พายุโซนร้อน “โพดุล” ถล่มเมืองมุกดาหารจมใต้บาดาล ถนนหลายสายถูกน้ำท่วม น้ำป่าไหลบ่าท่วมบ้านเรือนหลายชุมชน

          จังหวัดมุกดาหาร เกิดพายุฝนถล่มเมืองมุกดาหาร มีฝนตกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงลำห้วยหลัก น้ำเอ่อท่วมถนนหลายสาย และท่วมชุมชนดอนมุกดา โดยเฉพาะซอยศรีประเสริฐ และอีกหลายชุมชนชาวบ้านขนย้ายสิ่งของไว้ในที่สูงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที มุกดาหาร จากพายุโพดุลฝนยังตกส่งผลให้ระดับน้ำยังเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้างเมือเช้าที่ผ่านมาได้รับรายงานจากเหล่งข่าวว่าได้มีผู้คนสูญหายไปกับกระแสนำ 1 รายขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังออกค้นหาผู้ประสบภัย รถตกถนน ทางขาดถนนสายนาโพธ์ – ดงมัน ช่วงป่าพยอม นายอ ขณะนี้ยังไม่พบผู้สูญหาย น้ำยังไหลเชี่ยว

          วันนี้ (30 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพายุโซนร้อนโพดุลทำฝนตกหนักในเขตเมืองมุกดาหาร ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนพายุโซนร้อน “โพดุล” เคลื่อนเข้าสู่ พื้นที่ จ.มุกดาหาร ในช่วงเช้าวันนี้ ได้เกิดพายุฝนตกหนัก ตามกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ เรื่องพายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โพดุล” มีผลกระทบจนถึงวันที่ 1 ก.ย.2562 นั้นเมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในเขตพื้นที่จังมุกดาหาร โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักได้ไหลเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่เขตเทศบาลเมือง เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำลังเร่งจัดกำลังนำเรือท้องแบนออกให้ความช่วยเหลือ

          และนอกจากนี้อิทธิพลของพายุโซนร้อนโพดุลถนนหลักถูกน้ำเซาะขาดหลายสายต้นไม้ใหญ่หลายพื้นที่ถูกโค่นลงสร้างความเดือดร้อนการสัญจรสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.มุกดาหาร โดย ปภ.จังหวัด เทศบาลเมืองมุกดาหาร อฟปร. เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบล แขวงทางหลวง ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก พายุโพดุล ในพื้นที่อำเภอเมือง บริเวณถนนยุทธพัฒน์ ซอยร่วมใจ 2 ซอยศรีประเสริฐ 3 ซอยรังสรรค์ ชุมชนแก้วกินรี มีน้ำเอ่อท่วมถนน และปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

          เส้นทางสายดอนตาล-มุกดาหาร ต้นไม้ล้มทับเส้นทางหลายจุด ถนนชยางกูรขาเข้า ช่วงบ้านคำอาฮวน ต้นไม้ล้มทับเส้นทางจราจร เส้นทางดงหลวง-เขาวง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำท่วมผิวทางหลวงหมายเลข 12 ตอน คำพอก-มุกดาหาร ที่ กม. 744+900-745+000 ทางหลวงหมายเลข 2287 ตอน ดงหลวง-สานแว้ถนนสาย มห.3016 ช่วงบ้านนายอ-บ้านป่าพยอม ต.เหล่าหมี ถนนขาด ปภ.จังหวัดมุกดาหาร ได้ระดมกำลัง อพปร. เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบล แขวงทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตัดต้นไม้ที่ล้มทับเส้นทาง ออกช่วยขนย้ายสิ่งของให้กับประชาชนซึ่งขณะนี้ฝนยังตกอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่ประสบภัย สามารถแจ้งข้อมูล และขอรับความช่วยเหลือ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ สายด่วน 199.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่า

“กนกวรรณ” ร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนหลังใหม่ โรงเรียนเอกชน ชี้อาคารเก่าทรุดโทรมควรเร่งแก้ไข เพื่อความปลอดภัยและเอื้อต่อการจัดการศึกษา

          วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 30 ส.ค.62​ เวลา 10:39 น.ณ โรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง ในพระราชูปถัมภ์ฯ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ โรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง ในพระราชูปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี​ พระวิสุทธิธรรมาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี,นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี,นายสฤษฎิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี,ผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากร สช. พร้อมทั้งประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

          ดร.กนกวรรณฯ กล่าวภายหลัง เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ โรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง ในพระราชูปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า “ปัจจุบัน อาคารเรียนวิสุทธานุสรณ์ ซึ่งเป็นอาคารเรียนที่มีอายุการใช้งานมากว่า 35 ปี ตัวอาคารมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ทำให้ไม่ปลอดภัยที่จะใช้เป็นอาคารเรียนได้อีกต่อไป ทางโรงเรียนจึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้น เพื่อใช้ทดแทนอาคารเรียนหลังดังกล่าว ซึ่งตนมีความห่วงใยในความปลอดภัยของนักเรียน

          เมื่อได้มีอาคารหลังใหม่ โรงเรียนก็จะสามารถจัดการศึกษาได้อย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สช. จึงได้อนุมัติงบประมาณอุดหนุนเป็นเงินค่าก่อสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง ในพระราชูปถัมภ์ฯ ประจำปีงบประมาณ 2562 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 4 ชั้น จำนวน 24 ห้องเรียน เป็นจำนวนเงิน 21,172,900 บาท และทางโรงเรียนสมทบค่าก่อสร้างอีก จำนวน 9,047,100 บาท รวมเป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียนทั้งสิ้น จำนวน 30,247,000 บาท ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อสถานศึกษามีความพร้อมในทุกมิติ จะเป็นส่วนสำคัญที่เอื้อต่อการเรียนรู้ต่อไปสำหรับเยาวชนได้อย่างมีคุณภาพ” รมช.ศธ.กล่าว

          สำหรับโรงเรียนวัดใหม่กรงทอง ในพระราชูปถัมภ์ฯ ตั้งอยู่ในเขตตำบลศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. จัดการเรียนการสอนแบบสงเคราะห์เรียนฟรีโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเรียน เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 5,669 คน ครู 262 คน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.1​ รวบสมาชิกแก๊งโรแมนซ์สแกม หนีหมายจับ ทำเนียนขายข้าวแกงกว่า 4 ปี

         วันนี้​ วันศุกร์ที่ 30 ส.ค.62 เวลา 13.30 น.​ณ โรงแรมสุนีย์ แกรนด์โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จ.อุบลราชธานี : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์, พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รองผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์  ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงผลการจับกุม ดังนี้

          เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันวางแผนจับกุม นายสุชาติฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2314/2558 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,ร่วมกันปลอม ใช้เอกสารปลอม,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน,ร่วมกันกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” (หลอกรักออนไลน์ Romance scam)
       

          การจับกุมในคดีนี้เกิดจากการสืบสวนและประสานงานของเจ้าหน้าที่ บก.ตม.1 และ บก.ปอท. ทำให้ทราบว่าคดีนี้ผู้เสียหายคือ นางสุภาฯ ได้รู้จักกับคนร้าย ผ่านบัญชีผู้ใช้งานเว็บไซต์เฟสบุ๊คดอทคอม (www.facebook.com) ชื่อว่า Mr.Kene คุยกันโดยการส่งข้อความหากันเป็นภาษาอังกฤษทางกล่องข้อความของเฟสบุ๊ค นายเคเน่ฯ ได้ส่งข้อความหลอกลวงผู้เสียหายว่าขณะที่บิดามาทำงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซียและได้เสียชีวิต บิดาจะได้รับเงินจากการทำงาน จำนวน 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐ นายเคเน่ ได้ยื่นเรื่องต่อศาลที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อขอเป็นผู้จัดการมรดก จนชนะคดีแล้ว รัฐบาลมาเลเซียได้ส่งเอกสารมาให้เพื่อไปรับเช็คเงินจำนวนดังกล่าวที่ประเทศมาเลเซีย นายเคเน่ฯ บอกกับผู้เสียหายว่าถ้าได้เช็คเงินดังกล่าวแล้วจะพาครอบครัวมาลงทุนและอยู่กับผู้เสียหายในประเทศไทย

          ต่อมานายเคเน่ฯ ได้แนะนำให้ผู้เสียหายรู้จักกับนางตะวันนาฯ ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อกับนางตะวันนาฯ จนสนิทสนมและเชื่อใจ นายเคเน่ฯ จึงได้ร่วมกับนางตะวันนาฯ ส่งข้อความอันเป็นเท็จหลอกลวงให้ผู้เสียหายช่วยเหลือเรื่องเงินในการดำเนินการต่างๆ จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนางตะวันนาฯ ต่อจากนั้นนายเคเน่ฯ ก็ได้ส่งข้อความเฟสบุ๊ค หลอกลวงขอให้ผู้เสียหายช่วยเหลือเงินค่าดำเนินการอื่นๆอีก เป็นเหตุให้หลงเชื่อโอนเงินให้กับคนร้าย โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในชื่อของ นายสุชาติฯ,นางบุญช่วงฯ,นางจิตราฯ และ นางศิวพรฯ รวมแล้วผู้เสียหายได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา กับพวกทั้งหมดรวม 8 บัญชี รวมจำนวน 28 ครั้ง เป็นเงินรวมทั้งสิ้นจำนวน 17,516,178 บาท (สิบเจ็ดล้านห้าแสนหนึ่งหมื่นหกพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดบาทถ้วน) ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมสมาชิกแก๊งนี้ได้แล้ว จำนวน 3 ราย คือ 1.นางตะวันนาฯ 2.นางบุญช่วงฯ และ 3.นางสาวศิวพรฯ โดยถูกดำเนินคดีไปแล้ว

          จากการประสานและตรวจสอบข้อมูลทำให้ทราบว่า นายสุชาติฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกในแก๊งองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าว ที่ทางการต้องการตัวและติดตามจับกุมตัวยังไม่ได้ ตั้งแต่ปี 2558 ได้หลบเข้ามาพักอาศัยอยู่กับพี่สาวที่อพาร์ตเม้นท์แถวคลองตัน กรุงเทพฯ​ โดยขณะที่พักอยู่ก็ทำตัวเรียบง่ายไม่ให้เป็นที่สนใจของเจ้าหน้าที่ฯ ทำทีเป็นช่วยพี่สาวขายข้าวแกง และขับรถแท็กซี่รับจ้างทั่วไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พยายามรวบรวมข้อมูล​ และแฝงตัวเข้าไปตรวจสอบ จนทราบแน่ชัด พบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุม จากการตรวจสอบพบว่านายสุชาติฯ มีทรัพย์สินมีค่าจำนวนหนึ่ง มีสร้อยคอทองคำ มีรถยนต์ส่วนตัว 2 คัน ซึ่งไม่น่าจะได้มาจากการประกอบอาชีพดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนขยายผลต่อไป  โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุม​ และส่งตัวให้พนักงานสอบสวน ปอท.ดำเนินคดีต่อไป​ การก่ออาชญากรรมในลักษณะนี้เป็นการหลอกลวงทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคนร้ายส่วนใหญ่จะกระทำเป็นขบวนการในลักษณะอาชญากรรมข้ามชาติ

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ระดมกวาดล้างจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย และได้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงานโรงแรมและคอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวผู้กระทำผิดใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อน หรือใช้เป็นฐานที่มั่นในการกระทำผิด และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย โปรดแจ้ง   ให้ทราบทางสายด่วน 1178

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ แจงความเดือดร้อน พร้อมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ วอนรัฐบาลเลื่อนการขึ้นภาษี

เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ แจงความเดือดร้อนพร้อมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ วอนรัฐบาลเลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ 40% โดยขอขึ้นภาษีแบบขั้นบันได 5% ทุก 2 ปีแทน พร้อมวอน ยสท.ขอโควตารับซื้อเพิ่มขึ้น หลังเกษตรกรเดือดร้อนสองปีติด

          ณ บริเวณที่ทำการกำนัน ตำบลลานบ่า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ กว่า 400 คน พร้อมด้วย ตัวแทนชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์จังหวัดสุโขทัย และ จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกใบยาที่ได้รับความเดือดร้อนจากการลดโควตารับซื้อจากการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.)เป็นปีที่สองติดต่อกัน ต่างพากันเดินทางลุยฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งวัน เพื่อเข้าร่วมประชุมวิสามัญสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังจากได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัสจากพิษภาษีบุหรี่ ซึ่งส่งผลกระทบให้ชาวไร่ ต่างได้รับความเดือดร้อนจากการลดโควต้ารับซื้อ เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยมี นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดประชุม และมี นายจักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 2 จากพรรคพลังประชารัฐ ร่วมรับฟังสถานการณ์ความเดือดร้อน และร่วมเสนอแนวทางแก้ปัญหาภาษีสรรพสามิต 40%

          นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ชาวไร่ยาสูบ ต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก หลังถูกลดโควตาการปลูกยาสูบ ทำให้รายได้หายไปเกือบ 50% ซึ่งโควต้าของจังหวัดเพชรบูรณ์ปีนี้ คือ 2,533,625 กิโลกรัม หรือ เท่ากับว่าถูกตัดโควตา 47% สองปีติดต่อกันแล้ว คิดเป็นรายได้ที่หายไปทั้งหมดกว่า 688 ล้านบาท เราจึงอยากขอให้ ยสท. เพิ่มโควตารับซื้อให้กับชาวไร่ยาสูบ และ ขอให้รัฐบาลเลื่อนการขึ้นภาษี 40% ออกไป โดยเสนอให้ขึ้นภาษีแบบขั้นบันได 5% ทุก 2 ปี จนกว่าจะครบ 40% ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ กว่า 50,000 ครอบครัวทั่วประเทศ

          ด้าน นายสุครีพ บุญชุ่ม ตัวแทนชาวไร่และนายกสมาคมชาวไร่เบอร์เลย์ จ.สุโขทัย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเห็นใจเกษตรกรยาสูบผู้มีรายได้น้อย ซึ่งทำมาหากินด้วยการปลูกใบยาสูบหารายได้เลี้ยงครอบครัว ในขณะที่รัฐบาลทุ่มเงินกว่า 6.9 หมื่นล้าน เพื่อช่วยเหลือประกันราคายางพารา ข้าว ปาล์ม แต่กลับมาซ้ำเติมชาวไร่ยาสูบด้วยการขึ้นภาษีบุหรี่ทีละมากๆ แบบก้าวกระโดด ซึ่งการช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบสามารถทำได้โดยแก้อัตราภาษีให้เหมาะสม ไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมากมาย ขณะที่เรื่องการปลูกพืชอื่นมาทดแทนก็ยังไม่มีความก้าวหน้า

          โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุม ชาวไร่ยาสูบทั้งหมด ได้ร่วมกันแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ วอนรัฐบาลช่วยแก้ปัญหา เลื่อนการขึ้นภาษี 40% โดยเสนอขึ้นภาษีแบบขั้นบันได ทีละ 5% ทุกๆ 2 ปี จากนั้น ตัวแทนชาวไร่ยาสูบ ได้เตรียมนำเอกสาร พร้อมเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อยื่นหนังสือกับ นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเสนอไปยัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับดูแลการบริหารจัดการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ให้เร่งพิจารณาหาทางช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบโดยเร็วที่สุด เนื่องจากในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ ต้องเตรียมเพาะปลูกต้นกล้า และเตรียมดิน เตรียมปุ๋ย สำหรับปลูกยาสูบในฤดูกาลที่จะถึง

          ทั้งนี้ ในสัปดาห์ก่อนหน้า นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ และรับทราบสถานการณ์ความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบ พร้อมรับปากจะดำเนินการจัดการปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกยาสูบพันธ์เบอร์เลย์อันดับสองของประเทศ อย่างไรก็ตามอธิบดีกรมสรรพสามิตยังคงระบุว่าจะเดินหน้าขึ้นภาษี40% ต่อไปตามกำหนดเดิม ทำให้ชาวไร่ยาสูบเกิดความวิตกกังวลต่อโควตาการปลูกยาสูบอย่างมาก

มนสิชา คล้ายแก้ว

ต​ชด.ออกช่วยเหลือประชาชน ตัดต้นไม้ที่ล้มทับเส้นทางการคมนาคม เนื่องจากพายุฝนโพดุล

         วันนี้​ วัน​ศุกร์​ที่​ 30 ส.ค.​ 62 เวลา​ 09.00​ น.​ : ร.ต.ต.ศักดิ์ชาย เมืองฮามพันธ์​ รอง ผบ.มว.หน.ชุด​ มว.ตชด.2351 และเจ้าหน้าที่​กำลังพล มว.ฉก.ตชด.2351 รวม 10 นาย ออกช่วยเหลือประชาชน ตัดต้นไม้ที่ล้มทับเส้นทางการคมนาคมเนื่องจากพายุฝนโพดุล ที่ บ.สองคอนหมู่ที่ 2 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร, บ.นาแกน้อยหมู่ที่ 10 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร, บ.คำผักแพว หมู่ที่ 8 ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

         ต่อมาเวลา​ 10.00​ น. มว.ตชด. 2344 จำนวน​ 5​ นาย ได้ออกไปร่วมกับจนท.อบต.บางทรายน้อย และประชาชน​ช่วยกันตัดต้นไม้ที่ล้มทับถนนเส้น​ บางทรายน้อย-หว้านใหญ่

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.หนองคาย รวบแชมป์มวยตูนิเซีย ข่มขืนกระทำชำเราหญิง

          วันนี้​ วันศุกร์ที่ 30 ส.ค.62 เวลา 13.30 น.ณ โรงแรมสุนีย์ แกรนด์โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จ.อุบลราชธานี : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์, พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ, พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีรโชติ, พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รอง ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.4  ร่วมแถลงผลการจับกุม ดังนี้

          เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562​ ตม.จ.หนองคาย ได้รับการประสานข้อมูลจาก สภ.พัทยา ให้เฝ้าระวังบุคคลต่างด้าว 1 รายคือ MR.MAHMOUD อายุ 19 ปี สัญชาติตูนิเซีย ซึ่งได้ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.ออนซ์ อายุ 15 ปี สัญชาติตูนีเซีย เหตุเกิดที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.พัทยา หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป ในทางคดีมารดาของผู้เสียหายได้พาผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ ในความผิดฐาน​ “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น” และพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ ที่ 311/2562 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2562

         ต่อมาจากข้อมูลการข่าวทราบว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไป สปป.ลาว ตม.จ.หนองคาย จึงได้วางกำลังเฝ้าดูและทำการสืบสวนโดยระบบ Biometrics จนกระทั่งทราบและพบตัวผู้ต้องหาในพื้นที่ จ.หนองคาย จึงได้แสดงหมายจับแจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัวนำส่ง พงส.สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขันและจับกุมปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิติทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ธรรมนัส มอบนโยบายฝนหลวงฯเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ เร่งแก้วิกฤติภัยแล้งบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ธรรมนัส มอบนโยบายฝนหลวงฯเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ เร่งแก้วิกฤติภัยแล้งบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ย้ำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติราชการด้วยหลักธรรมาภิบาลเพื่อประชาชน

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 30 สิงหาคม 2562 เวลา 14.30 น. : ร้อยเอก ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้แก่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมเปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทภารกิจในการดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรและประชาชน โดยเฉพาะเรื่องปัญหาภัยแล้งและภัยพิบัติต่างๆ ของประเทศ ด้วยการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือดูแลพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานกว่า 110 ล้านไร่ การเติมน้ำให้เขื่อนและอ่างเก็บน้ำสำคัญทั่วประเทศ บรรเทาปัญหาหมอกควันไฟป่า พายุลูกเห็บ และปัญหา ฝุ่นละอองในอากาศ รวมถึงพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง

          ซึ่งภารกิจดังกล่าวจะต้องดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการสืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชา ตำราฝนหลวงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว อันจะเป็นการป้องกันและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี นโยบายถัดมาคือเรื่องการแก้ปัญภัยแล้งที่กำลังวิกฤติอยู่ในขณะนี้

          โดยมอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเตรียมการรับมือภัยแล้งที่หนักขึ้น วางแผนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้ตรงเป้าหมายและความต้องการของพี่น้องเกษตรกรและประชาชน รวมทั้งให้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานร่วมบูรณาการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ กำลังพลต่างๆ เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศให้ครอบคลุมและทั่วถึง และนโยบายการปฏิบัติงานด้วยหลักธรรมบาล ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการและบุคลากร ปฏิบัติหน้าที่โดยมีหลักคุณธรรม นิติธรรม ความโปร่งใส ความมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการบริการจาคภาครัฐอย่างเต็มที่ เกิดเป็นความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ตลอดจนส่งผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ

         สำหรับการเพิ่มอัตรากำลังบุคลากรที่ปฏิบัติภารกิจต่างๆ บุคลากรของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะมีการปฏิบัติการฝนหลวง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม–31​ ตุลาคม ของทุกปี รวมเป็นระยะเวลา 8 เดือนเต็ม โดยไม่มีวันหยุดราชการ และบุคลากรทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักบิน เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ณ ขณะนี้ยังมีไม่เพียงพอสำหรับภารกิจการปฏิบัติงานที่มากขึ้น ดังนั้น การเพิ่มอัตรากำลังบุคลากรจึงเป็นเรื่องที่ต้องผลักดันอย่างเร่งด่วน เพื่อให้มีเพียงพอรองรับกับภารกิจ และสามารถปฏิบัติงานได้สำเร็จตรงตามเป้าหมาย​ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

          ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการขออนุมัติเพิ่มอัตรากำลังไปยังคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยอัตรากำลังที่ขอรับการสนับสนุน เป็นตำแหน่งข้าราชการ จำนวน 321 ตำแหน่ง และพนักงานราชการ จำนวน 475 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 796 ตำแหน่ง นอกจากนี้ ร้อยเอก ดร.ธรรมนัส ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากด้านอัตรากำลังที่ต้องเร่งดำเนินการแล้ว การดำเนินการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการดัดแปรสภาพอากาศตามศาสตร์พระราชา ที่บริเวณศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในพื้นที่จำนวน 50 ไร่ เป็นเรื่องที่จะเร่งดำเนินการด้วย

          เพื่อให้กรมฝนหลวงและ การบินเกษตรมีความพร้อมในการเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการดัดแปรสภาพอากาศตามศาสตร์ของพระราชา ภายในปี 2580 ซึ่งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ จะจัดตั้งเป็นศูนย์ฝนหลวงเฉลิมพระเกียรติ ให้บริการข้อมูลความรู้เกี่ยวโครงการฝนหลวงภายในหอเฉลิมพระเกียรติ พัฒนาบุคลากรด้านวิจัยและด้านปฏิบัติการ เป็นศูนย์การสร้างเครือข่ายวิชาการ(ในประเทศ/ต่างประเทศ) ควบคุมคุณภาพการปฏิบัติการฝนหลวง ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการดัดแปรสภาพอากาศตามศาสตร์พระราชา รวมทั้งมีศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน

          เพื่อรองรับปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่และสนับสนุนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการสำรวจ ออกแบบอาคาร สิ่งก่อสร้าง และเตรียมจัดตั้งของบประมาณดำเนินการในปี 2564-2567 และขอสนับสนุนอัตรากำลังเพิ่มเติมเพื่อรองรับปฏิบัติงานด้านการวิจัย พัฒนา ถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมและระบบควบคุมคุณภาพการปฏิบัติการฝนหลวง และห้องปฏิบัติการวิจัยด้านต่าง ๆ อีกจำนวน 19 อัตราด้วย

          ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ขณะนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะมีการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดการบินดัดแปรสภาพอากาศ ณ สนามบินตาก อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ด้านการบินปฏิบัติการฝนหลวงและการบินดัดแปรสภาพอากาศให้แก่ผู้สนใจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นศูนย์ฝึกให้แก่นักบินของกรมฝนหลวงและ การบินเกษตร และเพื่อขยายพื้นที่การปฏิบัติการฝนหลวงให้ครอบคลุมในพื้นที่ภาคเหนือ และแก้ปัญหาภัยแล้งและบรรเทาภัยพิบัติที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการขอใช้สถานที่และจัดตั้งงบประมาณ รวมถึงการปรับปรุงสนามบินท่าใหม่ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

          ขณะนี้มีความคืบหน้าการดำเนินการออกแบบโดยกองทัพอากาศเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนที่สำนักงบประมาณพิจารณาการใช้งบประมาณต่อไป สำหรับการปรับปรุงสนามบินท่าใหม่ในครั้งนี้ เป็นการปรับปรุงทางวิ่งของสนามบินให้ได้มาตรฐาน เครื่องบินปฏิบัติการฝนหลวงสามารถขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย รองรับเครื่องบินขนาดเล็ก (CARAVAN) และขนาดกลาง (CASA) ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ และสามารถพัฒนาเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ของจังหวัดจันทบุรีในอนาคตต่อไป

Cr.กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจเมืองคอน สนธิกำลัง ปปส. และตชด.จับยาบ้าเกือบ 1แสนเม็ด

         เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 30 สค. 2562 ที่ห้องโถง บก.ภ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายสราวุธ ภักดี ผอ.ส่วนบังคับคดี ปปส.ภาค 8 และคณะ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลงานของ พ.ต.ต.สุชาติ ศรีอุทัย สว.หน.ชปส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช, จนท.ปปส.ภาค8 และจนท.ตชด.ร้อย ตชด.424 สิชล ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายธวัชชัยหรือเฮด รักดี อายุ 21ปี, นายสุรพลหรือบังเสด มนตรี อายุ 32 ปี, นายสหรัตน์หรือหัส สุรภาพ อายุ 20 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมาก รวมยาบ้า 76,992เม็ด, ยาไอซ์ 773.52กรัม, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง, รถยนต์เก๋ง 1 คัน

         พล.ต.ต.ฐากูร กล่าวว่า คดีนี้ทางตำรวจชุด ชปส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ภายใต้การนำของ พ.ต.ต.สุชาติ ศรีอุทัย หน.ชป.ฯได้สนธิกำลังร่วมกับ จนท.ปปส.ภาค 8 ได้สืบทราบว่านายธวัชชัยหรือเฮด รักดี 21 ปี มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่มานานแล้วจึงนำกำลังไปตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 201/3 หมู่ 5 ต.นาเคียน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ค้นเจอยาบ้าจำนวน792 เม็ด ก่อนทำการสอบสวนขยายผลไปจับกุม นายสุรพลหรือบังเสด มนตรี 32 ปี ที่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 6 ต.นาเคียน ค้นเจอยาบ้าในรถยนต์เก๋ง 4,200 เม็ด และเจอยาบ้าในกล่องฝังดินในพุ่มไม้หลังบ้านอีก 7,600 เม็ด, ยาไอซ์ 46.66 กรัม แล้วจนท.ยังสอบสวนขยายผลไปจับกุมนายสหรัตน์หรือหัส สุระภาพ อายุ 20 ปี พบยาบ้าเพิ่มอีก 39,400 เม็ด ในบ้านเลขที่ 52/1 หมู่ 5 ต.นาเคียน และยังขยายผลไปค้นในรีสอร์ตแห่งหนึ่งในหมู่ 3 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง พบยาบ้าอีก 25,000 เม็ด ยาไอซ์อีก 726.86 กรัม และไม่สามารถขยายผลต่อได้ ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามและของกลางยาเสพติดทั้งหมดส่ง พงส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราชดำเนินคดีตามกม.ต่อไป.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล/รายงาน

สระบุรี​-ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.)​เปิดอบรมผู้นำท้องถิ่นสร้างความเข็มแข็งในหมู่บ้าน เพื่อแก้ไขการแพร่ระบาดของยาเสพติด

         วันที่ 30 สิงหาคม 2562​ นาย​ สมภพ​ สมิตะสิริ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี​ ให้เกียรติเป็นประธานเปิด”โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด” สร้างความเข้มแข็งในหมู่บ้านและชุมชน​ เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด มีนาย​สุรเดช​ สร้อยอุทา ป้องกันจังหวัดสระบุรี ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน มีกำนัน​ ผู้ใหญ่บ้าน​ ผู้ช่วย​ และผู้นำชุมชนกว่า 150 คน เข้าอบรมจากอำเภอแก่งคอย​ หนองแค​ มวกเหล็ก​ บ้านหมอ​ พระพุทธบาท​ วังม่วง​ และเฉลิมพระเกียรติ​ มีนายชาตรี​ จันแรง​ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการสำนัก​ ปปส.ภาค1 เป็นวิทยากรและได้รับการอนุเคราะห์การสนับสนุนทหารจากมณฑลทหารบกที่ 18​ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี​ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี​ ให้การบรรยาย

         ซึ่งกำนันผู้ใหญ่บ้าน มีอำนาจหน้าที่ตามกฏหมายสามารถสนธิกำลังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมกับพลังของภาคประชาสังคมมวลชน ในหมู่บ้านเข้ามาเป็นพลังเฝ้าระวังป้องกันและต่อต้านยาเสพติดในหมู่บ้าน โดยมีหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ส่งผลสร้างความเดือดร้อนทั้งครอบครัวและสังคมที่สำคัญเป็นการทำลายความมั่นคงของชาติและการพัฒนาของประเทศ ดังนั้นกำนันผู้ใหญ่บ้านในหน้าที่ต้องทำงานใกล้ชิดประชาชนในหมู่บ้านมากที่สุดและสามารถดึงมวลชนมาบูรณการทุกๆด้านอันนำมาสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืนอีกด้วย

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

สุโขทัย-สุดเศร้า พ่วง18 ล้อทับนักเรียน 10 ขวบ ขณะปั่นจักรยานไปโรงเรียน

https://youtu.be/g9X6aOHAvyE

         วันที่ 30 สิงหาคม 2562 เวลา 08:11น.ศูนย์วิทยุ 191 สุโขทัยรับแจ้งเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ชนเด็กนักเรียน บริเวณสี่แยกวัดโพธาราม ตำบลคลองตาล อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย พ.ต.ท.สุทธิพันธ์ คำมาอ้าย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ศรีสำโรง จึงเดินทางไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและกู้ชีพรพ.ศรีสังวร

          ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน หมายเลขทะเบียน 82-5042 กำแพงเพชร มีนายนิพนธ์ มะธิปิไข อยู่บ้านเลขที่ 86/1 หมู่.7 ตำบลพรานกระต่าย อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร รับเป็นผู้ขับขี่อยู่ในอาการตกใจยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณถนนข้างวัดโพธาราม ที่ใต้ท้องรถบรรทุกพวงพบรถจักรยานอยู่ในสภาพพังยับเยิน พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กชาย อาการสาหัสนอนไม่รู้สึกตัวหมดสติอยู่ใต้ท้องรถพ่วงคันดังกล่าว ทราบชื่อต่อมา ด.ช.พรพรหม ภุมรินทร์ อายุ 10 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131/1 หมู่.7 ตำบลคลองตาล อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

         จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุทราบว่ารถยนต์บรรทุกพ่วง18 ล้อขับมาจากถนนสายหลังโรงพยาบาลศรีสังวร ขณะที่กำลังจะเลี้ยวซ้ายที่ไฟแดงแยกวัดโพธาราม นายนิพนธ์คนขับรถ18 ล้อ ขับรถมาไม่เห็นรถจักรยานของเด็กนักเรียน ได้ชนเข้าจากด้านหน้ารถอย่างแรง ทั้งนี้ร้อยเวรเจ้าของคดีได้นำตัวคนขับรถยนต์บรรทุกพ่วงส่ง ร.ต.อ.คนึง อินทร์สุนทร รองสว.(สอบสวน) สภ.ศรีสำโรง เพื่อสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้เสียชีวิตได้นำส่งพิสูจน์ที่โรงพยาบาลศรีสังวร เพื่อรอติดต่อญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย