มุกดาหาร # ตม.จว.มุกดาหาร จับหนุ่มลาว ทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ และ Overstay

         เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 10.15 น. ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และ พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สว.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 นำโดย พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ร่วมกับ จุดตรวจท่าเทียบเรือฯ และ จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร

         ได้ทำการจับกุม MR.CHIEM KANTHAVONG อายุ 38 ปี สัญชาติลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1838718 ข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ และเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด โดยจับกุมที่ บริเวณศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์ในการจับกุม ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ดำเนินการปราบปรามจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และผู้กระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการสืบทราบว่า มีแรงงานต่างด้าว มาเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นการแย่งงานคนไทยทำ

         ตามเวลาที่เกิดเหตุ พนักงานเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้วางแผนจับกุม โดยให้เจ้าหน้าที่อยู่รอบๆ สถานที่เกิดเหตุ และให้เจ้าหน้าที่อำพรางตัวเป็นผู้ใช้บริการเข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบ MR.CHIEM KANTHAVONG อายุ 38 ปี สัญชาติลาว (ทราบชื่อ-สกุล สัญชาติภายหลัง) กำลังเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่จริง พนักงานเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเข้าตรวจสอบบุคคลต่างด้าวดังกล่าว ก่อนตรวจสอบพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แสดงบัตรพนักงานเจ้าหน้าที่ และขอตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานใบอนุญาตทำงาน และเอกสารการอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร จากการตรวจสอบผู้ถูกจับ มีเอกสารหรือหลักฐานการอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 ถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นการอนุญาตสิ้นสุด และไม่มีเอกสารหลักฐานการอนุญาตให้ทำงานมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ขณะตรวจสอบ/จับกุม ผู้ถูกจับซึ่งฟังและเข้าใจภาษาไทยได้ดีให้การว่า ได้มาเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่บริเวณศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง และเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลภายในจังหวัดมุกดาหาร เป็นระยะประมาณเวลา 2 ปี ได้เงินจากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเดือนละ 10,000 บาท พนักงานเจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ก่อนทำการจับกุม เจ้าพนักงานผู้จับกุมได้แจ้งรายละเอียดแห่งการจับกุมให้ผู้ถูกจับทราบว่า การกระทำของผู้ถูกจับเป็นความผิดตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ต้องถูกจับกุมตัวและต้องไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนพร้อมผู้จับกุม


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สุดช๊อก!!! เครื่องบินดับกลางอากาศ ตกหงายท้องกลางทุ่งนา

          วันที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 9:32 น. ศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดสุโขทัย ได้รับแจ้งเหตุเครื่องบินเล็กลงจอดฉุกเฉินบริเวณทุ่งนา หมู่ 4 ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.นิวัฒิ นาคโสมกุล ผกก.ศรีสัชนาลัย และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเทพนิมิตร

          เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเครื่องบินเล็ก ขนาด 2 ที่นั่ง สีเหลือง ข้างลำตัวเขียนว่าสมาคมเฟรนด์ ฟลายอิ้งคลับ (Friends Flying Club) ทะเบียน HS-FIN หมายเลขประจำเครื่อง 7-9599 ลงจอดในสภาพพลิกคว่ำหงายท้องอยู่ตรงไหล่ถนนลูกรังติดกับทุ่งนา บริเวณใบพัดด้านหน้าหักและปีกขวาเสียหายเล็กน้อย โดยมี นายประกิจ ทรัพย์พิพัฒนา อายุ 51 ปี ชาว อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นักบิน ไม่ได้รับบาดเจ็บ และนายนวพล พรัดมะลิ อายุ 44 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าแข็งขวาถลอกจากการปีนออกมาจากตัวเครื่อง ยืนรอการช่วยเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ

          จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งคู่ทำการบินออกมาจากจ.ลำพูน เมื่อเวลา 08.00 น. เพื่อจะไป จ.สมุทรสาคร โดยจะแวะพักที่ จ.พิษณุโลก ก่อน แต่เมื่อเครื่องบินเข้าสู่น่านฟ้า จ.สุโขทัย ภูมิประเทศเป็นภูเขา เครื่องยนต์เกิดขัดข้อง มาตรวัดน้ำมันตกลงอย่างรวดเร็ว นายประกิจ นักบินจึงวิทยุประสานสนามบินสุโขทัย ขอลงจอดฉุกเฉินซึ่งได้รับอนุญาต แต่ต่อมาเครื่องยนต์ดับกลางอากาศ ตัวเครื่องลดระดับความสูงอย่างรวดเร็วก่อนถึงสนามบินสุโขทัย อีกเพียง 30 ก.ม.

          นายประกิจ จึงต้องบังคับเครื่องออกจากแนวภูเขา ลงจอดบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเห็นถนนลูกรัง ที่ชาวบ้านสัญจรเข้าท้องนา เป็นทางตรงยาวและโล่ง ไม่มีบ้านเรือนผู้คน กระทั่งเครื่องลงแตะพื้นถนนซึ่งขรุขระมีหลุมบ่อ เครื่องบินเสียการทรงตัวจึงพลิกหงายท้องตกลงไปในทุ่งนาเสียหาย

          ด้าน นายเดช เทพรำลึก ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าขณะเกิดเหตุตนกำลังทำงานอยู่ที่ห้างนาซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ได้เห็นเครื่อบินมาทุ่งนามุ่งหน้าไปทางภูเขา จากนั้นได้เลี้ยวกับและเครื่องบินก็ได้บินต่ำลงจากนั้นได้ดิ่งลงกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่น ตนจึงรีบโทรศัพย์แจ้งตำรวจและรีบมาดูที่เกิด จากนั้นก็เห็นมีคนออกมาจากเครื่องบินที่ผลิกหงายท้อง สำหรับบริเวณนี้ปกติแล้วจะไม่ค่อยมีเครื่องบินบินผ่าน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรก

          ด้านนายวิโรจน์ กาฟัก เจ้ากู้ภัยเทพนิมิตร จุดศรีสัชนาลัย เล่าให้ฟังว่าขณะเกิดเหตุตนเป็นเพื่อกู้ภัยกำลังอบรมอยู่และได้รับแจ้งว่ามีเหตุเครื่องบินตกจึงได้นำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบว่ามีเครื่องบินตกลงไปในนาข้าวข้างและมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าเเข้ง1คนจึงได้ช่วยปฐมพยาบาลทำแผล

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

บ้านไทรหย่อน ลุ้นเป็นตัวแทน ตำรวจภาค 6 เข้าประกวดตำรวจมวลชนสัมพันธ์ดีเด่น

          พล.ต.ต.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิตติพนธ์ ผลพฤกษา รอง ผบก.อก.ภ.6, พ.ต.อ.พิทยา อำพันธ์มณี ผกก.ฝอ.5 บก.อก.ภ.6 และคณะกรรมการตรวจคัดเลือกชุดปฏิบัติการ ชมส.ดีเด่นประจำปี2562 ลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธรหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อดำเนินการตรวจพิจารณาคัดเลือกชุดปฏิบัติการตำรวจชุมชนดีเด่น ประจำปี 2562 บ้านไทรหย่อน หมู่ 5 ต.ปากดุก อ.หล่มสัก จว.เพชรบูรณ์ โดยมี พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์, นายชนก มากพันธ์ นายอำเภอหล่มสัก,พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผกก.สภ.หล่มสัก, ข้าราชการตำรวจ, หน.ส่วนราชการ, ผู้นำท้องถิ่น, ภาคเอกชน ในพื้นที่และประชาชน ให้การต้อนรับ

          ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อตรวจประเมินคัดเลือกตัวแทนเป็นตัวแทนในระดับภาค และเข้าประกวดในระดับประเทศตามลำดับ โดยคณะกรรมการฯ ได้ประเมินตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนพบปะพูดคุยถึงกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับทราบถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และปัญหาในชุมชน ตลอดจนให้คำแนะนำในการป้องกันอาชญากรรม ยาเสพติด และความขัดแย้งในพื้นที่ทั้งนี้ ชุดชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ สถานีตำรวจภูธรหล่มสัก ได้ร่วมทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนและหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่อย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดและปัญหาอาชญากรรม อีกทั้งยังรณรงค์การสร้างวินัยจราจร และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และส่งเสริมความรักความสามัคคีของคนในชุมชน

มนสิชา คล้ายแก้ว

นครนายก-หนุ่มป่วยจิตหลอนบอกเจ้าแม่ให้เข้าไปเอาสิ่งของในศาล

https://youtu.be/QzxpbkNBwDs

หนุ่มป่วยทางจิตมีอาการหลอนบอกว่าเจ้าแม่ตะเคียนทองมาบอกให้ไปเอามีดดาบ กุมารทอง สร้อย ที่ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน

         ศูนย์วิทยุเมืองนายก ได้รับแจ้งมีคนร้ายเข้ามาลักสิ่งของในศาลเจ้าพ่อขุนด่านและศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดดง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ไปยังที่เกิดเหตุ แต่คนร้ายได้หลบหนีออกมาจากวัดแล้วมาพบตัวคนร้ายที่ซอยบ้านใหญ่เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ ทราบชื่อ นายกัมปนาถ เปี่ยมศรี อายุ 41 ปี บ้านอยู่ในซอยเฉลิมพระเกียรติซอย 8 มีอาการทางจิต ต้องเข้ารับการรักษาอาการเป็นประจำ ใกล้กันพบมีดดาบ 4 เล่ม และกุมารทอง พร้อมสร้อยคอและสร้อยข้อมือเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ เก็บสิ่งของทั้งหมดไว้เพื่อนำส่งคืนทางวัดดง พร้อมควบคุมตัวมาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายกและนำตัวส่งโรงพยาบาลนครนายกเพื่อรักษาอาการต่อไป

          จากการบอกเล่าของพระธงชัย เทียมวงษ์ พระลูกวัดดง เล่าว่าในช่วงสายของวันนี้ได้มีชายหนุ่มได้เข้ามาลักทรัพย์สิ่งของในศาลเจ้าพ่อขุนด่านและศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ได้มีดดาบ 4 เล่ม กุมารทอง และสิ่งของอื่นๆไป ทางพระได้มาพบเห็นพอดีจึงได้เข้าไปพูดคุยให้หยุด ให้นำเอาสิ่งของที่เอาไปมาคืนวัดคนร้ายได้ชักมีดดาบจะฟันพระจึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตม.ชลบุรี​ ร่วมสืบสวนตม.3​ รวบหัวหน้าแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น คาโฮสเทลกลางกรุง

          วันนี้ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 25 ส.ค.62 เวลา 15.00 น. ณ โถงทางเข้าชั้น 1 อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) กทม.: พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหัวหน้าและผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นในประเทศไทย

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ สืบเนื่องจากการจับกุมเมื่อวันที่ 29 มี.ค.62 สตม.โดย กก.สส.บก.ตม.3 และตม.จ.ชลบุรี นำหมายค้นศาลแขวงพัทยาที่ 5/2562 ลงวันที่ 29 มี.ค.62 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/219 หมู่บ้านสยาม รอยัล วิว วิลเลจ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนสามารถจับกุมชาวญี่ปุ่น จำนวน 15 ราย ซึ่งทำการโทรศัพท์เพื่อหลอกลวงไปยังประเทศญี่ปุ่น จนมีผู้เสียหายกว่า 500 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 89 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 25 ล้านบาท อันเป็นกรณีที่ทางการญี่ปุ่นให้ความสำคัญและสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากอีกทั้งยังไม่เคยมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้มาก่อน

         พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ จึงมอบหมายให้ บก.ตม.3 โดย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง​ ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รองผบก.ตม.3 และสั่งการให้ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวนทำการขยายผลและออกติดตามกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรม (คอลเซ็นเตอร์) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทยชุดสืบสวน ตม.จ.ชลบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี,พ.ต.ท.ธวัชชัย หนองบัว,พ.ต.ท.กัลป์ กลิ่นศรี รอง ผกก.ตม.จ.ชลบุรี นำโดย พ.ต.ต.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์,พ.ต.ต.จินดา แขกปัญญา สว.ตม.จ.ชลบุรี ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 สืบทราบว่านายยามาโตะฯ อายุ 30 ปี สัญชาติ ญี่ปุ่น เป็นหัวหน้าและผู้ประสานงานของกลุ่มเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แต่ไม่ได้ด้วยขณะเข้าตรวจค้นจับกุมได้ไหวตัวและหลบหนีไป ชุดสืบสวนได้ออกติดตามจนพบว่ามีชายชาวญี่ปุ่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกับนายยามาโตะฯ พักอาศัยอยู่ที่สุรวงศ์ซิตี้ รีสอร์ท เลขที่ 99 ถนนนเรศ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร จึงเข้าตรวจสอบและพบตัวนายยามาโตะฯ จึงได้จับกุมตัวโดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (อยู่เกิน 119 วัน) และได้ควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีและจะได้ส่งตัวให้ทางการญี่ปุ่นเพื่อดำเนินคดีในส่วนของความเสียหายที่เกิดในประเทศญี่ปุ่นต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวทิ้งท้ายว่า​ ตม.จ.ชลบุรี ขอเรียนประชาสัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่​ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.3​ รวบเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยาไอซ์ 105 กิโลกรัม

          วันนี้ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 25 ส.ค.62 เวลา 15.00 น. ณ โถงทางเข้าชั้น 1 อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) กทม.: พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รองผบก.ตม.3,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ได้จับกุมตัว 1.นายไชยราช หรือ ชัย อายุ 45 ปี สัญชาติไทย 2.นายเอกวัฒน์ หรือ นุ้ย อายุ 33 ปี ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท​ 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พฤติการณ์คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันทำการสืบสวน กลุ่มบุคคลที่เป็นขบวนการจำหน่ายยาเสพติด ทราบว่าช่วงกลางคืนของวันที่ 24 ส.ค.62 จะมีกลุ่มบุคคลคนต่างด้าวลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดนนทบุรี นำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มาสด้า รุ่น BT50 สีฟ้า ทะเบียน 1 ฒฐ 5789 กทม. เป็นยานพาหนะ ชุดจับกุมจึงได้กระจายกำลังค้นหารถยนต์คันดังกล่าว

          ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 24 ส.ค.62 ได้พบรถยนต์เป้าหมายขับขี่มาตามถนนเลี่ยงเมืองจังหวัดนนทบุรี มุ่งหน้าถนนรัตนาธิเบศร์ เข้ากรุงเทพฯ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น. ขณะที่รถยนต์เป้าหมาย ได้ไปจอดบริเวณลานจอดรถหน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง แยก 15 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ต่อมาเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 25 ส.ค.62 ได้มีนายเอกวัฒน์ หรือ นุ้ย ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีขาว ทะเบียน ฆฎ 4556 กทม. และ นายไชยราช หรือ ชัย สุดาวงค์ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น แอคคอต สีขาว ทะเบียน ขม 137๘ นครราชสีมา ทราบชื่อภายหลัง จากนั้นทั้ง 2 คน ได้ช่วยกันยกกล่องกระดาษขนาดใหญ่จำนวน 1 กล่อง จากหลังรถยนต์เป้าหมายมาใส่ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีขาว ทะเบียน ฆฎ 4556 กทม. ส่วนนายไชยราชฯ ยืนดูลักษณะเหมือนเป็นผู้ควบคุมสั่งการ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นรถยนต์ ทั้ง 3 คัน ผลปรากฏว่า พบกล่องขนาดใหญ่จำนวน 1 กล่อง อยู่ท้ายรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มาสด้า รุ่น BT50 สีฟ้า ทะเบียน 1 ฒฐ 5789 กทม. และกล่องขนาดใหญ่จำนวน 1 กล่อง อยู่บริเวณที่นั่งผู้โดยสารหลังคนขับรถยนต์ ส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สีขาว ทะเบียน ฆฎ 4556 กทม. เมื่อเปิดกล่องทั้ง 2 กล่อง พบถุงฟอยด์ ลักษณะคล้ายถุงบรรจุชาดอกทานตะวัน ปรากฏยี่ห้อ XIANGRIKUI และอีกด้านหนึ่งเป็นรูปการ์ตูนโดราเอม่อน จำนวน 105 ถุง จึงได้สุ่มเปิดถุงดังกล่าวจำนวน 2 ถุง พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักถุงละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักทั้งสิ้น 105 กิโลกรัม จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชาสัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“กนกวรรณ” รมช.ศธ.ลุยพื้นที่เมืองพระนารายณ์ หนุนสร้างอาชีพเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

          ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านพัฒนาและส่งเสริมอาชีพในชุมชนของสำนักงาน กศน. จังหวัดลพบุรี พร้อมมอบจักรยานแก่ผู้แทนชุมชน บ้านบางขันหมากใต้ เพื่อเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นการสร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชน

          ดร.กนกวรรณฯ กล่าวถึงการลงพื้นที่หมู่ 1 บ้านอัมพวัน องค์การบริหารส่วนตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 23 ส.ค.62 เพื่อตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนและฝึกอาชีพชุมชนของ กศน. จังหวัดลพบุรี ว่า “ชุมชนหมู่บ้านบางขันหมากใต้ ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นชุมชนต้นแบบที่ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพโดย กศน. มีการดำเนินงานพัฒนาชุมชนบนพื้นฐานการดำเนินชีวิตตามประเพณีวัฒนธรรมของคนมอญบางขันหมากที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

          ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยอาศัยต้นทุนวัตถุดิบและภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพผสมผสานกับวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญ นำสู่วิถีพอเพียงอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่องและมีแผนในการพัฒนาเป็นอาชีพชุมชนท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาและการมีส่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนมีการกำหนดโปรแกรมท่องเที่ยวได้ครอบคลุมทั้งชุมชนภายใน 1​ วัน”

          “ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมานั้น ได้รับทราบสภาพปัญหาว่า เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้วิถีชีวิตแบบพอเพียงของที่นี่นั้นกระจายอยู่ในชุมชน นักท่องเที่ยวต้องใช้วิธีเดิน หรือขับขี่รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ในการท่องเที่ยวตามฐานการเรียนรู้แต่ละแห่ง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการซึมซับและเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชน ทางชุมชนจึงได้เสนอปัญหาเพื่อนำไปสู่การพัฒนา

         ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของบ้านบางขันหมากใต้ ให้สามารถดำเนินการบริการนักท่องเที่ยวเพื่อชมวิถีชีวิตและเรียนรู้ตามฐานการเรียนรู้ต่างๆได้ตามอัธยาศัยในชุมชนอย่างครบวงจรและเหมาะสม ในโอกาสนี้จึงได้มอบรถจักรยานจำนวน 50 คัน เพื่อใช้ในการดำเนินการดังกล่าว และขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ช่วยกันทำให้ชุมชนบางขันหมากใต้เป็นชุมชนต้นแบบแห่งการพัฒนา ไม่ว่าจะชาวบางขันหมากใต้ ผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการในพื้นที่ทุกหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนด้านต่างๆ โดยเฉพาะสำนักงาน กศน.ที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการให้ความรู้และพัฒนาทักษะอาชีพในชุมชนอย่างต่อเนื่อง สร้างการมีส่วนร่วมจนชุมชนเข้มแข็ง เกิดแนวทางการพัฒนาร่วมกันกับชุมชน และได้รับการส่งเสริมอาชีพต่างๆจนมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและเป็นที่ต้องการของตลาดหลายประเภท หนุนให้ประชาชนสามารถเพิ่มรายได้ร่วมกับการท่องเที่ยวไปด้วยในตัว

          ซึ่งในอนาคตคงต้องเสริมกลยุทธ์ในการออกแบบและพัฒนาสินค้าให้มีรูปแบบหลากหลาย และมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยไม่ทิ้งกลิ่นอายของภูมิปัญญาและวิถีชุมชน พร้อมรับมือกับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการความแปลกใหม่ ทันสมัยแต่ยังรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิม เพื่อยกระดับสินค้าชุมชนให้มีมาตรฐานในวงกว้างมากขึ้นต่อไป” ดร.กนกวรรณฯ กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตราด-จัดกิจกรรม “โครงการ เดิน วิ่ง ไม้รูด ชาเลนจ์ รัน” ครั้งที่ 1/2562

วิ่งสร้างบุญทุนสร้างพระ สํานึกรักบ้านเกิด เพื่อการกุศลพร้อมส่งเสริมสุขภาพการท่องเที่ยววิถีชุมชนชาวประมงบ้านไม้รูด วันที่ 25 สิงหาคม 2562 ตราด/ที่บริเวณวัดวิสิทธิการาม (วัดไม้รูด)

          เมื่อเวลา 06.00 น.โดยมี นาวาโท อัครพล เหมนาค เสนาธิการกองเรือปฎิบัติการกองทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานปล่อยกิจกรรม เดิน วิ่ง ไม้รูด ชาเลนจ์ รัน ครั้งที่ 1 วิ่งสร้างบุญทุนสร้างพระ สํานึกบ้านเกิด เพื่อการกุศลเพื่อสุขภาพเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนชาวบ้านไม้รูด พร้อมด้วย นาวาเอก สรายุทธ สุขรมย์ ฝ่ายเสนาธิการประจําผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ โดยมี นายณัฐพงศ์ เจริญสุข หัวหน้าทีมผู้จัดกิจกรรม เดิน วิ่ง การกุศลเพื่อสุขภาพเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนชาวประมงไม้รูด พร้อมหน่วยงานในพื้นที่และทีมนักกีฬาจํานวน 1,300 คน เข้าร่วมโครงการกิจกรรม เดิน วิ่ง ไม้รูด ชาเลนจ์ รัน ครั้งที่ 1

          สําหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อการกุศลและเพื่อสุขภาพเชิงส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนชาวประมงบ้านไม้รูด จึงได้จัดกิจกรรม ไม้รูด ชาเลนจ์ รัน ครั้งที่ 1 วิ่งสร้างบุญทุนสร้างพระ สํานึกรักบ้านเกิด เป็นกิจกรรมการกุศลเพื่อหาต้นทุนในการทําความดี โดยมีวัตถุประสงค์ ของการจัดกิจกรรม เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่สนามวิ่งบ้านไม้รูด ได้เป็นที่รู้จักของนักวิ่งทั่วไป เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนชาวประมงในพื้นที่บ้านไม้รูดและพื้นที่ใกล้เคียง และเพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ออกกําลังกายเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ลูกหลานบ้านไม้รูดได้นําความรู้ความสามารถกลับมาช่วยพัฒนาบ้านเกิด

          โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งมอบให้ วัดพระบาทนํ้าพุ ส่วนหนึ่งมอบเป็นทุนการศึกษาของเด็กๆโรงเรียนบ้านไม้รูด และอีกส่วนหนึ่งมอบให้วัดไม้รูด เพื่อเป็นองค์ทุนดําเนินการจัดสร้างและบํารุงศาสนาและสถานที่วัดไม้รูด ในการจัก เดิน วิ่ง ในครั้งนี้ จํานวน 1,300 คน โดยใช้ระยะทางวิ่ง 10 กิโลเมตร 5 กิโลเมตร 3 กิโลเมตร และ VlP โดยใช้เส้นทางในพื้นที่ตําบลไม้รูด ริมชายหาดสองสี และหมู่บ้านประมงชาวบ้านไม้รูด เป็นระยะทางการวิ่งในครั้งนี้

          หลังจากนั้นในเวลา 08.30 น. นาวาโทอัครพล เหมนาค เสนาธิการกองเรือปฎิบัติการกองทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานได้มอบถ้วยรางวัลและโล่เกียรติคุณให้กับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนที่เข้าเส้นชัยพร้อมเหรียญรางวัลที่จุดปล่อยต้ว ไม้รูด ชาเรนจ์ รัน ครั้งที่ ๑

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-จัดกิจกรรมพายเรือเก็บขยะแม่น้ำนครนายก

https://youtu.be/9g7qEWbsT2A

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับโรงเรียนนครนายกวิทยาคมและเทศบาลเมืองนครนายก จัดกิจกรรมพายเรือเก็บขยะแม่น้ำนครนายก

          ที่สะพานสันเขื่อนโรงเรียนนครนายกวิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายยงยศ อิสสระเสนารักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมพายเรือเก็บขยะแม่น้ำนครนายก โดยมีนายเพ็ญศักดิ์ แจ้งเหตุผล ผู้อำนวยการโรงเรียนนครนายกวิทยาคม กล่าวต้อนรับ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมมีหน่วยงานราชการ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประชาชน นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวนมาก โดยมีเรือแคนูจำ 40 ลำ แบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่มเก็บขยะตั้งแต่สะพานโรงเรียนนครนายกวิทยาคมไปถึงวัดวังกระโจมส่วนอีกกลุ่มหนึ่งแยกไปเก็บถึงวัดใหญ่ทักขินารามเป็นอันเสร็จกิจกรรมในวันนี้

          ด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับหลายหน่วยงาน จัดกิจกรรมพายเรือเก็บขยะแม่น้ำนครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อมทางธรมชาติ ไม่ควรนำสิ่งของลงสู่แม่น้ำจะทำให้เกิดความสกปกในแม่น้ำลำคลอง ทางมหาวิทยาลัยจึงได้มาจัดกิจกรรมนำล่องที่จังหวัดนครนายกเป็นแห่งแรก

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปราจีนบุรี-ไฟไหม้ห้องพักครู บนอาคารเรียนเกือบวอดทั้งหลัง คาดไฟฟ้าลัดวงจร

https://youtu.be/RrOFzY-mnXg

          เมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 25 ส.ค.62 ร.ต.อ.เรืองศักดิ์ เนื่องกิจ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากนายปราจีน ศุภช่าง นักการภารโรงว่า มีเหตุเพลิงไหม้ห้องพักครู ที่อาคารห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ กาญจนาภิเษก บริเวณห้องพักครูคณิตศาสตร์ ชั้น 2 โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง (ปรอ.) อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

          หลังรับแจ้ง ได้ประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถานปราจีนบุรี เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่อาคารดังกล่าว บริเวณชั้น 2 เป็นห้องพักครูคณิตศาสตร์และห้องเก็บเอกสาร พบกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากห้อง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ฉีดน้ำสกัดเพลิง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังเพลิงสงบทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าไปตรวจสอบพบเอกสารทางราชการ เครื่องใช้ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โต๊ะ ตู้ ภายในห้องถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ส่วนค่าความเสียหายยังไม่สามารถตรวจสอบได้ ต้องรอทางโรงเรียนเข้ามาทำการประเมินความเสียหาย ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดปราจีนบุรีเข้ามาตรวจสอบ ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุเพลิงไหม้น่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

          จากการสอบสวนทราบว่า วันนี้เป็นวันหยุดราชการ ไม่มีครูและนักเรียนอยู่ภายในอาคารดังกล่าว ในช่วงเช้า นายปราจีน ศุภช่าง นักการภารโรงได้เดินตรวจตามอาคารต่าง ๆ ตามปกติ เมื่อมาถึงอาคารดังกล่าว พบว่ามีควันไฟพุ่งออกมาจากห้อง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องมาทำการตรวจสอบ และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุต่อไป

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก