กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงการดูแลด้านสิทธิกำลังพล

          
จากกรณีได้มีการร้องเรียนผ่านเว็ปเพจ ร่วมด้วยช่วย 3 จังหวัดชายแดนใต้ ระบุว่า มีความพยายามเบียดบังสิทธิกำลังพลเรื่องค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเสบียงสนามของหน่วยในพื้นที่ จังหวัดสงขลานั้น

          จากกรณีดังกล่าว ล่าสุด (วันนี้ 3 ต.ค.62 เวลา 09.00 น.) พันเอก วัชรกร อ้นเงิน ผู้ช่วยโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ภายหลังทราบเหตุ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยเบื้องต้นอาจเป็นการเข้าใจผิดของกำลังพลบางนาย ซึ่งผลการตรวจสอบสรุปได้ดังนี้

  1. จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านไม่พบข้อพิรุธใดๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บังคับหน่วยที่ส่อไปในทางทุจริตหรือเบียดบังสิทธิกำลังพลดังที่ปรากฏการร้องเรียนผ่านเว็ปเพจดังกล่าวแต่อย่างใด
  2. การจ่ายเงินค่าเสบียงสนามเป็นไปตามงบประมาณที่ได้รับการสั่งจ่ายตามห้วงเวลาตั้งแต่ มี.ค. – พ.ค.62 และในส่วนที่เหลือตั้งแต่ มิ.ย. – ก.ย.62 เพิ่งได้รับเมื่อ 1 ต.ค.62 ที่ผ่านมา โดยหน่วยจะเร่งรัดจ่ายให้กำลังพลทุกนายตามสิทธิโดยเร็วที่สุด สำหรับค่าเดินทางเป็นการจ่ายเหมาตามเกณฑ์ระยะทางเฉลี่ยคนละ 840 บาท ได้มีการแจกจ่ายให้กำลังพลทุกนายเรียบร้อยแล้ว
  3. ด้านการบรรจุกำลังพลลงมาปฏิบัติงานในพื้นที่ ตรวจสอบแล้วเป็นไปตามนโยบายการบรรจุกำลังพลปฏิบัติราชการสนาม ปัจจุบันอยู่ในห้วงการสับเปลี่ยนกำลังโดยจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ( 7 ต.ค.62 ) ทั้งนี้กำลังพลจะหมุนเวียนลาพักตามวงรอบให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ต่อไป

          ทั้งนี้ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิและสวัสดิการกำลังพลโดยได้ให้นโยบายกับหน่วยทุกระดับในการดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการกำลังพลอย่างดีที่สุด หากกำลังพลไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวสามารถร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้เป็นไปตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้ พร้อมกับได้กำชับให้ทุกหน่วยได้สร้างความเข้าใจกับกำลังพลทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นประเด็นปัญหาที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับกองทัพในลักษณะเช่นนี้อีก

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

จับหัวโจก BRN ผู้สั่งการ ดักบึ้ม อส.ดับ 2 ที่ปัตตานี รับหนีคดี-มีค่าหัว 3แสน

รวบแกนนำบีอาร์เอ็น สั่งการลอบวางบึ้ม อส.ดับ 2 ที่ปัตตานี พบมีหมายจับคดีความมั่นคง 2 หมายมีค่าหัว 3 แสนหลบหนีมานาน 14 ปี ส่งตัวเข้ากระบวนการซักถาม รับสิ้นไส้สาบานร่วมขบวนการมานาน

         เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ต.ต.สิริวิชญ์ ชาญเตชะสิทธิ์กุล ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 และสำนักงานข่าวกรอง กอ.รมน.ภาค 4 สน.จับกุมนายมะหะมะรอมือลี สาแม แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ตามหมายจับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้อหากบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร หลังจากหลบหนีหมายจับมานาน 14 ปี

          ทั้งนี้ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด และซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครคุ้มครอง ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ขณะที่กำลังดูแลความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านควนปะ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 4 นาย จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบโทรศัพท์ที่คาดว่าเป็นของคนร้ายตกอยู่ เมื่อตรวจสอบพบว่าหมายเลขดังกล่าว มีชื่อผู้จดทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์เป็นเยาวชนในพื้นที่ อ.ควนโดน จ.สตูล จึงเชิญตัวมาให้ข้อมูล จนทราบว่านายมะหะมะรอมือลี สาแม ครูสอนศาสนาโรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ อ.ควนกาหลง จ.สตูล เป็นผู้ใช้ให้เปิดซิมการ์ดโทรศัพท์

          ต่อมาจึงมีการเชิญตัว นายมะหะมะรอมือลี สาแม เข้าให้ข้อมูล และจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หมายจับศาลอาญา ที่ 87/2548 ลงวันที่ 7 มกราคม 2548 มี รางวัลนำจับ 300,000 บาท และหมายจับตาม พ.ร.ก.ศาลจังหวัดปัตตานี ที่ ฉฉ.130/62 ลงวันที่ 20 กันยายน 2562 จึงเชิญตัวไปซักถามที่หน่วยข่าวกรองทหารส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

          สำหรับผลการซักถาม นายมะหะมะรอมือลี รับสารภาพว่า เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงผ่านการสาบานตนในปี 2526 ขณะเรียนที่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา ต่อมาได้รับแต่งตั้งจากอุสตาสพา มอบหมายให้เป็นหัวหน้าดาแอเราะห์ หรือผู้รับผิดชอบในเขตพื้นที่ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ ต.ลิดล , ต.พร่อน, ต.ลำใหม่, ต.ยะลา และ ต.ลำพะยา จ.ยะลา หลังจากมีหมายจับจึงหลบหนีไปตามพื้นที่ต่างๆ จนมาเป็นครูสอนศาสนาที่โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์

          นอกจากนี้ ในส่วนของเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดอาสาสมัครชุดคุ้มครอง ต.นาประดู่ เสียชีวิต 2 ศพ เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ทางนายมะหะมะรอมือลี สาแม รับสารภาพด้วยว่า ได้สั่งให้เยาวชนซึ่งเป็นนักเรียนในโรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ ที่ตนสอนอยู่ ไปซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์ 2 ซิม หมายเลขตรงกับโทรศัพท์ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยได้มอบซิมการ์ดโทรศัพท์ให้นายฟาอิส หรือนายรุสลัน โต๊ะบีลา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาพลศึกษา และเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าว นำไปก่อเหตุและหลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป

         เวลา 15.00 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดในพื้นที่บ้านกูแย หมู่ 2 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ภายหลัง ร.ต.ท.ยชอนันท์ วุฒิ รอง สว.(สอบสวน) สภ.กรงปินัง ได้รับแจ้ง จึงนำกำลังร่วมกับทหาร และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบเหตุ โดยพบจักรยานยนต์ล้มคว่ำ ส่วนผู้ถูกยิง มีผู้นำส่ง รพ.กรงปินัง ไปแล้ว ทราบชื่อคือ นางมือละ เจ๊ะโซ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ต.สะเอะ อ.กรงปินัง โดยพบว่าถูกยิงที่ลำตัว 5 นัด อาการสาหัส ได้มีการส่งต่อให้ รพ.ศูนย์ยะลา ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ : แนวหน้า

อีกแล้ว ใช้ไทยเป็นทางผ่าน !! ศุลากรแหลมฉบัง จับ เมล็ดฝิ่น 170 ตัน ส่งปลายทางพม่า มูลค่า กว่า 25 ล้านบาท

https://youtu.be/oKCTtZUrqDw

          เมื่อเวลา 10.00 น. ( 4 ต.ค.62 )ที่ศูนย์ ศูนย์เอกซเรย์ ศุลกากรแหลมฉบัง ตั้งอยู่ภาย ในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร ได้เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว จับกุมสินค้าผ่านแดน “เมล็ดฝิ่น” น้ำหนัก 170 ตัน มูลค่าของกลางกว่า 25 ล้านบาท ซึ่งสินค้าเมล็ดฝิ่นที่ตรวจพบมีสารเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 พร้อมด้วยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองบัญชา การตำรวจยาเสพติด (บช.ปส.) ด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง ด่านอาหารและยาท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือแหลมฉบัง

         นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ตามที่กรมศุลกากร มีนโยบายในการปราบปรามสินค้านำเข้า-ส่งออก และผ่านแดน หลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อจำกัด การกระทำผิดกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จึงได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจยาเสพติด (บช.ปส.) ด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง ด่านอาหารและยาท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจสอบตู้สินค้าผ่านแดน ตามใบขนสินค้าผ่านแดน จำนวน 6 ตู้คอนเทน เนอร์ สำแดงชนิดสินค้าเป็น WHITE POPPY SEEDS ปริมาณ 6,799 กระสอบ น้ำหนักโดยประมาณ 169,800 กิโลกรัม ประกอบใบแจ้งการนำผ่านตาม พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (แบบ พ.ก. 5-1) สำแดงสินค้านำผ่านเป็น เมล็ดควินัว (Quinoa seed) โดยมีประเทศกำเนิดอัฟกานิสถาน ต้นทางบรรทุกจากประเทศปากีสถาน ผ่านแดนประเทศไทย (ท่าเรือแหลมฉบัง-ด่านแม่สอด) ปลายทางประเทศพม่า

          โดยจากการเอกซเรย์ตรวจพบสินค้ามีลักษณะเป็นเมล็ดพืชสีขาว โดยมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าสินค้าอาจเป็นของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าศุลกากร จึงได้แจ้งกักสินค้าไว้ และทำการชักตัวอย่างให้สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. และด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจสอบของด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง พบสินค้าดังกล่าว ไม่ใช่เมล็ดควินัว ดังนั้นใบรับรองสุขอนามัยพืชที่กำกับมากับสินค้าจึงระบุชื่อวิทยาศาสตร์ไม่ถูกต้อง ในกรณีนี้ผู้ขอนำของผ่านแดนสำแดงชนิดสินค้าไม่ถูกต้องในแบบ พ.ก. 5-1 ตาม พ.ร.บ. กักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และผลการตรวจของสถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. พบชนิดสินค้าเป็น “เมล็ดฝิ่น” มีสารกลุ่ม Volatile เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งในกรณีผ่านแดนต้องมีใบอนุญาตของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออกนั้นมาพร้อมกับยาเสพติดและต้องแสดงใบอนุญาตดังกล่าวต่อพนักงานศุลกากร ทั้งนี้ ผู้ขอนำของผ่านแดนไม่ได้แสดงใบอนุญาตดังกล่าวต่อพนักงานศุลกากรแต่อย่างใด ซึ่งสินค้าของกลางที่จับกุมได้ในครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท

          สำหรับสินค้าเมล็ดฝิ่นดังกล่าว เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ถือเป็นการยื่น หรือยอมให้ผู้อื่นยื่นใบขนสินค้าเอกสารหรือข้อมูล ซึ่งเกี่ยวกับการเสียอากรหรือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติไม่ถูกต้องหรือไม่บริบูรณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดอันเกี่ยวกับของนั้น อันเป็นความผิดตามมาตรา 202 มาตรา 244 และมาตรา 252 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดสินค้าของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักข่าวความมั่นคง

นครแหลมฉบัง พร้อมจัดกีฬานักเรียน อปท แห่งประเทศไทย ภาคตะวันออก

เทศบาลนครแหลมฉบัง จ.ชลบุรี พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 37 รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออก ในระหว่างวันที่ 18-27 ตุลาคม 2562 โดยใช้ชื่อว่า “แหลมฉบังเกมส์” มีมัสคอตเป็นหมึกกล้วย ชื่อว่า “โชคดี”

          เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.วันนี้ ( 4 ต.ค. ) นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี แถลงความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 37 รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออก หรือแหลมฉบังเกมส์ ในระหว่างวันที่ 18-27 ตุลาคม 2562 โดยมีตัวแทนนักกีฬาจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเข้าร่วมแถลงข่าวและจับฉลากแบ่งสายการแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก ที่ห้องประชุมเมืองท่า เทศบาลนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

         สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี พัฒนาศักยภาพของนักกีฬาสังกัด อปท.ให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ กล้าแสดงออก ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการออกกำลังกาย และห่างไกลยาเสพติด การแข่งขันในครั้งนี้แบ่งเป็นรุ่นอายุ 12, 14, 16 และ 18 ปี ชายหญิง แบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ฟุตบอล, ฟุตซอล, วอลเล่ย์บอลในร่ม, เปตอง, วอลเล่ย์บอลชายหาด, เซปักตะกร้อ, แบดมินตัน, เทเบิลเทนนิส, หมากรุกไทย และหมากฮอสไทย จะมีเจ้าหน้าที่ และนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้มากกว่า 5,000 คน

          สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ใช้ชื่อการแข่งขันว่า “แหลมฉบังเกมส์” มีตัวมัสคอตเป็นหมึกกล้วย ชื่อว่า “โชคดี” ซึ่งเป็นอาหารทะเลขึ้นชื่อของชาวแหลมฉบัง ที่นักท่องเที่ยวจะต้องซื้อกลับเป็นของฝากให้กับญาติสนิทมิตรสหายทั่วไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักข่าวความมั่นคง

มุกดาหาร # “แถลงข่าว”ตร.สภ.ดอนตาล ร่วม ทพ.2110 ผลการปฏิบัติการจับกุม การลักลอบค้ายานรก 30,186 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์

https://youtu.be/hJO7nvBXOMY

แถลงข่าว ผลการปฏิบัติการจับกุมการลักลอบค้ายาเสพติด ยาบ้า ของสถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนตาล ผู้ต้องหา 2 คน ยาบ้าจำนวน 30,186 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลาง

         เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น สถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนตาล โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.อลงกรณ์ เสนีย์รณฤทธิ์ ผกก.สภ.ดอนตาล, พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.ฉก.ทพ.21, นายยุคล กาญจนศิริพงษ์ นายอำเภอดอนตาล ได้สั่งการให้ ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 2110, มว.ตชด.2342 และฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจค้นจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่อำเภอดอนตาล ได้ของกลาง จำนวน 15 มัด รวม 30,186 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์ Yamaha MT-07 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิดที่บริเวณ ข้างร้านไข่มุกวัสดุก่อสร้าง บ้านนาโพธิ์ ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร พิกัด VD 871079

          สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 13.00 น หลังจากเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนหาข่าวและรับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบซื้อขายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า ที่บริเวณ ข้างร้านไข่มุกวัสดุก่อสร้าง บ.นาโพธิ์ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร โดยใช้รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง มว.ตชด.2342 และทหารพรานที่ 2110 ร่วมกันวางแผนจับกุม ดักซุ่มบริเวณโดยรอบร้านไข่มุกวัสดุก่อสร้าง จนกระทั่งพบชายสองคนขับรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าว ขับมาจอดข้างร้านไข่มุกวัสดุก่อสร้าง

          เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ภายในตัวทั้งสองคนไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด ตรวจบริเวณใต้เบาะรถจักรยานยนต์พบ ยาบ้าจำนวน 15 มัด เจ้าหน้าที่สอบถามทั้งสอง ชื่อ นายโยเซฟ จันทร์ดำ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219 ม.8 บ.โนนสมบูรณ์ ต.สวาท อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร และนายศิรวิทย์ อบทอง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 ม.1 บ้านเลิงเก่า ต.สวาท อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้ง 2 คนไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย จากผลการตรวจปัสสาวะผลเป็นบวกทั้งสองคน และตรวจนับยาบ้าได้ จำนวน 30,186 เม็ด ( สีแดง 29,886 เม็ด, สีเขียว 300 เม็ด ) เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งสองคนพร้อมของกลางยาบ้า และรถจักรยานยนต์ของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อสอบสวนขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.จ.ขอนแก่น ร่วมประชุมแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง PM 2.5 PM 10 และ O3 จังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2563

กอ.รมน.จ.ขอนแก่น ร่วมประชุมแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง PM 2.5 PM 10 และ O3 จังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2563

         วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 4 ต.ค.62 เวลา 10.00 น.: พ.ท.สมเกียรติ เยี่ยมอ่อน รอง หน.กลุ่มงานกิจการมวลชนฯ เป็นผู้แทนร่วมประชุม คณะทำงานแก้ไขและตอบโต้ ปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง PM 2.5 PM 10 และ O3 จังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2563

          โดยมี นาย สุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุม ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย คณะทำงานแก้ไขและตอบโต้ ปัญหามลพิษทางอากาศฯ และ หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชน ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม เสียงแคน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ขอนแก่น

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับ​ พมจ. ประจวบฯ​ และมูลนิธิพระราหู พร้อมส่วนราชการ ภาคเอกชนร่วมพบปะให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่

กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับ​ พมจ. ประจวบฯ​ และมูลนิธิพระราหู พร้อมส่วนราชการภาคเอกชนร่วมพบปะให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่หรือปรับปรุงบ้านที่ทรุดโทรม

         เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 เวลา 11.00 น.ถึง 11.30 น.​ : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุุล รองผอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​ พร้อมด้วย​ พ.อ.สมพงษ์ อารีพงษ์ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผน และการข่าว กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์​,พ.อ.อิทธิกร ศิริวัลย์ หัวหน้าฝ่ายนโยบาย และแผน กอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​, นางอำนวยนาถ เอียดสกุล ผู้แทน พัฒนาชุมชนจ.ประจวบ คีรีขันธ์, นางเบญจมาศ ขำเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านนิคม, ร.ท.รัตนชัย ขอสืบ ผู้แทน ฉก.จงอางศึก, นายพิชิต สันติเมธากุล อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์​ และ นายนพร ศรีสุนันท์ รองนายกเทศมนตรีตำบลอ่าวน้อย เข้าร่วมเยี่ยมให้กำลังใจประชา ชนที่ได้รับการช่วยเหลือในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่หรือปรับปรุงบ้านที่ทรุดโทรมจำนวน 2 ราย ดังนี้

  1. นาง หล่าน นิลเปลี่ยน อายุ 79 ปี เลขที่ 123/1 หมู่ที่ 10 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ยากไร้
  2. นางสมบูรณ์ พลศร อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ที่ 4 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ยากไร้ ที่ผ่านมาถูกไฟไหม้บ้าน

          หลังจากนั้น พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล จึงได้มอบ ถุงยังชีพ จำนวน 1 ถุง ซึ่งได้รับมาจาก​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” โดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ และน้ำดื่มจากบริษัท อีซูซุ อึ้งง่วนไต๋ นางอำนวยนาถ เอียดสกุล มอบข้าวสาร นายพิชิต สันติเมธากุล มอบไข่ จำนวน 1 แผง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับทั้ง 2 ครอบครัว ในการดำรงชีพต่อไป การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

นครศรีฯ-จัดพิธีบำเพ็ญบุญฉลองสมณศักดิ์ พระราชาคณะชั้นราช และอายุวัฒนมงคล 85 ปี พระราชสิริธรรมมงคล เจ้าอาวาสวัดมะนาวหวาน พระอารามหลวง

พิธีบำเพ็ญบุญฉลองสมณศักดิ์ พระราชาคณะชั้นราช และอายุวัฒนมงคล 85 ปี พระราชสิริธรรมมงคล เจ้าอาวาสวัดมะนาวหวาน พระอารามหลวง และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช

          วันนี้ (4 ตุลาคม 2562) นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมพิธีบำเพ็ญบุญฉลองสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นราช และอายุวัฒนมงคล 85 ปี พระราชสิริธรรมมงคล เจ้าอาวาสวัดมะนาวหวาน พระอารามหลวง และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมพิธี

         ซึ่งนับเป็นวันมหามงคลยิ่งของคณะสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในเขตบุญ ของวัดมะนาวหวาน เนื่องจากโอกาสมหามงคลพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562 วโรกาสดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทาน เลื่อนให้พระสิริธรรมราชมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรม ราช เป็นพระราชสิริธรรมมงคล ซึ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นหาที่สุดมิได้ เป็นเกียรติเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งแก่พระราชสิริธรรมมงคล และวงศ์ตระกูล เป็นศักดิ์ศรีแก่วัดวาอาราม นำความชื่นชมยินดีมาสู่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนโดยทั่วกัน

         การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์นั้น เป็นการพระราชทานเกียรติแก่พระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ตามพระธรรมวินัยและบำเพ็ญคุณงามความดีแก่วัด ชุมชน สังคม และประเทศชาติ อันเป็นการประกาศยกย่อง เชิดชูเกียรติ เพิ่มพูนขวัญและกำลังใจให้พระสงฆ์ดำรงมั่นในการประพฤติพรหมจรรย์ ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ให้ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนา เป็นกำลังสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้สถาพรสืบไป เช่นเดียวกันกับการพระราชทานยศศักดิ์ หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ข้าราช การและประชาชนผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ เพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้มีกำลังใจในการกระทำความดีช่วยเหลือพัฒนาประเทศชาติให้วัฒนาสถาพรสืบไป

         โอกาสนี้ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช อัญเชิญพระบรมราช โองการเลื่อนสมณศักดิ์ ประกาศแก่พระเถรานุเถระ และสาธุชนได้รับทราบและร่วมอนุโมทนาโดยทั่วกัน เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณเพิ่มบุญกุศลบารมีแก่พระราชสิริธรรมมงคล โดยบรรยากาศภายในวัด มีประชาชนจากจังหวัดต่าง ๆ ร่วมในพิธี และจัดโรงทานเลี้ยงอาหารแก่ผู้ที่มาร่วมงานด้วย.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

วช. ร่วมกับสวนนงนุช ผลักดันงานวิจัยนำอาหารไทยชาววังในตำรับ​ พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ เผยแพร่สู่สาธารณชน

วช.ร่วมกับสวนนงนุช ผลักดันงานวิจัยนำอาหารไทยชาววังในตำรับ​ พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ เผยแพร่สู่สาธารณชน

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 4 ตุลาคม 2562​ ณ สวนนงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี​ : จากการที่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนทุนวิจัย ให้กับโครงการวิจัยเพื่อ ”พัฒนามาตรฐานตำรับอาหารวังสวนสุนันทา เชิงสุขภาพสู่ตลาดโลก” ภายใต้แผนงานวิจัยครัวไทยสู่ตลาดโลก ในปีงบประมาณ 2560 โดยมี ผศ.ดร.วิทยา เมฆขำ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งได้ผลผลิตจากงานวิจัยเป็นสูตรและกระบวนการผลิตอาหารวังสวนสุนันทา ซึ่งเป็นอาหารไทยชาววังในตำรับพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ 3 ตำรับ ประกอบด้วยปลาร้าในกะลา ข้าวปิ้งสำเร็จรูปแช่แข็ง และไก่นมวัวสำเร็จรูปบรรจุกระป๋องพร้อมบริโภค

          ผลสำเร็จจากการวิจัยดังกล่าวได้รับความสนใจจาก บริษัท นงนุชพัทยาการ์เด้น ดีไซน์ จำกัด จึงได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงในการถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารวังสวนสุนันทา ระหว่าง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ บริษัท นงนุชพัทยาการ์เด้น ดีไซน์ จำกัด โดย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานบริษัท นงนุชพัทยาการ์เด้น ดีไซน์ จำกัด ณ สวนนงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 4 ตุลาคม 2562 เพื่อนำไปผลิตและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทั้งคนไทยและต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในสวนนงนุช ต่อไป

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

ปทุมธานี – ชุดราชสีห์บัวหลวงลงพื้นที่ตรวจสอบหลังประชาชนร้องเรียน ว่ามีการลักลอบปลูกพืชกระท่อมเป็นจำนวนมาก

          เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ปลัดจังหวัดปทุมธานี, นายอาวุธ วิเชียรฉาย นายอำเภอเมืองปทุมธานี

         ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดปทุมธานี (ชุดราชสีห์บัวหลวง) นำโดย นายหมวดโทเสริมวิทย์ สมบัติ ป้องกันจังหวัดปทุมธานี นำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 71 นาย บูรณาการร่วมกับอำเภอเมืองปทุมธานี และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1 ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามข้อร้องเรียนของประชาชนว่ามีการลักลอบปลูกพืชกระท่อมเป็นจำนวนมากในเขตพื้นที่ ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

         ต่อมาเวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียน โดยมีผลดำเนินการดังนี้ จับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 5 ราย พร้อมของกลางพืชกระท่อม จำนวน 70 ลำต้น และใบพืชกระท่อม จำนวน 15 กิโลกรัม โดยแแจ้งข้อกล่าวหา ผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) โดยผิดกฎหมาย นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ไปทำบันทึกจับกุม ณ ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป