมาให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเข้าโรงงาน ต่อไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน ออกเวรดึกกลับบ้าน จยย.แหกโด้งดับ

น่าน – เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน ออกเวรดึกกลับบ้าน จยย.แหกโด้งดับ

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 02.35 น. ร.ต.อ.โชติชญาน์ อุตตะมะ พงส.สภ.เวียงสา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครหน้า 191 ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ว่ามีรถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า บนถนนยันตรกิจโกศล สายเวียงสา-น่าน บริเวณสามแยกไปที่ว่าการอำเภอเวียงสา ตรงข้ามสถานตรวจสภาพรถยศอาจกิจเจริญ เขตพื้นที่บ้านสถาน ม.1 ต.กลางเวียง อ.เวียงสา จ.น่าน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ขึ้นรถไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 1 กฎ 4703 น่าน พบ ผู้ขับขี่ น.ส.อัจฉราภรณ์ หอมป้อง อายุ 21 ปี ม.4 ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเวียงสา สาเหตุเบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ พบทรัพย์สินราชการเสียหายเสาไฟฟ้าส่องสว่าง 1 ต้น , แผ่นเหล็กสะท้อนเเสง 1 แผ่น จึงได้ทำแผนที่เกิดเหตุพอสังเขป นำรถคันเกิดเหตุเก็บรักษาที่ สภ.เวียงสาฯ อำนวยความสะดวกการจราจร และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น
จ.น่าน โทร. 084-8084888

กักกันสัตว์ ฝั่งกลบซากไก่แช่แข็ง 2,584 กิโลกรัม


มุกดาหาร – ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ฝั่งกลบซากไก่แช่แข็งจำนวน 2,584 กิโลกรัม ซึ่งเป็นของกลางที่อายัดไว้ เนื่องจากเป็นสินค้าลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ เป็นซากไก่แช่แข็ง ต้นกำเนิดจากประเทศโปแลนด์และประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องเย็นมหาชัยวารินมุกดาหาร

วันนี้ 30 มิ.ย. 66 นายณรงค์ รัตนตรัยวงศ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร พร้อมด้วยสำนัก งานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร นายนพปฎล ศิริขันธ์ หัวหน้าปราบปรามด่านศุลกากรมุกดาหาร กองร้อยทหารพรานที่ 2110 และเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ได้ร่วมกันทำลายซากสัตว์ของกลางที่อายัดไว้ เนื่องจากเป็นสินค้าลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ เป็นซากไก่แช่แข็ง ต้นกำเนิดจากประเทศโปแลนด์และประเทศบรา ซิล ทั้งหมดจำนวน 2,584 กิโลกรัม (254 กล่อง) เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องเย็นมหาชัยวาริน มุกดาหาร

ซึ่งของกลางดังกล่าวได้ถูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจสอบพบการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย (salmonella spp.) เกินมาตรฐาน ทำให้มีความเสี่ยงต่อผู้บริโภคในการติดเชื้อโรคระบาดจากซากสัตว์ดังกล่าว พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร จึงได้มอบซากสัตว์ของกลางดังกล่าวให้กับ ด่านกักกันสัตว์มุกดาหารดำเนินการทำลาย ตามระเบียบกรมปศุสัตว์ โดยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและทำการฝังกลบต่อไป.


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

ชื่นชม นร.ป5 เก็บเครื่องช่วยฟัง มูลค่าหลายหมื่นบาท ส่งคืนเจ้าของ

สุโขทัย – ชื่นชม นร.ป5 เก็บเครื่องช่วยฟัง มูลค่าหลายหมื่นบาท ส่งคืนเจ้าของ

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ด.ช.มนต์ตรา สาคร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/4 โรงเรียนอนุบาลสุโขทัย ได้เก็บเครื่องช่วยฟังที่มีผู้ทำตกใว้ บริเวณอ่างล้างหน้า หน้าห้องน้ำโรงเรียน โดยหลังจากที่ ด.ช.มนต์ตรา เก็บได้ได้นำส่งคุณครูเพื่อประกาศตามหาเจ้าของต่อไป

ทราบต่อมามีผู้มาติดต่อขอรับเครื่องช่วยฟังคืน เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พร้อมกล่าวขอบคุณ ด.ช.มนต์ตรา ที่เก็บเครื่องช่วยฟังได้และนำส่งคืนเจ้าของ เพราะเครื่องช่วยฟังนี้ราคาหลายหมื่นบาท

ทั้งนี้เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณในการทำความดี และเป็นแบบอย่างที่ดีของเพื่อนนักเรียนในโรงเรียน คณะครูได้นำ ด.ช.มนต์ตรา ขึ้นมาบริเวณหน้าเสาธง พร้อมกับให้เพื่อนๆพี่ๆ น้องนักเรียนในโรงเรียนกล่าวขอบคุณ และกระทำความดีอย่างนี้ตลอดไป


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

สภ.เมือง อุตรดิตถ์ จัดการฝึกอบรมช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR และ การฝึกใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าอันโนมัติแก่พระภิกษุและข้าราชการตำรวจ

สภ.เมือง อุตรดิตถ์ จัดการฝึกอบรมช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน CPR และ การฝึกใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าอันโนมัติแก่พระภิกษุและข้าราชการตำรวจ

เมื่อที่ 29 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ณ.บริเวณศาลาอเนกประสงค์ ‘”พิมลศรี” ริมน้ำน่าน ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.สมเกษม จมรักษ์ ผกก.สภ.เมือง อุตรดิตถ์ ได้ทำจัดโครงการอบรมการปฐมพยาบาล เพื่อช่วยเหลือผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นให้กลับ มาหายใจ (CPR) ได้ตามปกติ ให้แก่พระภิกษุและข้าราชการตำรวจ โดยมี ดร.สืบตระกูล ตันตลานุกูล วิทยากรจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุตรถ์ ถวายความรู้แด่พระครูปลัด ชัยชนะ เชาวนะปัญโย เจ้าอาวาสวัดนาอิซาง ต.นายาง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และพระสงฆ์ จำนวน 20 รูปพร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดเพื่อเป็นความรู้ และเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความปลอดภัยให้กับประชาชน และบุคคลสำคัญ

จากข้อมูลสาธารณสุขของประเทศไทยที่ผ่านมาพบว่า ภาวะหัวใจหยุดเต้น เฉียบพลัน คร่าชีวิตคนไทยถึง 54,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ย 6 คน ต่อชั่วโมง เป็น สาเหตุของการเสียชีวิตเป็น อันดับ 3 รองจากโรคมะเร็ง และอุบัติเหตุ จากสถิติยังพบอีกว่า หากได้รับการช่วยเหลือภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว จะเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ 27 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อใช้ เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED)

พ.ต.อ สมเกษม จารักษ์ ผกก.สภ.เมือง อุตรดิตถ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการฝึกอบรมการใช้เครื่องกระตุกหัวใจ ด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ จึงได้จัดให้มีการ ฝึกอบรมในครั้งนี้ โดยได้จัดการฝึกอบรมให้กับพระภิกษุ จำนวน 20 รูปและข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อให้ผู้ผ่านการฝึกอบรม มีความรู้ ทักษะ สามารถช่วยเหลือชีวิต เพื่อนร่วมงาน บุคคลใกล้ชิด ตลอดจนสามารถให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานแก่ บุคคลทั่วไป เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน ก่อนนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาในขั้นตอนต่อไป


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

เจ้าเหมียวช่วยชีวิต เอาตัวปกป้องเจ้านายจนถูกงูเห่าพ่นพิษใส่ตา

เพชรบูรณ์ – เจ้าเหมียวช่วยชีวิต เอาตัวปกป้องเจ้านายจนถูกงูเห่าพ่นพิษใส่ตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภกร อินทรประสิทธิ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าวังโป่ง-ชนแดน ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าพบงูเห่าซ่อนตัวอยู่ในบ้าน และได้พ่นพิษใส่ตาเจ้าเหมียว จนตาปิดทั้งสองข้าง จึงรีบนำกำลัง พร้อมอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 2 หมู่ 1 บ้านวังไทรทอง ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ พบกับ นางสาวบัวเกตุ เชื้อหงษ์ อายุ52ปี เจ้าของบ้าน ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า งูตัวดังกล่าว ได้ซ่อนอยู่แถวตู้เสื้อผ้า จึงได้ช่วยกันค้นหาด้วยความระมัดระวัง กระทั่งพบงูตัวดังกล่าว ส่งเสียงขู่ฟ่อๆ และชูคอแผ่แม่เบี้ย เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ในการคล้องคอ นำออกมาตรวจสอบด้านนอก พบเป็นงูเห่า ความยาว ราว 1.20 เมตร จึงได้ช่วยกันจับตัวใส่ถุงปุ๋ย เพื่อนำไปปล่อยในป่าลึก คืนสู่ธรรมชาติต่อไป

ขณะเดียวกัน พบว่าเจ้าแมวเหมียว ชื่อว่า เจ้ากวัก สาเหตุที่เรียกเจ้ากวัก เพราะมีหางงอ เป็นแมวสามสี สีขาวสีแดงสีดำ เพศเมีย อายุ 3 ปี ได้พยายามปกป้องเจ้าของ ขณะที่กำลังเดินไปแถวตู้เสื้อผ้า จนเจ้ากวัก ถูกงูเห่าพ่นพิษใส่ จนตาปิดทั้งสองข้าง โชคดีตอนเกิดเหตุ นายสมส่วน ดวงคำปัน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ได้รีบนำข่ามาเคี้ยว แล้วพ่นใส่ตาให้แมว ตามความเชื่อของชาวบ้าน พร้อมผูกด้ายสายสิญจน์ให้กับเจ้ากวัก จนเริ่มมีอาการดีขึ้นตามลำดับ และที่พลาดไม่ได้อีกเช่นกัน เมื่อชาวบ้านและเซียนหวย ได้ทราบข่าว ก็ต่างพากันมาดู และสอบถามอาการเจ้ากวัก แมวผู้ภักดี ที่ช่วยชีวิตเจ้าของบ้านให้ปลอดภัยจากงูพิษ และไม่พลาดที่จะสอบถามบ้านเลขที่ 2 และอายุเจ้าของบ้าน 50 และอายุพ่อเจ้าของบ้าน 95 เพื่อนำเลขเด็ดไปเสี่ยงโชค เสี่ยงดวง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหวยออก

โดย นางบัวเกตุ เชื้อหงษ์ เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ช่วงนี้หลังจากเลิกงานแล้ว ตนไม่ค่อยได้อยู่บ้านเนื่องจากต้องเดินทางไปดูพ่อ คือนายคำ เชื้อหงษ์ อายุ 95 ปี ซึ่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ทำให้ต้องเดินทางไปกลับและถึงบ้านค่ำทุกวัน ซึ่งในทุกวัน ก็ไม่ผิดสังเกตอะไร แต่วันนี้เห็นผิดสังเกต เมื่อเจ้าเหมียว หรือเจ้ากวักไปนั่งเฝ้าตู้เสื้อผ้าของพ่อก็มีอาการต่อสู้กับงูดังกล่าว งูเห่าความยาว 1.20 เมตร พ่นพิษใส่ตาแมว จนตาปิดทั้ง 2 ข้าง นายสมส่วน ดวงคำปัน นำค่ามาเคี้ยวแล้วพ่นใส่ตาแมว ตามความเชื่อของชาวบ้าน พร้อมผูกด้ายสายสิญจน์ให้กับแมวจึงมีอาการดีขึ้น

สอบถาม นางบัวเกตุ เชื้อหงษ์ เจ้าของบ้าน เล่าว่า ตนกำลังเดินไปหยิบผ้าหลังบ้าน แล้วเห็นแมวยืนตะคุ่มๆอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า โดยพยายามใช้เท้าแหย่อะไรบางอย่าง ได้ยินแต่เสียงขู่ดัง ฟู่ๆ แล้วแมวก็กระโดดหนีออกมา ใช้เท้าขยี้ตา พอตนจะเดินไปดูใกล้ๆ ก็ได้ยินเสียงขู่ ฟู่ๆ อีก เลยตัดสินใจโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯมาช่วยดูให้ เพราะคิดว่าเป็นงูพ่นพิษใส่เจ้าเหมียว


เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

วัฒนธรรมประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการคัดเลือก “คนดีศรีจังหวัด” ประจำปีงบประมาณ2566

เพชรบูรณ์ – วัฒนธรรมประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการคัดเลือก “คนดีศรีจังหวัด” ประจำปีงบประมาณ2566

นายชนก มากพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการคัดเลือก “คนดีศรีจังหวัด” ประจำปีงบประมาณ2566 โดยมี นางยุวดี มีบุญ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และคณะกรรมการคัดเลือกและยกย่อง “คนดีศรีจังหวัด”ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ณ ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อาคาร 2

นางยุวดี มีบุญ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่าทั้งนี้คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2565 ได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติระยะที่ 2 โดยมีเป้าหมายให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรม 5 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู เพื่อมุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามรวมไปถึงการที่จะทำให้ประเทศไทยปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงได้มีโครงการคนดีศรีจังหวัดเกิดขึ้นทั่วประเทศแบ่งเป็นสองประเภท ประเภทเด็กและเยาวชนอายุ 13-15 ปี และประเภทประชาชน ประเภทละหนึ่งรางวัล

สำหรับจังหวัดเพชรบูรณ์ได้พิจารณาคัดเลือกคนดีศรีจังหวัดตามเกณฑ์ที่กรมการศาสนากำหนดมาคือยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และดำรงตนตามหลักคุณธรรม 5 ประการหรืออย่างน้อย 3 ประการจนเป็นที่ประจักษ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี น้ำหนัก 70 คะแนน มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชน องค์กร อำเภอ จังหวัด หรือประชาชนอื่น นำหลักคุณธรรม 5ประการไปเป็นแนวทางในการดำเนินงานหรือดำเนินชีวิต น้ำหนัก 20 คะแนน และเคยได้รับรางวัลหรือเกียรติคุณในด้านศาสนา ด้านคุณธรรมหรือวัฒนธรรม น้ำหนัก 10 คะแนน แต่ในส่วนของน้ำหนัก 70 คะแนน จะถูกจำแนกแยกออกมาเป็นแต่ละหัวข้อเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและมีความชัดเจนของเกณฑ์การให้คะแนนแก่ผู้สมัครทุกคน นอกจากนี้ผู้สมัครจะต้องส่งแบบเสนอผลงานจำนวน 1 เล่มเพื่อประกอบการพิจารณาอีกด้วย พร้อมนี้คณะกรรมการกลั่นกรองการคัดเลือกฯได้ลงมติความคิดเห็นรวบรวมคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว และจะส่งรายงานผลการคัดเลือกฯให้กรมศาสนาภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2566 เพื่อรับโล่รางวัลพร้อมออกประกาศเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกียรติประวัติผลงานของบุคคลที่ได้รับการยกย่องให้เกิดการรับรู้ในสังคมอย่างกว้างขวางเป็นแบบอย่างและให้แรงจูงใจในการทำความดีแก่บุคคลอื่นในสังคมต่อไป.

ซึ่งจังหวัดเพชรบูรณ์ได้พิจารณาคัดเลือกคนดีศรีจังหวัดตามเกณฑ์ที่กรมการศาสนากำหนดมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยประเภทเด็กและเยาวชนอายุ 13-15 ปี มีการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการคัดเลือกและยกย่อง จำนวน 4 คน ผู้ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกคนดีศรีจังหวัดได้แก่ นางสาวดารุณี พลกลาง นักเรียนโรงเรียนเมตตาวิทยา อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ และประเภทประชาชน มีการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการคัดเลือกและยกย่อง จำนวน 11 คน ผู้ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกคนดีศรีจังหวัดได้แก่ นางจินตนา ทองใจสด นายกเทศมนตรีตำบลพุเตย อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์


มนสิชา คล้ายแก้ว

ผกก.เมืองอุตรดิตถ์ นิมนต์เจ้าอาวาสวัดนาอิซาง ใช้มีดหม้อท้าวเวสสุวรรณ สร้างจากตะปูเจ็ดป่าช้า น้ำมนต์ธรณีสาร สวดถอนดวงวิญญาณผู้ต้องหา ฆ่าตัวตายในห้องขัง

ผกก.เมืองอุตรดิตถ์ นิมนต์เจ้าอาวาสวัดนาอิซาง ใช้มีดหม้อท้าวเวสสุวรรณ สร้างจากตะปูเจ็ดป่าช้า น้ำมนต์ธรณีสาร สวดถอนดวงวิญญาณผู้ต้องหา ฆ่าตัวตายในห้องขัง

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 66 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นายธงชัย หรือ นายเดี่ยว อายุ 33 ปี พร้อมด้วย นายสายันต์ หรือ นายยันต์ อายุ 61 ปี ชาวตำบลบ้านด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์และเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 เข้าจับกุมพร้อมยาเสพติดชนิดยาบ้า จำนวน 130,000 เม็ด ได้ที่บ้านพักด้วยการใส่ถังพลาสติก จำนวน 2 ใบ นำไปฝังดินลึกกว่า 1 เมตร ซุกเอาไว้ในป่าสวนหลังบ้าน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ยาบ้าที่ถูกนำมาฝังดินไว้นั้นเป็นของนายบี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดหรือยาบ้าที่กำลัง หลบหนีหมายศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นเครือข่ายยาบ้าที่ใหญ่ สุดในภาคเหนือ เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา และเป็นคดียาบ้าที่ใหญ่สุดของประจำเดือนมิถุนายน 66 นี้ เจ้าหน้าที่ ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดไว้ในครอบครองและเพื่อจำหน่าย จากนั้นถูกตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มาฝากขังเอาไว้ที่สถานีตำรวจ ภูธรเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อให้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำก่อน นำตัวส่งฟ้องศาลต่อไป

ระหว่างถูกควบคุมตัวที่ห้องขังสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์อยู่นั้น ช่วงเวลากลางดึกประมาณ 5 ทุ่ม นายธงชัย และ นายสายันต์ ลุกจากที่นอนแล้วมานั่งพูดคุยกัน ปรับทุกข์พร้อมมีความเห็นตรงกันในการฆ่าตัวตายภายในห้องขังแห่งนี้ โดยพร้อมใจกันปีนลูกกรงเหล็กห้องขังมีความสูง 4 เมตร แล้วกระโดด ลงมาด้วยการใช้ศรีษะโหม่งลงพื้นห้องขังเพื่อดับชีวิตตัวเองเพื่อหนีคดียาเสพติด ไม่ต้องทนทุกข์ทรมารอยู่ในเรือนด้วยโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือถูกประหารชีวิต โดยนายธงชัย เป็นผู้ปีนลูกกรงเหล็กที่สูง 4 เมตร ขึ้นไปและโดดลงมาก่อน เป็นเหตุให้ศรีษะตกลงมากระแทกพื้นปูนห้องขัง อย่างแรงและนอนแน่นิ่งอยู่ภายในห้องขัง

ขณะเดียวกันนายสายันต์ ได้ปีนขึ้นลูกกรงเหล็กตามพร้อมกระโดดมาลงถึง 2 ครั้ง แต่ไม่เป็นไร จากนั้นก็ใช้ศรีษะกระแทกกับกำแพงห้องขัง จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหน้าห้องควบคุม 3 คนเข้ามาพบและได้นำตัว ผู้ต้องหาทั้ง 2 ส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ เพื่อทำการรักษาทันที แต่นายธงชัย แพทย์ตรวจพบว่าที่บริเวณศรีษะพบกระโหลกและก้านสมองแตก ส่งผล ทำให้นายธงชัยทนพิษบาดแผลไม่ไหวและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา แพทย์ได้ทำการผ่าชันสูจน์พลิกศพพร้อมนำร่างส่งมอบให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลด้วยการฌาปนกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนนายสายันต์ หลังจากพัก รักษาตัวได้ 2 วัน จนอาการดีขึ้น ทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวฝากฝัง เรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์และส่งฟ้องศาลในข้อหามียาเสพติดไว้ในครองครองและเพื่อการจำหน่ายในเวลาต่อมา

วันนี้ ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ บริเวณห้อง ขังควบคุมผู้ต้องหา พ.ต.อ.สมเกษม จารักษ์ ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ได้นิมนต์พระครูปลัดชัยชนะ เจ้าอาวาสวัดนาอิซาง และเจ้าสำนัก ปฏิบัติธรรมเขาเหล็ก ต.บลนายาง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ มาทำพิธีเชิญดวง วิญญาณนายธงชัย ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและเสียชีวิต ด้วยการจุดเทียน-ธูป บอกกล่าวภูมิเจ้าที่เจ้าทางที่ดูแลห้องขังสถานีตำรวจภูธรเมือง อุตรดิตถ์แห่งนี้ บริเวณหน้าห้องขังก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในห้องขัง เพื่อให้รับทราบว่าจะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณทุกตนที่เสียชีวิตในห้องขัง พร้อมเชิญดวงวิญญาณนายธงชัย ที่เสียชีวิตรายล่าสุด

โดยพระครูปลัดชัยชนะ ได้มอบมีดหมอท้าวเวสสุวรรณ ทำจากตะปูโลงศพ 7 ป่าช้า ให้ พ.ต.อ.สมเกษม ปักลงไปที่พื้นห้องขัง ณ จุดเกิดเหตุที่ นายธงชัยนอนเสียชีวิต จากนั้นพระครูปลัดได้ทำพิธีสวดบทคาถาท้าว เวสสุวรรณ เวสสะ พุสะหัวใจท้าวเวสสุวรรณ สะกดและเชิญวิญญาณ นายธงชัย ผู้เสียชีวิตและดวงวิญญาณอื่นที่เสียชีวิตภายในห้องขังแห่งนี้ ตามประเพณีโบราณให้ออกไปจากห้องขังสถานที่แห่งนี้ พร้อมปะพรมน้ำ มนต์ธรณีสารเชิญดวงวิญญาณทุกดวงไปรับผลบุญกุศลที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ ได้ร่วมอุทิศส่วนบุญกุศลด้วยการนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป มาทำพิธีสวดชัยมงคลคาถาและอุทิศส่วนบุญกุศล ให้แก่ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับทุกคนที่เสียชีวิตภายในห้องขังโรงพักแห่งนี้รวมถึงนายธงชัยด้วย ได้เกิดในภพภูมิที่ดี ตามที่ได้สร้างผลบุญกุศลมา บริเวณศาลาท่าน้ำพิมลศรี

ทั้งนี้ พระครูชัยชนะได้ทำพิธีปะพรมน้ำมนต์ทั่วบริเวณสถานีตำรวจ ตั้งแต่ในห้องขัง ห้องพนักงานสอบสวน ห้องสรรพวุธและห้องผู้กำกับ การสถานที่ตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ ตั้งแต่ชั้น 2 จนถึงชั้นที่1 เพื่อความ เป็นสิริมงคลแก่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ได้อย่างมีความสุข รวมถึงผู้ต้องขังใหม่ที่จะเข้ามาอยู่จะได้ไม่เกิด ความหวาดกลัวจากดวงวิญญาณที่มารบกวนหลอกหลอน จะได้ไม่มารบกวนหรือปรากฏกายให้ใครเห็นทั้งสิ้น


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

เย้ยกฎหมาย หัวขโมยมืออาชีพยกเค้าตู้รับบริจาคหลายวัดดัง อ.หัวหิน

ประจวบฯ – เย้ยกฎหมายหัวขโมยมืออาชีพยกเค้าตู้รับบริจาคหลายวัดดัง อ.หัวหิน

29 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดภายใน”วัดเขานกกระจิบ” อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จับภาพหัวขโมยรายหนึ่งขณะกำลังเดินเข้ามาบริเวณหน้าศาลาการเปรียญด้านหน้าวัดก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลัง ขณะที่หลวงพ่อและพระลูกวัดทุกรูปออกบิณฑบาตช่วงเช้าไม่มีไครอยู่สบโอกาสแอบย่องขึ้นไปบนศาลาฯยกเอาตู้รับบริจาคที่ชาวบ้านร่วมบุญถวายปัจจัยใส่เอาไว้หิ้วเดินลงบันไดด้านหลังก่อนหายไปบริเวณด้านข้าง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบตามคลิป ทราบว่าจุดที่หัวขโมยยกเค้าตู้บริจาคภายใน”วัดเขานกกระจิบ”พื้นที่ อ.หัวหิน เป็นศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ภายในมีพระพุทธรูปตั้งอยู่ตามจุดต่างๆให้ชาวบ้านเข้ามากราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคล แต่ระจุดจะมีตู้รับบริจาคค่าน้ำ ค่าไฟ และตู้รับบริจาคสร้างซุ้มประตูหน้าวัดรวมจำนวน 4 ตู้ จากการสอบถามลูกศิษย์วัดทราบว่าช่วงเช้าประมาณตีห้าเศษจะไม่มีไครอยู่เพราะต้องออกตามหลวงพ่อและพระลูกวัดไปบิณฑบาต หลังจากกลับมาถึงวัดจึงทราบว่าตู้บริจาคที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าพระประธานทั้ง 4 ตู้ หายไปอย่างไร้ร่องรอย มีเพียงรอยเท้าของเจ้าหัวขโมยทิ้งไว้เป็นหลักฐาน

พระครูวิมลถิรคุณ เจ้าอาวาสวัดเข้านกกระจิบเล่าว่า หลังจากเปิดกล้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ จึงทราบว่าเจ้าหัวขโมยที่ปรากฏในคลิปมีลักษณะคนเดียวกันกับหัวขโมยย่องเบาเข้างัดตู้รับบริจาคที่วัดอื่นในพื้นที่ อ.หัวหิน และพื้นที่วัดหนองพลับ โดยกล้องวงจรปิดในวัดต่างๆจับภาพเอาไว้เป็นห้วงเวลาเดียวกันแต่ต่างวันกระทำของหัวขโมย จะเห็นว่าหัวขโมยในคลิปใส่กางเกงขาสั้นสวมเสื้อสีแดงใช้ผ้าดำอำพรางใบหน้าจากกล้องวงจรปิดทุกครั้งเมื่อสบโอกาส ทราบว่าหัวขโมยเข้าย่องเบาตั้งแต่ วัดหนองพลับ , วัดเนินตะเคียน และวัดเขานกกระจิบ ในพื้นที่ อ.หัวหิน โดยมีพฤติการณ์ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

นาย จิรนัย หอมเนียม ลูกศิษย์วัดเขานกกระจิบเล่าว่า ตนกลับถึงวัดพร้อมพระหลังออกบิณฑบาตเสร็จ สังเกตว่าตู้รับบริจาคปัจจัยค่าน้ำ และค่าไฟ ตั้งอยู่หน้าพระประธานถูกยกเค้าหายหมดทั้ง 4 ตู้ หลังเข้าเปิดกล้องวงจรปิดทั้ง 2 จุด จึงทราบว่ามีหัวขโมยย่องเบาเข้ายก เค้าตู้รับบริจาคภายในศาลาการเปรียญวัดหมดเกลี้ยงทั้ง 4 ตู้ รวบเงินบริจาคไปกว่า 30,000 บาท จากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ให้เข้ามาตรวจสอบ ก่อนที่จะออกตามหาตู้รับบริจาคที่หัวขโมยยกออกไปเพราะเชื่อว่าน่าจะถูกยกไปไม่ไกลจากบริเวณวัด จนพบว่าตู้รับบริจาคถูกหัวขโมยแอบนำมาทิ้งไว้บริเวณเชิงเขาด้านหลังวัด ตนจึงนำกลับมาเก็บไว้เป็นหลักฐาน อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตามจับตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย หากปล่อยไปไม่ดำเนินการอาจเป็นภัยต่อสังคมเพราะมีพฤติกรรมเป็นหัวขโมยมืออาชีพเข้างัดตู้รับบริจาคและแอบเข้ากุฎพระลักทรัพย์สินภายในกุฎมาแล้วหลายวัด หากปล่อยไปไม่ดำเนินการใดๆ อาจสร้างความเดือดร้องให้ชาวบ้านในละแวกได้