กพอ.รับทราบความก้าวหน้า โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พร้อมเห็นชอบระบบการใช้บริการเบ็ดเสร็จ EEC – OSS

          ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 9/2562 ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภายหลังการประชุม นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และคณะ ได้แถลงผลการประชุม โดย กพอ. ได้พิจารณาและรับทราบความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงานโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

1.  การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC – OSS
กพอ. เห็นชอบระบบการใช้บริการเบ็ดเสร็จ EEC – OSS โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริการรับคำขออนุมัติ อนุญาต และประสานหน่วยงานเจ้าของกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้ง 8 ฉบับกำหนดในมาตรา 43 ของ พ.ร.บ. EEC จาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอนามัย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  ซึ่งบริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC – OSS ภายหลังปรับปรุงแล้ว จะลดเวลาและขั้นตอนได้ถึง 50% โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการเพียง 78 วัน จากเดิม 158 วัน ใช้เอกสารประกอบเพียง 42 รายการ จากเดิม 60 รายการ โดยมีหลักการ ดังนี้
1) ลดระยะเวลาขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่ การพิจารณาเอกสาร การลงพื้นที่และการลงนาม
2) การยกเลิกขั้นตอนบางขั้นตอนในการพิจารณาเอกสาร และยุบรวมใบอนุญาตที่คล้ายคลึงกัน
3) ร่วมกับหน่วยงานรัฐ ในการเชื่อมโยงข้อมูล อำนวยความสะดวกในการกรอกคำร้อง และลดเอกสารที่ต้องใช้ในการขอใบอนุญาต สำหรับการใช้บริการ ผู้ประกอบการสามารถผ่านช่องทาง  www.eeco.or.th /eec-oss หรือจะเข้าใช้งานผ่านระบบ EEC – OSS โดยตรงก็ได้ และสามารถใช้บริการได้ทุกสถานที่ ที่มีอินเทอร์เน็ตให้บริการ

2. แนวทางการพัฒนาบุคลากรใน EEC
สกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาบุคลากรและการศึกษายุคใหม่ เพื่อนำไปสู่การตอบสนอง “งานที่ต้องการบุคลากรและการพัฒนาประเทศ” ตามหลัก demand driven อย่างแท้จริง โดยมีข้อเสนอปรับโครงสร้างการจัดการการศึกษา การเรียนรู้จากด้าน “อุปทาน” สู่ “อุปสงค์” เพื่อตอบโจทย์การมีงานทำมีรายได้ดี ซึ่งกำหนดแนวทางการผลิตกำลังคนคุณภาพเพื่อตอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย 3 แนวทาง
• New Skill : ปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอน ครูผู้สอน และใช้เครื่องมือในการสอนตรงตามความต้องการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาและคนรุ่นใหม่
• Up Skill : เพิ่มทักษะให้บุคลากรในอาชีพให้ก้าวทันเทคโนโลยี สอนตรงตามความต้องการใช้งานจริง
• Re Skill : อบรมหลักสูตรระยะสั้น 6 – 12 เดือน เพื่อพัฒนากลุ่มคนที่ทำงานไม่ตรงสาขาที่จบ หรือขาดประสบการณ์ตรง หรือคนตกงาน
สกพอ. ได้ประมาณการความต้องการบุคลากรใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย จำนวน 475,000 ตำแหน่ง ใน 5 ปี ในขณะที่ BOI แจ้งความต้องการ 16,567 ตำแหน่งของผู้ลงทุนที่ขอเข้ามาลงทุนในปีที่ผ่านมา ระยะเร่งด่วน 20,000 คนในปี งบประมาณ 2563
โดยมีแนวทางการดำเนินการ อาทิ จัดทำหลักสูตรระยะสั้น บูรณาการร่วมกับ 4 กระทรวง กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ร่วมมือเอกชน อุปกรณ์ ครูผู้สอน สถานที่ฝึกงาน  งบประมาณ 400 ล้านบาท (ภาครัฐ 200 ล้านบาท ภาคเอกชน 200 ล้านบาท) และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคคลากรในอีอีซี (ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เป็นประธาน) เป็นกลไกในการดำเนินงาน

3.  (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่าด้วยกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. …
จากมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2562 ซึ่งได้รับทราบ (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่าด้วยกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. …. ตามที่ สกพอ. เสนอ และให้แก้ไขปรับปรุงการออกร่างระเบียบฯ ดังกล่าว ตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา (สคก.) และรับความเห็นจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ (สงป.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ทั้งนี้ สกพอ. จะได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุง (ร่าง) ระเบียบฯ ดังกล่าว ตามความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ
สำหรับ เงินกองทุน ให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ดังต่อไปนี้
(1) เพื่อการพัฒนาพื้นที่หรือชุมชน รวมตลอดทั้งช่วยเหลือ หรือเยียวยาประชาชนและชุมชนบรรดาที่อาจได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
(2) สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาและให้ทุนการศึกษาแก่ประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือที่อยู่ใกล้เคียงและได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
(3) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จะส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
(4) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน
การใช้จ่ายเงินกองทุนตาม (1) และ (2) ให้คำนึงถึงความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นด้วย
ทั้งนี้ การบริหารกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีคณะกรรมการบริหาร จำนวน 8 คน ประกอบด้วย เลขาธิการ หรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมาย เป็นประธานฯ ผู้แทนสำนักงบประมาณเป็นกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลังเป็นกรรมการ ผู้แทน สกพอ. เป็นกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ไม่เกิน 3 คน) และผู้บริหารกองทุน เป็นกรรมการ และเลขานุการ

4. แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ….

กพอ. มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 5 สค. 2562 ในการประชุม ฯ ครั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ได้จัดทำรายการประกอบแผนผังท้าย (ร่าง) ประกาศ 5 รายการ ได้แก่
(1) รายการประกอบแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน
(2) รายการประกอบแผนผังระบบสาธารณูปโภค ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และระบบการควบคุมและขจัดมลภาวะ
(3) รายการประกอบแผนผังระบบคมนาคมและขนส่ง
(4) รายการประกอบแผนผังระบบบริหารจัดการน้ำ
(5) รายการประกอบแผนผังระบบป้องกันอุบัติภัย
อย่างก็ตาม การจัดทำแผนผัง EEC นอกจากจะมีการรับฟังความเห็นจากผู้นำในจังหวัด ผู้แทนในระดับจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่นและชุมชน กลุ่มเฉพาะต่าง ๆ จำนวน 40 ครั้ง โดยประชุมแบบทางการ 25 ครั้งและไม่เป็นทางการ 15 ครั้ง ซึ่ง สกพอ. และ ยผ. ได้ร่วมกันชี้แจง ทำความเข้าใจ กับกลุ่มเครือข่ายเพื่อนตะวันออกฯ ดังนี้
1) ทำหนังสือชี้แจง ระหว่างเดือน ก.ค. 62 – 26 ส.ค. 62 สกพอ. ร่วมกับ ยผ. ได้มีหนังสือตอบชี้แจงประเด็นข้อร้องเรียนทั้งหมด 8 ประเด็น รวม 8 ครั้ง
2) การร่วมประชุมหารือเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 62 ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สรุปผลการประชุมดังนี้
(1) ผู้แทน สกพอ. และ ยผ. ได้ตอบประเด็นข้อร้องเรียน 8 ข้อเดิมอีกครั้งหนึ่ง (2) กลุ่มเครือข่ายฯ ได้ขอแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพิ่มอีก 4 ข้อ ซึ่ง ผู้แทน ยผ. ได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวครบทุกประเด็น (3) ผู้เข้าร่วมประชุมท่านอื่น มีความเห็นว่า หลักเกณฑ์การตั้งนิคมและโรงงานอุตสาหกรรมมีความเข้มงวดมาก มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ และเมื่อพิจารณาแผนผัง EEC แล้ว เห็นว่ามีการดำเนินงานอย่างมีระบบ มีการกำหนด zoning ชัดเจน จึงเชิญกลุ่มเครือข่ายร่วมกำกับดูแลเฝ้าระวังการบังคับใช้แผนผัง EEC จะดีกว่า นอกจากนี้ กำนันตำบลเขาดิน มีความเห็นว่า ปัจจุบันที่ดินเสื่อมโทรมลง การประมงไม่ได้ผลผลิตคุณภาพ การมีอุตสาหกรรมในพื้นที่ จะสร้างรายได้และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และอุตสาหกรรมที่จะมาตั้งในพื้นที่ ก็เป็นอุตสาหกรรมสะอาดที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้ (4) กลุ่มเครือข่ายเพื่อนตะวันออก ยังคงมีความเห็นเดิมคือ ขอให้ทบทวนมติ กพอ. ที่ได้เห็นชอบ  (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการนโยบายฯ

          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 62 ได้มีกลุ่มชาวบ้านตำบลเขาดิน อำเภอปางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี มากกว่า 60 คน เดินทางมายื่นหนังสือนำเรียนนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้เดินหน้าโครงการ EEC และขอให้เร่งรัดประกาศใช้แผนผัง EEC โดยเร็ว เนื่องจากเป็นความต้องการของคนในพื้นที่ที่แท้จริง โดยในการเรียกร้องให้เดินหน้าโครงการ EEC ครั้งนี้ ได้มีประชาชนในพื้นที่ร่วมลงชื่อจำนวนมากกว่า 500 คน

          โดยที่ประชุม กพอ. เห็นชอบรายการประกอบแผนผังท้าย (ร่าง) ประกาศ กพอ. เรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. …. ตามที่เสนอ  และ มอบหมาย สกพอ. นำเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติ ต่อไป

5. ความก้าวหน้าโครงการ EEC Project List ที่สำคัญ ๆ
1) โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3
สัญญาร่วมทุนผ่าน ครม. เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562  และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะเสนอขอขยายเขตนิคมอุตสาหกรรมเข้า ครม. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2562  โดยเอกชนพร้อมลงนาม
2) โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก
ศาลปกครองเห็นตาม คณะกรรมการคัดเลือก และ มติอุทธรณ์ของ กพอ. ไม่รับเอกสาร 2 กล่อง (กล่องข้อเสนอแผนธุรกิจ และกล่องข้อเสนอผลตอบแทนทางการเงิน) ของกลุ่มกิจการร่วมค้าธนโฮลดิ้ง  ซึ่งบริษัทฯ ได้ไปยื่นคำร้องกับศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการคัดเลือกจะดำเนินการต่อโดยกำหนดพิจารณาเอกสารทางเทคนิคให้จบภายในวันที่ 9 ตุลาคม 2562 และเปิดซองการเงิน เพื่อหาผู้เข้าเจรจาสัญญา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2562
3) โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
กพอ. รับทราบการวางกำหนดการส่งมอบที่ดินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คือส่งมอบที่ดิน 72% ภายใน 1 ปี หลังลงนามในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้เอกชนเริ่มก่อสร้างโครงการและเห็นชอบให้กระทรวงพลังงานเร่งรัดการรื้อย้ายท่อก๊าซยาว 12 กม. ยกเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง 16 จุด กระทรวงมหาดไทย เร่งรัด ย้ายท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ 4 จุด ย้ายเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงยาว 14 กม. ยกเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง 39 จุด ย้ายท่อประปาขนาดใหญ่ยาว 2 กม. และกระทรวงคมนาคม โดย รฟท. ใช้สิทธิ์เร่งรัดให้ย้ายท่อน้ำมันของบริษัทเอกชน ระยะทาง 44 กม. รวมทั้ง เร่งรัด พรฎ. เวนคืนที่ดิน พ.ศ. …. ซึ่งจะทำให้การส่งมอบพื้นที่โครงการเป็นไปตามแผนงาน และโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จได้ตามเป้าหมาย

          โดยในเรื่องนี้ เลขาธิการ กพอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องพื้นที่ของ รฟท. ที่จะส่งมอบ เพราะสามารถส่งมอบได้ แต่มีพื้นที่บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น เช่น มีท่อก๊าซที่ต้องรื้อย้ายออกจากพื้นที่ซึ่งเป็นของของกระทรวงพลังงาน  มีเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง และมีท่อระบายน้ำของ กทม. เหล่านี้เป็นส่วนที่ รฟท. เป็นห่วง เพราะต้องไปประสานงานกับหน่วยงานและต้องใช้เวลาดำเนินการ ซึ่งที่ประชุม กพอ. วันนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจัดทำแผนกับ รฟท. ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ โดยให้กำหนดวันแล้วเสร็จ กำหนดวิธีการดำเนินการ และงบประมาณที่ต้องใช้ เพื่อเร่งรัดดำเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จเร็วที่สุดก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 62 ซึ่งเป็นวันที่กำหนดลงนามสัญญา รวมทั้งจะได้หารือกับภาคเอกชนถึงการทำงานในเรื่องนี้ด้วย

4) โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F
ศาลปกครอง มีมติให้ คำพิพากษา
(1)     ให้ถอนฟ้องคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่ให้กิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ไม่ผ่านการประเมินในซองที่ 2
(2)     ให้การเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการคัดเลือก ฯ มีคำสั่ง และให้มีผลต่อไป จนกว่า มีคำพิพากษาของศาล ถึงที่สุด
(3)     ให้ยกฟ้อง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กพอ.) และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ฯ)
( 4)    คณะกรรมการคัดเลือก ฯ จะเร่งดำเนินการต่อไป

          ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวก่อนปิดการประชุมว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคน ตั้งใจทำงานเต็มที่ ขอขอบคุณทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมวันนี้ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ขอให้ทุกคนร่วมกันทำงานให้ดีที่สุด เพราะประชาชนอยากเห็นประเทศเจริญก้าวหน้า

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก
(ข้อมูลจากฝ่ายเลขานุการ กพอ.)

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิด โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร

          ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  จะเป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง ในวันจันทร์ ที่ 30 ก.ย. นี้  

          ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค และช่วงเตาปูน – ท่าพระ เป็นโครงการรถไฟฟ้าที่ก่อสร้างเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ไปฝั่งธนบุรี เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร ทำให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และตรงเวลายิ่งขึ้น โดยมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 27 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงหัวลำโพง – บางแค เชื่อมจากสถานีหัวลำโพงไปยังสถานีหลักสอง  สิ้นสุดที่ถนนกาญจนาภิเษก ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร มีโครงสร้างทางวิ่งแบบยกระดับและแบบใต้ดิน มีจำนวน  11 สถานี  และเส้นทางระหว่างสถานีสนามไชยและสถานีอิสรภาพ ซึ่งจะลอดผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร และอยู่ใต้ระดับท้องแม่น้ำประมาณ 10 เมตร สำหรับช่วงเตาปูน – ท่าพระ เชื่อมต่อจากรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรมที่สถานีเตาปูน ไปยังสถานีท่าพระ ซึ่งจะสิ้นสุดที่บริเวณแยกท่าพระ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับตลอดสาย มีจำนวนสถานี 8 สถานี

          นอกจากนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค มีแนวเส้นทางผ่านสถานีสำคัญในใจกลางกรุงเทพมหานครและฝั่งธนบุรี มีการออกแบบก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฯ ให้มีความกลมกลืนกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาและสัญลักษณ์เชิงพื้นที่ เช่น  สถานีวัดมังกรมีการออกแบบสถาปัตยกรรมจีนมาผสมผสานกับรูปแบบยุโรป หรือเรียกว่าสไตล์ชิโนโปรตุกิส สอดคล้องกับวิถีชีวิต วิถีการค้าชาวจีน สภาพแวดล้อมโดยรอบโดยนายกรัฐมนตรีจะขึ้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฯ จากสถานีท่าพระไปยังสถานีวัดมังกร และเดินทางไปยังวัดมังกรกมลาวาสอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ฉก.นย.ทร.๓๓ ทำการซักซ้อมแผน รปภ.เขตเมืองเศรษฐกิจ ๘ เมืองหลักในเขตเมืองนราธิวาส

          เมื่อวันที่ ๒๙ ก.ย.๖๒ เวลา ๑๔๐๐ ฉก.นย.ทร.๓๓ ทำการซักซ้อมแผน รปภ.เขตเมืองเศรษฐกิจ ๘ เมืองหลักในเขตเมืองนราธิวาส เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นไปตามลำดับขั้นตอน เมื่อเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่

          โดยสมมุติสถานการณ์ประชาชนถูกลอบวางระเบิดและวางกล่องต้องสงสัยบริเวณย่านธุรกิจ ย่านร้านทอง แยกอั้งม้อ เพื่อป็นการฝึกการปิดกั้นพื้นที่ บริหารจัดการที่เกิดเหตุ และในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางที่คาดว่า ผกร.จะใช้ในการหลบหนีออกจากพื้นที่ได้ทันเวลา หากเกิดเหตุความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

          โดยในการซักซ้อมฯ ครั้งนี้ ฉก.นย.ทร.๓๓ ได้รับความร่วมมือจาก สภ.เมืองนราธิวาส ศปร.อ.เมืองนราธิวาส ส่วนราชการต่างๆ และมูลนิธิ ในพื้นที่รับผิดชอบ ร่วมทำการซักซ้อมฯ โดยมี น.อ.พิทักษ์รัฐ นิลพฤกษ์ รอง ผบ.ฉก.นย.ทร. ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติ และชี้แนะแนวทาง และข้อแก้ไข

ขอบคุณข้อมูล : ราชนาวีที่ปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.ผนึกกสทช. จัดชุดจนท.เคลื่อนที่รับลงทะเบียนซิมการ์ดถึงหมู่บ้านห่างไกล-ทุรกันดารจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อยืนยันตัวตน

          พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้มีการประกาศ เรื่อง มาตรการการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมานั้น ได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 เครือข่าย ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ตลอดจนอาสาสมัครรูปแบบต่างๆ ในการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบยืนยันตัวตนเป็นอย่างดี แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร ยังไม่ทราบถึงการประกาศขอความร่วมมือในการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบยืนยันตัวตน จึงยังไม่ได้ไปลงทะเบียน

          พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีกทั้งเพื่อให้การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้หารือกับ กสทช. และผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์ เพิ่มช่องทางการรับรู้ด้วยรูปแบบจัดทำป้ายโฆษณา, ป้ายไวนิล ตามสถานที่สำคัญ เช่น สนามบินท่ารถบริษัทขนส่งจำกัด(บขส.), การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด(มหาชน) พร้อมจัดชุดเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนเคลื่อนที่ไปตามหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และสถานที่ต่างๆ เพื่อการลงทะเบียน และเพิ่มยอดเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนในหมู่บ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ เช่น บัณฑิตอาสา, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)

สำหรับการตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนระบบยืนยันตัวตน สามารถดำเนินการด้วยตนเองโดยกด *165*5*หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก กดสี่เหลี่ยมแล้วกดโทรออก และผู้ใช้บริการโทรศัพท์ ที่อยู่นอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถลงทะเบียนยืนยันตัวตนได้ ณ ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วราชอาณาจักร ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ขอบคุณข้อมูล : News

พิธีรับ-ส่งหน้าที่ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

          วันนี้ (30 กันยายน 2562) เวลา 10.39 น. ที่ ห้องแถลงข่าว ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จัดพิธีรับ – ส่งหน้าที่หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ระหว่าง พันเอก ธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ และ พันเอก เกียรติศักดิ์  ณีวงษ์ โดยมีคณะนายทหาร, นายสิบ และลูกจ้างร่วมพิธี

           ในการนี้ พันเอก เกียรติศักดิ์  ณีวงษ์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า(คนใหม่) ได้กล่าวถึงการปฏิบัติงานต่อจากนี้ไปว่า จะสานต่อนโยบายของหัวหน้า   ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าคนเก่าอย่างเต็มความสารมารถ จะมุ่งเน้นปฏิบัติหน้าที่ และปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพของ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  ให้เป็นหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน และสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างสมบูรณ์ สมกับเป็นหน่วยงานหลัก ในการเสริมสร้างความเข้าใจให้เกิดสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รายงานผลการปฏิบัติงานเดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดในห้วง (1 พฤศจิกายน 2561 – 26 กันยายน 2562)

          เมื่อวันที่ (26 กันยายน 2562) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า สรุปผลการปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอ 37 อำเภอ (ศปร.อ. 37 อำเภอ) ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2561 – 26 กันยายน2562  ดังนี้

1. การบังคับใช้กฎหมาย สามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ดังนี้ ผู้ค้ารายใหญ่ 176 ราย, ผู้ค้ารายย่อย 3,857 ราย  รวมผู้เสพ 19,081 ราย

2. ตรวจยึดของกลางยาบ้า 2,196,886 เม็ด, กัญชา 25,484 กิโลกรัม, ใบกระท่อม 18,403 กิโลกรัม, น้ำกระท่อม 14,870 ลิตร, ยาไอซ์ 41.308  กรัม, ยาแก้ไอ 23,928 ขวด แบ่งบรรจุ จำนวน 24,467 ซีซี., เฮโรอีน 38.958 กิโลกรัม, ยาอี 100 เม็ด รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 7,922 ราย

3. การดำเนินการต่อผู้เสพยาเสพติด ที่สมัครใจรายงานตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง เพื่อเข้ารับการบำบัดยาเสพติด ตามนโยบาย แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 จำนวน 15,084 ราย, กระบวนการบำบัดฟื้นฟู 13,855 ราย, ติดตามบำบัดฟื้นฟู 8,036 ราย และ ส่งเสริมอาชีพ 266 ราย

          กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสยาเสพติดในพื้นที่ ทั้งการซื้อ จำหน่าย หรือการเสพ ขอให้แจ้งมา ที่ ตู้ปณ. 41 ปณจ. เมืองยะลา จ.ยะลา ระบุเบาะแสให้ชัดเจนไม่ต้องลงชื่อแต่อย่างใด จดหมายทุกฉบับถึงมือแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด ทันท่วงที  ยาเสพติด ภัยร้ายทำลายชีวิต ร่วมกันส่งคืนคนดีสู่อ้อมกอดของครอบครัว

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน. นำกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมไหว้พระสวดมนต์

          เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. พ.อ.รักชาติ รัตนาศักดิ์ รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญบุญไหว้พระสวดมนต์ โดยนิมนต์  พระราชปัญญามุนี วัดเวฬุวัน เจ้าคณะจังหวัดยะลา แสดงธรรมเทศนา ณ ลานปฏิบัติธรรมเขาพระศรีฯ ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

          กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อม และสร้างความเข้าใจพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนเป็นการขับเคลื่อนผู้นำเครือข่ายพี่น้องไทยพุทธ  ในพื้นที่ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลดี และเกื้อกูลต่อการแก้ปัญหาให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุข

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ร่วมบุญ ส่งตายาย “สารทเดือนสิบ” สืบสานประเพณี ชิงเปรต-แห่หมรับ

           เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น. ที่ ศาลาการเปรียญวัดปทุมวารี หมู่ที่ 1 ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี  พ.อ.ภูมิพัฒน์  บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ได้เดินทางไปเป็นประธานฯ พร้อมด้วย คุณนิสากร บุญเรืองขาว ประธานชมรมเเม่บ้านทหารบก สาขาหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ในโอกาสทำบุญร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

          เนื่องใน “ประเพณีสารทเดือนสิบ ของพี่น้องประชาชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ภาคใต้” เพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศล ให้กับบรรพชน (ตา-ยาย) ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมี กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, กำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 และประชาชนไทยพุทธในพื้นที่ ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานีเข้าร่วมในประเพณีดังกล่าว

          สำหรับประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นงานบุญของชาวภาคใต้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณของบรรพชนและญาติที่ล่วงลับไปแล้ว โดยจะแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรก คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เรียกว่าเป็นวันบุญแรก หรือวันรับตายาย ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 14 กันยายน 2562 และในบุญหลัง หรือ วันส่งตายาย ซึ่งเป็นวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 จะตรงกับวันที่ 28 กันยายน 2562

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้ว่าฯนราธิวาส มอบเกียรติบัตรแก่ผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่

ผู้ว่าฯนราธิวาสมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ พร้อมให้กำลังใจและเน้นย้ำให้ทุกคนปฏิบัติตนเป็นคนใหม่ ขณะที่สังคมพร้อมยอมรับและให้โอกาส            

          วันนี้ 28 ก.ย.62 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมฯ ณ ห้องประชุมสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส    โดยมีนายชัยเจริญ มูสิกิ้ม หัวหน้าฝ่ายอำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส นายเลอพงษ์ แตงเนียม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส   พ.ท.สุบิน ชะรอยรัมย์หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส     ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนผู้ผ่านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสร่วมในพิธีปิดฯจำนวน 61 คน

          นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การดำเนินโครงการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ยึดมุมมองเชิงคุณภาพ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งถือเป็นการบำบัดรักษายาเสพติดในระบบสมัครใจ ภายใต้แนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติด และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติ ของผู้เสพยาเสพติด ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ผู้เสพยาเสพติดเข้าถึงการบริการ การยอมรับและให้โอกาส เน้นให้เกิดความตระหนักรู้ตนเอง สามารถจัดการอารมณ์ความรู้สึกของตนเองได้อย่างเหมาะสม มีความเข้าใจผู้อื่น โดยการส่งเสริมแรงจูงใจในการเลิกยาเสพติด และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติสุขโดยไม่พึ่งยาเสพติด

          ซึ่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการฝึกการอมรมฯ จำนวน 61 คน แยกตามสาขาอาชีพ ดังนี้ ช่างตัดผม จำนวน 12 คน ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ จำนวน 14 คน ช่างเชื่อมโลหะ จำนวน 6 คน และช่างซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็ก จำนวน 29 คน  โดยหลังจากนี้ผู้ผ่านการบำบัดจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัว และประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวอย่างสุจริต ปฏิบัติตนเป็นคนดี เพื่อให้เกิดการยอมรับและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างภาคภูมิใจ 

#นราธิวาส #การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยา #ILOVETHAILAND 

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – ผลดา ชูสิงห์ /ผู้เรียบเรียง – ศนัฎฐ์ชล สุ่มสมบูรณ์

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส

สำนักข่าวความมั่นคง

เทศบาลเมืองปัตตานี ร่วมกับชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดปัตตานี จัดงานประเพณีถือศีลกินเจ ประจำปี 2562

เทศบาลเมืองปัตตานี ร่วมกับชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดปัตตานี จัดงานประเพณีถือศีลกินเจ ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม 2562

          วันนี้ (28 ก.ย. 62) เวลา 17.30 น. ที่บริเวณศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี มีพิธีเปิดงานประเพณีถือศีลกินเจ ประจำปี 2562 โดยมีนายพรหมพิริยะ กิจนุสนธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดงาน มี นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ประธานการจัดงานกล่าวรายงาน และมีพี่น้องประชาชนชาวปัตตานี แต่งกายชุดขาวมาร่วมถือศีลกินเจกันเป็นจำนวนมาก และตลอดเทศกาลกินเจมูลนิธิเทพปูชนีย สถานจัดเลี้ยงอาหารเจทั้งสามมื้อ อีกด้วย

          สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การไหว้พระในศาลเจ้า การหามเกี้ยว พิธีไหว้เทวดาฟ้าดิน พิธียกเสาเทพเจ้าฯ เชิญตะเกียงขึ้นเสาเทวดา พร้อมร่วมรับประทานอาหารเจมื้อแรก ที่เทศบาลเมืองปัตตานี เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง

#เทศบาลเมืองปัตตานี #ชมรมชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดปัตตานี #งานประเพณีถือศีลกินเจ  #ILOVETHAILAND

ข้อมูลผู้สื่อข่าว : บดินทร์ เบญจสมัยผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี

สำนักข่าวความมั่นคง