หนีไม่รอด ตร. รวบหนุ่มหนีหมายศาลคดีค้ายาบ้าถูกศาลพิพากษาจำคุก 33ปี

      จังหวัดมุกดาหาร ตำรวจชุดสืบเมืองมุกดาหาร ร่วม ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.นำกำลังบุกจับผู้ต้องหาหลบหนีหมายศาลคดีค้ายาบ้า ถูกศาลพิพากษาจำคุก 33 ปี หนีมากบดานที่บ้านเกิดถูกเจ้าหน้าที่บุกจับคาบ้านพัก และเจอคดีหนีหมายศาลเพิ่มอีกหนึ่งคดี

      เมื่อเวลา 16.00น.วันที่ 24 มิถุนายน 2562 พล.ต.ต.อัครพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุข ผกก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร นำกำลังลงพื้นที่สืบหาผู้ต้องหาหลบหนีหมายศาลและหมายจับที่อยู่ในพื้นที่ได้สืบทราบ มีนายชาญชัย เชียงขวาง อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ ข.245/2560 ลงวันที่ 8 พ.ย.2560 คดีดำหมายเลข อ.2091/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ.4279/2559 ภายใต้อายุความ 20 ปี นับตั่งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 แต่ไม่เกิน 8 พฤศจิกายน 2580

      สืบเนื่องเมื่อช่วงกลาง พ.ศ.2559 นางชบาฯซึ่งเป็นคนรู้จักกันกับ นายชาญชัย เชียงขวาง ได้ถูกจับกุมยาบ้าที่ สภ. กุฉินารายณ์ ของกลางยาบ้า 1900 เม็ด ถูกจับกุมก่อนนายชาญชัยฯโดยในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนขยายผลโดยให้นางชบาฯติดต่อทางโทรศัพท์มาหานายชาญชัยฯและให้นายชาญชัยฯมาเก็บเงินกับนางชบาฯที่เป็นนี้เงินที่นายชาญชัย นำยาบ้าจำนวน 1900 เม็ด มาส่งให้นางชบาฯแต่นางชบาฯยังไม่มีเงินให้ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงให้นางชบาฯโทรให้นายชาญชัยฯมารับเงินที่นำยาบ้ามาขายให้โดยให้นายนายชาญชัยฯเดินทางมารับเงินอยู่ที่รีสอทร์แห่งหนึ่งใน อำเภอกุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

      นายชาญชัยฯจึงได้เดินทางไปตามจุดนัดหมายรีสอทร์ดังกล่าวเพื่อรับเงินที่นางชบาฯติดนี้ที่รับชื้อยาบ้าจากนายชาญชัย เชียงขวาง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมนายชาญชัย เชียงขวางเป็นผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาส่ง สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ส่งศาล จ.กาฬสินธุ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องนายชาญชัย เชียงขวาง ต่อมา พนักงานอัยการ ได้ทำการยื่นอุทธณ์คดีต่อมานายชาญชัยฯได้หลบหนีและไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลศาลจึงได้ออกหมายจับนายชาญชัยฯ

      ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 33 ปีส่วนนางชาบาฯผู้ต้องหาที่ 2 ถูกโทษจำคุก 25 ปีโดยนายชาญชัยฯ ได้หลบหนีกลับไปกบดานที่บ้านเกิดดังกล่าวโดยจากการสืบทราบนายชาญชัย เชียงขวางผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ หลบหนีมากบดานอยู่ที่บ้านเลขที่ 126 ม.6 ต.บ้านโคก อ.เมือง จ.มุกดาหารบ้านเกิดจึงประสาร พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. จ.มุกดาหารขอสนับสนุนกำลังร่วมจึงสั่งการให้ พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานแผนนโยบายและการข่าว กอ.รมน.มุกดาหารนำกำลังร่วมเข้าปิดล้อมจับกุมนายชาญชัยฯผู้ต้องหาหนีหมายศาลยอมจำนนโดยละม่อมไม่มีการขัดขืนจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ว่าได้หลบหนีหมายศาล จ.กาฬสินธุ์จริงเจ้าหน้าที่จึงประสารเจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.กาฬสินธุ์ มารับตัวผู้ต้องหาส่งศาล จ.กาฬสินธุ์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา. /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร ดำเนินกิจกรรมมาตรการลด และคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ

      เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้ นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมมาตรการลด และคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ ของหน่วยงานราชการในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร สำนักงานจังหวัดมุกดาหาร สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดมุกดาหาร สำนักงานแรงงานจังหวัดมุกดาหาร และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งกิจกรรมมาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐประกอบด้วย หน่วยงานราชการภายในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร มีการดำเนินกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เพื่อให้บุคลากรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลด คัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงาน การลดใช้โฟมบรรจุอาหารในร้านค้าต่างๆ ที่ตั้งในหน่วยงาน และงดนำโฟมบรรจุอาหารเข้ามาในหน่วยงาน , การกิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนการใช้แก้วส่วนตัว เพื่อลดการใช้แก้วน้ำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

      โดยเป็นการดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อ 17 ก.ค.61 โดยมอบหมายทุกหน่วยงานภาครัฐดำเนินงานพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 ส.ค.61 และกำหนดให้เป็นตัวชี้สำหรับผู้บริหารองค์การ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ผู้ถูกประเมิน ได้แก่ ปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าอธิบดีหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการจังหวัด เป้าหมายตัวชี้วัด ประกอบด้วย อาคารสำนักงานของหน่วยงานภาครัฐ ร้อยละ 100 มีการดำเนินกิจกรรม ขยะมูลฝอยของหน่วยงานภาครัฐลดลง ร้อยละ 5 ถุงพลาสติกหูหิ้วของหน่วยงานภาครัฐลดลงร้อยละ 10 แก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งของหน่วยงานภาครัฐลดลงร้อยละ 10 และงดใช้โฟมบรรจุอาหารในหน่วยงาน
   

ธานินทร์, ฐานิตา. / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

กรมควบคุมมลพิษ จัดงาน “รัฐ-ราษฎร์ รวมพลัง ร่วมใจ แก้ปัญหาน้ำเสีย”

นายสมชาย ทรงประกอบ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ  เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “รัฐ-ราษฎร์ รวมพลัง ร่วมใจ แก้ปัญหาน้ำเสีย” ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และสถาบันอุดมศึกษา ผลักดันอาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุมวายุภักษษ์ โรงแรมเซ็นทาราศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

           กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงาน“รัฐ-ราษฎร์ รวมพลัง ร่วมใจ แก้ปัญหาน้ำเสีย” ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และสถาบันอุดมศึกษา  ผลักดันอาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย  ในวันที่ 24 – 25 มิถุนายน 2562  ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทาราศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

           นายสมชาย ทรงประกอบ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา คพ. ได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพแหล่งน้ำสายหลักทั่วประเทศ โดยพบว่าคุณภาพน้ำที่อยู่ในเกณฑ์ดี มีเพียงร้อยละ 45 ส่วนที่เหลืออยู่ในเกณฑ์พอใช้และเกณฑ์เสื่อมโทรม ซึ่งแหล่งน้ำที่มีคุณภาพเสื่อมโทรม ยังคงเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะช่วงที่ไหลผ่านพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มีสาเหตุมาจากแหล่งกำเนิดมลพิษต่างๆ ทั้งจากชุมชน อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม ที่ไม่ผ่านการบำบัด หรือบำบัดไม่ได้ตามค่ามาตรฐาน ก่อให้เกิดปัญหาน้ำเสียและส่งผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งอาคารที่ทำการของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานราชการอิสระ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในกำกับของรัฐอีกเป็นจำนวนมาก เข้าข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม จึงต้องปฏิบัติให้เป็นแบบอย่าง และเป็นต้นแบบที่ดีให้กับภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการจัดการน้ำเสีย และการปฏิบัติให้เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ไว้

           นายสมชาย กล่าวว่า คพ.ได้จัดงาน“รัฐ-ราษฎร์ รวมพลัง ร่วมใจ แก้ปัญหาน้ำเสีย” เพื่อส่งเสริมให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตระหนัก ให้ความสำคัญและร่วมกันลดการระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพน้ำ รวมถึงเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับอาคาร สถานประกอบการที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ ให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างถูกต้อง ซึ่งในวันที่ 24 มิถุนายน 2562 เป็นการอบรมให้ความรู้และชี้แจงแนวทางดำเนินการภายใต้ “โครงการอาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย” ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานกำหนดนโยบายในการจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของตนเอง มีการจัดการน้ำเสียจากอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง และพัฒนาเป็นอาคารราชการต้นแบบ ซึ่งดำเนินการควบคู่ไปกับกระบวนการตรวจสอบ และควบคุมการระบายน้ำทิ้งตามกฎหมาย ส่วนในวันที่ 25 มิถุนายน 2562 จะเป็นการชี้แจง ทำความเข้าใจกับอาคาร สถานประกอบการภาคเอกชน ในแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายสิ่งแวดล้อมกำหนด  เพื่อลดการระบายน้ำทิ้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้แหล่งน้ำมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม เอื้อประโยชนต่อชุมชนอย่างยั่งยืน โดยขั้นตอนต่อจากนี้ กรมควบคุมมลพิษ จะลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียและการระบายน้ำทิ้งต่อไป  

 ——————————————————————————————————————————————

ส่วนสื่อสารองค์กรกรมควบคุมมลพิษ โทรศัพท์ 022982065-69 โทรสาร 022985108

จับตา”โจ๊ก”ผงาด DSI

ปลายสัปดาห์ที่แล้ว วงการตำรวจและสังคมทั่วไปฮือฮากันมากต่อการปรากฏตัวของ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่ถูกพิษ ม.44 โยกออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี
ที่เดินทางไปสักการะศาลหลักเมือง จ.นครศรีธรรมราช เพียงแค่ข้ามวันมีการปล่อยข่าวแบบโยนหินถามทาง อ้าง “บิ๊กโจ๊ก” จะกลับมาเป็นตำรวจอีกครั้ง ในตำแหน่งที่ใหญ่กว่าเดิม ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นแรงกระเพื่อมระดับพลังสึนามิ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นมาทันทีทันใดมีการแชร์เรื่องนี้ในโลก โซเชียลอย่างเมามัน ตั้งวงวิจารณ์กันสนุกปาก โดยไม่คำนึงถึงหลักความเป็นจริงเป็นตัวตั้งก่อนแชร์ขณะที่ต้นตอการแชร์เรื่องนี้ อาจมีธง เพื่อตรึงไว้ซึ่งอำนาจบารมีในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในแต่ละระนาบต่อๆไป
อย่างน้อย เพื่อประคองเก้าอี้ให้กับบรรดาลูกทีม ลูกศิษย์ ที่อาจจะถูกย้ายกระเด็นเตะโด่งคนละทิศทางโฟกัสข่าวการกลับมานั่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ของ”บิ๊กโจ๊ก” เมื่อว่ากันด้วยเหตุผลและกฏระเบียบแล้วเป็นไปไม่ได้ !! หากย้อนกลับไป “บิ๊กโจ๊ก” ถูกเด้งตกเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ครั้งแรกโดยคำสั่ง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เข้ากรุประจำ ศปก.ตร.ด้วยนัยยะมีความผิดต้องสอบสวน เพียงวันเดียว “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สะบัดปากกาลงนามในฐานะหัวหน้า คสช. ใข้ มาตรา 44 เด้งข้ามสังกัด มาเป็นข้าราชการพลเรือน ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อรอการสอบสวน พร้อมกับการหายตัว หรือเก็บตัวเงียบ ของ”บิ๊กโจ๊ก” ขณะที่ในเวลาต่อมา “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ออกมาประกาศผ่านสื่อมวลชน อ้าง ” เรื่องนี้จบแล้ว ไม่มีการสอบสวนใดๆ ” หากห้วงเวลานี้ทำไม ?? “บิ๊กโจ๊ก” จึงยากจะกลับมาในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ดูที่การย้ายหลุดออกนอกอาณาจักรตำรวจมาจากคำสั่ง คสช. มาตรา 44 จู่ๆจะตัดโอนกลับจากที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกฯ กลับมาถึงขั้นผงาดใหญ่กว่าเดิม เป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.แบบ “โตเขย่ง ” ทำได้ยาก ขั้นตอนการกลับมาใช้ ม.44 อาจทำไม่ได้ง่ายๆแล้ว ทำได้เพียงนำเรื่องนี้เข้าบรรจุในวาระการประชุม ครม.เพื่อขอมติให้กลับมาเป็นข้าราชการตำรวจ เมื่อครม.เห็นชอบแล้วจึงส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ต้องให้”บิ๊กตำรวจ” ที่มีส่วนเป็นกรรมการนำเรื่องส่งต่อเป็นวาระประชุม ก.ตร.เพื่อขอมติเห็นชอบ เมื่อเห็นชอบแล้ว จะสามารถกลับเข้ามาได้ในตำแหน่งระนาบเดิมจากที่โดนย้ายออกไปเท่านั้น คือตำแหน่งผู้บัญชาการที่ใดที่หนึ่ง จะตั้งสูงขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ไม่ได้
หากจะดันตำแหน่งให้สูงขึ้น ทำได้เพียง การออก ม.44 ใหม่อีกครั้ง ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะขณะนี้การเมืองไทย มีรัฐบาลใหม่แล้ว และยังมี ส.ส.ฝ่ายค้านที่เสียงปริ่มกัน คอยจ้องฟาดฟันการทำงานฝ่ายรัฐ อีกทั้ง ม.44 อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จะสิ้นสภาพหลังการโปรดเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หากใช้ ม.44 ตั้งคนๆเดียว ในช่วงรอยต่อ มีหวังโดนฝ่ายค้านและสังคมถล่มเละแน่ฟันธง ” บิ๊กโจ๊ก” ยังกลับมาไม่ได้ แต่ตำแหน่งใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ต้องรอภายหลังมี ครม.ชุดใหม่เข้ามาทำงานเต็มทีม จับตามองที่ เก้าอี้อธิบดี ดี.เอส.ไอ. เพื่อทำงานระดับประเทศ มีงานถนัดให้ทำ รวมไปถึงการเตะตัดขาการเมืองฝ่ายตรงข้าม และจัดการกับม็อบต่อต้านรัฐ ตำแหน่งนี้สามารถทำได้ เพียงแค่เสนอชื่อเข้าครม.ลงมติเห็นชอบ รอดูกัน เรื่องนี้ไม่ได้พูดเล่น หรือพูดลอยๆ แต่มีที่มีจากทีมงานที่ปรึกษาบางคนในรัฐบาลชุดใหม่ ครม.ประยุทธ / 2 ถึงเวลานั้น คำตอบจะลงตัวให้เวลาหายใจหายอีกนิด.

เธียร ทวินัย.

วันเสาร์ที่ 22 มิ.ย.62 09.00น.-12.00น. ท่านพระพรหมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารา

     เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิธีทอดผ้าป่าการศึกษา ร.ร.สามเสนวิทยาลัย มีอ.ดร.สหชัย สาสวน ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยพร้อมด้วยท่านสุชัย สกุลรุ่งเรืองชัย ผ.อ.เขตพญาไท ผ.อ.สรายุทธ ฟูทรัพย์นิรันดร์ อ.พิริยพงศ์ เตชะศิริยืนยง ฝ่ายปกครองกิจการนักเรียน รองผ.อ.สุภชัย ฐิติภัค อ.มาลุต ซาบำเหน็จ พร้อมด้วยพันธมิตร 6 องค์กร นำโดยอ.ปลิว หงษ์เหมือน ท่านโอฬาร ศักดิ์โรจน์กุล นายกสมาคมนักเรียนเก่าฯ คุณศิริพร ผลชีวิน (เลขาตุ๊ก) ท่านชัชวาล จิรพงษ์ นายกสมาคมผู้ปกครอง คุณบรรดิษฐ์ ทิพย์ประชา (บัดดี้) คุณปภานนท สกุลบัณฑิต (เจี๊ยบ ลูกกตัญญู) พร้อมด้วย ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” อดีตนายกสมาคมและคณะครูอาจารย์ -นักเรียน ร่วมถวายภัตตาหารเพล (พระสงฆ์) เพื่ออุทิศส่วนกุศล ด้วยบรรยากาศลูกชมพู -เขียวร้อยใจเป็นหนึ่งเดียว


หมวดยศ – ถ่ายภาพ เลขา แอนนา- รายงาน

นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง “เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจฯ” เขตพระนคร ประชุมเตรียมความพร้อมในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการทำงาน ณ.ห้องประชุมใหญ่เพชรพระนคร ชั้น 5 เขตพระนคร กทม.

      วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562 เวลา 16:00 – 17:30 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยเขตพระนคร” พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” และ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ”

      มอบหมายให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจฯ เขตพระนคร ประชุมเตรียมความพร้อมในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการทำงาน ณ.ห้องประชุมใหญ่เพชรพระนคร ชั้น5 สำนักงานเขตพระนคร เขตพระนคร กทม.

      เบื้องต้นในการประชุมในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจฯ เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก โดยการประชุมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

—————————
ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

มูลนิธิหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์​ จัดพิธีพุทธาภิเษกสมโภชครบรอบ 60 ปี​

      เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2562 เวลา 14.29 น​ มูลนิธิหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์จัดพิธีพุทธาภิเษกสมโภชครบรอบ 60 ปีหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์มีเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม​ ผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต​ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร​ เป็นประธานเทียนชัย​ พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลแซยิดหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์​และประธานฝ่ายสงฆ์​ พร้อม​ นายแมนรัตน์​ รัตนสุคนธ์​ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานฝ่ายฆารวาส และคณะผู้บริหารมูลนิธิหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์​ และศิษย์ยานุศิษย์คณะกรรมการมูลนิธิหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์​ พุทธาภิเษก​ วัตถุมงคลรุ่นสมโภช 60 ปี​ แซยิดหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ได้กราบนิมนต์พระคุณเจ้าเกจิดัง​ นั่งปรกบริกรรมคาถาในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลสมโภช 60 ปีแซยิดหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อสุนทร​ วัดหนองสะเดา​ อำเภอหนองแคจังหวัดสระบุรี​ หลวงพ่อสมชาย​ วัดปริวาสราชสงคราม​ กรุงเทพมหานคร
      หลวงพ่อเพย​ วัดบึงพระนครศรีอยุธยา​ หลวงพ่อเอื้อน​ วัดวังแดงใต้​ พระนครศรีอยุธยาหลวงพ่อจักษ์​ วัดชุ้ง​อำเภอ เสาไห้​ จังหสัดสระบุรี​ หลวงพ่อพัฒน์​ วัดห้วยด้วน​ จังหวัดนครสวรรค์​ หลวงพ่ออุดม​ วัดพิชัยสงครามพระนครศรีอยุธยา
      ในการจัดทำวัตถุมงคลสมโภช 60 ปีหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้​ หักค่าใช้จ่ายทั้งหมด​ ได้บริจาคให้สาธารณกุศลให้แก่โรงพยาบาลและโรงเรียนได้แก่โรงพยาบาลภาชีพระนครศรีอยุธยา​ โรงพยาบาลหนองแคจังหวัดสระบุรี​ โรงพยาบาลค่ายอดิศรจังหวัดสระบุรีโรงเรียนวัดขอนชะโงกหนองแค สระบุรีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการจังหวัดสระบุรี​ การสร้างหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์มีขนาดหน้่าตัก 9 นิ้วเนื้อทองเหลืองรมมันปู​ หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว​ พระตั้งหน้ารถหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์เนื้อทองเหลืองมันปู​ เหรียญหลวงพ่อสมเด็จเนื้อทองคำ​ เนื้อเงินลงยาสีเขียว​ เนื้อโลหะเงิน​ เนื้อระฆัง​ ส่วนรูปหล่อเตารีดแซยิดหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์​ มีเนื้อทองคำ​ เนื้อเงิน​ เนื้อทองชนวน​ เนื้อทองระฆัง​ หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ 1 ชุด​ ในกล่องเดียวกันมีเนื้อเงินลงยาสีน้ำเงิน​ หน้ากากทองคำ 1องค์​ เหรียญนวโลหะหน้ากากทอง 1 องค์​ เหรียญเนื้อนวะโลหะภัยเงินพลายทอง 1องค์​ เหรียญเนื้ออัลปาก้า 1องค์ เหรียญนวะโลหะชนวนกริ่งปี 2558 อีก1 องค์
วันนี้ได้พุทธาภิเษกมอบหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธ์แก่ประชาชนที่มาร่วมงานในครั้งนี้​
ส่วนท่านที่จองหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ไว้จำนวน2562องค์​ จะได้รับตามที่จองครบทุกคน​ ​หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในองค์หลวงพ่อ​ ที่ประชาชนอยากได้บูชาวัตถุมงคลรุ่นสมโภช 60 ปี​ หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์​ในวันนี้มีประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

ชาวเทศบาลหนองปรือ พร้อมใจกิจกรรมอาสาพระราชทาน904 วปร. “เราทำดีด้วยหัวใจ”

      พัทยา- นางสาวภารดี เผือกโสภา ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมอาสาพระราชทาน904 วปร. “เราทำดีด้วยหัวใจ” ที่ด้านหน้าอาคารศูนย์ไตเทียม เทศบาลเมืองหนองปรือ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นางสาวภารดี เผือกโสภา ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “อาสาพระราชทาน904 วปร. “เราทำดีด้วยหัวใจ” เทศบาลเมืองหนองปรือ โดยมี ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ กล่าวคำรายงาน ซึ่งมีรองนายกเทศมนตรีฯ เลขานุการนายก ที่ปรึกษา ปลัด เทศบาล พันตำรวจเอกชิดเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภา อป พร.เทศกิจ ผู้นำชุมชน กลุ่มจิตอาสา นักเรียน เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

      เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อร่วมแสดงความจงรักภัคดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้ พระสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อให้เกิดความรัก ความผูกพัมธ์ใน 4สถาบันหลักของชาติ คือสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตย์ และประชาชน โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ (สอญ.)จึงถือกำเนิดขึ้น ตามแนวพระราโชบาย เป็นเครื่องมือทำหน้าที่ ประสานความร่วมมือทำงานระหว่าหน่วยราชการในพระองค์ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ให้มีส่วนร่วมการทำงานแก้ไขปัญหาพื้นฐานของชาติ ให้ชาติบ้านเมือง ชุมชนมีความสุขอย่างยั่งยืน
โดยภายในกิจกรรมจะประกอบไปด้วยกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาด จัดเก็บขยะมูลฝอย และตัดหญ้าในเขตที่3เทศบาลเมืองหนองปรือ ได้แก่ ถนนเขาตาโล ถนนบุญสัมพันธ์ และถนนพัฒนาการ4 ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวล้วนแต่เป็นกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เป็นการสร้างจิตใต้สำนึกให้ประชาชนชนทุกคนทุกฝ่ายต่างตระหนักและให้ความสำคัญในการรักษาความสะอาดของบ้านเรือนและรักษาทรัพยากรณ์ธรรมชาติในถิ่นฐานที่อยู่ของตนเอง..

โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร- ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

โรงเรียนสมอทอดศึกษา จัดพิธีไหว้ครู ประจำปี 2562

      พิธีไหว้ครูนี้ ถือเป็นประเพณีของไทยมาตั้งแต่โบราณ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงออกถึงความเคารพ ยอมรับนับถือครูบาอาจารย์อย่างจริงใจว่า ท่านเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมความรู้ ศิษย์ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการ จึงพร้อมใจกันปวารณาตัวรับการถ่ายทอดวิชาความรู้ด้วยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้บรรลุปลายทางแห่งการศึกษาตามที่ตั้งใจไว้
      เช่นเดียวกับที่โรงเรียนสมอทอดศึกษา ตำบลบึงสามพัน อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ปัจจุบันมีนางพัฒนา สินมา เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน พบว่านักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล – ประถมศึกษา ก็ได้พากันจัดเตรียมพานไหว้ครู ซึ่งได้มีการตกแต่งพานอย่างสวยงาม และลงตัว พร้อมทั้งมีการนำเสนอไอเดีย รูปแบบใหม่เพิ่มเติมเข้าไป เช่น พานเครื่องส้มตำ พานตุ๊กตา พานเครื่องแต่งหน้า พานสลากกินแบ่งรัฐบาล ฯลฯ ซึ่งช่วยสร้างสีสัน และสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
      นอกจากนี้ทางคณะครูอาจารย์ พร้อมผู้บริหารยังได้ผูกด้ายสายสิญจน์ ข้อมือให้กับเด็กๆ ทุกคนพร้อมกล่าวคำอวยพร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเด็กๆ ให้มีความขยันหมั่นเพียร ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นคนดีของสังคมต่อไป

รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/มนสิชา. คล้ายแก้ว

เด็กช่าง ไอเดียเก๋ ขนวัสดุอุปกรณ์ การเรียนการสอน จัดแต่งลงบนพานได้อย่างสวยงาม ลงตัว สื่อความหมายในพิธีไหว้ครู

      หลายโรงเรียนในจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่างจัดพิธีไหว้ครู ประจำปี 2562 กันอย่างคึกคัก ซึ่งพิธีไหว้ครูนี้ ถือเป็นประเพณีของไทยมาตั้งแต่โบราณ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงออกถึงความเคารพ ยอมรับนับถือครูบาอาจารย์อย่างจริงใจว่า ท่านเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมความรู้ ศิษย์ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการ จึงพร้อมใจกันปวารณาตัวรับการถ่ายทอดวิชาความรู้ด้วยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้บรรลุปลายทางแห่งการศึกษาตามที่ตั้งใจไว้
      เช่นเดียวกับที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ตำบลบึงสามพัน อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ คณะนักศึกษาทั้ง ระดับ ปวช. และระดับชั้น ปวส. ต่างพากันจัดเตรียมทำพานเพื่อไหว้ครู ซึ่งนอกจากจะคงไว้ซึ่งส่วนประกอบหลัก คือ ดอกมะเขือพวง ที่หมายถึงความอ่อนน้อม, พญ้าแพรก ที่หมายถึงการเจริญงอกงาม, ดอกเข็ม ที่ให้ความหมายว่า สติปัญญาจะได้เฉียบแหลม ,ข้าวตอก หมายถึงระเบียบวินัย และ ธูป เทียนแล้วนั้น ยังพบว่ากลุ่มนักศึกษาแต่ละสาขาวิชา ต่างมีการออกไอเดียสร้างสรรค์ แต่งเติมสีสันให้แก่พานไหว้ครูในปีนี้ เช่น นักศึกษาสาขายานยนต์ ได้มีการนำเอาเศษวัสดุจากเครื่องยนต์ที่เหลือใช้ หรือ อะไหล่รถจักรยานยนต์ที่เปลี่ยนออกจากการชำรุด มาล้างทำความสะอาด พร้อมจัดแต่งลงพานอย่างสวยงาม ประดับด้วยดอกไม้ เพื่อสื่อถึงความเป็นช่างยนต์ ส่วนนักศึกษาแผนกไฟฟ้ากำลัง ก็ได้มีการนำเอาวัสดุอุปกรณ์จากไฟฟ้า เช่น สายไฟ ทองแดง กิ๊บสายไฟ มาเรียงร้อย ประยุกต์เข้ากับพานไหว้ครูได้อย่างลงตัว และสวยงาม สร้างความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และทางด้านนักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า มาในธีมความเป็นไทย ด้วยการร่วมแรงร่วมใจทำพานบายศรีเป็นรูปช้าง พร้อมประดับดอกไม้สัญลักษณ์สำคัญ จัดแต่งอย่างลงตัว เพื่อแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของไทย และแสดงความนอบน้อมต่อครูบาอาจารย์

รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/มนสิชา คล้ายแก้ว