ชลบุรี-ช้างพลายทองพูน ตกมัน ทำร้าย งาแทงกระทืบร่างชายชาวต่างชาติ ที่มาปั่นจักรยานออกกำลังกาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ส.ค. 62 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยาได้รับแจ้งเหตุช้างตกมันทำร้ายคนได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย อยู่ที่บริเวณซอยหนองไม้แก่น 19 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

         หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ชีพสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยารุดตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุบริเวณป่าหญ้าข้างทางซอยหนองไม้แก่น 19 พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายชาวต่างชาติ เลือดไหลบริเวณขาซ้ายไม่สามารถขยับตัวได้ ใกล้เคียงกันพบรถจักรยานปั่น ล้มตะแคงอยู่ในสภาพล้อเบี้ยวไม่สามารถขับขี่ได้ ในขณะเดียวกันยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของแคมป์ช้างพัทยากำลังช่วยกันกันช้างที่ทำร้ายชาวต่างชาติให้ออกให้ไกลจากจุดเกิดเหตุเพื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะได้เข้าทำการช่วยเหลือ จากการ

          สอบถามควาญช้างตกมันที่ก่อเหตุทำร้ายชาวต่างชาติในครั้งนี้ทราบว่าชื่อพลายทองพูน เพศผู้ อายุ 38 ปี เพิ่งย้ายมาจากแคมป์ช้างที่สุโขทัยได้ 1 เดือน ในช่วงเช้าที่ผ่านมาพลายทองพูนเกิดอาการตกมันดิ้นจนหลุดจากโซ่ จากนั้นวิ่งออกมาจากแคมป์ ซึ่งตนเองและเพื่อนควาญช้างด้วยกันก็พยายามไล่ตามมากระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุได้มีชาวต่างชาติที่ปั่นจักรยานออกกำลังมาเห็นช้างพลายทองพูนเข้าจึงหยุดดู จึงถูกช้างพลายทองพูนวิ่งปรี่เข้าไปทำร้ายด้วยการใช้เท้ากระทืบและใช้งาแทงเข้าหลายครั้ง จนขาซ้ายถูกแทงมีบาดแผลฉกรรจ์และชกซ้ำตามร่างกาย ส่วนรถจักรยานก็ถูกกระทืบจนได้รับความเสียหาย ส่วนช้างพลายทองพูนนั้นในขณะนี้เวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมงเจ้าหน้าที่ของแคมป์ช้างได้ติดตามใช้ปืนยิงยาสลบควบคุมไว้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร -ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

“เปิดโครงการ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิต ปี 2562 เป็นการฟื้นฟู สิ่งมีชีวิต คืนสู่ธรรมชาติ ด้วยเกษตรอินทรีย์ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง !!

         “โครงการในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตปี 2562 เป็นการฟื้นฟู สิ่งมีชีวิต คืนสู่ธรรมชาติ ด้วยเกษตรอินทรีย์ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ก่อตั้งโดยนาย ธานินท์ พงษ์พานิช นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่หันหน้าหนีจากเมืองหลวงผันตัวเองทำเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มตัว ซึ่งมีแนวคิดในเรื่องการเพิ่มผลผลิตในนาข้าว การทำนาแบบอินทรีย์จะต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ รวมทั้งจะต้องจัดการและรักษาระบบนิเวศในแปลงนา การเลี้ยงปลาในนา เป็นการผลิตอาหารแป้งและอาหารโปรตีนในที่เดียวกัน ทำให้เกิดผลดีทางเศรษฐกิจ ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น และมีอาหารโปรตีนบริโภคอีกด้วย ประโยชน์จากการเลี้ยงปลาในนาข้าว พอสรุปได้ คือ เพิ่มผลผลิตข้าวทำให้ดินดี มีปุ๋ย ไถง่ายปลาช่วยกำจัดวัชพืชและแมลง ช่วยให้อินทรีย์สารต่างๆ สลายตัว ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น

         เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2562 เวลา 09.00 น.ณ แปลงสาธิต บ้านใหม่ท้ายวัง ต.หนองคล้า อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ได้จัดพิธีเปิด “โครงการในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตปี 2562 เป็นการฟื้นฟู สิ่งมีชีวิต คืนสู่ธรรมชาติ ด้วยเกษตรอินทรีย์ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้รับเกียรติจากนายทวีพงษ์ แสงสุวรรณ นายอำเภอไทรงาม เป็นประธานพิธี โดยมีนายธานินท์ พงษ์พานิช ผู้ก่อตั้งโครงการฯกล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ พร้อมด้วยอาจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา อาจารย์ประจำ ภาควิชาวิศกรรมไฟฟ้า หัวหน้าพัฒนาระบบเครื่องหย่อนกล้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,นายบุญช่วย เข็มคง เกษตรอำเภอไทรงาม, อาจารย์สมมาตร บุญฤทธิ์ ประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านศรีวิไลสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานอันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริสำนักงาน กปร., นายสารัตน์ ตั้งเขตการ ที่ปรึกษานายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร, ส.อ.ชาญวุฒิ วิชระโภชน์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฎิบัติการ, นายกิตติ จิลศรี ประธานสภาตำบลหนองคล้า, นายยงยุทธ พงษ์เสือ ผู้จัดการธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาไทรงาม ,นางมาลัย พันธุ์เขตร์กิจ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.หนองคล้า และ ชาวบ้าน ม.6 หนองคล้า อ.ไทรงาม เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการฯครั้งนี้

          หลังจากนั้นได้ร่วมพิธีเปิดโครงการในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิต ปี 2562 อย่างเป็นทางการ พร้อมทำพิธีปล่อยปลาในนาข้าวมีปลาดุกจำนวน 60,000 ตัว ปลานิล จำนวน 6,000 ตัว และทำพิธีเปิดฤกษ์การทำนาในฤดูกาลใหม่ ด้วยนวัฒกรรมการทำนาแบบประณีตด้วยเครื่องหย่อนกล้าข้าวไอ้เขี่ยม KU การสาธิตโยนกล้า

          รวมทั้งรับฟังการบรรยายให้ความรู้ด้านวัฒกรรมการทำนาแบบประณีตด้วยเครื่องหย่อนกล้าข้าวไอ้เคี่ยม KU จากอาจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา และรับฟังการบรรยายให้ความรู้แนวทางการเกษตรแบบผสมผสาน จากอาจารย์สมมาตร บุญฤทธิ์ ซึ่งทั้ง 2 ท่านให้เกียรติเป็นวิทยากรให้ความรู้ความเข้าใจกับชาวบ้านในการทำเกษตรอินทรีย์ครั้งนี้

          ด้านนายทวีพงษ์ นายอำเภอไทรงามกล่าวว่า โครงการนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างการเลี้ยงปลากับการทำนาซึ่งถือว่าเป็นวิถีชีวิตของบรรพบุรุษเราที่มีคำขวัญที่ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ก็เป็นการพึ่งพาอาศัยกันได้ ระหว่างการทำได้ทั้ง 2 อย่างคือการเลี้ยงปลาและทำนาไปด้วยกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร และพี่น้องประชาชนทั่วไปนอกจากนั้นโครงการนี้ยังเป็นวิถีชีวิตเกษตรพอเพียง ที่ไม่ใช้สารเคมี เป็นเกษตรอินทรีย์ ก็ถือว่าจะเป็นประโยชน์ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นเป็นมิตรกับสุขภาพร่างกายของเกษตรกรอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันเราจะทราบดีว่าสารเคมีเป็นตัวก่อให้เกิดโรคมะเร็ง อันนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ดี ที่เป็นประโยชน์โดยตรง นอกจากนั้นจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ลดรายจ่ายซึ่งถ้าโครงการนี้เป็นโครงการเริ่มต้น ถ้าสามารถที่จะทำได้บรรลุประสงค์ได้ ก็สามารถเป็นโครงการศูนย์เรียนรู้ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปที่จะได้เข้ามาศึกษาและใช้วิธีนี้ไปปรับใช้กับการทำการเกษตรของแต่ละครอบครัวต่อไปในอนาคต

          ด้านอาจารย์ปัญญา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เราก็ยินดีสนับสนุนชุมชนโดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ด้วยนะครับคือการทำเกษตรอินทรีย์เนี่ยจุดตายอยู่ที่ต้องมีเทคโนโลยี ถ้าเกิดไม่มีเทคโนโลยีค่อนข้างจะเหนื่อย แล้วแต่สถานการ การที่เกษตรกรมีอายุสูงมากขึ้น และจำเป็นต้องมีเครื่องจักรกลในการทำงาน เราก็ยินดีสนับสนุนรถหย่อนกล้าให้นะครับ การสนับสนุนมี 2 แบบคือทั้งเครื่องจักรและก็ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนให้อีกด้วย ผมเองได้คุยกับทางต่างจังหวัด ว่าถ้าเป็นไปได้ให้ร่วมมือกับทางอาชีวะท้องถิ่น เรายินดี transfer คือถ่ายทอดทางเทคโนโลยีให้เพื่อให้ชุมชนสามารถที่จะผลิตเครื่องจักรและซ่อมบำรุงเองได้ในท้องถิ่น อันนี้เป็นเรื่องใหม่มากทั้งประเทศไทยเผลอๆอาจจะมีไม่กี่ที่ ที่ทำแบบนี้ได้ ถ้าทำได้ก็คือความยั่งยืน ที่น่าสนใจคือเกษตรอินทรีย์ที่นี่ เขาใช้วิธีเลี้ยงปลาปลานี่แหละ ที่กำลังว่ายอยู่ในน้ำแห่งนี้ เป็นดัชนีชี้วัดได้เลย ว่าถ้าเกิดคุณใช้สารเคมีเมื่อไหร่ ปลามีความเสี่ยงที่จะตาย วิธีการเลี้ยงปลาในนาข้าวของที่นี่ จะเป็นการในการพิสูจน์อันหนึ่งว่าที่นี่ใช้ทำนาอินทรีย์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นี่คือตัวอย่างนึ่งที่ดีครับ

         ด้านนายธานินท์ ในฐานะเป็นผู้ก่อตั้งโครง เปิดเผยว่า ถ้าเป็นแนวความคิด ผมย้อนกลับไปสมัยผมเป็นเด็ก ตอนที่ผมเป็นเด็กผมได้อยู่กับพื้นนาแปลงนี้ และได้ออกมาหาปลา ไปทำอาหารให้เลี้ยงน้องๆ แต่ปัจจุบันนี้เนื่องจากสารเคมี ได้เข้ามาที่เกษตรกร มีการใช้สารเคมีกันมากจนเกินไป จนทำให้ระบบนิเวศมันหายไป ผมก็เลยมีแนวคิดว่าทำยังไงให้มันกลับมาคืนสู่สภาพเดิมให้ได้ ในปัจจุบันการเลี้ยงปลาในนามีอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยากำจัดแมลงศัตรูพืช และถูกศัตรูรบกวน ประเทศไทยเราแม้จะมีที่ทำนาที่อยู่ในระบบชลประทานที่ดีถึง 31,000 ตารางกิโลเมตร แต่การเลี้ยงปลาในนาข้าวก็ยังไม่ค่อยมีผู้นิยมเท่าที่ควร เพราะชาวนาพบปัญหาดังกล่าวข้างต้น ซึ่งการจัดโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ คือ

  1. เพื่อเป็นวิถีการเกษตรแบบยั่งยืน ด้วยการบริหารพื้นนาให้ได้ประโยชน์อย่างเหมาะสม แล้วเติบโตสู่ประโยชน์สูงสุด
  2. เป็นโครงการตัวอย่างที่จะนำวิถีอินทรีย์เข้ามาฟื้นฟูระบบนิเวศในนาข้าว
  3. ฟื้นฟู ผืนดินให้กลับมามีความสมบูรณ์ด้วยการเกษตรแบบอินทรีย์
  4. ให้คนไทยมีข้าวมีปลาและอาหาร ที่ปลอดสารพิษและมีสุขภาพที่ดี

และกลุ่มเป้าหมาย คือประชาชนในพื้นที่อำเภอ ไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชช รวมทั้งประชาชนทั่วไปและพ่อค้าในธุรกิจการเกษตร นายธานินท์ กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด!!

Cr. ทอนส์79

ผบ.ตร.มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ยกย่องชมเชย และเชิดชูเกียรติ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงาน ของตำรวจ ( กต.ตร.กทม.)

         วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 23 ส.ค.62 เวลา 12.30 น. ณ ห้องอุลตร้า แอเรียน่า (ULTRA ARENA) ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าโชว์ดีซี (SHOW DC) : พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ยกย่องชมเชย และเชิดชูเกียรติ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงาน ของตำรวจ ( กต.ตร.กทม.) โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อม​ด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.กิตติพันธุ์ จุนทการ ผบก.อก.บช.น.,ผบก.น.1-9,คณะ กต.ตร.สถานีตำรวจ ในสังกัด บก.น.1-9 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ในงานยังมีการแสดงนิทรรศการผลงานของ กต.ตร.ของแต่ละ กองบังคับการ​
                                              

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ยกย่องชมเชยและเชิดชูเกียรติ ในคุณงามความดีที่คณะกรรมการตรวจสอบ​ และติดตามการบริหารงานของตำรวจ (กต.ตร.) ทั้งในส่วนของคณะ กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.สน.ฯ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากผลงานความร่วมมือของคณะ กต.ตร. ซึ่งประกอบด้วยภาคประชาชน​ และข้าราชการตำรวจเป็นคณะ กต.ตร.บก.น.1-9 และ เป็นคณะ กต.ตร.ทั้ง 88 สถานีตำรวจใน บช.น.ได้ดำเนินการเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้ง ทั้ง 6 ด้านตามระเบียบการปฏิบัติ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ปี 2549 ข้างต้น ก่อประโยชน์ให้ประชาชน และราชการตำรวจ พร้อมหน่วยงานราชการอื่นที่ร่วมมือกันปฏิบัติงานในชุมชน ท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดความรักสามัคคี และการพัฒนาสังคมร่วมกัน ระหว่าง ตำรวจกับประชาชน ที่ได้ปฏิบัติงานร่วมกับท้องถิ่นและชุมชนใน 6 ด้าน ดังนี้

1.ด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

2.ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของประชาชน

3.ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

4.ด้านการจราจร

5.ด้านการดูและและสาธารณะสมบัติ

6.ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น

          จากการดำเนินการของเครือข่ายภาคประชาชน กต.ตร.กทม. อนุ กต.ตร. บก.น.1-9 กต.ตร.สน.ฯ ทั้ง 88 สน.ฯ ในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีผลการปฏิบัติทั้ง 6 ด้านดังกล่าวข้างต้นอย่างเป็นรูปธรรม และก่อประโยชน์ให้แก่ตำรวจทั้ง 9 กองบังคับการ โดยได้จัดให้มีการมอบโล่รางวัล​ และใบประกาศเกียรติคุณเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยมีมติจัดให้มีการประชุมใหญ่ของ คณะ กต.ตร. ในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2562

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงพระกรุณาโปรด ประทานผ้าพระกฐินให้มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา เชิญมาทอดถวายยังวัดเขตน์นาบุญญาราม จ.จันทบุรี

         วันนี้ ( 24 ส.ค.62 ) ที่วัดเขตน์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี พลเอกหม่อมเจ้า เฉลิมศึก ยุคล เป็นประธานอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ วัดเขตน์นาบุญญาราม ที่มีองสุตบทบวร เจ้าอาวาสวัดเขตน์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี อานัมนิกายเป็นประธานสงฆ์ และนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ครู – อาจารย์นักเรียนจากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ พ่อค้าและประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

          ทั้งนี้มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา มีวัตถุประสงค์ในการสืบสานพระปณิธาน ในด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทั้งด้านวัตถุและการศึกษา ตลอดจนเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา จึงสืบสานต่อพระปฏิบัติในการถวายผ้าพระกฐิน ปีละ 1 วัด และในปีนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดประทานผ้าพระกฐินให้มูลนิธิฯ เชิญผ้าพระกฐินมาทอดถวาย ณ วัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี

         โอกาสนี้พุทธศาสนิกชน ประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมสมทบมูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนาเป็นยอดเงินทั้งสิ้น 967,976 บาท เพื่อทำนุบำรุงบวรพระพุทธศาสนาสืบไปพร้อมทั้งร่วมเปิดซุ้มอาหารจัดเลี้ยงผู้ร่วมงานถวายเป็นพระราชกุศล

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-ฉลองวันครบรอบก่อตั้งศาลหลักเมืองจันทบุรี ประจำปี 2562

         ค่ำวานนี้ ( 23 ส.ค.62 ) ที่ศาลหลักเมืองจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำข้าราชการ ประชาชน พ่อค้า นักธุรกิจ ร่วมงานวันครบรอบก่อตั้งศาลหลักเมือง /ฉลองวันคล้ายวันเกิดเจ้าพ่อหลักเมือง จันทบุรี ประจำปี 2562

          ภายในงานมีการแสดง ศิลปะ วัฒนธรรม ไทย – จีน ของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษาต่าง ๆ ในจังหวัดจันทบุรี เปิดครัวเจ้าพ่อหลักเมืองเลี้ยงอาหารฟรี แก่ผู้ร่วมงาน งานจัดขึ้นรวม 3 วัน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร-พาณิชย์ลงตรวจสอบโรงสีข้าว คุมเข้มลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกเหนียว ตามแนวชายแดน

พาณิชย์มุกดาหารลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีข้าว และคุมเข้มการลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกเหนียว ตามแนวชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

          นางจันทิภา ปัทมเสวี พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายธิติศักดิ์ ผาสุขนิตย์ชญากุล ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าจังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีข้าว หจก.สมบูรณ์พูนผล เลขที่ 204 หมู่ 1 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร และคุมเข้มการลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกเหนียว ตามแนวชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศหลังข้าวเหนียวมีราคาสูงขึ้นในช่วงนี้

          นางจันวิภา ปัทมเสวี พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า สำหรับข้าวที่จังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ปลูก 4 แสนกว่าไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวน้อยที่สุดในภาคอีสาน ผลผลิตจะเป็นข้าวเหนียว 75 % เป็นข้าวจ้าวประมาณ 25 % ประมาณ 3 ใน 5 ส่วนเป็นข้าวเหนียว โดยวิถีชีวิตของชาวมุกดาหาร ปลูกข้าวเสร็จก็จะเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง ข้าวที่ปลูกได้ส่วนใหญ่เป็นข้าวเหนียวคุณภาพดี ซึ่งจังหวัดมุกดาหารได้รับรางวัลชนะเลิศในเรื่องของข้าวเหนียวตราคุณภาพดีเด่นแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นข้าวเหนียวพิเศษเมล็ดยาว ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 ปีซ้อน ปัจจุบันราคาข้าวเหนียวมีราคาดีขึ้นมาก โดยราคารับซื้อในขณะนี่ราคา 16,000 – 20,000 บาท ถ้าเมื่อเทียบกันปีที่แล้วราคา 9,000 – 10,000 บาท ราคาเพิ่มขึ้น 70 – 80 %

          นางจันวิภา ปัทมเสวี กล่าวอีกว่า จากราคาที่เพิ่มขึ้นสืบเนื่องมาจากภาวะภัยแล้ง โดยทั่วไปประกอบชาวนากลัวไม่มีข้าวไว้รับประทาน ปกติจะทยอยขายทุกปี ตอนนี้ก็จะเก็บไว้บริโภคก่อนเดือนที่ผ่านมา เก็บไว้บริโภคเกิดภาวะที่ว่าไม่มีข้าวเหนียวออก ราคาที่รับซื้อจริงจึงขยับขึ้น ก็นับเป็นความโชคดีของเกษตรกรในช่วงนี้ ราคาข้าวดีชาวนาก็จะได้ราคาที่สูงขึ้น

          ส่วนในเรื่องของการลักลอบนำเข้าข้าวสารเหนียว ทางกระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ได้มีหนังสือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ หน่วยงานความมั่นคงให้เข้มงวดและคุมเข้มในเรื่องของการลักลอบนำข้าวเข้ามาในประเทศไทย…


ขอขอบคุณ ส.ปชส.มุกดาหาร เอื้อเฟื้อข้อมูลข่าวสาร

ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เพชรบูรณ์-ชาวไร่ยาสูบเพชรบูรณ์ยื่นหนังสือ รมช.คลัง ไม่เอาภาษียาสูบ 40 เปอร์เซ็นต์

          ที่สำนักงานยาสูบเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รับหนังสือร้องเรียนจากชาวไร่ยาสูบชาวเพชรบูรณ์ กว่า 500 คน ร้องเรียนปัญหาความเดือนร้อน ขอให้ยกเลิกการขึ้นภาษียาสูบ 40% และหากจำเป็นขอให้ขึ้นเป็นขั้นบันไดแทน พร้อมร่วมเข้าประชุม รับฟังผลการดำเนินงานของสำนักงานยาสูบจังหวัดเพชรบูรณ์ และรับทราบปัญหาความเดือดร้อนจากตัวแทนเกษตรกร โดยมีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกฤษณ์ คงเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ เข้าร่วม

          นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศกำลังกังวลกันอยู่ว่าถ้ามีการปรับภาษีขึ้นไปอีกเป็น 40% ทันทีในวันที่ 1 ต.ค. 63 ก็จะทำให้บุหรี่ราคาแพงขึ้นมากเป็น 90 -100 บาท เพราะจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตในปี 2560 ทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ประสบปัญหาอย่างหนักอยู่แล้ว จึงต้องมีการตัดโควต้าใบยาจากชาวไร่ถึงร้อยละ 50 ในปีที่ผ่านมา แม้รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยให้ชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศ 159.59 ล้านบาท แต่ความเสียหายโดยรวมในท้องถิ่นของชาวไร่ยาสูบทุกสายพันธุ์ หายไปเกือบ 230 ล้านบาท ถ้าภาษีอัตรา 40% มาจริงๆ ยอดขายของ ยสท. ก็จะลดลงอีกกว่า 50% และเป็นไปได้สูงว่า ยสท. จะไม่รับซื้อโควต้าใบยาสูบไปอีกหลายปี เราอยากได้โควต้าเดิมกลับคืนมา จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยพิจารณาทบทวนการขึ้นภาษี 40% เพื่อให้ยอดขายของ ยสท. ไม่ได้รับผลกระทบมาก และสามารถให้โควต้าปลูกยาสูบเราได้เพิ่มขึ้นหรือเท่าเดิม ชาวไร่จะได้สบายใจและเตรียมกล้า เตรียมดิน เตรียมปุ๋ย เพื่อทำการปลูกใบยาในฤดูกาลนี้ได้

          ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัญหายาสูบก็มีปัญหาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ายาเส้น แต่ยาสูบก็มีโรงยาสูบของรัฐบาลดูแลดูในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดี เมื่อกำลังผู้บริโภคยาสูบลดลง อันเนื่องมาจากการขึ้นภาษี จนกระทั่งราคาไปเสมอกับยาสูบต่างประเทศ ทำให้หลายคนเลือกสูบของต่างประเทศ ส่งผลให้ยาสูบของโรงยาสูบที่ผลิตลดลงเกินกว่าที่คาดการณ์ จึงต้องมาลดโควต้ายาสูบของเกษตรกร ซึ่งเป็นวงจรเริ่มต้นที่ไม่มีทางเลือก ปัจจุบันก็กำลังมีแนวคิดใหม่ๆว่า จะทำอย่างไร ให้สามารถเพิ่มปริมาณยาสูบของโรงงานยาสูบได้ ถ้าเพิ่มปริมาณได้นั่นหมายความว่าพี่น้องชาว ใบยาสูบ ชาวไร่ ก็จะได้โควต้าคืนมา วิธีการเดียวก็คือ ให้โรงยาสูบเราหาทางความร่วมมือกับผู้ที่ค้ายาสูบของโลก ซึ่งก็มีติดต่อมาบ้างแล้ว ซึ่งปัจจุบันเราก็รับฟังโครงสร้างและกลไกตลาด เพื่อที่จะมีช่องทางมาช่วยเหลือโรงงานยาสูบ เพื่อให้ส่งผลไปที่ชาวไร่ แต่ก็ต้องดูข้อกฎหมายว่ามีอะไรไหมที่ต้องห้าม ที่สามารถให้โรงยาสูบจับมือกับบริษัทต่างประเทศได้ ผมเชื่อว่าเรามีทางออกที่จะจับมือกับต่างประเทศ และเอายาสูบของพี่น้องเกษตรกร ไปผสมในยาสูบของต่างประเทศ หรือมาร่วมกันกับโรงยาสูบรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ที่จะสามารถเพิ่มโควต้าให้พี่น้องเกษตรกรได้

มนสิชา คล้ายแก้ว

ธนาธร ไหว้ศพชาวบ้านเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต เหตุเครียดข้อพิพาทที่ดินแสมสาร

          วันนี้ 23 ส.ค.62 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมแกนนำและทีมงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดชลบุรี ได้เดินทางมารับฟังปัญหาจากประชาชนและนักวิชาการในพื้นที่และร่วมพิธีสวดอภิธรรม นางวันเพ็ญ แก้วใส ผู้เสียชีวิต อายุ 53 ปี ที่วัดช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หนึ่งในผู้เดินทาง มาร่วมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ขอความเป็นธรรมข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างฐานทัพเรือสัตหีบกับชาวชุมชนบ้านช่องแสมสาร จนเกิดอาการเครียด เส้นเลือดในสมองแตก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น
 

          สำหรับทีมงานนักวิชาการ ทีมงานพรรคอนาคตใหม่ ได้ลงมาในพื้นที่วันนี้ เพื่อรับรู้สภาพปัญหา สภาพพื้นที่ ในตำบลแสมสารเพื่อร่วมกัน บูรณาการ แก้ไขปัญหาพิพาทที่ดิน แสมสาร ที่ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัด ชลบุรี ถึง 2 ท่าน ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่ได้ให้ความสำคัญ นำเรื่องปัญหาที่ดินแสมสารเข้าสู่สภาไปก่อนหน้านี้ พร้อมลงไปดูสะพานปลาเพื่อดูปัญหาเรื่องประมง ต่อจากนั้น เดินทางไปวัดช่องแสมสาร เพื่อร่วมงานสวดพระอภิธรรม นางวันเพ็ญ แก้วใส ผู้เสียชีวิต พร้อมเปิดพื้นที่ พูดคุย รับรู้ รับเรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชน ที่เป็นปัญหาที่ดิน ปัญหาระดับชาติ มีความซับซ้อนและการต่อสู้ ต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน การแก้ไขปัญหาต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อผลักดัน วางแนวทาง เร่งแก้ไขข้อพิพาท การริดรอนสิทธิ ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต่อพี่น้องประชาชน และเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องแสมสารทุกคน ซึ่งจะได้รวบรวมปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดมุกดาหาร ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์และบริการ

          เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ที่บริเวณหอแก้วมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายศุภกร มูลสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนางจันทิภา ปัทมเสวี พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการจัดประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์และบริการจังหวัดมุกดาหาร (Mukdahan Brand) เพื่อเป็นเอกลักษณ์ ให้กับผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการของจังหวัดมุกดาหาร สร้างการรับรู้การจดจำภาพลักษณ์ที่ดีของผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์สินค้าบริการอีกทั้งช่วยให้เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สินค้าบริการ ตลอดจนการสร้างเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้และเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการอีกช่องทางหนึ่ง

          เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค เกี่ยวกับแหล่งผลิต ผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการ เพื่อเป็นการรับรองและประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการที่มีคุณภาพของจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

          สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร จึงขอเชิญชวน นักเรียน นักศึกษา สถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไปหรือผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมในการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์และบริการจังหวัดมุกดาหาร ” MUKDAHAN BRAND ” ผู้ชนะเลิศการประกวด จะได้รับรางวัลเงินสด จำนวน 15,000 บาท พร้อมใบเกียรติบัตร เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ส่งผลงานเข้าประกวดได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ถนนวิวิธสุรการ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร 49000 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร โทรศัพท์ 042-611575 ในเวลาราชการ


Cr. ส.ปชส.มุกดาหาร

ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ,พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ผบ.ทรภ.1 เปิดอาคารอเนกประสงค์ โพธิ์แดง สถานที่ปฏิบัติธรรมสวดมนต์ภาวนาและปฏิบัติศาสนกิจ

          พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธี เปิดอาคารอเนกประสงค์ “โพธิ์แดง” สำหรับให้พระภิกษุ สามเณร สมณะชีพราหมณ์และประชาชนได้ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ภาวนา ปฏิบัติศาสนกิจและใช้เป็นสถานที่พักอาศัย ณ วัดทรงเมตตาวนาราม ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 19 ส.ค.62 ที่ผ่านมา

          นาวาเอกนพล นากสวาท ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1 ได้รายงานถึงความเป็นมาว่า สืบเนื่องจากเมื่อครั้งที่ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ เมื่อปี พ.ศ.2559 ได้จัดสร้างอาคารอเนกประสงค์หลังนี้ขึ้น ซึ่งจากเดิมเป็นโรงเก็บของที่ชำรุดทรุดโทรม และได้หารือกับเจ้าอาวาสท่านปัจจุบันให้มีการปรับปรุงอาคารดังกล่าว เพื่อให้พระภิกษุ สามเณร สมณะชีพราหมณ์ และประชาชนทั่วไปได้ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสวดมนต์ภาวนา และเป็นที่พักอาศัยในขณะปฏิบัติศาสนกิจ

          โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาค มีกำลังพลจาก กองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ และทัพเรือภาคที่ 1 ดำเนินการปรับปรุงก่อสร้าง ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 6 เดือนถึงแล้วเสร็จ ภายในประกอบด้วย ห้องนอน ห้องโถงสำหรับปฏิบัติธรรม ห้องน้ำภายในและภายนอกซึ่งจะสะดวกและเพียงพอสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรม ภายหลังการก่อสร้างเสร็จรียบร้อยแล้ว พระครูเมตตาธิการี เจ้าอาวาสวัดทรงเมตตาวนารามทได้เมตตาให้ใช้ชื่อว่า อาคารอเนกประสงค์ “โพธิ์แดง” นับเป็นเกียรติประวัติอันสูงยิ่งแก่ สกุลโพธิ์แดง ในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก