ฝ่ายอำนวยการ ทหารกองบัญชาการ กองอาสารักษาดินแดน ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี

     วันที่ 24 ก.ค. 62 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. พ.อ.ดร.สถาพร สุขสมบูรณ์ หัวหน้าสำนักฝ่ายอำนวยการทหาร กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และคณะ มาตรวจเยี่ยมกองร้อยบังคับการและบริการ กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี โดยมีนายกองตรี สุรเดช​ สร้อยอุทา ป้องกันจังหวัดสระบุรี/ผู้บังคับกองร้อยฯ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป

     ผลการปฏิบัติ ในช่วงเช้าทางคณะผู้ตรวจได้เข้าพบนาย​ แมนรัตน์​ รัตนสุคนธ์​ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีมอบให้นายสมภพ​ สมิตะสิรินองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี
    ต่อมาทางสมาชิก อส. สังกัด กองร้อย บก.บร.บก.อส.จ.สระบุรี ได้เข้าร่วมรับฟังโอวาทและรับการฝึกโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งคณะผู้ตรวจฯเยี่ยมได้แนะนำการฝึกท่าพระราชทาน(ยกอก)​ซึ่งในการสร้างให้เป็นหนึ่งเดียวกันเช่นกับทหารและได้รับความร่วมมือจากสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี เป็นอย่างดี

ดำรงค์ ชื่นจินดา / รายงาน

ผู้ว่าฯ สระบุรี นำประชาชนจิตอาสาพระราชทานร่วมพัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562

    วันที่ 24 กรกฎาคม​ 2562​ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.จังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาลำน้ำ ลำคลอง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562 พร้อมนำจิตอาสาพระราชทาน ประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมทำความสะอาดพัฒนาขุดลอกคลอง ที่บริเวณคลองฝั่งแดง ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี
     โดยนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.จังหวัดสระบุรี ประธานในพิธีถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายความเคารพ จากนั้นได้นำประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณ เราทำความดีด้วยหัวใจ จำนวน 3 ครั้ง ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี พร้อมนำจิตอาสาพระราชทาน ประชาชนจิตอาสา ลงมือร่วมกันกำจัดผักตบชวา วัชพืชต่างๆ บริเวณรอบคลองฝั่งแดง
     ทั้งนี้ จังหวัดสระบุรีได้ดำเนินงานของจิตอาสา มาอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ โดยจังหวัดสระบุรีและอำเภอให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของจิตอาสาในพื้นที่ เช่น การพัฒนาถนน แม่น้ำ และสิ่งแวดล้อมอื่นที่เหมาะสมกับพื้นที่ ในครั้งนี้ทางศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.จังหวัดสระบุรีและทุกภาคส่วนในพื้นที่ ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาลำน้ำ ลำคลอง ที่บริเวณคลองฝั่งแดง ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดี โดยได้ร่วมกันพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำ และบรรเทาจากน้ำท่วมให้กับประชาชนตลอดจนเป็นการอนุรักษ์แหล่งน้ำสาธารณะด้วย
    สำหรับบริเวณคลองฝั่งแดง ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เป็นลำคลองที่ไหลผ่านชุมชน ที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 200 ครัวเรือน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ในการเกษตร และใช้อุปโภค

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

สระบุรี-กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ จัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดี ลงนามถวายพระพร​ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562

    วันที่ 24 กรกฏาคม 2562​ พันเอก​ ศรัณย์​ รอดบุญธรรม​ ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ นำนายทหาร​ แม่บ้านทหารบก​ นายสิบ​พร้อมทหารในหน่วยขึ้นตรง​ ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ลงนามถวายพระพร​ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดี โดยมีภาครัฐภาคเอกชน​ องค์การบริหารส่วนตำบลปากข้าวสาร​ ทหารแม่บ้านทหารบกในหน่วยขึ้นตรงร่วมถวายความจงรักภักดีในครั้งนี้

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

สระบุรี-กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ จัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา

    วันที่ 24 กรกฏาคม 2562​ พันเอก​ ศรัณย์​ รอดบุญธรรม​ ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ฯ นำนายทหาร​ แม่บ้านทหารบก​ นายสิบ​ ลูกจ้างพนักงาน​ในหน่วยขึ้นตรง ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ลงนามถวายพระพร​ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดี โดยมีภาครัฐภาคเอกชน​ องค์การบริหารส่วนตำบลปากข้าวสาร​ ทหารแม่บ้านทหารบกในหน่วยขึ้นตรงร่วมถวายความจงรักภักดีในครั้งนี้​

     จากนั้นนำกำลังพลได้ดำเนินงานของจิตอาสา มาอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ร่วมกับจังหวัดสระบุรีและอำเภอให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของจิตอาสาในพื้นที่ เช่น การพัฒนาถนน แม่น้ำ และสิ่งแวดล้อมอื่นที่เหมาะสมกับพื้นที่ ในครั้งนี้ทางศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.จังหวัดสระบุรีและทุกภาคส่วนในพื้นที่ ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาลำน้ำ ลำคลอง ที่บริเวณคลองฝั่งแดง ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดี โดยได้ร่วมกันพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำ และบรรเทาจากน้ำท่วมให้กับประชาชนตลอดจนเป็นการอนุรักษ์แหล่งน้ำสาธารณะด้วย

    สำหรับบริเวณคลองฝั่งแดง ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เป็นลำคลองที่ไหลผ่านชุมชน ที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 200 ครัวเรือน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ในการเกษตร และใช้อุปโภค

ดำรงค์ ชื่นจินดา / รายงาน

ทรูออนไลน์ ยืนแท่นผู้นำไฟเบอร์อินเทอร์เน็ต ปฏิวัติวงการเน็ตบ้านด้วย Gigatex Fiber Router เทคโนโลยีสุดล้ำ ครั้งแรกในประเทศไทย

      เมื่อวันที่23 กรกฎาคม 2562 ทรูออนไลน์ ย้ำผู้นำไฟเบอร์อินเทอร์เน็ตหนึ่งเดียวในไทย สร้างปรากฏการณ์อัปชีวิตแรงเหนือระดับ ล้ำไปอีกขั้นกับประสบการณ์ระดับ Gigabit แบบเต็มสปีดอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด Gigatex Fiber Router ที่ให้ความแรงเน็ตบ้านไฟเบอร์ 1 Gbps รายแรกและรายเดียว ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริม บนโครงข่ายทรูไฟเบอร์ที่ครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย ในราคาคุ้มค่าสุดเริ่มต้นเพียง 899 บาทต่อเดือน หรือรับเพิ่มกล่อง TrueID TV สำหรับชมคอนเทนต์ระดับโลก ทั้งพรีเมียร์ลีกและหนังจากค่ายดัง เพียง 999 บาทต่อเดือน ลูกค้าเก่าสามารถรับสิทธิ์อัปประสบการณ์ดิจิทัลเหนือระดับแบบ 1 Gbps ได้เช่นกัน ตั้งแต่ 23 ก.ค. 2562 – 31 ธ.ค. 2562 ที่ร้าน ทรูช้อป และทรูพาร์ตเนอร์ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.trueonline.com หรือโทร 02-700-8000
     นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ผู้จัดการทั่วไปด้านการบริการจัดการระดับภูมิภาค ภาคตะวันออก บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “ในฐานะผู้นำไฟเบอร์อินเทอร์เน็ตในไทย ที่ครองใจลูกค้ามาโดยตลอด ยืนยันได้จากจำนวนลูกค้าบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ปัจจุบันทรูออนไลน์มีลูกค้ารวมทั้งสิ้น 3.5 ล้านราย สำหรับตลาดบรอดแบนด์ซึ่งในปีนี้ยังคงมีการแข่งขันที่สูง ทรูออนไลน์ยังคงมุ่งเน้นที่จะให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพการให้บริการ และสร้างความแตกต่างให้กับตลาดอยู่เสมอ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาสู่ตลาดเพื่อให้ลูกค้าของเราได้ใช้เป็นรายแรก เราเชื่อว่าสปีดคือความสุขของลูกค้าในยุคดิจิทัล ทรูออนไลน์จึงไม่หยุดนิ่งที่จะเพิ่มมาตรฐานความเร็วของเน็ตบ้าน

     โดยเมื่อปีที่แล้ว เราได้เปิดบริการความเร็วระดับ Gigabit เป็นรายแรก ที่ทำให้ช่องสัญญาณของทั้งบ้านมีขนาดที่กว้างขึ้น สามารถใช้งานได้เร็วพร้อมๆกันทั้งครอบครัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลที่ใช้อุปกรณ์สื่อสารมากขึ้นต่อคน หรือชอบดูคอนเทนต์ที่ขนาดใหญ่ขึ้นแบบ 4K หรือการสตรีมมิ่ง และปีนี้เราพร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่อัปชีวิตแรงเหนือระดับ ล้ำไปอีกขั้นกับ Gigatex เน็ตไฟเบอร์ 1 Gbps รายแรกและรายเดียวในไทย ที่ให้ประสบการณ์ระดับ Gigabit แบบเต็ม สปีดอย่างแท้จริง ผ่านนวัตกรรม Gigatex Fiber Router เทคโนโลยีล่าสุดจากทรูออนไลน์ ที่รับสปีดได้เร็วขึ้น ซึ่งไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมใดๆ และเป็นแพ็กเกจที่คุ้มค่าที่สุดในตลาด ด้วยราคาเริ่มเพียง 899 บาทต่อเดือน พร้อม Gigatex Fiber Router อุปกรณ์รับ-ส่ง ระดับกิกกะบิต มูลค่า 3,900 บาท หรือสมัครแพ็กเกจ 999 บาทต่อเดือน พร้อม Gigatex Fiber Router และคุ้มสุดๆ พร้อมกล่อง TrueID TV สำหรับรับชมฟุตบอลลีกดัง รวมถึงพรีเมียร์ลีก และบันเทิงระดับโลก ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการสามารถสมัครได้ทันที ตั้งแต่ 23 ก.ค. 2562 – 31 ธ.ค. 2562”

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

องค์กรระหว่างประเทศเยี่ยมชมศูนย์ PIPO สมุทรสาคร ศึกษาดูงานระบบการทำประมงที่มีมาตรฐาน และสัมฤทธิ์ผลที่เป็นรูปธรรม

     “ศปมผ.ให้การต้อนรับคณะผู้อำนวยการใหญ่องค์กรระหว่างประเทศเยี่ยมชมศูนย์ PIPO สมุทรสาคร ศึกษาดูงานระบบการทำประมงที่มีมาตรฐาน”
     วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 น.อ.ดรณ์ ทิพนันท์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน สล.ศปมผ./ผู้แทน ศปมผ. ให้การต้อนรับนายกาย ไรเดอร์ (Mr.Guy Ryder) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) พร้อมคณะเยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายสรุปความเป็นมาของ ศปมผ. และการปฏิบัติงานของศูนย์ PIPO สมุทรสาคร รวมทั้งรับฟังสถานการณ์ด้านการประมงในจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายสุรเดช วลีอิทธิกุล รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายพิริยะ ฉันทดิลก รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออกเรือประมง (PIPO) จังหวัดสมุทรสาคร

          น.อ.ดรณ์ ทิพนันท์ กล่าวว่า ศูนย์ PIPO สมุทรสาคร แห่งนี้มีภารกิจตรวจการแจ้งเข้า – ออกของเรือประมงพาณิชย์ขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป และต่ำกว่า 30 ตันกรอสในเครื่องมือ 3 ประเภท คือ อวนลาก อวนล้อมจับ และอวนครอบปลากะตัก โดยเน้นการตรวจเรือกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับแจ้งจากศูนย์ ส่วนการปฏิบัติของศูนย์ ได้แก่ การตรวจเอกสารเรือที่มาแจ้งเข้า – ออก ตรวจเรือและคนประจำเรือที่ท่าเทียบเรือ บันทึกข้อมูลลงในระบบ Fishing Information : FI และการอนุญาตให้ออกไปทำการประมง หรือกลับเข้าเทียบท่าและขึ้นสัตว์น้ำ โดยเน้นการตรวจคุ้มครองแรงงาน เพื่อป้องกันการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ สำหรับสถานการณ์ด้านการทำประมงของจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า มีเรือประมงที่แจ้งเข้า – ออก จำนวน 384 ลำ มีลูกเรือประมงจำนวน 5,472 คน โดยทั้งหมดเป็นแรงงานในระบบ ไม่มีแรงงานผิดกฎหมาย ประชาชนมีความเข้าใจในนโยบายการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล โดยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนทำให้การแก้ไขปัญหาการประมงมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

          การลงพื้นที่สมุทรสาคร ของผู้อำนวยการใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศในครั้งนี้ เป็นการเยี่ยมชมความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการขจัดการใช้แรงานเด็ก แรงงานบังคับในอุตสาหกรรมอาหารทะเลและห่วงโซ่อุปทานในภาคประมง การคุ้มครองแรงงานประมงและแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีซึ่งสามารถสร้างความมั่นใจว่าสินค้า อุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศไทย ผลิตโดยมีธรรมาภิบาล มีมาตรฐานแรงงานสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานได้อย่างยั่งยืน

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 0909535645 รายงาน
ภาพ/ข่าว ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สน.ปชส.
ศปมผ. / กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ

จังหวัดจันทบุรี จัดโครงการธรรมะสู่คนทั้งมวล กิจกรรมเทิดไท้องค์ราชันและเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562

          วันนี้ ( 24 ก.ค.62 ) ที่วัดไผ่ล้อม ( พระอารามหลวง ) จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมทำบุญตักบาตรอาหาร คาว – หวานและร่วม กิจกรรมโครงการธรรมะสู่คนทั้งมวล กิจกรรมเทิดไท้องค์ราชันและเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 เพื่อส่งเสริมส่งเสริมให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ทุพพลภาพ และ ด้อยโอกาส ได้นำหลักธรรมทางศาสนาไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ยึดหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาเป็นที่ยืดเหนี่ยวจิตใจเพื่อความสงบสุขของครอบครัว และสังคม โอกาสนี้ พระอรรถโมลี เจ้าคณะอำเภอเมืองจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ( พระอารามหลวง ) ได้แสดงพระธรรมเทศนา และนำเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ นับเป็นโอกาสมหามงคลที่พสกนิกรปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจักได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการโดยเฉพาะด้านการพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงได้ส่งเสริมสนับสนุน ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง อันเป็นการแสดงถึงพระราชศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้น ยังผลให้ปวงพสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติและซาบซึ้งในพระราชศรัทธาแห่งพระองค์ และพร้อมที่จะน้อมนำพระราชจริยวัตรอันงดงามในการทรงบำเพ็ญบุญบารมีไปเป็นแบบอย่างปฏิบัติสืบต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก# คณะกรรมการตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา(หมู่บ้านรักศิล5)

          ที่ศาลาเอนกประสงค์วัดป่าขะ หมู่ที่3 ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก พระเดชพระคุณ พระเทพศาสนาภิบาล รองประธานคณะกรรมการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหมู่บ้านรักษาศิล5 ประธานสงฆ์ พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก พระครูปริยัติโพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก กล่าวรายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านรักษาศิล 5 นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าจังหวัดนรคนายก กล่าวถวายให้การต้อนรับคณะสงฆ์ โดยมีข้าราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมในพิธีจำนวนมาก พร้อมเชิญประธานคณะกรรมการตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน ชมการแสดงรำไทยเวียง คีรีวัน ชมรำวงชาติพันธ์ ชมการแสดงลำตัดศิล 5 ชมสามเณรท่องกลอนศิล 5 พร้อมปล่อยพันธุ์ปลา จากนั้นคณะกรรมการตรวจเยี่ยมติดตามโครงการ พร้อมคณะสงฆ์ ผู้นำชุมชน ได้ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้และขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ตลาดชมทุ่ง) บ้านวังไทร-มาบช้าง หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านา อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายกและเดินทางเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระดับอำเภอ บ้านทุ่งกระโปร่ง หมู่ที่ 12 ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ทุ่งควายลุย ชมสวนเกษตรอินทรีแบบผสมผสานและวิถีชิวิตแบบพอเพียง ชมสวนหนึ่งไร่พอ บ้านทุ่งกระโปร่ง เป็นอันเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยมโครงการดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

แสนสุข/ชลบุรี รวบครบ จบยกแก๊ง 4 เดนมนุษย์ใส่กุญแจมือหลังร่วมกันรุมโทรม ด.ญ.13 ถ่ายคลิปแบล็กเมล์เอาเงิน3พัน เจ้าหน้าที่กันตัววุ่น ขณะนำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ไทยมุงอื้อต่างรอจังหวะเข้าประชาทัณฑ์



     จากกรณีด.ญ.อายุ 13 ปี เข้าแจ้งตำรวจ ว่าถูกแฟนหนุ่มพาไปให้เพื่อนรุมข่มขืน รวม 4 คน จนสำเร็จความใคร่ โดยมีการจับใส่กุญแจมือ พร้อมถ่ายคลิปไว้ข่มขู่ขอเงิน 3,000 บาท หากไม่จ่ายเงินจะนำคลิปไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 20.50 น.

     ความคืบหน้าล่าสุด ที่สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เข้าสอบปากคำผู้ต้องหาอีก 2 คนซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ร่วมก่อเหตุรุมโทรมด.ญ.13 ปี หลังถูกตำรวจชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัว ซึ่งก่อนหน้านี้เยาวชนอีก 2 คนถูกจับกุมตัวได้ก่อนแล้ว พร้อมของกลางกุญแจมือ

     พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้ที่เกิดเหตุแยกเป็น 2 จุด จุดแรกเป็นเยาวชน 2 คนก่อเหตุ ส่วนอีกจุดเป็นผู้ใหญ่ 2 คนร่วมกันก่อเหตุภายในบ้านพักคนงานแกะหอย สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าไม่ได้มีการถ่ายคลิปไว้ แต่มีการถ่ายภาพไว้

     “ส่วนเรื่องกุญแจมือยอมรับว่าใส่เด็กจริง แต่อ้างว่าตอนข่มขืนไม่ได้มีการใส่กุญแจมือ ซึ่งคดีนี้ยังต้องมีการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียด และต้องมีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมด้วยเนื่องจากบางคนยังเป็นเยาวชน รวมทั้งเด็กผู้เสียหายด้วย โดยวันนี้ 23 ก.ค. จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ”

     สำหรับการจับกุมครั้งนี้ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แสนสุข จับกุมนายบิ๊ก ได้เป็นคนแรก จากนั้นเข้าตรวจค้นบ้านพัก ในพื้นที่ ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ ก่อนจับกุม นายณัฎฐพัชร์ ณีวงศ์ อายุ 29 ปี ไว้ได้พร้อมของกลาง เสื้อผ้า 1 ชุด จากนั้นขยายผลตามไปจับ นายกอล์ฟ อายุ 16 ปี สัญชาติเมียนมา ได้ขณะออกเรือหาปลา

     ต่อมาเข้าจับกุม นายเลิศ อายุ 18 ปี สัญชาติกัมพูชาได้เป็นสุดท้าย พร้อมของกลางกุญแจมือเสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีเทา เขียนคำว่าบ้านปู กางเกงลายดอกสีน้ำเงินอีก 1 ตัว

     โดยแจ้งข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร/พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม/และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

     ต่อมา พนักงานสอบสวน สภ.แสนสุข ได้นำตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 14 ปี และ 16 ปี ไปสอบปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดต่อหน้าสหวิชาชีพ และนำตัวผู้ต้องหาอีก 2 ราย อายุ 29 ปี และแรงงานต่างด้าว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งมีทั้ง 2 จุดด้วยกัน โดยจุดแรกเป็นจุดที่เพื่อนผู้เสียหายไปรับตัวเด็กหญิงอายุ 13 ปี ไปส่งให้กับเพื่อนชาย โดยซ้อนรถจักรยานยนต์ไปถึง และมีเพศสัมพันธ์กับเยาวชนจนสำเร็จความใคร่

     จากนั้นก็พาไปยังจุดที่ 2 ซึ่งอยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กิโลเมตร โดยเป็นจุดที่ผู้ต้องหาอีก 2 คน ใส่กุญแจมือ และลงมือข่มขื่นเหยื่อที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ที่ใกล้กับเขาสามมุก ทั้งนี้ ตลอดการทำแผนมีประชาชนจำนวนมากที่สนใจไปยืนดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องกันคนออกห่าง เนื่องจากเกรงว่าจะเข้าไปรุมประชาทันฑ์

     พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ในวันนี้เยาวชนทั้ง 2 คน ที่ไม่ได้มาทำแผน ส่งศาลจังหวัดชลบุรีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ส่วนอีก 2 คนที่คือ นายณัฎฐพัชร์ ณีวงศ์ อายุ 29 ปี ทำงานเป็นลูกจ้างโรงงานแห่งหนึ่ง และเป็นหลานของเจ้ปูซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพักที่ก่อเหตุ และ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี สัญชาติกัมพูชา เป็นคนงานรับจ้างแกะหอย ส่งศาลจังหวัดชลบุรีในช่วงเช้าของวันที่ 24 ก.ค.ต่อไป

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ ๗/๒๕๖๒ สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนที่ผ่านมา

การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ ๗/๒๕๖๒
     วันนี้ (๒๓ ก.ค. ๖๒) เวลา ๐๙.๓๐ น. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ ๗/๒๕๖๒ โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค ๑ – ๔ เข้าร่วมประชุมฯ บริเวณชั้น ๓ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธาน การประชุมฯ สรุปเรื่องที่สำคัญ ดังนี้
เรื่องแรก การทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
     กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จัดการประชุมคณะทำงานทำลายของกลาง คดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว ในครั้งที่ ๑/๒๕๖๒โดยมี ผู้อำนวยการศูนย์การปฏิบัติที่ ๓ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร/ประธานคณะทำงานทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธานการประชุม และมี กรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเลขาการประชุม โดยที่ประชุมฯได้มีมติกำหนดจัดพิธีทำลายของกลางในช่วงเดือนสิงหาคม หรือประมาณต้นเดือนกันยายน ๒๕๖๒ ด้วยวิธีเผาและการบดทำลายด้วย รถบดหรือเครื่องบด รวมทั้งวิธีการใช้เครื่องตัดเพื่อให้ของกลางเสื่อมสภาพและไม่สามารถ นำกลับมาใช้ได้อีก โดยที่ไม่เป็นมลภาวะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
     สำหรับของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุด และพร้อมที่จะนำมาทำลายร่วมกัน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ อาทิ รองเท้า กระเป๋า เสื้อ กางเกง ชุดกีฬา ที่ปลอมเครื่องหมายการค้า มีหน่วยที่ดำเนินการจับกุมยึดของกลาง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของกลางที่ยึดได้ จำนวน ๒๕๑,๐๖๔ ชิ้น, กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ของกลางที่ยึดได้จำนวน ๕๔๗,๖๑๗ ชิ้น และ กรมศุลกากร ของกลางที่ยึดได้ จำนวน ๙,๘๑๑,๓๔๐ ชิ้น รวมจำนวนทั้งสิ้น ๑๐,๖๑๐,๐๒๑ ชิ้น
เรื่องที่สอง การจัดทำบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กับ วัดแสงอรุณหรือวัดป่าดานวิเวก และมูลนิธิพุทธะสมุนไพรคู่แผ่นดินไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
     กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กับ วัดแสงอรุณหรือวัดป่าดานวิเวก และมูลนิธิพุทธะสมุนไพรคู่แผ่นดินไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีเจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ในการคุ้มครองป้องกันอนุรักษ์พัฒนาและ การใช้ทรัพยากรในโครงการอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามพระธรรมวินัยกฎหมาย ว่าด้วยการป่าไม้ และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยมี ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ เป็นผู้แทนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือกับเจ้าอาวาสวัดแสงอรุณฯ และ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๒ ณ วัดแสงอรุณ ตำบลศรีชมพู อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ
     สำหรับการลงนามฯดังกล่าว เป็นไปตามภารกิจหลักในการเสริมสร้างความมั่นคง ด้านทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน อาหารและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ในด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันดูแลรักษาป่า ระหว่างวัดที่อยู่ในพื้นที่ของกรมป่าไม้และพื้นที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำนวนกว่า ๓,๐๐๐ ไร่ ซึ่งการลงนามในครั้งนี้จะทำให้การดูแลผืนป่าแห่งนี้มีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์และก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน และประเทศชาติโดยรวมต่อไป
เรื่องสุดท้าย การลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
     ปัจจุบันการติดตามความคืบหน้า การลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค ๔ ส่วนหน้า ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ในการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์โดยแบ่งออกเป็น ๒ ขั้นตอน
     ขั้นตอนที่ ๑ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค ๔ ส่วนหน้าสนับสนุนเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน มีจำนวนยอดทั้งสิ้น ๓,๘๗๓ นาย แบ่งออกเป็น ทหาร(กอ.รมน.ภาค๔ ส่วนหน้า) จำนวน ๑,๓๓๒ นาย, ตำรวจ (กกล.ตร.จชต.) จำนวน ๖๖๙ นาย และเจ้าหน้าที่ ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ จำนวน ๑,๘๗๒ นาย ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช) จัดทำแอพลิเคชั่นการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ระบบ “สองแชะ อัตลักษณ์”
     ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิและการลงทะเบียนระบบ “สองแชะ อัตลักษณ์”(เป็นการบันทึกหมายเลขประจำตัวบัตรประชาชนและภาพใบหน้าของเจ้าของซิมการ์ดโทรศัพท์) สรุปมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มาลงทะเบียนแล้ว จำนวน ๑๔๘,๗๙๖ คน
     จากการดำเนินการดังกล่าว สามารถทำให้ป้องกันผู้แอบอ้างการใช้ซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งเพื่อสร้างความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
     กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ได้ร่วมกันลงทะเบียนซิมการ์ดได้จนถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกระบบที่ให้บริการอยู่ในพื้นที่ฯ
๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒