กอ.รมน.ประจวบฯ” ร่วมกับสโมสรไลออนส์หัวหิน​ และ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” นำรถวีลแชร์​ และถุงยังชีพ​ มอบให้ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน​ ทำให้พิการขา 1​ ข้าง

ข่าวทหาร​ (กอ.รมน.)​

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 10 ส.ค.62 เวลา 10.00 น.​ : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ พร้อมด้วย ร.ท.ณัฐดนัย สุขทวี,นางสร้อยสน ธรรมนารักษ์​ เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญการ อบต.วังก์พง ร่วมกับ นายวัฒนชัย กาญจนโพธิ์ นายกผ่านพ้นสโมสรไลออนส์หัวหิน,น.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ เลขาธิการสโมสรไลออนส์หัวหิน​ พร้อมสมาชิกไลออนส์,นายเชาภ์วัชร์ สุดแสนยา,น.ส.วรัญญ์รัตน์ ทาหะพรหม และนายณภัทร์ จันทร์เที่ยง ผู้จัดการบริษัท​ อีซูซุอึ้งง่วนไต๋​ จำกัด สาขาปราณบุรี เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ นางอารมณ์ ชาวไร่ปราณ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 209/8 หมู่ที่ 1 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวานจนต้องตัดขาข้างซ้ายทำให้เดินไม่ได้พักอาศัยอยู่บ้านเช่า มีเงินเพียงเบี้ยผู้พิการ​ และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นค่าใช้จ่าย​ เท่านั้น

          จากนั้นได้มอบรถวีลแชร์สำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวจากสโมสรไลออนส์หัวหินจำนวน 1 คันซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างสโมสรไลออนส์หัวหินกับกอ.รมน.จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์​ เดือนละอย่างน้อย 1 คัน พร้อมมอบถุงยังชีพจาก”มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” โดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ และน้ำดื่มจากบริษัท​ อีซูซูอึ้งง่วนไต๋​ จำกัด​ สาขาปราณบุรี​ พร้อมให้กำลังใจผู้ป่วยได้มีกำลังใจรักษาตัวให้หายดีต่อไป

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ส.ส.​พะเยา และ นอภ.ปง พร้อมชาวบ้าน ร่วมปลูกป่าสืบชะตาบวชต้นไม้ “เฉลิมพระเกียรติ”

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 10​ สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. : นายสิทธิ์ วงศ์ม่าน นายอำเภอปง จังหวัด​พะเยา​ เป็นประธานโครงการและกิจกรรมบวชต้นไม้ สืบสะตา ปลูกต้นไม้​ และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

         โดยมีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ​ (ส.ส.)​ พรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.),คณะสงฆ์,สามเณร​ และหัวหน้าส่วนราชการอำเภอ​ ตลอดจน นายก อบต.ออย, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, คณะครู, นักเรียน, ชมรม อสม.ตำบลออย และจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ร่วมกันปลูกต้นไม้ตามโครงการดังกล่าว จำนวน 400 คน ณ ป่าชุมชน บ้านป่าแพะ หมู่ที่ 8 ตำบลออย อำเภอปง จังหวัดพะเยา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

“บิ๊ก​เด่น” ผู้ช่วย ผบ.ตร. มอบถุงยังชีพ บำรุงขวัญกำลังใจ​ ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน

          วันที่ 9 ส.ค.62 เวลา 10.00 น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ รองผบก.น.1 และ พ.ต.อ.สรพงษ์ นาคะโยคี ผกก.สน.สามเสน ให้การต้อนรับ พล.ต.ท.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ซึ่งได้เดินทางมามอบถุงยังชีพ ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน​ เพื่อบำรุงขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ทำการชั่วคราว สน.สามเสน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สมาคมชาวนา​ และเกษตรกรไทย กำหนดเรียกประชุมแกนนำด่วน ในหลายประเด็น

สมาคมชาวนา​ และเกษตรกรไทย กำหนดเรียกประชุมแกนนำด่วน เพื่อสรุปปัญหาให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา​ และหาทางช่วยเหลือ โดยเฉพาะปัญหานาข้าวเสียหายเพราะปัญหาภัยแล้ง

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 10 สิงหาคม 2562 เวลา 11.00 น.: นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนา​ และเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 สิงหาคม​ 2562​ ที่จะถึงนี้ ทางสมาคมฯ กำหนดประชุมในวาระเร่งด่วนที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งจะมีแกนนำชาวนาจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย กว่า 30 คน มาประชุมด่วนในหลายประเด็น เพื่อรวบรวมข้อมูลสะท้อนปัญหาของชาวนาไทย ไปให้คณะอนุกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องข้าว สภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบ ซึ่งกำหนดเชิญตัวแทนของสมาคม ฯ เข้าไปพบในวันที่ 14 สิงหาคม​ 2562​ นี้ ที่อาคารรัฐสภา

          โดยปัญหาของเร่งด่วนที่สุด ซึ่งชาวนาไทยต้องการคำตอบ คือ 1.นาข้าวเสียหายจากปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะในภาคอีสาน ซึ่งถึงวันนี้ รัฐบาลยังมีข้อสั่งการใดที่ชัดเจน ที่จะให้จังหวัดซึ่งได้รับผลกระทบ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ คงมีเพียงแต่บางจังหวัดเท่านั้น ที่เกษตรจังหวัดทำงานเชิงรุก ออกเก็บข้อมูลพร้อมที่จะเสนอให้เป็นเขตภัยแล้ง เช่น จ.นครราชสีมา นาข้าวเสียหายกว่า 1.7 ล้านไร่

          ส่วนข้อที่ 2.ต้องการให้รัฐบาลกำหนดแนวทางที่ชัดเจน เป็นข้อกฎหมาย หรือข้อสั่งการ หรือระเบียบแนวทางปฏิบัติ ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ และ ข้อ 3.ปัจจุบันราคาข้าวเปลือก ถือว่าไม่ดีเท่าใดนัก รัฐบาลจะมีแนวทางช่วยเหลืออย่างไร แต่ไม่ควรแก้ไขปัญหา ด้วยการสั่งให้ชาวนาหยุดทำนาปลูกข้าว เพราะเป็นวิธีสิ้นคิด ส่วนข้อที่ 4.ปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร ทั้งภัยแล้ง และน้ำท่วม รัฐบาลจะดำเนินการเช่นใด

          อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในการประชุมที่ จ.สุพรรณบุรี จะมีการนำเสนอปัญหามากกว่านี้ เพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลือ และตนเองขอยืนยันว่า จะไม่มุ่งเน้นโจมตีการทำงานของรัฐบาล แต่การประชุมจะเป็นการเก็บข้อมูลทุกด้านของชาวนา เพื่อนำเสนอให้รัฐบาลใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาเท่านั้น

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบสมาชิกแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ยิงผู้ใหญ่บ้านดับ หลังเจรจาไกล่เกลี่ยช่วยลูกบ้าน

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 10 ส.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. และพ.ต.ต.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายปรีชา หรือหนู ไทยโสภา อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 777 หมู่ 16 ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้วที่ 1639/2546 ลงวันที่ 8 ธ.ค.46 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดย​สามารถ​จับกุม​ผู้ต้องหา​ได้​ที่บ้านเลขที่ 128 หมู่ 9 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.นครปฐม

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า นายปรีชาฯ ผู้ต้องหา ได้ร่วมกับ​นายสมหมาย ไทยโสภา และนายสมศักดิ์ เสรีไตรรัตน์ ปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นเป็นลูกหนี้ตามโครงการแก้ปัญหาความยากจน (กข.คจ.) เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ตามโครงการดังกล่าว ชาวบ้านจะยืมเงินจากกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปใช้หนี้ตามโครงการ โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะคิดดอกเบี้ยในอัตราสูง และมักข่มขู่ชาวบ้านที่ไม่มีเงินชำระหนี้

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า จากนั้น นายสมจิตร แก้วมงคล อายุ 34 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ทราบเรื่องจึงพยายามเป็นตัวแทนชาวบ้านไปพูดคุยไกล่เกลี่ยกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คนอยู่หลายครั้ง กระทั่งเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2544 เวลา 21.00 น. นายสมจิตรฯ ได้ไปพูดคุยไกล่เกลี่ยกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่บริเวณหน้าสำนักงานบริษัท ส.บุญเหลือ หมู่ 3 ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว แต่เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง

          ทำให้นายปรีชาฯ ไม่พอใจใช้อาวุธปืนลูกซอง เบอร์ 12 ที่เตรียมมายิงขึ้นฟ้า 1 นัด และยิงใส่ นายสมจิตรฯ อีก 1 นัด จนเสียชีวิตแล้วแยกย้ายกันหลบหนี จากนั้น นายสมหมายฯ และนายสมศักดิ์ฯ ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนนายปรีชาฯ ยังคงหลบหนีคดีอยู่เรื่อยมา กระทั่งล่าสุดเจ้าหน้าที่สืบทราบ นายปรีชาฯ ได้มาประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมรถ และทำไร่อ้อยใน จ.นครปฐม จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้หลังหลบหนีคดีมากว่า 18 ปี

          จากการสอบสวน นายปรีชาฯ ผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับ​ ก่อนนำตัวผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังสมบูรณ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“รมช.เกษตรฯ​ ธรรมนัส” สั่งฝนหลวงช่วยภัยแล้ง จ.ขอนแก่น,จ.ชัยภูมิ และจ.ยโสธร ด่วน เร่งกรมชลฯเปิดทางส่งน้ำดิบทำประปา วิกฤติหนัก

          เมื่อวันที่ 9​ ส.ค.62​ : ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ เดินทางไปยังจังหวัดขอนแก่น​ เพื่อตรวจสถานการณ์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยจังหวัดขอนแก่น​ ประกาศเขตภัยพิบัติแล้งถึง 24 อำเภอ​ จากทั้งหมด 26 อำเภอ ซึ่งที่แรกได้ไปเยี่ยมเยียนประชาชนอำเภอชุมแพ,อำเภออุบลรัตน์ และอำเภอซำสูง โดยให้นโยบายว่า สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือ การจัดหาแหล่งน้ำเสริมและการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ซึ่งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมชลประทาน,กรมฝนหลวง​และการบินเกษตร,กรมส่งเสริมการเกษตร,กรมวิชาการเกษตร และกรมการข้าวบูรณาการช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชน​ อย่างเร่งด่วน

          นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่ทั้งหมด 6,803,744 ไร่ เป็นพื้นที่เกษตร 4,873,125 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 195,771 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.87 ของพื้นที่ทั้งหมด อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มี 1 แห่งคือ เขื่อนอุบลรัตน์ ความจุเก็บกัก 2,431.30 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปัจจุบัน (9 ส.ค.62) มีปริมาณน้ำ 541.41 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 22.27 ของความจุเก็บกัก น้ำใช้การได้ 40.26 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 2.18 อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย โดยระบายน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศวันละ 0.50 ล้าน ลบ.ม. มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 14 แห่ง ความจุรวม 105.88 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำ 28.61 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 27.02 ของความจุทั้งหมด มีน้ำใช้การได้ 13.28 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 14.96 อ่างขนาดกลางที่มีความจุน้อยกว่าร้อยละ 30 มี 10 แห่ง ส่วนสถานการณ์น้ำ​ แม่น้ำชีตอนบน​ และแม่น้ำชีตอนกลางอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย สำหรับแม่น้ำชีตอนล่าง​ อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง เพราะน้ำค่อนข้างน้อย สำหรับสาเหตุที่อ่างขนาดใหญ่​ และขนาดกลางมีน้ำน้อยเนื่องจากฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่นมีฝนตกสะสม (1 ม.ค.- 9 ส.ค. 62) วัดได้ 507.8 มิลลิเมตรซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 59.54

          ด้านนายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 รายงานว่า ได้ช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสภาพน้ำในลำน้ำชีตื้นเขินด้วยการระบายน้ำจากเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งได้เพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนมหาสารคาม​ และเขื่อนร้อยเอ็ดเพื่อให้สถานีสูบน้ำเพื่อการประปาที่อยู่ตลอดสองฝั่งลำน้ำชีนำน้ำไปใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค ตลอดจนยังเป็นการรักษาระบบนิเวศน์ของลำน้ำ อีกทั้งนำเครื่องจักรเข้าไปขุดลอกเปิดทางน้ำ ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมลงพื้นที่ชี้แจงสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน โดยได้ขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ชะลอการปลูกข้าวออกไป ส่งผลให้ในปัจจุบันสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีดีขึ้น ในปัจจุบันจึงได้พิจารณาปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนลำปาวลงลำน้ำชีเพื่อสำรองน้ำไว้สำหรับการอุปโภค-บริโภค ซึ่งมีความสำคัญมากที่สุด ยืนยันว่า ปัจจุบันไม่มีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการประปาและจะมีน้ำเพียงพอตลอดถึงฤดูแล้ง 2562/63 สำหรับการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โครงการส่งน้ำฯ หนองหวาย ได้ส่งน้ำหน้าฝายหนองหวายกว่า 10 ล้าน ลบ.ม. ไปช่วยนาข้าวในอำเภอน้ำพองกว่า 160,000 ไร่ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือนาข้าว 4,200 ไร่ ที่ตำบลท่ากระเสริม อำเภอน้ำพอง​ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำจากอ่างทุ่งพังพืดเข้าสู่บ่อพักน้ำดิบเพื่อผลิตประปาช่วยเหลือราษฎร ตำบลหัวทุ่ง อำเภอพล 430 ครัวเรือน นอกจากนั้นโครงการส่งน้ำฯ ชีกลางเพิ่มน้ำเหนือเขื่อนมหาสารคามเพื่อให้สถานีผลิตน้ำประปาท่าพระ (หนองบัวดีหมี) ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง​ มีน้ำดิบใช้ผลิตน้ำประปาด้วย

          สำหรับที่จังหวัดชัยภูมิประกาศเขตภัยพิบัติแล้ง 7 ตำบลในอำเภอบำเหน็จณรงค์​ ได้สูบน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ เข้าช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว ส่วนที่จังหวัดยโสธรนั้น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลางขุดเปิดสันตะกอนทรายท้ายเขื่อนร้อยเอ็ด เพื่อให้การระบายน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวันนี้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนร้อยเอ็ดจากเดิมวันละ 420,000 ลบ.ม. เป็นวันละ 1.80 ล้าน ลบ.ม. เพื่อช่วยเติมน้ำชีตอนล่างหน้าเขื่อนยโสธร จังหวัดยโสธร เพื่อสนับสนุนน้ำในการการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคสาขา จ.ยโสธร​ ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ ร่วมจับผู้ต้องหาร่วมกันฆ่า 2 หนุ่มสุพรรณฯ เมื่อปี 53 หลบหนีคดีนานกว่า 9 ปี

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10​ ส.ค.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผบก.ป,พ.ต.อ.สมพร ทองรอด รองผบก.สส.บช.ภ.6,พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป.,พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก.สภ.อู่ทอง.,พ.ต.ท.พงษ์ปณต ชูแก้ว รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา​ รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ ศิริภัทรนุกูล รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.อภิชาติ เรนชนะ รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ต.หัตถพล ทองคำ สว.กก.6 บก.ป.,พ.ต.ต.วาทิต จิตรจันทึก สว.กก.6 บก.ป.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป.

     ได้ร่วมกันจับกุม นายรุ่งอรุณหรือขอด แคนเพชร อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 364/1553 ลงวันที่ 3 ส.ค.53 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ หน้าร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อวัน     ที่ 8 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 11.30 น.

          เนื่องด้วย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2553 เวลาประมาณ 08.00 น. สภ.อู่ทอง ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนตาย 2 คน ที่บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่ 15 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบศพ 2 ศพ ทราบชื่อคือ นายณรงค์ ศรีเหรา และนายวิรัตน์ ฉิมพาลี โดยนายณรงค์ฯ เป็นลูกจ้างเลี้ยงวัวให้กับนายวิรัตน์ฯ สภาพศพ ทั้ง 2 ถูกของมีคมฟันที่บริเวณศีรษะ บริเวณที่เกิดเหตุพบอาวุธมีดตกอยู่ จำนวน 2 เล่ม สภาพที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้กัน

          จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการออกสืบสวนภายในพื้นรับผิดชอบ​ และได้สอบถามพยานถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจากการสืบสวนในคดีนี้ทำให้ทราบว่าคนร้ายในคดีนี้มีจำนวน 2 คน คือนายอนันต์ แผนสมบูรณ์​และนายรุ่งอรุณ​ หรือขอด แคนแพชร (ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม) โดยนายรุ่งอรุณฯ และนายอนันต์ฯ มีคอกวัวและได้เลี้ยงวัวอยู่บริเวณที่เดียวกันและจะไปเที่ยวด้วยกันตลอด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 จนทราบว่านายอนันต์ฯได้เสียชีวิตแล้วที่ จ.ขอนแก่น ส่วนนายรุ่งอรุณฯ ยังไม่ทราบว่าหลบหนีอยู่ที่ใด

          ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนหาตัวนายรุ่งอรุณฯ จนทราบว่านายรุ่งอรุณฯ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่ จ.กระบี่ โดยมาทำงานอยู่ที่ร้านค้าวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ใน ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปทำการตรวจสอบยังร้านดังกล่าว และพบว่านายรุ่งอรุณฯ ได้มาทำงานอยู่ที่ร้านดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายรุ่งอรุณฯ

          เบื้องต้นนายรุ่งอรุณฯ ยังให้การปฏิเสธว่าในวันเกิดเหตุ นายอนันต์ฯ ได้มาชวนตนไปทวงเงินค่าขายวัว แต่ตนไม่ได้ไปกับนายอนันต์ฯ จากนั้นไม่นานนายอนันต์ฯ ได้กลับมาหาตน แล้วขอช่วยให้ไปส่งที่บ้าน ตนจึงยอมไปส่งนายอนันต์ฯ ที่บ้าน โดยตนสังเกตุ​เห็นว่าตัวของนายอนันต์ฯ มีเลือดติดอยู่ตามลำตัว แต่ตนไม่ทราบว่านายอนันต์ฯ ไปทำอะไรมา จากนั้นนายอนันต์ฯ ก็พูดว่า “มึงก็พลอยไปกับกูด้วย เพราะมึงมาส่งกู” เมื่อตนกลับมาถึงบ้านตนจึงได้หลบหนีไปบวชที่ จ.กาญจนบุรี จำนวน 1 พรรษา

          จากนั้นเมื่อสึกจากพระตนได้เดินทางลงภาคใต้เพื่อมาหางานทำ จนได้มาทำงานอยู่ที่ร้านช่องพลีก่อสร้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับ และได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” พร้อมกับแจ้งสิทธิ์ทั้งหมดให้ทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่​จึงควบคุมตัวผู้ต้องส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เพื่อดำเนินคดี​ตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ดร.หิมาลัย” ปลื้ม​ ร่วมยินดีกับบุตรสาวคนโตรับปริญญาโท ใบที่ 2

          ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ พร้อมด้วย ภริยา บินด่วนร่วมแสดงความยินดี กับ น้องพริม หทัยรัตน์ ผิวพรรณ บุตรสาวคนโตทั้งสวยทั้งเก่ง ได้จบการศึกษาระดับปริญญาโท ใบที่ 2 สาขา International Marketing จาก Hult International Business School ณ เมือง Boston ประเทศ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนชนะสงคราม​ ติดตาม​คดีรถเฉี่ยวชนคนเดินข้ามถนน ตรงทางม้าลาย บริเวณแยกคอกวัว

ข่าว​ตำรวจ​นครบาล

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10 ส.ค.62 เวลา 10.00 น.ณ​ ลานแถลงข่าว​ ชั้น​1​ อาคาร​บช.น.​: พล.ต.ตร.​เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ, พ.ต.อ.นครินทร์, พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย​ ผกก.สน.ชนะสงคราม, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.ไตรรัตน์ เพ็งนู รองผกก.สส.สน.ชนะคราม​ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม​ ร่วมแถลงคดีขับรถโดยประมาท เฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ โดยผู้เสียหายได้เดินข้ามถนน ตรงทางม้าลาย บริเวณแยกคอกวัว ถ.ราชดำเนินกลาง​

          พล.ต.ต.ดร.เสนิต​ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 นายวีรวัฒน์ สถิตสวัสดิ์โชค อายุ 27​ ปี ได้เดินข้ามถนนที่ทางม้าลาย บริเวณแยกคอกวัว ถ.ราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. ได้ถูกรถตู้โตโยต้า คอมมูเตอร์ สีขาว พุ่งชนตรงทางม้าลาย ได้รับบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าขาด รอผ่าตัดอยู่ที่ รพ.บางไผ่ โดยผู้ขับขี่รถตู้คันดังกล่าวได้หลบหนีไป จึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม และได้ร้องเรียนผ่านสถานีวิทยุ จส.100

          จากการสืบสวนติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนติดตามโดยตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงจนกระทั่งสืบทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวคือรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น HIACE สีขาว ทะเบียน ฮบ-8258 กรุงเทพมหานคร โดยผู้ขับขี่ในวันเกิดเหตุคือนายสมศักดิ์ พระศรีสวัสดิ์หรือนายเบิร์ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวให้มาพบพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ​ ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือตามสมควร​ และไม่แสดงตัวไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ดร.เสนิตฯ​ กล่าวต่อว่าทั้งนี้ได้ฝากถึงประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในการเดินทางให้ระมัดระวังความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใกล้กับทางม้าลายที่มีคนข้ามถนน และหากพบเห็นผู้กระทำความผิดบนท้องถนนสามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ บุกรวบ​ “หอนฉ้าว” เฒ่าหื่นลวนลามเด็กหญิง 5 ขวบ หลบหนีคดีนาน 14 ปี

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10 ส.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. และ​ พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายหอนฉ้าว​ หรือฉ้าว แซ่อุ่น อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/53 หมู่ที่ 8 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ที่ จ.96/2548 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2548 ข้อหา “กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี,พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจาก บิดา มารดา,ใช้กำลังประทุษร้ายผู้อื่น” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

          ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2547 นายหอนฉ้าวฯ ผู้ต้องหาได้หลอกลวง ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 5 ปี เข้าไปในห้องนอนที่บ้านพักของผู้ต้องหา ก่อนลงมือทำอนาจารโดยใช้อวัยวะเพศถูไถจนสำเร็จความใคร่ จากนั้น ด.ญ.เอฯ ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้ปกครองฟัง จึงได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา กระทั่งศาลออกหมายจับไว้

         ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายหอนฉ้าวฯ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ใน จ.พังงาบ้านเกิด จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้หลังหลบหนีคดีมากว่า 14 ปี สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​