สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ปฏิบัติภารกิจเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

          วันนี้ (9 ตุลาคม 2562) เวลา 10.40 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ จำนวน 31 ชุด ที่ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4416 บ้านปาแดปาลัส ตำบลปากู อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมเยี่ยมเยียนพบปะ พูดคุย สอบถามความเป็นอยู่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, พลตรี ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี, พันเอก ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44, หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ

          จากนั้นเวลา 15.40 น. องคมนตรี ได้เดินทางต่อไปยัง บ้านเลขที่ 17/3 หมู่ 2 ตำบลเมาะมาวี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับมอบกระเช้าพระราชทานแก่ นางสาวไมมูเน๊าะ ราแดง ภรรยา และครอบครัวนายมะหะมะ ซา อดีตเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงจนเสียขณะกลับบ้านพัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา

           เวลา 16.40 น. เดินทางต่อไปยัง ที่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 4 ตำบลช้างให้ตก อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับมอบกระเช้าพระราชทานให้แก่ครอบครัวสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด และใช้อาวุธสงครามยิงชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเส้นทางและรักษาความปลอดภัยครู ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่

          จากนั้นเวลา 17.10 น.เดินทางต่อไปยัง ที่บ้านเลขที่ 11/4 บ้านห้วยเปอะ หมู่ที่ 3 ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับมอบกระเช้าพระราชทานให้แก่ครอบครัวสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายรอบวางระเบิดขณะออกปฏิบัติภารกิจ รักษาความปลอดภัยให้กับครู โรงเรียนบ้านควนประ หมู่ที่ 5 ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 16 กันยายน2562 ที่ผ่านมา

          พร้อมกันนี้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ จำนวน 30 ชุด พร้อมพูดคุยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและใช้อาวุธสงครามยิงชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเส้นทางและรักษาความปลอดภัยครู ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ บริเวณบ้านควนประ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562


          ในการนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสความห่วงใยของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีฯ ที่ทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน เพราะทุกคน คือ คนไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญถุงพระราชทาน และสิ่งของพระราชทาน ไปมอบ และเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ยังความปราบปลื้มแก่เจ้าหน้าที่ ประชาชนทุกหมู่เหล่า อย่างหาที่สุดมิได้

          
ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์​กองอำนวยการรักษา​ความมั่นคง​ภายใน​ ภาค​4​ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ไม่ทอดทิ้ง ทหารพิการ!!จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือกำลังพล ที่พิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่”

“บิ๊กแดง” ตั้ง “ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือกำลังพลที่พิการ ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่” หวัง เป็นกำลังใจให้กับกำลังพล สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม

          พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการในที่ประชุม ผบ. หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือกำลังพลที่พิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่” เพื่อช่วยดูแลอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ เช่น สิทธิ การดำเนินชีวิตให้มีความต่อเนื่อง เป็นการแสดงความห่วงใยของกองทัพบก และเป็นกำลังใจให้กับกำลังพลที่พิการ ทุพพลภาพ ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /ลับลวงพราง

ทุกภารกิจ ทำด้วยใจ เพื่อ ความปลอดภัย ของประชาชน

ไม่ว่าในแต่ละวัน จะต้องพบเจออะไร จะดี ร้าย หรือ จะสุข ทุกข์ อย่างไร ณ. วันนี้….ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกภารกิจ ทำด้วยใจ เพื่อ ความปลอดภัย ของประชาชน


#ร่วมสร้างสันติสุขชายแดนใต้

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์

#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

องคมนตรี ลงพื้นที่จ.ยะลา มอบสิ่งของพระราชทาน แก่เจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ

องคมนตรีลงพื้นที่จังหวัดยะลามอบสิ่งของพระราชทานแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ

          เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เดินทางไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ กองร้อยทหารพรานที่ 3311 บ้านบาเจาะ ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตาจังหวัดยะลา พร้อมอัญเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ จำนวน 57 ชุด โดยมีดยะลา พลโท สมพล ปานกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอบันนังสตา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

          จากนั้น เวลา 11.30 น. องคมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปยัง ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอหนองจิกจัง หวัดปัตตานี เพื่อประชุมรับฟังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้มุ่งเน้นการปฏิบัติงานเชิงรุก เข้าถึงพี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

          ในช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะ เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา อัญเชิญสิ่งของพระราชทานแก่ครอบครัวนางมือละ เจ๊ะโซะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหญิง ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบยิงเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา และมอบสิ่งของพระราชทานแก่นางรอกายะ ยูโซะ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านอำเภอกรงปินัง ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน

          ในการนี้องคมนตรีได้เข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด สมาชิกอาสามัครชุดคุ้มครองตำบลละแอ อำเภอยะหา จ.ยะลา เมื่อช่วงเที่ยงในวันเดียวกัน เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นจำนวน 2 นาย คือ นายอุสมัน ดอหะ และ นายอับดุลเลาะ จิใจ อาสาสมัครรักษาดินแดน ทั้งนี้องคมนตรี ได้มอบกระเช้าเยี่ยมให้แก่เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย พร้อมพูดคุยสร้างขวัญและกำลังใจ สร้างความปลาบปลื้มแก่ครอบครัว และญาติของเจ้าหน้าที่ อย่างหาที่สุดมิได้

          ทั้งนี้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้อัญเชิญพระราชกระแสรับสั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระราชินีฯ ที่ทรงห่วงใยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และชื่นชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ในการสร้างความสงบสุขให้กับพี่น้องประชาชน อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยที่พระองค์ทรงมีความห่วงใยต่อพสกนิกรปวงชนชาวไทยเสมอมา

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่44 เปิดรับสมัคร บุคคลพลเรือนเพื่อสอบคัดเลือกบรรจุเข้าเป็น “อาสาสมัครทหารพรานหญิง”

         หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 เปิดรับสมัคร บุคคลพลเรือน เพื่อสอบคัดเลือกบรรจุเข้าเป็น”อาสาสมัครทหารพรานหญิง” ตั้งแต่ วันที่ 15 – 20 ต.ค.62 และกำหนดการสอบคัดเลือก วันที่ 22 ต.ค.62 รายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้จากประกาศรับสมัคร

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด อ.ยะหา จ.ยะลา

          จากกรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ อส.ชคต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา ขณะเดินทางกลับจากการร่วมประชุมประจำเดือน ณ ที่ว่าการอำเภอยะหา เหตุเกิดบริเวณเส้นทางถนนสายรองบ้านปาจอ – ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 62 เวลา 12.20 น. เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย นั้น
          

          ล่าสุด วันนี้ (10 ต.ค. 62) เวลา 09.00 น. พ.อ.วัชรกร  อ้นเงิน ผู้ช่วยโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 62 เวลา 12.20 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ อาสาชุดคุ้มครองตำบลละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา บริเวณเส้นทางถนนสายรองบ้านปาจอ – ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา ขณะที่กลับจากการประชุมประจำเดือน ณ ที่ว่าการอำเภอยะหา จ.ยะลา โดยเมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้จุดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย ซึ่งได้นำตัวส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อภายหลังคือ

1. อส.อุสมัน  วอหะ  อายุ 31 ปี  มีแผลจากสะเก็ดระเบิดบริเวณต้นขาซ้าย
2. อส.อับดุลเลาะ  จิใจ  อายุ 24 ปี มีแผลขนาดเล็กที่บริเวณนิ้วโป้งมือด้านซ้าย

           ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบชิ้นส่วนวัตถุระเบิดลักษณะเป็นกล่องเหล็กขึ้นรูป น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม  มีเหล็กเส้นตัดท่อนเป็นสะเก็ดระเบิด จุดระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร เป็นการวางแบบเร่งด่วน จุดที่วางเป็นโคนต้นไม้ห่างจากถนนประมาณ 5 เมตร หลังจุดระเบิดแล้ว คาดว่าคนร้ายได้ใช้เส้นทางข้ามคลองน้ำขุ่น เพื่อหลบหนีไปทางเขต อ.เมือง จ.ยะลา ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุคาดว่า น่าจะเป็นกลุ่มของนายอิสมาแอ  มูซอ ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ลิดล, ต.เปาะเส้ง อ.เมือง และ ต.บาโงยซิแน, ต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา 

          ภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ดูแลรักษาพยาบาลเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกหน่วยเฉพาะกิจเพิ่มมาตราการในการควบคุมพื้นที่ โดยให้หน่วยเฉพาะกิจยะลา สนธิกำลังตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ร่วมกับกำลังประจำถิ่นและภาคประชาชน ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วต่อไป กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้โดยตรงที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษาต่อเนื่องในทุกระดับชั้น และทุนทุกระดับปีสุดท้าย แก่เยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2562 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษาต่อเนื่องในทุกระดับชั้น และทุนทุกระดับปีสุดท้าย แก่เยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2562 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.30 น.​ ณ ห้องประชุมชั้น 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย​​ กรุงเทพฯ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย และทุนต่อเนื่องในทุกระดับชั้น ประจำปี 2562 แก่เยาวชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 156 สถาบัน รวม 910 ทุน

          พร้อมแจกชุดเครื่องเขียน ประกอบด้วย สมุด ดินสอและไม้บรรทัด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เยาวชน รวมทุนการศึกษาเป็นเงินทั้งสิ้น 12,565,000 บาท (สิบสองล้านห้าแสนหกหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

          นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไร การมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนการศึกษา เป็นหนึ่งในนโยบายหลักในงานสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิป่อต็กตึ๊ง เป็นความมุ่งหวังเพื่อช่วยเหลือสังคม ให้เยาวชนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา สร้างเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ มีคุณภาพ เติมเต็มความหวังเป็นอนาคตของครอบครัว และสังคมประเทศชาติ

         โดยในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 มูลนิธิฯ กำหนดมอบทุนการศึกษาในส่วนภูมิภาค (ทุนสัญจร) แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาในส่วนภูมิภาค 7 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดแพร่, อุตรดิตถ์, ลำปาง, น่าน, พะเยา, เชียงราย, และจังหวัดเชียงใหม่ โดยจัดพิธีมอบ ณ หอประ ชุมนพรัตน์ โรงเรียนนารีรัตน์ จังหวัดแพร่ รวม 52 สถาบัน จำนวน 260 ทุน รวมงบประมาณสนับสนุนทุนการศึกษา ประจำปี 2562 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,745,000 บาท (สิบเจ็ดล้านเจ็ดแสนสี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน)

          ตลอดระยะเวลากว่า 109 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป

Cr.ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418​ (pink cellphone)(tablet) #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418​ ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

รมต. นร.เทวัญฯ เปิดมหกรรมธุรกิจด้านกีฬาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Thailand Sport Expo 2019”

          วันนี้ (10 ตุลาคม 2562) เวลา 10.30 น.  นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน Thailand Sport Expo 2019 : Empower Your Sport DNA ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ สยามสปอร์ตฯ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมหน่วยงานพันธมิตรด้านกีฬาและธุรกิจกีฬา  โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 13 ตุลาคม 2562

          โอกาสนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ Public Private Partnership (PPP) เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการกีฬาของประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่ง และสร้าง Sport Ecosystem ของประเทศอย่างเป็นระบบเพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตขึ้นอีกด้วย จากนั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มอบโล่ขอบคุณหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ร่วมสนับสนุนงาน Thailand Sport Expo 2019 และร่วมชมบรรยากาศภายในงาน

          รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าประเทศไทยมีนักกีฬาเก่งๆ มากมาย รู้สึกยินดีที่ได้เห็นความร่วมมือร่วมใจระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่จะยกระดับอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศให้เข้มแข็ง นอกจากนี้ยังเป็นการปลูกฝังเด็กและเยาวชน สร้างนักกีฬารุ่นใหม่ของประเทศผ่านสถาบันต่างๆ รวมถึงการช่วยยกระดับบริการด้านกีฬาให้เข้าถึงง่ายขึ้น การจัดงานครั้งนี้ยังช่วยพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้ากีฬาของไทยให้มีศักยภาพแข่งขันได้ในระดับโลก

เสริมศักยภาพการคมนาคม เชื่อมโยงอีสานเชื่อมเมืองไทย

          นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะลงพื้นที่สนามบินขอนแก่นเมื่อวานนี้ (9 ต.ค. 2562)  เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิม  ให้เป็นขนาด 44,500 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2,000 คนต่อชั่วโมง หรือ 5 ล้านคนต่อปี รวมถึงโครงการก่อสร้างที่จอดรถหลังใหม่และปรับปรุงอาคารเดิมให้สามารถรองรับรถยนต์ได้ 1,002 คัน เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี 2561 มีความคืบหน้าไป 28% และในปี 2564 จะเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างลานจอดเครื่องบิน รองรับเครื่องบิน Boing 737 ได้ 11 ลำในเวลาเดียวกัน

          รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังแจ้งว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้มอบให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เร่งรัดผู้รับจ้างดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงาน นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาให้บริการเพื่อสนับสนุนการพัฒนาท่าอากาศยานเป็น SMART AIRPORT เชื่อมโลก เชื่อมเมืองไทย เชื่อมเมืองรอง พร้อมทั้งจัดสรรเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอกับปริมาณผู้ใช้บริการ ส่งเสริม สนับสนุน และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงการได้รับรางวัลต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เร่งสร้างคนกลุ่มคนดิจิทัล เป็นพลังสำคัญ ขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปสู่การเป็น “ดิจิทัลฮับของอาเซียน”

          ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล อาคารลาดพร้าวฮิลล์ กรุงเทพฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมภารกิจสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมมอบนโยบายด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นดิจิทัลฮับอาเซียน ผ่านการพัฒนา “ไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์”และ “ดิจิทัล สตาร์ทอัพ” ดึงดูดนักลงทุน ควบคู่กับการเร่งยกระดับกำลังคนในสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาด รองรับการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาค โดยมี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล คณะผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

          โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมแบบจำลองและรับฟังบรรยายสรุปข้อมูล Thailand Digital Valley พร้อมเยี่ยมชมแบบจำลอง World Expo ซึ่งในปีนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นเจ้าภาพและไปร่วมจัดงานที่ประเทศดูไบในปี พ.ศ. 2563
จากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือในหัวข้อแนวทางการพัฒนาประเทศไทยสู่ ASEAN Digital Hub และรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและ Thailand Digital Valley  โดยสั่งการให้ดีป้าเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Digital Hub) ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐสำคัญอย่าง “ไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์” พื้นที่เมืองอัจฉริยะในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Park Thailand) ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน และขยายตลาดในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล อีกทั้งเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ทดสอบ ทดลองนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ก่อนก้าวสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ พร้อมขอบคุณและกล่าวชื่นชมการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาของดี้ป้าซึ่งสามารถพัฒนาวิสาหกิจดิจิทัลและร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพมีมูลค่าทางตลาดถึง 7,000 ล้านบาท

         ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ดีป้าดำเนินงานและขับเคลื่อนไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์ ต่อไปในการเป็นแหล่งพัฒนาวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น หรือ ดิจิทัล สตาร์ทอัพ สัญชาติไทยใน 6 สาขา ประกอบด้วย เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและอาหาร (AgTech) เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (EdTech) เทคโนโลยีด้านการเงิน (FinTech) เทคโนโลยีด้านสาธารณสุข  (HealthTech) เทคโนโลยีเพื่อการให้บริการภาครัฐ(GovTech) เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว (TravelTech) ก่อนทำงานร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Large Tech Company) จากต่างประเทศ ทั้งด้านไอที การวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ซอฟท์แวร์ คอนเวอร์เจนซ์ ฮาร์ดแวร์ ฯลฯ ในการออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมด้านดิจิทัล (Digital Product – Service Innovation Design)
พร้อมทั้งให้เร่งยกระดับศักยภาพกำลังคน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะสาขาดิจิทัล หุ่นยนต์ (Robotic) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) การวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ รวมถึงให้มีการนำนักศึกษาของสถาบันต่าง ๆ และคนรุ่นใหม่ในประเทศมาศึกษาดูงาน เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้และพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม รองรับการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าและเตรียมความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาคในอนาคต

         ภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมภารกิจของดีป้าในด้านต่าง ๆ จุดให้บริการดิจิทัลครบวงจร (Digital One Stop Service – DOSS) ซึ่งให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุน สมาร์ทวีซ่า และมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนด้านดิจิทัลโมเดลไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์นิทรรศการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล และสัมผัสนวัตกรรมล้ำสมัยจากผู้ประกอบการด้านดิจิทัลชั้นนำของประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นย้ำถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตควรมีการควบคุมต้นทุนการผลิตสินค้า และสินค้าต้องมีมาตรฐานคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ รวมทั้งพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น โดยมีการจัดทำแผนโครงการอย่างเป็นระบบ มีการทำการตลาดให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และสินค้ามีความหลากหลาย จำหน่ายในราคาที่เหมาะสมหรือปานกลางแต่มีคุณภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงสินค้าและบริการ ทั้งนี้ ปัญหาที่อยากให้แก้ไขตอนนี้คือปัญหาแรงงานภาคการเกษตร โดยโครงการที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาลและเอกชน โดยฝากคนรุ่นใหม่ให้ดูแลคนรุ่นเก่า และสร้างแรงบันดาลใจ เชื่อมต่อระหว่างเก่ากับใหม่ พร้อมขอให้ดี้ป้าและทุกคนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยรัฐบาลจะช่วยขับเคลื่อนด้วย

          นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมพบปะเหล่าดิจิทัล สตาร์ทอัพ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ และชมการแสดงผลงานของดิจิทัล สตาร์ทอัพ โดยนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามเกี่ยวกับผลงานต่าง ๆ ด้วยความสนใจ เช่น การใช้โดรนมาใช้ทางการเกษตร ผลงาน EdTech ซึ่งเป็นการเรียนผ่านระบบออนไลน์ โดยเฉพาะการเรียนภาษาต่างประเทศ อาทิ ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และการเขียนโค๊ตดิ้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปสนใจศึกษาเรียนรู้

          นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการพัฒนาประเทศว่า การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และดิจิทัลเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในการนำมาขับเคลื่อนในด้านต่าง ๆ ทั้งการบริหารราชการ โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการหนี้ บัตรเครดิต การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ฯลฯ พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า จึงขอให้ทุกคนร่วมมือกัน โดยทุกคนต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงและนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองก็มีการปรับตัวเช่นกัน ขณะเดียวกันการดำเนินการต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย พร้อมมอบให้ดี้ปารวบรวมข้อมูลผลงานวิจัยและพัฒนาเพื่อให้หน่วยงานรัฐได้นำผลงานและผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไปใช้แทนการนำเข้าหรือซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถลดการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศได้ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยินดีรับข้อเสนอต่าง ๆ ของดิจิทัล สตาร์ทอัพ ไปพิจารณาดำเนินการ เช่น ระบบการจัดซื้อจัดจ้างให้สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม การสนับสนุนให้สตาร์ทอัพจดทะเบียนในประเทศแทนการไปจดที่ต่างประเทศ ปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาสตาร์ทอัพและการลงทุนในประเทศ การสนับสนุนโดรนและเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ทางการเกษตร ให้เกษตรกรเข้าถึงเครื่องมือดังกล่าวเพื่อลดต้นทุนการผลิตและได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ มีปริมาณตรงกับความต้องการของตลาด เป็นต้น

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก