โชดดีเหรอเกินที่ได้คืน!! เจ้าของ จยย.3 คัน ที่ถูกขโมยไปกว่า 2 อาทิตย์ ดีใจอย่างสุดๆที่ได้รถคืน “ครวญคราง ขณะระวังแล้วยังไม่วาย” (มีคลิป)

https://youtu.be/YnepZNcTm14

          เหล่าเจ้าของรถ จยย.สุดแสนดีใจ หลัง ตร.สภ.แหลมฉบัง ติดตามรถกลับให้เจ้าของกลับมาได้ ในขณะที่ทางด้านเจ้าของรถบอก ไม่คิดหวังว่าจะได้คืน เพราะหายไปกว่า 2 อาทิตย์แล้ว ในขณะที่เจ้าทุกข์ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันบ้าง ขนาดระวังกันอย่างดีแล้วนะ ยังไม่วาย

          เมื่อวันที่ 6 ส.ค.62 ด้านหน้า สภ.แหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน ผกก.สภ.แหลมฉบัง พร้อมด้วย พ.ต.ท.อานุภาพ คาเดวี รอง ผกก.ปป.และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมก้นเป็นสักขีพยาน มอบรถ จยย.ที่ถูกแก๊งคนร้าย ลักขโมยไปนานกว่า 2 อาทิตย์ ประกอบด้วย จยย.ฮ้อนด้าเวฟ 100 สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กข – 4436 อุบลราชธานี รถ จยย.ฮ้อนด้า เวฟ 100 สีดำ ทะเบียน กพษ 251 ชลบุรี และ จยย.ฮ้อนด้า ซูเมอร์เอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 1 กต – 253 ชลบุรี ส่งมอบคืนแก่เจ้าของรถทั้ง 3 คัน

         ทั้งนี้สืบเนื่องจากรถทั้ง 3 คัน ได้ถูกคนลักขโมยไปเมื่อราว 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนทราบเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี จนกระทั่งพบว่ารถทั้ง 3 คันที่ลักมา จอดซุกซ่อนไว้ในป่าหญ้า ในพื้นที่ตำบล ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้วางกำลังดักซุ่ม ซึ่งคาดว่าคนร้ายจะหวนกลับมาเอารถ จยย.ที่ซุกไว้ แต่คนร้ายไม่กลับ จึงทำการตรวจยึดและตรวจสอบหาเจ้าของรถที่มาแจ้งความไว้ที่ สภ.แหลมฉบัง เพื่อนำส่งคืน ทางด้าน พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน ผกก.ได้กล่าวฝากถึงพี่น้อง ประชาชน ว่าให้ทำการล็อดรถให้ดีๆ อย่าเสียบกุญแจคาไว้ ถึงแม้จะอยู่ในบ้านก็ตามที ล็อคดิสเบรดด้วยเพื่อความปลอดภัย

************************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ความดีต้องประกาศ !! สภ.แหลมฉบัง มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ตร.สายงานต่างๆ ที่กระทำความดีและ ตร.ที่พิชิตคดีได้ พร้อมกำชับทุกนายต้องเป็นมิตรกับประชาชน(มีคลิป)

https://youtu.be/pkFOJpYtOWw

         เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 62 ที่ห้องประชุมชั้น 4 เทศบาลแหลมฉบัง ได้มีการจัดการประชุม ตร.สภ.แหลมฉบัง ประจำเดือนขึ้น โดยมีท่าน พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน (ผกก.สภ.แหลมฉบัง) พร้อมด้วย พ.ต.ท.อานุภาพ คาเดวี (รอง ผกก.ปป.), พ.ต.ท.สุเมธ์ หาญวิสัย (รอง ผกก.สส.) เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนของข้าราชการ ตร.แหลมฉบัง เพื่อมอบนโยบายในการปฏิบัติงานของเจ้าที่ทุกสายงานและมอบใบประกาศเกียรติคุณ ต่อข้าราชการ ตร. สายงานที่กระทำความดี และตร.ที่ทำความอย่างน่ายกย่อง ของแต่ละสายงาน ทั้งด้านสายสอบสวน สืบสวน, จร.และสายปป. ทั้งนายตร.และชั้นประทวน จำนวน 8 นาย

         ในขณะที่ทางพ.ท.อ.อานุภาพ (รองผกก.ปป.) ได้เป็นตัวแทนรับมอบรางวัลพิเศษให้กับสายงาน ปป.ในการที่ชุดสืบสวนป.ได้ติดตามพิขิตคดี คนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมผู้ต้องหาและของกลางทรัพย์สินและอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ

          ในขณะเดียวกันทางด้าน พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน (ผกก.สภ.แหลมฉบัง) ได้กำชับ ตร.ทุกนาย ให้เป็นมิตรกับประชาชน ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ให้ได้รับความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมกำชับ ตร.สายตรวจ ให้เข้าที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว และทางด้านจร.ให้ประณีประนอมยืดหยุ่ กับผู้ใช้รถใช้ถนน และให้ประชาชนปฏิบัติการขับขี่ทั้ง จยย.และรถยนต์ อย่างถูกต้องตามกฏหมาย จร.

**************************

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี จัดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงให้เป็นพลังสร้างสรรค์สังคม จังหวัดจันทบุรีนำนักเรียนเข้าอบรม เรียนรู้ สถานที่จริงในเรือนจำจังหวัด เน้นการป้องกัน ปัญหายาเสพติด

          วันนี้ ( 7 ส.ค.62 ) ที่แดน 3 เรือนจำจังหวัดจันทบุรี นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิด อบรมโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงให้เป็นพลังสร้างสรรค์สังคมจังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2562 ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดจันทบุรี ได้จัดขึ้นโดยมีเป้าหมายให้ความรู้เยาวชนกลุ่มเสี่ยง และเยาวชนที่สนใจจากสถานศึกษาต่างๆ ซึ่งครั้งนี้เป็นนักเรียนจากโรงเรียนนายายอามพิทยาคม เป็นรุ่นที่ 3 ของโครงการที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดจันทบุรี มีเป้าหมายจัดอบรมรวม 10 รุ่น 10 อำเภอ

          ซึ่งการจัดการอบรมดังกล่าวนอกจาก จะให้ความรู้ด้านกฎหมาย การป้องกันและห่างไกลอบายมุข และยาเสพติด รวมทั้งนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ศึกษา ดูงานภายในเรือนจำจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จริงของการควบคุมผู้กระทำผิดคดียาเสพติด และคดีอื่นๆ ที่ปัจจุบันมีความแออัด เพื่อให้เยาวชนดังกล่าว ได้มีตระหนักพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองไปในทางที่ดีขึ้น รวมทั้งขยายผลความรู้ไปสู่เพื่อน ๆ ในสถานศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสร้างโอกาส สนับสนุนช่วยเหลือดูแลให้บุคคลเหล่านี้ได้ปรับเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ พฤติกรรม เกิดความภาคภูมิใจเห็นคุณค่าของตนเองเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลจากยาเสพติด เน้นการป้องกันปัญหายาเสพติดมากกว่าการปราบปราม

**********************************

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด/โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมจัดค่ายพัฒนาอาชีพอิสระ ทักษะชีวิต อยู่อย่างพอเพียง ครั้งที่ 7

          ที่ห้องโสตทัศนศึกษาโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสําเนา บุญมาก ผอ.โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดกิจกรรมค่ายพัฒนาอาชีพอิสระ ทักษาชีวิต อยู่อย่างพอเพียง ครั้งที่ 7 ด้วยกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี พร้อมด้วยคณะครูอาจารย์จํานวน 10 คน และนักเรียน จํานวน 130 คน ร่วมทั้งสิ้น 140 คน เข้าร่วมจัดกิจกรรม

          โดยมีวัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้รับความรู้การประกอบอาชีพจากประสบการณ์โดยตรง และเพื่อให้นักเรียนนําความรู้ที่ได้มาใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคต โดยมีกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน เพื่อให้การเรียนรู้การผลิตบล็อกตัวหนอน กิจกรรมมหัศจรรย์ทานตะวัน กิจกรรมแกะสลักผักและผลไม้ และฝึกทักษะในการซ่อมแซมบํารุงเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นต้น เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการผลิตและฝึกอาชีพและเอาไปใช้ในอนาคตได้ต่อไป

*********************************

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นายกรัฐมนตรี เปิดศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุรัฐบาลเร่งให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนา หวังเศรษฐกิจดีขึ้น

         วันที่ 7 สิงหาคม 2562 ที่ ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดอาคาร ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อเตรียมเป็นศูนย์รวมของหน่วยงานราชการต่างๆ ในการอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน ทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่ และให้บริการประชาชนในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสร้างพลังและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกัน มุ่งหวังให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอย่างแท้จริง ภายในมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 1 หมื่นตารางเมตร มีทั้งหมด 16 ชั้น แบ่งเป็น ส่วนงานบริการประชาชนทั่วไป ส่วนงานบริการด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่วนงานบริการด้านการพัฒนาสังคม ส่วนงานบริการด้านการพัฒนาการศึกษา และส่วนงานพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคง

          พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้พบปะพี่น้องประชาชนและส่วนราชการต่างๆ รวมทั้งรับฟังสรุปความก้าวหน้า การพัฒนาจังหวัดยะลา โดย นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และรับฟังสรุปการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติต่างๆ โดย พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานมอบเงินสนับสนุนค่าตอบแทนการทำงานของผู้นำศาสนาในพื้นที่ 5 จังหวัดให้กับประธานคณะกรรมการอิสลาม ประจำ 5 จังหวัด และได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้แทนของกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความไม่สงบในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 3 ราย มอบบัตรส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และมอบหนังสือขอบคุณภาคเอกชนในการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย บริษัท ดีลักซ์ จำกัด บริษัท Supreb Creation Furniture Limited (Hongkong Based Company) บริษัท ม่าน กู่ หวาง ฟู้ด จำกัด บริษัทหนองจิกพัฒนา จำกัด และบริษัท ฟรอนท์ อินเตอร์ วู๊ด จำกัด ตลอดจนมอบหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน (โฉนดที่ดิน) ให้กับผู้นำศาสนาและผู้แทนประชาชนของ จ.ยะลา และ ปัตตานี จำนวน 3 ราย

          ต่อมา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานและบริการการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ (OSOS) ซึ่งเป็นหน่วยที่เป็นศูนย์กลางการบริหารการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ให้สามารถรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สร้างการรับรู้และสร้างโอกาส การเข้าถึงบริการทางด้านเศรษฐกิจ อำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ตลอดจนให้คำปรึกษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเป็นประธานเปิดศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการดำเนินการในเรื่องขั้นตอนการได้รับสิทธิการ ช่วยเหลือเยียวยา

           ต่อมานายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมศูนย์ประสานงานด้านกิจการเด็กและสตรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการ ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมขับเคลื่อนและเติมเต็มการพัฒนา โดยมีองค์ประกอบหลักคือภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับ เด็กและสตรี นักวิชาการ และมีภาครัฐ คือ ศอ.บต. กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ เป็นองค์กรกำหนดวางกรอบการทำงานเพื่อทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
จากนั้นช่วงบ่าย เวลา 13.50 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะฯ เดินทางไปยังตลาดกลางยางพาราจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นตลาดรับซื้อทุเรียนจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการทุเรียนคุณภาพ พร้อมมอบใบรับรองแหล่งผลิตพืช (Good Agricultural Practice : GAP) แก่ผู้แทนเกษตรกร จำนวน 10 ราย รวมทั้งมอบรางวัลการประกวดทุเรียนพื้นบ้านจังหวัดยะลา ประจำปี 2562 ให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จำนวน 5 รางวัล

          จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยัง บ้านคลองทรายใน ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อพบปะกลุ่มสถาบันการเงิน วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านคลองทรายใน กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ สมาชิกศูนย์เรียนรู้เพื่อการผลิต ตลอดจนพบปะกองกำลังภาคประชาชนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานในพื้นที่และเดินทางกลับหลังเสร็จสิ้นภารกิจ

******************************

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี ยะลา

กอ.รมน.มุกดาหาร ร่วมฝ่ายปกครองดงหลวง ปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายเครือข่ายค้ายานรก

https://youtu.be/v0rLQ1KXpzk

          เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 เวลา 05.30 น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร(ท), นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอดงหลวง, พ.อ.ดร.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร, จนท.กอ.รมน.มุกดาหาร, ชรต.209 กอ.รมน.มุกดาหาร บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง จว.มุกดาหาร, ชปข.กอ.รมน. ในการเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย บ้านเลขที่ 223 ม.2 บ้านมะนาว ต.พังแดง อ.ดงหลวง จว.มุกดาหาร หลังจากได้แจ้งจากแหล่งข่าวว่าเจ้าของบ้าน สองคนผัวเมียมีพฤติกรรมลักลอบค้ายาเสพติดให้กับวัยรุ่นในหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง

          ครั้นเมื่อเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบ น.ส.น้ำผึ้ง เชื้อคำฮด อยู่บ้านเลขที่ 223 ม.2 บ.มะนาว ต.พังแดง อ.ดงหลวง จว.มุกดาหาร อ้างว่าเป็นเจ้าของบ้าน ขณะนอนอยู่สามีได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ กระโดดลงจากบ้านวิ่งหนีเข้าไปในป่าสวนยาง อย่างรวดเร็วก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึง จากการตรวจค้นอย่างละเอียดเบื้องต้นพบ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน ๑ เครื่อง ตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพายสีดำพบ กัญชา 1ห่อประมาณ 0.5 กรัม และ ยาบ้า จำนวน 1 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงแบบรูดเปิด-ปิด พร้อมอุปกรณ์การเสพกัญชาและยาบ้า วางอยู่บนเตียงนั่ง อยู่ภายในบ้าน ขณะที่ทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่า น.ส.น้ำผึ้งฯ แสดงท่าทางมีพิรุธมีความพยายามจะเดินออกห่างจากเจ้าหน้าที่ จึงได้ประสานผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอความร่วมมือจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นผู้หญิงมาทำการตรวจค้นตัว น.ส.น้ำผึ้งฯ เมื่อเห็นว่าจวนตัว น.ส.น้ำผึ้งฯ ได้ทิ้งขวดพลาสติกขนาดเล็กลงใกล้ๆกับจุดที่ตนเองยืนอยู่ ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขายาวตากอยู่ที่ราวตากผ้า เจ้าหน้าที่จึงได้นำมาตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้าจำนวน 24 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 25 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัว ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดงหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

น. 2 และนครบาล​ 1 ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบระเบิดเพลิง 1 ลูก ย่านประตูน้ำ ซุกกองผ้า เชื้อประทุทำงานแต่ดับทันควัน

         วันนี้​ วันพุธที่ 7 ส.ค. 62 เวลา 09.30 น. : บริเวณย่านประตูน้ำ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต. ดร.เสนิต สําราญสํารวจกิจ ผบก.น. 1,พ.ต.อ เจษฎา คุ้มศาสตรา ผกก.สน.พญาไท ,พ.ต.ท พนม เชื้อทอง รองผกก.สอบสวน สน.พญาไท ได้ร่วมกันเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบ พร้อมปิดกั้นพื้นที่่ ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายใน

          พล.ต.ต.ดร.เสนิตฯ​ กล่าวว่าหลังจากเมื่อคืน วันที่​ 6​ ส.ค.62​ เวลาประมาณ​ 21.00​ น.ได้มีผู้พบกล่องวัตถุต้องสงสัย ซุกไว้ในกองเสื้อผ้า ในร้านไพโรจน์เบเกอรี่ เลขที่ 314/4 ถนนราชปรารภ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี หรือใกล้แยกประตูน้ำ (จากแยกประตูน้ำเลี้ยวซ้ายไปทางโรงแรมอินทราเลยป้อมตำรวจเก่า) ซึ่งเป็นร้านรับสกรีนเสื้อผ้า และขายเสื้อผ้า เปิดดูเป็นระเบิดเพลิง 1 ลูก จากการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดเพลิงชนิดเดียวกันที่เกิดในหลายพื้นที่ ของ สน.พญาไท โดยการนำเอาพาวเวอร์แบงค์ สีขาวมาแกะใส้ในออก แล้วเอาไทม์เมอร๋ (แผงวงจร) ใส่เข้าไป ก่อนจะตั้งเวลาให้ระเบิดในช่วงเช้า แต่คาดว่ามีปัญหาจึงไม่เกิดการระเบิดขึ้น

          ภายหลังเกิดเหตุระเบิดภายในศูนย์ราชการฯ และอีกหลายพื้นที่ในนครบาล เช่น สน.พญาไท 4 จุด ,สน.ยานนาวา และพื้นที่สน.ปทุมวัน ที่ผ่านมา

          โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกูั ระเบิดดังกล่าวไว้เป็นที่เรียบร้อยพร้อมเก็บรอยนิ้วมิอแฝง โดยทางเจ้าของร้านได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อคืนที่ผ่านมาช่วง 21.00 น. ได้เก็บร้าน ขณะกำลังตรวจนับสินค้าที่ขายไป พบพาวเวอร์แบงค์สีขาวไม่ใช่ของที่ร้านอยู่ในกองผ้า และเห็นข่าวระเบิดจึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ทราบ ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย

          ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบิดที่พบดังกล่าวมีความเชื่อมโยงเดียวกันกับเหตุระเบิดในพื้นที่ สน.พญาไท รวม 4 จุด ที่ผ่านมา

***************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

รมช.เกษตรฯ​ “ธรรมนัส” เร่งโทรฯ​ ประสาน รมว.ทรัพย์ฯ แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน​ “ส.ป.ก.วังน้ำเขียว-อุทยานแห่งชาติทับลาน” ระบุอยู่รัฐบาลเดียวกันต้องมีทางออกให้ชาวบ้าน

          วันที่ 6​ ส.ค.62​ : ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าตนได้โทรศัพท์ประสานกับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพย์ฯ​ ในเรื่องให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม​ (ส.ป.ก.) และที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ​ ไปคุยหาทางออกกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ​ เรื่องแนวเขตทับซ้อนระหว่างพื้นที่ส.ป.ก.และพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกันที่ถูกต้องตามกฏหมาย รวมทั้งจะเกิดความร่วมมือกันแก้ปัญหาเรื้อรังให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกับพื้นที่และชุมชน

          “วันนี้ผมประสาน กับรมว.ทรัพย์ฯ และสั่งการให้เลขาฯ​ ส.ป.ก.กับที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ​ ไปปรึกษาหาทางออกร่วมกันอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในกรณีปัญหาทับซ้อนพื้นที่วังน้ำเขียว ให้เป็นทิศทางเดียวกัน เพราะมาจากรัฐบาลเดียวกัน เอาหลักฐานที่พี่น้องประชาชนอยู่ในป่าให้เขามาร่วมพัฒนาชาติไทย ออกมาอยู่ในพื้นที่ส.ป.ก.เพื่อจัดสรรให้อยู่ทำกิน ดังนั้นการกำหนดขีดแนวเขตกรมอุทยานแห่งชาติทับลาน กับพื้นที่ส.ป.ก.ได้ใช้แผนที่ตัวไหนจากอดีต เมื่อมีความชัดเจนก่อน จึงเดินหน้ากันต่อไปได้ ทั้งสองกระทรวง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

          ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม​ (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่ากรณีพื้นที่ทับซ้อนยังหาข้อยุติไม่ได้กว่า​ 20​ ปี ในพื้นที่ส.ป.ก.วังน้ำเขียว กับพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพราะสาเหตุมาจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ​ ไม่ยอมประกาศใช้แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ได้ทำขึ้นใหม่ในปี​ 2534 ได้ใช้อัตราส่วน​ 1​ ต่อ​ 4​ พัน ซึ่งขณะนั้นกรมป่าไม้ และกองอุทยานฯได้ใช้งบประมาณกว่าพันล้านบาทในการปรับปรุงแนวเขตใหม่ให้ตรงตามสภาพพื้นที่จริงโดยมติครม.ถึงสองครั้งให้แก้ไขให้แล้วเสร็จ เพราะปัญหาแนวเขตเดิมของอุทยาน ปี​ 2524 ที่ประกาศคร่อมทับหลายตำบลในหลายอำเภอ วังน้ำเขียว,ครบุรี​ และปักธงชัย เป็นแผนที่มีความละเอียดมาก ยังใช้เป็นแผนที่ที่ยื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลก ได้ขึ้นทะเบียนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นมรดกโลกและขอขึ้นทะเบียนอุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นมรดกโลกด้วย แต่กรมอุทยานฯกลับไม่นำไปประกาศใช้แผนที่ปี​ 2534 ให้มีผลบังคับใช้ในพื้นที่พิพาษ จึงทำให้ยังไม่มีสภาพบังคับทางกฏหมาย และเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเดินหน้าตามกฏหมายของแต่ละหน่วยงานได้ เช่นพระราชกฤษฏีประกาศแนวเขตพื้นที่ส.ป.ก.ปี​ 2521 ตามที่กรมป่าไม้ ได้ยกป่าสงวนแห่งชาติวังน้ำเขียว ให้เป็นพื้นที่ส.ป.ก.เมื่อปี​ 2520

          ปัจจุบันตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว และบางตำบลใน​ อ.ครบุรี ยังไม่สามารถรังวัดให้เอกสารสิทธิ์​ ส.ป.ก.4-01 กับชาวบ้านในหลายพื้นที่ รวมบางรีสอร์ท ถูกอัยการ สั่งไม่ฟ้อง ทั้งที่บุกรุกในพื้นที่พิพาษ อีกทั้งปัญหาการทำงานของกรมอุทยานฯ​ นำแนวเขตอุทยานแห่งชาติปี​ 2521 มาบังคับใช้ ปิดป้ายรื้อถอน ใช้มาตรา​ 22 กับรีสอร์ท​ 140 กว่าแห่ง แต่บางแห่งอัยการสั่งไม่ฟ้อง รวมทั้งรีสอร์ท 88 การ์มองเต้ ทั้งนี้ มีรีสอร์ทที่อยู่ใกล้กันกับ​ 88 การ์มองเต้ พบว่าเป็นของส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นพรรคเก่าแก่ และมีภรรยา เป็นคนโคราช เป็นเจ้าของ กำลังติดตามว่าอัยการจะสั่งฟ้องหรือไม่ ซึ่งกำลังพิจารณาคดีภายในวันสองวันนี้

          ทั้งนี้ที่ผ่านมาในพื้นที่เกิดข้อฟ้องร้องกันจำนวนมาก ทั้งสั่งฟ้องบ้างไม่ฟ้องบ้าง จึงทำให้มองว่านักการเมือง นายทุนใหญ่ ที่มีที่ดิน มีบ้านหรูๆในวังน้ำเขียวโดยใส่ชื่อนอมินี เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่มาจากการซื้อขายเปลี่ยนมือไปหมดแล้ว ไม่ถูกดำเนินคดี แต่ชาวบ้านทั่วไปจะโดนดคีก่อน

******************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

กองปราบฯ​ ร่วมกับตำรวจภูธร​ภาค 9 โชว์​ฟอร์ม​เจ๋ง​ รวบมือฆ่าโหดดับคาขนำกลางสวนยาง ได้ในวันเดียวหลังก่อเหตุ

          วันที่่​ 6​ ส.ค.62​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.นุกูล ไกรทอง ผบก.ภ.จ.ตรัง,พล.ต.ต.กฤษฏา แก้วจันดี ผบก.ภ.จ.ยะลา​ และพ.ต.อ. สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป. ร่วมสั่งการให้ พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.พงษ์ปณต ชูแก้ว รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.กันตเมศฐ์ อัครโชควรานนท์ สว.ฯ กก.6 บก.ป.,พ.ต.ต.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.จรัญ โอนิกะ สว.กก.สส.ภ.จ.ตรัง,พ.ต.ท.ถาวร ทิพวารี สวป.สภ.บ้านหนองเอื้อง พร้อมเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.6 บก.ป.,เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ยะลา,เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ตรัง,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหนองเอื้อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาตูตาโมง ได้ร่วมกันจับกุมนายประพัฒ หรืออึด มิตรเดช

          พล.ต.ต.จิรภพฯ​ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค.62 เวลาประมาณ 07.00​ น. เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ สภ.บ้านหนองเอื้อง จ.ตรัง​ ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ที่ขนำไม่มีเลขที่ภายในสวนยางพารา หมู่ 10 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปที่เกิดเหตุ และทำการสืบสวนการฆ่ากันตายในครั้งนี้

          จากการสืบสวนทราบว่าก่อนเกิด เหตุนายประพัฒ มิตรเดช,นายประสิทธิ์ ทำยุด,นายฉัตรชัย สิขาจารย์ และนายคณิศร มีสุข ผู้ตาย ได้มานั่ง พูดคุยกินกาแฟด้วยกันที่ขนำที่เกิดเหตุ จากนั้นนายประพัฒฯ ผู้ต้องหา จึงได้ใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วยยิงใส่ นายคณิศรฯ ผู้ตาย ทำให้นายคณิศรฯ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที จากนั้นนายประพัฒฯ จึงได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตพรวจ กก.สส.ภ.จ.ตรัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหนองเอื้อง

          ได้สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายคือนายประพัฒฯ จึงได้ติดตามตัวทันทีและกดดันตามบ้านญาติของ นายประพัฒฯ จนสืบทราบว่านายประพัฒฯ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุมจึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ยะลา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาตูตาโมง ได้บูรณาการกำลังกันเข้าร่วมจับกุมตัวนายประพัฒฯ ได้ในเวลาอันรวดเร็วหลังจากที่ก่อเหตุได้เพียง 1 วัน

          นายประพัฒฯ รับว่าได้นั่งอยู่ที่ขนำกับผู้ตายในวันเกิดเหตุและผู้ตายได้พูดจาด่าทอเสียดสี จึงทำให้นายประพัฒฯ โกรธ จึง ได้ลงมือยิงผู้ตายไป 3 นัดแล้วจึงได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับของศาลมณฑลทหารบกที่ 43 ที่ 3/2562​ ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2562​ ให้นายประพัฒฯ ดู นายประพัฒฯ​ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจริง และไม่เคยถูกจับมาก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืน​ และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์” และได้แจ้งสิทธิทั้งหมดให้ทราบ​ และควบคุมตัวส่ง พนักงาน​สอบสวน​ สภ.บ้านหนองเอื้อง จ.ตรัง เพื่อดาเนินการตามกฎหมายต่อไป

*************************

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตราด/อําเภอคลองใหญ่ ฝนตกหนักมาหลายวัน นํ้าท่วม โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ซํ้าซาก วอน อบต.คลองใหญ่เร่งแก้ไขปัญหาให้อาจารย์และนักเรียนที่เดือดร้อน

         วันที่ 7 สค. 62 หลังเกิดเหตุฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทําให้เกิดเหตุนํ้าป่าไหลทะลักลงมาจากเทือกเขาบรรทัดชายแดนไทยกัมพูชาที่ตําบลคลองใหญ่และไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมมาเป็นหลายครั้งแล้ว ผู้สื่อข่าวได้สํารวจบรรยากาศในโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม พบว่า นํ้าไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมเป็นบริเวณกว้าง ตั้งแต่ด้านหน้าโรงเรียนบริเวณทางเข้าโรงเรียน ไปจนถึงใต้ถุนอาคารเรียนบริเวณอาคารอเนกประสงค์ อาคารโรงอาหาร และสนามภายในโรงเรียน ระดับนํ้าสูง 30-40 เซ็น

          นายสําเนา บุญมาก ผอ.โรงเรียคลองใหญ่วิทยาคม บอกว่าเหตุการณ์นํ้าท่วมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมนี้ เป็นปัญหามาโดยตลอด นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์การเรียนการสอน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอาคารสถานที่ภายในโรงเรียนไม่มากนัก แต่ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับครู อาจารย์ และนักเรียนของโรงเรียนเกี่ยวกับการเรียนการสอนด้วย ซึ่งโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ได้แจ้งไปทาง อบต.คลองใหญ่มาแล้วทุกครั้งในแต่ละปี ให้เร่งแก้ไขปัญหานี้มานานแล้วแต่ก็ได้มาดูแล และก็ยังท่วมอยู่เป็นประจําทุกปีในช่วงฝนตกหนักจะท่วมเป็นประจํา นายสําเนา บุญมาก บอกว่าสาเหตุมาจากการถมดินของภาคเอกชน ทําให้ทางนํ้าไหลเปลี่ยนระบายไม่ทัน

         ซึ่งโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ต้องขอฝากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยหน่อยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เร่งแก้ไขปัญหาให้กับครู อาจารย์ และนักเรียนอย่างด่วนต่อไป และอีกหลายแห่งที่นํ้าท่วมเป็นประจําในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ เช่น นํ้าท่วมแถวถนนสายในคลองจาก และถนนสายหลักหน้าโรงเรียนนคราศึกษาเป็นเชื่อมโยงไปทางถนนสายในหากบางคืนมีฝนตกหนัก รถทุกคันวิ่งไม่ได้ท่วมเป็นประจําทุกปี และอยู่ในช่วงแก้ไขปัญหาอยู่ขอฝากบอกทาง อบต.ไม้รูดด้วยครับ

*****************************

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก