ล่า บางแก้ว !! หลังก่อเหตุไล่กัดคนในอพาร์ทเม้นท์ ลุยตามกัดยันชั้น 2 กลัวคนพักจะวางยาฆ่า ขณะที่มีผู้ใจบุญ ขอรับอุปการะทั้งหมด

ล่าจับสุนัข บางแก้ว หลังก่อเหตุไล่กัดคนในอพาร์ทเม้นท์ ลุยตามกัดยันชั้น 2 กลัวคนพักจะวางยาฆ่า เพราะหนึ่ง 1ใน 3 ตัวเป็นแม่ลูกอ่อน ขณะที่มีผู้ใจบุญ ขอรับอุปการะทั้งหมด

          เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ผวา กลัวสุนัขพันธุ์ บางแก้ว 3 ตัวและมีแม่สุนัขลูกอ่อน รวมอยู่ด้วย กลัวจะถูกคนพัก วางยาฆ่า หลังสุนัข ทั้งหมดก่อเหตุไล่กัดคนในอพาร์เม้นท์ ไล่ขึ้นยันชั้น 2 จนผู้ที่พักอาศัยจำนวนมากหวาดกลัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงงาน ขณะที่ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ใจบุญ สงสารสุนัข ขออุปการะสุนัขทั้งหมดไว้ เพื่อไว้เฝ้าร้านยามค่ำคืน

          อาสาอัศวินบูรพาแจ้งข่าวประสานเหตุ ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือช่วยจับสุนัขพันธุ์บางแก้ว ที่อพาร์เม้นท์แห่งหนึ่ง ถนนสายเครือฯ – บึง หมู่ 5 ตำบลบึง อำเภอ ศรีราชา จังหวัด ชลบุรี หลังสุนัขไล่กัดคนที่พักในอพาร์ทเม้นท์บ่อยครั้ง และวิ่งไล่กัดขึ้นไปถึงบนชั้น 2 ของอพาร์ทเม้นท์ แต่โชดดีที่ผ่านมายังไม่มีใครบาดเจ็บจากคมเขี้ยว

          ในขณะที่เจ้าของร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างจุกเฌอค้าไม้ ที่ตั้งอยู่ไกลจากอพาร์ทเม้นท์มากนัก รู้ข่าวแจ้งขออุปการะสุนัขบางแก้วทั้งหมดทั้งที พร้อมเตรียมกรงขนาดใหญ่ไว้รองรับ เพื่อให้เฝ้าร้านยามค่ำคืนต่อไป จึงเป็นความโชดดีของสุนัข ที่ได้บ้านใหม่ด้วย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออ

ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ประกาศแจกฟรี ปุ๋ย ชีวภาพ สูตรแก้จนให้เกษตรกรทั่วประเทศ

ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ประกาศแจกฟรี ปุ๋ย ชีวภาพ สูตรแก้จนให้เกษตรกรทั่วประเทศ เป็นชีวภาพที่คิดค้นโดยพระวัย 77 ปี ตามหลักวิชาการและหลักธรรมชาติ ต้นทุนถูกกว่าเคมี ใช้ได้ผลในสวนลำไยที่ จ.จันทบุรี

         ที่สวนลำไย หมู่บ้านวังกระแพร หมู่ 2 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี นายวินนา ศรีสงคราม ผู้ใหญ่บ้านเขาแดง หมู่ 17 ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี และประธานสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด จ.จันทบุรี นำชาวสวนลำไยกว่า 20 คนไปดูความสมบูรณ์ของสวนลำไยในหมู่บ้านวังกระแพร ท่ามกลางความสนใจของผู้เข้าไปดูสวนดังกล่าว เนื่องจากเห็นความดกของผลผลิต ความสมบูรณ์ของสภาพสวน และความชุ่มชื้นของดิน ทั้งนี้ ผู้เข้าชมสวนลำไยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกทึ่งกับสวนลำไยในหมู่บ้านวังกระแพรมาก โดยเป็นสวนลำไยที่ไม่ได้ใช้เคมีการเกษตรชนิดใด ๆ ในการเพาะปลูกเลย แต่ใช้ปุ๋ย ยาบำรุงดิน บำรุงต้น ดอก และสิ่งจำจัดศัตรูพืชต่างที่ทำมาจากชีวภาพทางการเกษตร แต่กลับให้ผลผลิตดกและสมบูรณ์ยิ่งกว่าเคมีการเกษตรอย่างยิ่ง

          นายวินนา เปิดเผยว่า การทำการเกษตรชนิดใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการทำนา ทำไร่หรือทำสวนผลไม้ หากดินดีแล้ว ผลผลิตต่าง ๆ ย่อมดีในที่สุด สวนลำไยที่พาชาวสวนลำไยมาดู เป็นสวนที่ใช้ชีวภาพทำการเกษตร โดยทั้งปุ๋ย ยาบำรุง ยาใช้กำจัดศัตรูพืชชีวภาพ ล้วนแล้วแต่ได้มาจากผลธรรมชาติทั้งสิ้น โดยพระชำนาญ อนุตตะโร อายุ 77 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ป่ายางชุม ในหมู่บ้านเขาแหลมพัฒนา ต.ทับช้าง อ.สอยดาว เป็นผู้คิดค้นสูตรชีวภาพการเกษตรและแนะให้ชาวบ้านใช้มากว่า 5 ปี ตามหลักวิชาการและหลักธรรมชาติ เป็นชีวภาพที่ไม่ทำลายดิน น้ำและระบบนิเวศน์ ที่สำคัญลดต้นทุนที่เกษตรกรจะต้องหมดไปกับค่าใช้จ่ายในการซื้อ ปุ๋ย ที่เป็นสารเคมี สามารถลดต้นทุนในเรื่องนี้ได้ 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ เช่น บางสวนลำไย แต่ละปีต้องซื้อเคมีการเกษตรปีละกว่า 1,000,000 บาท แต่เมื่อเริ่มใช้ชีวภาพการเกษตรตามสูตรที่พระชำนาญคิคค้นแล้ว ต้นทุนเรื่องนี้เหลือเพียงปีละกว่า 100,000 บาทเท่านั้น แถมผลผลิตยังดกกว่าที่เคยได้และระบบนิเวศน์ของสวนดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย

          ทั้งนี้ ชีวภาพการเกษตรที่พระชำนาญคิดค้น เรียกว่า “สูตรแก้จน” มีทั้งหมด 17 ชนิด วัตถุดิบทั้งหมด มีหน่อกล้วย ข้าวโพด ยาคูลท์ น้ำตาลทรายแดง ข้าวโพด น้ำซาวข้าว น้ำเปล่า น้ำนมวัว สิ่งเหล่านี้เป็น “อาหารจานด่วนของพืช” ที่ทำให้ผลผลิตที่ได้รับ ดกและสมบูรณ์ยิ่งกว่าการใช้เคมีการเกษตรอย่างเห็นได้ชัดเจน

          นายวินนา เปิดเผยอีกว่า เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรทั่วประเทศ และเพื่อดำเนินชีวิตตามแนวทางที่ ร.9 ทรงวางไว้ให้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตนจึงต้องการแจกฟรีชีวภาพเกษตรให้กับชาวสวน ชาวนาและชาวไร่ ทั่วประเทศ สามารถติดต่อมาที่ตนได้ตลอดเวลา ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081 – 377 3929 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตนจะให้ทั้งสูตรไปทำ และแจกชีวภาพที่ทำแล้วแก่ผู้ไม่เคยทำ และจะค่อย ๆ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี ติดตามความคืบหน้า การจัดกิจกรรมบวชรวมใจงดเหล้าครบพรรษา

เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี จัดการประชุมติดตามความคืบหน้าการจัดกิจกรรมบวชรวมใจงดเหล้าครบพรรษา และเฝ้าระวัง ลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลออกพรรษาและวันลอยกระทง

          ที่ห้องประชุมศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนภาคประชาชนจังหวัดจันทบุรี หมู่ 5 ตำบลเกาะขวาง อ.เมือง จ.จันทบุรี ร.ต.ต.ปัญญวัฒน์ กระทุ่มเขต ประธานคณะทำงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยคณะทำงานฯ เข้าร่วมประชุมคณะทำงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562

         เพื่อติดตามความคืบหน้า การจัดกิจกรรมบวชรวมใจงดเหล้าครบพรรษาในแต่ละอำเภอในจังหวัดจันทบุรี, การดำเนินงานของพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า, การจัดอบรมเยาวชนเพื่อเฝ้าระวังทางกฎหมายฯ ให้กับนักเรียน นักศึกษาอายุ 15- 18 ปี และแนวปฏิบัติงานเฝ้าระวังทางกฎหมายฯในงานออกพรรษา ลอยกระทง และงานวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และงานกาชาดต่างๆ ให้ลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ และเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสนับสนุนกลไกภาครัฐในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # จับอีกแล้ว ทพ.2106 จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 4,731 เม็ด และรถจักรยานยนต์ 1 คัน

จับอีกแล้ว กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2106 กรมทหารพรานที่ 21 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สามารถตรวจยึดและจับ กุมผู้กระทำความผิดได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4,731 เม็ด (สีส้ม 4,685 เม็ด และสีเขียว 46 เม็ด) และรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ

          เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 62 เวลา 19.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 2106 กรมทหารพรานที่ 21 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบ รับ – ส่งยาเสพติด บริเวณริมโขง บ.ท่าไร่ฯ จึงจัดกำลัง ซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่เพ่งเล็งริมแม่น้ำโขง และเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 62 เวลา 01.30 น. พบชายวัยรุ่น จำนวน 2 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาจอดบริเวณพื้นที่สันเขื่อนกันตลิ่งทรุดแล้วชายที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ได้เดินลงบันไดไปที่ริมน้ำและเดินกลับขึ้นมา เจ้าหน้าที่ ที่ซุ่มสังเกตการณ์จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่ชายดังกล่าวได้วิ่งหนีและโยนกระเป๋าสะพายทิ้ง เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ จึงนำตัวไปค้นหาสิ่งของที่ทิ้งไว้ และได้พบห่อวัตถุพันด้วยเทปดำ จำนวน 2 ก้อน ที่บันไดริมน้ำ(จุด1) ต่อมาจึงได้ค้นหาต่อพบกระเป๋าสะพายสีดำข้างในบรรจุก้อนวัตถุสี่เหลี่ยมสีดำ จำนวน 1 แท่ง (จุด2)

         เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 2 ราย คือนายภาคีย์ บุราณเดช อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.14 บ.โนนสวนปอ ต.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ และ นายอานนท์ ภูรัตน์ด่าน อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.14 บ.โนนสวนปอ ต.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4,731 เม็ด (สีส้ม 4,685 เม็ด และสีเขียว 46 เม็ด) และรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า MSLAZ ทะเบียน 1กฌ 4689 บึงกาฬ จำนวน 1 คัน ณ บริเวณพื้นที่เขื่อนกันตลิ่งทรุด บ้านท่าไร่ ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

         จากการสอบถามทั้งสองคนรับสารภาพว่าได้รับการติดต่อจาก คนลาว(ท้าวน้อย) บ.ขอนขว้าง ให้มารับยาบ้าเพื่อนำไปวางที่บริเวณถนนหมายเลข212 แล้วจะมีคนมารับไปต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งได้ค่าจ้างเป็นยาบ้า จำนวน 2 ถุง (400 เม็ด) จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง สถานีตำรวจภูธรเหล่าหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน

ทหารไทย ยินดีรับใช้ประชาชน

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย… เราจึงต้องดูแลกัน กระผม ทหารไทย พร้อมดูแลรับใช้ประชาชน

กระผมหมอเดินเท้าขออาสาดูแล ด้วยความห่วยใย ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน พวกผมก็เดินไปให้ถึง… ครับ

ขอบคุณข้อมูล : ยิ้มละไม ชายแดนใต้

มาตรา 16 แม่ทัพภาคที่ 4 มีอำนาจเต็ม ในการบริหารกฎอัยการศึก

          มาตรา 16 เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ปฏิบัติและดำเนินการตามกฎอัยการศึกนี้ เป็นการสำหรับป้องกันพระมหากษัตริย์ ชาติ ศาสนา ด้วยกำลังทหารให้ดำรงคงอยู่ในความเจริญรุ่งเรืองเป็นอิสรภาพ และสงบเรียบร้อยปราศจาก ราชศัตรูภายนอกและภายใน

แม่ทัพภาคที่ 4 มีอำนาจเต็ม ในการบริหารกฎอัยการศึก

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

มิตรภาพที่ดี… แค่เอื้อมมือมาตบไหล่เบาๆ แล้วบอกว่า… เราจะไม่ทิ้งกัน ความสุขที่เราร่วมกันสร้าง

         35 วัน ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด Camp35 รุ่นที่ 4 (วันที่ 9 กันยายน ถึง 13 ตุลาคม 2562) กับการการเดินทางร่วมกัน ระหว่างครูหมวกแดงกับผู้เข้ารับการบำบัด แม้นจะเหน็ด เหนื่อยเพียงไร ก็พร้อมร่วมเดินทางเคียงข้างกัน จนถึงวันที่จะกลับสู่ครอบครัว คืนสู้อ้อมกอดคนที่รัก อย่างภาคภูมิใจเพราะปรารถนาให้ทุกคนปลอดภัยจากยาเสพติด ไม่กลับมาเดินทางผิดอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

ทหารจับสินค้าเถื่อน เนื้อวัวแช่แข็งและกระเทียม จากประเทศเพื่อนบ้านมูลค่ากว่า 2 แสนบาท

สงขลา – สะเดา ทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 และทหาร ร้อย ร.5021 จับสินค้าเถื่อนกระเทียม และเนื้อวัวแช่แข็ง หนีภาษี ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่ากว่า 2 แสนบาท ในพื้นที่ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

          เมื่อคืนที่ผ่านมา ( 7 ต.ค. 2562 ) เวลาประมาณ 21.00 น.เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 นำโดย ร.ท.ปราโมทย์  นิลพันธ์ หน.ฝ่ายการข่าว ฉก.ร.5 และร.ท.หาญศึก คงชูช่วย ผบ.มว.ปล.ที่ 1 ร้อย ร.5021 นำกำลังออกลาดตระเวน ตามถนนสายปาดังเบซาร์ – ท่าข่อย บ.บางควาย ม.6 ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีการลักลอบขนสินค้าหลบหนีภาษี ออกจากตลาดปาดังเบซาร์ โดยใช้เส้นทางดังกล่าว เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

          ซึ่งพบรถกระบะต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน บห 7482 สงขลา ช่วงกระบะท้ายดัดแปลงเป็นตู้ทึบ ขับผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้คนขับจอดรถ พร้อมทั้งขอทำการตรวจสอบ พบมีนายปัญญา บิลหีม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 / 1 หมู่ที่ 3 ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เป็นคนขับ ที่ตู้บรรทุก บรรจุเนื้อวัวแช่แข็งจำนวน 60 ลัง น้ำหนักประมาณ 1,200 กิโลกรัม ซึ่งเป็นเนื้อวัวที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน

          หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดเดิม ได้เข้าตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ในซอยสวนดอกไม้ เขตเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ หลังจากที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า เป็นที่เก็บสินค้าหลบหนีภาษีจำพวกกระเทียมรายใหญ่ ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ทหารพบกระเทียมจำนวน 420 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 4,200 กิโลกรัม วางอยู่ภายในโกดัง มีนางสาวอมรรัตน์ อนุเปโฐ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 / 4 หมู่ที่ 6 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา รับเป็นผู้ดูแล

           จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า สินค้าทั้งหมดถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในลักษณะของกองทัพมด ผ่านช่องทางริมรั้วชายแดน ก่อนที่จะนำมารวบรวมไว้ในโกดัง เพื่อนำไปส่งต่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นผู้ค้ารายย่อย ทั้งใน อ.หาดใหญ่ และ อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเนื้อวัวแช่แข็ง และกระเทียมที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และยึดได้ในครั้งนี้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท

     

ขอบคุณข้อมูล : 77 ข่าวเด็ด 77 จังหวัด

มอบตัวแล้ว 1 ผู้ต้องหาคดีเผาบริษัทฮอนด้าปัตตานี ปี 55 ออกหมายจับเพิ่มอีก 5

          วันที่ 7 ตุลาคม  2562 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอหนองจิก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  พันเอกขจรศักดิ์ อินทร์ทอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พร้อมด้วย นายเอก  ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก, พันเอก หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43,  พันตำรวจเอก ฐมภงศ์ เพ็ชรพิรุณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองจิก เพื่อรับตัว นายมูฮัมมะ รอมือลี หรือโต๊ะยี หะยีสะมะแอ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญาคดีความมั่นคง ร่วมก่อเหตุลอบวางเพลิง โรงจอดรถบริษัทปัตตานี ฮอนด้า คาร์ จำกัด เลขที่ 295 ริมถนนสายปัตตานี – หาดใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ค่าเสียหายกว่า 30 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555 เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม 

          สืบเนื่องจากวันที่ 2 ตุลาคม 2562 หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดปัตตานี ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43, หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้าจังหวัดชายแดนภาคใต้, และสถานีตำรวจภูธรหนองจิกควบคุมตัวผู้ตัว นายมะหะมะยะกี  กะลุแป ผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุลอบวางเพลิง โรงจอดรถบริษัทปัตตานี ฮอนด้า คาร์ จำกัด เลขที่ 295 ริมถนนสายปัตตานี – หาดใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ค่าเสียหายกว่า 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555  และได้ส่งตัวให้หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานีทำการขยายผล

         พันเอก ขจรศักดิ์ อินทร์ทอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ดำเนินโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพียงแค่เปิดใจและหันมาพูดคุยกัน โดยไม่ต้องมีความหวาดระแวงต่อกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐพร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 พนักงานสอบสวนคดีความมั่นคงภูธรจังหวัดปัตตานี ได้รวบรวมหลักฐานขอหมายจับต่อ ศาลจังหวัดปัตตานี จำนวน 5 หมาย คือ

  1. นายมะหะมะยะกี กะลุแป หมาย ป.วิอาญา ที่ 513/62 ลง 4 ต.ค.62
  2. นายมูหาหมัดอามีน หรือปะจู ดือราแม หมาย ป.วิอาญา ที่ 514/62 ลง 4 ต.ค.62
  3. นายมูฮัมมะรอมือลี หรือโต๊ะยี หะยีสะมะแอ หมาย ป.วิอาญา ที่ 515/62 ลง 4 ต.ค.62
  4. นายซะการียาหรือแบโซะ  สะมะแอ  หมาย ป.วิอาญา ที่ 516/62 ลง 4 ต.ค.62
  5. นายเจะบาเฮง หรือแบเฮง หะยีลาเตะ หมาย ป.วิอาญา ที่   517 / 62 ลง 4 ต.ค.62

         โดยในเวลา 19.00 น. สามารถควบคุมตัว นายเจะบาเฮง หรือแบเฮง หะยีลาเตะ และ นายซะการียาหรือแบโซ สะมะแอ ได้ที่ บ้านพัก ในพื้นที่ บ้านปะการือสง หมู่ที่ 6 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  และได้ควบคุมตัวตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ส่ง หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหาร ส่วนหน้า

         ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2562  นายมูฮัมมะรอมือลี หรือโต๊ะยี หะยีสะมะแอ  ผู้ต้องหาตามหมาย ป.วิอาญา ที่ 515/62 ลง 4 ต.ค. 62 ได้ประสานผ่านนาย สอหะ สอกา ผู้ใหญ่บ้านปะกาลือสง หมู่ที่ 6 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และผู้นำในพื้นที่ เพื่อขอเข้ามอบ ตัวแสดงความบริสุทธิใจ ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และขอเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป.

ขอบคุณข้อมูล : NEWS ข่าวด่วน ข่าวเด่น สถานการณ์ชายแดนใต้

หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 22 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิง พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับคณะครูและนักเรียน โรงเรียนตาตีกา

ฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับคณะครูและนักเรียน โรงเรียนตาตีกา

          ฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22, ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองร้อยทหารพรานที่ 2202 พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับคณะครูและนักเรียน โรงเรียนตาตีกา ประจำมัสยิดดารุสสาลาม หมู่ที่ 5 บ้านจาเราะบองอ ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เชื่อมความสัมพันธไมตรี ผูกมิตร สร้างความคุ้นเคยเป็นกันเอง และลดหวาดระแวงระหว่าง เจ้าหน้าที่รัฐ กับประชาชน

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง