นครแหลมฉบัง พร้อมจัดกีฬานักเรียน อปท แห่งประเทศไทย ภาคตะวันออก

เทศบาลนครแหลมฉบัง จ.ชลบุรี พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 37 รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออก ในระหว่างวันที่ 18-27 ตุลาคม 2562 โดยใช้ชื่อว่า “แหลมฉบังเกมส์” มีมัสคอตเป็นหมึกกล้วย ชื่อว่า “โชคดี”

          เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.วันนี้ ( 4 ต.ค. ) นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี แถลงความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 37 รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออก หรือแหลมฉบังเกมส์ ในระหว่างวันที่ 18-27 ตุลาคม 2562 โดยมีตัวแทนนักกีฬาจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเข้าร่วมแถลงข่าวและจับฉลากแบ่งสายการแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก ที่ห้องประชุมเมืองท่า เทศบาลนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

         สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี พัฒนาศักยภาพของนักกีฬาสังกัด อปท.ให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ กล้าแสดงออก ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการออกกำลังกาย และห่างไกลยาเสพติด การแข่งขันในครั้งนี้แบ่งเป็นรุ่นอายุ 12, 14, 16 และ 18 ปี ชายหญิง แบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ฟุตบอล, ฟุตซอล, วอลเล่ย์บอลในร่ม, เปตอง, วอลเล่ย์บอลชายหาด, เซปักตะกร้อ, แบดมินตัน, เทเบิลเทนนิส, หมากรุกไทย และหมากฮอสไทย จะมีเจ้าหน้าที่ และนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้มากกว่า 5,000 คน

          สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ใช้ชื่อการแข่งขันว่า “แหลมฉบังเกมส์” มีตัวมัสคอตเป็นหมึกกล้วย ชื่อว่า “โชคดี” ซึ่งเป็นอาหารทะเลขึ้นชื่อของชาวแหลมฉบัง ที่นักท่องเที่ยวจะต้องซื้อกลับเป็นของฝากให้กับญาติสนิทมิตรสหายทั่วไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักข่าวความมั่นคง

มุกดาหาร # “แถลงข่าว”ตร.สภ.ดอนตาล ร่วม ทพ.2110 ผลการปฏิบัติการจับกุม การลักลอบค้ายานรก 30,186 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์

https://youtu.be/hJO7nvBXOMY

แถลงข่าว ผลการปฏิบัติการจับกุมการลักลอบค้ายาเสพติด ยาบ้า ของสถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนตาล ผู้ต้องหา 2 คน ยาบ้าจำนวน 30,186 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลาง

         เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น สถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนตาล โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.อลงกรณ์ เสนีย์รณฤทธิ์ ผกก.สภ.ดอนตาล, พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.ฉก.ทพ.21, นายยุคล กาญจนศิริพงษ์ นายอำเภอดอนตาล ได้สั่งการให้ ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 2110, มว.ตชด.2342 และฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจค้นจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่อำเภอดอนตาล ได้ของกลาง จำนวน 15 มัด รวม 30,186 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์ Yamaha MT-07 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิดที่บริเวณ ข้างร้านไข่มุกวัสดุก่อสร้าง บ้านนาโพธิ์ ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร พิกัด VD 871079

          สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 13.00 น หลังจากเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนหาข่าวและรับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบซื้อขายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า ที่บริเวณ ข้างร้านไข่มุกวัสดุก่อสร้าง บ.นาโพธิ์ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร โดยใช้รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง มว.ตชด.2342 และทหารพรานที่ 2110 ร่วมกันวางแผนจับกุม ดักซุ่มบริเวณโดยรอบร้านไข่มุกวัสดุก่อสร้าง จนกระทั่งพบชายสองคนขับรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าว ขับมาจอดข้างร้านไข่มุกวัสดุก่อสร้าง

          เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ภายในตัวทั้งสองคนไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด ตรวจบริเวณใต้เบาะรถจักรยานยนต์พบ ยาบ้าจำนวน 15 มัด เจ้าหน้าที่สอบถามทั้งสอง ชื่อ นายโยเซฟ จันทร์ดำ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219 ม.8 บ.โนนสมบูรณ์ ต.สวาท อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร และนายศิรวิทย์ อบทอง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 ม.1 บ้านเลิงเก่า ต.สวาท อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้ง 2 คนไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย จากผลการตรวจปัสสาวะผลเป็นบวกทั้งสองคน และตรวจนับยาบ้าได้ จำนวน 30,186 เม็ด ( สีแดง 29,886 เม็ด, สีเขียว 300 เม็ด ) เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งสองคนพร้อมของกลางยาบ้า และรถจักรยานยนต์ของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อสอบสวนขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.จ.ขอนแก่น ร่วมประชุมแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง PM 2.5 PM 10 และ O3 จังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2563

กอ.รมน.จ.ขอนแก่น ร่วมประชุมแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง PM 2.5 PM 10 และ O3 จังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2563

         วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 4 ต.ค.62 เวลา 10.00 น.: พ.ท.สมเกียรติ เยี่ยมอ่อน รอง หน.กลุ่มงานกิจการมวลชนฯ เป็นผู้แทนร่วมประชุม คณะทำงานแก้ไขและตอบโต้ ปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง PM 2.5 PM 10 และ O3 จังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2563

          โดยมี นาย สุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุม ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย คณะทำงานแก้ไขและตอบโต้ ปัญหามลพิษทางอากาศฯ และ หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชน ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม เสียงแคน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ขอนแก่น

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับ​ พมจ. ประจวบฯ​ และมูลนิธิพระราหู พร้อมส่วนราชการ ภาคเอกชนร่วมพบปะให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่

กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับ​ พมจ. ประจวบฯ​ และมูลนิธิพระราหู พร้อมส่วนราชการภาคเอกชนร่วมพบปะให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่หรือปรับปรุงบ้านที่ทรุดโทรม

         เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 เวลา 11.00 น.ถึง 11.30 น.​ : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุุล รองผอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​ พร้อมด้วย​ พ.อ.สมพงษ์ อารีพงษ์ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผน และการข่าว กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์​,พ.อ.อิทธิกร ศิริวัลย์ หัวหน้าฝ่ายนโยบาย และแผน กอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​, นางอำนวยนาถ เอียดสกุล ผู้แทน พัฒนาชุมชนจ.ประจวบ คีรีขันธ์, นางเบญจมาศ ขำเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านนิคม, ร.ท.รัตนชัย ขอสืบ ผู้แทน ฉก.จงอางศึก, นายพิชิต สันติเมธากุล อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์​ และ นายนพร ศรีสุนันท์ รองนายกเทศมนตรีตำบลอ่าวน้อย เข้าร่วมเยี่ยมให้กำลังใจประชา ชนที่ได้รับการช่วยเหลือในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่หรือปรับปรุงบ้านที่ทรุดโทรมจำนวน 2 ราย ดังนี้

  1. นาง หล่าน นิลเปลี่ยน อายุ 79 ปี เลขที่ 123/1 หมู่ที่ 10 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ยากไร้
  2. นางสมบูรณ์ พลศร อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ที่ 4 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ยากไร้ ที่ผ่านมาถูกไฟไหม้บ้าน

          หลังจากนั้น พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล จึงได้มอบ ถุงยังชีพ จำนวน 1 ถุง ซึ่งได้รับมาจาก​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” โดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ และน้ำดื่มจากบริษัท อีซูซุ อึ้งง่วนไต๋ นางอำนวยนาถ เอียดสกุล มอบข้าวสาร นายพิชิต สันติเมธากุล มอบไข่ จำนวน 1 แผง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับทั้ง 2 ครอบครัว ในการดำรงชีพต่อไป การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

นครศรีฯ-จัดพิธีบำเพ็ญบุญฉลองสมณศักดิ์ พระราชาคณะชั้นราช และอายุวัฒนมงคล 85 ปี พระราชสิริธรรมมงคล เจ้าอาวาสวัดมะนาวหวาน พระอารามหลวง

พิธีบำเพ็ญบุญฉลองสมณศักดิ์ พระราชาคณะชั้นราช และอายุวัฒนมงคล 85 ปี พระราชสิริธรรมมงคล เจ้าอาวาสวัดมะนาวหวาน พระอารามหลวง และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช

          วันนี้ (4 ตุลาคม 2562) นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมพิธีบำเพ็ญบุญฉลองสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นราช และอายุวัฒนมงคล 85 ปี พระราชสิริธรรมมงคล เจ้าอาวาสวัดมะนาวหวาน พระอารามหลวง และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมพิธี

         ซึ่งนับเป็นวันมหามงคลยิ่งของคณะสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในเขตบุญ ของวัดมะนาวหวาน เนื่องจากโอกาสมหามงคลพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562 วโรกาสดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทาน เลื่อนให้พระสิริธรรมราชมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรม ราช เป็นพระราชสิริธรรมมงคล ซึ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นหาที่สุดมิได้ เป็นเกียรติเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งแก่พระราชสิริธรรมมงคล และวงศ์ตระกูล เป็นศักดิ์ศรีแก่วัดวาอาราม นำความชื่นชมยินดีมาสู่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนโดยทั่วกัน

         การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์นั้น เป็นการพระราชทานเกียรติแก่พระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ตามพระธรรมวินัยและบำเพ็ญคุณงามความดีแก่วัด ชุมชน สังคม และประเทศชาติ อันเป็นการประกาศยกย่อง เชิดชูเกียรติ เพิ่มพูนขวัญและกำลังใจให้พระสงฆ์ดำรงมั่นในการประพฤติพรหมจรรย์ ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ให้ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนา เป็นกำลังสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้สถาพรสืบไป เช่นเดียวกันกับการพระราชทานยศศักดิ์ หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ข้าราช การและประชาชนผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ เพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้มีกำลังใจในการกระทำความดีช่วยเหลือพัฒนาประเทศชาติให้วัฒนาสถาพรสืบไป

         โอกาสนี้ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช อัญเชิญพระบรมราช โองการเลื่อนสมณศักดิ์ ประกาศแก่พระเถรานุเถระ และสาธุชนได้รับทราบและร่วมอนุโมทนาโดยทั่วกัน เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณเพิ่มบุญกุศลบารมีแก่พระราชสิริธรรมมงคล โดยบรรยากาศภายในวัด มีประชาชนจากจังหวัดต่าง ๆ ร่วมในพิธี และจัดโรงทานเลี้ยงอาหารแก่ผู้ที่มาร่วมงานด้วย.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

วช. ร่วมกับสวนนงนุช ผลักดันงานวิจัยนำอาหารไทยชาววังในตำรับ​ พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ เผยแพร่สู่สาธารณชน

วช.ร่วมกับสวนนงนุช ผลักดันงานวิจัยนำอาหารไทยชาววังในตำรับ​ พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ เผยแพร่สู่สาธารณชน

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 4 ตุลาคม 2562​ ณ สวนนงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี​ : จากการที่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนทุนวิจัย ให้กับโครงการวิจัยเพื่อ ”พัฒนามาตรฐานตำรับอาหารวังสวนสุนันทา เชิงสุขภาพสู่ตลาดโลก” ภายใต้แผนงานวิจัยครัวไทยสู่ตลาดโลก ในปีงบประมาณ 2560 โดยมี ผศ.ดร.วิทยา เมฆขำ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งได้ผลผลิตจากงานวิจัยเป็นสูตรและกระบวนการผลิตอาหารวังสวนสุนันทา ซึ่งเป็นอาหารไทยชาววังในตำรับพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ 3 ตำรับ ประกอบด้วยปลาร้าในกะลา ข้าวปิ้งสำเร็จรูปแช่แข็ง และไก่นมวัวสำเร็จรูปบรรจุกระป๋องพร้อมบริโภค

          ผลสำเร็จจากการวิจัยดังกล่าวได้รับความสนใจจาก บริษัท นงนุชพัทยาการ์เด้น ดีไซน์ จำกัด จึงได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงในการถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารวังสวนสุนันทา ระหว่าง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ บริษัท นงนุชพัทยาการ์เด้น ดีไซน์ จำกัด โดย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานบริษัท นงนุชพัทยาการ์เด้น ดีไซน์ จำกัด ณ สวนนงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 4 ตุลาคม 2562 เพื่อนำไปผลิตและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทั้งคนไทยและต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในสวนนงนุช ต่อไป

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

ปทุมธานี – ชุดราชสีห์บัวหลวงลงพื้นที่ตรวจสอบหลังประชาชนร้องเรียน ว่ามีการลักลอบปลูกพืชกระท่อมเป็นจำนวนมาก

          เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ปลัดจังหวัดปทุมธานี, นายอาวุธ วิเชียรฉาย นายอำเภอเมืองปทุมธานี

         ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดปทุมธานี (ชุดราชสีห์บัวหลวง) นำโดย นายหมวดโทเสริมวิทย์ สมบัติ ป้องกันจังหวัดปทุมธานี นำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 71 นาย บูรณาการร่วมกับอำเภอเมืองปทุมธานี และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1 ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามข้อร้องเรียนของประชาชนว่ามีการลักลอบปลูกพืชกระท่อมเป็นจำนวนมากในเขตพื้นที่ ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

         ต่อมาเวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียน โดยมีผลดำเนินการดังนี้ จับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 5 ราย พร้อมของกลางพืชกระท่อม จำนวน 70 ลำต้น และใบพืชกระท่อม จำนวน 15 กิโลกรัม โดยแแจ้งข้อกล่าวหา ผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) โดยผิดกฎหมาย นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ไปทำบันทึกจับกุม ณ ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สตม. จับกุมชายชาวกัมพูชาผู้ต้องหา “ร่วมกันค้ามนุษย์” และขอทานกัมพูชา 4 ราย ลักลอบเข้าเมืองมาขอทานนักท่องเที่ยว

สตม.จับกุมชายชาวกัมพูชาผู้ต้องหา “ร่วมกันค้ามนุษย์” และขอทานกัมพูชา 4 ราย ลักลอบเข้าเมืองมาขอทานนักท่องเที่ยว

         วันนี้​ วันศุกร์ที่ 4 ต.ค.62 เวลา 09.45 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วยพล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม. ได้มอบหมายให้ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน โดย พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รอง ผบก.สส.สตม.และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม.

         ดำเนินการตามมาตรการป้องกันปรามปรามการค้ามนุษย์ โดยยึดหลัก 5P ประกอบด้วย Policy นโยบาย, Prevention การป้องกัน, Prosecution การดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย, Protection การคุ้มครองช่วยเหลือ และ Partnership ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน​ ดังนั้น กองบังคับการสืบสวนสอบสวนได้รับนโยบาย แนวทาง และมาตรการ ซึ่งเป็นหลักสากลในการดำเนินการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ นำไปสู่การปฏิบัติ โดยมีผลการปฏิบัติดังนี้ จับกุมชายชาวกัมพูชาผู้ต้องหา “ร่วมกันค้ามนุษย์” และจับกุมขอทานกัมพูชา 4 ราย ลักลอบเข้าเมืองมาขอทานนักท่องเที่ยว

รายที่​ 1.มาตรการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย (Prosecution) เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม.ได้ออกสืบจับติดตามตัวนายนาง ไม่ทราบนามสกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระนอง ที่ 26/2559 ลง 10 ก.พ.59 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันค้ามนุษย์ ซึ่งเชื่อได้ว่าคนต่างด้าวรายนี้ เคลื่อนไหวอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี จนกระทั่ง 15 ก.ย.2562 เวลา 00.15 น.ได้จับกุมตัว นายนาง อายุ 56 ปี สัญชาติ กัมพูชา ได้ที่ แหล่งซื้อ-ขายผักสดภายในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ศาลจังหวัดระนองได้ออกหมายจับ โดยมีพฤติการณ์โดยย่อกล่าวคือ ช่วงปี 2556 ผู้ต้องหารายนี้ได้ชักชวนคนกัมพูชามาทำงานลงเรือประมงเพื่อหาสัตว์น้ำในทะเล จากนั้นผู้เสียหายอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดี ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำ จ.ระนอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

รายที่​ 2.มาตรการป้องกัน (Prevention) ปัจจุบันได้มีคนต่างด้าวจำนวนหนึ่ง ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร มาขอทานตามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศและก่อความเดือนร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย ดังนั้น​ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. กวดขันเข้มงวด จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยใช้เครื่องมือทางกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559 ดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้ เพราะเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยง ที่อาจจะตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ จากการดำเนินการห้วงกลางเดือนกันยายน 2562 ได้มีการจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 4 ราย ในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และการทำการอันเป็นขอทาน” จากนั้นได้ทำการสัมภาษณ์คัดแยกเหยื่อ พบว่ายังไม่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ จึงได้จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขอเรียนกับพี่น้องประชาชนและบุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ว่าหากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทำอันเข้าลักษณะการค้ามนุษย์ หรือพบเห็นบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงการค้ามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้แรงงาน การนำคนมาขอทาน หรือ การบังคับค้าประเวณีและการค้าประเวณีเด็ก สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

สืบสวนสตม. ปิดตำนานหนุ่มใหญ่แดนกิมจิ หนีหมายจับซุกไทยนาน 25 ปี และรวบหนุ่มเกาหลีใต้หลอกเหยื่อเชิดเงินหนี

สืบสวนสตม.ปิดตำนานหนุ่มใหญ่แดนกิมจิ หนีหมายจับซุกไทยนาน 25 ปี แอบลัก ลอบอยู่เมืองไทยผิดกฎหมาย OVERSTAY นาน 20 ปี 20 วัน​ และรวบหนุ่มเกาหลีใต้ หลอกเหยื่อร่วมลงทุนตลาดซื้อขายล่วงหน้า เชิดเงินหนี มากบดานเงียบที่ประเทศ ไทย เหยื่อ 89 ราย สูญเงินกว่า 500 ล้านบาท

         วันนี้​ วันศุกร์ที่ 4 ต.ค.62 เวลา 09.45 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วยพล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รองผบก. สส.สตม. และพ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. ได้ดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ​ และบังคับใช้กฎหมายสำหรับคนต่างด้าวที่ลักลอบอยู่ในราชอาณาจักรผิดกฎหมาย โดยมีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม โดยแถลง​ข่าว 2​ คดีคือ​

รายแรก ปิดตำนานหนุ่มใหญ่แดนกิมจิ หนีหมายจับซุกไทยนาน 25 ปี แอบลักลอบอยู่เมืองไทยผิดกฎหมาย OVERSTAY นาน 20 ปี 20 วัน​

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่​บก.สส.สตม ปิดตำนานหนุ่มใหญ่แดนกิมจิ หนีหมายจับซุกไทยนาน 25 ปี แอบลักลอบอยู่เมืองไทยผิดกฎหมาย OVERSTAY นาน 20 ปี 20 วัน​ โดยพล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รอง ผบก. สส.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านอาหารแห่งหนึ่งย่าน จ.ปทุมธานี เนื่องจากสืบทราบว่า นายหย่าง อายุ 58 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการเกาหลีใต้ มักจะแวะเวียนเข้ามาที่ร้านอาหารดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังเฝ้าซุ่มสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบชายคนหนึ่งลักษณะคล้ายชาวเกาหลีใต้ ใบหน้าคล้ายกับบุคคลที่ ทาง กก.2 บก.สส.สตม. ได้ทำการสืบหาตัว

          จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง แต่นายหย่าง พยายามบ่ายเบี่ยงในการแสดงตน เจ้าหน้าที่ก็ยังยืนยันที่จะขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง จากนั้นผู้ถูกจับจึงสารภาพว่าตนเป็นบุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ ชื่อ หย่าง อายุ 58 ปี เดินทางเข้ามาประเทศ ไทย ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2537 ห้วงแรกได้อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องจนวันที่ 20 มิ.ย.2542 ด้วยเหตุที่หนังสือเดินทางหมดอายุ ตนจึงไม่สามารถไปต่อหนังสือเดินทางได้ ทำให้วีซ่าที่ตนมีหมดอายุตั้งแต่ 20 มิ.ย.2542 เป็นต้นมา จึงได้จับกุมตัวในข้อหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” เป็นเวลา 20 ปี 20 วัน และจากการประสานงานไปยังตำรวจสาธารณรัฐเกาหลี ทราบว่า นายหย่าง มีหมายจับทางการเกาหลีใต้ ในข้อหา ปลอมเช็ค ปลอมเอกสารประจำตัว อีกทั้งมีประวัติการกระทำความผิด

          กล่าวคือ หลบหนีการเกณฑ์ทหารและหลีกเลี่ยงการฝึกทหาร ซึ่งแม้ว่าการกระทำความผิดเกิดในช่วงปี 2537 แต่สำหรับกฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลีนั้น หากผู้ใดได้กระทำความผิดแล้ว ได้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินคดี การลงโทษ อายุความ การดำเนินคดีจะสะดุดหยุดลง ทำให้หมายจับของสาธารณรัฐเกาหลียังมีผลทางกฎหมาย แม้ว่าเวลาได้ผ่านไปถึง 25 ปีแล้วก็ตาม เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ต่อไป

ส่วนรายที่ 2 หนุ่มเกาหลีใต้ หลอกเหยื่อเป็นผู้บริหารกองทุนมูลค่าสองหมื่นล้านวอน ร่วมลงทุนตลาดซื้อขายล่วงหน้า ระยะแรกได้ผลตอบแทน จากนั้นเชิดเงินหนี มากบดานเงียบที่ประเทศไทย เหยื่อ 89 ราย สูญเงินกว่า 500 ล้านบาท

         พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการติดตามตัวคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพวกอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งก่อเหตุ ณ ประเทศหนึ่งแล้วเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นบุคคลต่างด้าว กลุ่มเสี่ยงที่อาจจะก่อเหตุซ้ำในประเทศไทย​ ชุดสืบสวน กก.2 บก.สส.สตม.จึงได้ออกติดตามตัว นายยูน อายุ 36 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการเกาหลีใต้ออกหมายจับไว้ในความผิดฐานฉ้อโกง และตำรวจสากล INTERPOL ได้ออกเอกสาร RED NOTICES แจ้งพฤติกรรมการกระทำความผิดไว้

           โดยมีพฤติการณ์ดังนี้ คนร้ายได้หลอกเหยื่อ โดยโกหกว่า มีบริษัทซึ่งมีทุนสองหมื่นล้านวอน ซึ่งลงทุนในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Future Market) ในสินค้าประเภททอง เงินตราออสเตรเลีย และน้ำมันดิบ ต้องการผู้ร่วมลงทุนโดยการันตีผลตอบแทนแม้ว่าบริษัทฯ จะขาดทุนในการลงทุน เพราะเงินที่เหยื่อลงทุนนั้นเป็นลักษณะการฝากเงิน มีผลตอบแทน 1-3 เปอร์เซ็นต์ โดยลูกค้าจะไม่มีวันสูญเสียเงินลงทุนเลยเพราะเป็นลักษณะการการันตีเงินทุน อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงคือ คนร้ายไม่ได้มีกองทุนที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เป็นแค่กล่าวอ้างสร้างความน่าเชื่อถือ มูลค่าความเสียหายในคดีประมาณ 500 ล้านบาท จากเหยื่อ 89 ราย โดยเหยื่อได้ร่วมลงทุนรวมแล้วประมาณ 700 ครั้ง เหตุเกิดช่วงปี 2552 ถึง​ 2559

          จากนั้นคนร้ายได้เดินทางออกจากประเทศเกาหลีใต้มายังประเทศไทย เพื่อหลบหนีคดี เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้ทำการสืบสวนจากบ้านพักหลายหลังที่ประเทศไทยของคนร้าย เนื่องจากคนร้ายได้ย้ายที่อยู่หลายแหล่ง เพื่อป้องกันการติดตามของเจ้าหน้าที่ และแต่ละที่ที่คนร้ายพักอาศัยพบว่า จะไม่มีใครเคยเห็นหน้าคนร้ายมากนัก เนื่องจากคนร้ายรายนี้อาศัยอยู่ในที่พักแต่ละแห่ง ในลักษณะเก็บตัวไม่ออกไปไหนมาไหน

          เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนทางเทคนิคจนทราบว่า คนร้ายพักอยู่ที่ใด จากนั้นได้นำกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน สตม. เข้าตรวจสอบห้องพักหรูแห่งหนึ่ง ชั้น 36 ริมทะเล ภายในซอยนาเกลือ 16 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบตัว นายยูน สัญชาติเกาหลีใต้ เจ้าตัวรับสารภาพว่าได้ลักลอบอยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุมตัวเพื่อดำเนินคดีในข้อหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” 2 ปี 6 เดือน นำส่ง สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จากนั้นจะทำการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรและบันทึกรายชื่อเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร (Blacklist) ต่อไป

          พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม. ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวเกาหลีใต้ทั้งสองราย ถือได้ว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ รูปแบบคือกระทำความผิดจากประเทศหนึ่ง แล้วหลบหนีมาซ่อนตัวในประเทศไทย และอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย เป็นภัยเงียบของประเทศไทย เนื่องจากบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่จะกระความผิดซ้ำอีก จึงอาจจะส่งผลกระทบต่อสังคมไทย และพี่น้องประชาชนชาวไทยอาจจะได้รับความเดือดร้อนจากอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบนี้

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ฝากประชาสัมพันธ์​หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

“สื่ออาวุโสสัมพันธ์” ณ​ วังรี​ รีสอร์ท​ จังหวัดนครนายก

          นางผุสดี คีตวรนาฏ​ ประธานชมรมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์อาวุโส สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย​ และนายศิลป์ฟ้า​ ตันศราวุธ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมฯ​ นำคณะสื่อมวลชนอาวุโสพร้อมด้วยผู้ติดตามร่วมร้อยคนออกเดินทางไปร่วมงาน”สื่ออาวุโสสัมพันธ์” ณ​ วังรี​ รีสอร์ท​ จังหวัดนครนายก​ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 กันยายน 2562​ ที่ผ่านมา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง