ด่วน!! 2 วันสุดท้าย ลงทะเบียนซิม 2 แชะยืนยันตัวตน

2 วันสุดท้าย ลงทะเบียนซิม 2 แชะยืนยันตัวตน หลังจาก 31 ตุลาคม 2562 หมดเขต
โทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

นนทบุรี – ชาวบ้านโวย !! รถบรรทุกขนดิน วิ่งผ่านซอยเลียบคลองตาชม ทั้งวันทั้งคืน หวั่นถนนพัง บ้านทรุด จี้ภาครัฐเร่งตรวจสอบ

นนทบุรี ชาวบ้านโวย !! รถบรรทุกขนดินวิ่งผ่านซอยเลียบคลองตาชมทั้งวันทั้งคืน หวั่นถนนพัง บ้านทรุด จี้ภาครัฐเร่งตรวจสอบ

          เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ม.8 ถ.ริมคลองตาชม ต.พิมลราช อ.บางขบัวทอง จ.นนทบุรี ว่าได้รับความเดือดร้อนจากรถบรรทุกพ่วงวิ่งขนดินนำมาส่งเพื่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่ จนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้รับความเดือนร้อนทั้งในเรื่องถนนทรุดตัว ฝุ่นละอองจากเศษดินที่ลอยเข้าบ้าน อีกทั้งบ้านยังเกิดการสั่นสะเทือน ทรุดตัว มีรอยแตกร้าว นอกจากนี้รถบรรทุกขนดินยังทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมากเพราะรถวิ่งตลอดทั้งวัน

          ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบจุดที่ชาวบ้านร้องเรียน พบว่าถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนน 2 เลน รถวิ่งสวนกัน ซึ่งอยู่ติดกับคลองตาชม มีความกว้างประมาณ 6 เมตร จะสังเกตได้ว่ามีรถบรรทุก 18 ล้อวิ่งขนดินเข้าออกตลอดเวลา และจากการตรวจสอบพื้นถนนพบว่ามีร่องรอยการทรุดและยุบตัวของถนนตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ยังพบเศษดินที่รถบรรทุก 18 ล้อ ทำตกหล่นไว้ตลอดเส้นทางอีกด้วย ที่ผ่านมา ชาวบ้านต้องช่วยกันเก็บเพราะเกรงว่าผู้ที่สัญจรผ่านไปมาจะเกิดอุบัติเหตุ

         จากการสอบถาม น.ส.นก นามสมมุติ อายุ 33 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า รถบรรทุก 18 ล้อขนดิน เพิ่งจะมาใช้ถนนเส้นทางดังกล่าวได้ประมาณ 1-2 เดือน เพื่อนำดินมาถมสร้างหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งหลังจากรถบรรทุก 18 ล้อ มาใช้ถนนเส้นนี้ร่วมกับชาวบ้าน ก็มีปัญหาตามมาอย่างมากมาย ทั้งเรื่องปัญหาการจราจรที่ติด ขัด เนื่องจากถนนเส้นนี้เป็นถนน 2 เลนรถวิ่งสวนกันแต่เมื่อรถบรรทุก 18 ล้อเข้ามาวิ่ง ทำให้รถวิ่งสวนทางกันเกือบจะไม่ได้ รถติดเป็นทางยาวเพราะถนนไม่ได้ทำมาให้รถใหญ่ขนาดนี้วิ่ง อีกทั้งถนนเส้นนี้ยังใช้เป็นทางเข้ารพ.บางบัวทอง 2 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเศษดินตกหล่นตามพื้นถนนและฝุ่นละอองที่ปลิวเข้าบ้านเรือน จนได้รับความเดือนร้อนอย่างมาก จากถนนที่ดีอยู่แล้วตอนนี้เริ่มมีร่องรอยการทรุดตัวของพื้นถนนอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังเทศบาลตำบลพิมลราช แล้วแต่เรื่องกลับเงียบหายไป ทุกวันนี้จึงใช้ชีวิตแบบหวาดระแวงว่าเมื่อไหร่บ้านจะทรุดตัวหรือถนนจะพัง

         ขณะเดียวกันนายเอ นามสมมุติ ชาวบ้านอีกรายที่ได้รับความเดือดร้อนจากรถบรรทุกดิน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า โครงการหมู่บ้านหรูดังกล่าวได้สร้างมาแล้วประมาณ 5 โครง การ ในพื้นที่ติดต่อกันโดยมีการทำถนนเข้าหมู่บ้านอย่างดีและกว้างกว่าถนนริมคลองตาชม แต่ทางผู้รับเหมาโครงการไม่อนุญาตให้รถบรรทุกขนดินวิ่งผ่านเพราะกลัวถนนในโครงการจะพัง จึงเลือกที่จะใช้ถนนสาธารณะริมคลองตาชนแทน จนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับชาวบ้านด้วย   

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี       

นนทบุรี – ทายาทตระกูลคหบดีเก่า วังตาล ร้องทนายรณรงค์ ฟ้องเรียกคืนมรดก 12,000 ล้าน บาท

นนทบุรี ทายาทตระกูลคหบดีเก่า วังตาล ร้องทนายรณรงค์ฟ้องเรียกคืนมรดก 12,000 ล้านบาท

          เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 29 ต.ค.62 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางพเยาว์ วังตาล อายุ 76 ปี ลูกสาวคนเล็กของนายวิศาล วังตาล ทายาทตระกูลคหบดีเก่า จ.ราชบุรี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 130/82 หมู่ 3 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เดินเข้าพบ ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อให้ดำเนินการติดตามทรัพย์สินมรดกมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท จากการแบ่งพินัยกรรมที่บิดาทำไว้เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2507 คืน หลังผ่านมากว่า 55 ปียังไม่ได้รับการแบ่งในส่วนที่ควรจะได้รับ ทำให้ทุกวันนี้มีชีวิตอยู่อย่างลำบาก เป็นหนี้สิน ต้องนำบ้านไปขายฝากและถูกขับไล่เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่างวด

         จากการสอบถาม นางพเยาว์ วังตาล อายุ 76 ปี ผู้ร้องขอแบ่งมรดก ทราบว่า ตนเป็นบุตรสาวคนเล็กของ นายวิศาล วังตาล ทายาทหลวงสิทธิเทพการ ต้นตระกูลวังตาล ซึ่งเป็นคหบดีเก่า จ.ราชบุรี บิดาได้ทำพินัยกรรมไว้เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2507 โดยมีนานเลี่ยม สุรเมฆ เป็นทนายความผู้บันทึก ว่าทรัพย์สินมรดกทั้งหมดของตระกูลให้แบ่งให้ลูกๆชาย-หญิงจำนวน 6 คน คนละเท่าๆ กันหนึ่งในนั้นคือ น.ส.พเยาว์ วังตาล โดยพินัยกรรมจะมีผลหลังจากวันที่ทำนับไปอีก 30 ปี ซึ่ง นางทับ วังตาล ภรรยานายวิศาล วังตาล เป็นผู้จัดการมรดก

         ผ่านมาจนทุกวันนี้ ตนยังไม่ได้รับมรดกแม่แต่ชิ้นเดียว ซึ่งมีทั้งบ้านพร้อมที่ดินของตระ กูลและอีกหลายแห่ง ที่ดินใน จ.ราชบุรี จ.นครปฐม และ จ.สมุทรสงคราม รวมกันแล้วเกือบ 3,000 ไร่ ตนไม่เคยทราบว่าพี่น้องได้แบ่งมรดกกันไปหรือยัง พยายามติดต่อก็ติดต่อไม่ได้และถูกขู่ทำร้ายหลายครั้งจนเกิดความกลัว เนื่องจากตนได้แต่งงานเมื่อปี 2510 และย้ายไปดูแลโรงน้ำแข็งที่ จ.นครปฐม แต่เมื่อกิจการมีปัญหาขอความช่วยเหลือพี่น้องไปก็ถูกปฏิเสธ ต่อมาปี 2515 บิดาได้เสียชีวิตตนได้รับพินัยกรรมมา 1 ฉบับ พี่น้องพยายามทวงถามการแบ่งมรดกแต่ไม่สามารถติดตามได้ ตอนนี้ชีวิตลำบากมากจึงมาขอให้ทนายช่วยดำเนินการฟ้องร้องเรียกคืนมรดกในส่วนที่ตนจะได้รับ

          ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารทุกอย่างมีความถูกต้อง แต่เนื่องจากมีเอกสารมากมายซึ่งต้องขอตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง และคดีนี้เป็นคดีที่มีความยาก ประกอบกับผู้ร้องไม่มีทรัพย์สินในการฟ้องร้อง จึงต้องให้ผู้ร้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมเพื่อให้ช่วยดำเนินการให้ โดยตนจะพานางพเยาว์ วังตาล เข้าพบเจ้าหน้าที่กองทุนยุติธรรมให้ดำเนินการให้ ภายในสัปดาห์นี้

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

“ลีน่า-โลแมกซ์” คว้า ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน และ “PS.Junior Idol” มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 บาย​ เฮลโล

         ล่าสุด “ลีน่า โลแมกซ์” ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ชาวชัยภูมิ อายุ 18 ปี เด็กม.6 จากโรง เรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ คว้า 2 รางวัล “ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน” ไปครอง พร้อมควบรางวัล “PS. Junior Idol” ท่ามกลางกองเชียร์ที่เดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก ก่อนรอบตัดสิน ในวันที่ 30 ตุลาคม​ 2562​ นี้

          โดยเมื่อเวลา 14.00 น วันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2562 ณ ห้องบีซีซี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กองประกวด “มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 บาย เฮลโล” ประเดิมจัดการประกวด “รอบสื่อมวลชน” บรรยากาศเต็มไปด้วยดีกรีความน่ารักสดใสของสาววัยทีนทั้ง 40 คน​ ทันทีที่ได้อวดโฉมพร้อมแนะนำตัวต่อหน้าคณะกรรมการ งานนี้ทุกคนมาเต็มชนิดออร่าเปล่งประกายกันสุดๆ เพราะได้เทรนนิ่ง เรียนรู้ ฝึกฝน กับทางกองประกวดเรียบร้อยแล้ว จนอดไม่ได้กับความตื่นตาตื่นใจของ ไฮไลท์ ครั้งแรกพลิกโฉมการประกวด “รอบตัดสิน” ตอกย้ำความเป็นเวทีการประกวดอันดับหนึ่งที่สานฝันให้สาววัยทีนเมืองไทย

         สาววัยทีนที่คว้า “ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน” ได้แก่ หมายเลข 17 ลีน่า โลแมกซ์ อายุ 18 ปี เด็กม.6 จากโรงเรียน พระหฤทัยคอนแวนต์ ได้รับ เงินรางวัล 30,000 บาท​ พร้อมช่อดอกไม้ มอบโดย คุณวรรคสร โหลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม ดิจิตอล มีเดีย จำกัด และรองประธานการจัดการประกวด เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมมอบสายสะพายโดย นายสุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้รับ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Hello ไว้ใช้ตลอดทั้งปี, ผลิตภัณฑ์ REVLON มูลค่า 10,000 บาท​ และรองเท้านักเรียน PS. Junior ไว้ใช้ตลอดทั้งปี

          ต่อด้วยการประกาศรางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุน​ “Miss Hello ผิวขาวใส” ได้แก่ หมายเลข 9 หมิว-ธนพร มะภิโกสิ อายุ 17 ปี เด็กม.5 จากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Hello ไว้ใช้ตลอดทั้งปี มอบโดย คุณชัญญรินทร์ กิติสมพรวุฒิ รองประธานกรรมการ บริษัท แอมวิช ยูนิเทค จำกัด

          “Miss AIS ZEED” ได้แก่ หมายเลข 31 ปิ่น-ชรินพร เงินเจริญ อายุ 15 ปี เด็กม.4 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี ได้รับงินรางวัล 30,000 บาท,ซี้ดซิม ซิมเบอร์สวย มูลค่า 30,000 บาท มอบโดย คุณเบญจพร กำเพ็ชร หัวหน้าสำนักการตลาดกลุ่มลูกค้าพรีเพด เอไอเอส บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

          “Miss เมืองไทยประกันภัย” ได้แก่ หมายเลข 9 หมิว-ธนพร มะภิโกสิ อายุ 17 ปี เด็กม.5 จากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล เงินรางวัล 20,000 บาท,กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล P.A. ทุนประกันภัย มูลค่า 100,000 บาท มอบโดย ร้อยเอกหญิง ชญาดา หนีพาล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

          “Miss REVLON Live Boldly” ได้แก่ หมายเลข 7 เมย์-พิชญาภา สุขโสมนัส อายุ 16 ปี เด็กม.5​ จากโรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท,ผลิตภัณฑ์ REVLON มูลค่า 50,000 บาท มอบโดย คุณศิรินทร์ มาลากุล ณ อยุธยา Revlon General Manager Sales & Marketing บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล บิวตี้ โปรดักส์ จำกัด

          “PS. Junior Idol” ได้แก่ หมายเลข 17 ลีน่า โลแมกซ์ อายุ 18 ปี เด็กม.6 จากโรงเรียน พระหฤทัยคอนแวนต์ ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท,รองเท้านักเรียน PS. Junior ไว้ใช้ตลอดทั้งปี มอบโดย คุณธัชเมศฐ์ ธนนท์วุฒิฉัตร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกแอธเลติก จำกัด

          และ “Miss Friendship” ได้แก่ หมายเลข 32 จ๊ะจ๋า-จินต์จุฑา ศิริเพ็ง อายุ 18 ปี เด็กม.6 จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ได้รับการโหวตจากเพื่อนๆ ในกิจกรรมเก็บตัวที่​ จ.ภูเก็ต

          สำหรับการประกวด “รอบตัดสิน” มิสทีน ไทยแลนด์ 2019 บาย เฮลโล จะมีขึ้นในเวลา 19.00 น.เป็นต้นไป ในวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ณ ชั้น 5 บีซีซี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ติดตามรายละเอียดได้ทาง www.missteenthailand.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บิ๊กอู๊ด – ตามเกาะติด ผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ 29 ต.ค.62 เวลา 18.00 น. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์​ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม. นำข้าราชการตำรวจในสังกัด ลงพื้นที่ตรวจสอบคนต่างด้าว แบบบูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ สน.บางรักกองบัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​     

         ภายหลังจากการปล่อยแถวระดมกวาดล้าง​อาชญากรรม​ โดยการระดมปิดล้อมตรวจค้น สามารถจับกุมชาวต่างด้าวได้ดังต่อไปนี้​คือ ชาวโซมาเลีย 8 ราย, ชาวซีเรีย 3 ราย​ และชาวจีน 4 ราย​ รวมทั้งสิ้น 15 ราย โดยแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้นว่า “เข้ามาและอยู่ในราชอาณา จักรเกินกำหนดอนุญาต”

          สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊ก​อู๊ด​” ปล่อยแถวระดมกวาดล้าง อาชญากรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชน ในพื้นที่กรุงเทพฯ

“บิ๊ก​อู๊ด​” ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ

         วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 29 ต.ค.62 เวลา 17.15 น.ณ บริเวณลานพิธีหน้าอาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเพื่อสกัดกั้น ป้องกันปราบปราม​ คนต่างด้าวที่ไม่พึงประสงค์ ที่จะเข้ามาก่ออาชญากรรมอันเป็นภัยต่อความมั่นคง ตลอดจนระดมกวาดล้าง จับกุม ปราบปรามขบวนการและผู้กระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ เปิดเผยว่า “ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีเหตุเกี่ยวกับกลุ่มคนต่างด้าว และกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย หรือเข้ามาก่ออาชญากรรมประเภทต่างๆ หรือเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อประชาชนคนไทยหรือประเทศชาติ กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสแฝงตัวเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของประชาชน เช่น ลักทรัพย์ ล้วงกระเป๋า ตนจึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด สตม. ออกระดมกวาดล้างอาชญากรรมประเภทต่างๆ

         โดยเน้นไปยังแหล่งพักพิงของคนต่างด้าว ในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบ รวมไปถึงการสืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, อยู่ในราชอาณา จักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด, กระทำความผิดที่มีโทษทางอาญา, ผู้ที่มีหมายจับศาลไทยหรือหมายจับต่างประเทศ และให้ปฏิบัติให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากนั้น ให้รวบรวมผลการปฏิบัติและรายงานให้หน่วยทราบต่อไป ซึ่งจะมีการแถลงผลการปฏิบัติงานให้พี่น้องสื่อมวลชนทราบโดยเร็ว”

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำ นักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จ.ตราด – การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ตามโครงการมาตรการองค์กร เพื่อความปลอดภัยทางถนน จ.ตราด

การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ตามโครงการมาตรการองค์กร เพื่อความปลอดภัยทางถนน จ.ตราด ที่ห้องประชุมสํานักงานศูนย์ราชการุณย์ (เขาล้าน)

         เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2562 โดยมี พ.ต.อ.วิเชียร ยันตรัตน์ รอง ผบก. ภ.จว.ตราด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฎิบัติหน้าที่ให้แก่ข้าราชการตํารวจ สภ.ไม้รูด โดยมี พ.ต.ท.ณกฤช ใจรักเรียน สวญ.ไม้รูดและข้าราชการตํารวจ สภ.ไม้รูด ให้การต้อนรับ พร้อมรายงานเหตุการณ์ในพื้นที่และได้ร่วมกันตรวจเยี่ยมติดตามการดําเนินการตามบันทึกข้อตกลงในโครงการมาตรการองค์กร ความปลอดภัยทางถนน จ.ตราด พร้อมด้วยนายสุวรรณ พิมลแสงสุริยา ผจก.ศูนย์ราชการุณย์ (เขาล้าน) และเจ้าหน้าที่ได้เข้าร่วมประชุมชี้แจงและแนะนําผลงาน เสนอข้อมูลการดําเนินงานตามโครงการมาตรการองค์กร ความปลอดภัยทางถนน จ.ตราด พร้อมกันนี้ได้เที่ยวชมพิธภัณฑ์ที่ศูนย์สภากาชาดไทย (เขาล้าน) ความเป็นมาของศูนย์สภากาชาดไทย (เขาล้าน)

         จากนั้นคณะได้เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฎิบัติหน้าที่ให้แก่ข้าราชการ ตํารวจ สภ.คลองใหญ่ นําโดย พ.ต.ท.เสฎฐ พงศ์ สุประเพียร รอง ผกก.ป.สภ.คลองใหญ่ และข้าราชการตํารวจพร้อมรายงานเหตุการณ์และลงพื้นที่โรงงาน 2 แห่ง เพื่อตรวจเยี่ยมตามโครงการมาตรการองค์กร ความปลอดภัยทางถนน จ.ตราด และตรวจเยี่ยมที่ หจก.ซุปเปอร์สโตร์ ที่ ต.คลองใหญ่

         โดยมีนายธนาวุฒิ ธนากิจ ผู้บริหาร หจก.ธนากิจ ซุปเปอร์สโตร์และรายงานข้อมูลเสนองานตามโครงการฯจากนั้นตรวจเยี่ยมต่อของบริษัททวีศักดิ์กิตติยา พร้อมสอบถามตามโครงการมาตรการองค์กร ความปลอดภัยทางถนน จ.ตราด และเดินทางไปตรวจเยี่ยมตามโรงแรมในเขตพื้นที่จังหวัดตราดต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ศิษยานุศิษย์ หลั่งไหล ร่วมงานบุญ ทอดกฐินสามัคคี ณ วัดถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล – สังขละบุรี

         เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น. ที่วัดถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล ต.หนอง ลู อ.สังขละบุรี กาญจนบุรี : ร.ต.ท.บุญโรจน์ ธาราภิบาล และ คุณไพศาล คงสำราญ ร่วมเป็นประธานในพิธีทำบุญทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2562. เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาครบไตรมาสที่วัดถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล และเพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามทางพระพุทธศาสนา

    โดยได้ร่วมพิธีถวายผ้ากฐินและบริจาคปัจจัยเพื่อสมทบทุนซ่อมแซม ศาสนสถาน โบสถ์ วิหาร อาคารปฏิบัติธรรม โดยได้รับความเมตตาจาก พระขวัญชัย อมรโต เจ้าอาวาส เป็นองค์ประธาน พร้อมมี มัคทายก-บุญมี, คุณเดชา-คุณพรทิพย์ มณีวัณณ์, อ.ศิริวรรณ คงสำราญ, ดรโอ๋, มร.เควิน, คุณบอย และ ดร.ปัณฑิพาณ์ ธาราภิบาล พร้อมคณะญาติธรรม ศิษยานุศิษย์จากแดนไกลและใกล้เคียง เดินทางมาร่วมปฏิบัติธรรมก่อนวันงานกันเป็นจำนวนมาก     

         ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงด่านเจดีย์สามองค์,หนองลู, สังขละบุรี ฯลฯ ร่วมงานบุญกันอย่างคับคั่ง ยอดปัจจัยในการทำบุญในปีนี้ได้ทั้งสิ้น 306,153 บาท

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

น.1​ – แถลง​ สน.ตลิ่งชัน จับกุมจำหน่าย บุหรี่ไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านทางไปรษณีย์

น.1​ แถลง​ สน.ตลิ่งชัน จับกุมจำหน่าย บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านทางไปรษณีย์

         วันนี้​ วัน​อังคารที่ 29 ต.ค.62 เวลา 11.00 น.ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น. : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.สุวโรจน์ โชติกาญจนรัศมิ์ ผกก.สน.ตลิ่งชัน แถลงข่าว สน.ตลิ่งชัน จับกุมจำหน่าย บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านทางบรรจุภัณฑ์ไปรษณีย์ ของกลางจำนวนมาก

         พล.ต.ท.ภัคพงศ์ฯ​ กล่าว​ว่า​ กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ภายใต้การควบคุมสั่งการของ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 สั่งการให้ทุก สน.ในสังกัด บก.น.7 ออกทำการระดมกวาดล้างอาชญากรรม รีเอ๊กซเรย์พื้นที่ และตรวจสอบไปรษณียภัณฑ์ รวมทั้งการซื้อขายสิ่ง ของผิดกฎหมายทางออนไลน์ สน.ตลิ่งชัน ภายใต้การควบคุมอำนวยการของ พ.ต.อ.สุวโรจน์ โชติกาญจนรัศมิ์ ผกก.สน.ตลิ่งชัน ได้สั่งการให้ทุกสายงานบูรณาการกำลังกัน ทำการตรวจสอบรีเอ๊กซเรย์ ในพื้นที่สน.ตลิ่งชัน และระดมกวาดล้างอาชญากรรม ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา

         ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ต.ค.62 ได้สืบทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทางออน ไลน์ ส่งสินค้าทางไปรษณียภัณฑ์ ซึ่งเป็นภัยอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้เด็กและเยาวชนไทย มีแนวโน้มเข้าถึงและเสพบุหรี่ไฟฟ้าได้โดยง่าย ที่หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ สน.ตลิ่งชัน จึงได้ไปทำการขอหมายค้นจาก ศาลอาญาตลิ่งชัน เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 25/89 ม.ปิ่นเกล้า ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. และสามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ดังนี้

  1. นายสิริพงษ์ สว่างทวีวงศ์ อายุ 25 ปี ที่อยู่ 82 ม.3 ต.หัวเตย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี​ (ผู้ต้องหาที่ 1)
  2. นายสุเทพ สว่างทวีวงศ์ อายุ 23 ปี ที่อยู่ 3/6 ซ.พหลโยธิน 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.(ผู้ต้องหาที่2)
  3. นายธนนันท์ แซ่จาง อายุ 23 ปี ที่อยู่ 140 ม.13 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก (ผู้ต้องหาที่ 3

พร้อมของกลางดังนี้.
1) บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ UWELL จำนวน4,600 ชิ้น
2) บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ UWELL แบบนาฬิกา จำนวน 400 ชิ้น
3) บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ Get Lommodจำนวน 418 ชิ้น
4) อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า (หัวดูด) จำนวน 2,684 ชิ้น
5) น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 4.271 ขวด

         รวมมูลค่าของกลาง ประมาณ 7,000,000 บาท​ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันขายสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสั่งห้ามขาย และสินค้านั้นเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค” (อันเป็นความผิดตาม​ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 36,56 แก้ไขเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่​ 3) พ.ศ.2556 มาตรา 6,7,9 คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 ลง 28 ม.ค.58) และ “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานํา หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจํากัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องก็ดีหรือเป็นของที่นําเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อจํากัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี (ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง สินค้าต้องห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. 2559)”

          พ.ต.อ.สุวโรจน์​ฯ กล่าวว่า ฝ่ายสืบสวน สน.ตลิ่งชันได้ทำการสืบสวนหาข่าวทางโลกออนไลน์เกี่ยวกับการจำหน่ายสิ่งของผิดกฎหมาย พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อตรวจสอบการส่งไปรษณียภัณฑ์ พบว่ามีการส่งไปรษณียภัณฑ์จำนวนมากจากบุคคลต้องสงสัยภายในบ้าน จากการสืบสวนหาข่าว พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้เช่าบ้านหลังดังกล่าวในราคาเดือนละ 70,000 บาท เพื่อเก็บสินค้าและจัดจำหน่ายส่งสินค้า

         ฝ่ายสืบสวนฯ​ จึงได้ทำการขอหมายค้น แล้วนำกำลังทุกฝ่าย เข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ รวมทั้งน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ของกลาง จำนวนมาก (ตามรายการของกลาง) รวมมูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท จึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา แล้วควบ คุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางทั้งหมดนำส่ง พงส.สน.ตลิ่งชัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกฯ ชวนประชาชน ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง 2562 พร้อมเชิญชวนสนับสนุนผลิตภัณฑ์ดอกแก้วกัลยา เพื่อนำไปสนับสนุน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนพิการ

          วันนี้ (29 ตุลาคม 2562) เวลา 09.30 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ บริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมนิทรรศการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ 4 คณะ ได้แก่ รณรงค์ประชาสัมพันธ์สืบสานประเพณีลอยกระทง ปี 2562 “ลอยกระทงวัฒนธรรม ใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม” ประชาสัมพันธ์ “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินประชาชน” นิทรรศการ “Together Fight NCDs ร่วมมือต่อสู้โรค NCDs” และประชาสัมพันธ์งานวันคนพิการประจำปี 2562 และผลิตภัณฑ์ดอกแก้วกัลยา ดังนี้

         นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารเข้าพบเพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สืบสานประเพณีลอยกระทง 2562 ภายใต้หัวข้อ “ลอยกระทงวัฒน ธรรม ใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม” ภายในงานมีกิจกรรม อาทิ การแสดงทางวัฒนธรรม (เพลงเรือ) สาธิตการทำกระทงแบบอนุรักษ์ และแบบสร้างสรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนตระหนักและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงคุณค่า ความสำคัญของขนบ ธรรมเนียมประเพณี ร่วมกันอนุรักษ์สืบทอด พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยการนำประเพณีวัฒนธรรมมาถ่ายทอด ต่อยอดและสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่นและประเทศไทย โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมพร้อมแนะให้ช่วยกันกำจัดขยะ รักษาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นหลังจากประเพณีวันลอยกระทง เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีงาม

          จากนั้น นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะผู้บริหารเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์ “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินประชาชน” โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับมอบหมายนโยบายจากรัฐบาลให้ดูแล ตรวจสอบ กำจัดข่าวปลอมที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ และเพื่อวิเคราะห์ตรวจสอบ ทั้งยังรับแจ้งข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอไม่ตรงข้อเท็จจริงที่ถูกเผยแพร่ในสังคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวสนับสนุนพร้อมกำชับไม่ให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยแนะให้เน้นเรื่องสุขภาพ และนโยบายรัฐบาล เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

         ต่อจากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้บริหาร เข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์นิทรรศการ “Together Fight NCDs ร่วมมือต่อสู้โรค NCDs” โรคอ้วน โรคอัมพาต โรคเบาหวาน เนื่องในวันที่ 29 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันอัมพาตโลก โดยในปีนี้มีการรณรงค์ภายใต้หัวข้อ Don’t Be The One โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดคำขวัญในการรณรงค์ว่า “อย่าให้ อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณ” ภายในนิทรรศการประกอบด้วยกิจกรรม วัดความดันโลหิต วัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ วัดมวลสารในร่างกาย และกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์ลดน้ำตาลและเกลือโซ เดียม เพื่อลดการบริโภคอาหารเค็ม หวาน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อและตระหนักถึงปัญหาโรคอ้วน อัมพาต โรคเบาหวาน ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงประชาชน เพื่อสุขภาพที่ดีและห่างไกลจากโรค

         อนึ่ง สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย นางวิไลวรรณ ลายถมยา กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานคณะกรรมการส่งเสริมอา ชีพและพัฒนาคนพิการ นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานวันคนพิการ ครั้งที่ 51 ประจำปี 2562 และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกแก้วกัลยา  ซึ่งประดิษฐ์โดยคนพิการของสำนักส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และจำหน่ายดอกแก้วกัลยา นำรายได้สมทบกองทุนดอกแก้วกัลยาฯ สำหรับใช้ในการดำเนินงานพัฒนาและสนับ สนุนคนพิการในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านอาชีพ การศึกษา การป้องกันความพิการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจคนพิการ พร้อมเชิญชวนให้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ดอกแก้วกัลยา เพื่อนำไปสนับสนุน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนพิการ

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก