มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง น้อมรำลึกถึงคุณงามความดี ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง น้อมรำลึกถึงคุณงามความดี ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

          เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหาร ร่วมเป็นเจ้าภาพในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงคุณงามความดี​ และคุณประโยชน์ที่ท่านได้ทำเพื่อแผ่นดินเป็นอเนกประการ ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

BIOMETRICS จัดหนักอีกแล้ว​ ตม.2​ รวบต่างด้าวใช้ PASSPORT ปลอม และ PASSPORT ของผู้อื่น คา สนามบินสุวรรณภูมิ

BIOMETRICS จัดหนักอีกแล้ว​ ตม.2​ รวบต่างด้าวใช้ PASSPORT ปลอม และ PASSPORT ของผู้อื่น คาสนามบินสุวรรณภูมิ

         วันนี้​ วันพุธที่ 9 ต.ค.62 เวลา 13.45 น.​ ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบช.สตม., พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รองผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม และกวดขันจับกุม คนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหรือที่มีพฤติกรรมจะเข้ามากระทำความผิดทางอาญาหรือก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.62 เวลาประมาณ 08.00 น. พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2 ว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 มีผลการจับกุมคดีสำคัญๆ 3 ราย

รายที่ 1 เมื่อวันที่ 23 ก.ย.62 เวลาประมาณ 20.00 น. จับกุมหนุ่มอิหร่านผู้ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส อายุประมาณ 47 ปี ใช้หนังสือเดินทางประเทศฝรั่งเศสของผู้อื่น (หน้าเหมือน หรือ IMPOSTOR) เพื่อใช้ในการเดินทาง ทั้งนี้ ผู้ถูกจับกุมได้เดินทางมาจากประเทศเยอรมันและเมื่อมาถึงประเทศไทย ได้ไปเข้ารับการตรวจอนุญาตเข้าเมืองด้วยระบบพิสูจน์
อัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) โดยระบบได้แจ้งว่า “ความน่าเชื่อถือภาพผู้ถือหนังสือเดินทางกับภาพที่ถูกบันทึกไว้ใน Chip

          ภายในหนังสือเดินทางมีค่าเพียง 19% จากการสืบสวนหนุ่มอิหร่านอ้างว่า​ “ตนเองได้ซื้อเอกสารดังกล่าวที่สถานีรถไฟในประเทศฝรั่งเศส ราคาประมาณ 520 ยูโร (ประมาณ 17,500 บาท) ก่อนจะเดินทางมาประเทศไทยและใช้หนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวในการเดินทาง เพื่อไปลักลอบทำงานในประเทศญี่ปุ่น” จึงถูกจับกุมในข้อหา “ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบอันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดี

รายที่ 2 เมื่อวันที่ 25 ก.ย.62 เวลาประมาณ 21.00 น. จับกุมชายไม่ทราบชื่อสกุลที่แท้จริง อายุประมาณ 57 ปี ใช้หนังสือเดินทางประเทศเมียนมาปลอม (ปลอมหน้าข้อมูลส่วนบุคคล) ในการเดินทางเข้าประเทศไทย และเมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ไปเข้ารับการตรวจอนุญาตเข้าเมืองผ่านระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) โดยระบบได้แจ้งว่า “มีการปลอมแปลงหรือมีการแก้ไขในส่วนของระบบนิรภัย “MRZ” (Machine Readable Zone)”

          จากการสืบสวนชายไม่ทราบสัญชาติลักษณะคล้ายชาวจีนผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศเมียนมาปลอมอ้างว่า “ตนเองได้หนังสือเดินทางประเทศเมียนมามาจากเพื่อนต่างชาติไม่ทราบชื่อ-ชื่อสกุล​ เป็นผู้แนะนำให้รู้จักกับนายหน้าชาวเมียนมาผู้จัดหาหนังสือเดินทางปลอมโดยได้รับหนังสือเดินทางที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และได้จ่ายเงินค่าดำเนินการ จำนวน 25,000 จ๊าด (ประมาณ 1,250 บาท)” จึงถูกจับกุมในข้อหา “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศเมียนมาปลอม)” นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดี

รายที่ 3 เมื่อวันที่ 30 ก.ย.62 เวลาประมาณ 03.00 น. จับกุมหญิงสาวชาวเคนย่า อายุประมาณ 28 ปี กล่าวคือ ตามวันเวลาข้างต้นขณะที่ผู้ถูกจับกุมจะเดินทางออกนอกประเทศไทย ได้เข้ามารับการตรวจออกนอกราชอาณาจักรผ่านระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) ก่อนที่ระบบจะแจ้งเตือนว่า “คนต่างด้าวรายนี้อยู่เกินในราชอาณาจักรถึง 715 วัน”

         จนท.ตม.ผู้ทำหน้าที่ประจำช่องตรวจ จึงได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า “ผู้ถูกจับกุมได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 18 Jul 2017 วีซ่าประเภท TR อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 15 SEP 2017 ขออยู่ต่อที่ ตม.จ.สงขลา อนุญาตถึง 15 OCT 2017 และปรากฏรอยตราประทับขาออกเลขที่ S1742 ปลอม” อีกทั้งจากการสืบสวน ซึ่งผู้ถูกจับกุมให้การยอมรับว่า “ตนเองได้ส่งหนังสือเดินทางไปให้นายหน้าที่ประเทศเคนย่าดำเนินการประทับรอยตราประทับปลอม ซึ่งได้ชำระเงินเป็นค่าดำเนินการ จำนวน 10,000 บาท” จึงถูกจับกุมในข้อหา “ปลอมหรือใช้รอยตราประทับที่มีการแก้ไข​ (รอยตราประทับขาออก ด่าน ตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รหัส S1742) และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดี

         การจับกุมดังกล่าว เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสนามบิน โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่หน่วยงานที่เป็นเครือข่ายประชาคมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยมีการประชุมประชาคมข่าวเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งมีกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เป็นเจ้าภาพ และมีหน่วยงานต่างๆ ร่วม เช่น การท่าอากาศยาน หรือ AOT, กลุ่มธุรกิจ การบิน หรือ AOC, ศุลกากร, ปปส., หน่วยงานตำรวจต่างๆ เช่น ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจสันติบาล, ตำรวจ ปส. และ สภ.สุวรรณภูมิ เป็นต้น

          พล.ตท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดใน ด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ลพบุรี – ความจนบังคับ ทั้งที่รู้ว่าตัวเองป่วย ยังฝืนออกหากินสุดท้ายดับกลางนา

ความจนบังคับ ทั้งทีรู้ว่าตัวเองป่วย ยังฝืนออกหากินสุดท้ายดับกลางนา ปกติไม่เคยกลับบ้านเกินเที่ยงคืน ลูกเมียออกตามหาทั้งคืนไม่พบ รุ่งเช้าวานตำรวจ ชาวบ้านกู้ภัยฯ ปูพรมออกตามหาหัวใจแทบสลาย เมื่อพบว่าสามีนอนตายอยู่กลางทุ่งนาแล้ว สาเหตุคาดเกิดจากเป็นลมจมน้ำ

         เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ต.ค. 62 ร.ต.อ.พายัพ รุ่งหัวไผ่ รอง สว.(สอบสวน) สภ. โคกสำโรง อ.โคกสำโรง ลพบุรี ว่ามีผู้พบคนจมน้ำเสียชีวิตที่กลางทุ่งนา หมู่ที่ 9 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง ลพบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง และสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์

         ที่ริมถนนสุระนารายณ์ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า สปาร์ค สีเขียว หมายเลขทะเบียน กรท -179 ลพบุรี ซึ่งดัดแปลงเป็นรถพ่วงข้าง จอดอยู่ในสภาพล็อกคอ โดยมี ภรรยา และลูก รวมถึงชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างมามุงดูด้วยความเศร้าสลด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินเท้าลุยน้ำเข้าไปที่กลางทุ่งนา ห่างจากที่จอดรถประมาณ 100 เมตร พบศพนายธงชัย ประรินรัมย์ อายุ 65 ปี นอนหงายศรีษะพาดอยู่ริมคันนา สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าบูท ใกล้ศพยังมีฉมวก ไฟฉาย และถุงย่ามใส่ปลาวางอยู่ข้างศพ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย น่าจะเสียชีวิตจากโรควูบ เป็นลม หน้ามืดจนจมน้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงได้นำศพเข้าฝั่งให้แพทย์ทำการชันสูตรอีกครั้งคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 14-15 ชั่วโมง

          ซึ่งจากการสอบสวนนางน้อย กระต่างเทศ อายุ 52 ปี ภรรยาและลูกชายนายธงชัยทราบว่า ผู้ตายได้ออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อเลาประมาณ 19.00 น. เพื่อออกไปหาปู หาปลา เพื่อนำมาประกอบอาหารและขายให้กับชาวบ้านแทบทุกวัน โดยปกติผู้ตายจะกลับบ้านไม่เกิน 24.00 น. จนเวลาล่วงเลยไปใกล้สว่างไม่เห็นกลับบ้าน จึงได้ชักชวนเพื่อนบ้านออกตามหา แต่ไม่พบ จนรุ่งเช้าได้วานเจ้าหน้าที่ ชาวบ้าน ออกติดตามหาอีกครั้ง จนเมื่อเวลา 09.50 น. มาพบว่านายธงชัยนอนตายอยู่กลางทุ่งนาดังกล่าว

          นางน้อย กระต่ายเทศ ภรรยาผู้ตาย เล่าว่าสามีเป็นคนขยันทำมาหากินกลางคืนออกหาปลา เช้าก็ออกไปรับจ้างขับรถบรรทุก โดยมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน และความดัน ลูกเมียก็คอยเตือนให้พักผ่อนบ้าง เช้าก็ทำงานมาทั้งวัน กลางคืนก็ยังไม่พักผ่อน โดยสามีบอกว่ายังพอไหว เรายังยากจน หาเช้ากินค่ำ ซึ่งนายธงชัยสามีเป็นคนรักครอบครัว รักลูกหลาน จึงมุมานะโหมงานจนตัวเองดับสลดทั้งทีรู้ว่าป่วย ทั้งนี้ร้อยเวรได้นำรางนายธงชัยส่งพิสูจน์ที่ รพ.โคกสำโรง และส่งต่อสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง /รายงาน

ด่วน! ระเบิดริมถนน ที่ยะหา อส. บาดเจ็บ 2 นาย

         เมื่อ 09 ตุลาคม 2562 เวลา 12.20 น. สภ. ยะหา รับแจ้งเหตุว่า มีคนร้ายยังไม่ทราบชื่อและจำนวนลอบวางระเบิดจนท. ชคต.ละแอ อ.ยะหา จว.ยะลา เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ถูกนำตัวส่ง รพ.ศูนย์ยะลา รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบ เหตุเกิดบริเวณหน้า ชคต.ละแอ ม.1 ต.ละแอ อ.ยะหา จว.ยะลา.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี สำนักข่าวความมั่นคง 3จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายคมกฤต บุญทอง ป้องกันจังหวัดบึงกาฬ สนธิกำลังจัดระเบียบสังคม พร้อมตรวจความสงบเรียบร้อยบริเวณริมแม่น้ำโขง

         วันที่ 8 ตุลาคม 2562 เวลา 23.30 น. นายคมกฤต บุญทอง ป้องกันจังหวัด, จ.อ. สมบัติ ศรีลารักษ์ ผบ.ร้อยอส.จ.บก.๑, นายณัฐชนน ไชยวิเชียร รองผบ.ร้อยอส.จ.บก.๑ , นางกมลนิติยกานต์ แสงชา ปลัดอำเภอ (งานป้องกัน) อำเภอเมืองบึงกาฬ ร่วมกับ ชุดร้อยเวร ๒๐ สภ.เมืองบึงกาฬ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนสังกัด กองร้อย.อส.จ.บก.๑ และ กองร้อยอส.อ.เมืองบึงกาฬ ที่ ๒ จำนวน 30 นาย ออกปฏิบัติภารกิจจัดระเบียบสังคม พร้อมตรวจสถานประกอบการลักษณะคล้ายสถานบริการภายในจังหวัดบึงกาฬ พร้อมชี้แจงและแนะนำแก่ผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตาม กฎหมาย เช่น พรบ. สถานบริการ พ.ศ.2509 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2509 และ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเคร่งครัด ผลการปฏิบัติไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด

         นอกจากได้ออกตรวจความสงบเรียบร้อยบริเวณริมแม่น้ำโขง ซึ่งมีกลุ่มวัยมาจับกลุ่มมั่วสุมดื่มสุราจำนวนมาก ได้พบผู้กระทำผิดเกี่ยวกับรถดัดแปลงท่อไอเสียจักรยานยนต์ส่งเสียงดังจำนวน 1ราย ซึ่ง ตร.สภ.เมืองบึงกาฬได้ยึดรถฯดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องต่อไปแล้วครับ

ผู้มีจิตกุศล มอบเงินบริจาคให้แก่โรงพยาบาลหัวเฉียว

         คุณธรรมรัตน์ โชควัฒนา (กลาง) บุตรชายเป็นตัวแทนของ คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ มอบเงินบริจาคจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อสมทบทุน จัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้แก่ โรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลเอกชนเพื่อสังคม ในสังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

          โดยมี คุณกอบชัย ซอโสตถิกุล (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลหัวเฉียว คุณกำสิน เสรฐภักดี (ที่ 3 จากซ้าย) รองประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลหัวเฉียว พร้อมคณะกรรมการบริหาร​ และคณะผู้บริหาร โรงพยาบาลหัวเฉียว เป็นผู้รับมอบและให้การต้อนรับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงพยาบาลหัวเฉียว

Cr.ฝ่ายสื่อสารองค์กรฯ​ แผนกประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-223-1351 ต่อ 5626

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ธนาคารกรุงเทพ จัดเวิร์กช็อป “Road to Bangkok Bank CycleFest” เรียนรู้เทคนิคการปั่นจักรยานผสานการท่องเที่ยววิถีชุมชนบางกะเจ้า

ธนาคารกรุงเทพ จัดเวิร์กช็อป “Road to Bangkok Bank CycleFest” เรียนรู้เทคนิคการปั่นจักรยานผสานการท่องเที่ยววิถีชุมชนบางกะเจ้า

         กรุงเทพ-ธนาคารกรุงเทพ ผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันจักรยานนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2019 นำโดย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ จัดงาน “Road to Bangkok Bank CycleFest” กิจกรรมเวิร์กช็อปท่ามกลางพื้นที่สีเขียวของชุมชนบางกะเจ้าสำหรับกลุ่มผู้บริหารของธนาคารกรุงเทพและบริษัทในเครือ โดยมีจุดประสงค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชนที่ตำบลบางกะเจ้าและเพื่อการกระชับความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กร รวมถึงมอบโอกาสการแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการปั่นจักรยานของชุมชนนักปั่นจักรยาน ภายใต้สภาพแวดล้อมธรรมชาติที่สวยงามและผ่อนคลายของพื้นที่ที่ได้ชื่อว่าโอเอซิสกลางกรุง

          ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กิจกรรม Road to Bangkok Bank CycleFest นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมของการแข่งขันจักรยานนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2019 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชนซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของชุมชนบางกะเจ้า อีกทั้งการปั่นจักรยานยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตที่สดใสและสุขภาพกายที่แข็งแรงได้เป็นอย่างดี การจัดกิจกรรม Road to Bangkok Bank CycleFest ยังทำให้เราได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของธนาคารในการเป็น “เพื่อนคู่คิด” ผ่านการส่งเสริมกิจกรรมไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพที่ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อดูแลสุขภาพทางการเงิน เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งอันเดียวกันอย่างแท้จริงกับลูกค้า”

          การปั่นจักรยานมอบประโยชน์ด้านสุขภาพแก่ผู้คนทุกเพศทุกวัย ซึ่งไม่เฉพาะนักปั่นที่มุ่งมั่นสู่การแข่งขันกีฬาระดับอาชีพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ชื่นชมธรรมชาติ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นบนแนวทางที่สนุกสนานและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา โดยเฉพาะการปั่นจักรยานในพื้นที่สีเขียวที่มีอากาศบริสุทธิ์ในชุมชนบางกะเจ้า ยิ่งช่วยเสริมสร้างพลานามัยและความสดชื่นได้มากยิ่งขึ้น

         ดร.ทวีลาภ กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมเวิร์กช็อปครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสนุก สนานเพื่อนำร่องก่อนงาน Bangkok Bank CycleFest 2019 ซึ่งทุกคนสามารถมาร่วมแข่งขันได้ในวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2562 ที่ สยามคันทรีคลับ พัทยา โดยเรามั่นใจว่าจะเป็นประสบการณ์อันน่าประทับใจสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน นอกจากการแข่งขันจักรยาน งาน Bangkok Bank CycleFest 2019 ยังจัดระดมเงินทุนบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อการช่วยเหลือและรักษาผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของโรงพยาบาลศิริราช ดังนั้น จึงไม่เพียงให้ประโยชน์แก่ผู้ที่เข้าร่วมงานแข่งขันเท่านั้น หากยังได้ช่วยเหลือด้านสุขภาพแก่ผู้ที่กำลังเดือดร้อนอีกด้วย”

         การจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปปั่นจักรยานท่ามกลางป่าชุมชนที่บางกะเจ้ายังถือเป็นการมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หลีกหนีจากความวุ่นวาย การจราจรที่คับคั่ง และมลภาวะของกรุงเทพฯ โดยนักปั่นยังสามารถร่วมทำกิจกรรมผ้ามัดย้อมที่บ้านธูปหอม ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและเรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนในชุมชน นอกจากนี้ ยังมีเวิร์กช็อปพื้นฐานการเตรียมพร้อม เพื่อการปั่นจักรยานที่ดียิ่งขึ้นทั้งสำหรับมือสมัครเล่นและมืออาชีพ รวมถึงการบรรยายหัวข้อไฮไลท์ที่น่าสนใจจากชุมชนนักปั่นจักรยานในเมืองไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่จะมาร่วมบรรยาย อาทิ คุณชินธิป บุญโชคหิรัญเมธา เจ้าของ Nich Cycling, The High Performance Bicycle; โค้ชเจเจ – จอห์น จูเลียส เบนเน็ต โค้ชนักวิทยาศาสตร์การกีฬา อดีตนักปั่นมืออาชีพจากประเทศอังกฤษ; คุณโย – ยศวดี หัสดีวิจิตร และ คุณหวานหวาน – อรุณณภา พาณิชจรูญ สองสาวแอมบาสเดอร์งาน Bangkok Bank CycleFest 2019 ซึ่งมาให้คำแนะนำและเคล็ดลับการปั่นจักรยานที่มีประโยชน์ เทคนิคการยืดกล้ามเนื้อ โภชนาการสำหรับการออกกำลังกาย และการตั้งเป้าหมายเพื่อช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพการปั่นจักรยานและทำให้คุณสนุกสนานกับกีฬาประเภทนี้ได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต

         รายละเอียดการสมัครการแข่งขันจักรยานนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2019 ผู้ที่สนใจสมัครลงแข่งขันสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www. Bangkok Bank CycleFest.com สำหรับผู้ถือบัตรและชำระค่าสมัครด้วยบัตรอินฟินิทหรือบัตรผู้นำแพลทินัม รับส่วนลด 25% สำหรับบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพประเภทอื่นๆ หรือบัตรเดบิตบีเฟิสต์ รับส่วนลด 20% โดยผู้สมัครในการแข่งขันทุกประเภทยังสามารถร่วมสมทบทุนบริจาคแก่ศิริราชมูลนิธิได้ในขั้นตอนการสมัครออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ หมดเขตรับสมัครวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 หรือจนกว่าประเภทการแข่งขันจะมีผู้สมัครเต็มจำนวน

ภาพข่าว-โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

มุกดาหาร # รพ.คำชะอียัน ในขณะนี้ ไม่มีคนไข้ล้น เกินกำลัง รพ. ตามข่าว

         เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงพยาบาลคำชะอี ตามที่มีข่าวบางสำนักว่าโรงพยาบาลคำชะอีมีคนไข้ล้น เกินกำลังโรงพยาบาล ทางด้าน นพ. ปรเมนทร์ นิลผาย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคำชะอี จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่าโรงพยาบาลคำชะอีของเรา เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก ขนาด 30 เตียง ดูแลประชากรประมาณ 4 หมื่นกว่าคน โดยส่วนใหญ่จะมีการรักษาผู้ป่วยเล็กน้อย ส่วนเมื่อมีคนที่ป่วยหนัก จะมีระบบส่งต่อโรงพยาบาลแม่ข่ายที่โรงพยาบาลมุกดาหาร ซึ่งจะมีระบบที่มีประสิทธิภาพและมีความพร้อม ที่จะดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี ส่วนผู้ป่วยที่ล้นออกไปนอนนอกห้องนั้น ขณะนี้ ไม่มีแล้ว ผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการในส่วนของผู้ป่วยในก็จะหนาแน่นเป็นบางช่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ที่มีคนไข้เข้ามารับบริการจำนวนมากขึ้น ที่เป็นปัญหาส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ป่วยโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจส่วนมากที่จะต้องดูแลที่โรงพยาบาล ในส่วนของจำนวนคนไข้ในที่รองรับเข้ามาบริการ

          เราก็มีระบบการบริหารการจัดการที่ค่อนข้างที่จะมีประสิทธิภาพ อาจจะมีบางช่วงที่มีจำนวนคนไข้ที่ล้นออกมานอนเตียงเสริมอยู่ภายนอกห้อง ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้นอนพักรอการกลับบ้าน โดยทางโรงบาลก็พยายามที่จะจัดหาเตียงให้รองรับได้อย่างรวดเร็วและส่วนที่เป็นเตียงเสริมรองรับคนป่วยล้นอยู่ด้านนอกทางโรงบาลเราก็จะมีเรื่องของมุ้งและพัดลม นำมาเตรียมพร้อมที่จะคอยจัดหาให้คนไข้ใช้เพื่อป้องกันยุงและในการป้องกันโรคต่างๆที่จะติดต่อกันได้ ซึ่งทางโรงพยาบาลกำลังเสริมการป้องกันไอฝนและแสงแดดให้ผู้ป่วยที่ล้นออกมานอนอยู่ด้านนอกห้อง.


///////เดวิด มุกดาหาร รายงาน//////

มุกดาหาร # อำเภอดอนตาล รวมพลังสตรีไทย สู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

         8 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายยุคล กาญจนศิริพงศ์ นายอำเภอดอนตาล เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการรวมพลังสตรีไทย สู่ยุคไทยแลนด์ 4.0” โดยคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอดอนตาล ร่วมกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดมุกดาหาร และสำนัก งานพัฒนาชุมชนอำเภอดอนตาล จัดทำโครงการฯนี้ขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพสตรีและองค์กรสตรี ให้มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ มีขีดสมรรถนะในการเป็นผู้นำ การบริหารจัดการ การนำนวัตกรรมสมัยใหม่ที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนสร้างมูลค่าให้สูงขึ้น เพิ่มช่องทางการตลาด น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต

         ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดมุกดาหาร ประเภทเงินอุดหนุน มีสตรีและ องค์กรสตรี เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน มีผู้นำท้องที่ ผู้บริหารท้องถิ่น ส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้บริหารสถานศึกษา รองประธานหอ การค้าจังหวัดมุกดาหาร นายกเทศมนตรีตำบลดอนตาล พัฒนาการอำเภอดอนตาลพร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอดอนตาล ผู้นำกลุ่มองค์กรต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ในการนี้นางสงวน มะเสนา พัฒนาการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบให้นายชัยณรงค์ กาญจะนะกันโห หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ บริเวณสนามกีฬาอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร


พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน

ดื่มได้ไง แทนน้ำ !! ปวดท้องถึงขั้นสิ้นชีพ เจ้าของหอพักนอนเสียชีวิตคาห้อง เผยดื่มน้ำอัดลมแทนน้ำ

เจ้าของหอพักบ่นปวดท้องให้กับคนเช่าฟัง ก่อนเข้าไปนอน อีกวันเพื่อนบ้านเข้าไปเรียกพบนอนเสียชีวิตอยู่ปลายเตียง ญาติเผยผู้เสียชีวิตดื่มน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่าทุกวันหลายสิบปี คาดว่าอาจทำให้เกิดปวดท้องจนเสียชีวิต

          เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วันนี้ ( 8 ต.ค. ) พ.ต.ต.จีระศักดิ์ แอบแฝง สารวัตรเวรสอบสอบสวน สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในซอยเชื่อมถนนสายเก้ากิโล –หนองยายบู่ เยื้องวัดพิบูลสัณหธรรม หมู่ 3 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา เข้าร่วมตรวจสอบ

          ในที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวปลูกติดกันประมาณ 6 ห้อง ในห้องเลขที่ 62/6 พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายสุริยา จูไต๋ อายุ 55 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณพื้นห้องปลายเตียง ในสภาพคว่ำหน้า ใส่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง

          จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนพบศพ เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตได้บ่นกับเพื่อนบ้านว่าปวดท้องหนักมาก ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ไปหาหมอและรับยามารับประทานแล้วแต่ก็ไม่หาย หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันเข้าไปนอน พอช่วงสายของวันนี้ ไม่เห็นนายสุริยาออกมาจากห้องพัก จึงชวนกันเปิดประตูเข้าไปดู พบว่านอนตัวแข็งกลายเป็นศพอยู่ที่ปลายเตียงแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

         จากการสอบถามญาติทราบอีกว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนที่ชอบดื่มน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่า ตื่นเช้ามาก็จะไปซื้อน้ำแข็งและน้ำอัดลมมากินเป็นประจำทุกวัน กินวันละ 1-2 ขวดใหญ่ ซึ่งกินมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ก็หลายสิบปีแล้ว จึงคาดว่าสาเหตุที่ปวดท้องก็น่าจะเกิดจากการดื่มน้ำอัดลมด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งก็ต้องรอผลพิสูจน์การเสียชีวิตจากแพทย์อีกครั้งหนึ่ง จากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างส่งไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง พร้อมให้ญาติไปให้รายละเอียดที่ สภ.ศรีราชาอีกครั้ง

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก