ชาวบ้าน วอนสำนักงานเขตบางซื่อ ให้ช่วยตรวจสอบ​ การขยายทางโดยการทุบฟุตบาท

         ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า​ วอนให้สำนักงานเขตบางซื่อ ให้ช่วยตรวจสอบ​ ภายในซอยศรีพิชัย​ ​บริเวณ​ ถนนริมคลองประปาฝั่งซ้าย แขวงและเขตบางซื่อ กทม.มีการขยายถนนโดยการทุบฟุตบาทแล้วร่นเข้าไปเป็นระยะ 1 เมตร ทีแรกดูดีคิดว่าจะทำให้การจราจรคล่องตัวขึ้น แต่กลับเป็นดังภาพ บริเวณที่เคยเป็นฝาท่อ มีท่ออยู่หลังจากขยายพื้นผิวแล้วกลับเอาเศษอิฐเศษปูนเทกลบลงไป

          เมื่อมีฝนตกมาทำให้พื้นยุบ รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ หรือแม้แต่รถยนต์ที่สัญจรในเวลาค่ำคืนไม่รู้ว่าบริเวณนั้นพื้นยุบ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ตอนนี้ยังไม่มีใครตาย แต่ก็ทำความเสียหายให้เกิดแก่ทรัพย์สิน มิหนำซ้ำยังเอาท่อประปามาวางเพื่อเตรียมจะขุดฝังท่อใหม่ แต่กลับเอาเศษอิฐเศษหินบริเวณนั้น​ ซึ่งเป็นอิฐตัวหนอนที่รื้อจากพื้นมาวางกั้นเอาไว้ ไม่อยากนึกภาพเลยว่า หากเศษอิฐที่รองเอาไว้หลุดออกจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ากลิ้งไปทับสิ่งของก็แค่เกิดความเสียหาย แต่ถ้าทับหมาทับแมวของเขาตายเจ้าของเขาก็ร้องไห้เสียใจ แต่ถ้าทับคนละครับ และ​ “คลองลำราง” บริเวณซอยศรีพิชัย​ ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำออกจากซอยก็ตื้นเขินจนเป็นสวนเกษตร แล้วอย่างนี้ ชาวบางชื่อจะอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ฉก.ยะลา เผยคืบหน้าจับมือระเบิด-วางเพลิง 4 อำเภอ ชี้คนร้ายเลือกจุดไร้กล้องวงจรปิด พร้อมให้ความมั่นใจกำลัง 4 ฝ่าย รปภ.เมืองรองรับการจัดกิจกรรมใหญ่

          ที่จังหวัดยะลา พ.อ.ชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา(รอง ผบ.ฉก.ยะลา) กล่าวถึงกรณีที่คนร้ายก่อเหตุระเบิดและวางเพลิง 6 จุดใน 4 อำเภอในจ.ยะลา เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่าง รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก สำหรับหลักฐานทางเจ้าหน้าที่ พบเบาะแสในส่วนของอุปกรณ์ประกอบระเบิด โดยจะนำมาวิเคราะห์กับเหตุการณ์ ที่ผ่านมาว่ามีใคร กลุ่มไหน ที่ก่อเหตุในครั้งที่ผ่านๆ มา เพื่อมาประกอบ ข้อมูลนำไปสู่การรติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

          ทั้งนี้การปฏิบัติการของผู้ก่อเหตุกระทำระหว่าง 19.10 – 19.30 น. ใช้ระยะเวลาประมาณ 20 นาที ในแต่จุด ซึ่งคาดว่าใช้คนในการก่อเหตุครั้งนี้ไม่เกิน 10 คน โดยแต่ละกลุ่มมีผู้สั่งการจากขบวนการเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายในการแสดงตัวตนของแนวร่วม ให้รู้ว่ายังมีการเคลื่อนไหว โดยการสร้างสถานการณ์ และประสงค์ต่อชีวิต และทรัพย์สินให้เกิดความสูญเสีย ส่วนจะเป็นการก่อเหตุเพื่อแสดงสัญลักษณ์วันครบรอบสถาปนาของขบวนการฯ หรือไม่นั้น ตนมองว่าคงเป็นแค่เหตุผลส่วนหนึ่ง

         “บางจุดไปก่อเหตุในที่ไม่มีกล้องวงจรปิดเลย ที่ผ่านมาจะเห็นว่ากล้องวงจรปิดมักจะถูกเผาทำลาย เพราะภาพจากกล้องจะใช้นำไปเป็นพยานหลักฐานมัดตัวผู้กระทำความผิดได้ ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างบูรณาการเพิ่มเติมกล้องวงจรปิดลงไปในหลายๆ จุด” พ.อ.ชลัช กล่าว

          เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับการก่อเหตุในกรุงเทพฯหรือไม่ พ.อ.ชลัช กล่าวว่า ตนมองว่า คงไม่เกี่ยวเนื่องกัน แต่กลุ่มที่ก่อเหตุมีลักษณะการกระทำที่คล้ายๆ กัน ส่วนที่มีการก่อเหตุถี่ขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะเกิดหลังช่วงรอมฎอน ซึ่งมีการแจ้งเตือนให้กำลังในพื้นที่เฝ้าตรวจ ป้องกัน จัดชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ในการเข้าทำลายอิสระในการเข้ามาก่อเหตุอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กระทบขวัญกำลังใจของประชาชน และ เจ้าหน้าที่ ทุกคนพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยรองรับการกิจกรรมที่จ.ยะลา อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ยะลาเป็นเมืองที่น่าอยู่ เป็นเมืองท่องเที่ยว และพัฒนาด้านเศรษฐกิจ โดยพรุ่งนี้ (25 ส.ค.) จะมีการจัดแข่งขันวิ่งมาราธอนรายการใหญ่ เจ้าหน้าที่พร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

Cr.หนุมานคลุกฝุ่น/รายงาน
ศูนย์ข่าวสำนักข่าวความมั่นคง /จังหวัดชายแดนใต้

ลูกประดู่ นรจ.ทร.19 จัดระเบียบสร้างความแข็งแกร่งให้กับเพื่อนร่วมรุ่นยามชรา

นักเรียนจ่าทหารเรือรุ่น 19 (นรจ.ทร.รุ่น 19) ซึ่งถือกำเนิดมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2519 จาก รร.ชุมพลทหารเรือ รับราชการร่วมเป็นเพื่อนกันมาจนเกิดเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งจนมาถึงวันนี้และต่างสัญญาว่าเราจะไม่ทิ้งกันและจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป

          โดย นรจ.ทร.รุ่น 19 ยังคงมีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างความรักและความแข็งแกร่งให้กับรุ่นต่อไป ด้วยความร่วมมือร่วมใจและการสนับสนุนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากเพื่อนๆ และในวาระของคณะกรรมการ ปีบริหาร 2562 ถึง 2563 โดยนาวาเอกสายัณห์ กิจบำรุง ที่ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานรุ่นฯ จึงได้เรียนเชิญคณะกรรมการบริหารส่วนต่างๆ เข้าร่วมประชุม เพื่อวางกรอบนโยบายการดำเนินกิจการของรุ่นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ณ ห้องประชุม องค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.62) ที่ผ่านมา โดยมีคณะกรรมการและเพื่อนร่วมรุ่นที่ทราบข่าวต่างเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน และเป็นที่น่ายินดีการประชุมในวันนี้ พ.จ.อ.วิษณุ โตสมบัติ นายก อบต.พลูตาหลวง ได้ให้การสนับสนุนสถานที่ จัดเลี้ยงอาหารว่างและอาหารกลางวัน ให้กับคณะกรรมการและเพื่อนร่วมรุ่นที่เข้าร่วมประชุมในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

          นาวาเอกสายัณห์ กิจบำรุง กล่าวว่าด้วยในเดือน ต.ค.62 นี้ มีเพื่อนๆ ที่ครบกำหนดเกษียณอายุราชการหลายคนและเป็นเดือนที่กำหนดจัดงานพบปะสังสรรค์เป็นประจำทุกปี คณะกรรมการรุ่นฯ จึงได้มีมติกำหนดจัดงาน “พบปะสังสรรค์และงานเกษียณอายุราชการ” เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนๆ ที่เกษียณอายุราชการและเป็นการพบปะสังสรรค์กันด้วยในคราวเดียวกัน ในวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2562 เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ณ ห้อง conven
tion Hall C โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้จอมเทียนพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อนๆ สามารถสั่งจองบัตรร่วมงานได้ในราคาใบละ 500 บาท/คน ที่ประธาน/หัวหน้าพรรคเหล่าแต่ละพรรคเหล่าได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากต้องการห้องพัก โรงแรมแอมบาสเดอร์ฯ สั่งจองได้ที่ น.อ.ประเสริฐ ประดับกุล โทร. 0814281629 ในราคาห้องละ 800 บาท (อาหารเช้า 2 ที่) ภายในโรงแรมมี สระว่ายน้ำ มีหาดทรายให้เล่นน้ำด้วย อาหารเป็นรูปแบบของ “บุฟเฟ่ต์” เพื่อให้เพื่อนๆ ได้พบปะพูดคุยได้อย่างเต็มที่ มีการแสดงแฟนซิดริลของ นรจ.ทร. การแสดงดนตรีดุริยางค์ทหารเรือจากฐานทัพเรือสัตหีบ

         ส่วนการจัดกิจกกรรมในช่วงเช้า (5 ต.ค.62) ระหว่างเวลา 10.00 น.ถึง 12.00 น. จัดให้มีพิธีร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ 9 รูป ณ วัดเขาบำเพ็ญบุญ ต.นาจอมเทียน เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้นรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ก่อนเดินทางเข้าร่วมงานเลี้ยงในช่วงค่ำ จึงบอกบุญมายังเพื่อนๆ บริจาคทรัพย์ร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธาได้ที่ นาวาเอกสายัณห์ กิจบำรุง ประธานรุ่นฯ และซึ่งเงินที่เหลือจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมของรุ่นต่อไป

          น.อ.สายัณห์ฯ ยังได้กล่าวต่ออีกว่าระเบียบวาระการประชุมในวันนี้ ได้บรรจุเรื่องของเงินกองทุนสวัสดิการรุ่นทั้งหมด ที่มีอยู่จำนวน 1,981,396.30 บาท โดยฝากอยู่ในสหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม ฯ จำนวน 1,530,697.50 บาท และเงินรุ่น จำนวน 450,698.50 บาท ซึ่งฝากอยู่ในบัญชีธนาคารทหารไทยของรุ่น โดยในที่ประชุมมีมติให้การปฏิบัติ “ด้านการเงินกองทุนรุ่นเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติของคณะกรรมการฯ ชุดปัจจุบันและเป็นสากลอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน” อีกด้วย

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี 0909535645

สัตหีบ-ผู้ใหญ่บอม ใจบุญเลี้ยงอาหารกลางเด็กทั้งโรงเรียน เนื่องในวันคล้ายวันเกิด

          วันนี้ 26 ส.ค.62 ที่โรงเรียนบ้านเตาถ่าน อ.สีตหีบ จ.ชลบุรี นายอัครพล แสงศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.สัตหีบ ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันและขนมให้นักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านเตาถ่าน จำนวน 950 คน เนื่องในโอกาสวันคลายวันเกิด ครบ 27 ปี โดยมี นาย พธนกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสัตหีบ พร้อมด้วย ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่สัตหีบ สมาชิกกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ร่วมจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่เด็ก ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับคณะครู อาจารย์ ตลอดจนนักเรียน เป็นอย่างมาก

          นายอัครพล แสงศรี กล่าวว่า ในสังคมปัจจุบันเราจะมีวิธีใดในการช่วยเหลือสังคมได้ จึงมีตั้งใจว่าวันคล้ายวันเกิดปีนี้จะมาเลี้ยงเด็กที่นี่ เพราะเขาก็เหมือนลูกหลานของเรา ยิ่งได้เห็นเด็กมีหน้าตาที่สดชื่น แบบนี้เราก็ดีใจและ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมเลี้ยงอาหารนักเรียนในครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่ดีที่ได้มาเลี้ยงอาหารเด็กนักเรียนและร่วมสร้างความสุขให้เด็กๆ ในวันนี้ ทั้งนี้ตนเองอยากเห็นเด็กนักเรียนที่นี่ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งมีความสามารถ และเป็นคนดีต่อสังคมในอนาคตต่อไป

          ทั้งนี้ ทางคณะครู อาจารย์ โรงเรียนอนุบาลบ้านเตาถ่าน ขอขอบคุณ นายอัครพล แสงศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.สัตหีบ พร้อมทั้งผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ได้มาจัดเลี้ยงอาหารนักเรียนโรงเรียนฯ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็กโชคดี ที่ผู้ใหญ่ใจดีได้เล็งเห็นความสำคัญของเด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านเตาถ่าน

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645, 0945565622 /086-3684323

เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบรองนายกรัฐมนตรีที่ ทำเนียบรัฐบาล​..

          วันจั​นทร์​ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 16.30 น. นายหลี่ว เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะได้เข้าพบ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายนิพินธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ.ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล​ กรุงเทพ​ฯ…


ธีรพล ปลื้ม​ถนอม​ รายงาน

สำนักงานเขตพระนคร ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย ปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์ บริเวณชุมชน​บ้านพานถม ริมคลองบางลำพู เขตพระนคร.

         วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” นำกำลังเจ้าหน้าที่ สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ตรวจความเป็นระเบียบเรียบร้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์ชุมชน​บ้านพานถม โดยการลงพื้นที่วันนี้ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา จนท.สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ได้ทำการลงพื้นที่มาตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยอักทั้งได้ทำการปรัปรุงภูมิทัศน์ภายในชุมชนอีกทั้งได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือแก่พี่น้องประชาชนในชุมชน นัดหมายล่วงหน้าว่าในวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562 ที่จะถึง สำนักงานเขตพระนคร จะนำกำลัง จนท.เขตพระนคร สายตรวจ 3 ประสาน จะลงพื้นที่ทำกิจกรรมพัฒนากิจ Big Cleaning ทำความสะอาด บริเวณตลาดภายในชุมชนบ้านพานถม เพื่อพัฒนาผลักดันชุมชนบ้านพานถมเป็นแหล่งท่องเที่ยวอนาคต ณ.บริเวณชุมชน​บ้านพานถม ริมคลองบางลำพู เขตพระนคร กทม.

          โดยวันนี้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ จนท.ฝ่ายโยธาฯ “เขตพระนคร”​ ร่วมกับ จนท.ตำรวจฯ จนท.ทหารฯ ร่วมกันทำการตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย และ ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ ยกเก็บสิ่งของที่วางกีดขวางทางเดินในพื้นที่สาธารณะนำออก และ ทำการตัดแต่งกิ่งไม้ ใช้รถน้ำทำการฉีดล้างพื้นผิวถนน บริเวณชุมชน พร้อมกันนี้ ยังได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือแก่พี่น้องประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ในชุมชนบ้านพานถม ให้จัดเตรียมเอกสารบัตรประชาชนเพื่อทำการลงทะเบียร ลงชื่อ ตรวจสอบว่ามีการตั้งร้านค้าอยู่บริเวณใด เพื่อนำมาประชุมวางแผนในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อจะพัฒนาผลักดัน ตลาด ชุมชน แห่งนี้ให้เป็นเหล่งท่องเที่ยวเเหล่งเศรฐกิจแหล่งเรียนรู้ในอนาคตต่อไป โดยกิจกรรมวันนี้ต่างได้มีพี่น้องประชาชน​ พ่อค้า แม่ค้า ในชุมชนออกมาให้ความร่วมมือเป็นจำนวนมาก

         เบื้องต้นการลงพื้นที่วันนี้เพื่อได้สนองงานในโครงการจิตอาสาพระราชทาน อีกทั้ง ยังได้ปฎิบัติตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” โครงการ สายตรวจ 3 ประสาน และ ปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )…

#สำนักงานเขตพระนคร #สายตรวจ3ประสาน #ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร #บริเวณชุมชน​บ้านพานถม #ริมคลองบางลำพู #NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

ครูปรีชา,เจ๊เกียว และเจ๊พัช เข้าพบกองปราบฯ​ ให้ปากคำเพิ่มเติมคดีหวย 30 ล้าน พร้อมขอคำชี้แจงสำนวนคดีหลุดถึงมือคู่กรณี

          วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 26 ส.ค.62​ เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา พร้อมด้วย นางปณัญชญา สุขพูล หรือเจ๊เกียว,น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช และนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยาน เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีต่างๆเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทแย่งสิทธิ์การครอบครองสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ มูลค่า 30 ล้านบาท และกรณีข้อมูลสำคัญในสำนวนคดีหลุดรอดออกสู่สาธารณะ

          นายวรยุทธฯ กล่าวว่า สำหรับการมาพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ​ ในวันนี้มีด้วยกัน 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกทางด้านครูปรีชาฯ​ ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อมาให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีที่เคยไปแจ้งเรื่องไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับเรื่องที่มีข้อมูลในสำนวนคดีหลุดรอดออกไปถึงชั้นพิจารณาคดีชั้นศาล ส่วนประเด็นต่อมาเป็นกรณีของ นางปณัญชญาฯ และ น.ส.พัชริดาฯ มาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมตามหมายเรียกในกรณีที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจได้แจ้งเอาผิดกับทั้งสองคนว่า แจ้งความเท็จ และคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทสิทธิ์ครอบครองหวยรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ซึ่งการมาในวันนี้เองทางตนก็จะถือโอกาสสอบถามพนักงานสอบสวนด้วยว่า หมวดจรูญฯ ซื้อหวยชุดนี้มาจากใคร ที่ไหนอย่างไร เพื่อขอให้สอบหาที่มาที่ไปให้เกิดความชัดเจน และจะสอบถามกับทางพนักงานสอบสวนว่ามีข้อมูลในสำนวนคดีหลุดรอดออกไปได้อย่างไร เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตุ​ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานสำคัญ เช่นสัญญาณโทรศัพท์แสดงจุดที่อยู่ รวมถึงข้อมูลการสนทนาผ่านไลน์ หลุดออกมาได้อย่างไร เพราะผู้ที่จะขอพยานหลักฐานออกมาได้ ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย หรือเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น และจะต้องมีการเซ็นต์อนุมัติ

          นายปรีชาฯ กล่าวว่า ประเด็นเอกสารหลักฐานข้อมูลการใช้โทรศัพท์ตน ที่หลุดไปถึงมือหมวดจรูญฯ นั้นเป็นข้อมูลสิทธิส่วนบุคคลของตนเอง เพราะแม้แต่ตนเองเคยซึ่งก่อนเคยขอข้อมูลดังกล่าวจากบริษัทให้บริการมือถือ ค่ายหนึ่ง ยังเคยถูกปฏิเสธ โดยทางบริษัทอ้างว่าตนจะต้องทำเรื่องผ่านทนายความหรือพนักงานสอบสวน ก่อนจะมาได้ในช่วงไต่สวนมูลฟ้องตอนหลังนี้เอง แต่เหตุใดก่อนหน้านี้ข้อมูลดังกล่าวกลับหลุดไปยังมือของหมวดจรูญ และถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล ตนจึงเชื่อว่าข้อมูลสำนวนเหล่านี้ต้องหลุดมาจากตำรวจ ทำให้ในวันนี้พนักงานสอบสวนจึงมีหนังสือเชิญตนมาให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยทางพวกตนจะใช้สิทธิ์ตามกฎหมายทุกข้อ สู้ตามความจริง และไม่คิดว่าการกระทำจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล

          นายปรีชาฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี ที่ตนฟ้องร.ต.ท.จรูญฯ​ ในข้อหายักยอกทรัพย์หวย 30 ล้าน ก่อนที่ศาลหวัดกาญจนบุรีจะพิพากษายกฟ้องในชั้นต้นแล้วนั้น ส่วนตัวยืนยันว่าจะใช้สิทธิ์​ และกระบวนการตามกฎหมายที่มีขอยื่นอุทธรณ์ต่อไป พร้อมย้ำว่าความจริงก็คือความจริง ล็อตเตอรี่เป็นตนเอง นอกจากนี้กรณีที่ตนทำเรื่องขอระงับการถอนเงินออกจากบัญชีของหมวดจรูญฯ​ กับธนาคาร ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเป็นการละเมิดคำสั่งของศาลแพ่งที่ให้ถอนอายัดเงินรางวัลในบัญชี แต่เป็นสิทธิที่ตนสามารถทำได้ตามกฎหมาย ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าตนเป็นผู้เผยแพร่้เลขที่บัญชีและเบอร์โทรศัพท์ของร.ต.ท.จรูญฯ ต่อสาธารณชน ในส่วนนี้ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเผยแพร่ อีกทั้งมองว่าเลขบัญชีและเบอร์โทรศัพท์ไม่น่าจะเป็นความลับ แต่สามารถเปิดเผยทางธุรกิจได้ เชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามน่าจะใช้เป็นข้ออ้างในการปิดบัญชีและขอถอนเงินรางวัลทั้งหมดออกจากธนาคาร

          ด้าน นางปนัญชยาฯ กล่าวว่า ตนเองเป็นแม่ค้าขายของอยู่ที่ย่านดังกล่าวมานานหลายสิบปี มั่นใจว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลชุดนี้ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น เป็นคนขายให้กับครูปรีชาฯ​ เอง และจะขอเป็นพยานให้กับครูปรีชาฯ เพราะตนเห็นว่ามีการซื้อขายกันจริง ส่วนกรณีที่มีการชี้จุดจำลองเหตุการณ์วัดไชยชุมพลชนะสงคราม นั้น ตนยืนยันว่าจุดดังกล่าวไม่ใช่จุดที่ซื้อขายหวยจริง ส่วนการที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานาทางสื่อสังคมออนไลน์ ตนห้ามความคิดของคนในโลกโซเชียลไม่ได้ ตนเองก็เป็นเพียงแม่ค้าจะมีส่วนได้เสียอย่างไร นอกจากนี้ตนยังตั้งข้อสังเกตุ​อีกด้วยเหตุใดหมวดจรูญจึงรีบถอนเงินรางวัลออกจากบัญชี หากเป็นเจ้าของเงินจริง จะถอนออกมาใช้ตอนไหนก็ย่อมได้
“หมวดจรูญรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว ว่าตัวเองซื้อหรือไม่ได้ซื้อ ใครทำอะไรก็รู้อยู่ นรกอยู่ในใจ” กล่าวทิ้งท้าย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“กนกวรรณ” รมช.ศธ.ผุดหลักสูตร “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” นำร่อง กศน. พร้อมขยายสู่ อสม.

         อภัยภูเบศร จัดมหกรรมสุขภาพอาเซียนยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี 8 ประเทศ ขนบวัตกรรมภูมิปัญญาโชว์ รมช.ศธ.แนะใช้กัญชาเป็นสื่อเรียนรู้วิทยาศาสตร์แทนถั่วงอก รมช.ศึกษาฯ เอาจริง ผลิตหลักสูตร “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” พร้อมตอบสนองในทุกมิตินำร่อง กศน. พร้อมขยายสู่ อสม. ชี้ทุกคนต้องเรียนรู้ เพื่อการส่งเสริมกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ

          เมื่อวันที่ 24 ส.ค.62 ที่ผ่านมา ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” ร่วมกับ ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และเยี่ยมชมงานมหกรรมภูมิปัญญาอาเซียน จัดโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ณ ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ บางเดชะ จังหวัดปราจีนบุรี

          ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า “ต้องขอบคุณโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในฐานะที่เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ตั้งแต่ปลูก สกัด มายาวนานและยังได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ วันนี้ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยเองเราพัฒนาเรื่องกัญชาช้ากว่าประเทศอื่นทั้งในอาเซียนและทวีปอื่นๆ หลายสิบปี ทั้งในทางการแพทย์ สันทนาการและนันทนาการ เราเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไม่เฉพาะกัญชาเท่านั้น แต่เราสูญเสียงบประมาณในการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จำนวนมหาศาลในแต่ละปี เลยจุดประกายความคิดและอยากมีส่วนร่วมจึงได้เสนอให้มีการผลิตหลักสูตร “กัญชาพาเรียนวิทยาศาสตร์” เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ทุกเพศทุกวัย ในทุกมิติของสังคม ที่สำคัญต้องรู้จริง รู้ลึก รู้ถึงประโยชน์ รู้ถึงโทษ ของกัญชาทุกมิติ ตามความเหมาะสมของช่วงอายุ ช่วงวัย ตามการศึกษาที่เกี่ยวข้อง และจากที่ได้นำเสนอความคิดนี้ไปก่อนหน้านี้ ก็มีความเห็นมากมาย ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนไม่เห็นด้วยก็เกรงว่าจะกระทบถึงความเหมาะสม จึงอยากให้ท่านที่ยังมีคำถาม ให้มาเรียนรู้ที่อภัยภูเบศร ที่ภูมิภูเบศร ซึ่งมีการทดลอง วิจัย สมุนไพรหลายชนิด และต่อยอดพัฒนากัญชาในทางการแพทย์ อยากให้สังคมได้เรียนรู้ร่วมกันทั้งส่วนของภาคสาธารณสุขที่ใช้กัญชาเป็นสมุนไพรทางเลือก และขับเคลื่อนมิติของกฎหมาย ปกป้องกัญชาไทยให้สามารถใช้กับคนไทย พัฒนาเป็นสินค้าส่งออก สอดคล้องกันจากความต้องการ และจากการผลิต ไม่มากเกินไปทางการตลาด เป็นพืชเศรษฐกิจ ที่จะสร้างรายได้เข้าประเทศ” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

          ดร. กนกวรรณฯ กล่าวด้วยว่า จากการหารือในเบื้องต้นจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อผลิตหลักสูตร “กัญชาพาเรียน” และจะบรรจุเข้าไปอยู่ในการเรียนการสอนของ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ สำนักงาน กศน. โดยจะจัดการศึกษาในภาคปฏิบัติ คือ เรียนรู้จากพื้นที่จริงโดยมีรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นพี่เลี้ยง และควบคุมคุณภาพของผู้เรียนตลอดหลักสูตร จากนั้นจะคัดเลือกผู้เรียนที่มีความพร้อมเพื่อเป็นเครดิตในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายผลไปสู่ อสม. ที่อยู่ใกล้ชิดชุมชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และอบรมหลักสูตรระยะสั้น เพื่อเป็นเส้นทางสายอาชีพ ยกระดับ อสม.เพื่อไปสู่นวัตกร ในพื้นที่ EEC. ต่อไปในอนาคต

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ว่าฯ​ ประจวบฯ​ พร้อม​ กอ.รมน. ร่วมกับหน่วยงานข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจและติดตามความคืบหน้าการสร้างบ้านให้กับครอบครัว “น้องปราย”

         วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 10.20 น. : ดร.พัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง.กอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์,นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายอำเภอปราณบุรี และรักษาการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจและติดตามความก้าวหน้าในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ครอบครัวของเด็กหญิงกันติชา ศรีเลิศ (น้องปราย) ณ บ้านเลขที่ 452 หมู่ 8 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี

          โดยการก่อสร้างได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี ปัจจุบันใกล้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ ได้มอบทุนการศึกษาจำนวนหนึ่งแก่น้องปราย

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

สระบุรี​-วันรณรงค์ป้องกันและกำจัดหนอนกระทู้ลายจุดข้าวโพดโดยชีววิธี

         วันที่ 26 สิงหาคม 2562 ​นางสาว​กัลยา รุ่งวิจิตรชัย​ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดสระบุรีเขต1​ เป็นประธาน​ พร้อมนางจุไรรัตน์​ แสงสวัสดิ์​ เกษตรจังหวัดสระบุรี​และ​นายปรีชา​ ​พุทธิชาติ​ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช​ สำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรี​ กล่าวรายงาน​ เนื่องจากหนอนกระทู้ข้าวโฟดลายจุดเป็นแมลงศตรูข้าวโพดที่ระบาดจากต้นฤดูกาลที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดสระบุรี​ รวมกว่า70, 558 ไร่​ ทางด้านเกษตรจังหวัดสระบุรี จึงได้ร่วมกับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิ์ภาพการผลิตสินค้าเกษตรและเครือข่ายเกษตรกร​ ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในทุกอำเภอ​ ดำเนินมาตราการเพื่อป้องกันกำจัดและควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโฟดลายจุดมิให้เข้าทำลายต้นข้าวโฟดเลี้ยงสัตว์​ จนเสียผลผลิตเสีย​หาย

         ในวันนี้กรมวิชาการเกษตรให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันกำจัดโดยวิธีผสมผสาน​ ให้การปฏิบัติตามคำแนะนำ​และสนับสนุนแมลงศตรูธรรมชาติเพื่อควบคุมหนอนกระทู้ข้าวโฟดลายจุด ซึ่งสามารถควบคุมการระบาดของหนอนกระทู้ได้ในระดับหนึ่งแต่ยังไม่สามารถหยุดยั่งทำลายของหนอนกระทู้ข้าวโพด จึงได้จัดงาน”วันรณรงค์การป้องกันและกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโฟดลายจุดโดยชีววิธี” โดยมีวิทยากรจากนักวิชาการจาก 4 สถานี จากศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์​ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่ 5​ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดชัยนาทและสถานีการผลิตและขยายแมลงศัตรูธรรมชาติและสารีวภัณฑ์​ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรจังหวัดชัยนาท

         จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ปล่อยแมลงศตรูพืชลงพื้นที่ในไร่ข้าวโพด เพื่อกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด โดยชีววิธีเพื่อเพาะแมลงหางหนีบและสามารถกำจัดตัวหนอนกระทู้ลายจุดได้ พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรและมอบวัสดุอุปกรณ์การเลี้ยงแมลงศัตรูธรรมชาติให้กับศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนจำนวน 10 ศูนย์ เพื่อเพาะเลี้ยงและขยายพันธ์แจกให้เกษตรกรนำไปขยายผลใช้กำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดต่อไป

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน