ฟ้าลิขิตหรือชะตาชีวิต !! คิดกินยาล้างห้องน้ำหวังตายยกครัว หลัง เผชิญปัญหาชีวิตครอบครัว

ฟ้าลิขิตหรือชะตาชีวิต !! คิดกินยาล้างห้องน้ำหวังตายยกครัว หลังเผชิญปัญหาชีวิตครอบครัวและเพื่อนบ้านว่า “สร้างภาพ” ไม่มีอาหารประทังชีวิต

         พบครอบครัวผู้ป่วยติดเตียง ที่เผชิญปัญหาชีวิตครอบครัว จนหมดหนทางออก คิดกินยาล้างห้องน้ำให้ตายยกครัว ขณะที่ชุดอาสาอัศวินบูรพา ลงพื้นที่เจอโดยบังเอิญ นั่งร้องไห้ ท้อชีวิต ที่ต้องเผชิญชะตากรรม บ้านที่จำนองถูกยึด สามีป่วยติดเตียง เส้นเลือดสมองแตกเป็นอัมพาตครึ่งตัว เคลื่อนไหวไม่ได้ พูดไม่ได้ ตัวเองต้องออกจากงาน มาดูแลสามีมานานกว่า 6 ปี ขณะที่ หลานยังนำลูกชายมาทิ้งไว้ให้เลี้ยงอีกคน ดิ้นรนนำบ้านที่ซุกหัวนอนไปจำนอง แต่ไม่มีปัญญาหาเงินส่ง จนถูกยึด โชดดีที่เจ้าหนี้ใจดี ให้อาศัยอยู่เรื่อยมาจนปัจจุบัน ขณะที่ต้องผเชิญกับคำนินทาคนรอบข้างว่า “สร้างภาพ” ทั้งที่จนแสนจน ไม่มีแม้อาหารประทังชีวิตในแต่ละวัน ยังโชดดีที่เพื่อนบ้านแบ่งข้าวปลา อาหารให้กินประทังชีวิต วอนหน่วยงานช่วยเหลือเร่งด่วน # ก่อนเกิดเหตุฆ่าตัวตายยกครัว…..?

         ผู้สื่อข่าว ได้รับการร้องขอจากชุดอาสาอัศวินบูรพาแจ้งข่าวประสานเหตุให้เข้าตรวจสอบ ครอบครัว ผู้ป่วยติดเตียง ที่ชีวิตแสนรันทดจนคิด กินยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตายยกครัว ที่บ้านเลขที่ 18/6 หมู่ 4 (บ้านหนองแขวะ) ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่ต้องเผชิญปัญหาชีวิตครอบครัวอย่างหนัก จนคิดฆ่าตัวตายยกครัว

         เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึงได้พบว่า ทีมอาสาอัศวินบูรพากำลังพูดปลอบโยน ให้กำลังใจ นาง น้ำอ้อย บุญศรี อายุ 50 ปี ที่กำลังนั่งร้องไห้ ฟูมฟาย ตัดท้อชีวิต น้ำตานองหน้า โดยมีนาย บรรจง ศรีละออ สามีวัย 57 ปี ที่ป่วยติดเตียง ร่างกายเป็นอัมพาตครึ่งตัวไม่สามารถเคลื่อน ไหวและพูดจาได้ ด้วยสมองเลือดสมองแตก และตกจากรถหัวลาก เมื่อปี 57 จนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ทิ้งให้ภรรยาคือนางน้ำอ้อย ต้องรับภาระปัญหาครอบครัว ที่แสนหนักอึ้ง ในขณะที่หลานยังนำลูกชายมาปล่อยทิ้งไว้ให้เลี้ยงอีกคน คือ เด็กชาย อึ่ง(นามสมมุติ)อายุ 7 ขวบ

         โดยนางน้ำอ้อย ได้เผยทั้งน้ำตาว่า หลังจากสามีป่วยติดเตียงก็ต้องออกจากงานโรง งาน ที่เคยทำมาดูแลสามีและเหลนชาย มาตลอด จนเงินที่เก็บสะสมไว้ได้หมดไป จนต้องนำบ้านหลังสุดท้ายที่ซุกหัวนอนไปจำนอง จนหลุดจำนองและถูกยึดมานานแล้ว แต่โชดดีที่เจ้าหนี้มีเมตตาให้อาศัยอยู่ต่อไป จึงอยากขอวิงวอนหน่วยงาน เข้าช่วยเหลือด้วยเพราะปัจจุบันเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่มีแม้กระทั่งอาหารที่จะประทังชีวิต ทั้ง 3 ชีวิต ได้เพียงอาหารจากเพื่อนบ้านที่แบ่งปันมาให้เท่านั้น ในขณะที่ต้องดิ้นรนพาสามีไป รพ.สมเด็จฯอีกเดือนละครั้ง ซึ่งสิ่งที่ต้องการเวลานี้คือ

  • ผ้าอ้อมผู้ใหญ ไซร์ XXL
  • กระทิชชูแผ่นใหญ่
  • ถุงมืออนามัย
  • เกลือแร่แก้ท้องเสีย
  • สบู่
  • ข้าวสาร อาหารแห้ง
  • นมกล่องแลตตาซอย
  • น้ำส้มกล่องสายน้ำผึง

โดยผู้ที่ประสงค์บริจาคช่วยเหลือ ติดต่อสอบถามโดยตรงกับ ป้าน้ำอ้อย ที่เบอร์ 080 – 6434739

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

2หนูน้อย แอบหลับในกอไผ่ เผยกลัวถูกยักษ์จับไปตีก้น

          จากกรณีน้องฟ้องและน้องลีโอ อายุ 9 ขวบ บ้านอยู่หมู่ 4 ต.ตาลเตี้ย อ.เมือง จ.สุโขทัย พากันไปเดินจับปูและลงเล่นน้ำในสระกลางทุ่งนา แต่ระหว่างทางกลับบ้านเจอยักษ์ จึงพากันวิ่งหลบหนีไปอยู่ในกอไผ่ แล้วเผลอนอนหลับไป ทำให้คนทั้งหมู่บ้าน รวมทั้งตำรวจและอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจุดเมืองสุโขทัย ต้องช่วยกันออกตามหาตั้งแต่ช่วง 5 โมงเย็น ถึง 4 ทุ่มครึ่ง (10 ต.ค.) จึงพบเด็กชายทั้ง 2 คน มาแอบนอนหลับอยู่ในกอไผ่ข้างถนนใกล้ๆบ้าน

          ล่าสุด (11 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สืบหาตัวยักษ์ที่เด็กๆพูดถึงนั้นคืออะไรกันแน่ พบย่าของน้องลีโอ และแม่ของน้องฟ้อง ทั้งคู่บอกว่าแท้จริงแล้วยักษ์ที่เด็กๆพูดถึงก็คือ นายป่วน อายุ 61 ปี หรือตาเปี๊ยก ซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน โดยในวันเกิดเหตุขณะเด็กทั้ง 2 คน กำลังเล่นน้ำในสระกลางทุ่งนาใกล้ๆบ้านตาเปี๊ยก แกเห็นพอดีก็เลยตะโกนบอกด้วยความเป็นห่วง ให้เลิกเล่นน้ำแล้วรีบกลับบ้าน เด็กๆได้ยินเสียงดุก็เลยกลัว แล้วก็วิ่งหมอบตาเปี๊ยกมาตลอดทาง จนถึงบริเวณกอไผ่ข้างถนน ก็เข้าไปแอบหลบอยู่ข้างใน เพราะกลัวยักษ์จับไปตีก้น กระทั่งเผลอหลับไม่รู้ตัว

          ทั้งนี้ เด็กๆบอกว่า ได้พูดบนบานกับเจ้าพ่อกอไผ่ขอให้ช่วยปิดบังตา อย่าให้ยักษ์มาเจอ แล้วจะเอาน้ำแดงมาถวายให้ และบอกด้วยว่าในกอไผ่มีที่นอนหรูหรามาก แต่นอนได้แค่คนเดียว จึงต้องแย่งกันนอน ซึ่งย่าของน้องลีโอและชาวบ้านหลายคนเชื่อว่ามีเจ้าที่เจ้าทางสถิตอยู่จริง เพราะเมื่อคืนที่ออกตามหา ชาวบ้านก็ขับรถผ่านกอไผ่กันเสียงดังวุ่นวาย ตาเปี๊ยกที่เด็กๆเรียกว่ายักษ์ก็ช่วยตามหาด้วย แต่เด็กทั้ง 2 คนกลับนอนหลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

          กระทั่งแม่ของน้องฟ้องได้บนบานสานกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าขอให้มีคนมองเห็นและเด็กๆปลอดภัย พอพูดจบ นายปราโมทย์ลุงของน้องลีโอก็มาเจอเด็กทั้ง 2 คน นอนหลับอยู่ในกอไผ่อย่างปลอดภัย สร้างความดีใจแก่ทุกคน

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

จ.นราธิวาส – บุกรวบ 1ผู้ต้องหา ลักลอบตัดไม้บนเทือกเขาตะเว 5จุด

https://youtu.be/DzFBxHYLll0

     เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 11 ต.ค. 62 นายอรุณ ศรีใส นายอำเภอสุคิริน จ.นราธิวาส พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 11 เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์บริหารพื้นที่ที่ 6 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมสนธิกำลังหลังรับแจ้งจากแหล่งข่าว บริเวณเทือกเขาตะเว ช่วงบ้านกูยิ ม.4 ต.ร่มไทร อ.สุคิริน ซึ่งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติบูโดสุไหงปาดี มีกลุ่มบุคคลเข้าไปลักลอบตัดต้นไม้ทำลายป่า เมื่อเจ้าหน้าที่ใกล้ถึงจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงรถจักยานยนต์ ขับขี่ลงมาจากเทือกเขาโดยได้ลากไม้แปรรูป จำนวน 1 แผ่น จึงได้ทำการควบคุมตัว ทราบชื่อคือ นายรอมือลี เจ๊ะยอ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/1 ม.1 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส จากการสอบถามนายรอมือลี ให้การว่าตนมีหน้าที่ลากไม้ลงจากภูเขา จุดตัดโค่นไม้ แปรรูปไม้ ซึ่งมีนายเร๊ะ กับนายยี ไม่ทราบนามสกุล เป็นคนลักลอบตัดไม้แปรรูปไม้อยู่บนภูเขา เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายรอมือลี ให้นำทางไป     ตรวจสอบจุดตัดต้นไม้ซึ่งมีด้วยกัน 5 จุด

  • จุดที่ 1. เป็นการตัดโค่นไม้สยาขนาดใหญ่ จำนวน 1 ต้น มีไม้กำลังถูกแปรรูป และไม้ท่อนที่กำลังจะแปรรูป จำนวนหนึ่ง พร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน
  • จุดที่ 2 ซึ่งห่างจากจุดแรก ประมาณ 50 เมตร พบเป็นจุดที่มีร่องรอยการแปรรูปไม้ตะเคียนชันตาแมว ซึ่งถูกขนย้ายไปหมดแล้ว
  • จุดที่ 3. ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ 2 ประมาณ 20 เมตร มีการตัดไม้ตะเคียนชันตาแมวจำนวน 3 ต้น ซึ่งมีขนาดรอบต้น 600 ซ.ม. ยาว 15 เมตร ซึ่งกำลังถูกแปรรูปจำนวน 2 ต้น ซึ่งคาดว่าผู้ที่ตัดไม้ 2 คน คือ นายเร๊ะกับนายยี ได้ไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้าแล้ว
  • จุดที่ 4. ซึ่งอยู่ห่างจุดที่ 3 ประมาณ 15 เมตร มีร่องรอยการตัดไม้หลุมพอ ซึ่งมีขนาดลำต้น 360 ซ.ม.ที่กำลังถูกแปรรูปไม้ ซึ่งบางส่วนถูกขนย้ายลงจากจากภูเขาไปแล้ว โดยจุดนี้นายรอมีลีนายยูโซ๊ะ เป็นคนเลื่อย และมีนายมิง นายอาเย๊ะ และนายฟิน เป็นคนลากไม้จากภูเขา
  • จุดที่ 5. มีร่องรอยการตัดโค่นไม้ตะเคียนชันตาแมว มีขนาดลำต้น 600 ซ.ม.ยาว 20 เมตร จำนวน 1 ต้น ที่ยังไม่ถูกแปรรูป

          เจ้าหน้าที่จึงได้ติดป้ายการตรวจยึด พร้อมควบคุมตัวนายรอมือลี ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวนายมิง นายอาเย๊ะและนายฟิน ไม่ทราบนามสกุล มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี.

สำนักข่าวความมั่นคง 3จังหวัดชายแดนภาคใต้

คืบหน้ารถตู้โดยสารชน จยย. !! รถตู้ไม่ได้ติดจีพีเอส คนขับและผู้โดยสารยัน ไม่ได้ขับเร็ว

ความคืบหน้ากรณีรถตู้โดยสารชนกับรจักรยานยนต์ที่ขี่ย้อนศรมาทำให้คนขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต และมีกระแสว่าคนขับรถตู้ขับรถเร็วเกินกำหนดจนสัญญาณจีพีเอสที่ติดกับรถเตือนถึง 3 ครั้งนั้น ล่าสุด ขนส่งจังหวัดชลบุรีตรวจสอบพบว่ารถตู้โดยสารไม่ได้ติดจีพีเอส ส่วนคนขับรถตู้และผู้โดยสารโต้ไม่ได้ขับรถเร็ว

    วันนี้ ( 11 ต.ค. ) ความคืบหน้ากรณีรถตู้โดยสารสายชลบุรี-แหลมฉบัง ชนกับรถจักรยาน ยนต์ที่ย้อนศรมาบนถนนสุขุมวิท บริเวณยูเทิร์นกลับรถไทยออยล์บางพระ หมู่ 9 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ทำให้ นางสาวธันชนก จ่าชัยภูมิ อายุ 45 ปี คนขี่รถจักรยาน ยนต์เสียชีวิตและมีข้อกล่าวหาว่าคนขับรถตู้ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดจนสัญญาณจีพีเอสเตือนถึง 3 ครั้ง ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุนั้น

          ล่าสุด สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาแหลมฉบัง ได้เปิดเผยถึงกรณีสัญญาณจีพีเอสว่า รถตู้คันดังกล่าวเป็นรถ ของบริษัท พลายแก้วทัวร์ ที่มาเข้าร่วมเดินรถกับ บริษัทขนส่งจำกัด ซึ่งจาการตรวจสอบข้อมูล GPS ของรถตู้โดยสาร หมายเลขทะเบียน 10-6298 ชลบุรี ไม่พบข้อมูล GPS เนื่องจากไม่อยู่ในเงื่อนไขที่ต้องติดตั้ง เป็นรถหมวด 4 จังหวัดชลบุรี ส่วนการการดำเนินการกับผู้ประกอบการ หรือ พนักงานขับรถตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการของเจ้าพนักงานตำรวจสภ.ศรีราชา และแจ้งให้ผู้ประกอบการขนส่งมาชี้แจงข้อเท็จจริง ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี หากพบว่ามีส่วนในการกระทำความผิดจะลงโทษตามกฎหมายต่อไป

          ทางด้าน นายจรูญ คงเพชรศักดิ์ อายุ 53 ปี คนขับรถตู้ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีข่าวออกไปว่าตนเองขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดนั้น ทำให้ตนเองไม่สบายใจ และขอยืนยันว่าตนเองไม่ได้ขับรถเร็วอย่างที่เป็นข่าว ตอนเกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์ออกมาจากปั๊มน้ำมันแล้ววิ่งย้อนศรข้ามเลนมาเลย ซึ่งด้านหน้ารถมีรถยนต์กระบะขับอยู่ด้านหน้ารถตนเองด้วย พอรถกระบะผ่านไปได้ ตนก็ชนกับรถจักรยานยนต์ทันที ผมขับรถมาประมาณ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ข่าวออกไปไม่เป็นความจริง ลงข่าวเกินความจริงไป ก็อยากให้ลงข่าวตามความเป็นจริง มีพยานเป็นผู้โดยสารในรถตู้สามารถยืนยันได้

          ด้าน นางวิเชียร ทองคำ ผู้โดยสารที่นั่งมาแถวหน้าสุดของผู้โดยสาร เผยว่า รถตู้ขัยรถมาธรรมดาก็มีรถจักรยานยนต์พุ่งย้อนศรสวนมาชนกับรถตู้อย่างจัง ซึ่งยืนยันว่ารถตู้ขับมาปกติ ไม่ได้ยินเสียงเตือนจีพีเอสอย่างที่เป็นข่าว ปกติตนเองนั่งมาถ้าวิ่งเร็วจะมีสัญญาณจีพีเอสร้อง แต่วันนี้ไม่ได้ยิน ซึ่งคิดว่าคนขับรถตู้ขับมาแบบปกตินะ นั่งมาไม่รู้สึกว่าเร็ว ซึ่งต้องยอมรับว่าคนขับรถตู้มีสติดีที่ชนแล้วรถหมุนเคว้งแต่สามารถควบคุมรถไม่ให้ตกข้างทางได้

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

“บิ๊กกบ” ลงใต้ยกคุณภาพชีวิต ปชช.พร้อมแก้ปัญหาความไม่สงบ จชต.

          เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ต.ค.62 พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เดินทางมายังสนามฟุตบอลข้างสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลสุไหงปาดี จ.นราธิวาส เพื่อติดตามโครงการงานก่อสร้างเส้นทางคมนาคม การจัดหาน้ำดื่มน้ำใช้ งานเกษตร และงานพัฒนา ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ในการขับเคลื่อนสร้างงานสร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ 50 หมู่บ้าน 6 ตำบล ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดีและใกล้เคียง ซึ่งมีประชากร จำนวนกว่า 55,000 คน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่กับงานการแก้ไขปัญหาความมั่นคงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการสร้างเส้นคู่ขนานสร้างความสันติสุขให้เกิดขึ้นแบบยั่งยืน

          โดยโครงการต่างๆ ทั้ง 8 โครงการที่ใช้เงินกว่า 100 ล้านบาท ได้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยภาพรวมประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แถมสามารถตั้งกลุ่มรวบรวมสมาชิกในการสร้างอาชีพเสริม หลังเสร็จสิ้นจากการกรีดยางพาราและสวนผลไม้ที่เป็นอาชีพหลัก โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่คอยเป็นพี่เลี้ยงและชี้แนะในการพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ พร้อมหาตลาดในการจำหน่ายผลผลิต ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยลดช่องว่างความเหินห่าง และความหวาดระแวงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน ที่ขยายผลไปสู่ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นแบบยั่งยืน

          นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียน 3 แห่งเพื่อให้เยาวชนได้ออกกำลังกาย พร้อมทั้งเยี่ยมชมโครงการเลี้ยงโคพันธุ์ต่างๆ ที่ทางหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ได้มีการผสมพันธุ์โคเอง เมื่อออกลูกก็จะมอบให้ชาวบ้านนำไปเลี้ยง ซึ่งถือว่าเป็นการขยายพันธุ์โคให้ชาวบ้านได้มีอาชีพเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริมอีก 1 อาชีพในอนาคตต่อไป

          ซึ่งก่อนเดินทางกลับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มีการปล่อยพันธุ์ปลานิล ปลาตะเพียนขาว จำนวน 210,000 ตัว ในอ่างเก็บน้ำโคกยาง เพื่อเป็นการขยายพันธุ์ เมื่อเติบโตเต็มที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ สามารถที่จะจับปลามาบริโภคแบบวิถีชีวิตพอเพียงในครั้งนี้ด้ว

ขอบคุณข้อมูล : NEWS ข่าวด่วน ข่าวเด่น สถานการณ์ชายแดนใต้

“โรตีสานใจ – ชาชักสมานฉันท์” ทหารพรานหญิง 47 ชาวบ้านอิ่มท้อง ความภาคภูมิใจสตรีเหล็กชุดดำ

         กว่า 10 ปี ที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 จังหวัดยะลา ได้ฝึกทหารพรานหญิง ที่ว่างเว้นจากภารกิจดูแลความปลอดภัยประชาชน และงานตามภารกิจของกรมทหารพราน มาทำโรตี-ชาชัก จากรุ่นสู่รุ่น จนถึงปัจจุบัน หมวดทหารพรานหญิง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 โดยการนำของพันเอก อภิชัย เรืองฤทธิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ร้อยโทหญิง อธิตา จันทรจิตจิงใจ ผู้บังคับหมวดทหารพรานหญิง ก็ยังคงนำกำลังพลทหารพรานหญิง ตระเวนไปให้บริการทำโรตี-ชาชัก แจกจ่ายฟรี ให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม ตามโรงเรียน ชุมชน หมู่บ้านและสถานที่ที่จัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยบางงานก็จะต้องทำโรตีถึง 1,200 ชิ้น ชาชัก 1,200 แก้ว เนื่องจากประชาชนนิยมรับประทานกันจำนวนมาก 

          ขณะที่ ทหารพรานหญิงทุกนายก็จะแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งพัดแป้งโรตี ทอดโรตี หั่นโรตี ตัดโรตี ใส่ภาชนะแจกจ่าย โดยทุกคนก็จะทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจและดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทหารพรานหญิง ได้เล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกก็จะมีคนมาสอนให้ พอทำได้ มีงานก็จะออกไปทำโรตี ชาชักแจกชาวบ้าน ทหารหญิงที่เข้ามาอยู่ในหมวดทหารพรานหญิงทุกคน ก็จะต้องมาฝึกทำโรตี-ชาชัก ให้เป็นทุกคน โดยจะมีรุ่นพี่สอนต่อให้รุ่นน้อง บางคนก็ทำเป็นมาเกือบสิบปีแล้ว ถ้าหากไม่ได้เป็นทหารพราน ก็สามารถออกไปประกอบอาชีพได้เลย รสชาติความอร่อยไม่แพ้โรตีที่อื่น โดยชาวบ้านที่นำไปรับประทานต่างบอกว่า รสชาติ โรตี-ชาชัก ของทหารพรานอร่อยดี ซึ่งก็เป็นหนึ่งความภาคภูมิใจของเหล่าทหารพรานหญิงและดีใจที่ชาวบ้านทานของเราได้ และอิ่มท้อง

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจให่ม

สำนักข่าวความมั่นคง

ของดีบ้านฉัน – Farm Outlet Pattani ศูนย์รวมของดีชายแดนใต้

Farm Outlet Pattani ศูนย์รวมของดีชายแดนใต้ของดีบ้านฉัน ตอน Farm Outlet Pattani ศูนย์รวมของดีชายแดนใต้

         ศูนย์รวมของดีของจังหวัดปัตตานี สำหรับ Farm Outlet Pattani ที่คุณผู้ชมไม่ควรพลาด สามารถแวะมาเลือกซื้อสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อเป็นของฝากหรือของที่ระลึกได้ นอกจากนี้ยังมีมุมสบายๆ จิบกาแฟ มีอาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ออแกนิคให้คุณผู้ชมได้เลือกสรรด้วย

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่/วิถีพอเพียง

สำนักข่าวความมั่นคง

“ArmyLand” ดินแดนมหัศจรรย์ท่องเที่ยวในเขตทหาร

“ArmyLand” ดินแดนมหัศจรรย์ท่องเที่ยวในเขตทหาร เปิดค่ายทหารต้อนรับประชาชน เพิ่มสถานที่ท่องเที่ยว เป็นอีก 1 ตัวเลือกให้พี่น้องประชาชนในการเพิ่มการเรียนรู้และเป็นสถานที่พักผ่อนของครอบครัว

          โดย กองพลพัฒนา 4 ค่ายรัตนพล อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ได้เปิดแหล่งท่องเที่ยวในค่ายทหาร ซึ่งภายในแหล่งท่องเที่ยวในค่ายทหารจะแบ่งออกเป็นโซนๆ เช่น แปลงปลูกกล้วยไม้สร้างอาชีพ โครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยังสถานที่ท่องเที่ยวเชิงกีฬาเอาใจวัยรุ่นที่ชอบความท้าทาย เช่น ปีนหน้าผาจำลอง สนามฟุตซอล และหอกระโดด

          เมื่อมาสถานที่ท่องเที่ยวสิ่งที่ขาดไม่ได้ นั่นก็คือ ร้านกาแฟ “โข่งคอฟีฟ่า” เป็นสถานที่รวมทั้งการพักผ่อนและออกกำลังกาย นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยงที่ครบวงจร

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่/ลับลวงพราง

สำนักข่าวความมั่นคง

ทหารพราน 49 เร่งช่วยชาวบ้าน ดาฮง ถนนเสียหาย เกิดจากภัยธรรมชาติ

           โดย ชุดปฎิบัติการกิจการพลเรือน กองร้อยทหารพราน ที่ 4912 พร้อม ประชาชน ช่วยกันปรับปรุงซ่อมแซมถนนชำรุดที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกการสรจรของประชาชนและเพื่อป้องกันการก่อเหตุ บริเวณ บ.ดาฮง ม.4 ต.เชิงคีรีฯ กับ บ.บีโล๊ะ ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่/พุทธรักษา ศรีสาคร

สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางพบปะตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ กำลังพลหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา

          เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่สนามองค์การบริหารส่วนตำบลสุไหง ปาดี ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยขึ้นตรงในพื้นที่ สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทยโดยมี พล.ท.สมพล ปานกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, พลเอก พีรพงษ์ เมืองบุญชู ผู้บัญชาการหน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส, นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนผู้นำท้องถิ่นและประชาชนร่วมให้การต้อนรับ

          การลงพื้นในครั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจแก่กำลังพลในสังกัด รวมไปถึงได้ติด ตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ 2562 พร้อมทั้งให้กำลังใจประชาชนตามแผนงานและนโยบายของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดยมีโครงการสำคัญ ประกอบด้วย งานก่อสร้างเส้นทางคมนาคม งานจัดหาน้ำกินน้ำใช้ งานพัฒนาและช่วยเหลือประชาชน และงานเกษตรผสมผสาน อีกทั้งก็ได้มอบอุปกรณ์กีฬาแก่โรงเรียนในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาสอีกด้วย

          นอกจากนี้ได้ตรวจเยี่ยมกิจกรรมกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ทั้ง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งเป็นโคพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ต่างๆ ที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้สนับสนุนน้ำเชื้อในการผสมพันธุ์โค อาทิ พันธุ์ลิมูซีน ชาร์โรเลส์ บรามัน และกำแพงแสน โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ร่วมปล่อยพันธุ์ปลากินพืชจำนวน 210,000 ตัว ได้แก่พันธุ์ปลานิล ปลากระแห และปลาตะเพียนขาว ลงแหล่งน้ำที่อ่างเก็บน้ำโคกยาง และจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ให้บริการตรวจวัดสายตาแจกจ่ายแว่นสายตา คัดกรองความดัน เบาหวาน และมอบยาสามัญประจำบ้านแก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

          จากนั้น พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะเดินทางไปยังหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อพบปะให้โอวาทและมอบแนวทางการปฏิบัติงานแก่กำลังพลสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและกล่าวให้กำลังใจกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนรับทราบข้อมูลต่างๆ รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของสำนักงานพัฒนาภาค 4 ส่วนหน้า ที่ได้ดำเนินการไปแล้วเพื่อปรับปรุงส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความเข้มแข็ง ยั่งยืน มั่นคงในอาชีพ และรายได้ต่อไป


#ที่มาสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษษความมั่นคงภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง