จันทบุรี – สมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่พบประชาชนและส่วนราชการจังหวัดจันทบุรี

สมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่พบประชาชนและส่วนราชการเพื่อรับฟังความคิดเห็นในประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปัญหาข้อร้องเรียน และความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย และเพื่อการปฏิรูปประเทศให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

         วันนี้ ( 11 ต.ค.62 ) ที่ห้องประชุมบุษราคัม องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก นำโดย พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะหัวหน้าคณะและรองประธานกรรมการคนที่หนึ่งพร้อมด้วยคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่พบปะหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดจันทบุรี

           โดยมีนายพงศ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวต้อนรับ และมีผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ผู้นำชุมชน สื่อมวลชน และประชาชนกว่า 100 คน เข้ารับฟังประเด็นต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศในระดับจังหวัด และการนำยุทธศาสตร์ชาติ ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา และแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยร่วมกับประชาชนในระดับพื้นที่ (อบต.) ที่เป็นรูปธรรม

         รวมทั้งการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ประเด็นการเกษตร เรื่องเกษตรปลอดภัย (อาหารปลอดภัย) ของจังหวัดจันทบุรี และรับฟังปัญหาข้อร้องเรียนและความเดือดร้อนของประชาชน โดยแบ่งกลุ่มตามความต้องการออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 ประเด็นการขาดแคลนแรงงานในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร
  • กลุ่มที่ 2 ประเด็นการขาด แคลนแหล่งน้ำทางการเกษตร
  • กลุ่มที่ 3 ประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายผังเมืองของจังหวัดจันทบุรี
  • กลุ่มที่ 4 การประยุกต์ยุทธศาสตร์ชาติกับการพัฒนาท้องถิ่น

          โอกาสนี้ พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะหัวหน้าคณะและรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง ได้เดินทางไปเยี่ยมชมกระบวนการแปรรูปผลไม้เพิ่มมูลค่า ฟรีซ ดราย ให้กำลังใจผู้แปรรูปผลไม้สร้างรายได้เกษตรกร และติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาส ที่เทศบาลตำบลเขาวัวพลอยแหวน อ.ท่าใหม่

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เอกชน “ใจป้ำ” มอบอุปกรณ์ การเรียนการสอน แด่คณะนิเทศศาสตร์

เอกชน “ใจป้ำ” มอบอุปกรณ์ การเรียนการสอน แด่คณะนิเทศศาสตร์

         วันที่ 11 ตุลาคม 2562 คุณมานัส สิทธิเวช เจ้าของ บริษัทมานัสมีเดียฟิล์มโปรดักชั่น จำกัด นำอุปกรณ์ อาทิ กล้องวีดีโอ และอุปกรณ์ใช้ในห้องสตูดิโอ มามอบให้กับทางคณะนิเทศศาสตร์ มีมูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท

          โดยมี ผศ.ดร.จำเริญ คังคะศรี คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ คณาจารย์ นักวิชาการและนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี คอยต้อนรับ ซึ่งวัตถุประสงค์ในการมอบอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อใช้ในการเรียนการสอน และเพิ่มทักษะทางวิชาชีพด้านนิเทศศาสตร์แก่นักศึกษาให้มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผิดทั้งคู่ !!จยย.ย้อนศร รถตู้สัญญาณเตือนความเร็วเกินกำหนด ชนสาวขี่จยย. ย้อนศรดับ ส่วนรถตู้เสียหลัก หวิดเศร้ายกคัน

https://youtu.be/3_DxipQpzdk

หวิดเกิดอุบัติเหตุหมู่ เมื่อสาวโรงงงานขี่จักรยานยนต์ย้อนศรเพื่อจะไปอีกฝั่ง ถูกรถตู้โดยสารบรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคันพุ่งชนจนกระเด็น ไปเสียชีวิตอยู่ร่องกลางถนน แต่โชคดีที่คนขับรถตู้มีสติ จึงประคองรถตู้ไม่ให้พลิกคว่ำ แต่หมุนสามตลบ ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งมาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ขณะที่ผู้โดยสารเผย รถตู้มาเร็ว จนเสียงสัญาณเตือนดังถึง 3 ครั้ง แสดงว่าความเร็วเกินกำกนด ยังไม่ยอมถอนคันเร่ง จึงพุ่งชน จยย.ที่ขับย้อนศมาเพื่อข้ามถนนไปอีกฝั่งอย่างจัง จนรถตู้เสียหลักเกือบพลิกคว่ำ เจ็บยกคัน

         เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันนี้ (11 ต.ค.) พ.ต.ท.อมรวัฒน์ ปานดี สารวัตรสอบสวน สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา ว่ามีเหตุรถตู้โดยสารชนกับรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ช่วงยูเทิร์นบ้านพักไทยออยล์บางพระ หมู่ 9 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เส้นทางถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าชลบุรี จึงรีบรุดเดินทางไปร่วมตรวจสอบ

         ในที่เกิดเหตุ พบหน่วยกู้ภัยกำลังช่วยกันให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย ที่โดยสารมากับรถตู้โดยสาร ซึ่งมีอาการเจ็บปวดที่ขาและปวดตามร่างกาย นำส่งตรวจเช็คร่างกายโรงพยาบาล ส่วนผู้โดยสารที่เหลือฟกช้ำและปวดตามแขนและขาเล็กน้อย ซึ่งยังไม่ไปโรงพยาบาลนั่งรออยู่ริมถนน ใกล้กันพบรถตู้โดยสารโตโยต้า สีขาว สายแหลมฉบัง – ชลบุรี หมายเลขทะเบียน 10 – 6298 ชลบุรี สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายยับกระจกหน้ารถแตก ยางล้อรถแตก จอดขวางเลนส์กลางอยู่ โดยมีนายจรูญ คงเพชรศักดิ์ อายุ 53 ปี คนขับยืนรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่อยู่ที่เกิดเหตุ

          ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิ๊ก สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1 กถ – 7047 ชลบุรี สภาพพังเสียหายยับเยินทั้งคันอยู่กลางถนน และในร่องกลางถนนพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นางสาวธันชนก จ่าชัยภูมิ อายุ 45 ปี สภาพร่างกายหักหลายท่อนและมีไส้ทะลักออกมานอนเสียชีวิตอยู่ในชุดทำงานโรงงานแห่งหนึ่งในแหลมฉบัง

         นายจรูญ คนขับรถตู้โดยสารให้การว่า ตนเองได้ขับรถเพื่อจะไปส่งผู้โดยสารที่มาด้วยกันทั้งคัน 12 คน พอมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตที่ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรมาจากทางปั้มน้ำมัน ก็ได้เลี้ยวตัดหน้าออกมากะทันหัน เพื่อจะเข้าไปจุดเลี้ยวยูเทิร์น จึงทำให้เบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างแรงเสียงดังสนั่น ก่อนรถตู้จะหมุนเคว้งสามรอบ จนจอดนิ่งแล้วลงมาดูก็พบว่าคนขับรถจักรยานยนต์นั้นได้เสียชีวิตแล้ว ส่วนผู้โดยสารที่มากับรถตู้โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกเท่านั้น

         ตรวจสอบพบร่องรอยการชนตั้งแต่ช่วงยูเทิร์นแล้วไปชนกับเหล็กแนวกั้นกลางถนนและเสาไฟเหล็กส่องสว่างหักไป 1 ต้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานแล้วมอบศพให้หน่วยกู้ภัยส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในขณะที่ผู้โดยสารที่มากับรถตู้เผยว่า ได้ยินเสียงสัญาณเตือนความ เร็วเกินกำหนดของรถตู้โดยสารดังถึง 3 – 4 ครั้ง แต่คนขับก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะถอนคันเร่งแต่อย่างใด จนกระทั่งเกิดเหตุเศร้าขึ้น มีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – เกิดไฟไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่ชลประทาน

เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรลุกไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่ชลประทานบริเวณชั้น 2 วอด

         พ.ต.ต.สุรินทร์ สมบุตร สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ได้รับแจ้งเหตุเกิดไฟไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่ชลประทาน ซอยชลประทาน หมู่ที่ 1 ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ใกล้เขื่อนขุนด่านปราการชลฯ จึงไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมรถบรรทุกน้ำชล ประทาน รถดับเพลิงองค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง กู้ชีพสาริกาและมูลนิธิร่วมกตัญญูจุคหินตั้ง พบบ้านพัก 2ชั้น ปลูกติดกันแบบบ้านแฝด เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ที่ชั้น 2 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงระดมกำลังฉีดน้ำสกัดเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

         เมื่อตรวจสอบที่ถูกไฟไหม้คือบ้านเลขที่ 11/9 หมู่ที่ 1ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มีนายมานิตย์ เฆขลา เป็นเจ้าของบ้าน ทำงานอยู่ที่ชลประทานจังหวัดนครนายก ในขณะเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้านออกไปทำงานที่ชลประทานตั้งแต่เช้า คาดว่าจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนค่าเสียหายยังประเมินไม่ได้

          จากการบอกเล่าของนางพรธิตา พวงทอง สมาชิก อบต.หินตั้ง ซึ่งมีบ้านพักติดกับบ้านที่ถูกไฟไหม้เล่าตนนั้นกำลังนั่งสวดมนต์อยู่ในบ้านและมีน้องกับแฟนมาเรียกว่าเกิดไฟไหม้ที่บ้านติดกันจึงได้รีบออกมาดูพบไฟกำลังลุกไหม้ที่ฝ้าเพดานที่ชั้น 2 ตนจึงได้ไปเอาสายยางมาฉีดน้ำและรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รอดซุ้มดาบปลายปืน เกษียณอายุราชการอย่างสมเกียรติ ในงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี นรจ.19

ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้จอมเทียนพัทยา จังหวัดชลบุรี นาวาเอก สายัณห์ กิจบำรุง ประธานรุ่นนักเรียนจ่าทหารเรือรุ่น 19 (นรจ.19) ได้ร่วมกับคณะกรรมการรุ่นฯ จัดงานพบปะสังสรรค์และงานเกษียณอายุราชการ ของ นรจ.19

         โดยได้รับเกียรติจาก พลเรือโท อนุชา นาคทับทิม นายทหารปฏิบัติการพิเศษสำนัก งานนายทหารปฏิบัติการพิเศษ ในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ เป็นประธานในพิธี มีเพื่อนๆ นรจ.รุ่น 19 พร้อมครอบครัว และแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ดร.สถิระ เผือกประพันธ์ สส.เขต 8 ชลบุรี นาย สมประสงค์ วังแก้วกิรัญ ผู้ช่วย สส.ฯ นายกิตติ วุฒิปัญญารัตนกุล เจ้าของบริษัทดงลานศิลาขอนแก่น และเหรัญญิกกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ร่วมเป็นเกียรติและมอบเงินสนับสนุนให้กับกองทุนรุ่น นรจ.19 ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

          โดยภายในงานได้จัดให้มีวงดนตรีจากกองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือสัตหีบ มาขับกล่อมสร้างความบันเทิง การแสดงท่าอาวุธพิเศษ หรือแฟนซิดริล จากนักเรียนจ่านาวิกโยธิน กองนักเรียนจ่า ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และที่เป็นไฮไลน์ของการจัดงานในวันนี้ ได้แก่ การจัดให้มีพิธีรอดซุ้มดาบปลายปืน ให้แก่เพื่อนร่วมรุ่นที่เกษียณอายุราชการ ในปี 2562 นี้ จำนวนกว่า 80 นาย นับเป็นเกียรติอันสูงยิ่งของเพื่อนๆ ที่ครบเกษียณอายุราชการในครั้งนี้

          น.อ.สายัณห์ฯ ประธานกรรมการจัดงานฯ กล่าวว่า การรวมตัวกันของ นรจ.19 หลังจากร่วมเรียน ร่วมฝึกและร่วมเป็นเพื่อนกันมาในรั้วราชนาวีแห่งกองทัพเรือไทย จนถึงวันนี้ นับเป็นปีที่ 43 ไดัเกิดเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ และเราต่างสัญญากันไว้ว่าว่า “เราจะไม่ทิ้งกันและจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป” หลังจากในช่วงเช้าของวันนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบนัดพบกันเป็นปีที่ 43 ได้ร่วมทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่สละชีพเพื่อชาติทเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และเสียชีวิตจากกรณีอื่นๆ รวมแล้วหลายสิบนาย ณ วัดเขาบำเพ็ญบุญ อ.สัตหีบ จ.ชล บุรี มีเพื่อนร่วมรุ่นและครอบครัวต่างเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ด้วยความรัก ความคิดถึงและความโหยหาที่มีต่อกัน บางคนไม่ได้พบเจอกันนาน 10-20 ปี จึงบังเกิดเป็นภาพแห่งความร่วมมือร่วมใจกันด้วยมิตรภาพแห่งความอบอุ่นของคำว่า “เพื่อน” ซึ่งยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

          และในช่วงเย็นของวันเดียวกันนี้ ได้จัดให้มีงานพบปะสังสรรค์ ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้จอมเทียนพัทยา ในโอกาสเดียวกันนี้ ด้วยบรรยากาศอันแสนอบอุ่นของคำว่าเพื่อน นอกจากจะเป็นการพบกันในรอบ 43 ปีแล้ว ยังมีเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ครบกำหนดเกษียณอายุราชการใน 1 ต.ค.62 นี้ จึงได้กำหนดให้มีการจัดงาน “พบปะสังสรรค์และงานเกษียณอายุราชการ” แสดงความยินดีกับเพื่อนๆ ที่เกษียณอายุราชการ ในคราวเดียวกันนี้ด้วย

          ในนามของเพื่อนๆ นรจ.19 ต้องขอขอบคุณ ประธานรุ่น น.อ.สายัณห์ กิจบำรุง พร้อมคณะกรรมการฯ ที่ได้ร่วมกันจัดงานในวันนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมและสมเกียรติ โดยไม่มีที่ติ แถมมีเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายในการจัดงานกว่า 2 แสนบาท สมทบเข้ากองทุนรุ่นในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สวนนงนุชพัทยา มอบสุขแด่ พี่น้อง 6 จังหวัด และ 5 เขต กทม. เที่ยวฟรีเดือน “พฤศจิกายน”

สวนนงนุชพัทยา มอบสุขแด่ พี่น้อง 6 จังหวัดและ 5 เขต กทม. เที่ยวฟรีเดือน “พฤศจิกายน”

          เมื่อวันที่ 10 ต.ค.62 นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้แทน จังหวัดสมุทรปราการ ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก และเขตมีนบุรี เขตคลองสามวา เขตหนองจอก เขตคันนายาว เขตลาดกระบัง พื้นที่กรุงเทพฯ ร่วมเปิดโครงการ “ไทยเที่ยวไทย ท่องดินแดนสวนสวยระดับโลก สวนนงนุชพัทยา ยื่นบัตรประชาชน เข้าชมฟรีตลอดเดือน พฤศจิกายน” โดยมี ประชาชนจากจังหวัดผู้ร่วมโครงการ และคณะสื่อมวล ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สวนลอยฟ้า (GARDEN IN THE SKY) สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี

          ในโอกาสนี้ สวนนงนุชพัทยา ยังได้เปิดตัวไดโนเสาร์ คาคูจาร่า หรือไคอูจาร่า (Caiuajara) ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานมีปีก ในวงศ์ตระกูลทาเปจาริด ประจำถิ่นบราซิล มันถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2014 อาศัยอยู่ตามแนวหน้าผาเป็นฝูงใหญ่ ซึ่งหงอนบนหัวอาจทำหน้าที่เหมือนสัญลักษณ์ เพื่อบ่งบอกความแตกต่างระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย

         นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า โครงการ “ไทยเที่ยวไทย ยื่นบัตรประชาชน เข้าชมสวนนงนุชฟรี” ได้เป็นโครงการ ที่เปิดโอกาสให้คนไทยทั้งชาติ มีโอกาสเข้ามาเที่ยวชมสวนนงนุชพัทยา ที่ถูกยกระดับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความสวยงามติด 1 ใน 10 ของโลก โดยแต่ละเดือนจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปในทุกจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เจริญเติบโต และที่สำคัญ คือ ให้คนไทยได้มีความสุขกับสิ่งที่สร้างสรรค์โดยคนไทย ไม่ต้องบินเที่ยวไกลถึงต่างแดน ซึ่งโครงการฯ ได้ดำเนินมาตั้งแต่เดือน พ.ย.61 และคงดำเนินต่อไปจนครบทุกจังหวัดของประเทศ

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล
*086-1499878

จังหวัดลพบุรี – ไวพจน์ เพชรสุพรรณ และแฟนเพลง เยี่ยมหลวงพ่ออลงกต พร้อมเลี้ยงเพลพระ วัดพระบาทน้ำพุ

บรรยากาศบริเวณ วัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง ลพบุรี ตั้งแต่เช้า ได้มีศิษย์ยานุศิษย์จำนวนมากเข้าเยี่ยม อาการอาพาธจากอุบัติ เหตุพระราชวิสุทธิประชานาถ(อลงกต) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุอย่างคึกคัก

          โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (11 ตค. 62)   ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายพาน สกุลณี หรือไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศิลปินแห่งชาติ อายุ 77 ปี นักร้องลูกทุ่งชื่อดังระดับตำนานของประเทศ ไทย พร้อมคณะและแฟนเพลงหลายสิบคนที่เดินทางมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเข้าเยี่ยมอาการของหลวงพ่ออลงกต พร้อมทั้งได้นำอาหารคาวหวานมาเลี้ยงเพลพระทั้งวัดพระบาทน้ำพุ โดยมีแฟนเพลงที่ชื่นชอบและที่มาเยี่ยมหลวงพ่อต่างปลื้มใจที่ศิลปินแห่งชาติ ศิษย์ยานุศิษย์ทั่วทั้งประเทศไม่ทิ้งหลวงพ่อ ไม่ทิ้งผู้ป่วย

         ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าบริเวณวัดพระบาทน้ำพุ ตั้งแต่หลวงพ่อกลับมาจาก รพ.พระนารายณ์มหาราช เพื่อมาขอพักฟื้นที่วัดได้มีลูกศิษย์มาเยี่ยมหลวงพ่อตลอดทั้งวัน ไม่ขาดสาย ซึ่งต้องจัดคิวเยี่ยม เพื่อให้หลวงพ่อได้พักผ่อนบ้าง โดยทางวัดได้ประชาสัมพันธ์ถึงศิษย์ยานุศิษย์ ที่จะข้าเยี่ยมหลวงพ่อได้ ในช่วงเวลาเช้าเวลา 08.00 – 11.00 และช่วงบ่ายเวลา 13.00 – 16.30 น.

          ทั้งนี้อาการล่าสุดของหลวงพ่อ สุขภาพแข็งแรงขึ้นตามลำดับ หน้าตาสดชื่นแจ่มใส โดยมีคณะแพทย์จาก รพ.พระนารายณ์มหาราช ได้เดินทางมาตรวจอาการทุกวัน เช้า-เย็น ทางหลวงพ่อเองก็ไม่อยากปฏิเสธศิษย์ยานุศิษย์ ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือที่ไกลๆ แม้ว่าจะเลยกำหนดเวลาเยี่ยมก็ตาม หลวงพ่อเองก็ยังนั่งให้ลูกศิษย์มากราบนมัสการ มามอบปัจจัยและสิ่งของให้กับหลวงพ่อ เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ป่วยวัดพระบาทน้ำพุทั้งที่ ต.เขาสามยอด อ.เมือง ลพบุรี และที่วัดพระบาทน้ำพุ 2 ต.ดงดินแดง อ.หนองม่วง ลพบุรี

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง /รายงาน

สุโขทัย – 2 เด็กชายวัย 9 ขวบ วิ่งหนียักษ์หมดแรง หลับในกอไผ่ คนทั้งหมู่บ้านตามหากันวุ่น

2 เด็กชายวัย 9 ขวบ วิ่งหนียักษ์หมดแรงหลับในกอไผ่ คนทั้งหมู่บ้านตามหากันวุ่น

         เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 62 อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจุดเมืองสุโขทัย ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเด็กสูญหายจำนวน 2 คน ทราบต่อมาชื่อ ด.ช.กฤตภัค หรือน้องฟ้อง อายุ 9 ขวบ และ ด.ช.วรรชนะ หรือน้องลีโอ อายุ 9 ขวบ ทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน บ้านอยู่ที่หมู่ 4 ต.ตาลเตี้ย อ.เมือง จ.สุโขทัย

          ย่าของน้องลีโอ บอกว่า เมื่อช่วง 5 โมงเย็น นายปราโมทย์ อายุ 40 ปี ลุงของน้องลีโอ เจอน้องลีโอกับน้องฟ้องกำลังเล่นน้ำอยู่ในสระกลางทุ่งนา หมู่ 4 ต.ตาลเตี้ย ซึ่งอยู่ห่างบ้านประมาณ 500 เมตร จึงบอกให้รีบกลับบ้าน แต่ทว่าตกเย็นย่าก็ยังไม่เห็นเด็กๆกลับมาเสียที จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศเสียงตามสาย ก่อนชาวบ้านเกือบ 50 คน จะช่วยกันออกตามหา จนถึง 2 ทุ่มครึ่งก็ยังไม่พบ จึงโทรแจ้งตำรวจและขอกำลังกู้ภัยมาร่วม

          ทั้งนี้ ชาวบ้านที่นำข้าวเปลือกมาแช่ในสระน้ำ บอกว่า เห็นอะไรไม่รู้ดำผุดดำโผล่อยู่ในสระ ญาติคิดว่าอาจเป็นเด็กจมน้ำเลยดำน้ำสำรวจดูก่อน พร้อมประสานขอชุดประดาน้ำมาช่วยเหลือ แต่ระหว่างรอจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง เจ้าหน้าที่ก็ได้รับแจ้งจากนายปราโมทย์ ลุงของน้องลีโอ ว่าพบเจอน้องลีโอกับน้องฟ้องแล้ว นอนหลับอยู่ในโพลงกอไผ่ที่อยู่ห่างบ้านมาแค่ 50 เมตร

          นายปราโมทย์ บอกว่า ได้ยินเสียงสุนัขเห่าแถวๆกอไผ่ก็เลยเดินวนดูรอบๆ ปรากฏว่าเจอเด็กทั้ง 2 คน กำลังนอนหลับอยู่ในกอไผ่ รู้สึกโล่งใจมากจึงรีบเดินไปปลุก โดยเด็กที่อยู่ในอาการสลึมสลือ และยังมีอาการตกใจกลัว บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า หลังจากเดินหาปูและลงเล่นน้ำในสระ ก็ได้เดินลัดทุ่งนาจะกลับบ้าน แต่ระหว่างทางเจอยักษ์ ก็เลยพากันวิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในกอไผ่ แล้วก็เผลอหลับไป ตื่นอีกทีก็ตอนลุงมาปลุกให้กลับบ้าน

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

จังหวัดจันทบุรี เชิญชวนพสกนิกร ร่วมพิธี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2562

จังหวัดจันทบุรีเชิญชวนพสกนิกร ร่วมพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2562 เช้าตักบาตรข้าวสุก วัดบูรพา / วางพวงมาลา จุดเทียน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ศาลาเฉลิมกระต่าย

         นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม นี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร จังหวัดจันทบุรีได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

โดยช่วงเช้า เวลา 06.30 น.ที่ วัดบูรพาพิทยาราม ( พระอารามหลวง ) จังหวัดจันทบุรีได้จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสุก อาหารคาว – หวาน แด่พระภิกษุสงฆ์ พร้อมถวายผ้าป่า ทุนเล่าเรียนหลวงพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร

หลังจากนั้นเวลา 08.30 น.ที่ภายในศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี จะเป็นพิธีวางพวงมาลา รำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ส่วนภาคค่ำตั้งแต่เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีจะนำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าในจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธี จุดเทียนน้อมรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที โอกาสนี้ผู้ร่วมงานจะได้ร่วมกันร้องเพลง พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ขณะที่กลุ่มสตรีจิตอาสาในจังหวัดกว่า 200 คน จะร่วมรำเทิดพระเกียรติฯ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
     

         จังหวัดจันทบุรี จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดจันทบุรีร่วมพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร โดยพร้อมเพรียงกัน การแต่งกาย ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจแต่งเครื่องแบบปกติขาว ไม่สวมหมวก /ข้าราชการทหาร/ตำรวจเครื่องแบบปกติขาว ไม่สวมหมวก พร้อมกระบี่ ถุงมือ / ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดจันทบุรีชุดไทยอมรินทร์โทนสีเหลือง / จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ชุดจิตอาสาพระราชทาน / ประชาชนทั่วไป ชุดสุภาพ ชุดผ้าไทย สุภาพโทนสีเหลือง ( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน จัดกิจกรรม “อิ่มนี้เพื่อน้องอิ่มท้อง”

จันทบุรี-คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน จัดกิจกรรมอิ่มนี้เพื่อน้องอิ่มท้องก่อนกลับ นำผู้เข้าประกวด Manhut Thailand 2019 ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ปิดกล่องช็อก ช่วยเหลือเด็กยากไร้

         วันนี้ ( 10 ต.ค.62 ) ที่โรงเรียนวัดวันยาวล่าง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้จัดกิจกรรมปิดกล่องช็อกโดย มี ผู้ปกครองผู้นำท้องถิ่นมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก มีกิจกรรมมอบข้าวสารเพื่อเป็นโครงการอาหารเย็น อิ่มนี้เพื่อน้องอิ่มท้องก่อนกลับ นางบัวเครือ ออมชมภู ผอ.ร.ร.วัดวันยาวล่าง กล่าวว่าโครงนี้โรงเรียนจัดขึ้นมาเป็นปีที่ 3 แล้วในการเลี้ยงอาหารเย็นเด็กนักเรียน ก่อนกลับบ้านทุกคนทุกวันที่มาโรงเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครองเนื่องฐานะของผู้ปก ครองกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ มีอาชีพรับจ้าง และประมงพื้นบ้าน ดังนั้นทางคณะกรรมการศึกษา คณะครูและชุมชนท้องถิ่นได้ร่วมกันจัดขึ้น ปัจจุบันเด็กนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นตามลำดับเนื่องจากท้องอิ่มสมองดี

         และในโอกาสเดียวกันนี้ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดจันทบุรีร่วมกับคณะกองประกวดและ ชมรมสื่อมวลชนภาคตะวันออกและหลายภาคส่วน ได้ร่วมกันจัดประกวด Manhut Thailand 2019 เพื่อค้นหาหนุ่มหล่อสัญชาติไทย เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประกวด Manhunt international 2020 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 สำหรับการคัดตัวแทนประเทศไทย มาเก็บตัวทำกิจกรรมที่จันทบุรีมีการประกวดชิงตำแหน่งขวัญใจจันทบุรีและขวัญใจสื่อมวลชน ที่หาดเจ้าหลาว ซึ่งวันนี้ได้มาทำกิจกรรมร่วมมอบข้าวสารและทาสีกำแพงโรงเรียนด้วย และมีการประกวดชิงตำแหน่งขวัญใจจันทบุรี เพื่อให้ผู้เข้าประกวดทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และชมสถานที่ท่องเที่ยวเมืองจันทบุรีนำไปเผยแพร่ ต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก