ข่าวใหม่อัพเดท » นนทบุรี – ทายาทตระกูลคหบดีเก่า วังตาล ร้องทนายรณรงค์ ฟ้องเรียกคืนมรดก 12,000 ล้าน บาท

นนทบุรี – ทายาทตระกูลคหบดีเก่า วังตาล ร้องทนายรณรงค์ ฟ้องเรียกคืนมรดก 12,000 ล้าน บาท

30 ตุลาคม 2019
0

นนทบุรี ทายาทตระกูลคหบดีเก่า วังตาล ร้องทนายรณรงค์ฟ้องเรียกคืนมรดก 12,000 ล้านบาท

          เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 29 ต.ค.62 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางพเยาว์ วังตาล อายุ 76 ปี ลูกสาวคนเล็กของนายวิศาล วังตาล ทายาทตระกูลคหบดีเก่า จ.ราชบุรี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 130/82 หมู่ 3 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เดินเข้าพบ ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อให้ดำเนินการติดตามทรัพย์สินมรดกมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท จากการแบ่งพินัยกรรมที่บิดาทำไว้เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2507 คืน หลังผ่านมากว่า 55 ปียังไม่ได้รับการแบ่งในส่วนที่ควรจะได้รับ ทำให้ทุกวันนี้มีชีวิตอยู่อย่างลำบาก เป็นหนี้สิน ต้องนำบ้านไปขายฝากและถูกขับไล่เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่างวด

         จากการสอบถาม นางพเยาว์ วังตาล อายุ 76 ปี ผู้ร้องขอแบ่งมรดก ทราบว่า ตนเป็นบุตรสาวคนเล็กของ นายวิศาล วังตาล ทายาทหลวงสิทธิเทพการ ต้นตระกูลวังตาล ซึ่งเป็นคหบดีเก่า จ.ราชบุรี บิดาได้ทำพินัยกรรมไว้เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2507 โดยมีนานเลี่ยม สุรเมฆ เป็นทนายความผู้บันทึก ว่าทรัพย์สินมรดกทั้งหมดของตระกูลให้แบ่งให้ลูกๆชาย-หญิงจำนวน 6 คน คนละเท่าๆ กันหนึ่งในนั้นคือ น.ส.พเยาว์ วังตาล โดยพินัยกรรมจะมีผลหลังจากวันที่ทำนับไปอีก 30 ปี ซึ่ง นางทับ วังตาล ภรรยานายวิศาล วังตาล เป็นผู้จัดการมรดก

         ผ่านมาจนทุกวันนี้ ตนยังไม่ได้รับมรดกแม่แต่ชิ้นเดียว ซึ่งมีทั้งบ้านพร้อมที่ดินของตระ กูลและอีกหลายแห่ง ที่ดินใน จ.ราชบุรี จ.นครปฐม และ จ.สมุทรสงคราม รวมกันแล้วเกือบ 3,000 ไร่ ตนไม่เคยทราบว่าพี่น้องได้แบ่งมรดกกันไปหรือยัง พยายามติดต่อก็ติดต่อไม่ได้และถูกขู่ทำร้ายหลายครั้งจนเกิดความกลัว เนื่องจากตนได้แต่งงานเมื่อปี 2510 และย้ายไปดูแลโรงน้ำแข็งที่ จ.นครปฐม แต่เมื่อกิจการมีปัญหาขอความช่วยเหลือพี่น้องไปก็ถูกปฏิเสธ ต่อมาปี 2515 บิดาได้เสียชีวิตตนได้รับพินัยกรรมมา 1 ฉบับ พี่น้องพยายามทวงถามการแบ่งมรดกแต่ไม่สามารถติดตามได้ ตอนนี้ชีวิตลำบากมากจึงมาขอให้ทนายช่วยดำเนินการฟ้องร้องเรียกคืนมรดกในส่วนที่ตนจะได้รับ

          ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารทุกอย่างมีความถูกต้อง แต่เนื่องจากมีเอกสารมากมายซึ่งต้องขอตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง และคดีนี้เป็นคดีที่มีความยาก ประกอบกับผู้ร้องไม่มีทรัพย์สินในการฟ้องร้อง จึงต้องให้ผู้ร้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมเพื่อให้ช่วยดำเนินการให้ โดยตนจะพานางพเยาว์ วังตาล เข้าพบเจ้าหน้าที่กองทุนยุติธรรมให้ดำเนินการให้ ภายในสัปดาห์นี้

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี