สืบสวนตม.5​ – รวบหนุ่มสาวฮิปปี้ (Hippie) ชาวกรีซ และชาวจีน ลักลอบเร่ขายสินค้าข้างถนน และรวบสาวฟิลิปปินส์ หลอกโรงเรียนสอนภาษาเพื่อเข้าเรียน หวังตบตาเจ้าหน้าที่​ ลักลอบเข้าเมือง

สืบสวนตม.5​ รวบหนุ่มสาวฮิปปี้ (Hippie) ชาวกรีซ และชาวจีน ลักลอบเร่ขายสินค้าข้างถนน และรวบสาวฟิลิปปินส์ หลอกโรงเรียนสอนภาษาเพื่อเข้าเรียน หวังตบตาเจ้าหน้าที่​ ลักลอบเข้าเมือง

วันอังคารที่ 19 พ.ย.62 เวลา 10.30 น.​ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช. สตม.,พล.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์​ ผบก.อก.สตม.,พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และพ.ต.อ.วิฑูรย์ เดโช ผกก.สส.บก.ตม.5 ร่วมแถลงข่าว ดังนี้

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.62 อันเป็นห้วงเริ่มต้นการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลลอยกระทง เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.ตม.5 ได้ทำการสืบสวนหาข่าวบริเวณแหล่งชุมชนบริเวณสถานที่จัดงานลอยกระทงในจังหวัดเชียงใหม่และแหล่งใกล้เคียงที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ได้ตรวจพบคนต่างด้าว ชื่อ นายสปีรีโดน (Mr.SPYRIDON) สัญชาติกรีซ อายุ 43 ปี และนางสาวเสี่ยวผิง (Ms.XIAOPING) สัญชาติจีน อายุ 28 ปี ขณะนั่งวางขายสินค้าอยู่บนทางเท้าถนนมูลเมือง ซอย 3 ตำบลศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อยู่ปะปนกับกลุ่มคนไทยที่วางขายสินค้าลักษณะคล้ายกัน โดยผู้คนกลุ่มดังกล่าวมีลักษณะปล่อยผมยาวหนวดเครารุงรัง ลักษณะคล้ายกลุ่มฮิปปี้ (Hippie) อย่างไรก็ตามเมื่อเรียกตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าคนต่างด้าวทั้งสองรายเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยได้รับอนุญาตตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว แต่ได้ลักลอบทำงานเร่ขายสินค้า อันเป็นงานต้องห้ามคนต่างด้าวทำและไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงได้ทำการจับกุมโดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

คดีต่อมาเมื่อเดือน ต.ค.62 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.5 ได้ทำการตรวจสอบพฤติการณ์คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรและเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนสอนภาษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยในวันที่ 30 ต.ค.62 เวลา 14.30 น. ด้วยการประสานกับโรงเรียนสอนภาษาแห่งหนี่ง ให้แจ้งรายชื่อคนต่างด้าวที่เคยศึกษากับโรงเรียนสอนภาษาดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลพฤติการณ์ และโรงเรียนสอนภาษาได้แจ้งรายชื่อคนต่างด้าวจำนวนหนึ่งที่เคยศึกษาอยู่และวีซ่าได้สิ้นสุดลงและกลับมายื่นเอกสารเพื่อศึกษาต่อ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตัวมาเพื่อดำเนินการตรวจสอบในจำนวนนี้มี นางสาว โดมิงโก (MISS.DOMINGO) อายุ 58 ปี สัญชาติ ฟิลิปปินส์ โดยได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางพบข้อมูล ว่าได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรแล้ว และไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแต่อย่างใด และให้การว่าตนได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทางด่าน ตม.แม่สาย​ แล้ว แต่หลังจากนั้นได้ลักลอบเข้ามาราชอาณาจักรตามช่องทางธรรมชาติ โดยได้มาอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเข้าใจผิด คิดว่าตนสามารถยื่นขออนุญาตอย่างถูกต้องได้โดยการติดต่อขอศึกษากับโรงเรียนสอนภาษาดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมโดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พ.ต.อ.วิฑูรย์ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการอาชญากรรมตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายที่มีโทษทางอาญาที่เกี่ยวข้อง และให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใด พบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบตม.5 รวบชาวอินเดียตระเวนหาลูกค้าเพื่อปล่อยเงินกู้ พบ Over stay เกือบปี

วันอังคารที่ 19 พ.ย.62 เวลา 10.30 น.​ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช. สตม., พล.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์​ ผบก.อก.สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และพ.ต.อ.วิฑูรย์ เดโช ผกก.สส.บก.ตม.5 ร่วมแถลงข่าว ดังนี้

เจ้าหน้าที่​สตม.ได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลสัญชาติอินเดียปรากฏตัวในลักษณะการตระเวนหาลูกค้าเพื่อที่จะปล่อยเงินกู้หรือในลักษณะเสนอขายสินค้าแบบผ่อนส่ง หรือให้เงินกู้แก่ลูกค้าชาวไทยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร​ และจังหวัดใกล้เคียง จึงได้จัดกำลังสืบสวนเพื่อตรวจสอบบุคคลดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 ต.ค.62 เวลาประมาณ 20.00 น. สามารถพบตัวบุคคลต้องสงสัยตรงตามลักษณะรูปพรรณที่ได้รับข้อมูล ขณะเดินอยู่บนถนนตะพานหิน-บางมูลนาก ตำบลตะพานหิน อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ตรวจเอกสารทราบชื่อว่า นายโอเปนดรา (MR.OPENDRA) สัญชาติอินเดีย อายุ 29 ปี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อ 27 ส.ค. 61 ได้รับอนุญาตตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว อนุญาตถึง 26 ต.ค.61 จึงเป็นการอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาตจำนวน 362 วัน แต่ตรวจค้นไม่พบเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพียงพอกับกรณีการดำเนินธุรกิจเงินกู้นอกระบบแต่อย่างใด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ต่อไป

พ.ต.อ.วิฑูรย์ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการอาชญากรรมตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎ หมายที่มีโทษทางอาญาที่เกี่ยวข้อง และให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใด พบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507​ซ.สวนพลู แขวงทุ่ง มหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม.5 – รวบแก๊งคนเวียดนาม ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวที่เดินเที่ยวงานลอยกระทง บริเวณประตูท่าแพ เชียงใหม่

สืบสวนตม.5 รวบแก๊งคนเวียดนามล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวที่เดินเที่ยวงานลอยกระทง บริเวณประตูท่าแพ เชียงใหม่

วันอังคารที่ 19 พ.ย.62 เวลา 10.30 น.​ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช. สตม., พล.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์​ ผบก.อก.สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และพ.ต.อ.วิฑูรย์ เดโช ผกก.สส.บก.ตม.5 ร่วมแถลงข่าว ดังนี้

ด้วยระหว่างวันที่ 9-12 พ.ย.62 เป็นการจัดงานวันลอยกระทง หรืองานประเพณียี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย​ และต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและร่วมงานเทศกาลดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็ได้มีแก๊งมิจฉาชีพแฝงเข้ามาปะปนก่อเหตุอาชญากรรม โดย เมื่อวันที่ 10 พ.ย.62 เวลา 18.00 น. นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น แจ้งว่าขณะที่ตนและครอบครัวเดินเที่ยวงานลอยกระทงอยู่บริเวณถนนมูลเมืองต่อเนื่องถนนประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่​ อยู่นั้น

ได้สำรวจพบว่ากระเป๋าสตางค์ซึ่งมีเงินสด​ และบัตรอิเล็กทรอนิกส์อยู่จำนวนหนึ่งหายไป จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ประสานเจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.ตม.5 ร่วมกันสืบสวนติดตามคนร้าย โดยสืบสวนจากกล้องวงจรปิดพบบุคคลต้องสงสัยมีลักษณะคล้ายเป็นชาวต่างชาติสัญชาติเวียดนาม จึงได้สืบสวน​ และตรวจตามโรงแรมที่พักย่านใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และโรงแรมที่พักย่านที่ปรากฏข้อมูลตามกล้องวงจรปิด จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 11 พ.ย.62 เวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติเวียดนามที่ก่อเหตุได้ 2 คน คือ​ MR.DO DINH อายุ 32 ปี สัญชาติ เวียดนาม และ​ MR.HA VAN อายุ 39 ปี สัญชาติ เวียดนาม

พร้อมของกลางทรัพย์สิน จำนวน 12 รายการ ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ดังกล่าว เคยถูกดำเนินคดีลักทรัพย์และถูกบันทึกรายชื่อเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร (Black list) แล้ว ซึ่งครั้งนี้จากการให้ปากคำทราบว่าทั้งสองรายได้ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรทางช่องทางธรรมชาติ จึงถูกจับกุมดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร และร่วมกันใช้บัตรหรือมีไว้ใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ” นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป​

พ.ต.อ.วิฑูรย์ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการอาชญากรรมตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายที่มีโทษทางอาญาเกี่ยวข้อง และให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใด พบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“เตี๋ยวเป็ดเส้นใหญ่” ชามนี้ ครูพี่โอ๊ะจัดให้

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เดินทางไปเยี่ยมและเลี้ยงอาหารกลางวันนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่โรงเรียน ณ โรงเรียนศรีสังวาล ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ย.62 พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ,นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ,ดร.พะโยม ชิณวงศ์ หัวหน้าคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ คณะทำงาน รมช.ฯ และดร.สุดา สุขอ่ำ พร้อมคณะ จากสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ.ร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันในครั้งนี้

ดร.กนกวรรณฯ กล่าวว่า จากที่ครั้งได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รร.ศรีสังวาลย์ฯ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.62​ ที่ผ่านมาได้ทักทาย พบปะ และพูดคุยกับนักเรียน รร.ศรีสังวาลย์ฯ โดยในวันนั้น ได้พบกับเด็กชายรัชชานนท์ สนธิสุวรรณ นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 เป็นเด็กที่น่ารักมาก เด็กชายรัชชานนท์ บอกตนว่า “ชอบก๋วยเตี๋ยวเป็ดเส้นใหญ่ และอยากทานเพราะไม่ได้ทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดนานแล้ว” ตนจึงรับคำและสัญญาว่า จะกลับมาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเป็ด ซึ่งในวันนี้ได้นำลอดช่อง และไอศกรีม มาเลี้ยงด้วย ซึ่งตนคิดว่า ถึงแม้ว่า จะเป็นเพียงแค่คำสัญญากับเด็ก แต่ตนคิดว่า เมื่อได้รับปากสัญญาใครไว้แล้ว ก็จะทำให้ได้ แม้จะเป็นคำสัญญาของเด็กๆ ก็ตาม

ดร.กนกวรรณฯ ยังกล่าวย้ำว่า “จะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ สำหรับการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ตนในฐานะรมช.ศึกษาธิการ​ ที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง จะร่วมกับคณะทำงาน​ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ให้เกิดการพัฒนางานให้เจริญก้าวหน้า พร้อมๆ กับสนับสนุนและส่งเสริมอำนวยความสะดวกให้มีความคล่องตัวในการทำงานพัฒนาการศึกษาให้ดีที่สุดเพื่อคนไทยทุกคน โดยจะทลายทุกข้อจำกัด และไม่ทิ้งใคร “เมื่อท่านทุกข์ท่านก็จะเห็นหน้ากนกวรรณ เมื่อท่านสุขเราก็จะสุขไปด้วยกัน” และวันนี้ขอให้ทุกคนทานอาหารและอิ่มอย่างมีความสุข รวมทั้งคณะครู และผู้ปกครอง ณ ที่นี้ด้วย” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว   

จากนั้นเด็กชาย รัชชานนท์ เป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ และกล่าวเชิญชวนเพื่อนๆ ร่วมทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดสั้นๆ ว่า “ ขอบคุณท่านกนกวรรณ ขอทุกคนทานให้อร่อยนะครับ” และดร.กนกวรรณฯ​ ยังได้ร่วมร้องเพลงกับนักเรียนด้วยความเป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้กับทุกคนในงานเป็นอย่างมาก

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ตม.เชียงแสน – ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาลักลอบลำเลียงยาบ้า 3​ ล้านกว่าเม็ด และไอซ์เกือบ​ 40 กก.

วันอังคารที่ 19 พ.ย.62 เวลา 10.30 น.​ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์ ผบก.อก.สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.ณัชธฤต ปิ่นปัก ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน ร่วมแถลงข่าว ดังนี้

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.62 เวลาประมาณ 15.00 น. ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน กองบังคับการ ตรวจคนเข้าเมือง 5 ได้รับการประสานจากชุดสืบสวน บก.สส.ภ.5 ว่ามีผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ จะลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้าสู่ตอนกลางของประเทศไทย โดยจะใช้เส้นทางจาก อ.แม่สาย ผ่าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จึงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.5,สภ.เชียงแสน,ตชด.,หน่วยทหารพรานและฝ่ายปกครอง โดยร่วมกันวางแผนตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดเพื่อตรวจค้นสกัดกั้นรถเป้าหมาย ณ บริเวณเส้นทางรอง บ้านถ่อน–บ้านป่าสักน้อย ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

จนกระทั่งเวลา ประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 6 ต.ค.62 ได้พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กทม.ขับมาจาก อ.แม่สาย มุ่งหน้าไปทางตู้ยามป่าสักน้อย เจ้าหน้าที่จึงได้ให้สัญญาณเพื่อหยุดรถ ทำการตรวจค้น แต่รถคันดังกล่าวได้เร่งเครื่องฝ่าด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามคนร้ายไปตามถนนสายบ้านป่าถ่อน–บ้านป่าสักน้อย จนมาถึงบริเวณบ้านป่าสักน้อย หมู่ที่ 3 ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจยิงไปที่ล้อรถของคนร้ายเพื่อสกัดกั้นการหลบหนี จนรถยนต์ของคนร้ายได้เสียหลักไถลลงข้างทาง และคนร้ายได้อาศัยความมืดวิ่งหลบหนีการจับกุมไปได้

เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว เป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา ตรวจสอบภายในรถพบกระสอบป่านสีรุ้ง จำนวน 11 กระสอบ บรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 3,035,200 เม็ด และไอซ์ จำนวนประมาณ 40 กก. จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดรถยนต์และยาเสพติดเป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ. เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อดำเนินการตรวจสอบและทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลการจับกุม

ต่อมาวันที่ 16 ต.ค.62 พนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดเชียงราย เพื่อออกหมายจับ นายประสาร สัญชาติไทย อายุ 29 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ที่ 1276/2562 ลง16 ต.ค.62 ในความผิดฐาน ครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แอมเฟตามีน หรืออนุพันธแอมเฟตามีน) มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน 20 กรัมขึ้นไป และได้ส่งสำเนาหมายจับมาให้เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวนติดตามจับกุมตัว

ด่าน ตม.เชียงแสน ได้ประสานกับ ตม.จ.กาญจนบุรี และ สภ.ลาดหญ้า เพื่อให้ติดตามจับกุมตัวนายประสารฯ ตามหมายจับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 เวลา 15.00 น. จนท.ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าพบตัวนายประสารฯ มาเที่ยวกับเพื่อนอยู่ที่บริเวณศาลาชายน้ำของรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงได้ร่วมวางแผนและทำการจับกุมตัวนายประสารฯ นำตัวส่งให้กับ พงส.สภ.ลาดหญ้า เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และได้นำตัวผู้ต้องหาส่งมอบให้กับ พงส.สภ.เชียงแสน รับตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประเทศเพื่อนบ้าน ให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดกฎหมาย การก่อเหตุอันตรายใดๆ อันกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ กรุณาแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บช.น. ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร การจัดการจราจร กรณีสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส เสด็จเยือนประเทศไทย

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอความร่วมมือ ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร การจัดการจราจร กรณีสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะ แขกของรัฐบาล ในวันที่ 20-23 พ.ย.62 โดยเฉพาะวันที่ 21-22 พ.ย.62​ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน​ และประชาชนทั่วไป ได้รับทราบ​ และวางแผนในการเดินทางในช่วงวัน เวลาดังกล่าว ตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

น.2​ ร่วมชม การฝึกทักษะการใช้เครื่องมือดับเพลิงสำหรับประชาชน ในพื้นที่ชุมชนวัดระฆัง

น.2​ ร่วมชมการฝึกทักษะการใช้เครื่องมือดับเพลิงสำหรับประชาชนในพื้นที่ชุมชนวัดระฆัง

วันที่ 19 พ.ย.62​ เวลา 09.00 น.​ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรวิหาร​ : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต. สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8​ ร่วมชมการฝึกทักษะการใช้เครื่องมือดับเพลิงสำหรับประชาชนในพื้นที่ชุมชนวัดระฆัง และ มอบถังดับเพลิงให้กับชุมชมวัดระฆัง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.พร้อมร่วมมือกับยูเนสโกขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วย “Open Science Platform”

ยูเนสโก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ จัดการประชุมใหญ่สมัยสามัญ ครั้งที่ 40 (40th Session of the General Conference of UNESCO) ระหว่างวันที่ 12–27 พฤศจิกายน 2562 ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยเมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนานาประเทศ

เรื่องการขับเคลื่อนงานวิจัย​ และนวัตกรรม ซึ่ง วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ มีภารกิจสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในเรื่องสำคัญในระดับชาติื​ และนานาชาติ​ โดยกลไก Grand Challenges เช่น โครงการจัดการปัญหา PM 2.5 วช. ได้เปิดตัวระบบข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเบ็ดเสร็จ (NRCT Air Quality Information Center) ให้เป็น Platform การตรวจวัดและข้อมูลค่าฝุ่นละอองที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างทันท่วงที

ซึ่งสอดรับกับที่ประชุมยูเนสโกที่ได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในการประชุมครั้งนี้ได้หารือในประเด็นการใช้ Open Science Platform เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการวิจัยโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เกิดการเข้าถึงข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยในสาขาต่าง ๆ อย่างเปิดกว้าง เช่น การเผยแพร่ผลการวิจัยในระบบเปิด เข้าถึงง่าย และการวิจัยแบบเปิดกว้างเป็นแนวทางใหม่ของการวิจัยยุคปัจจุบัน

ซึ่งการดำเนินการในเรื่องนี้ของ วช. จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในการสนับสนุนและให้ทุนการวิจัยและนวัตกรรมโดยการมีส่วนร่วม ทั้งในการริเริ่ม การดำเนินงาน และการเผยแพร่ในระบบเปิด ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศได้อย่างดียิ่ง และนำไปสู่การขับเคลื่อนด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

UNESCO #OPENSCIENCE #NRCT #MHESI #Grandchallenges

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จันทบุรี – ยิ้มกันทั้งโรงพัก รอง ผบ.ตำรวจ โชว์ฝีมือตัดผมเด็ก


18 พ.ย. 62 ผู้ช่วยตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ตรวจเยี่ยมโรงพัก 2 อำเภอชายแดนจันทบุรี โชว์ฝีมือตัดผมให้เด็ก ๆ ที่มารอตัดผมภายใน สภ.โป่งน้ำร้อน จันทบุรี เป็นร้านตัดผมทันสมัย สะอาด อุปกรณ์ครบครัน ผกก.สภ.โป่งน้ำร้อน เปิดให้บริการฟรีแก่ประชาชนและนักเรียน แถมยังมีน้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง กับผ้าเย็นบริการฟรีอีกด้วย ท่ามกลางบรรยากาศการตรวจเยี่ยมที่ครื้นเครง ไม่เคร่งเครียด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ สภ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมและการดูทำงานของตำรวจ สภ.โป่งน้ำร้อน มี พ.ต.อ. ประเสริฐสุข เฮงสุวรรณ ผกก.สภ.โป่งน้ำร้อน รายงานการทำงานอย่างละเอียด โดยก่อนที่ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะให้นโยบายการทำงานแก่ตำรวจ ได้เป็นประธานเปิดร้านตัดผมชื่อ “PONG POLICE Hair Cut” ตั้งอยู่ข้าง สภ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งเป็นร้านตัดผมที่สะอาด ดูดีและทันสมัย มีบริการน้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลังและผ้าเย็นฟรีแก่ผู้มารับบริการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ และไม่ต้องเสียค่าบริการตัดผมแต่อย่างใด

หลังจากเป็นประธานเปิดร้านตัดผมแล้ว พล.ต.ท.ศตวรรษ ได้แสดงฝีมือการตัดผมให้เด็กนักเรียนจากโรงเรียนทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จำนวนนับสิบคนที่มารอใช้บริการตัดผม ให้ตำรวจ ด็อกเตอร์รัฐวิทย์ ตั้งเกียรพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา จ.จันทบุรี , นายพีรณัฐ รัตนวรโอภาส นายอำเภอโป่งน้ำร้อน ได้ดู ด้วยท่าทางคล่องแคล้ว ทะมัดทะแมง ก่อนจะพูดที่สร้างเสียงหัวเราะห์แก่ผู้อยู่ในร้านตัดผมว่า “อยู่ที่บ้านให้ภรรยากับลูกสาวตัดผมให้” ทำให้บรรยากาศการตรวจเยี่ยม สภ.โป่งน้ำร้อน เต็มไปด้วยความครื้นเครงอย่างยิ่ง

ภายหลังการแสดงฝีมือตัดผม พล.ต.ท.ศตวรรษ ได้ให้นโยบายการทำงานแก่ตำรวจ สภ. โป่งน้ำร้อน ก่อนจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา และผู้ที่คุณประโยชน์แก่ สภ.โป่งน้ำร้อน กว่า 10 ราย จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยม ติดตามการทำงาน ยัง สภ.สะตอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี , สภ.บ้านแปลง อ.โป่งน้ำร้อน พร้อมกับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ สภ.บ้านแปลง อีกกว่า 10 ราย และเดินทางไปดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.จันทบุรี ณ จุดผ่านแดนถาวรไทย กัมพูชา หมู่บ้านแหลม หมู่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน ก่อนเดินทางกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในที่สุด

ระหว่างการตรวจเยี่ยม ติดตามการทำงาน ณ สภ.โป่งน้ำร้อน พ.ต.อ.ประเสริฐสุข เฮงสุวรรณ ผกก.โป่งน้ำร้อน เปิดเผยว่า ร้านตัดผมข้าง สภ.โป่งน้ำร้อน เป็นการบริการประชาชนอีกทางหนึ่งโดยประชาชนไม่ต้องเสียค่าบริการแต่อย่างใดทั้งสิ้น และเป็นการพัฒนาฝีมือด้านแรง งานแก่ตำรวจ สภ.โป่งน้ำร้อน ทุก ๆ วันจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเวรคอยบริการตัดผมฟรีแก่ประชาชนและเด็ก ๆ รวมทั้งตำรวจด้วย ร้านตัดผมแห่งนี้ และเครื่องมือตัดผม ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในร้าน เป็นความร่วมมือร่วมใจกันของชาว อ.โป่งน้ำร้อน ที่ช่วยกันสร้างขึ้นมา เพื่อให้ตำรวจได้บริการประชาชนอีกด้านหนึ่ง นอกเหนือจากการทำงานด้านอื่น ๆ ในหน้าที่ที่ตำรวจรับผิดชอบ.

ภาพ/ข่าวใหญ่ ตราด
แฟรงค์ พัทยา รายงาน

แสดงความยินดี เลขานุการ รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา ในโอกาสรับตำแหน่งใหม่

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 พลเรือโท เชษ ฐา ใจเปี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (ผอ.ปรมน. ทร.) พร้อมด้วย นายสุรชัย ปานน้อย ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารด้านภัยพิบัติ Thai PBS เข้าพบ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุ การรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเข้าแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสที่ได้เข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร

ภาพ/ข่าว ปชส.สนง.ปรมน.ทร.
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 0909535645 รายงาน