หลักเกณฑ์ – หลักกู ?

         วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม เวลาบ่ายโมงครึ่งโดยประมาณ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไปนั่งหัวโต๊ะเปิดประชุมและมอบนโยบาย แก่นายตำรวจผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่ผบ.ตร.ลงไปจนถึงผู้บัญชาการในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกหน่วย
         ประเดิมอย่างเป็นทางการ !! ในฐานะผู้กำกับดูแลปกครองตำรวจทั่วประเทศ กว่า 2 แสนชีวิต จะเปลี่ยนไพ่สำรับใหม่ หรือล้างไพ่เก่าสำรับเดิม ได้รู้กัน
เรื่องแรกนั้น คงไม่พ้น “ลุงตู่ ” ต้องประกาศเจตนารมณ์ ในการเข้ามากำกับการทำงานของตำรวจ หวังให้สนองตามนโยบายที่ตั้งไว้
เรื่องสำคัญต่อไปที่ระบุชัด คือการหารือกำหนดแนวทางหลักเกณฑ์การแต่งตั้งนายพลตำรวจใหม่ หลังการปลดล็อค ไร้ ม.44 ความชัดเจนต้องบังเกิด
         โดยกติกาเดิมนั้น ย้อนหลังก่อนการใช้ ม.44 การพิจารณาแต่งตั้งนายพลตำรวจ ตั้งแต่ระดับรองผบ.ตร.ลงไปจนถึงผู้บังคับการ เป็นอำนาจของ ผบ.ตร. และคณะกรรมการ ก.ตร. รวมทั้งบอร์ดกลั่นกรอง ร่วมกันพิจารณา มีขั้นมีตอน มีการจัดลำดับบัญชีอาวุโสอย่างเป็นทางการ จนถูก ม.44 ทลายกำแพง ฉีกกฏเกณฑ์กติกาเดิมทิ้ง
เอา “หลักกู” มาใช้แทน !! ทำลายขวัญกำลังใจตำรวจเป็นอย่างยิ่ง
มีการแต่งตั้งรุ่นน้อง ข้ามหัวรุ่นพี่เป็นว่าเล่น ใจสลาย หดหู่ต่อการทำงาน
         เมื่อ “ลุงตู่ ” เสนอตัวเข้ามาจัดระบบใหม่ คงต้องรอดูผลงานและวิสัยทัศน์ เข้าใจองค์กรตำรวจแค่ไหน ?? ทั้งที่ในอดีต “ลุงตู่” ไม่ค่อยปลื้มกับตำรวจ เคยมีการแสดงออกทางคำพูดและสีหน้าต่อสื่อสาธารณะมาหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะในยุคสงครามสีเสื้อ
ขณะที่กลุ่มเสียผลประโยชน์ ที่เคยเกาะแกะ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต่างออกมาประโคมข่าว ดูไม่สร้างสรรค์ อ้าง”ลุงป้อม” ยังช่วย “ลุงตู่” ดูแลโยกย้ายตำรวจอยู่
นี่แหละ มีสิทธิพัง !! มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำของจริง
          “ลุงตู่” ทำงานยากขึ้นแน่ เพราะกระแสภายนอกจะติดตามตรวจสอบละเอียดยิบ ตำรวจใหญ่คนไหน ?? ค่ายปลิง ค่ายเดิม มีประวัติ สาดเงินซื้อตำแหน่ง
แค่เห็นชื่อ เห็นหน้า ก็รู้ค่าย “หลักกู” เจ้าเก่า หน้าเดิมๆ
คงต้องคาดหวังวัดใจ “ลุงตู่” เอาจริงเอาจังแค่ไหน ?? อย่าให้ถูกมองว่า เป็นนอมินีโดยตำแหน่ง แต่มีใครบางคนแอบอยู่หลังฉาก
ทีมงานที่ปรึกษาเท่านั้น ที่ต้องเลือกมาใช้ เอาประเภทรู้ลึก รู้จริง ในแวดวงตำรวจ 
ไม่ใช่ของปลอม ใช้เงินฃื้อเก้าอี้ลูกเดียว
สุดท้าย ไอ้พวกนี้ ก็ไปถอนทุนจากประชาชนและลูกน้องในแถว
เลือกเอา
ระหว่าง “หลักเกณฑ์” และ “หลักกู” อย่าเอาชื่อเสียงมาทิ้งเปล่า
ส่งกำลังใจ ให้”ลุงตู่” ลุยโผตำรวจทั้งที ของานดีมีคุณภาพ และโปร่งใส ไร้การซื้อขายตำแหน่ง
เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำ.

อิทธิเดช ลุย.

ดร. สะถิระ เผือกประพันธุ์ สส. สัตหีบ นำผู้มีใจเมตตาร่วมมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคให้ผู้สูงวัยผู้ยากไร้

          วันนี้ 31 ก.ค.62 ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.เขต8 ชลบุรี นาย สมประสงค์ วังแก้วหิรัญ ที่ปรึกษาพิเศษนายกอบจ.ชลบุรี นาย ชิน แก้วสังข์ กำนันตำบลบางเสร่ นาย วิฑูรย์ สินสงวน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่1 ต.บางเสร่ พร้อมด้วย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครู นักเรียน โรงเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ เยาวชนจิตอาสากลุ่มเปิดหีบเปิดใจ และในทุกๆภาคส่วน ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้สูงวัย ผู้ป่วย ผู้ยากไร้ ในพื้นที่ตำบลบางเสร่ จำนวน 5 ครัวเรือน โดยยังได้มอบถุงยังชีพ พัดลม เครื่องอุปโภค บริโภค และเงินอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ ในเบื้องต้น และได้สอบถาม เกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขต่อไปและเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักการทำงานช่วยเหลือสังคมในชุมชน

          ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับในวันนี้เป็นการลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้สูงวัย ผู้ป่วยและผู้ยากไร้ ในพื้นที่ตำบลบางเสร่ โดยได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้มีจิตศรัทธา นักเรียน เยาวชนจิตอาสากลุ่มเปิดหีบเปิดใจ ซึ่งเป็นการลงพื้นที่เข้าเยี่ยมในเชิงการช่วยเหลือเบื้องต้น พูดคุย ถามไถ่ปัญหา รู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ และยังให้นักเรียนได้ร่วมมอบสิ่งของ ร่วมพูดคุย กับผู้สูงอายุผู้ป่วยและผู้ยากไร้ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร ให้เปรียบเสมือนลูกหลานคนหนึ่งของผู้สูงวัย ซึ่งเป็นเหมือนกำลังใจและปลูกฝังให้รู้จักการให้การ มีน้ำใจต่อกัน

         สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ทุกคนที่ประสงค์อยากเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม สร้างอาสาสมัครและพัฒนาสังคมในรูปแบบต่างๆ ในความเป็น อาสาสมัคร นั้นไม่จำเป็นต้องลงแรงกายและเวลามากมายมหาศาลก็ได้ และไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีสถานะทางสังคมแบบไหน ประกอบอาชีพอะไร ขอแค่มีจิตใจอาสาเพื่อส่วนรวมและมีเวลาน้อยนิดในแต่ละวันเพียงพอให้ได้ลงมือหยิบจับการเป็นอาสาสมัครในวันหยุดสุดสัปดาห์สักหนึ่งวันต่อสัปดาห์ คุณก็สามารถเป็นอาสาสมัครได้

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ย้ายแล้ว ศาลเจ้าพ่อเขาโค้ง แดนประหารยิงเป้า หลังก่อสร้างถนนตัดผ่าน อ.สัตหีบ – อ.บ้านฉาง

หลังเจ้าหน้าที่สำนักงานก่อสร้างทางที่ 2 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม กำลังก่อสร้างปรับปรุง ขยายช่องจราจร เป็น 6 – 11 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3 อ.สัตหีบ – อ.บ้านฉาง ระยะทางประมาณ 10 กม. ซึ่งบริเวณดังกล่าว จะต้องตัดผ่าน ศาลเจ้าพ่อเขาโค้ง หรือศาลเจ้าพ่อเขาแขก หรือ แดนประหาร ในอดีตเมื่อ 48 ปีก่อน ที่เคยใช้เป็นแดนประหารยิงเป้า นายสมศักดิ์ หรือแขก ขวัญแก้ว อายุ 28 ปี ฆาตกรฆ่าชิงทรัพย์นายทหารอากาศชาวอเมริกัน โดยชาวบ้านบริเวณดังกล่าวและผู้ที่รู้ ต่างเชื่อถึงดวงวิญญาณ ที่ออกมาปรากฏตัวให้ผู้คนได้พบเห็น โดยชาวบ้านในสมัยก่อนได้สร้างศาลเชิญดวงวิญญาณไว้ โดยบริเวณดังกล่าวเจ้าหน้าที่ก่อสร้างถนน ได้นำรถไถ และรถแม็คโคร เข้าปรับขยายพื้นผิวถนน แต่ได้เว้นบริเวณศาลไว้ เพื่อรอทำพิธีย้ายศาลเข้าไปข้างในให้ถูกต้องซึ่งผู้ขับขี่รถสัญจรผ่านไปมา และมีความเชื่อ ต่างก็ยังคงบีบแตรแสดงความเคารพ ต่อศาลเจ้าพ่อแขก

ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณ เขาแขกสัตหีบ ริมถนนสุขุมวิท ขาเข้าสัตหีบ กม.ที่ 183 หมู่ที่ 6 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบว่าศาลเจ้าพ่อเขาโค้ง หรือศาลเจ้าพ่อเขาแขก หรือ แดนประหาร ในอดีตเมื่อ 48 ปีก่อนนั้นได้ถูกย้ายขึ้นไปบนเชิงเขา พ้นแนวก่อสร้างแล้ว ตามความเชื่อของชาวบ้านให้คงมีศาลไว้เหมือนเดิมบริเวณดังกล่าว ในเรื่องวิญญาณ นายสมศักดิ์ หรือแขก ขวัญแก้ว อายุ 28 ปี หรือ “เจ้าพ่อเขาโค้ง ที่ได้ก่อคดีใช้อาวุธปืนฆ่าชิงทรัพย์นายทหารอากาศชาวอเมริกัน ประจำสนามบินอู่ตะเภา บริเวณพื้นที่หมู่ 4 ต.พลูตาหลวง กระทั่ง วันที่ 1 ธ.ค.2514 จอมพลถนอม กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติ มีคำสั่งตามคำประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ให้ผู้บัญชาการสถานีทหารเรือสัตหีบ เป็นประธานทำการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า บริเวณเชิงเขาตะแบก ห่างจุดก่อเหตุเพียง 1.5 กม. ด้วยเพชฌฆาตสารวัตรทหารเรือ 5 นาย ระดมยิงกระสุนเข้าร่างรวม 25 นัด สิ้นใจทันทีในเวลา 14.18 น.นับเป็นการประหารยิงเป้าครั้งหนึ่งของไทย ที่กระทำท่ามกลางสายตาประชาชนจำนวนมาก หลังจากนั้นชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างศาลเชิญดวงวิญญาณไว้ ดังกล่าว

สอบถามผู้รับเหมาก่อสร้างบริเวณนั้น ทราบว่าศาลดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่โครงการก่อสร้างได้ทำพิธีจุดธูปบอกกล่าวในการขอย้ายศาล และอัญเชิญขึ้นไปข้างบนห่างจากจุดเดิมประมาณ 50 เมตร โดยไม่ทำการรื้อทึ้งและไปยุ่งเกี่ยวกับตัวศาลเลย แค่ทำการยกขยับเข้าไปข้างในให้พ้นเส้นทางการขยายถนน ที่กำลังก่อสร้าง โดยได้ทำการย้ายมาได้ซักพักแล้ว ซึ่งทางโครงการไม่อยากทำให้ชาวบ้านและในชุมชนในระแวกดังกล่าวไม่สบายใจ เกี่ยวกับการขยายถนนผ่านสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านนับถือแต่อย่างใด จึงได้ทำการขยับศาลขึ้นไปบนเชิงเขาแทนและอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจุดเดิมมากที่สุด

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เมืองสัตหีบห่วงใยเปิดอบรมป้องกันระงับอัคคีภัยในสถานศึกษา ณ สถานฝึกดับเพลิง

         วันที่ 31 ก.ค.62 นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมและให้ความรู้ด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัยเบื้องต้นให้แก่เยาวชนในสถานศึกษา ณ สถานฝึกดับเพลิง เทศบาลเมืองสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองสัตหีบ มาฝึกอบรมให้ความรู้ นักเรียน จำนวน 150 คน จากสถานศึกษาในเขต ประกอบด้วย โรงเรียนบำรุงศิษย์ศึกษา,โรงเรียนเลิศปัญญา, โรงเรียนบ้านสัตหีบ, โรงเรียนธัมมสิริศึกษา และ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ (กศน.อำเภอสัตหีบ)

          พันจ่าอากาศเอกทวีผล ธรรมานุวงศ์ ปลัดเทศบาลเมืองสัตหีบ กล่าวว่า ด้วยปัจจุบันได้เกิดเหตุสาธารณภัยขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งจากการกระทำของมนุษย์ และธรรมชาติ เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน และภาครัฐ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอัคคีภัย และเป็นการเตรียมความพร้อมเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัย เทศบาลฯ ได้ตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นจึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือสนับสนุนจากงานป้องกันฯ และจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างทันท่วงที พร้อมป้องกัน และระวังอัคคีภัย ลดการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินที่อาจเกิดจากเหตุเพลิงไหม้ อีกทั้งยังสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการระงับเหตุอัคคีภัย และการอพยพในสถานศึกษา ระหว่างเทศบาลเมืองสัตหีบ กับสถานศึกษา

          นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ กล่าวว่า เทศบาลเมืองสัตหีบ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจากอัคคีภัย เนื่องจากโรงเรียนมีความเสี่ยงที่จะเกิดอัคคีภัย และหากเกิดเหตุดังกล่าวแล้วอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และความเสียหายทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นอาคารที่มีผู้ใช้บริการโดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อเป็นการป้องกันและให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน และระงับอัคคีภัยให้กับนักเรียน เยาวชน และประชาชนทั่วไป เทศบาลฯ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะตั้งใจในการรับความรู้ และนำไปพัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถให้มีประสิทธิภาพ และมีความรู้ ความชำนาญ เกี่ยวกับการป้องกันภัย และระงับอัคคีภัยเบื้องต้นต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สส.สัตหีบ ร่วมเทศบาลเมืองสัตหีบ ลงพื้นที่ หลังชาวบ้านเกรงน้ำท่วม จากก่อสร้างสะพานขยายถนนสุขุมวิท

          ดร. สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 ชลบุรี พร้อมด้วย นายพธนกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสัตหีบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ บริเวณพื้นที่ต่างระดับที่กำลังก่อสร้างขยายถนน สุขุมวิท ช่วงบริเวณคลองหน้าสนามกีฬาราชนาวี กม.5 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นายยุทธพงษ์ ไชยารุ่งยศ นายช่างบริบัทกรีนไลน์ เป็นผู้ดูแลการก่อสร้างถนน ในพื้นที่นี้ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า การก่อสร้างถนนที่ทำทางได้ขยายถนนลงไปในทางท่อระบายน้ำ เพื่อทำเบี่ยงขณะรื้อทำสะพานข้ามคลองใหม่ และมีการวางท่อระบายน้ำชั่วคราว ซึ่งมีขนาดเล็กเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากกรณีถ้าเกิดฝนตกหนักและระบายน้ำไม่ทัน เพราะพื้นที่นี้น้ำท่วมบ่อยครั้ง ซึ่งในวันนี้เป็นการลงพื้นที่เพื่อหาแนวทางแก้ไขในเบื้องต้น

         ดร. สะถิระ เผือกประพันธุ์ กล่าวว่าวันนี้ได้รับการประสานงานจากชาวบ้านให้ลงมาดูความเดือนร้อนของชาวบ้าน โดยสำหรับแนวทางการแก้ไขมี คือขุดทางเบี่ยงนี้ออก แล้วใช้ทางเบี่ยงแค่ 1 เลน แต่ปัญหาคือจะทำให้จราจรช่วงเวลาเร่งด่วนติดขัด และจะมีการประสานไปยังทางฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อขออนุญาตใช้ทางในสนามกีฬา เป็นทางเบี่ยงไปก่อน ขณะกำลังก่อสร้างสะพาน แต่เกรงว่าจะไปรบกวนผู้ที่ออกกำลังกาย ภายในสนามกีฬาราชนาวีจึงทำให้เกิดอันตรายได้ ทางที่ดีที่สุดคือใช้ท่อที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้น้ำไหลสะดวก โดยในวันนี้ก็มีหลายหน่วยงานเข้ามา ดูแลและแก้ไขร่วมกันทั้งเทศบาลเมืองสัตหีบ และหัวหน้าโครงการเพื่อมารับฟังปัญหาของประชาชนและหาทางแก้ไขให้เดือดร้อนน้อยที่สุดที่ช่วงที่กำลังก่อสร้างสะพาน

          นายพนธกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ กล่าวว่าวันนี้ทางเทศบาลเมืองสัตหีบได้ร่วมลงมารับฟังปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนในบริเวณดังกล่าว โดยมีหลายหน่วยงานร่วมลงมารับฟังปัญหาในเบื้องต้น ก่อนจะเสนอไปยัง นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ เพื่อรวบรวมข้อมูลนำไปประชุมหารือกับหมวดการทางสัตหีบและบริษัทที่รับเหมาก่อสร้างถนน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพราะถ้าฝนตกลงมาอย่างหนักเกรงว่ามวลน้ำที่ไหลมาตามคลอง กม.5 จะมาร่วมตัวช่วงถนนที่ทำเป็นทางเบี่ยง เพราะท่อน้ำที่ผู้รับเหมานำมาวางไว้มีขนาดเล็กและระบายน้ำไม่ทัน ซึ่งจะทำอาจให้น้ำท่วมเข้าบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมคลอง กม.5 ดังกล่าว

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นักเรียนประท้วงขับไล่ ผอ.โรงเรียน ในจ.ระยองหลัง บริหารแบบไม่โปร่งใส

          เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 นักเรียนเกือบ 900 คน รวมตัวประท้วงขับไล่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ในอาคารของโรงเรียน โดยมีแกนนำซึ่งเป็นรุ่นพี่ได้ถือไมค์พูดใหัน้องรับฟังการเสนอของการที่รวมตัวกันมาประท้วงอย่างสงบโดยมี นายวริทย์ สุภโชคชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลนครระยองเป็นตัวแทนรับปากดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง

         ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่า ที่บริเวณด้านในอาคารของโรงเรียน ได้มีนักเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายของโรงเรียน จำนวนเกือบ 900 คน นำโดยกลุ่มแกนนำนักเรียน ได้รวมตัวกันถือป้ายประท้วงเพื่อขับไล่ ผอ. ของโรงเรียนให้ออกไปจากโรงเรียนแห่งนี้ เนื่องจากประพฤติตัวไม่เหมาะสม พร้อมทั้งตะโกนคำว่าออกไปออกไป โดยทั้งนี้ต้องการให้ นายวรวิทย์ศุภโชคชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลนครระยอง เข้ามาตรวจสอบการบริหารงานหลายอย่างและสั่งย้าย ผอ.คนดังกล่าวโดยด่วน นักเรียนทั้งหมดได้รวมตัวกันประท้วง โดยถือป้ายมีข้อความว่า “ไม่ต้องการเจ๊แมว” โดยชื่อของคำว่า”เจ๊แมว ” น่าจะเป็นชื่อเล่นของผอ. ของโรงเรียน ดังกล่าว

         จากการสืบทราบจากนักเรียนรุ่นพี่ กล่าวว่า เหตุที่ตนกับนักเรียนมาประท้วงในครั้งนี้ก็เพราะว่า ในห้วงเวลาในการจัด กีฬาสี ซึ่งมีงบของทางโรงเรียน มาให้ แต่ในการจัดกิจกรรม ไม่มีงบประมาณให้กับทางน้องๆเลยตนและพวกจึงได้ เรี่ยไรกับน้องๆคนละ 10 บาท 20 บาทบ้าง ซึ่งเป็นระยะเวลาติดต่อกันมาหลายครั้ง ตนจึงทนไม่ได้จึงได้ รวมตัวกันมาประท้วง ดังกล่าวซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แล้วครั้งหนึ่ง หากในครั้งนี้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในการบริหารที่เกิดขึ้น ตนและ นักเรียน ก็จะทำการเดินขบวนไปที่ เทศบาลนครระยอง

          ต่อมาคณะอาจารย์และครูของโรงเรียนก็ได้ เข้ามา เจรจา และให้คำตอบว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ตนในฐานะที่เป็นแกนนำ รุ่นพี่จึงบอก กับน้องๆว่า ให้แยกย้ายขึ้นชั้นเรียนได้ตามปกติ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงวันศุกร์นี้ก็จะทำการ ประท้วงและเดินขบวนต่อไป

ภาพ/ข่าว ราชัญ กองทอง  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

หนีไม่พ้นกรรมที่ก่อ !! รวบ 2 คนร้าย ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ รปภ.เฒ่า ดับอนาถคาบ้านพัก

          ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล เดินทางมาแถลงข่าวและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ กรณี สองคนร้าย ร่วมกันฆ่า ชิงทรัพย์ รปภ.ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในหมู่ 2 ต.ทุ่งสุขลา อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยใช้ท่อนไม้ทุบตี ที่ศรีษะ นาย จำลอง อุทัยศรี อายุ 59 ปี รปภ.บริษัทแห่งหนึ่ง พร้อมชิงเอา สร้อยคอทองคำหนัก สองสลึง 1 เส้นไป และกระเป๋าสตางค์ ที่ภายในมีเงินอยู่ 820 บาท ไปเมื่อเวลา 03.00 ของวันใหม่ที่ 30 ก.พ.62และได้หลบหนีทางป่าด้านหลังชุมชนบ้านทุ่ง ที่ก่อเหตุ

          ซึ่งต่อมาทางเจ้าชุดสืบสวน สภ.แหลมฉบังได้ทำการสืบสวนติดตามจนสามารถ จับกุมตัว นาย ณัฐพล เจริญสุข อายุ 25 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 116/2 ม.2 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมกระเป๋าสตางค์ของผู้ตาย ซุกซ่อนในห้องพัก พร้อมสร้อยคาทองคำหนัก สองสลึง 1 เส้นและนาย เน (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุ โดยทั้สองให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ นาย ณัฐพล ได้มาแคะประตูเรียกผู้ตายเพื่อขอเงิน แต่กลับถูกผู้ตายพูดจาดูถูก จึงกลับออกมาชวน นาย เน กลับเข้าไปอีกครั้งพร้อมอาวุธ เป็นท่อนไม้มะขาม ยาวประมาณ 73 ซม. และแคะประตูเรียกนาย จำลอง อีกครั้ง เมื่อนาย จำลอง เปิดประตูออกมา จึงใช้อาวุธไม้ที่เตรียมกระหน่ำตีไปที่ศรีษะ จนล้มลง ก่อนชิงเอาทรัพย์สินหลบหนีไป เมื่อ 03.00 ของวันที่ 30 ก.ค.62

          ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แหลมฉบัง เร่งสืบสวนติดคนร้าย จนสามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง เป็นทรัพย์สินที่ชิงมา และอาวุธ ที่ใช้ก่อเหตุ ได้ทั้ง 2คนในช่วงบ่ายๆของวันเดียวกัน โดยการสอบสวนผู้ต้องให้การรับสารภาพ ว่า ก่อเหตุจริง เพราะโกรธแค้น ที่เข้าไปขอเงินไม่ได้แถมถูกพูด ดูถูกอีก โดยผู้ต้องหานำทรัพย์สินที่ได้บางส่วนนำไปใช้จ่ายและซื้อยาเสพติดมาเสพ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง ซึ่งมีสารเสพติดอีกด้วย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก นักศึกษาเทคนิคนครนายก สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนขยะและวัสดุเหลือใช้ให้มีมูลค่า

         วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ได้จัดการประกวดสิ่งประดิษฐ์จากขยะมูลฝอยและวัสดุเหลือใช้ ประจำปีการศึกษา 2562 ภายใต้ “โครงการเสริมสร้างจิตสำนึกและความรู้ในการผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หวังลดปัญหาความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมที่เกิดจากขยะ โดยเปลี่ยนขยะและวัสดุเหลือใช้นำกลับมาใช้ใหม่ และสร้างรายได้ในครอบครัว ณ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก

          นายวิวรรธน์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก กล่าวภายหลังจากเป็นประธานเปิดกิจกรรมการประกวดสิ่งประดิษฐ์จากขยะมูลฝอยและวัสดุเหลือใช้ ประจำปีการศึกษา 2562 ว่า กิจกรรมนี้จะช่วยปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมต่อสังคมให้กับนักเรียน นักศึกษา เรียนรู้การจัดการขยะอย่างถูกวิธี และสามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับขยะได้

          โดยมีนักเรียน นักศึกษาส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน 58 ชิ้นงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

ประเภทความคิดสร้างสรรค์ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 17 ชิ้นงาน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 21 ชิ้นงาน และประเภทสวยงาม ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 10 ชิ้นงาน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 10 ชิ้นงาน ผลปรากฏว่า ประเภทความคิดสร้างสรรค์ ระดับ ปวช. รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “เป๋าตุง” แผนกวิชาการตลาด ส่วนผลงาน “เก้าอี้จากวงล้อรถจักรยานยนต์” แผนกวิชาศิลปกรรม และ “ชุดรับแขก” แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ และระดับ ปวส. รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “กระเป๋าจากเศษผ้า” แผนกวิชาการจัดการโลจิสติกส์ ส่วนผลงาน “Bag Can” แผนกวิชาการตลาด และ “เก้าอี้มหัศจรรย์” แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ

ส่วนประเภทสวยงาม ระดับ ปวช. รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “โต๊ะวินเทจ” แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ ส่วนผลงาน “ตระกร้าเอนกประสงค์จากซองน้ำยาปรับผ้านุ่ม” และ “Fancy Tissue Box” แผนกวิชาการบัญชี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ และระดับ ปวส. รางวัลชนะเลิศ “ชุดโต๊ะจากเศษขวดแก้ว” แผนกวิชาช่างก่อสร้าง ส่วนผลงาน “ตระกร้าจากซองกาแฟ” แผนกวิชาการบัญชี และ “โต๊ะจักรยาน” แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ นอกจากนี้ได้มีการประกวดเครื่องแต่งกายชุดแฟนซีรีไซเคิล จำนวน 16 ชิ้นงาน ผลปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “แฟนซีรีไซเคิล” แผนกวิชาการตลาด ส่วนผลงาน “เจ้าชายไวนิล” แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ และ “เจ้าสาวโลจิสติกส์” แผนกวิชาโลจิสติกส์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ และรางวัล POPULAR WORD ได้แก่ “เจ้าสาวโลจิสติกส์” แผนกวิชาโลจิสติกส์ “เจ้านายเชื่อม” แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ และ “มีสแกรนด์บัญชี” แผนกวิชาการบัญชี ตามลำดับ

          ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก กล่าวต่อว่า วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ได้ดำเนินการตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่เน้นพัฒนาผู้เรียนให้นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ตามแนวทางการบูรณาการความรู้ STEM Education ไปประยุกต์ในงานอาชีพ และทักษะพื้นฐาน สามารถต่อยอดองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ไปสู่การใช้ประโยชน์จริง สนองตอบเป้าหมายของการพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ส.ป.ก.สุโขทัย เปิดศูนย์บริการประชาชนเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

          วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 เวลา 09:00 น. ที่บ้านตะพังโพศรี หมู่ 8 ตำบลวังทองแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดสุโขทัย (ส.ป.ก.สุโขทัย) โดยนายวันชัย สินทรัพย์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเปิดศูนย์บริการประชาชนเคลื่อนที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นการให้บริการประชาชนด้านต่างๆเช่น กฏหมายการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม องค์ความรู้ด้านการเกษตร ด้านการพัฒนาอาชีพตามศาสตร์พระราชาตามหลักปรัชญญาของเศรฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฏีใหม่ บริการสินเชื่อกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

          รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อยู่ในอำเภอห่างไกลให้ได้รับบริการประชาชนเคลื่อนที่ของ ส.ป.ก.ในการนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 225 ราย

นายพงศเทพ สาคร รายงาน

จังหวัดสุโขทัยจัด “โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่” ในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก

          วันนี้ 31 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น. ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

         โดยมีกิจกรรมในงานประกอบด้วย การลงนามถวายพระพร, การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ, การฝึกอบรมอาชีพด้านการเกษตรเฉลิมพระเกียรติและ เปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จำนวน 12 คลินิก และให้คำปรึกษาด้านการเกษตร ทั้งด้านพืช สัตว์ ประมง ดิน และน้ำ พร้อมกับนำอุปกรณ์และเครื่องมือทางวิชาการด้านต่างๆ มาให้บริการด้วย

          ซึ่งครั้งนี้มีประชาชนในพื้นที่อำเภอสวรรคโลกเข้าร่วมกว่า 500 คน ซึ่งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรในพื้นที่โดยตรง พร้อมการถ่ายทอดความรู้จากนักวิชาการเพื่อให้เกษตรนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอาชีพเกษตรต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร/ รายงาน