ธรรมนัส ย้ำชัด ปารีณา ขาดคุณสมบัติเกษตรกร​ ไม่มีสิทธิ์ครอบครองที่ดิน

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์​ กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการ​ เกี่ยวกับคดีของ นส.ปารีณา ไกรคุปส์ ว่า​ล่าสุดได้สั่งการให้ทางทีมกฎหมาย สปก. เร่งดำเนินการ ตามกรอบกฎหมายอย่างเต็มที่ ซึ่งจากการตรวจสอบคุณสมบัติ ของ นส.ปารีณาฯ พบว่า ไม่มีคุณสมบัติที่เข้าเงื่อนไขที่จะได้จับการจัดสรรที่ดิน จากพรบ.ปฏิรูปที่ดินของสปก. เนื่อง จากมีอาชีพ เป็น สส. ชัดเจนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานทางด้านการเมืองไม่ใช่เวลาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมจึงขาดเงื่อนไข ความเป็นเกษตรกร ที่จะได้รับการจัดสรรที่ดิน อย่างเด็ดขาด

ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบเอกสาร ที่ ขอส่งมอบคืนที่ นส.ปารีณาฯ​ ส่งมา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 62 ที่ผ่านมา นั้นจากการตรวจสอบพบว่า มีเงื่อนไขในการคืนที่มาด้วย จึงให้ทางฝ่ายกฎหมายสปก. ประสาน ไปยัง นส.ปารีณาฯ เพื่อทำหนังสือส่งมอบมาใหม่อีกครั้ง เพื่อป้องกันการเรียกร้องสิทธิ์ภายหลัง โดยยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นแน่นอน

“คุณปารีณาฯ คิดอย่างไรผมไม่ทราบเพราะที่ผ่านมาเค้าเข้าใจผิดมาโดยตลอด​ ซึ่งเราชัดเจนตามหลักฐานที่มี ว่ากรมป่าไม้ส่งให้เราเมื่อไหร่ เราประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเมื่อไหร่ ส่วนคุณปารีณาฯ จะมาบอกว่าเค้าเสียภาษีบำรุงท้องที่เป็นสิทธิ์เค้ามันไม่ใช่ มันต้องเอากฎหมายสปก. เป็นหลัก เค้าไม่มีสิทธิ์ เป็นเกษตรกร เพราะเค้าเป็น สส.ใช้เวลาส่วนใหญ่ ที่สภาฯ ไม่ใช่ทำการเกษตรฯ สปก. มันชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนเรื่อง การดำเนินคดี ตามพรบ.ป่าไม้ เป็นส่วนของป่าไม้รับผิดชอบ เราในฐานะกำกับดูแลเรื่องการจัดสรรและให้สิทธิ์แก่เกษตรกร เราต้องดูว่าขอบเขต สปก. ทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง​ จะไปทำนอกกรอบกฎหมายสปก.ไม่ได้ เดี๋ยวจะเป็นศรย้อนกลับมาหาตัวเอง ส่วนจะดำเนินคดี ร่วมกันอย่างไร ระหว่าง กรมป่าไม้กับ สปก. ผมมอบนโยบายชัดเจนให้ประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งฝ่ายกฎหมายจะเป็นคนดำเนินการทั้งหมด ต้องไปดูรายละเอียด ให้ชัดเจน“ ร้อยเอกธรรมนัสฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบุคคลอื่น ที่มีการครอบครองพื้นที่​ สปก. โดยขาดคุณสมบัติความเป็นเกษตรกร โดยเฉพาะ นักการเมืองนั้น ตนยืนยันว่าระหว่างที่ตนดำรงตำแหน่ง รมช. เกษตรฯ ที่ดูแลหน่วยงานสปก.ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามเมื่อเป็นพื้นที่ของหลวง ถ้าไม่มีคุณ สมบัติ ความเป็นเกษตรกร ตามกรอบกฎหมาย สปก.ต้องคืนพื้นที่ให้กับทางสปก.ทุกคน เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด และยืนยันว่าทุกคนที่ได้ที่ดิน​ สปก. มาโดยมิชอบ ต้องคืนพื้นที่ กลับมาเป็นของสปก.จากนี้ไป ตนมอบให้ทางฝ่ายกฎหมาย สปก. ไปดำเนินการยึดคืนทั้ง หมด โดยจะเริ่มมาตรการจากเบาไปหาหนัก ตามขั้นตอน เริ่มจากการเจรจาดีๆโดยไม่ต้องใช้บังคับตาม ม.44 หากไม่คืนจะต้องใช้​ ม.44 ทั้งหมด ขณะนี้กำลังประสานงานไปยังปปช.เพื่อขอข้อมูลทั้งหมด จากนั้นจะดำเนินการตรวจสอบ ทุกแปลงก่อนยึดคืนเพื่อนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกร ผู้ยากไร้ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี – คุณตาวัย 79 ปี ข้ามถนนช่วยสุนัขถูก จยย.พุ่งชนดับคาที่ 2 ราย

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 10 ธ.ค.62 พ.ต.ท.บัญชา รัตนกันทา สารวัตรเวรสอบสวน สภ. บาง กรวย จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิสยามนนทบุรี เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีรถ จยย.ชนคนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดถนนนครอินทร์ขาออกบนสะพานข้ามคลองบางกอกน้อย หมู่ 3 ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จากนั้นจึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุทีมกู้ชีพพยายามเร่งปั๊มหัวใจนายสุพจน์ ทองประจำ อายุ 27 ปี เป็นคนขับรถ จยย. ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น เอ็กซ์ แม็ก ขนาด 300 ซีซี สีน้ำเงิน ทะเบียน 9กต 2428 กทม โดยพยายามยื้อชีวิตอยู่ประมาณ 30 นาที ไม่เป็นผลเสียชีวิตในเวลาต่อมา และห่างไปประมาณ 20 เมตรอยู่ในเลนขวาของถนนพบร่างของนายสง่า ศรีสุทธิวรรณ อายุ 79 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถ จยย.ของผู้เสียชีวิตไถลไปไกลจากจุดที่ชนประมาณ 100 เมตรสภาพของรถพังเสียหายยับเยินและยังทราบอีกว่านายสุพจน์ ฯคนขี่รถ จยย.นั้นจะเข้าพิธีมงคลสมรสในวันที่ 19 ธ.ค.62 ที่จะถึงนี้แต่ก็มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

จากการสอบถามทางญาติทราบว่าผู้เสียชีวิตเลี้ยงสุนัขอยู่ 1 ตัวและทุกๆเช้าจะต้องนำพาสุนัขออกเดินแต่เข้าใจว่าสุนัขนั้นน่าจะหลุดและวิ่งออกไปเกาะกลางถนนตัวผู้เสียชีวิตน่าจะพยายามข้ามไปนำสุนัขกลับมาแต่ก็ถูกรถ จยย.พุ่งชนดังกล่าว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบถามรายละเอียดกับทางญาติของนายสง่า ฯไว้ โดยสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตคือนายสง่า ฯน่าจะพยายามเดินข้ามถนนไปยังเกาะกลางเพื่อมานำสุนัขกลับไปแต่ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถ จยย.ของนายสุพจน์ ฯที่ขับขี่มาด้วยความเร็วทำให้เกิดพุ่งชนและมีผู้เสียชีวิต 2 รายดังกล่าว จากนั้นจึงได้มอบผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป

สาโรจน์ สว่างศรี /ผู้สื่อข่าวนนทบุรี

รมช.มหาดไทย แถลงข่าวจัดงาน OTOP City 2019 ระหว่างวันที่ 15 – 23 ธ.ค.

รมช.มหาดไทย แถลงข่าวจัดงาน OTOP City 2019 ระหว่างวันที่ 15 – 23 ธ.ค. ยกขบวนสินค้า OTOP ร่วมฉลองปีใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจไทย ตั้งเป้าเงินสะพัด 1,400 ล้านบาท

เมื่อวันที่(9 ธ.ค.62) เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน OTOP City 2019 ภายใต้แนวคิด “เทศกาลของขวัญปีใหม่ ของฝากถูกใจ ผลิตภัณฑ์ทั่วไทยรวมไว้ใน OTOP City 2019” โดยมี  นายสุทธิพงษ์  จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายประวิช สุขุม เลขานุการร่วมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การจัดงาน OTOP City 2019 เป็นงานส่งเสริมการตลาดให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เชื่อมโยงเศรษฐกิจมหภาค สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในปีนี้คาดว่าจะมียอดจำหน่ายในงานไม่น้อยกว่า 1,400 ล้านบาท มีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 5 แสนคน และมีผู้ผลิตผู้ประกอบการเข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 3,500 ราย โดยกำหนดให้มีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 เวลา 15.00 น. ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมุ่งหวังว่าจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวถึงรูปแบบการจัดงาน ประกอบด้วย

  1. นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ภายใต้แนวคิด “จิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ”
  2. การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP 5 ประเภท หรือ OTOP Classic จาก 77 จังหวัด
  3. กิจกรรมนิทรรศการกรมฯ และหน่วยงานภาคี
  4. กิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่นการแสดงศิลปะพื้นบ้าน และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง
  5. กิจกรรมการบริการ เช่น ธนาคาร/ไปรษณีย์, บริการขนส่งสินค้า เป็นต้น

สำหรับกิจกรรม Highlight ในปีนี้ ได้แก่ 1) โซนของขวัญปีใหม่ การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของขวัญของฝาก จาก 40 จังหวัด, 2) โซนหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี พบกับการจำลองชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 4 ภาค จำนวน 8 หมู่บ้าน, 3) OTOP Masterpiece นำเสนอผลงานที่มีความโดดเด่น,  4) ผลิตภัณฑ์ที่ชนะการประกวด Knowledge based OTOP (KBO), 5) โซนตัดเย็บเสื้อผ้า ให้บริการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปในงาน

รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ ในมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ทั้ง 3 เฟส โดยขยายช่องทางการซื้อสินค้าของประชาชนไปสู่   E-Marketplace ผ่านช่องทางของ thailandpostmart.com ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมสินค้า OTOP จากชุมชน และผลิตผลทางการเกษตร ในระบบ E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุด และยังเป็นการส่งเสริมการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและผู้ประกอบการรายย่อยโดยตรงด้วย เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับฐานรากต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นายกรัฐมนตรี นำคนไทยประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต มีความซื่อสัตย์สุจริต ปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีจิตอาสาพร้อมทำความดี ด้วยหัวใจ

นายกรัฐมนตรี นำคนไทยประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต มีความซื่อสัตย์สุจริต ปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีจิตอาสาพร้อมทำความดี ด้วยหัวใจ

เมื่อวันที่(9 ธ.ค.2562) เวลา 09.30 น. ณ อาคารอิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 – 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีประกาศเจตนารมณ์การต่อต้านคอร์รัปชัน ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต”  เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำทางการเมืองร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่องและเพื่อให้ประชาชนชาวไทยและนานาประเทศ ทราบถึงการดำเนินการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตของประเทศไทยและเจตจำนงของคนไทยไม่ทนต่อการทุจริต โดยมี นายฌูเลียน การ์ซานี ผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก เป็นผู้แถลงสารองค์การสหประชาชาติ พร้อมด้วย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ มูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทูตานุทูต สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จำนวน 34 รางวัล และรางวัลการแข่งขันกิจกรรมเดิน-วิ่ง Good Guy Run 2019 รวมพลังวิ่งเพื่อส่งเสริมความดี จำนวน 4 รางวัล พร้อมกล่าวเปิดงานและประกาศเจตนารมณ์ ความว่า การต่อต้านทุจริตเป็นการสร้างจิตสำนึก ความร่วมมือของประชาชนทุกภาคส่วนในทุกมิติ และเป็นการแสดงจุดยืนของประเทศ โดยกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียม ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเร่งด่วน ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ ดำเนินการพัฒนา ปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ให้ครอบคลุม  ทั้งในเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมปราศจากการแทรกแซงของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล ตลอดจนวางมาตรการคุ้มครองพยานและกำหนดให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดกรณีทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจังและรวดเร็ว ซึ่งภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยตรวจสอบ เฝ้าระวังด้วย

นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์ชาติว่า การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 พ.ศ. 2560 – 2564 มีเป้าหมายให้ “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” โดยมุ่งหวังให้ระยะ 5 ปีข้างหน้า จะเป็นการปฏิรูปกระบวนการทำงานจากเดิม ไปสู่กระบวนการทำงานแบบบูรณาการทั้งระบบ ทั้งคน เครื่องมือ เทคโนโลยีโดยเริ่มจากการวางรากฐานทางความคิดของประชาชน ลดความขัดแย้ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า นอกจากตนเองจะไม่กระทำการทุจริตแล้ว จะต้องไม่อดทนต่อการทุจริตที่เกิดขึ้นในสังคมไทย คนไทยจะต้องก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์และความเพิกเฉยต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมทั้งแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการสร้างชาติที่สะอาดปราศจากการทุจริต ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบาย ต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ขณะเดียวกัน กลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ต้องได้รับความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นจากประชาชนว่าสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเท่าเทียม รวมถึงต้องการสร้างการรับรู้ต่อประชาชนเพื่อให้การต่อต้านการทุจริต เป็นวัฒนธรรมของสังคมไทยต่อไปในอนาคต มีความรู้คู่คุณธรรม

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงแนวทางในการที่จะช่วยป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยการใช้ แนวทางประชารัฐ ในการรวมพลังทุกภาคส่วน ในกระบวนการตรวจสอบการทำงานของรัฐ โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายประชารัฐเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างยั่งยืน

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้นำคนไทยทั่วประเทศและผู้ร่วมงานประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชัน โดยกล่าวพร้อมกันว่า จะประพฤติปฏิบัติตน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทำการทุจริต จะยึดมั่นในความยุติธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน จักปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยจิตอาสา พร้อมทำความดี ด้วยหัวใจ ตลอดไป

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ เดินหน้า ล่าโกง ซึ่งจัดแสดงไว้เพื่อสร้างการรับรู้และความตื่นตัวต่อผลกระทบที่เกิดจากการทุจริต ก่อนเดินทางกลับ

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ทำไม ?? ทหารถึงต้องเข้าไปในโรงเรียนตาดีกา

การจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และสร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียนผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของความเป็นชาติไทย เช่น การใช้ภาษาไทย การทำกิจกรรมหน้าเสาธง การร้องเพลงชาติ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังทำการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนยอมรับการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม โดยไม่ทำลายอัตลักษณ์อันดีงามของท้องถิ่น ทั้งนี้เพราะในห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการตรวจพบบุคคลบางกลุ่ม ได้แอบแฝงเข้าไปปลูกฝังอุดมการณ์ บ่มเพาะความคิดความเชื่อที่ผิดๆ ในสถานศึกษา ที่นำไปสู่การสร้างความเกลียดชังและใช้ความรุนแรงในปัจจุบัน

เจ้าหน้าที่มีแนวทางในการเข้าไปพบปะพัฒนาสัมพันธ์ และทำกิจกรรมในโรงเรียนด้วยความระมัดระวังและไม่กระทบต่อการเรียนการสอน โดยหลีกเลี่ยงการพกพาอาวุธในขณะที่ทำกิจกรรมกับเด็กนักเรียน ทั้งนี้จะต้องมีการแจ้งให้ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำศาสนาในพื้นที่ทราบก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกครั้ง จากการปฏิบัติที่ผ่านมา ทำให้สามารถสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันของบุคลากรครู นักเรียน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่นและผู้ปกครอง รวมทั้งสร้างการยอมรับในการอยู่ร่วมกันภายใต้ความหลากหลายมากยิ่งขึ้น


#ทหารถึงต้องเข้าไปในโรงเรียนตาดีกา #เด็กน้อยเปรียบเสมือนผ้าขาว#เราจะไม่ยอมให้ผ้าผืนนี้แปะเปื้อนจากน้ำมือคนคิดชั่วเด็ดขาด

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /เพจความจริงปัตตานีบ้านฉัน

จ. นราธิวาส – ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย

ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยจ.นราฯ

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 08.30 น. ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองร้อยที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือที่ 33 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำบลโคกเคียน และ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม หมู่ที่ 13 บ้านเกาะหวังยาเงาะ, หมู่ที่ 8 และหมู่ที่อ 9 บ้านทุ่งกง ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

สำหรับการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนพร้อมที่จะปฎิบัติภารกิจอย่างสุดความสามารถในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทุกพื้นที่ เพื่อให้ความเดือดร้อนจากอุทกภัยในครั้งนี้ยุติลงได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
#ช่างภาพสนาม

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news.blogspot.com /southpeace

จ.ยะลา – ทหารพรานหญิง ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

ทหารพรานหญิงลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 09.30 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 โดย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหมวดทหารพรานหญิง ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองร้อยทหารพรานที่ 4113, ผู้นำชุมชน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าเยี่ยมเยียน นายมะรอพานี ดอเลาะ และ นายอับดุลรอเซะ ตาเหร์ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ ตำบลวังพญา จำนวน 2 ราย พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น และสร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ อีกทั้ง ดูแลความเป็นอยู่ให้แก่ราษฎรให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในยามเกิดภัยพิบัติ ทำให้ราษฎรที่ประสบภัยรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่หน่วยงานทหารและส่วนราชการเข้ามาดูแลและมีความห่วงใยประชาชน ไม่เคยทอดทิ้งในยามเดือดร้อนเมื่อประสบภัยพิบัติ

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
#ช่างภาพสนาม

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /southpeace

10 ธันวาคม “วันรัฐธรรมนูญ” วันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร

รัฐธรรมนูญ คือกฎหมายสูงสุดของประเทศเป็นตัวกำหนดระเบียบแบบแผนของสังคม

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งใช้กฏหมาย “รัฐธรรมนูญ” เป็นกฏหมายสูงสุดในการปกครอง

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงลงพระปรมาภิไธย ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต กรุงเทพฯ มีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ ปัจจุบันประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่ร่างขึ้นโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในระหว่าง พ.ศ. 2557-2560

เพื่อเป็นการระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก อันเป็นฉบับถาวรให้กับปวงชนชาวไทย จึงกำหนดให้วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปีเป็น “วันรัฐธรรมนูญ” ในทุกปีจะจัด พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลฉลอง ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม และมีพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และประดับธงชาติ ตามอาคารบ้านเรือน
.
#nnt#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์#วันรัฐธรรมนูญ#ประชาธิปไตย#PRD01#PRD22

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

นักธุรกิจพลังงาน ศิษย์เก่า ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมสร้างสาธารณะกุศล

นักธุรกิจพลังงานศิษย์เก่า ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมสร้างสาธารณะกุศล

กำธร วังอุดม ประธานบริษัท เค.โกบอล จำกัด และประธานรุ่น ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมสมทบทุน สาธารณะกุศล โดยบริจาคช่วยเหลือ โครงการพัฒนาศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โอกาสร่วมรำลึก 85ปี ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อวันก่อน

Cr.ทอนส์79

พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่หลาย เกจิดังวัดนาจอมเทียน ผู้คนนับพันเดินทางร่วมพิธี

เมื่อเวลา15.00น.วันที่ 8 ธ.ค.62 ที่วัดนาจอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่ได้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระครูพิพิธชลธรรม (หลวงพ่อหลาย อาภรโณ) เกจิดังของตำบลนาจอมเทียน อดีตเจ้าอาวาสวัดนาจอมเทียน อดีตเจ้าคณะตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หลังได้มรณภาพลงอย่างสงบ ด้วยโรคชรา ด้วยอายุ 91 ปี พรรษาที่ 63 เมื่อเวลา13.50 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.ย. 62

โดยในวันนี้ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา/อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมาย ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ ( ดร.เอ ) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพสรีรสังขาร โดยมี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชน อำเภอสัตหีบร่วมพิธีคับคั่ง ณ เมรุชั่วคราว วัดนาจอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

สำหรับประวัติ หลวงพ่อหลาย อาภรโณ (อาจารย์หลาย) วัดนาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี หรือพระครูพิพิธชลธรรม (หลวงพ่อหลาย อาภรโณ) เจ้าอาวาสวัดนาจอมเทียน และอดีตเจ้าคณะตำบลนาจอมเทียน เกจิดังของตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีนามว่า ” หลาย ” นามสกุล ห้วยใหญ่ ” เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2471 ตรงกับวันเสาร์ แรม 12 ค่ำ เดือน 12 ปีมะโรง ณ บ้านทุ่งคา ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี อุปสมบท เมื่อพ.ศ. 2491 เมื่ออายุได้ 20 ปี ท่านอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดนาจอมเทียน โดยมีพระอุปัขฌาย์ พระครูสุนทรธรรมรส (หลวงพ่อศรี) วัดอ่างศิลา ปัจจุบันคือ พระวิสุทธิสมาจาร (เจ้าคุณศรี พฺรหฺมโชติ) พระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการลั้ง วัดอัมพาราม ปัจจุบันคือ พระครูสาธกธรรมคุณ (หลวงพ่อลั้ง สุทสสฺโน) พระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการไฮ้ วัดนาจอมเทียน ท่านได้รับฉายาทางธรรมว่า ” อาภรโณ “

เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้มาจำพรรษาอยู่ ณ วัดนาจอมเทียน กับพระอาจารย์รูปแรกคือ พระอธิการไฮ้ วัดนาจอมเทียน พระผู้มากด้วยพุทธาคม พร้อมทั้งร่ำเรียนพระธรรมวินัย และพุทธาคมกับท่าน ต่อมาจึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของ พระอธิการลั้ง วัดอัมพาราม ศิษย์เอกผู้เป็นมือจารปลัดขิกให้กับหลวงพ่ออี๋ แห่งวัดสัตหีบ พระอาจารย์รูปที่3ของหลวงพ่อหลาย คือ หลวงพ่อทองอยู่ จนฺทสาโร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผู้เป็นศิษย์ของบูรพาจารย์ตำนานเขี้ยวเสือแกะ ” หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย “

อาจกล่าวได้ว่า หลวงพ่อหลาย อาภรโณ ท่านมีครูที่เป็นอมตะเถราจารย์ ผู้เข้มขลังแห่งภาคตะวันออกถึง 3 รูปเลยทีเดียว พระครูพิพิธชลธรรม (หลวงพ่อหลาย อาภรโณ) เป็นทั้งพระนักปฏิบัติ และพระนักพัฒนาทั้งยังดำรงความเป็นสมณะอยู่ในศีลธรรมอย่างดี และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปมาช้านาน ก่อนมรณภาพลงอย่างสงบ ด้วยโรคชรา เมื่อเวลา13.50 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.ย. 62 ด้วยอายุ 91 ปี พรรษาที่ 63

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก