รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน. นำกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมไหว้พระสวดมนต์

          เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. พ.อ.รักชาติ รัตนาศักดิ์ รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญบุญไหว้พระสวดมนต์ โดยนิมนต์  พระราชปัญญามุนี วัดเวฬุวัน เจ้าคณะจังหวัดยะลา แสดงธรรมเทศนา ณ ลานปฏิบัติธรรมเขาพระศรีฯ ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

          กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อม และสร้างความเข้าใจพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนเป็นการขับเคลื่อนผู้นำเครือข่ายพี่น้องไทยพุทธ  ในพื้นที่ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลดี และเกื้อกูลต่อการแก้ปัญหาให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุข

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ร่วมบุญ ส่งตายาย “สารทเดือนสิบ” สืบสานประเพณี ชิงเปรต-แห่หมรับ

           เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น. ที่ ศาลาการเปรียญวัดปทุมวารี หมู่ที่ 1 ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี  พ.อ.ภูมิพัฒน์  บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ได้เดินทางไปเป็นประธานฯ พร้อมด้วย คุณนิสากร บุญเรืองขาว ประธานชมรมเเม่บ้านทหารบก สาขาหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ในโอกาสทำบุญร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

          เนื่องใน “ประเพณีสารทเดือนสิบ ของพี่น้องประชาชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ภาคใต้” เพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศล ให้กับบรรพชน (ตา-ยาย) ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมี กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, กำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 และประชาชนไทยพุทธในพื้นที่ ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานีเข้าร่วมในประเพณีดังกล่าว

          สำหรับประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นงานบุญของชาวภาคใต้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณของบรรพชนและญาติที่ล่วงลับไปแล้ว โดยจะแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรก คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เรียกว่าเป็นวันบุญแรก หรือวันรับตายาย ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 14 กันยายน 2562 และในบุญหลัง หรือ วันส่งตายาย ซึ่งเป็นวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 จะตรงกับวันที่ 28 กันยายน 2562

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้ว่าฯนราธิวาส มอบเกียรติบัตรแก่ผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่

ผู้ว่าฯนราธิวาสมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ พร้อมให้กำลังใจและเน้นย้ำให้ทุกคนปฏิบัติตนเป็นคนใหม่ ขณะที่สังคมพร้อมยอมรับและให้โอกาส            

          วันนี้ 28 ก.ย.62 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมฯ ณ ห้องประชุมสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส    โดยมีนายชัยเจริญ มูสิกิ้ม หัวหน้าฝ่ายอำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส นายเลอพงษ์ แตงเนียม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส   พ.ท.สุบิน ชะรอยรัมย์หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส     ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนผู้ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสร่วมในพิธีปิดฯจำนวน 61 คน

          นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การดำเนินโครงการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ยึดมุมมองเชิงคุณภาพ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งถือเป็นการบำบัดรักษายาเสพติดในระบบสมัครใจ ภายใต้แนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติด และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติ ของผู้เสพยาเสพติด ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ผู้เสพยาเสพติดเข้าถึงการบริการ การยอมรับและให้โอกาส เน้นให้เกิดความตระหนักรู้ตนเอง สามารถจัดการอารมณ์ความรู้สึกของตนเองได้อย่างเหมาะสม มีความเข้าใจผู้อื่น โดยการส่งเสริมแรงจูงใจในการเลิกยาเสพติด และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติสุขโดยไม่พึ่งยาเสพติด

          ซึ่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการฝึกการอมรมฯ จำนวน 61 คน แยกตามสาขาอาชีพ ดังนี้ ช่างตัดผม จำนวน 12 คน ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ จำนวน 14 คน ช่างเชื่อมโลหะ จำนวน 6 คน และช่างซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็ก จำนวน 29 คน  โดยหลังจากนี้ผู้ผ่านการบำบัดจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัว และประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวอย่างสุจริต ปฏิบัติตนเป็นคนดี เพื่อให้เกิดการยอมรับและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างภาคภูมิใจ 

#นราธิวาส #การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยา #ILOVETHAILAND 

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – ผลดา ชูสิงห์ /ผู้เรียบเรียง – ศนัฎฐ์ชล สุ่มสมบูรณ์

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส

สำนักข่าวความมั่นคง

เทศบาลเมืองปัตตานี ร่วมกับชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดปัตตานี จัดงานประเพณีถือศีลกินเจ ประจำปี 2562

เทศบาลเมืองปัตตานี ร่วมกับชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดปัตตานี จัดงานประเพณีถือศีลกินเจ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม 2562

          วันนี้ (28 ก.ย. 62) เวลา 17.30 น. ที่บริเวณศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี มีพิธีเปิดงานประเพณีถือศีลกินเจ ประจำปี 2562 โดยมีนายพรหมพิริยะ กิจนุสนธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดงาน มี นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ประธานการจัดงานกล่าวรายงาน และมีพี่น้องประชาชนชาวปัตตานี แต่งกายชุดขาวมาร่วมถือศีลกินเจกันเป็นจำนวนมาก และตลอดเทศกาลกินเจมูลนิธิเทพปูชนีย สถานจัดเลี้ยงอาหารเจทั้งสามมื้อ อีกด้วย

          สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การไหว้พระในศาลเจ้า การหามเกี้ยว พิธีไหว้เทวดาฟ้าดิน พิธียกเสาเทพเจ้าฯ เชิญตะเกียงขึ้นเสาเทวดา พร้อมร่วมรับประทานอาหารเจมื้อแรก ที่เทศบาลเมืองปัตตานี เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง

#เทศบาลเมืองปัตตานี #ชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดปัตตานี #งานประเพณีถือศีลกินเจ  #ILOVETHAILAND

ข้อมูลผู้สื่อข่าว : บดินทร์ เบญจสมัยผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี

สำนักข่าวความมั่นคง

สำนักงาน สกสค.จังหวัดยะลา ร่วมกับฉก.ยะลา และกอ.รมน.ส่วนหน้า จัดฝึกอบรมการใช้อาวุธปืนพกเพื่อป้องกันตนเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 2562


         เมื่อเร็ว ๆ นี้ เวลา 09.30 น. สำนักงาน สกสค.จังหวัดยะลา ร่วมกับฉก.ยะลา และกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จัดฝึกอบรมการใช้อาวุธปืนพก เพื่อป้องกันตนเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 2562 ให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในพื้นที่อำเภอเบตงและอำเภอธารโตทุกหน่วยงานทางการศึกษา สังกัดสพฐ. สังกัดอาชีวศึกษา สังกัดเทศบาลเมืองเบตงและ สังกัดสช. โดยมีนายสมพงษ์ ปานเกล้า ผอ.สกสค.ประจำจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดงานฯ ทั้งนี้มี นายโกมุท รุยอ่อน ผอ.สพป.ยะลา เขต 3 นำเจ้าหน้าที่บุคลากรร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ สนามยิงปืนเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

          นายสมพงษ์ ปานเกล้า ผอ.สกสค.ยะลา กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดยะลา ส่งผลกระทบด้านสวัสดิภาพในการประกอบวิชาชีพและดำรงใช้ชีวิตประจำวันของครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นอย่างมากที่ผ่านมา สำนักงาน สกสค.ยะลา ตระหนักต่อปัญหาและเร่งแสวงหามาตราการความร่วมมือเพื่อแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดความสูขเสียกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงได้ร่วมกับฉก.ยะลา และกอ.รมน.ส่วนหน้ากำหนดจัดกิจกรรมฝึกอบรมการใช้อาวุธปืนพกเพื่อป้องกันตนเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปีงบประมาณ 2562 ภายใต้โครงการเครือข่ายแผนยุทธศาสตร์การรักษาความปลอดภัยครูและบุคลากรทางการศึกษา จังหวัดยะลาขึ้น ที่สนามยิงปืนเทศบาลเมืองเบตงโดยมีกลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัย ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 30 คน

           เพื่อส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันตนเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการบริการคุ้มครูองด้านสวัสดิภาพ สามารถประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้เต็มศักยภาพ ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน มีขวัญ กำลังใจ ตลอดทั้งครอบครัวอยู่ดีมีความสุข ด้านนายโกมุท รุยอ่อน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 ได้ส่งผูู้้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มีอาวุธปืนเข้าร่วมจำนวน 17 คน เพื่อให้ครูเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ในการป้องกันตนเองระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษา และเป็นแกนนำขยายผลให้กับผู้ที่ยังไม่เคยผ่านการอบรมหลักสูตรดังกล่าวต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : ทอล์คนิวส์ ออนไลน์

ศอ.ปส.จชต. แถลงข่าวการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่ จชต.

          วันนี้ 28 กันยายน 2562 เวลา 11.00 น. ที่ห้องพิมพ์มาดา โรงแรมปาร์ควิวรีสอร์ทปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี  พลโท จตุพร  กลัมพสุต รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานงานแถลงข่าวการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมอบรางวัลแก่ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น โดยมี นายสำอาง ศิริรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาหมู่บ้าน บัณฑิตอาสาฯ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

          การแถลงสรุปผลการดำเนินงานในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ในครั้งนี้  เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับคณะทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมวิชาชีพให้จังหวัดคัดเลือกบุคคลผู้ปฏิบัติงานดีเด่น ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2562 ประกอบด้วยด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ด้านการบำบัดรักษา ด้านการบริหารจัดการ แกนนำในระดับชุมชนที่แก้ไขปัญหายาเสพติด บุคคลผู้ปฏิบัติงานดีเด่น หน่วยงานที่ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาเสพติด และผู้ผ่านการฝึกอบรมวิชาชีพดีเด่นรวมจำนวน 61 คน เพื่อสร้างพลังแก่บุคลากร หน่วยงาน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเดินหน้าขับเคลื่อนแก้ไขพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคต่อไป

          พลโท จตุพร  กลัมพสุต รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งระบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคืนคนดีสู่สังคมอย่างยังยืน สำหรับการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการป้องกัน ด้านการปราบปราม ด้านการบำบัดรักษา และด้านการบริหารจัดการ โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตั้งแต่การป้องกัน การปราบปราม และการบำบัดรักษา แต่ยังขาดหน่วยงานหลักที่จะเข้ามาดูแลผู้ผ่านการบำบัดรักษายาเสพติด

          ซึ่งในวันนี้ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นหน่วยในการเติมเต็ม โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ บูรณาการร่วมกับ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ในระดับพื้นที่หมู่บ้านตำบลให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาและทีม Take care Team เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลบุคลกล่าว สำหรับการฝึกอบรมวิชาชีพให้จังหวัดเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยประสานกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดในการจัดทำแผน และรายการเครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ปัจจัยการผลิตเบื้องต้นที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ เพื่อมอบให้กับผู้ผ่านการฝึกอบรมวิชาชีพตามหลักสูตรและหลักเกณฑ์ที่กำหนด ในเบื้องต้นจะฝึกอบรมวิชาชีพ 6 สาขาวิชา ประกอบด้วย ช่างซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็กช่าง เชื่อมโลหะ ช่างปูกระเบื้อง ช่างแต่งผมสุภาพบุรุษ ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร และช่างปูนปั้นไม้เทียม โดยให้ใช้หลักสูตร 15 วัน 60 ชั่วโมง

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

องคมนตรี พบปะนักเรียนทุนพระราชทาน โครงการกองทุนการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดยะลา

          เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562 เวลา 13.00 น. ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลเอก เฉลิมชัย  สิทธิสาท องคมนตรี และคณะ ลงพื้นที่พบปะนักเรียน ทุนพระราชทาน โครงการกองทุนการศึกษา โดยมีเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, คณะครู, อาจารย์ และนักเรียนทุนพระราชทาน ร่วมให้การต้อนรับ

          พลเอก เฉลิมชัย  สิทธิสาท องคมนตรี กล่าวว่า หลายคนอยากมีโอกาสเป็นนักเรียนพระราชทานแต่ไม่มีโอกาส เราได้เป็นนักเรียนทุนพระราชทานตามโครงการกองทุนการศึกษา ถือว่าโชคดีมาก และต้องการให้พวกเราเดินไปข้างหน้า ตามความถนัดของตนเอง เป็นคนที่รู้จริง มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งฝากครู อาจารย์ คอยดูแล ให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษา ให้กับนักเรียนทุนพระราชทาน

          โครงการ กองทุนการศึกษา เป็นโครงการตามพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ให้จัดตั้งโครงการ “กองทุนการศึกษา” มุ่งหวังสร้างคนดีคืนแผ่นดิน เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2555 โดยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร พระองค์ได้มีพระราชกระแสรับสั่ง ให้ประธานองคมนตรีนำพระราชทานเงินส่วนพระองค์จำนวนหนึ่งไปใช้ประโยชน์ด้านการพัฒนาการศึกษา โดยให้ทำแบบภาคเอกชน ที่เน้นความ เรียบง่าย รวดเร็ว คล่องแคล่ว แต่ต้องประหยัด พอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต และมุ่งเน้นการปลูกฝังคุณธรรมให้เยาวชนเป็นคนดีก่อน แล้วความเก่งจะตามมา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่มีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดไม่ได้

          ทั้งนี้นักเรียนที่ได้รับ ทุนพระราชทาน โครงการกองทุนการศึกษา ประกอบด้วย  เด็กหญิงบรรธิตา ไชยสิทธ์ นักเรียนชั้นมัธมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคณะราษฏรบำรุงจังหวัดยะลา  นางสาวอาดียา แวนะไล นางสาวลัยลา สะมะแอ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยทั้ง 3 คน ได้รับทุนพระราชทาน โครงการกองทุนการศึกษาตั้งแต่ศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ด่วน !! เจ้าหน้าที่ปะทะคนร้ายปล้นทองจากอำเภอนาทวี ขณะกบดานบนเขาพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย

          วันนี้ 27 ก.ย.62 เวลา 17.30 น.ที่ผ่านมามีรายงานความคืบหน้าการติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงชุดปล้นทองคำจากพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ล่าสุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม จังหวัดปัตตานี ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน ที่ 43 และหน่วยเฉพาะกิจสงขลาได้จัดกำลัง เข้าพิสูจน์ทราบบริเวณบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา จากนั้นได้เกิดปะทะกับผู้ก่อเหตุรุนแรง ทราบว่าเป็นกลุ่มมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นร้านทองที่อำเภอนาทวี

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการรายงานสถานการณ์ให้แม่ทัพภาค4 อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามสถานการณ์เนื่องจากยังไม่จบภารกิจและยังไม่มีรายงานความสูญเสียของฝ่ายเจ้าหน้าที่และกลุ่มคนร้าย

          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมจากข้อมูลแหล่งข่าวชุดคลี่คลายคดีเผยว่าการเข้าค้นพิสูจน์ทราบฐานที่พักใช่เป็นแหล่งหลบซ่อนพักพิงของกลุ่มผู้ก่อการร้ายในครั้งนี้ เบาะแสทราบว่าเป็นกลุ่มของนาย บูคอนี หลำโซ๊ะ และพวกตามข้อมูลจากการขยายผลของนาย ซาการียา ที่ถูกควบคุมตัวได้ที่ รร.สอนศาสนาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เมื่อไม่นานมานี้

          โดยหลังการปะทะเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้แยกกันออกติดตามกลุ่มคนร้ายและตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณบ้านกระแซะ หมู่1 ตำบลบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย ซึ่งผลการปฏิบัติตรวจพบคนร้าย จำนวน 5 คน แต่งกายชุดดำ อาวุธครบมือ ขณะเจ้าหน้าที่ได้แสดงตนแต่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ก่อนหลบหนีไปคนละทิศละทางและสามารถยึดสิ่งของได้จำนวนหนึ่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการไล่ล่าติดตาม โดยคืบหน้าจะรายงานต่อไป..

ขอบคุณข้อมูล : Smileชายแดนใต้

ภาคเอกชนจับมือภาครัฐ เดินหน้าต่อยอดโครงการ “สานต่อความพอเพียง สู่ประมงโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไทย” ปี 3/2562 สร้างองค์ความรู้ สู่อนาคตที่ยั่งยืน

ไทยลักซ์ ในเครือ พีพี ไพร์ม จับมือภาครัฐ เดินหน้าต่อยอดโครงการ “สานต่อความพอเพียง สู่ประมงโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไทย” ปี 3/2562 สร้างองค์ความรู้ สู่อนาคตที่ยั่งยืน

          วันนี้ (26 ก.ย. 62) ณ กองกำกับการตำรวจตะเวนชายแดนที่ 43 ค่ายรามคำแหง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พลเอกเชาวฤทธิ์ ประภาจิตร์ ประธานกรรมการบริหาและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) นำเจ้าหน้าที่จากบริษัท ไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือบริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ “สานต่อความพอเพียง สู่ประมงโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไทย” ปี 3/2562 สร้างองค์ความรู้ สู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยมีพันตำรวจโท สุเทพ ชูแก้ว รองผู้กำกับการตำรวจตำรวจตะเวนชายแดนที่ 43 นายอุทัย องอาจ นักวิชาการประมง คณะครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

          พลเอก เชาวฤทธิ์ ประภาจิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ กล่าวว่า บริษัท ไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำ สัตว์เลี้ยง ทั้งภายในและต่างประเทศ ตลอดจนดำเนินธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ให้ผลตอบแทนที่มั่นคง และมีศักยภาพในการเติบโตสูงกว่า 32 ปี ในการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมานั้น บริษัทฯ มีความมุ่งมั่น และตระหนักต่อความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) โดยมีการดำเนินโครงการฯ ที่เป็นรูปธรรมมามากว่า 13 ปี ทั้งในระดับประเทศ และระดับชุมชน ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ (ESG: Environment , Social and Governance) “โครงการสานต่อความพอเพียง สู่ประมงโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไทย” คือ หนึ่งในโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ ที่ไม่เพียงแต่เป็นส่งเสริมด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อให้เด็กนักเรียนมีอาหารที่ดีจากผลผลิตปลาที่มีโปรตีนสูง ยังส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน สร้างเศรษฐกิจแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริ โดยการนำผลผลิตที่ได้จากการเลี้ยงมาประกอบอาหารกลางวัน หรือนำผลผลิตมาจำหน่ายเพื่อสร้างอาชีพ เสริมรายได้หมุนเวียน ต่อยอดถึงชุมชนรอบข้าง ตลอดจนสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืนสืบไป

         พลเอก เชาวฤทธิ์ ประภาจิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท ไทย ลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินโครงการฯ แบบบูรณาการร่วมกันกับภาครัฐ โดยบริษัทฯ เป็นผู้สนับสนุนหลักด้านอาหารสัตว์น้ำสำหรับเพาะเลี้ยง รวมถึงการแนะแนวเทคนิควิธีการเลี้ยงโดยทีมงานผู้เชี่ยว ชาญ แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั่วประเทศ กว่า 217 โรงเรียนซึ่งทางโรงเรียน ตชด. จะได้รับการสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิตจากกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำไปสู่การดำเนินงานที่สอดคล้อง ต่อเนื่องในทิศทางเดียวกันทั้ง 3 หน่วยงาน ซึ่งในปี 2560 และ 2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการมอบอาหารสัตว์น้ำ และดำเนินกิจกรรมประมงโรงเรียน ตชด. เสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 53 โรงเรียน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากทุกภาคส่วน

          ทั้งนี้ในปี 2562 บริษัทฯ มีแผนการส่งมอบอาหารสัตว์น้ำ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จำนวน 25 โรงเรียน 5 กองกำกับ ครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยได้ส่งมอบไปแล้ว 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก และในวันนี้จะมีการส่งมอบอาหารสัตว์น้ำ ณ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ภาคใต้ อีกจำนวน 7 โรงเรียน โดยมุ่งมั่นส่งเสริมให้เยาวชนเกิด “พลังใจ” จากความสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่ได้เปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้ เติมเต็มประสบการณ์ทั้งในและนอกห้องเรียน “พลังงาน” จากการได้รับประทานอาหารที่มีแหล่งโปรตีนที่ดี มีคุณค่าจากสัตว์น้ำที่ได้เพาะเลี้ยงด้วยตนเอง “พลังสมอง” จากการเจริญเติบโตสมวัย ได้รับโภชนาการที่เหมาะสม มีส่วนช่วยพัฒนาด้านสติปัญญา ของเด็กในวัยเรียน และ “พลังชีวิต”” จากองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดอาชีพในอนาคต ขยายสู่ชุมชนรอบข้าง ส่งผลให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

#ภาคเอกชนจับมือภาครัฐ #สานต่อความพอเพียง สู่ประมงโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไทย #สร้างองค์ความรู้ สู่อนาคตที่ยั่งยืน #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

สำนักข่าวความมั่นคง

จ.นราธิวาส จัดงาน “เสน่ห์บาเจาะ… อาซูรอผูกพัน” เชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ของประชาชนทุกกลุ่ม นำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสงบสุข

จังหวัดนราธิวาส จัดงาน “เสน่ห์บาเจาะ… อาซูรอผูกพัน” เชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ของประชาชนทุกกลุ่ม นำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสงบสุข พร้อมเตรียมเปิดตัวจุดเช็คอินแห่งใหม่ เสน่ห์บาเจาะ ในปี 2563

          วันนี้ (26 ก.ย. 62) ว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอบาเจาะ เปิดงาน “เสน่ห์บาเจาะ… อาซูรอผูกพัน” ที่บริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส พร้อมกล่าวว่า การจัดงานในวันนี้ ให้ความสำคัญกับช่วงเวลาการทำขนมอาซูรอ เสน่ห์ของการทำอยู่ที่การกวน ราว 6-7 ชั่วโมง เพราะเป็นขนมที่ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ที่สำคัญเพื่อให้ชาวบาเจาะได้มาพบเจอกันในแนวทางราบ ลักษณะไม่เป็นทางการ ทุกกลุ่มวัฒนธรรม ทุกศาสนา สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ เชื่อมโยงสร้างความผูกพัน ความสัมพันธ์ของชาวบาเจาะทุกกลุ่ม ทั้งพี่น้องชาวไทยมุสลิม พุทธ ชาวไทยเชื้อสายจีน ที่อยู่ภายใต้การรวมกลุ่ม ได้แก่ ชมรมดอกพุทธ ชมรมครูอาวุโส คณะกรรมการที่ปรึกษาอำเภอ

          พร้อมย้ำความสามัคคีจะเกิดขึ้นได้ เมื่อสมาชิกในสังคมมีความรักความสามัคคี อันบริสุทธิ์ใจให้แก่กัน ให้อภัยในความผิดพลาด และห่างไกลจากคำพูดและพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของความแตกแยก เพื่อเป็นฐานอันมั่นคง เป็นเกราะกำบังที่แข็งแรงที่จะต่อสู้ และปกป้องภัยอันตราย นำไปสู่สังคมที่มีความเข้มแข็ง และสงบสุข

          นายอำเภอบาเจาะ กล่าวด้วยว่า ในปี 2563 จะมุ่งเน้นการทำงานที่ดึงจุดเด่น จุดแข็ง ผ่านการนำเสนอภายใต้แนวคิดเสน่ห์บาเจาะ อาทิ ประเพณีอาซูรอ ของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ซึ่งมีการจัดในหลายพื้นที่ พร้อมเตรียมเปิดตัวเกี่ยวกับเสน่ห์บาเจาะ เชิญชวนประชาชนให้มาท่องเที่ยว เช็คอินในจุดที่น่าสนใจอีก 10 จุด ที่ไม่ใช้จุดหลัก ๆ ที่ทุกคนรู้จัก อาทิ บ้านตีเหล็กในหมู่บ้านบือราแง ตำบลลุโบะสาวอ ที่สืบทอดมา 4 ชั่วอายุคน

          สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการกวนขนมอาซูรอ 8 กระทะ หรือภาษามลายูว่า 8 กาเวาะฮ์ มาจากตัวแทน 6 ตำบล และกลุ่มส่วนราชการ กลุ่ม อส. อำเภอบาเจาะ กิจกรรมการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน การจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน นอกจากนี้ในเวลา 13.30-15.00 น. จะมีการการบรรยายธรรม โดยบาบอโซ๊ะ บางปอ

#จังหวัดนราธิวาส #เสน่ห์บาเจาะ… อาซูรอผูกพัน  #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – ปพิชญานันท์ เทพรักษ์ / ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.นราธิวาส

สำนักข่าวความมั่นคง