เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์​ มอบรางวัลประกวดภาพ​ “Memory Si Lanna”

     กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายในโครงการประกวดภาพถ่าย ปลุกความคิด​ สำนึกรักษ์ธรรมชาติ ภายใต้หัวข้อ “Memory Si Lanna” ปีที่ 2 ซึ่งสนับสนุนโดยโครงการธรรมชาติปลอดภัย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์ จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์

     นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า โครงการประกวดภาพถ่าย ปลุกความคิด​ สำนึกรักษ์ธรรมชาติ ภายใต้หัวข้อ “Memory Si Lanna” ปีที่ 2 มีผลการดำเนินกิจกรรมเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป ร่วมส่งผลงานภาพถ่ายเข้ามาร่วมประกวดในโครงการครั้งนี้จำนวนมาก และในวันนี้เป็นการจัดงานมอบรางวัล ถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อร่วมแสดงความยินดี และมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดภาพถ่าย ทั้ง 28 ท่าน รางวัลในการประกวดมอบโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำหรับผลงานประกวดภาพถ่ายที่เข้ารอบในครั้งนี้ ผู้ส่งภาพร่วมประกวดล้วนมุ่งนำเสนอ ความงดงาม ผ่านมุมมองของแต่ละท่านถ่ายทอดเป็นภาพถ่ายที่สวยงาม

     โครงการนี้ถือได้ว่ามีส่วนช่วยในการปลุกความคิด​ สำนึกรักษ์ธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้กับประชาชนทั่วไป ได้หันมาตระหนัก และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปกปักรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยเฉพาะแหล่งต้นน้ำลำธาร ให้คงความสมบูรณ์อยู่คู่ประเทศไทยต่อไป และยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์สถานที่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ส่งผลโดยตรงในการสร้างรายได้เกิดให้กับชุมชนในพื้นที่

     นายแสนไชย เค้าภูไทย ที่ปรึกษาสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวถึง หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผลงานภาพถ่ายส่งเข้าประกวดว่า “ช่างภาพแต่ละท่านเลือกมุมมองภาพผ่านกล้องของแต่ละคนด้วยความตั้งใจที่จะสื่อสารความหมายของภาพออกมาได้อย่างประทับใจ ถ่ายทอดแนวคิด วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาได้งดงาม รวมถึงองค์ประกอบความสวยงามของภาพ เทคนิคการถ่ายภาพ และความคิดสร้างสรรค์ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้ได้ภาพของอุทยานแห่งชาติศรีลานนาที่สวยงามน่าประทับใจที่ผ่านการคัดเลือกและชนะการประกวด สมวัตถุประสงค์ของผู้จัดการประกวด”

     โครงการประกวดภาพถ่ายฯ เปิดรับส่งผลงานภาพถ่ายประกวด ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 ถึง 30 เมษายน 2562 มีผู้สนใจส่งภาพถ่ายเข้าประกวด รวมทั้งสิ้น 397 ภาพ ได้ผู้ชนะการประกวด ทั้งสิ้น จำนวน 28 รางวัล แบ่งผลงานเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กลุ่มบุคคลทั่วไป,กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และกลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.แม่แตง, อ.เชียงดาว, อ.พร้าว โดยแบ่งรางวัลออกเป็น รางวัลที่ 1,2,3 รางวัลชมเชย 1,2,3 (ทั้ง 3 ประเภทผลงาน) และรางวัลมหาชน จำนวน 10 รางวัล ผลงานในปีที่ 2 นี้ ถือได้ว่าทำให้กรรมการตัดสินใจยากมาก เพราะแต่ละภาพมีความสวยงาม มีเอกลักษณ์ และถ่ายทอดเรื่องราว และแนวคิดออกมาได้น่าสนใจแตกต่างกันไป ถือว่าเป็นผลงานคุณภาพที่ผ่านความตั้งใจอย่างมากในการส่งภาพเข้าประกวด

     นายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์ฯ กล่าวว่า “โครงการธรรมชาติปลอดภัย ขอขอบคุณ ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานงานในวันนี้ ขอบคุณกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่อนุญาตให้ใช้สถานที่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา จัดงาน ขอบคุณสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ขอบคุณร.ต.ท.นคร ปัญญาทิพย์ ที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติศรีลานนาและประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ทุกท่าน ขอบคุณผู้ร่วมการประกวดภาพถ่ายทุกท่าน ขอบคุณสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน โดยหวังว่าโครงการนี้​ จะช่วยสร้างการตระหนักรู้ หวงแหน และปกปักรักษา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม ในการช่วยประชาสัมพันธ์ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และคาดว่าจะมีกิจกรรมดีๆ แบบนี้ต่อไปในอนาคต โครงการธรรมชาติปลอดภัย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์ จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมให้การสนับสนุนกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์อย่างนี้ต่อไป

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ว่าฯปทุมธานี ทำบุญครบรอบ 110 ปี เรือนจำอำเภอธัญบุรีเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีต่อประชาชน ชาวอำเภอธัญบุรี

          วันนี้ (25 ก.ค.62) เวลา 09.30 น. ที่ เรือนจำธัญบุรี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ประธานพิธีทำบุญครบรอบ 110 ปี เรือนจำอำเภอธัญบุรี เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีต่อประชาชน ชาวอำเภอธัญบุรี และเพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของเรือนจำ รวมทั้งเป็นการบำเพ็ญกุศลทักษิณาอุทิศแก่ผู้วายชนม์ภายในเรือนจำ โดยมี นายบุญมี วิบูลย์จักร ผู้บัญชาการเรือนจำ นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายโสภณ ยิ้มปรีชา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง นายสมพล โพธิ์กิ่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี นางสาววิรมณ ยืนนาน อัยการจังหวัดธัญบุรี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอธัญบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
เรือนจำอำเภอธัญบุรี นับตั้งแต่พุทธศักราช 2452 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 110 ปีเป็นเรือนจำเก่าที่ดำเนินการนับตั้งแต่มีการสถาปนาเมืองธัญญบูรี ในปีพุทธศักราช 2445 ซึ่งในการสร้างเมืองนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชโองการให้ก่อสร้างสถานที่ราชการต่างๆ ได้แก่ ศาลาว่าการเมือง ศาลเมือง จวนผู้ว่าราชการเมือง ศาลาท่าน้ำ ถนนจากศาลาท่าน้ำไปยังศาลาท่าน้ำไปยังศาลาว่าการเมือง และหน่วยราชการต่างๆ โรงพักพลตะเวณ รวมถึงตะรางที่คุมนักโทษ ซึ่งการสร้างเมือง ใช้เวลา1 ปี 8 เดือน จึงแล้วเสร็จ แต่ในส่วนเรือนจำยังทำได้เพียงให้มีพื้นที่คุมขังได้ยังไม่เรียบร้อยดี จึงถึงปีพุทธศักราช 2450 พระยาสุรนารถเสนี เจ้าเมืองธัญญบูรี ในสมัยนั้นได้ขอพระราชทานเงินงบประมาณในการปรับปรุงเรือนจำใหม่ โดยอาศัยแรงงานนักโทษทำการเผาอิฐเอง การปรับปรุงกินเวลา 2 ปี จึงแล้วเสร็จในปี 2452 ถือว่าเป็นการปรับปรุงเรือนจำและเริ่มต้นในการบริหารตามแบบการราชทัณฑ์สมัยใหม่ที่ในหลวงรัชกาลที่5 ทรงพระราชทาน

ผบช.น. พร้อมคณะในสังกัดนครบาล​ ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง #ข่าว​ตำรวจ​นครบาล

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดีที่ 25 ก.ค.62 เวลา 08.30 น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ ได้ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พร้อมคณะ รอง ผบช.น. ผบก.ในสังกัดนครบาล​ เข้าร่วมลงนามถวายพระพรโดนพร้อมเพรียงกัน​ ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สภากาชาดไทย ถนนราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

Cr.ทีมงาน​สนง.ผบก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ บุกจับหนุ่มคาลานจอดรถสนามบินดอนเมือง อ้างตัวเป็นผู้การกองปราบฯ ค้นรถเบนซ์ป้ายแดง พบปืนสั้น จำนวน 5 กระบอก เงินสดอีก 4 ล้าน พร้อมยาไอซ์ ผู้ต้องหาอ้าง ทำธุรกิจขายล๊อตเตอรี่ ขนเงินเยอะเลยต้องพกปืนไว้ป้องกันตัว

     วันนี้​ วัน​พุธ​ที่ 24 ก.ค.62​ เวลา 15.30 น.ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วยพ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก. 3 บก.ป. และพ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สนับสนุน บก.ป. ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม​ นายณัฐพงษ์ ธรรมทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/34 รัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนาว กทม. ผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธปืน และยาเสพติด (ยาไอซ์) ซึ่งจับกุมตัวได้ที่อาคารจอดรถภายในสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ จากการตรวจค้นรถยนต์ยี่้ห้อเบนซ์ ป้ายแดงเบนซ์ รุ่น GLC 250 D ของผู้ต้องหาพบอาวุธปืนออโตเมติก ทั้งกล็อคและโค้ท จำนวน 5 กระบอก เงินสดอีก 4 ล้านบาท ก่อนนำตัวมาสอบสวนขยายผลการจับกุม

     พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีผู้ให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.62​ ที่๋ผ่านมา ได้มีผู้ขับรถเบนซ์ป้ายแดงเข้าไปฝากจอดที่อาคารจอดรถสนามบินดอนเมือง พร้อมอ้างตัวว่าเป็น “ผู้การกองปราบฯ” และจะมารับรถในวันที่ 22 ก.ค.62​ สงสัยว่ารถคันดังกล่าว น่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ หลังทราบเรื่องตนก็สั่งการให้ชุดสืบสวนกองปราบฯ ทำการตรวจสอบทันที โดยเมื่อเวลาประมาณ 18.05 น.วันที่ 22 ก.ค.62​ ที่ผ่านมา พบผู้ต้องหาขับรถคันดังกล่าว ติดแผ่นป้ายทะเบียน (ป้ายแดง) ต 9345 กทม. ออกมาจากอาคารที่จอดรถ ภายในประเทศ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบทันที ภายในรถพบนายณัฐพงษ์ฯ เป็นคนขับ ตรวจสอบแล้วไม่ได้เป็นตำรวจตามที่กล่าวอ้าง จึงเข้าตรวจค้นรถ พบปืนกล็อค 3 กระบอก โค้ลท์ 1 กระบอก .380 อีก 1 กระบอก กระสุนปืนอีก 116 นัด อุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืนอีกส่วนหนึ่งอยู่บริเวณท้ายรถ เมื่อค้นอย่างละเอียดยังพบเงินสดอยู่ในกระเป๋าเดินทางอีก 2 กระเป๋า เป็นเงินประมาณ 4 ล้านบาท อุปกรณ์เสพยาเสพติด 1 ชุด และยาไอซ์อีกประมาณ 0.52 กรัม ซุกซ่อนอีกด้วย จึงควบคุมตัวนายณัฐพงษ์ฯ​ ไปตรวจหาสารเสพติด ก็พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี

     พล.ต.ต.จิรภพฯ เปิดเผยต่อว่า สอบสวนนายณัฐพงษ์ฯ ยังให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนเองและคนในครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยส่งให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่จังหวัดเลย นอกจากนี้ยังทำธุรกิจเกี่ยวกับรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สมุทรสาคร และหมอชิต-สมุทรสาคร มีรถอยู่ประมาณ 50 คัน ทำให้เวลาไปไหนมาไหนก็จำเป็นจะต้องมีอาวุธปืนไว้เพื่อป้องกันตัวและทรัพย์สิน และการอ้างเป็นผู้การกองปราบฯก็เพื่อใช้เปิดทางไม่ให้ถูกตรวจค้นจนถูกจับกุม ซึ่งวันที่ถูกจับกุมก็เพิ่งไปรับเงินที่ขายสลากฯจากลูกค้ามาดังกล่าว

     พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาวันนี้ ตนจึงสั่งการให้พนักงานสอบสวน ขอหมายค้นศาลอาญาและศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพัก บริษัท และคอนโดมิเนียมของนายณัฐพงษ์ฯ รวม 4 จุด คือ ที่บ้านเลขที่ 9/12 ซอยรัชดาภิเษก 33 แขวง-เขตจตุจักร ซึ่งนายณัฐพงษ์ฯ เช่าไว้เป็นที่ประกอบกิจการรถตู้ขนส่งมวลชน ขสมก. พบโพยหวยใต้ดินจำนวนหนึ่ง เครื่องคอมพิวเตอร์ อาวุธปืนยาว พร้อมอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน กัญชาแห้งประมาณ 23.6 กรัม กระสุนปืนชนิดต่าง ๆ ประมาณ 2,759 นัด รวมถึงใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน รวมทั้งสิ้น 39 รายการ

     จุดที่ 2-3 เข้าค้นบ้านเลขที่ 599/12-13 ซอยรัชดาภิเษก 29 หมู่บ้านกลางกรุงรัชวิภา ถนนกำแพงเพชร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ซึ่งเป็นบ้านสองหลังอยู่ติดกัน พบเงินสดอีกประมาณ 3.8 ล้านบาท อาวุธปืนยาว อาวุธปืนสั้น รวม 14 กระบอก ชุดอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน 6 ชิ้น กระสุนปืนชนิดต่าง ๆ อีก 100 กว่านัด และยังพบอีกว่าอาวุธปืนบางกระบอกมีการสับเปลี่ยนลำกล้อง ท่ออุปกรณ์เก็บเสียง ซึ่งถือว่าเป็นยุทธภัณฑ์ ก่อนรวบรวมนำส่งตรวจตรวจสอบ ว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่

     ส่วนจุดที่ 4 เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 66/34 ตึกA ชั้น 7 คอนโดแชมเบอร์รามอินทรา แขวง-เขตคันนายาว กรุงเทพฯ พบวัตถุคล้ายเป็นพืชกัญชาตากแห้ง จำนวนหนึ่ง พร้อมกับพบมวนบุรี่ที่เอายาสูบออกแล้ว และยาสูบอยู่ในกล่องพลาสติกอีก 1 กล่อง

     พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวด้วยว่า หลังการตรวจค้นเสร็จสิ้น ก็ได้นำอาวุธปืน กระสุนปืน รวมทั้งสิ่งของที่ตรวจค้นพบทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อตรวจสอบว่าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดังกล่าวได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ ส่วนโพยหวยใต้ดิน และยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ก็ได้ให้มีการดำเนินเพิ่มเติม พร้อมกับนำตัวนายณัฐพงษ์ฯ ผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังแล้ว

     พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวอีกว่า จากการสืบสวน ทราบด้วยว่า ผู้ต้องหานั้นเป็นลูกน้องของเสธฯทหารนอกราชการคนดัง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลอยู่ว่า เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหรือไม่ ส่วนภรรยาของผู้ต้องหานั้นก็มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีฉ้อโกงมาก่อน ดังนั้นตนอยากฝากเตือนประชาชนด้วยว่าหากใครไปแอบอ้างเป็นผู้การกองปราบฯ หรือเป็นตำรวจกองปราบฯ ก็ขอให้เขาแสดงบัตร หากไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจกองปราบฯ​ จริงหรือไม่ ก็ให้ถ่ายรูปบัตรแล้วส่งมาให้กองปราบฯ ตรวจสอบให้ได้ทันที เพื่อป้องกันพวกแอบอ้างหาผลประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงถูกจับกุมสิ่งผิดกฎหมาย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย บริเวณริมคลองวัดตรีทศเทพ ภายในซอยสามเสน 4 เขตพระนคร

          วันนี้​ วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2562 เวลา 10.00 น. : นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร และ นางสาวรุจิรา อารินทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ และ นายคณิต ชุมช่วย หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ,จนท.ฝ่ายโยธาฯ,จนท.ฝ่ายรักษาฯ สนง.เขตพระนคร ร่วมกับ จนท.ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์,จนท.ตำรวจ สน.สําราญราษฎร์,จนท.ทหาร,ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย และ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณริมคลองวัดตรีทศเทพ ภายในซอยสามเสน 4 แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กทม.

          ทั้งนี้ในการลงพื้นที่วันนี้ สายตรวจ 3 ประสาน ทหาร ตำรวจ เทศกิจ เขตพระนคร ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อย และ ปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่โดยรอบ พร้อมทั้ง ได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือ แก่พี่น้อง ประชาชน ในพื้นที่ให้ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด โดยกิจกรรมในวันนี้ได้มี พี่น้อง ประชาชน ในพื้นที่ต่างออกให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

          ในเบื้องต้นในกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเน้นย้ำในผลของการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการตรวจร่วม 3 หน่วยงาน ในโครงการ สายตรวจ 3 ประสาน ( ทหาร ตำรวจ กทม. ) อีกทั้ง เพื่อเน้นย้ำในการปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )

#สำนักงานเขตพระนคร

#สายตรวจ 3 ประสาน

#ทหาร#ตำรวจ#เทศกิจ

#ปรับปรุงภูมิทัศน์

#ตามนโยบาย#ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

#NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง

Cr.ภาพ-ข่าวกลุ่มงานสายตรวจ สนง.เขตพระนคร​ ธีรพล ปลื้มถนอม
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ป้าร้องกองปราบฯ ถูก 10 ตำรวจนอกเครื่องแบบอุ้มซ้อมให้บอกว่าสามีที่ก่อคดีฆ่าคนตายหลบหนีอยู่ไหน

          วันนี้ วัน​พุธ​ที่​ 24 ก.ค.62​ เวลา 10.00 น.ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พา นางนี (นามสมมติ) อายุ 51 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ผู้เสียหาย และครอบครัว เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง ศรสิรัศฐิ์ นิยมรส รอง สว.สอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อร้องขอให้ช่วยติดตามคดีที่นางนีฯ และครอบครัวถูกชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอุ้มตัวไปซ้อมเพื่อให้บอกว่าสามีที่ก่อคดีฆ่าผู้อื่นหลบหนีอยู่ไหน

          นางนีฯ กล่าวว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 เม.ย.62​ ที่ผ่านมา มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 10 คนอ้างเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบมาหาที่สวนปาล์ม ในพื้นที่ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลาน 3 คนอยู่ด้วย จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวได้ถามหาตัวสามี โดยบอกว่าสามีไปก่อคดีฆ่าคนตายในพื้นที่ สภ.ปลายพญา จ.กระบี่ ตนจึงตอบไปว่าไม่ทราบว่าสามีอยู่ที่ไหนเพราะแยกกันอยู่ นานๆ สามีจึงจะมาหาสักครั้ง แต่ชายกลุ่มดังกล่าวไม่เชื่อเนื่องจากเห็นรถสามีจอดอยู่ จึงบังคับพวกตนทั้งหมด​ แยกกันขึ้นรถยนต์ ก่อนพาไปที่บ้านญาติของสามีในพื้นที่ อ.เวียงสระ ระหว่างทางก็ถูกข่มขู่ให้บอกที่อยู่ของสามี เมื่อบอกไปว่าไม่ทราบก็ถูกทำร้าย เมื่อไปถึงบ้านญาติสามีที่ อ.เวียงสระ ก็ไม่พบตัวสามี กลุ่มชายฉกรรจ์ก็ได้พาตนไป สภ.ปลายพญา จ.กระบี่ โดยในระหว่างทางยังคงถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ข่มขู่และใช้กำลังทำร้ายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ลูกชายตนก็ยังถูกชายกลุ่มดังกล่าวทำร้ายร่างกายอีกด้วย

          นางนีฯ กล่าวต่อว่า เมื่อไปถึงที่โรงพัก สภ.ปลายพญา กลุ่มชายฉกรรจ์ก็ได้นำตนไปหาตำรวจนายหนึ่ง ยศ ร.ต.อ. เพื่อสอบปากคำ ก่อนจะปล่อยตัวออกมาเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 เม.ย.62​ โดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใครแต่อย่างใด เมื่อกลับมาถึงบ้านได้นอนพักรักษาตัวอยู่บ้าน จนวันที่ 14 เม.ย.62​ จึงได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระแสง ก่อนไปแจ้งความที่ สภ.เวียงสระ แต่ทางพนักงานสอบสวนแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ตนจึงไปร้องเรียนที่ค่ายทหารวิภาวดี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจก็เริ่มมาตรวจสอบคดี ก่อนจะเงียบหายไป อีกทั้งระหว่างที่เกิดเรื่องขึ้นทางตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้โทรมาบอกว่า “ถ้าใครไม่ได้ทำร้ายคุณ คุณก็อย่าไปเอาเรื่องเขา เขาแค่ไปด้วยกันแค่นั่งข้างๆ เฉยๆ”

          เบื้องต้น ทางพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ได้สอบปากคำ นางนีฯ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนส่งเรื่องให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผอ.รร.บ้านนอก ร้อง “วัชระฯ” กรณีเรื่อง อย่ายุบโรงเรียนขนาดเล็ก

          วันนี้​ วัน​พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562 : นายวัชระ เพชรทอง อดีต.สส.พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มเพื่อน เดินทางลงพื้นที่ มอบทุนสมทบโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนมะต้องประชาสรรค์ 3,000 บาท พร้อมกับ มอบอุปกรณ์การศึกษาให้แก่ นายชอบ ดิษฐ์แก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนมะต้องประชาสรรค์ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

         ทั้งนี้โรงเรียนดังกล่าวนี้ ได้มีการวัดผลประเมินการเรียนโอเน็ตชั้น ป.6 มีผลการประเมินสูงกว่าทุกกลุ่มในระดับชั้นเดียวกันของโรงเรียนในประเทศ โดยแบ่งเป็นกลุ่มสาระวิชา (ภาษาไทย-คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์-ภาษาอังกฤษ) 3 ปีซ้อน โดยทาง ผู้อำนวยการโรงเรียน จึงอยากขอให้กระทรวงศึกษาธิการ​ ทบทวนกรณีไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อให้โรงเรียนขนาดเล็กอยู่คู่กับชุมชนในชนบทต่อไป อีกทั้ง อยากขอให้ขยายเวลาเกษียณอายุข้าราชการ จาก 30 กันยายน ไปเป็น 31 มีนาคม เพื่อให้ คุณครู ในชนบทได้สอนนักเรียนต่อเนื่องจนจบปีการศึกษา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบอดีตหนุ่มสินเชื่อ ขโมยเอกสารปลอมลายเซ็นต์​ลูกค้าแอบกู้เงินใช้หนี้พนัน

          วันนี้ วัน​พุธ​ที่​ 24 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. และพ.ต.ต.ฐิติวัส แซมเขียว สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายสุวิน หรือ แบงค์ เข็มทอง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 8 ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรีที่ 415 / 2561 ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ข้อหา“ ฉ้อโกง,ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม” โดย​สามารถ​จับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ หน้าสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่ง ถ.พหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อปี 2561 ขณะที่ นายสุวินฯ ทำงานเป็นพนักงานฝ่ายสินเชื่อบริษัทเงินติดล้อ สาขา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ทำหน้าที่เกี่ยวกับการขอสินเชื่อของลูกค้า แต่กลับแอบนำเอกสารประกอบการกู้เงินของลูกค้ามาทำสำเนาใหม่ จากนั้นได้ปลอมลายเซ็นต์​ของลูกค้าแล้วทำเรื่องขอกู้เงินกับบริษัทสินเชื่อที่ตนเองทำงานอยู่จนได้เงินมาหลายหมื่นบาท โดยที่ลูกค้าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว กระทั่งเรื่องแดงขึ้นมาเนื่องจากมีเอกสารทวงหนี้ไปที่ลูกค้า ทางบริษัทฯ​ จึงได้มีการตรวจสอบจนทราบความจริง ลูกค้าจึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความเอาผิดกับนายสุวินฯ จนมีการออกหมายจับ เมื่อนายสุวินฯ​ ทราบว่าถูกลูกค้าแจ้งความจึงได้หนีมาทำงานที่สำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งในพื้นที่ กทม. กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

          จากการสอบสวน นายสุวินฯ ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากในขณะนั้นตนเองติดการพนันเป็นหนี้หลายหมื่นบาทจึงต้องการหาเงินไปใช้หนี้ เบื้องต้นแจ้งข้อหาก่อนนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.ชะอำ​ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          พ.ต.อ.เนติฯ ยังได้กล่าวเตือนภัยว่า กรณีขออนุมัติสินเชื่อในส่วนของ ลูกค้านอกจากขีดฆ่า ลงลายมือชื่อแล้ว ควรเขียนข้อความไปว่าใช้ในสัญญา เลขที่ของสัญญา​ และลงวันที่​ ที่ทำสัญญา ส่วนเจ้าของเงินกู้เมื่อมีเอกสารขอสินเชื่อควรมีแผนกโทรตรวจสอบกับลูกค้าว่าได้ยื่นขอสินเชื่อจริงไหมก่อนจะทำการอนุมัติให้กู้เงิน

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช. ร่วม Kick-off ศรีสมเด็จโมเดล ขับเคลื่อนวาระกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเชิงบูรณาการ

          สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยโครงการวิจัยท้าทายไทย : Fluke Free Thailand ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน “ มหกรรมรณรงค์เพื่อป้องกันและกำจัดโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ” วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ที่ รร.โรงเรียนศรีสมเด็จพิมพ์พัฒนาวิทยา อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายดำรงค์ สิริวิชย อิ่มวิเศษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนายพจน์ เอกอนันต์ถาวร ประธานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอศรีสมเด็จ กล่าวต้อนรับ และนายสุทธินันท์ บุญมี ประธานคณะกรรมการเขตสุขภาพเพี่อประชาชน เขตพื้นที่ 7 (กขป.7) ได้กล่าวถึงความเป็นมาของกิจกรรมและการสนับสนุนของ กขป.7 ในการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในพื้นที่กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ และลำดับถัดมาได้มีพิธีมอบสื่อให้ความรู้พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเพื่อเผยแพร่ไปยังอำเภอต่างๆ โดย คุณภิรมย์ ตริสกุล ผู้จัดการสาขาร้อยเอ็ด และคุณสุธาสินี ขามช่วง ผู้จัดการสาขาตลาดสระทอง (ร้อยเอ็ด) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ผู้แทนจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

          ต่อมาประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะผู้บริหารได้เดินเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการให้ความรู้ในการรณรงค์ป้องกันกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ของโครงการวิจัย ภายใต้โครงการวิจัยท้าทายไทย : Fluke Free Thailand อาทิ การตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับด้วยแอนติเจนในปัสสาวะ, การจัดการระบบสุขาภิบาล ,การใช้หลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนเพื่อพัฒนาภูมิคุ้มกันในเยาวชน, อาหารปลอดภัย ปลาปลอดพยาธิ, ระบบ Isan cohort และการจัดแสดงผลการดำเนินงานมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีและสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี

          จากนั้นคณะผู้บริหารได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีด้วยการตรวจอัลตร้าซาวด์ ที่ทางสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดีและหน่วยงานในพื้นที่ ได้จัดขึ้นเพื่อบริการประชาชนในพื้นที่ โดยกิจกรรมการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่สงสัยว่าเป็นพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์และบันทึกข้อมูลลงในระบบ Isan Cohort ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบกว่าสองล้านคนและสามารถติดตามผลข้อมูลได้แบบ realtime โดยในวันนี้ มีประชาชนในอำเภอโกสุมพิสัย ลงทะเบียนเข้าตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีด้วยเครื่ิองอัลตร้าซาวด์ จำนวน 549 ราย เข้ารับการตรวจทั้งสิ้น 507 ราย พบผู้สงสัยมะเร็งท่อน้ำดีรอการยืนยัน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.20

          และในช่วงบ่าย คณะผู้บริหารจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดีพร้อมด้วยสื่อมวลชน ได้เดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลหนองจิก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เพื่อเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลที่บริหารจัดการโดยองค์การบริหารส่วนตำบล และจากนั้นคณะผู้บริหารฯ ได้เดินทางต่อไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เพื่อ เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานกระบวนการจัดการบ่อปลาปลอดพยาธิใบไม้ตับของผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงปลาในพื้นที่ ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

          สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ได้ดำเนินงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ มากมายทั้งในและต่างประเทศ อำเภอโกสุมพิสัย เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องของจังหวัดมหาสารคาม ที่ทางสถาบันวิจัยฯ ร่วมกับคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตพื้นที่ 7 และกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ (ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์) ได้นำเอาโครงการวิจัยแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ในด้านต่างๆ ลงมาขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยท้าทายไทย : ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ Fluke Free Thailand ที่มีเป้าหมายในการลดอัตราการเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี และสอดรับกับอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ยึดถือการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการอุทิศเพื่อสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมโดยเฉพาะภาคอีสานให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดอัตราการเสียชิวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดีลงให้เหลือน้อยที่สุด การขจัดปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีนั้น จะกระทำให้สำเร็จโดยภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาให้สัมฤทธิ์ผลและต่อเนื่อง การจะดำเนินการแต่เพียงในโรงพยาบาลหรือบุคลากรทางสุขภาพด้วยการตั้งรับเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาให้หมดไปได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาสุขภาพนี้ร่วมกัน จากต้นน้ำไปจนสุดปลายน้ำอย่างบูรณาการ ซึ่งก็คือ การกำจัดพยาธิใบไม้ตับ ลดการแพร่กระจายตามแหล่งน้ำ กำจัดพยาธิใบไม้ตับในสัตว์รังโรค จัดการอาหารให้ปลอดภัย เพิ่มภูมิคุ้มกันทางปัญญาแก่เยาวชน จัดการข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบสามารถติดตามได้ การคัดกรองและรักษาตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจสังคมอย่างยั่งยืน

ศุภเดช ธนูศร/ข่าว/สภท.54ปี

ตราด/อําเภอคลองใหญ่ จัดประชุมเตรียมความพร้อมจัดงานกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจําปีพุทธศักราช 2562

          เวลา 09.30 น.วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม จัดเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมชี้แจงรายละเอียดในพิธี โดยนายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน หน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง สถานศึกษาทุกแห่งในพื้นที่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาล เข้าร่วม กําหนดประชุมเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษาของอําเภอคลองใหญ่ เนื่องเป็นโอกาสสมหามงคลอันดียิ่งที่ทุกภาคส่วนราชการต้องเข้าร่วมในวันสําคัญ เพื่อจะได้ร่วมแสดงความน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณมหิศร๓ูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตรพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

         การประชุมในวันนี้ เพื่อให้การดําเนินการจัดกิจกรรม เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยของอําเภอคลองใหญ่ และช่วงเช้าจะมีการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จํานวน 68 รูป ที่หน้าบริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 หลังจากการตักบาตรเสร็จ ทุกหน่วยงานเข้าร่วมในพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ขึ้น ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษาของอําเภอคลองใหญ่ต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก