นครนายก-คณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก มอบใบเกียรติบัตร พระนวกะ ที่เข้ารับการอบรม ประจำปี 2562

         ที่วัดอุดแมธานี พระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เจ้าอาวาสวัดพราหมณี พระอารามหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมพระ นวกะ ของคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก ประจำปี 2562 โดยมีพระครูปริยัติโพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงศ์ พร้อมมี คณะสงฆ์ พระ นวกะ ทั้ง 14 ตำบล จำนวน 94 รูปเข้ารับการอบรมและปฎิบัติธรรมและเดินธุดงควัตรในการอบรมในครั้งนี้ เริ่มระหว่างวันที่ 19- 23 สิงหาคม 2562 รวม 5 วันพร้อมมอบเกียรติบัตรแด่พระนวกะ ที่เข้ารับการอบรม

ด้วยคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก ได้จัดอบรมพระนวกะ ของคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก ณ วัดอุดมธานี พระอารามหลวง โดยมีวัตถุประสงค์

  1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯพระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและพระบรมวงศษนุวงศ์
  2. เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับข้อวัตรปฏิบัติให้แก่พระนวกะ
  3. เพื่อให้พระนวกะ ได้มีความรู้ ความเข้าใจในหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงสืบต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-วัฒนธรรมจังหวัดร่วมกับเทศบาลตำบลท่าช้าง จัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง ย้อนยุคเส้นทางทวารดี

          ที่หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายรัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม เดิน-วิ่ง ย้อนยุคเส้นทางทวารวดี เมืองโบราณดงละคร วิ่งกินลม ชมเมืองดงละคร โดยมีนายอนันต์ นาวิไล วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงศ์ในการจัดงาน โดยมีหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมในกิจกรรมจำนวนมาก

          ด้วยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครนายกร่วมกับสำนักงานเทศบาลตำบลท่าช้าง นครนายก องค์การบริหารส่วนตำบลดงละคร มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และอำเภอเมืองนครนายก ร่วมจัดงาน เดิน-วิ่ง ย้อนยุคเส้นทางทวารวดี เมืองโบราณดงละคร เดิน-วิ่ง กินลม ชมเมืองดงละคร โดยมีวัตถุประสงค์ ในการเรียนรู้ ในการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อสุขภาพ โดยมุ่งให้เกิดการสร้างค่านิยม จิตสำนึก และตระหนักในประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เกิดกับเด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ได้อีกด้วย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จัดสร้างเหรียญนาคปรกมุจลินท์เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมทำบุญสมทบทุนวิจัยพุทธศาสตร์

          เหรียญนาคปรกมุจลินท์ : พระมหาณัฐพงษ์ ฐิตปัญโญ, ดร. ประธานกองทุนบุญนิธิธรรมจารี วัดชำนิหัตถการ กทม. ลูกศิษย์คนสำคัญของพระครูพิชิตพัชราจารย์ (หลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ)  วัดช้างเผือก ต.นายม อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ จัดสร้างเหรียญนาคปรกมุจลินท์ ตามตำรา “โลหะพุทธเวทย์ประสิทธิ์” ฉบับดั่งเดิมของหลวงพ่อทบ

          เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมทำบุญสมทบทุนวิจัยพุทธศาสตร์ เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เชิญร่วมทำบุญได้ที่ คุณปิยะกุล 089-7998501 หรือ คุณพัชมณฑ์ 094-7391821….

ศูนย์มุกดาหาร # น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาภูพาน ท่วมพืชผลทางการเกษตรนาข้าว 10,000ไร่จมใต้น้ำ

มุกดาหาร เกิดฝนตกหนักหลายวัน น้ำป่าจากเทือกเขาภูพานน้อย ไหลลงมาสมทบน้ำในลำห้วยสาขา เอ่อล้นตลิ่งทำให้น้ำท่วมถนน ถูกตัดขาดรถเล็กสัญจรไป-มาไม่ได้ และน้ำยังไหลเข้าท่วมพืชผลทางการเกษตรสวนยางพารา เป็นบริเวณกว้างนาข้าวกว่า 10,000ไร่ จมใต้น้ำ

          เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอําเภอ ดงหลวง ได้รับรายงานเกิดมีน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเทือกเขาภูพานน้อย เข้าพื้นที่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เอ่อเข้าท่วมถนนสายหลัก ที่ถนน เขาวง-ดงหลวงที่ กม-2-325 บริเวณ บ้านนาหลัก ต.พังแดง อ.ดงหลวง ถูกตัดขาด รถเล็กรถใหญ่ไม่มารถสัญจรไป-มาได้ ต้องใช้เรือท้องแบนให้บริการช่วยเหลือชาวบ้านข้ามไปมา

          ส่วนกำลังฝ่ายปกครองส่วนหนึ่ง และป้องกันภัยจังหวัดมุกดาหาร นำเรือท้องแบนเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกตัดขาดโลกภายนอก ส่วนพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวกว่า 10,000ไร่ จมใต้น้ำซึ่งสภาพอากาศยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนืองส่งผลให้นำเอ่อท่วมบริเวณ บ้านนาหลัก ต.พังแดงพื้นที่ดังกล่าวน้ำกำลังเอ่อท่วมขยายออกเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่องทาง อำเภอจึงประกาศกำลังให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำการช่วยเหลือชาวบ้านที่มีที่อยู่อาศัย ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพาชาวบ้านเข้ามาที่พักพิงชั่วคราวในตัวอำเภอดงหลวง

          เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินส่วนถนนถูกตัดขาดจนชาวบ้านที่ติดค้างขาเข้าและขาออกยังมีจำนวนหนึ่งจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่อยู่ให้บริการชาวบ้านตลอดทั้งคืนโดยเจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ชลบุรี-ช้างพลายทองพูน ตกมัน ทำร้าย งาแทงกระทืบร่างชายชาวต่างชาติ ที่มาปั่นจักรยานออกกำลังกาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ส.ค. 62 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยาได้รับแจ้งเหตุช้างตกมันทำร้ายคนได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย อยู่ที่บริเวณซอยหนองไม้แก่น 19 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

         หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ชีพสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยารุดตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุบริเวณป่าหญ้าข้างทางซอยหนองไม้แก่น 19 พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายชาวต่างชาติ เลือดไหลบริเวณขาซ้ายไม่สามารถขยับตัวได้ ใกล้เคียงกันพบรถจักรยานปั่น ล้มตะแคงอยู่ในสภาพล้อเบี้ยวไม่สามารถขับขี่ได้ ในขณะเดียวกันยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของแคมป์ช้างพัทยากำลังช่วยกันกันช้างที่ทำร้ายชาวต่างชาติให้ออกให้ไกลจากจุดเกิดเหตุเพื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะได้เข้าทำการช่วยเหลือ จากการ

          สอบถามควาญช้างตกมันที่ก่อเหตุทำร้ายชาวต่างชาติในครั้งนี้ทราบว่าชื่อพลายทองพูน เพศผู้ อายุ 38 ปี เพิ่งย้ายมาจากแคมป์ช้างที่สุโขทัยได้ 1 เดือน ในช่วงเช้าที่ผ่านมาพลายทองพูนเกิดอาการตกมันดิ้นจนหลุดจากโซ่ จากนั้นวิ่งออกมาจากแคมป์ ซึ่งตนเองและเพื่อนควาญช้างด้วยกันก็พยายามไล่ตามมากระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุได้มีชาวต่างชาติที่ปั่นจักรยานออกกำลังมาเห็นช้างพลายทองพูนเข้าจึงหยุดดู จึงถูกช้างพลายทองพูนวิ่งปรี่เข้าไปทำร้ายด้วยการใช้เท้ากระทืบและใช้งาแทงเข้าหลายครั้ง จนขาซ้ายถูกแทงมีบาดแผลฉกรรจ์และชกซ้ำตามร่างกาย ส่วนรถจักรยานก็ถูกกระทืบจนได้รับความเสียหาย ส่วนช้างพลายทองพูนนั้นในขณะนี้เวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมงเจ้าหน้าที่ของแคมป์ช้างได้ติดตามใช้ปืนยิงยาสลบควบคุมไว้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร -ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

“เปิดโครงการ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิต ปี 2562 เป็นการฟื้นฟู สิ่งมีชีวิต คืนสู่ธรรมชาติ ด้วยเกษตรอินทรีย์ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง !!

         “โครงการในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตปี 2562 เป็นการฟื้นฟู สิ่งมีชีวิต คืนสู่ธรรมชาติ ด้วยเกษตรอินทรีย์ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ก่อตั้งโดยนาย ธานินท์ พงษ์พานิช นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่หันหน้าหนีจากเมืองหลวงผันตัวเองทำเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มตัว ซึ่งมีแนวคิดในเรื่องการเพิ่มผลผลิตในนาข้าว การทำนาแบบอินทรีย์จะต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ รวมทั้งจะต้องจัดการและรักษาระบบนิเวศในแปลงนา การเลี้ยงปลาในนา เป็นการผลิตอาหารแป้งและอาหารโปรตีนในที่เดียวกัน ทำให้เกิดผลดีทางเศรษฐกิจ ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น และมีอาหารโปรตีนบริโภคอีกด้วย ประโยชน์จากการเลี้ยงปลาในนาข้าว พอสรุปได้ คือ เพิ่มผลผลิตข้าวทำให้ดินดี มีปุ๋ย ไถง่ายปลาช่วยกำจัดวัชพืชและแมลง ช่วยให้อินทรีย์สารต่างๆ สลายตัว ทำให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น

         เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2562 เวลา 09.00 น.ณ แปลงสาธิต บ้านใหม่ท้ายวัง ต.หนองคล้า อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ได้จัดพิธีเปิด “โครงการในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตปี 2562 เป็นการฟื้นฟู สิ่งมีชีวิต คืนสู่ธรรมชาติ ด้วยเกษตรอินทรีย์ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้รับเกียรติจากนายทวีพงษ์ แสงสุวรรณ นายอำเภอไทรงาม เป็นประธานพิธี โดยมีนายธานินท์ พงษ์พานิช ผู้ก่อตั้งโครงการฯกล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ พร้อมด้วยอาจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา อาจารย์ประจำ ภาควิชาวิศกรรมไฟฟ้า หัวหน้าพัฒนาระบบเครื่องหย่อนกล้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,นายบุญช่วย เข็มคง เกษตรอำเภอไทรงาม, อาจารย์สมมาตร บุญฤทธิ์ ประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านศรีวิไลสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานอันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริสำนักงาน กปร., นายสารัตน์ ตั้งเขตการ ที่ปรึกษานายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร, ส.อ.ชาญวุฒิ วิชระโภชน์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฎิบัติการ, นายกิตติ จิลศรี ประธานสภาตำบลหนองคล้า, นายยงยุทธ พงษ์เสือ ผู้จัดการธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาไทรงาม ,นางมาลัย พันธุ์เขตร์กิจ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.หนองคล้า และ ชาวบ้าน ม.6 หนองคล้า อ.ไทรงาม เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการฯครั้งนี้

          หลังจากนั้นได้ร่วมพิธีเปิดโครงการในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิต ปี 2562 อย่างเป็นทางการ พร้อมทำพิธีปล่อยปลาในนาข้าวมีปลาดุกจำนวน 60,000 ตัว ปลานิล จำนวน 6,000 ตัว และทำพิธีเปิดฤกษ์การทำนาในฤดูกาลใหม่ ด้วยนวัฒกรรมการทำนาแบบประณีตด้วยเครื่องหย่อนกล้าข้าวไอ้เขี่ยม KU การสาธิตโยนกล้า

          รวมทั้งรับฟังการบรรยายให้ความรู้ด้านวัฒกรรมการทำนาแบบประณีตด้วยเครื่องหย่อนกล้าข้าวไอ้เคี่ยม KU จากอาจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา และรับฟังการบรรยายให้ความรู้แนวทางการเกษตรแบบผสมผสาน จากอาจารย์สมมาตร บุญฤทธิ์ ซึ่งทั้ง 2 ท่านให้เกียรติเป็นวิทยากรให้ความรู้ความเข้าใจกับชาวบ้านในการทำเกษตรอินทรีย์ครั้งนี้

          ด้านนายทวีพงษ์ นายอำเภอไทรงามกล่าวว่า โครงการนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างการเลี้ยงปลากับการทำนาซึ่งถือว่าเป็นวิถีชีวิตของบรรพบุรุษเราที่มีคำขวัญที่ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ก็เป็นการพึ่งพาอาศัยกันได้ ระหว่างการทำได้ทั้ง 2 อย่างคือการเลี้ยงปลาและทำนาไปด้วยกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร และพี่น้องประชาชนทั่วไปนอกจากนั้นโครงการนี้ยังเป็นวิถีชีวิตเกษตรพอเพียง ที่ไม่ใช้สารเคมี เป็นเกษตรอินทรีย์ ก็ถือว่าจะเป็นประโยชน์ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นเป็นมิตรกับสุขภาพร่างกายของเกษตรกรอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันเราจะทราบดีว่าสารเคมีเป็นตัวก่อให้เกิดโรคมะเร็ง อันนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ดี ที่เป็นประโยชน์โดยตรง นอกจากนั้นจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ลดรายจ่ายซึ่งถ้าโครงการนี้เป็นโครงการเริ่มต้น ถ้าสามารถที่จะทำได้บรรลุประสงค์ได้ ก็สามารถเป็นโครงการศูนย์เรียนรู้ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปที่จะได้เข้ามาศึกษาและใช้วิธีนี้ไปปรับใช้กับการทำการเกษตรของแต่ละครอบครัวต่อไปในอนาคต

          ด้านอาจารย์ปัญญา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เราก็ยินดีสนับสนุนชุมชนโดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ด้วยนะครับคือการทำเกษตรอินทรีย์เนี่ยจุดตายอยู่ที่ต้องมีเทคโนโลยี ถ้าเกิดไม่มีเทคโนโลยีค่อนข้างจะเหนื่อย แล้วแต่สถานการ การที่เกษตรกรมีอายุสูงมากขึ้น และจำเป็นต้องมีเครื่องจักรกลในการทำงาน เราก็ยินดีสนับสนุนรถหย่อนกล้าให้นะครับ การสนับสนุนมี 2 แบบคือทั้งเครื่องจักรและก็ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนให้อีกด้วย ผมเองได้คุยกับทางต่างจังหวัด ว่าถ้าเป็นไปได้ให้ร่วมมือกับทางอาชีวะท้องถิ่น เรายินดี transfer คือถ่ายทอดทางเทคโนโลยีให้เพื่อให้ชุมชนสามารถที่จะผลิตเครื่องจักรและซ่อมบำรุงเองได้ในท้องถิ่น อันนี้เป็นเรื่องใหม่มากทั้งประเทศไทยเผลอๆอาจจะมีไม่กี่ที่ ที่ทำแบบนี้ได้ ถ้าทำได้ก็คือความยั่งยืน ที่น่าสนใจคือเกษตรอินทรีย์ที่นี่ เขาใช้วิธีเลี้ยงปลาปลานี่แหละ ที่กำลังว่ายอยู่ในน้ำแห่งนี้ เป็นดัชนีชี้วัดได้เลย ว่าถ้าเกิดคุณใช้สารเคมีเมื่อไหร่ ปลามีความเสี่ยงที่จะตาย วิธีการเลี้ยงปลาในนาข้าวของที่นี่ จะเป็นการในการพิสูจน์อันหนึ่งว่าที่นี่ใช้ทำนาอินทรีย์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นี่คือตัวอย่างนึ่งที่ดีครับ

         ด้านนายธานินท์ ในฐานะเป็นผู้ก่อตั้งโครง เปิดเผยว่า ถ้าเป็นแนวความคิด ผมย้อนกลับไปสมัยผมเป็นเด็ก ตอนที่ผมเป็นเด็กผมได้อยู่กับพื้นนาแปลงนี้ และได้ออกมาหาปลา ไปทำอาหารให้เลี้ยงน้องๆ แต่ปัจจุบันนี้เนื่องจากสารเคมี ได้เข้ามาที่เกษตรกร มีการใช้สารเคมีกันมากจนเกินไป จนทำให้ระบบนิเวศมันหายไป ผมก็เลยมีแนวคิดว่าทำยังไงให้มันกลับมาคืนสู่สภาพเดิมให้ได้ ในปัจจุบันการเลี้ยงปลาในนามีอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยากำจัดแมลงศัตรูพืช และถูกศัตรูรบกวน ประเทศไทยเราแม้จะมีที่ทำนาที่อยู่ในระบบชลประทานที่ดีถึง 31,000 ตารางกิโลเมตร แต่การเลี้ยงปลาในนาข้าวก็ยังไม่ค่อยมีผู้นิยมเท่าที่ควร เพราะชาวนาพบปัญหาดังกล่าวข้างต้น ซึ่งการจัดโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ คือ

  1. เพื่อเป็นวิถีการเกษตรแบบยั่งยืน ด้วยการบริหารพื้นนาให้ได้ประโยชน์อย่างเหมาะสม แล้วเติบโตสู่ประโยชน์สูงสุด
  2. เป็นโครงการตัวอย่างที่จะนำวิถีอินทรีย์เข้ามาฟื้นฟูระบบนิเวศในนาข้าว
  3. ฟื้นฟู ผืนดินให้กลับมามีความสมบูรณ์ด้วยการเกษตรแบบอินทรีย์
  4. ให้คนไทยมีข้าวมีปลาและอาหาร ที่ปลอดสารพิษและมีสุขภาพที่ดี

และกลุ่มเป้าหมาย คือประชาชนในพื้นที่อำเภอ ไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชช รวมทั้งประชาชนทั่วไปและพ่อค้าในธุรกิจการเกษตร นายธานินท์ กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด!!

Cr. ทอนส์79

ผบ.ตร.มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ยกย่องชมเชย และเชิดชูเกียรติ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงาน ของตำรวจ ( กต.ตร.กทม.)

         วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 23 ส.ค.62 เวลา 12.30 น. ณ ห้องอุลตร้า แอเรียน่า (ULTRA ARENA) ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าโชว์ดีซี (SHOW DC) : พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ยกย่องชมเชย และเชิดชูเกียรติ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงาน ของตำรวจ ( กต.ตร.กทม.) โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อม​ด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.กิตติพันธุ์ จุนทการ ผบก.อก.บช.น.,ผบก.น.1-9,คณะ กต.ตร.สถานีตำรวจ ในสังกัด บก.น.1-9 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ในงานยังมีการแสดงนิทรรศการผลงานของ กต.ตร.ของแต่ละ กองบังคับการ​
                                              

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ยกย่องชมเชยและเชิดชูเกียรติ ในคุณงามความดีที่คณะกรรมการตรวจสอบ​ และติดตามการบริหารงานของตำรวจ (กต.ตร.) ทั้งในส่วนของคณะ กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.สน.ฯ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากผลงานความร่วมมือของคณะ กต.ตร. ซึ่งประกอบด้วยภาคประชาชน​ และข้าราชการตำรวจเป็นคณะ กต.ตร.บก.น.1-9 และ เป็นคณะ กต.ตร.ทั้ง 88 สถานีตำรวจใน บช.น.ได้ดำเนินการเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้ง ทั้ง 6 ด้านตามระเบียบการปฏิบัติ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ปี 2549 ข้างต้น ก่อประโยชน์ให้ประชาชน และราชการตำรวจ พร้อมหน่วยงานราชการอื่นที่ร่วมมือกันปฏิบัติงานในชุมชน ท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดความรักสามัคคี และการพัฒนาสังคมร่วมกัน ระหว่าง ตำรวจกับประชาชน ที่ได้ปฏิบัติงานร่วมกับท้องถิ่นและชุมชนใน 6 ด้าน ดังนี้

1.ด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

2.ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของประชาชน

3.ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

4.ด้านการจราจร

5.ด้านการดูและและสาธารณะสมบัติ

6.ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น

          จากการดำเนินการของเครือข่ายภาคประชาชน กต.ตร.กทม. อนุ กต.ตร. บก.น.1-9 กต.ตร.สน.ฯ ทั้ง 88 สน.ฯ ในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีผลการปฏิบัติทั้ง 6 ด้านดังกล่าวข้างต้นอย่างเป็นรูปธรรม และก่อประโยชน์ให้แก่ตำรวจทั้ง 9 กองบังคับการ โดยได้จัดให้มีการมอบโล่รางวัล​ และใบประกาศเกียรติคุณเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยมีมติจัดให้มีการประชุมใหญ่ของ คณะ กต.ตร. ในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2562

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงพระกรุณาโปรด ประทานผ้าพระกฐินให้มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา เชิญมาทอดถวายยังวัดเขตน์นาบุญญาราม จ.จันทบุรี

         วันนี้ ( 24 ส.ค.62 ) ที่วัดเขตน์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี พลเอกหม่อมเจ้า เฉลิมศึก ยุคล เป็นประธานอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ วัดเขตน์นาบุญญาราม ที่มีองสุตบทบวร เจ้าอาวาสวัดเขตน์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี อานัมนิกายเป็นประธานสงฆ์ และนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ครู – อาจารย์นักเรียนจากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ พ่อค้าและประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

          ทั้งนี้มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา มีวัตถุประสงค์ในการสืบสานพระปณิธาน ในด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทั้งด้านวัตถุและการศึกษา ตลอดจนเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา จึงสืบสานต่อพระปฏิบัติในการถวายผ้าพระกฐิน ปีละ 1 วัด และในปีนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดประทานผ้าพระกฐินให้มูลนิธิฯ เชิญผ้าพระกฐินมาทอดถวาย ณ วัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี

         โอกาสนี้พุทธศาสนิกชน ประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมสมทบมูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนาเป็นยอดเงินทั้งสิ้น 967,976 บาท เพื่อทำนุบำรุงบวรพระพุทธศาสนาสืบไปพร้อมทั้งร่วมเปิดซุ้มอาหารจัดเลี้ยงผู้ร่วมงานถวายเป็นพระราชกุศล

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-ฉลองวันครบรอบก่อตั้งศาลหลักเมืองจันทบุรี ประจำปี 2562

         ค่ำวานนี้ ( 23 ส.ค.62 ) ที่ศาลหลักเมืองจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำข้าราชการ ประชาชน พ่อค้า นักธุรกิจ ร่วมงานวันครบรอบก่อตั้งศาลหลักเมือง /ฉลองวันคล้ายวันเกิดเจ้าพ่อหลักเมือง จันทบุรี ประจำปี 2562

          ภายในงานมีการแสดง ศิลปะ วัฒนธรรม ไทย – จีน ของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษาต่าง ๆ ในจังหวัดจันทบุรี เปิดครัวเจ้าพ่อหลักเมืองเลี้ยงอาหารฟรี แก่ผู้ร่วมงาน งานจัดขึ้นรวม 3 วัน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร-พาณิชย์ลงตรวจสอบโรงสีข้าว คุมเข้มลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกเหนียว ตามแนวชายแดน

พาณิชย์มุกดาหารลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีข้าว และคุมเข้มการลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกเหนียว ตามแนวชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

          นางจันทิภา ปัทมเสวี พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายธิติศักดิ์ ผาสุขนิตย์ชญากุล ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าจังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีข้าว หจก.สมบูรณ์พูนผล เลขที่ 204 หมู่ 1 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร และคุมเข้มการลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกเหนียว ตามแนวชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศหลังข้าวเหนียวมีราคาสูงขึ้นในช่วงนี้

          นางจันวิภา ปัทมเสวี พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า สำหรับข้าวที่จังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ปลูก 4 แสนกว่าไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวน้อยที่สุดในภาคอีสาน ผลผลิตจะเป็นข้าวเหนียว 75 % เป็นข้าวจ้าวประมาณ 25 % ประมาณ 3 ใน 5 ส่วนเป็นข้าวเหนียว โดยวิถีชีวิตของชาวมุกดาหาร ปลูกข้าวเสร็จก็จะเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง ข้าวที่ปลูกได้ส่วนใหญ่เป็นข้าวเหนียวคุณภาพดี ซึ่งจังหวัดมุกดาหารได้รับรางวัลชนะเลิศในเรื่องของข้าวเหนียวตราคุณภาพดีเด่นแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นข้าวเหนียวพิเศษเมล็ดยาว ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 ปีซ้อน ปัจจุบันราคาข้าวเหนียวมีราคาดีขึ้นมาก โดยราคารับซื้อในขณะนี่ราคา 16,000 – 20,000 บาท ถ้าเมื่อเทียบกันปีที่แล้วราคา 9,000 – 10,000 บาท ราคาเพิ่มขึ้น 70 – 80 %

          นางจันวิภา ปัทมเสวี กล่าวอีกว่า จากราคาที่เพิ่มขึ้นสืบเนื่องมาจากภาวะภัยแล้ง โดยทั่วไปประกอบชาวนากลัวไม่มีข้าวไว้รับประทาน ปกติจะทยอยขายทุกปี ตอนนี้ก็จะเก็บไว้บริโภคก่อนเดือนที่ผ่านมา เก็บไว้บริโภคเกิดภาวะที่ว่าไม่มีข้าวเหนียวออก ราคาที่รับซื้อจริงจึงขยับขึ้น ก็นับเป็นความโชคดีของเกษตรกรในช่วงนี้ ราคาข้าวดีชาวนาก็จะได้ราคาที่สูงขึ้น

          ส่วนในเรื่องของการลักลอบนำเข้าข้าวสารเหนียว ทางกระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ได้มีหนังสือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ หน่วยงานความมั่นคงให้เข้มงวดและคุมเข้มในเรื่องของการลักลอบนำข้าวเข้ามาในประเทศไทย…


ขอขอบคุณ ส.ปชส.มุกดาหาร เอื้อเฟื้อข้อมูลข่าวสาร

ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน