ศอ.จอส.พระราชทานมทบ.33 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 2568 ของ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราช ทาน “วันแม่แห่งชาติ” ประจำปี 2568 ออกหน่วยให้บริการประชาชนเพื่อน้อมสำนึกในพระมหา กรุณา ธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 มอบหมายให้ พันเอก วรา อุตรพงศ์ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 33 /เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 33 นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “วันแม่แห่งชาติ” ซึ่งศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นที่บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมี นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน

โอกาสนี้ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้แทนหน่วยราชการในพระองค์ และส่วนราชการต่างๆ ได้ร่วมกันมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้แทนชุมชน จำนวน 10 แห่ง เพื่อนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้และด้อยโอกาส นอกจากนี้ ภายในงานศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานฯ ได้นำจิตอาสามาออกหน่วยให้บริการแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ประกอบด้วย การให้บริการหน่วยแพทย์รักษาโรคทั่วไป , การแจกอาหารพระราชทาน , การให้บริการซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ , บริการตัดผมฟรี, และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระปรีชาสามารถและน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ประดุจดั่งแม่แห่งแผ่นดิน ทรงคิดค้นและพัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่ครอบคลุมการพัฒนาทั่วทุกด้าน ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟูงานศิลปะพื้นบ้าน และงานหัตถศิลป์หลากหลายสาขา ซึ่งล้วนก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์ทุกหมู่เหล่า


นที มีเดช รายงาน

ครบรอบ 138 ปี โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

วันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ตรงกับวันที่ 5 สิงหาคม ของทุกปี ในปีนี้ (2568) เป็นปีที่ 138 ปี นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นเพื่อผลิตนายทหาร

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2430 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตนายทหารสัญญาบัตรที่มีความรู้ความสามารถ ทั้งด้านวิชาการและวิชาการทหาร เพื่อรับใช้ประเทศชาติ

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ถือกำเนิดจากพระราชปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีพระราชวิสัยทัศน์อันยาวไกล รวมทั้งพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในการบริหารจัดการแผ่นดิน เพื่อสร้างให้เกิดความมั่นคงต่อประเทศชาติในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการทหารที่มีความจำเป็นต้องพัฒนาให้มีความทันสมัย เพื่อดำรงศักดิ์ในการต่อสู้และป้องกันประเทศให้ธำรงเอกราช และมีความปลอดภัยจากอริราชศัตรู
การวางรากฐานทางการทหารตามรูปแบบสากล

จึงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างให้เกิดศักยภาพต่อการปกป้องประเทศจากภัยสงครามนับเนื่องต่อมาในทุก ๆ รัชสมัยที่สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงมีคุณูปการต่อการสถาปนาการศึกษาทางทหารในแผ่นดินไทย โดยมีพระราชประสงค์เพื่อพสกนิกรชาวไทยทุกคนให้มีความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดี


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่โรงเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศจำนวน 2 แห่ง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหนังสือ ยา อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงไอศกรีมแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนา การ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใย และทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน และการโภชนาการที่ดีของเด็ก และเยาวชน ในสถานศึกษาต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหนังสือ ยา อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงไอศกรีมแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568

วันนี้ (8 สิงหาคม 2568) เวลา 09.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหนังสือ ยา อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงไอศกรีมแก่โรงเรียนต่าง ๆ จำนวน 2 แห่ง ดังนี้

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอรรคฤทธิ์ ทรัพย์ยิ่ง เป็นประธานเชิญหนัง สือ ยา อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งไอศกรีมพระราชทาน ไปมอบแก่นักเรียน คณะครู บุคลากรและเจ้าหน้าที่ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ จำนวนรวม 3,259 คน หนังสือต่าง ๆ ซี่งเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อาทิ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถกับสิ่งแวดล้อม สมเด็จแม่กับการศึกษา ป่ารักน้ำ – ทางเลือกสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน ศิลป์แผ่นดิน ธรรมราชินี ที่ระลึกครบ 100 ปี พระที่นั่งอนันตสมาคม พิธีเปิดศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 7 และพิธีเปิดเรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศราชการ เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนได้มีแหล่งข้อมูลในการค้นคว้า และได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จำนวน 100 เล่ม ยาสามัญประจำบ้านสำหรับไว้ใช้ในห้องปฐมพยาบาล อุปกรณ์กีฬา ได้แก่ ลูกบาสเกตบอลหนัง ลูกฟุตบอลหนังเย็บ ลูกวอลเลย์บอลหนัง ลูกตะกร้อ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนและฝึกซ้อมกีฬา อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ในการทำความสะอาด ได้แก่ น้ำยาล้างห้องน้ำ สบู่ล้างมือ ถุงขยะ ไม้กวาดดอกหญ้า ไม้กวาดสนาม และตู้เครื่องทำน้ำเย็น รวมทั้งไอศกรีม ในโอกาสนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดม ศึกษาพัฒนาการต่างร่วมใจกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชินี อย่างกึกก้องด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบัน

โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เป็น 1 ในกลุ่มโรงเรียน 9 นวมินทราชินูทิศ ในโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 12 สิงหา คม 2535 ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อว่า “นวมินทราชินูทิศ” โดยประกาศจัดตั้งโรงเรียน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2535 ทั้งนี้ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการแห่งแรก และเป็นโรงเรียนในเครือ “อัษฎเตรียมพัฒน์” ในลำดับที่ 2 ปัจจุบัน มีนายวิชาญ กิ่งก้าน เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตั้งแต่ปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แบบสหศึกษา มีนักเรียน จำนวน 3,071 คน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ จำนวน 188 คน

ต่อจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอรรคฤทธิ์ ทรัพย์ยิ่ง เป็นประธานเชิญหนังสือยา อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งไอศกรีมพระราช ทาน ไปมอบแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ จำนวนรวม 3,219 คน หนังสือต่าง ๆ ซี่งเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อาทิ บารมีพระแม่ป้อง ปกพื้นธรณิน ประเพณีไทยในขุนช้าง -ขุนแผน เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ ในหลวงกับเด็กและเยาวชน ฯลฯ เพื่อให้นักเรียนได้มีแหล่งข้อมูลในการค้นคว้า และได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จำนวน 100 เล่ม ยาพระราชทาน ประกอบด้วยยาสามัญประจำบ้านสำหรับไว้ใช้ในห้องปฐมพยาบาล อุปกรณ์กีฬา ได้แก่ ลูกบาสเกตบอลหนัง ลูกฟุตบอลหนังเย็บ ลูกวอลเลย์บอลหนัง ลูกตะกร้อเพื่อใช้ในการเรียนการสอนและฝึกซ้อมกีฬา อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ในการทำความสะอาด ได้แก่ น้ำยาล้างห้องน้ำ สบู่ล้างมือ ถุงขยะ ไม้กวาดดอกหญ้า ไม้กวาดสนาม และตู้ทำน้ำเย็น รวมทั้งไอศกรีม

ในโอกาสนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ต่างร่วมใจกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีพระแม่ไทย อย่างกึกก้องด้วยความจงรักภักดี

โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ เป็นโรงเรียนในโครงการเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 12 สิงหาคม 2535 เดิมมีชื่อว่า “โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ” ต่อมาเปลี่ยนชื่อโรงเรียนตามที่ได้รับพระราช ทานพระบรมราชานุญาตเป็น “โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปรา การ” ปัจจุบัน มีว่าที่ร้อยตรี ลมบล บุญมานะ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แบบสหศึกษา มีนักเรียนจำนวน 3,050 คนคณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ 169 คน

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจที่สำคัญในการดูแลให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าให้มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการที่ดี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป ในโอกาสนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารและสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์แก่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษา และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ต่างปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เชิญหนังสือ ยา อุปกรณ์กีฬา สิ่งของที่จำเป็น และไอศกรีมพระราชทาน ไปมอบแก่โรงเรียน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหนังสือ ยาพระราชทาน อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงไอศกรีมแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทร เดชา เขตวังทองหลาง และโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษา น้อมเกล้า เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระ ชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใย และทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน และการโภชนาการที่ดีของเด็ก และเยาวชน ในสถานศึกษาต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหนังสือ ยาพระราชทานอุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงไอศกรีม แก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568

วันนี้ (6 สิงหาคม 2568) เวลา 09.24 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหนังสือ ยาพระราชทาน อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงไอศกรีม แก่โรงเรียนต่าง ๆ จำนวน 2 แห่ง ดังนี้

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ท่านผู้หญิงอินทิรา พลธร เป็นประธานเชิญหนัง สือ ชุดยาสามัญประจำบ้าน อุปกรณ์กีฬา ตู้เครื่องทำน้ำเย็น และสิ่งของที่จำเป็น รวมทั้งไอศกรีมพระราชทาน ไปมอบแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา เขตวังทองหลาง จำนวนรวม 2,314 คน และโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษา น้อมเกล้า เขตสะพานสูง จำนวนรวม 3,090 คน

โดยหนังสือต่าง ๆ ซี่งเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อาทิ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถกับสิ่งแวดล้อม, สมเด็จแม่กับการศึกษา, สมเด็จแม่กับการศึกษา, ป่ารักน้ำ – ทางเลือกสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน ศิลป์แผ่นดิน, ธรรมราชินี, ที่ระลึกครบ 100 ปี พระที่นั่งอนันตสมาคม พิธีเปิดศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 7 และพิธีเปิดเรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์, ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศราชการ เป็นต้น ฯลฯ เพื่อให้นักเรียนได้มีแหล่งข้อมูลในการค้นคว้า และได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จำนวน 100 เล่ม ยาพระราชทาน เป็นชุดยาสามัญประจำบ้านสำหรับไว้ใช้ในห้องปฐมพยาบาท อุปกรณ์กีฬา ได้แก่ ลูกบาสเกตบอลหนัง ลูกฟุตบอลหนังเย็บ ลูกวอลเลย์บอลหนัง ลูกตะกร้อ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนและฝึกซ้อมกีฬา สิ่งของที่จำเป็น ประกอบด้วย อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ในการทำความสะอาด ได้แก่ น้ำยาล้างห้องน้ำ
สบู่ล้างมือ ถุงขยะ ไม้กวาดดอกหญ้า และไม้กวาดสนาม และตู้เครื่องทำน้ำเย็น เพื่อใช้ในการทำความสะอาด และปรับภูมิทัศน์ของโรงเรียนสำหรับของหวานในวันนี้ ได้แก่ ไอศกรีม รวมทั้งน้ำดื่ม และเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร จากโครง การส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

ในโอกาสนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา
เขตวังทองหลาง และโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษา น้อมเกล้า เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ต่างร่วมใจกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีพระแม่ไทย อย่างกึกก้องด้วยความจงรักภักดี


ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้าพระลาน ยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท

สืบเนื่องจากมีการแพร่ระบาดเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีจึงได้ทำการสืบสวนพบเครือข่ายของนายตี๋หน้าพระลานได้มีการนำยาเสพติดจากเทพเพื่อนบ้านเข้ามาแพร่กระจายอยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีจึงได้ทำการสืบสวนหาที่ลำเลียงจนสามารถจับกุมได้ครับ

ตามนโยบายของรัฐบาลเน้นแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งระบบด้วยการสืบสวนขยายผลและวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเครือข่ายของนักค้ายาเสพติด อย่างรู้เท่าทัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง – กลางทาง – ปลายทาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., จึงสั่งการให้มีการสืบ สวนสอบสวนขยายผลจากกรณีจับกุมยาเสพติดรายสำคัญทุกราย รวมถึงวิเคราะห์ความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้ผลิต นำเข้า ผู้ลำเลียง ผู้จัดเก็บ ผู้จำหน่าย และสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้ามาถึงพื้นที่ตอนในของประเทศ

ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1, และพล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1, บช.ปส. โดย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผบช.ปส. และ พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบช.ปส., ขกท. โดย พล.ต.ธีรนันท์ นันทขว้าง ผบ.ขกท., ขกท.ศปก.นสศ. โดย พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ศปก.นสศ., ภ.จว.สระบุรีโดย พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์, ผบก. ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก. สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ศอ.ปส.ภ.1 ชุดที่ 2 และ พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ. พระพุทธบาท /บก.สส.ภ.1 โดย พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1 โดย นายทิพเมษฐ์ สังขะวรรณะ ผอ.ปปส.ภาค 1 และว่าที่ร้อยตรีอากาศ ปานแย้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และจังหวัดสระบุรีโดย นายบัญชา เชาวรินทร์ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทุกนายในสังกัดบูรณาการร่วมกันสืบสวนจับกุมบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด

พฤติการณ์ในการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 และเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้สืบสวนขยายผล จากการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวนหลายคดี จนนำไปสู่การจับกุมนักค้ายาเสพติด รวมไปถึงทีมลำเลียงยาเสพติดได้จำนวนมาก และจากประสานข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญกับ ภ.จว.บึงกาฬทำให้ทราบว่ามีนายมณเฑียร หรือต๋อง, น.ส.ชนันธิดา หรือเค้ก และนายไชยรัตน์หรือกบ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สระบุรีนั้น มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียง ยาเสพติดจากบริเวณภาคอีสานตอนบนลงมายังพื้นที่ภาคกลาง โดยจะมีรถสำรวจเส้นทางขับนำหน้ารถขนยาเสพติด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราโดยได้รับคำสั่งให้สืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้า พระลาน ยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท

ต่อมาในวันที่ 6 สิงหาคม 2568 จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดได้เดินทางไปรับยาเสพติดบริเวณภาคอีสานตอนบน โดยจะใช้รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ มิวเอ็กซ์สีดำ เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ภาคกลาง และมีรถเก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ แอทราจ สีแดง เป็นรถคอยสังเกตการ์ด่านตรวจ โดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 3334 ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.พระพุทธบาท จึงประสานให้ สภ.พระพุทธบาท ตั้งจุดสกัดรถลำเลียงยาเสพติดที่บริเวณ
หน่วยบริการประชาชน ต.ธารเกษม ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่เหลือ ได้วางกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์ตามเส้นทางหลักและรอง เพื่อจะสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้

และเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ วันที่ 6 สิงหาคม 2568 นายมณเฑียรฯ และ น.ส. ชนันธิดาฯ ได้ขับรถลำเลียงยาเสพติดมาถึงจุดสกัดของ สภ.พระพุทธบาท เจ้าหน้าที่ชุด
จับกุมจึงเรียกให้หยุดและแสดงตนเข้าตรวจ ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง จำนวน 5 ใบ วางอยู่บริเวณเบาะด้านหลังคนขับ และสามารถติด ตามไปจับกุมนายไชยรัตน์ฯ ที่ขับรถนำสำรวจเส้นทาง ซึ่งอยู่ห่างจากรถขนยาเสพติดประมาณ 3 กม. อีก 1 ราย ได้ทันที

โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางดังนี้

  1. ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง จำนวน 5 ใบ โดยกระเป๋าแต่ละใบบรรจุยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด รวมจำนวนยาบ้าทั้งหมด 2,000,000 เม็ด
  2. ผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำผิด จำนวน 3 ราย
    2.1) นายมณเฑียร หรือต๋อง (ขับรถขนยาเสพติด)
    2.2) น.ส.ชนันธิดา หรือเค้ก (โดยสารมาด้วยกันกับรถขนยาเสพติด)
    2.3) นายไชยรัตน์ หรือกบ (ขับรถนำสำรวจเส้นทาง)
  3. รถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิด จำนวน 2 คัน
    3.1) รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีดำ จำนวน 1 คัน
    3.2) รถเก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ แอทราจ สีแดง จำนวน 1 คัน

โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป เหตุเกิดที่บริเวณริมถนนพระพุทธบาทเขาสูง ม.๒ ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ต่อเนื่องบริเวณริมถนนสาธารณะ ม.๘ ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 16.30 น

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาท) และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดโดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่าย
ยาเสพติดต่อไป

ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน หากพบบุคคล รถต้องสงสัย หรือมีข้อมูลการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดสามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจที่ท่านสะดวก หรือ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไปจับกุมและบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้กระทำผิดมาโดยตลอด


ผบก.อก.ภ.1 นำทีม ออกตรวจประเมินโครงการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 พื้นที่ ภ.จว.สมุทรปราการ เพื่อดูแลความเรียบร้อยของประชาชน

ผบก.อก.ภ.1 นำทีม บก.อก.ภ.1 ออกตรวจประเมินโครงการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191พื้นที่ ภ.จว.สมุทรปราการเพื่อดูแลความเรียบร้อยของประชาชน

วันที่ 8 ส.ค.68 เวลา 10.00 น. นำโดย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1, พ.ต.อ. โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.อก.ภ.1, พ.ต.อ.ฉัตรชัย จันอ้น ผกก.ฝอ.6 บก.อก.ภ.1 พร้อมคณะตรวจฯ ได้เดินทางตรวจประเมินศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ภ.จว.สมุทรปราการ ตามแผนละกรอบระยะเวลาที่ ตร. กำหนด พบ พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาด รอง ผบก.ภ.จว.สมุทร ปราการ, พ.ต.ท.ปริยพล แสนเสน สว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 และเจ้าหน้าที่ รอรับการตรวจประเมิน จากคณะตรวจฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหตุการณ์ปกติ

ประโยชน์ของการรับแจ้งเหตุตำรวจ 191 มีหลายด้าน ทั้งต่อประชาชนและต่อการทำงานของตำรวจดังนี้

  1. เพื่อความปลอดภัยและช่วยเหลือเร่งด่วนประชาชนสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทันที เช่น เหตุทะเลาะวิวาท, ลักทรัพย์, อุบัติเหตุ, เหตุเพลิงไหม้, การพบวัตถุต้องสงสัยทำ ให้ตำรวจสามารถจัดกำลังเข้าช่วยเหลือหรือระงับเหตุได้รวดเร็ว ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  2. เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารที่ง่ายและจำง่ายเบอร์ 191 เป็นหมายเลขกลางที่ประชาชนจำได้ง่าย ใช้ได้ทั่วประเทศไม่ต้องค้นหาหมายเลขสถานีตำรวจเฉพาะพื้นที่
  3. การประสานงานอย่างเป็นระบบ ศูนย์รับแจ้งเหตุ191มีระบบบันทึกข้อมูล, ระบุตำแหน่งและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจจราจร, สืบสวน, สายตรวจ, หน่วยกู้ ภัยช่วยให้การทำงานเป็นขั้นตอนและไม่ซ้ำซ้อน
  4. เก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนป้องกันอาชญากรรมข้อมูลการแจ้งเหตุจาก 191 สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อดูพื้นที่เสี่ยง, ช่วงเวลาที่เกิดเหตุบ่อย และวาง แผนป้องกันในอนาคต
  5. เพิ่มความมั่นใจและสร้างความอุ่นใจให้ประชาชนทำให้ประชาชนรู้ว่ามีช่องทางขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมงสร้างความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยของรัฐ

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ฯ พร้อมคณะตรวจฯ ลงพื้นที่ตรวจประเมินศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191

วันที่ 7 ส.ค.68 นำโดย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1, พ.ต.อ.ฉัตรชัย จันอ้น ผกก.ฝอ.6 บก.อก.ภ.1 พร้อมคณะตรวจฯ ได้เดินทางตรวจประเมินศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191

  • ภ.จว.ปทุมธานี พบ พ.ต.อ.ชุมวร ชมะทัต รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ช่วยราชการ ภ.จว. ปทุมธานี พ.ต.ต.ชิต จันท่าม่วงสว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191
  • ภ.จว.นนทบุรี พบ พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.จิรายุส วานิชกูล ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ รองผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.ท.จิรัตน์เดช ภุมรินทร์ สว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 และเจ้าหน้าที่ รอรับการตรวจประเมิน จากคณะตรวจฯ ตามแผนละกรอบระยะเวลาที่ ตร. กำหนด เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ประชาสัมพันธ์ ภารกิจตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 เรื่อง

ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ประชาสัมพันธ์ ภารกิจตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 เรื่อง

วันที่ 6 ส.ค. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 เรื่อง คือ

1.) ตรวจเยี่ยมสายตรวจ ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันที่ 5 ส.ค. 68 พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยมสายตรวจ สภ.บ้านขล้อ, สภ.บางปะหัน, สภ.เสนา และ สภ.บางปะอิน แนะแนวทางในการปฏิบัติงาน กำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายของ ตร. และ ภ.1 โดยเคร่งครัด พร้อมมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

  1. สภ.บ้านขล้อ มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย 1 คดี, เลี้ยงอาหารกลางวันแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และชมการสาธิตฝึกทบทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยมี พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.ท.ฐิติวัฒน์ ท้าวไทยชนะ สว.สภ.บ้านขล้อ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.บ้านขล้อ
  2. สภ.บางปะหัน มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย 1 คดี และชมการสาธิตฝึกทบ ทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยมี พ.ต.อ.ประเดิม จิตวัฒนาภิรมย์ ผกก.สภ.บางปะหัน, พ.ต.ท.พงษ์อนันต์ ยิ้มมิ่ง รอง ผกก.ป.ฯ, เครือข่ายภาคประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.บางปะหัน
  3. สภ.เสนา มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย 1 คดี นำวัตถุดิบมาสนับสนุนตาม “โครงการอาหารกลางวันสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1” โดยมี พ.ต.ท.อชิตพันธ์ วรรณาพันธ์ รอง ผกก.ป.สภ.เสนา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.เสนา
  4. สภ.บางปะอิน มอบรางวัลให้แก่สายตรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย 6 คดี และชมการสาธิตฝึกทบ ทวนการระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยมี พ.ต.ท.ชาติ แสวงวงค์ รอง ผกก.ป.สภ.บางปะอิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.บางปะอิน

2.) สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี

ช่วยเหลือประชาชน ตำรวจมองด้วยความห่วงใย รถเสีย ด้วยเหตุยาง หรือแบต ระบบน้ำมัน ตำรวจทุกพื้นที่ขออาสาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เบื้องต้นให้ก่อนนะครับ

3.) สภ.ชัยบาดาล ภ.จว.ลพบุรี

จิตอาสาพัฒนา ทั้งปลูกป่า ทำความสะอาด การจราจร ทุกอย่างที่ทำ เพื่อความสุข ความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน

ฝ่ายอำนวยการ5 #ตำรวจภูธรภาค1 #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ #จิตอาสาพัฒนา

Cr.#ตำรวจทำดี


พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1

สศก. เคาะตัวเลข GDP เกษตรไตรมาส 2 น้ำดี-อากาศหนุน ดันผลผลิตพืชสำคัญเพิ่ม ส่งผล GDP เกษตรพุ่ง 5.5%

สศก. เคาะตัวเลข GDP เกษตรไตรมาส 2 น้ำดี-อากาศหนุน ดันผลผลิตพืชสำคัญเพิ่ม ส่งผล GDP เกษตรพุ่ง 5.5%

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ปี 2568 (เมษายน-มิถุนายน) ขยายตัวถึงร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับ สนุนจากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นปี 2568 ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำตามธรรมชาติมีเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้ง ประกอบกับสภาพอากาศโดยทั่วไปเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของพืชผล เกษตร กร จึงมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกในพื้นที่ที่เคยปล่อยว่าง รวมทั้งมีการบำรุงดูแลและเฝ้าระวังโรคมากขึ้น ส่งผลให้สาขาพืชซึ่งเป็นสาขาการผลิตหลักขยายตัวได้ดี และส่งผลบวกต่อเนื่องไปยังสาขาบริการทางการเกษตร ขณะที่สาขาประมงและสาขาป่าไม้ขยายตัวจากความต้อง การของตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่วนสาขาปศุสัตว์มีทิศทางหดตัว

สำหรับรายละเอียดการผลิตในแต่ละสาขา มีดังนี้

  • สาขาพืช ขยายตัวร้อยละ 7.9 เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงปลายปี 2567 เอื้ออำนวยต่อการผลิตพืชหลายชนิด โดยเฉพาะไม้ผลที่มีการออกดอกติดผลได้ดี ประกอบกับช่วงต้นปีถึงเดือนพฤษภาคม 2568 มีปริมาณฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ทำให้พืชหลายชนิดเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น สินค้าพืชที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปรัง เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติมีเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกและการเจริญเติบโตของต้นข้าว เกษตรกรจึงขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นทั้งในและนอกเขตชลประทาน บางพื้นที่มีการปลูกข้าวนาปรังถึง 2 รอบ ประกอบกับราคาข้าวในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ดี จูงใจให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยและบำรุงรักษามากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น สับปะรดปัตตาเวีย ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยและมีปริมาณน้ำฝนเพียงพอต่อการเพาะปลูก ทำให้ต้นสับปะรดมีความสมบูรณ์ สามารถบังคับให้ออกผลได้มากกว่าปีที่ผ่านมา อีกทั้งไม่ประสบปัญหาภัยแล้งหรือฝนทิ้งช่วงอย่างที่เกิดขึ้นในปีก่อนหน้า ส่งผลให้พื้นที่เก็บเกี่ยวและผลผลิตรวมทั้งประเทศเพิ่มขึ้น ปาล์มน้ำมัน ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาปาล์มในปี 2565 อยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกแทนยางพารา พื้นที่นา และพื้นที่รกร้าง ซึ่งเริ่มให้ผลผลิตในปี 2568 เป็นปีแรก ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 ทำให้ต้นปาล์มสมบูรณ์ มีการออกทะลายเพิ่มขึ้นและมีน้ำหนักมากขึ้น ลำไย ทุเรียน มังคุด และเงาะ เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคตะวันออก เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการออกดอกติดผล ไม่ร้อนและแห้งแล้งเหมือนปีที่ผ่านมา ราคาที่อยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่องหลายปี จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่และดูแลรักษาเป็นอย่างดี ประกอบกับในปีที่ผ่านมาไม้ผลส่วนใหญ่ให้ผลผลิตน้อย ทำให้มีการพักต้นสะสมอาหาร ส่งผลให้ปีนี้มีความสมบูรณ์และให้ผลผลิตได้มากขึ้น สินค้าพืชที่มีผลผลิตลดลง ได้แก่ มันสำปะหลัง ผลผลิตลดลงจากผลกระทบของการระบาดของโรคใบด่าง มันสำปะหลังในแหล่งเพาะปลูกหลักทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับฝนที่มาล่าช้าในช่วงเริ่มต้นฤดูเพาะปลูก และฝนที่ตกชุกในช่วงการสะสมอาหาร ส่งผลให้หัวมันสำปะหลังได้รับความเสียหาย อ้อยโรงงาน ผลผลิตลดลง เนื่องจากต้นอ้อยมีการเติบโตได้ดีจากปริมาณฝนในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ทำให้ผลผลิตส่วนใหญ่ถูกเก็บเกี่ยวไปแล้วในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 ส่งผลให้การเก็บเกี่ยวผลผลิตในไตรมาส 2 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ยางพารา ผลผลิตลดลง เนื่องจากจำนวนวันกรีดลดลงจากการดำเนินมาตรการขอความร่วมมือเลื่อนฤดูเปิดกรีดยางออกไป 1 เดือน ของภาครัฐ นอกจากนี้ เกษตรกรในภาคใต้และภาคตะวันออกมีการตัดโค่นต้นยางอายุมากที่ให้ผลผลิตน้อย เพื่อปรับเปลี่ยนไปปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้นชนิดอื่น
  • สาขาปศุสัตว์ หดตัวร้อยละ 0.9 โดยสุกรและไข่ไก่ มีผลผลิตลดลงจากการดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคาของภาครัฐ โดยมีการปรับลดแม่พันธุ์สุกรภายในประเทศ และการขอความร่วมมือให้เกษตรกรปลดแม่ไก่ยืนกรงตามอายุที่เหมาะสมเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ทำให้ปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดลดลง อย่างไรก็ตาม ปริมาณไข่ไก่ยังคงเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ไก่เนื้อและน้ำนมดิบ มีการผลิตเพิ่มขึ้นตามความต้องการบริโภคในประเทศและการส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่เกษตรกรมีการปรับปรุงการบริหารจัดการฟาร์มและนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ประกอบกับภาครัฐมีการเฝ้าระวังโรคระบาดอย่างต่อเนื่อง
  • สาขาประมง ขยายตัวร้อยละ 1.3 โดยกุ้งขาวแวนนาไม ซึ่งเป็นสินค้าหลักในสาขานี้ มีผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคากุ้งมีแนวโน้มสูงขึ้น จูงใจให้เกษตรกรปรับเพิ่มปริมาณการปล่อยลูกกุ้ง ประกอบกับมีการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี ทำให้กุ้งมีอัตราการรอดสูง ส่วนปลานิล ปลาดุก และสัตว์น้ำที่นำขึ้นท่าเทียบเรือ ผลผลิตลดลง เนื่องจากราคาอาหารสัตว์น้ำซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตหลักยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทำให้เกษตรกรปรับลดปริมาณการปล่อยลูกพันธุ์ปลา ขณะที่การทำประมงทะเล ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน และต้นทุนด้านน้ำมันเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ประกอบการประมงมีการออกเรือจับสัตว์น้ำลดลง
  • สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัวร้อยละ 2.8 เป็นผลสืบเนื่องจากการขยายตัวในสาขาพืช โดยเกษตรกร มีการขยายเนื้อที่เพาะปลูกในพื้นที่ที่เคยปล่อยว่าง ส่งผลให้ภาพรวมกิจกรรมการจ้างบริการทางการเกษตรเพื่อเตรียมดินและการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่สำคัญเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และสับปะรดปัตตาเวีย
  • สาขาป่าไม้ ขยายตัวร้อยละ 0.6 โดยผลผลิตไม้ยูคาลิปตัส ถ่านไม้ และรังนก เพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้ภายในประเทศและตลาดต่างประเทศที่ขยายตัว ขณะที่ไม้ยางพาราลดลงตามพื้นที่เป้าหมายการตัดโค่นสวนยางพาราเก่าของการยางแห่งประเทศไทย และความต้องการนำเข้าของจีนสำหรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ที่ลดลง ส่วนครั่ง ผลผลิตลดลงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของครั่ง

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรทั้งปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 2.0–3.0 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณฝนที่มากขึ้นและตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติมีเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกตลอดปี ประกอบกับมีการดำเนินนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร รวมทั้งการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง อาทิ การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและยกระดับสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน การเฝ้าระวังโรคระบาดในพืชและสัตว์ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ราคาปัจจัยการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดมีทิศทางลดลง รวมถึงปัจจัยภายนอก อาทิ ความขัดแย้งและสงครามการค้าระหว่างประเทศมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้น และนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา อาจทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญชะลอตัวลง ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทย และส่งผลต่อเนื่องมายังปริมาณการผลิตและราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศ


ที่มา: กองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (ประมาณการ ณ เดือนมิถุนายน 2568)

ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์ ข้อมูล : กองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ม.อ.จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการพัฒนาสุขภาวะที่ดีของผู้สูงวัย นำการวิจัยวัดผลในมิติสุขภาพ

ม.อ.จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการพัฒนาสุขภาวะที่ดีของผู้สูงวัย นำการวิจัยวัดผลในมิติสุขภาพ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ศูนย์ วิจัยเพื่อสุขภาพและการดูแลต่อเนื่องคณะพยาบาลศาสตร์ (ม.อ.),ศูนย์ส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุคณะพยาบาลศาสตร์ (ม.อ.) ได้จัดกิจกรรม “การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านสุขภาวะแก่ผู้สูงวัยและเยาวชน“ โดย มีสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ให้การสนับสนุน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลัพณา กิจรุ่งโรจน์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์, รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจน์สุนภัส บาลทิพย์, รองคณบดีฝ่ายวิจัยพันธกิจสังคมและกิจการนานาชาติ, รองศาสตราจารย์ ดร.ประณีต ส่งวัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสุขภาพและการดูแลต่อเนื่องคณะพยาบาลศาสตร์, ดร.วศินี สมศิริ หัวหน้าหน่วยวิจัยพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัยแบบยั่งยืน และนางระเบียบ จิตเกื้อ ประธานศูนย์ส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุคณะพยาบาลศาสตร์ เข้าร่วมกิจกรรม ณ อาคาร ดวงดี สังโยบล คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้สูงวัยโดยการใช้เทคโน โลยีและนวัตกรรมโดรน ในรูปแบบ Simulation Program มีการพัฒนาและประยุกต์ใช้กับผู้สูงอายุในรูปแบบใหม่ เพื่อฝึกการใช้ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะ การคิดวิเคราะห์ และส่งเสริมสุขภาพ ผ่านกิจกรรมที่ให้ความเพลิดเพลิน การเรียนรู้พื้นฐาน การประยุกต์ใช้โดรนในกิจกรรมออกกำลังกาย อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลัพณา กิจรุ่งโรจน์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ กล่าวว่าโครงการฯนี้ ได้รับโจทย์การขับเคลื่อนด้านการมีสุขภาพที่ดีของผู้สูงวัยในสังคม ดังนั้นจึงได้เกิดเครือข่ายจาก มหาวิทยาลัย และชุมชนรวมถึงภาคเอกชนร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่เป็น ประโยชน์ นวัตกรรมเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้เกิดการลดรอยต่อ ในการเรียนรู้ระหว่างวัย ให้รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมกล่าวขอบ คุณ (วช.) และหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐ และเอกชนที่ให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุ โดยในปัจจุบันพบผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวข้อต่อ มือ นิ้ว มากขึ้นอันเกิดการที่ไม่มีกิจกรรมที่เหมาะสมกระตุ้นให้มีการใช้กล้ามเนื้อ และที่สำคัญคือในด้านจิตใจ การที่ผู้สูงวัยมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันกับลูกหลานทำให้ลดช่องว่างระหว่างวัยได้ ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจะสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสการเรียนรู้ สัมผัสเทคโน โลยี และนวัตกรรมใหม่ ทั้งยังส่งเสริมสุขภาวะให้กับผู้สูงอายุในชุมชน ผ่านกิจกรรมร่วมกันทำให้ลดช่องว่างระหว่างวัยได้เป็นอย่างดี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน