พระนาคปรกใบมะขาม หลวงปู่ศุข ปากคลองมะขามเฒ่า รุ่น 2 มวลสารเก่า 2463 นักสะสมไม่ควรพลาด

          คณาจารย์โบราณมักนิยมสร้างพระประเภทหนึ่งซึ่งมีพุทธคุณลือเลื่อง และมีศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรียกกันว่า “พระนาคปรกใบมะขาม” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ปรกใบมะขาม” เนื่องจากรูปพระพุทธนั้นเป็นพระนาคปรก ส่วนองค์พระมีขนาดรูปทรงเหมือนใบมะขาม มีขนาดใหญ่กว่าใบมะขามจริง แต่ก็ยังถือว่าเล็กมากอยู่ดีในบรรดา ‘พระปรกใบมะขาม’ ที่ขึ้นชื่อลือเลื่องนิยมกันแพร่หลายนั้น อาทิ พระปรกใบมะขาม หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท พระชุดนี้สร้างโดยวัดอนงคาราม ธนบุรี ในปีพ.ศ.2463 แต่เนื่องจากปลุกเสกและมีหลวงปู่ศุขเป็นเจ้าพิธี จึงเรียกกันว่า ‘ปรกหลวงปู่ศุข’ มีพระเกจิอาจารย์หลายท่านร่วมปลุกเสก อาทิ สมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์ และสมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) วัดอนงคาราม

          ซึ่งรุ่นแรกหาได้อยากมาก แต่มายุคนี้ ยังพอมีวัตถุมงคลที่ออกจาก วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท โดยเฉพาะ พระนาคปรกใบมะขาม หลวงปูศุข เรียกว่าเป็นรุ่น 2 ก็ว่าได้สำหรับ “พระนาคปรกใบมะขาม” หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท รุ่น 2 ห่วงเหรียญ ชนวนมวลสารสุดเข้มขลัง จำนวนมาก

          โดยมีที่นักสะสมพระเครื่อง มีหลายคนถามว่า ในมวลสารนี้ทำไมไม่เอาเหรียญของหลวงปู่ศุข ลงไปหลอมละลาย เป็นชนวนมวลสารด้วย ก็เพราะว่าเหรียญ เป็นรูปหลวงปู่ และรูปพระพุทธ จะนำลงไปในเตาหลอมละลายไม่ได้ เป็นการทำลายวัตถุมงคล และทำลายรูปท่าน ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับมวลสารพระนาคปรกใบมะขาม รุ่น 2. หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อาทิ

  1. ห่วงเหรียญหลวงปู่ศุข สร้างปี 2466 ราคาหลักหลายล้านจำนวน 4 เหรียญ
  2. ห่วงเหรียญเงินหลวงพ่อธรรมจักร วัดเขาธรรมมามูล เนื้อเงิน 2 เหรียญ
  3. แผ่นเงินกรอบรูปหลวงปู่ศุข สดุ้งกลับ ออกวัดทรงเสวย ที่หลวงปู่ลงเหล็กจาร

          ทั้งหมดนี้เป็นวัถุมงคลที่หลวงปู่ปลุกเสกในยุคท่าน มีความศักดิ์สิทธิ์ มีพุทธคุณสูง นำมาหลอมรวมเป็นมวลสารชุดแรก ในการสร้างปรกในชุดนี้ และยังมีมวรสารอีกมาก เริ่มเปิดจองแล้ว ชุดกรรมการจัดสร้างเพียง 1,500 ชุด ราคาชุดละ 30,000 บาท ประกอบด้วย

  1. เนื้อทองคำลงยา
  2. เนื้อทองคำ
  3. เนื้อนาค
  4. เนื้อเงิน
  5. เนื้อสำริด
  6. เนื้อฝาบาตร
  7. เนื้อทองแดง และรับเนื้อทองแดงธรรมดาผ อีก 10 องค์

วัตถุมงคลดีนอกดีใน แขวนขึ้นคอได้อย่างสนิทใจ รวบรวมสุดยอดมวลสารจากวัตถุมงคลจากพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันที่ดีที่สุดด้วยความตั้งใจของทีมงานผู้จัดสร้าง

         กำหนดพิธีพุทธาพิเษก ในวัน 14 ธันวาคม 2562 ณ อุโบสถ์ วัดปากของมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป วัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง อาจริยบูชาประกาศเกียรติคุณของ พระครูวิมลคุณากร (ศุข) วัดปากคลองมะขามเฒ่า ให้ขจรขจายไปทั้วทุกสารทิศ , เพื่อเป็นการสืบทอดและทำนุบำรุงศาสนา, เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งถวายให้กับ วัดปากคลองมะขามเฒ่า นำไปเป็นปัจจัยในการบูรณะปฏิสังขรณ์พระวรวัตถุภายในวัด
สั่งจองได้แล้ววันนี้ที่โทร 085-563-4777 จ่าตุ้ม งามวงศ์วาน

///////

พลเอกประยุทธ์ฯ นายกรัฐมนตรี ให้กำลังใจ ทหารทุกเหล่าทัพ ที่ช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมกำชับรับมือภัยหนาวที่จะมาถึง

https://youtu.be/AKbiXxoiPGQ

         พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับกำลังพลของทุกเหล่าทัพกว่า 9 พันนาย ที่นำยุทโธปกรณ์, เครื่องมือ, เครื่องจักรกลทางทหาร ลงไปช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนส่วนราชการต่างๆ เผชิญเหตุรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ภาคอีสานมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถช่วยลดความเสียหายเป็นพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนระหว่างเกิดภัยพิบัติในภาพรวม

         โดยนายกรัฐมนตรีฯ กำชับขอให้ทุกเหล่าทัพ ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพทหารและพยายามหมุนเวียนกำลังพล ให้สามารถทำหน้าที่ สนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือประชา ชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่องไปถึงขั้นการฟื้นฟูพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตปกติ หลังสถานการณ์น้ำลดได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ ยังขอให้ทุกเหล่าทัพเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชน รับมือกับภัยหนาวที่กำลังมาถึงในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยเฉพาะการดูแลประชาชนที่อาศัยบนพื้นที่สูงของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

         สำหรับภาพรวมการช่วยเหลือประชาชนของทุกเหล่าทัพปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่ 66 อำเภอ ของ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ยังคงมีสถานการณ์  ได้แก่ ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีษะเกษ และอุบลราชธานี กำลังทหารและเครื่องมือช่าง ยังคงสนับสนุนการเร่งระบายน้ำ ด้วยการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและเปิดทางระบายน้ำกว่า 500 จุด ควบคู่กับการเปิดเส้นทางและอำนวยความสะดวกการสัญจร

          รวมทั้งสนับสนุนการยังชีพของประชาชนในพื้นที่ ส่วนอีก 28 จังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว กองทัพได้กระจายกำลังทหารลงพื้นที่ สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทยอยขนย้ายสิ่งของกลับเข้าสู่ที่พักอาศัยและช่วยทำความสะอาดฟื้นฟูสภาพบ้านเรือนและแหล่งชุมชน พร้อมจัดชุดช่างขนาดเล็กและขนาดกลาง ให้การช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายบางส่วนหรือเสียหายทั้งหลัง ควบคู่ไปกับจัดชุดช่างเครื่องมือพิเศษ จากกองร้อยทหารช่างและหน่วยทหารพัฒนา เตรียมให้การสนับสนุนซ่อมแซมสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน รวมทั้งตลิ่งที่พังเสียหาย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว

สืบสวนตม.3​ และตม.ชลบุรี​ รวบหนุ่มหมีขาว หลบหนีหมายจับ ฉ้อโกง กบดานไทย

         วันนี้​ วันอังคารที่ 15 ต.ค.62 เวลา 10.00 น.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก. สส. บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุมของ​ สืบสวน​ ตม.3​ และตม.จ.ชลบุรี​ บก.ตม.3​ รวบหนุ่มหมีขาว หลบหนีหมายจับ ฉ้อโกง กบดานไทย

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน สอบสวนกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีชาวรัสเซียหลบหนีหมายจับจากประเทศรัสเซียเข้ามาอยู่ในประเทศไทย

         จึงได้ทำการสืบสวนประสานงานกับเจ้าหน้าที่สถานทูตรัสเซียทราบว่านายเซอร์เก้ (MR.SERGEY) อายุ 52 ปี ถือหนังสือเดินทางประเทศรัสเซีย เดินทางเข้ามาในราชอาณา จักร ครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 มีการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรบ่อยครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 ที่จุดตรวจถาวรบ้านผักกาด ตม.จ.จันทบุรี

          ได้รับการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.30 อนุญาตถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2561​ การอนุญาตสิ้นสุดจำนวน 347 วัน โดยนายเซอร์เก้ (SERGEY) ได้เคยประกอบธุรกิจประเภท ก่อสร้างอาคารให้กับรัฐบาลจนเมื่อช่วงปี พ.ศ.2557-2558 และได้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายในสัญญาก่อสร้างอาคาร สำนักงานอัยการในประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย ในเมืองเซอร์กัท มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท จากนั้นได้หลบหนีมาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย

          จนกระทั่งถูกหมายจับจากตำรวจสากล เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 โดยพักอาศัยในจังหวัดชลบุรี ประเทศไทย จนถูกเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 จับกุมตัวได้ ที่ บริเวณหน้าร้าน Livv finest food & drinks ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด จำนวน 347 วัน ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดี ต่อไป​ หากดำเนินคดีเสร็จสิ้นแล้วจะได้ทำการผลักดันส่งกลับเพื่อรับโทษในต่างประเทศต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชาสัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จังหวัดจันทบุรี – เชิญชวนประชาชน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ปรับภูมิทัศน์

จังหวัดจันทบุรี เชิญชวนประชาชน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดศาสนสถาน ระบบสาธารณูปโภค คู คลองสาธารณะ ถวายเป็นพระราชกุศล น้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 3 รัชกาล

          นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ในห้วงเดือน ตุลาคม 2562 เป็นวันสำคัญที่ปวงชนชาวไทย จะได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดี และ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเพื่อถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย 3 พระองค์

          โดยกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาท สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม / วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในส่วนของจังหวัดจันทบุรี ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาคูคลอง ไปแล้ว เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่คลองภักดีรำไพ

          ส่วนวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562 จังหวัดจันทบุรี กำหนดจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดศาสนสถานถวายพระราชกุศล และน้อมรำลึกเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เวลา 07.30 น.ณ วัดคมบาง ตำบลคมบาง อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี และในวันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2562 จังหวัดจันทบุรีกำหนดจัดกิจกรรม จิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดบริเวณเส้นทางรถไฟและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ ที่ว่าการอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี เวลา 07.30 น.

          จังหวัดจันทบุรี จึงขอเชิญชวนประชาชนจิตอาสา และชาวจังหวัดจันทบุรี ร่วม กิจกรรม จิตอาสา เรา ทำความ ดี ด้วยหัวใจ ตามวันและเวลาดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน การแต่งกาย จิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร.ชุดจิตอาสาพระราชทาน ประชาชนทั่วไป ชุดสุภาพโทนสีเหลือง

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย – ตามหากันวุ่น!!! สาวทอม ลักพาตัวเด็กหญิงวัย 6 ขวบออกไปจากบ้าน

จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Aorrawan Khachathan โพสข้อความเมื่อเวลา 20:32 น ว่า “ใครเห็นคนๆนี้ช่วยจับไว้ทีนะคะ เค้าเอาลูกเราปัยจากบ้านยังไม่ยอมมาส่ง ไม่รู้เอาไปไหนบ้านมันอยู่แถวๆบ้านซ่าน ทำงานอยู่ปั้มน้ำมันหนองป่าตอ”

         ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ต.ค.62 เวลา 21:30 น นางวันเพ็ญ นาคสวน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/1 หมู่6 ตำบลวังทอง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสำโรง ว่าเมื่อเวลา 17:50 น น.ส.วันวาสาข์ คุ้มสา อายุ 33 ปี ได้พา ด.ญ.พิไลวรรณ คชาธาร อายุ 6 ขวบ หลานสาวไปจากการดูแล เกรงว่าจะพาหลานไปทำมิดีมิร้าย จึงได้มาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยออกติดตามตัว

         หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันออกสืบสวนติดตามตัวอย่างต่อเนื่องและพบว่า น.ส.วันวิสาข์ ได้ลงภาพตนเองและด.ญ.พิไลวรรณ ลงในสื่อออนไลน์และจากการสืบสวนทราบว่าในเช้าวันที่ 15 ต.ค.62 น.ส.วันวิสาข์ ได้เดินทางไปเยื่ยมญาติที่เรือนจำจังหวัดสุโขทัย

         หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ศรีสำโรงได้ข้อมูลที่แน่ชัดแล้ว ได้เดินทางไปยังเรือนจำจังหวัดสุโขทัย เมื่อไปถึงพบ น.ส.วันวิสาข์ ขับขี่รถจักยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 100 สีน้ำเงิน โดยมี ด.ญ.พิไลวรรณ นั่งไปด้วยกำลังขับเข้าไปยังเรือนจำจังหวัดสุโขทัย เจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมแจ้งข้อหา พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ให้ทราบและควบคุมตัวน.ส.วันสิสาข์ คุ้มสา ส่งพนักงานสอบสวน และนำด.ญ.พิไลวรรณ คชาธาร ส่งมอบคืนให้ผู้ปกครองต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร

จังหวัดจันทบุรี – เชิญชวนประชาชน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วันปิยะมหาราช

จังหวัดจันทบุรี เชิญชวนประชาชนในจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วันปิยะมหาราช

          นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 23 ตุลาคม นี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จังหวัดจันทบุรีได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

  • โดยช่วงเช้า เวลา 06.30 น.ที่บริเวณถนนเทศบาล 3 ด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เทศบาลเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรีได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 57 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • หลังจากนั้น 07.20 น. ที่ภายในศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เป็นพิธีบำเพ็ญกุศล พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์
  • หลังจากนั้นเวลา 08.30 น.ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี จะเป็นพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • ส่วนภาคค่ำตั้งแต่เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีจะนำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าในจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธี จุดเทียนน้อมรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 57 วินาที

         จังหวัดจันทบุรีจึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดจันทบุรีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วันปิยะมหาราชโดยพร้อมเพรียงกัน การแต่งกาย ข้าราชการ /พนักงานรัฐวิสาหกิจแต่งเครื่องแบบปกติขาว ไม่สวมหมวก /ข้าราชการทหาร/ตำรวจ เครื่องแบบปกติขาว ไม่สวมหมวก พร้อมกระบี่ ถุงมือ / ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดจันทบุ รีชุดไทยอมรินทร์โทนสีชมพู / จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ชุดจิตอาสาพระราชทาน / ประชาชนทั่วไป ชุดสุภาพ ชุดผ้าไทย สุภาพโทนสีชมพู ( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สโมสรโรตารี่จันทบูร นำสมาชิกร่วมบำเพ็ญประโยชน์ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ถวายเป็นพระราชกุศล

สโมสรโรตารี่จันทบูรนำสมาชิกร่วมบำเพ็ญประโยชน์เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พร้อมมอบเตียงอาบน้ำข้าวสารของใช้ที่จำเป็นแก่ผู้พิการถวายเป็นพระราชกุศล

         สโมสรโรตารีจันทบูร นำโดย คุณธนนวพรรณ์ หลิมเจริญ นายกสโมสรฯ พร้อมด้วยสมาชิก ร่วมกันจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดังต่อไปนี้ มอบเตียงอาบน้ำสำหรับผู้พิการ มอบข้าวสาร และของใช้อุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้กับครอบครัวผู้พิการ ในพื้นที่ จังหวัดจันทบุรี

         โดยผู้รับบริจาคในครั้งนี้ เป็นครอบครัวคุณแม่เลี้ยงดูลูกๆ 3 คน ที่เป็นผู้พิการ และเป็นผู้ป่วยติดเตียง ในการอาบน้ำให้ลูกๆแต่ละครั้ง เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทางสโมสรฯ เล็งเห็นถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยเหลือ ส่งมอบเตียงอาบน้ำสำหรับผู้พิการในครั้งนี้ ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมด สมาชิกสโมสรโรตารีจันทบูรได้ร่วมกันบริจาค เป็นจำนวนเงินมูลค่า
23,000 บาท

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลพบุรี – แม่ค้าขนมครก เครียดปัญหาครอบครัว ภาระหนี้สิน ผูกคอดับคาบ้าน

https://youtu.be/MI5GLUbT4F4

         เมื่อเวลา 03.10 น. วันที่ 15 ต.ค. 62 พ.ต.ท.รัตนดล แหวดกระโทก สารวัตรเวรสอบสวน สภ.หนองม่วง อ.หนองม่วง ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้ผูกคอตาย ที่บ้านเลขที่ 121 หมู่ที่ 9 ต.ชอนสารเดช จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.หนองม่วง และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดหนองม่วง

         ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้น ที่ชั้นล่างพบศพนางทองใส เพชรแสง อายุ 54 ปี สภาพสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกสีฟ้าขาว กางเกงสามส่วนสีน้ำตาล ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกโยงกับขื่อผูกคอตัวเองปีนโต๊ะก่อนทิ้งตัวลงมา จากการตรวจสอบร่างกายในเบื้องต้น พบที่ลำคอมีร่องรอยการรัดจนเขียวช้ำ ไม่พบร่องรอยบาดแผลการถูกทำร้าย ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1-2 ชั่วโมง

         จากการสอบสวนนายนวล มีบังอายุ 57 ปี สามีที่นั่งกอดศพภรรยาด้วยความเศร้าสลดว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. นางทองใส ได้ลงมาเข้าห้องน้ำชั้นล่าง และเตรียมจัดข้าวของในการทำขนมครกเพื่อออกขายในช่วงเช้ามืด ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่นางทองใสและตนเองทำกันมาประจำ ซึ่งตนเองได้ตามลงต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่านางทองใส ภรรยาใช้เชือกผูกคอจึงได้ตะโกนเรียกลูก และญาติให้มาช่วยกันแก้เชือกทำการปฐมพยาบาล แต่นางทองใสเสียชีวิตก่อนหน้าแล้ว

          ทั้งนี้จากการสอบถามสามี และญาติๆ ถึงชนวนเหตุของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้ โดยนายนวลสามี เล่าว่าไม่คิดว่าภรรยาของตนเองจะมาคิดสั้นตัดสินปัญหาแบบนี้ ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีลางบอกเหตุมาก่อน ซึ่งน่าจะเกิดจากความเครียดปัญหาครอบครัว หนี้สิน รายได้ไม่พอกับรายจ่าย จึงตัดสินปัญหาด้วยการจบชีวิตดังกล่าว ซึ่งทางตนและญาติไม่ติดใจในการฆ่าตัวตายขอนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง /รายงาน

ยะลา – ตำรวจยะลา แถลงจับยาบ้า 2 คดี จำนวนของกลาง 104,200 เม็ด

         วันนี้ 14 ต.ค. 62 เวลา 14.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา อ.เมือง จ. ยะลา พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.นราวี บินอารง ผกก. สภ.เมืองยะลา ได้เปิดแถลงข่าว การจับกุม ยาเสพติด ของตำรวจภูธร อ.เมืองยะลา และ สภ.รามัน จ.ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีนโยบายมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ ประกอบกับ นโยบายการปรามปรามยาเสพติดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของแม่ทัพภาคที่ 4 และคำสั่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ดำเนินการสืบสวนจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในพื้นที่

          สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว. พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา พ.ต.อ.ปรเมษฐ์ พลับพลึง ผกก.สภ.รามัน จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ 2 คดี จำนวนของกลางยาบ้า 104,200 เม็ด ดังนี้

คดีที่ 1 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2562 เวลาประมาน 13.45 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ. เมืองยะลา นำโดย ร.ต.อ.สุรเดช ถนอมคล้าย รอง สว.สส.สภ.เมืองยะลา ได้ทำการอำพรางตัว เพื่อขอซื้อยาเสพติดจากเครือข่ายดังกล่าว จนนำไปสู่การจับกุมตัวนายนิเลาะ แวหะยี อายุ 32 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 36 ม.2 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวน 64,200 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 5,778 กรัม รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นโชกัน125 สีเหลือง-ดำ หมายเลขทะเบียน กวข 366 ปัตตานี จำนวน 1 คัน สถานที่จับกุม ริมถนนสายยะลา-ปัตตานี หน้าโรงเรียนบ้านประจัน ม.2 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ต่อเนื่องภายในสวนผลไม้หลังบ้านเลขที่ 36 ม.2 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2562 เวลาประมาน 14.48 น. ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด มว.ฉก.นปพ.ยะลา 12 และข้าราชการตำรวจ สภ.รามัน นำโดย ร.ต.อ.รุ่งรัศมี ปราบมนตรี ผบ.มว.ฉก.ยะลา 12 พร้อมพวกรวม 10 นาย ตั้งจุดตรวจจุดสกัด บนถนนสาย บาลอ-เรียง หมู่ 1 ตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ต่อมาได้มี นายพรี แยนา อายุ 32 ปี ที่อยู่ 41/1 หมู่ 4 ตำบลละหาร อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี(ผู้ต้องหา) ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 ไอ หมายเลขทะเบียน 1กค 6651 ยะลา มายังบริเวณจุดตรวจ จึงได้เรียกให้หยุด และขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ กระเป๋าสะพายสีเทา-แดง ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ภายในกระเป๋าสะพาย พบหีบห่อจำนวน 4 แพ็ค ภายในหีบห่อดังกล่าว พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทเเอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมกันทั้งหมด 40,000 เม็ด แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทเเอทเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จะได้ทำการขยายผลต่อไป.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

“ครูโอ๊ะ” ลุยสถานีรถไฟหัวลำโพง ตามติดแก้ปัญหาเด็กเร่ร่อนในเมืองหลวง!!

         วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 14 ตุลาคม 2562 เวลา 19.00 น. : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,ดร.พะโยม ชินวงษ์ ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้ง นายกุลธร เลิศสุริยะกุล ประธานเครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน มูลนิธิ สายเด็ก1387 พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามปัญหากลุ่มเด็กเร่ร่อน และให้กำลังใจครูสอนเด็กเร่ร่อนหรือเด็กด้อยโอกาสและหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพมหานคร

          ดร.กนกวรรณฯ เปิดเผยว่า “ปัจจุบันมีเด็กเร่ร่อนจำนวนมากตามเมืองใหญ่และต่างจังหวัด โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี และสถานการณ์มีความรุนแรงและซ้ำซ้อนยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงานกศน. ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน สมาคมสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้เปิดตัวโครงการ Children in Street เพื่อค้นหาและวางมาตรการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนบนท้องถนนในพื้นที่ กทม.ให้สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มเด็กบนท้องถนนในพื้นที่ กทม.ที่มีแนวโน้มจะหลุดออกนอกระบบการศึกษา ซึ่งแนวทางดังกล่าวถูกนำมาพัฒนาเป็นโครงการ Children in Street ในพื้นที่ กทม.

          โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบให้ความช่วยเหลือและกลไกปกป้องคุ้มครองกลุ่มเด็กและเยาวชนบนท้องถนน เพื่อยกระดับให้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง และสนับสนุนให้เด็กกลุ่มนี้เติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง ในการสำรวจเด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ใช้ชีวิตตามท้องถนนในพื้นที่ กทม.โดยมอบหมายให้ครูจาก กศน.ในแขวงต่างๆ ซึ่งมีจำนวน 180 แขวง ลงพื้นที่สแกนหาเด็กกลุ่มนี้อย่างเต็มพื้นที่ ตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยใช้กลไกของ กสศ.มาบูรณาการ ดำเนินงานร่วมกับหน่วยจัดการศึกษาต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการในทุกระดับการศึกษา ซึ่งเราได้ต่อยอดและขยายผลความคืบหน้าในความร่วมมือช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาต่างๆให้ตรงจุดและอย่างเข้มข้น ในกรุงเทพมหานคร กระทรวงศึกษาธิการ

          โดย สำนักงาน กศน.กรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้กศน.เขตปทุมวัน ดำเนินการจัดการศึกษาให้กับกลุ่มหมายเด็กเร่ร่อน โดย กศน.เขตปทุมวัน ได้ส่งครูสอนเด็กเร่ร่อนหรือเด็กด้อยโอกาสไปจัดการเรียนการสอนที่ทำการของ The hub สายเด็ก ซึ่งเป็นตึกแถว 2 ชั้นมีสถานที่กว้างขวางอยู่ใกล้หัวลำโพง สอนวันจันทร์และวันพฤหัส ช่วงเวลา 10.00-12.00 น. มีเด็กสมัครเข้าเรียนจำนวน 30 คน

         นอกจากนั้น ทางมูลนิธิฯ ได้ร่วมจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กในรูปแบบต่างๆ เช่น การพาไปค่ายต่างจังหวัด กีฬาว่ายน้ำ และชกมวย เป็นต้น​ โดยย่านหัวลำโพง นี้มีจำนวนเด็กเร่ร่อนที่มาเร่ร่อนตามลำพังหรือกับกลุ่ม มีประมาณ 50 คน มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นเด็กชายราวร้อยละ 80 เดินทางมาจากภาคอีสานมากที่สุด นอกจากนั้นยังมีเด็กเร่ร่อนที่มากับครอบครัวประมาณ 50 ครอบครัว ซึ่งมีฐานะยากจนพักอาศัยอยู่รอบๆ หัวลำโพงเพื่อทำงานรับจ้างทั่วไป เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือ สาเหตุที่เด็กออกมาเร่ร่อน ส่วนใหญ่มีปัญหามาจากครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ตี โดนไล่ออกจากโรงเรียน และหนีออกมาจากสถานสงเคราะห์ของราชการ เช่น สถานสงเคราะห์เด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวช)

          วีถีชีวิตและพฤติกรรมเด็กเหล่านี้ จะนอนตอนดึกถึงกลางวัน ตื่นนอนราวบ่ายสองโมง บางรายเช่าห้องอยู่กันเป็นคู่แต่ส่วนใหญ่จะอาศัยนอนหน้าหัวลำโพง อาศัยอาบน้ำที่ The hup สายเด็ก หรือห้องน้ำสาธารณะ เด็กจำนวนมากติดการดมกาว ส่วนการหาเลี้ยงชีพ ได้รับการรายงานว่า เด็กจะทำงานรับจ้างทั่วไป ค้ายาเสพติด และค้าประเวณี ซึ่งเป็นปัญหาที่สุ่มเสี่ยง อ่อนไหวและอันตรายสำหรับเยาวชน หากไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม

          ในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มนี้ ได้มอบหมายให้ สำนักงาน กศน. วางแผนและปรับการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากมีเด็กสมัครเข้าเรียนค่อนข้างมาก แต่มาพบกลุ่มน้อย อาจจะต้องแก้ไขโดยปรับเปลี่ยนเวลาเรียนเป็นช่วง 16.00 น. เป็นต้นไป และจะจัดสรรอุปกรณ์เทคโนโลยีพร้อมระบบสื่อสารออนไลน์มาช่วยในการจัดการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจ รวมทั้งแก้ปัญหาเด็กกลุ่มที่ต้องทำงานไม่สามารถมาเรียน (พบกลุ่ม)ได้เต็มที่ พร้อมทั้งพัฒนาความสามารถของเด็กๆให้มีอาชีพ มีงานทำ ไม่เป็นภาระของสังคม ฝึกฝนและพัฒนาฝีมือแรงงานควบคู่ไปด้วย

         การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้ด้อยโอกาสที่เป็นเด็กเร่ร่อน ในสถานศึกษา สังกัด สํานักงาน กศน. ปีงบประมาณ 2562 มีครูผู้สอน 37 คน ผู้เรียน 2,000 กว่าคน ดําเนินการจัดการศึกษาสำหรับเด็กเร่ร่อน จํานวน 14​ จังหวัด ได้แก่กรุงเทพมหานคร,ขอนแก่น, ชลบุรี,เชียงราย,นครราชสีมา,ภูเก็ต,ยะลา,สงขลา,สุราษฎรธานี, อุดรธานี, อุบลราชธานี, ระยอง, สกลนคร​ และเชียงใหม่

         เราตระหนักถึงปัญหาของเด็กเร่ร่อน เด็กกลุ่มนี้มีความเปราะบาง และมักกลายเป็นเหยื่อของการถูกกระทำทารุณกรรมและถูกใช้หาผลประโยชน์ ซึ่งปัญหานี้ยังไม่หมดไป ตราบใดที่ความเจริญยังรุกคืบ และยังดึงดูดความสนใจของเด็กที่มีพื้นฐานชีวิตครอบครัวไม่เข้มแข็งให้ออกมาหาชีวิตอิสระอย่างไร้จุดมุ่งหมาย ดังนั้นเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ ต้องอยู่ในอาชีพที่มีความเสี่ยงนี้ต่อไป กระทรวงศึกษาธิการ และเครือข่ายองค์กรทำงานเพื่อเด็กเร่ร่อน โดยการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จะร่วม พัฒนาระบบช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการศึกษา ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ให้แก่เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ โดยสอดคล้องกับความถนัดและศักยภาพเป็นรายกรณี เพราะเด็กและเยาวชนแต่ละคนมีสภาพปัญหาและความจำเป็นที่แตกต่างกันไป

          และอยากฝากให้สถาบันครอบครัวทุกครอบครัวดูแลและเข้าใจบุตรหลานท่านให้มาก วัคซีนที่ดีที่สุด คือ วัคซีนแห่งความรักจากพ่อแม่ และคนในครอบครัว ส่วนการช่วยเหลือด้านอื่นๆ กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการอย่างเป็นระบบร่วมกับองค์กรเครือข่ายต่อไป เราจะจับมือช่วยกันทลายทุกข้อจำกัดในสังคม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตดีขึ้นสำหรับเยาวชนเพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมช.ศธ.กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​