แหวน“รัชมงคลสมัย” รับการเปลี่ยนยุคสมัย ให้ชีวิตก้าวหน้า ปัญญารุ่งเรือง เสริมมงคลชีวิต

แหวนรัชมงคลสมัย “รับการเปลี่ยนยุคสมัย ให้ชีวิตก้าวหน้า ปัญญารุ่งเรือง” คำว่า “รัชมงคลสมัย” หมายถึง สื่อถึงยุคแห่งความเจริญรุ่งเรื่องมีความรุ่งโรจน์ และการที่บุคคลจะมีความเจริญรุ่งเรืองได้นั้นต้องประกอบไปด้วย “การปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆ การเปลี่ยนแปลงในสิ่งต่างๆ การมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง เสริมสร้างทัศนคติในเชิงบวกแก่ตนเอง”

นายช่างสุชาติ กิจทรานนท์ นายช่างใหญ่แห่งร้านอู่ทอง ถนนบางลำพู จึงได้ถอดรหัสจาก แนวความคิดข้างต้นมาถ่ายทอดเป็นเครื่องประดับ อันจะเสริมพลังในด้านบวกให้กับผู้ที่สวมใส่ และยังเป็นวัตถุมงคลที่จะดึงดูดสิ่งดีๆ อันเป็นมงคลเข้าหาผู้เป็นเจ้าของโดยแหวนวงนี้ มีชนวนมวลสารที่สำคัญ ที่ได้รับมอบจาก “เจ้าคุณธงชัย” ตั้งแต่อดีต เช่น เหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑประทับพระราหู, แหวนอสุรินทราหูทรงครุฑ, แผ่นทองคำ, แผ่นเงิน และแผ่นนาก เป็นชนวนหลักในการสร้างแหวนชุดนี้

เมื่อคิดได้เช่นนี้จึงได้มีแนวความคิด ออกแบบผ่าน แหวนพระนารายณ์ทรงครุฑประทับ บนพระราหูปรกนาคราช รุ่น “รัชมงคลสมัย” อันสื่อความหมายถึง “ทุกๆ ท่านที่มีแหวนวงนี้จะ ได้จะมีความเจริญรุ่งเรื่อง ก้าวหน้า มีความรุ่งโรจน์ และจะเป็นเครื่องเตือนสติ ช่วยให้ท่านเป็นผู้เจริญไปด้วยปัญญา และประกอบไปด้วยกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม”

โดยการได้นำแหวนสวมใส่ที่นิ้ว นอกจากจะเป็นสิ่งมงคลที่คุ้มแล้ว ยังเปรียบเสมือนสนามแม่เหล็ก ที่คอยดึงดูดพลังงานแห่งความสำเร็จ ความก้าวหน้าการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมาสู่ผู้เป็นเจ้าของและคนรอบข้าง โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลักหักค่าใช้จ่ายแล้ว ทางคณะผู้จัดสร้างแหวน จะนำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และมอบเป็นทุนการศึกษาแก่สถาบันฯ ต่างๆ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่, เพื่อสืบสานงานศิลป์เชิงช่างให้คงอยู่สืบไป นำรายได้ส่วนหนึ่งหลักทักค่าใช้จ่าย ร่วมทำนุบำรุงศาสนา และการศึกษา

แหวน รุ่น “รัชมงคลสมัย” จัดสร้าง 4 เนื้อ

  1. เนื้อสำริด บูชา 990บาท
  2. เนื้อเงิน บูชา 2,990 บาท
  3. เนื้อทองชมพู บูชา 23,990 บาท
  4. เนื้อทองคำ บูชา 29,000 บาท

โดยแหวนทุกวงจะมีหมายเลขกำกับทุกวง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 091-4192-655 หรือทาง Line Official @authong1996 หรือคลิกlink >>https://line.me/ti/p/%40pkx6663d

ลพบุรี – หนุ่มใหญ่เครียด !!ไม่อยากอยู่เป็นภาระใคร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง

วันที่ 14 พ.ย. 62 ร.ต.อ.รัตนชัย ผ่องทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพนียด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากพระวัดตะกรุดหว้า เลขที่ 9/9 หมู่ที่ 5 ต.ดงมะรุม ว่ามีผู้ผูกคอตายที่ศาลาเอนกประสงค์ จึงได้ประสานแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ รุดเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นศาลาเอนกประสงค์หน้าเมรุเผาศพ มีชาวบ้านพระเณร ยืนจับกลุ่มมุงดูอยู่จำนวนหนึ่ง ที่ขื่อศาลาพบร่างนายทองพูน กองคำอายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 5 ต.ดงมะรุม อ.โคกสำโรง ลพบุรี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ใช้สายไฟสีน้ำเงินมัดโยงกับขื่อ รัดคอตัวเอง มีเก้าอี้สีฟ้าตั้งอยู่ใกล้ศพ ที่เกิดเหตุมีรองเท้าแตะคาอยู่ที่เท้าซ้าย 1 ข้าง อีกข้างร่วงที่พื้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้ช่วยกันนำร่างลงมาเพื่อให้แพทย์ทำการชั้นสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และการต่อสู้ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10-12 ชั่วโมง

จากการสอบสวนพระลูกวัดตะกรุดหว้า ให้การว่าเมื่อช่วงเช้าหลังจากที่กลับมาจากบิณฑบาตร เดินผ่านศาลาเอนกประสงค์ คิดว่ามีญาติโยมยืนอยู่ไม่คิดว่าเป็นคนผูกคอตาย จนพระอีกองค์มาพบว่านายทองพูน ผูกคอตายแล้ว ซึ่งจากการสอบถามญาติของผู้ตายเล่าว่า นายทองพูนก่อนทำงานบริษัท หลังถูกเลิกจ้างได้มาประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งระยะหลังตกงานบ่อย แม้แต่ตัดอ้อย ถอนมันก็ยังมีคนแย่งกันทำ จนเกิดอาการเศร้าหมอง เหม่อลอย เครียด บ่นกับญาติว่าไม่อยากอยู่เป็นภาระใครอีก ซึ่งทางญาติก็ได้แต่คอยให้กำลังใจต่อสู้ จนเมื่อช่วงหัวค่ำนายทองพูนหายไป ซึ่งคิดว่าไปนอนบ้านเพื่อน จนมาทราบว่าผูกคอตายที่วัดแล้ว ซึ่งคงคิดว่าผู้ตายคงน้อยใจในชีวิต และก่อนตายก็ไม่อยากเป็นภาระยุ่งยากให้กับญาติจึงได้ขอจบชีวิตใกล้วัด ใกล้พระ ทั้งนี้ทางญาติไม่ติดใจในการตายของนายทองพูนขอนำร่างทำการบำเพ็ญกุศลที่วัดแห่งนี้เลย

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

จ.ลพบุรี – รถตู้รับส่งนักเรียนยางระเบิด เสียหลัก ตกข้างทางเจ็บระนาว 18 ราย คาดบรรทุกเกิน

https://youtu.be/_VUWiQkJjCo

ศูนย์ข่าวภาคกลาง จังหวัดลพบุรี รถตู้รับส่งนักเรียนยางระเบิดเสียหลักตกข้างทางเจ็บระนาว 18 ราย คาดบรรทุกเกิน

เมื่อเวลา 07.05 น. วันที่ 14 พ.ย. 62 ร.ต.อ.วิชัย แสนบุตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านกุ่ม อ.เมือง ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้รับส่งนักเรียนเสียหลักตกข้างทาง ที่ถนนสายลพบุรี-บ้านแพรก หมู่ที่ 5 ต.งิ้วราย โค้งวัดชีแวะ ในที่เกิดเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถ จึงได้ประสานรถกู้ชีพจาก รพ.พระนารายณ์มหาราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมด้วยอุปกรณ์ในการตัดถ่างรุดเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ เงิน หมายเลขทะเบียน ฮฉ-4971 กรุงเทพ มหานคร ตกอยู่ข้างทางในสภาพพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บล้วนเป็นเด็กนักเรียน เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แพทย์พยาบาลได้ทำการช่วยเหลือนำร่างออกมาจากซากรถ ปฐมพยาบาลในเบื้องต้นก่อนรีบนำตัวส่ง และยังมีเด็กนักเรียนติดคาซากรถอยู่อีกหลายราย เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาได้ในเวลาต่อมาหลายรายอาการสาหัส

จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าได้ขับรถตามหลังรถคันเกิดเหตุ จู่ๆ รถได้เสียหลักพุ่งตกข้างทางเป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร พุ่งชนต้นไม้ริมทาง ก่อนที่จะพุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง เสียงดังสนั่น จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ รพ.พระนารายณ์มหาราช มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากถึง 19 ราย อายุระหว่าง 12-20 ปี และเด็กสุดอายุ 5 ปี รวมถึงนายนิรุท ศรีจันทร์ดี อายุ 36 ปี คนขับได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ คาดว่ารถตู้รับส่งนักเรียนคันนี้ได้บรรทุกนักเรียนจาก รร.วินิตศึกษา รร.พิบูลวิทยาลัย และนักเรียนชั้นอนุบาลมามากถึง 18 คน ซึ่งอาจจะเป็นการบรรทุกมากเกินจนสภาพรถ และยางรถรับน้ำหนักมากเกินไป จนเป็นเหตุให้ยางรถระเบิด ก่อนเสียหลักพุ่งตกข้างทางดังกล่าว ซึ่งทางร้อยเวรเจ้าของคดีจะได้สอบสวนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

นนทบุรี – กลุ่มวัยรุ่น 6 คนนั่งเล่นเกมส์ในบ้าน ถูกคู่อริใช้อาวุธปืนยิงใส่ ดับ 1 ราย

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 14 พ.ย. 62 ร.ต.ท.กิตตินันท์ อักษรสม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันที่ บ้านเลขที่ 67/425 หมู่ 2 ซอยขจรเนติยุทธ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน อาสาสมัคร มูลนิธิร่วมกตัญญู รุดตรวจสอบ
   

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น บริเวณหน้าบ้านพบกองเลือดนองเต็มพื้น ทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ ชื่อนายจิตติวัฒน์ สารเถื่อนแก้ว อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/763 หมู่ 5 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ถูกยิงเข้าที่บริเวณชายโครงด้านขวาเป็นรูพรุน อาการสาหัส ถูกนำส่งรพ.กรุงไทย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
   

จากการสอบถามนายนายชาตกาญจน์ ศิริวินันทน์อายุ 20 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิต เล่านาทีระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนพร้อมพวกนั่งเล่นเกมส์กันอยู่ หน้าบ้านจำนวน 6 คน และได้มีรถวิ่งเข้ามาแต่ไม่ทราบว่าเป็นรถรุ่นไหน ทะเบียนอะไร จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เลยรีบพากันวิ่งหนีแยกย้ายเข้าบ้าน ทันใดนั้นสังเกตุเห็นว่าเพื่อนถูกยิงนอนจมกองเลือด คาดว่าน่าจะเป็นคู่อริที่เคยมาไล่แทงที่หน้าอำเภอปากเกร็ดก่อนหน้านี้
   

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากเกร็ดและพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ยิงใส่ผู้เสียชีวิตส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากกลุ่มวัยเคยมีเรื่องกันมาก่อนหน้านี้เลยมายิงล้างแค้น
 

 เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและจะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมาย ต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

มุกดาหาร # ตชด.234 และฝ่ายความมั่นคงปฏิบัติการกวาดล้าง ตรวจยึดยาบ้า 52,000 เม็ด ไอซ์ 302 จี ผตห.2 ราย

https://youtu.be/qpmCmIwocs8

ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 มุกดาหาร สนธิฝ่ายความมั่นคง ปฏิบัติการตรวจยึดยาบ้ากว่า 52,000 เม็ด ไอซ์ 302 กรัม พร้อมผู้ต้องหา 2 คน

( แถลงข่าว ) เมื่อวันที่13 พ.ย.62 เวลา 13.00 น. ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 อำเภอ เมือง จังหวัดมุกดาหาร นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.ท.สมภพ อ่อนสิน รอง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พันโทธัญวพิสิทธิ์ จิรากฤติภาสกุล หัวหน้าชุดปฎิบัติการเคลื่อนที่เร็ว กอ.รมน.มุกดาหาร ร.ต.อ.ชัยพงษ์ บุตรศาสตร์ รองผู้บังคับกองร้อย ตชด.234 มุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 2 รายคือ นายธีรยุทธ คำนนท์ อายุ 25 ปี ที่อยู่ 167 หมู่ที่ 4 ต.นากอก อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร และนายพีระพัฒน์ พิศสุวรรณ อายุ 17 ปี ที่อยู่ 57 หมู่ที่ 9 ต.ทุ่งแต้ อ.เมือง จ.ยโสธร พร้อมของกลางยาบ้า 52,200 เม็ด ไอซ์ 302 กรัม รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Yamaha สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจำนวน 1 คัน โทรศัพท์ เคลื่อนที่ จำนวน 1 เครื่อง หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ ตชด.234 จังหวัดมุกดาหาร และฝ่ายความมั่นคงจังหวัดมุกดาหาร จับกุม ณ โรงเรียนบ้านป่งแดง ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย และบริเวณริมถนนดินท้ายหมู่บ้าน ห่างจากโรงเรียนบ้านประมาณ 1 กม.

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เวลา เวลา 00.30 น. ตำรวจตระเวนชายแดน หรือ ตชด. 234 มุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการสั่งการ ของ พันตำรวจเอก สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พ.ต.ท.เทิดฤทธิ์ สุวรรณประทัง ผู้บังคับกองร้อย ตชด.234 ให้ ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ศรีค้อ หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าวร้อย ตชด.234 พร้อมเจ้าหน้าที่ ตชด.234 ประสานกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจสอบและวางแผนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่ บ้านป่งแดง ตำบลหนองแวง อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร หลังจากสืบทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เครือข่าย ท้าวไก่ หรือใซ อยู่เมืองคำเกิด แขวงบอลิคำไซ ซึ่งเป็นนายทุนและเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ จะนำยาเสพติด มาส่งมอบให้กับเครือข่ายฝั่งไทย ที่บ้านป่งแดง ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ระหว่างเวลา 00.00 น.ถึง 02.00 น ของวันที่ 12 -13 พฤศจิกายน 2562 จึงได้ประสานฝ่ายความมั่นคง ลงพื้นที่ตรวจสอบและวางแผนจับกุม

จนกระทั่งเมื่อเวลา 00.30 น ของวันที่ 13 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ ตชด.234 ได้พบชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้าไปยังโรงเรียน บ้านโป่งแดง ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย ลักษณะต้องสงสัยจึง แสดงตัวขอตรวจค้นพบยาบ้า ซุกซ่อนอยู่บริเวณหน้าท้องของนายธีรยุทธ โดยมีเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวปิดคลุมไว้อีกชั้นหนึ่ง ตรวจนับยาบ้าจำนวน 18.800 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

โดยกล่าวหาว่า: ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, เสพสารเสพติดให้โทษประภท 1 (ยาบ้าหรือเมทเอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย,และแจ้งข้อกล่าวหานาย พีระพัฒน์ฯ เพิ่มเติมว่า ขับขี่พาหนะขณะมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายโดยฝ่าฝืนกฎหมาย

และในวันเดียวกัน เวลา 05.40 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.234 มุกดาหาร ได้ตรวจพบ ยาบ้า วางอยู่ริมถนนดินท้ายหมู่บ้านป่งแดง ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย ห่างจากโรงเรียนบ้านป่งแดงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 1 กม.จำนวน 33,200 เม็ด ไอซ์ 302 กรัม แต่ไม่พบผู้กระทำผิด จึงได้ตรวจยึดเป็นของกลาง รวมยาบ้าจำนวน 52,000 เม็ด ไอซ์ 302 กรัม

ซึ่งภายหลังแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดร /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ////// T-092-5259-777

ร้องกองปราบฯ​ ถูก ส.ส.พรรคดัง ย้อมแมวเลขไมล์รถมาขายกว่า 1.4 ล้านบาท

วันนี้​ วัน​พุธ​ที่ 13 พฤศจิกายน​ 2562​ เวลา 10.30 น. ที่กองปราบปราม​ (บก.ป.) : นายแคสเปอร์ บาร์โธดิ (Mr.Casper Bartholdi ) นักธุรกิจชาวเดนมาร์กผู้เสียหาย อายุ 34 ปี พร้อม น.ส.ศิรินภา ขุมทอง พี่สะใภ้ และนายนุกูล นุกูลกิจ ทนายความ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.หญิง พรพิมล ดอกไม้ รอง สว.(สอบสวน) บก.ป.หลังติดต่อซื้อขายรถยนต์มือสอง ยี่ห้อ BMW รุ่นซีรีย์ 7 ปี 2011 จากคนในแวดวงการเมือง มาในราคา 1,450,000 บาท แต่รถกลับพังเสียหายตั้งแต่ถอยออกมา ก่อนตรวจสอบพบว่าเลขไมล์ไม่ตรงกับความจริง

น.ส.ศิรินภาฯ กล่าวว่า นายแคสเปอร์ฯ​ ได้ให้ น.ส.ดวงใจ ขุมทอง ภรรยา ติดต่อซื้อรถยนต์ยี่ห้อ BMW รุ่นซีรีย์ 7 ปี 2011 ผ่านเว็บไซต์แห่งหนึ่ง​ (one2car.com) เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2561​ โดยพบว่าระบุเลขไมล์ไว้ที่ 60,000 กิโลเมตร ซึ่งได้นัดดูรถที่เต๊นท์มือสองย่าน​ ถนนกาญจนาภิเษก โดยมีนักการเมืองรายหนึ่งใน จ.จันทบุรี เป็นผู้ประสานติดต่อการซื้อขาย และพาดูรถ จากนั้นเมื่อตกลงราคาจนเป็นที่พอใจ ก็ขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านที่ จ.ชลบุรี แต่รถเกิดเสียบริเวณมอเตอร์เวย์

จึงติดต่อเต๊นท์รถให้นำกลับไปซ่อม ซึ่งตลอดการใช้งาน ก็ต้องนำไปซ่อม 3 ครั้ง กระทั่งล่าสุดเดือนกันยายน​ ที่ผ่านมา ได้นำรถเข้าศูนย์รถที่ จ.ชลบุรี โดยตรง ก่อนที่ช่างจะตรวจสอบพบเลขไมล์จริงๆ ถึง 400,000 กิโลเมตร จึงเชื่อว่ารถน่าจะถูกกรอกเลขไมล์ก่อนนำมาประกาศขาย ระหว่างนั้นยังต้องเสียเงินค่าซ่อมรถยนต์ไปกว่า 3 แสนบาท

จากนั้น​ ก็ได้ติดต่อไปยังนักการเมืองรายดังกล่าวที่เต๊นท์ย่านกาญจนาภิเษกโดยตรงเพื่อขอเงินค่าดาวน์รถคืนกว่า 6 แสนบาท แต่ตนได้รับกลับมาเพียง 3 แสนบาท พร้อมระบุว่าพวกตนไม่สามารถแจ้งความเอาผิดได้ จึงทำให้เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ทางทนาย ได้พามาแจ้งความดำเนินคดีกับนักการเมืองและพรรคพวก ในข้อหา “หลอกลวงผู้ซื้อในการโฆษณา​ ”ตามกฎหมายอาญา มาตรา 271 และข้อหาฉ้อโกง ก่อนนำใบแจ้งความ ไปร้องทุกข์ที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค​ (สคบ.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สอบปากคำพร้อมตรวจสอบหนังสือสัญญา​ และเอกสารหลักฐานต่างๆ ก่อนรายงานเสนอข้อผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เลขาธิการ ศอ.บต.เผย – ขอพี่น้องประชาชน เชื่อมั่น รัฐจะดำเนินการปกป้องและคุ้มครองเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก

ขอพี่น้องประชาชนเชื่อมั่นรัฐจะดำเนินการปกป้องและคุ้มครองพี่น้องประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก

        พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า สำหรับการสูญเสียครั้งนี้ที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิต 15 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบฯ เป็นอย่างยิ่ง และรัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเด็ดขาดจะช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ  เบื้องต้นตามระเบียบหลักเกณฑ์การเยียวยา ศอ.บต.ได้มอบเงินรายละ 500,000 บาท ให้แก่ผู้เสียชีวิตและหากครอบครัวใดที่มีทายาท หรือบุตร รัฐก็ดูแลเรื่องของการศึกษาจนจบปริญญาตรี หรืออายุไม่เกิน 25 ปี ถึงแม้ว่าการเยียวยาในชีวิตจริง ตัวเงินจะมีความสำคัญแต่ไม่ใช่ที่สุด เพราะที่สุดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คือ สภาพจิตใจของผู้ที่สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบฯ ตลอดจนความเป็นอยู่ ที่ภาครัฐจะต้องร่วมมือกันทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนเหล่านี้สามารถยืนอยู่ได้ในสังคมแผ่นดินไทยและมีชีวิตอย่างเป็นสุขที่สุด ซึ่งขณะนี้ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการและจะไม่ทิ้งให้โดดเดี่ยวอย่างแน่นอน

        เลขาธิการ ศอ.บต. ยังเปิดเผยต่ออีกว่า ในส่วนของการทำความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชนทั้งพุทธและมุสลิมนั้นเหตุการณ์ที่เกิดสร้างความเจ็บปวดให้กับทุกคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นแนวทางที่ถูกต้องตามกฏหมาย รัฐต้องมีการดำเนินการเพื่อปกป้องและคุ้มครองพี่น้องประชาชนให้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียแบบนี้อีกต่อไป

        ขณะที่หนึ่งในครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้มีการสูญเสียผู้นำชุมชนทั้งเจ้าหน้าที่ ชรบ. และประชาชนผู้บริสุทธิ์ของชาวลำพะยาไปเป็นจำนวนมาก และครอบครัวของเราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไป จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐได้เข้ามามีส่วนในการสนับสนุนและส่งเสริมเรื่องของอาชีพ เพื่อจะได้ดูแลสมาชิกในครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ และครอบครัวของเรายังคงจะทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครรักษาหมู่บ้าน(อรบ.) เพื่อทำตามเจตนารมณ์ของพ่อและแม่ให้การดูแลชุมชนต่อไป 

#คุ้มครองพี่น้องประชาชน#ลำพะยา #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews

เกษตรยะลา – แจ้งชาวสวนยางที่มีปัญหาโรคใบยางร่วงให้หยุดกรีดชั่วคราว ระบุไม่น่าจะลามไปยังพืชชนิดอื่น

เกษตรยะลา แจ้งชาวสวนยางที่มีปัญหาโรคใบยางร่วงให้หยุดกรีดชั่วคราว ระบุไม่น่าจะลามไปยังพืชชนิดอื่น

         จากกรณีการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ ซึ่งจังหวัดยะลา พบการระบาดในอำเภอเบตงแล้วจำนวนกว่า 500 ไร่ ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง โดยก่อนหน้านี้พบการระบาดในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลยะรม ล่าสุดนายจำนงค์ เพชรอนันต์ เกษตรจังหวัดยะลา ได้เปิดเผยว่า จากการสำรวจของทางเกษตรอำเภอเบตง พบว่าทั้งใบยางพาราที่มีการร่วงทั้งต้น และต้นที่ใบยังไม่ร่วง แต่พบว่ามีแผลรูปร่างกลมสีสนิมซีดบนใบแล้ว จึงวินิจฉัยเบื้องต้นว่าสวนยางพาราดังกล่าว เกิดจากการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่

          ส่วนการติดต่อไปยังพืชชนิดอื่นหรือไม่นั้น นายจำนงค์ เพชรอนันต์ เกษตรจังหวัดยะลา ยังระบุว่า ขณะนี้เท่าที่เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช ได้มีการติดตามเฝ้าระวังอยู่ในพื้นที่นั้นจะพบเฉพาะในยางพาราเท่านั้น ยังไม่ได้มีการระบาดหรือติดต่อไปทำลายพืชชนิดอื่นแต่อย่างใด โดยตนคิดว่าไม่น่าจะลามไปยังพืชชนิดอื่น และหลายคนอาจจะกังวลเรื่องของการลุกลามไปสู่พืชอื่น มีบางคนพูดโดยที่ไม่มีข้อมูลเพราะข้อเท็จจริงแล้วต้องหาสาเหตุของเชื้อคืออะไร ระบาดพืชอะไรได้บ้าง เพื่อสร้างการรับรู้สู่พี่น้องประชาชนต่อไป

          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้เกษตรกรหยุดกรีดยางต้นที่เป็นโรคทันทีเพื่อรักษาไม่ให้ต้นยางพาราโทรม และสำรวจพืชชนิดอื่นที่อาจจะเป็นพืชอาศัยของเชื้อราชนิดนี้ รวบรวมข้อมูล เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา และยับยั้งการระบาดไม่ให้ขยายวงกว้างออกไป

#เกษตรยะลา #ปัญหาโรคใบยางร่วง #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews

ส่วนราชการจังหวัดยะลา ร่วมกิจกรรม “พบปะยามเช้า” คึกคัก

ส่วนราชการจังหวัดยะลา ร่วมกิจกรรม “พบปะยามเช้า” คึกคัก

          วันนี้ (13 พ.ย. 62) ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “พบปะยามเช้า” หัวหน้าส่วนราชการ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ปรึกษาหารือ ข้อราชการต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดยะลา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดยะลา เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

         กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ปรึกษาหารือ ข้อราชการต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานของส่วนราชการ และสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทุกวันพุธสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน โดยกำหนดให้ส่วนราชการหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละเดือน โดยในครั้งนี้องค์ การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เป็นเจ้าภาพ โอกาสนี้ นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้กล่าวขอบคุณทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้

          นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการมอบเกียรติบัตร ให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ผ่านการคัดเลือก และเด็กที่ได้รับการคัดเลือกในโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาค โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา อีกด้วย

#ส่วนราชการจังหวัดยะลา #กิจกรรมพบปะยามเช้า #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์(thainews)

จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เบตง จ.ยะลา เร่งเก็บขยะกระทงตามสถานที่จัดงานลอยกระทง ในเมือง

(12 พ.ย.62) พ.จ.ท.อนันต์ บุญสําราญ นายอำเภอเบตง นำจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ร่วมกิจกรรมทำความสะอาด เก็บขยะกระทงที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวนำไปลอยบริเวณสวนน้ำเทศบาลเมืองเบตงซึ่งมีขยะกระทงลอยอยู่เกือบครึ่งสระและส่วนใหญ่เป็นกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติประชาชนให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย และให้สวนน้ำเทศบาลเมืองเบตงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

พ.จ.ท.อนันต์ บุญสําราญ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ในวันนี้ได้มีการจัดกิจกรรมทำความสะอาดเก็บขยะกระทงที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวนำไปลอยบริเวณสวนน้ำเทศบาลเมืองเบตง หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีประเพณีลอยกระทง โดยเฉพาะหยวกกล้วย และดอกไม้หลากสีสัน และกระทงขนมปัง ส่วนกระทงโฟมในปีนี้แทบไม่มีให้เห็น เป็นผลมาจากประชาชน และนักท่องเที่ยวตื่นตัว และให้ความสำคัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม และจะเร่งเก็บขยะกระทงให้แล้วเสร็จ เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย และให้สวนน้ำแห่งนี้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ    เพื่อให้พื้นที่เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยว

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews