นรข.มุกดาหาร สกัดจับขบวนการลอบขนอะโวคาโดข้ามโขง ยึดกว่า 2.4 ตัน พร้อมเรือเหล็ก คนร้ายหลบหนีทิ้งของกลาง

มุกดาหาร – นรข.มุกดาหาร สกัดจับขบวนการลอบขนอะโวคาโดข้ามโขง ยึดกว่า 2.4 ตัน พร้อมเรือเหล็ก คนร้ายหลบหนีทิ้งของกลาง

หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม โดยสถานีเรือมุกดาหาร บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอหว้านใหญ่ และกองร้อยทหารพรานที่ 2103 ตรวจยึดอะโวคาโดลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ น้ำหนักรวมกว่า 2,400 กิโลกรัม พร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ 1 ลำ บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านหว้านน้อย ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ขณะที่ผู้ลักลอบขนสินค้าหลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัว

การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ภายใต้ภารกิจบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติศุลกากร หลังเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลการข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตรผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนริมแม่น้ำโขง จึงจัดกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบกลุ่มบุคคลกำลังลำเลียงสินค้าขึ้นจากริมแม่น้ำโขง แต่เมื่อสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ ทิ้งของกลางไว้ในที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบพบอะโวคาโดบรรจุอยู่ในลังจำนวนประมาณ 120 ลัง น้ำหนักรวมประมาณ 2,400 กิโลกรัม และเรือเหล็กพร้อมเครื่องยนต์ติดท้ายจำนวน 1 ลำ ซึ่งเชื่อว่าใช้เป็นพาหนะในการลักลอบขนส่งสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำกลับมายังสถานีเรือมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนจังหวัดมุกดาหารยังคงเดินหน้าบูรณาการกำลังเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าหนีภาษีตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง


รายงานข่าว : จ.มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
โทร. 098-869-9888

พร้อมจำหน่าย กระท้อนหวานของดีเมืองลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – นายอำเภอเมืองลพบุรี ลุยสวนกระท้อน ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวงานกระท้อนหวานสินค้า GI ของดีลพบุรี ยืนยันผลผลิตกระท้อนปีนี้ดีมีคุณภาพ เพียงพอต่อความต้องการแน่นอน

“กลมแป้น เปลือกบาง รสหวาน เนื้อปุย หวานสะดุ้ง กระท้อน ลพบุรี ” นี่ก็คือ สโลแกน ของผลไม้ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นกระท้อน ที่ได้ผ่านการรับรองจาก GI สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) ตราสัญลักษณ์ที่ออกโดย กรมทรัพย์สินทางปัญ ญา เพื่อรับรองว่าเป็นสินค้าที่มีต้นกำเนิดจากแหล่งผลิตเฉพาะเจาะจง ในพื้นที่ 3 ตำบลของ อำเภอเมืองลพบุรี

โดยล่าสุด… นายชาญ จูดคง นายอำเภอเมืองลพบุรี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงาน เกษตรอำเภอเมืองลพบุรี นำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ แปลงปลูกกระท้อน หมู่ที่ 13 ตำบลตะลุง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ของ คุณลุงถาวร ค้ำคูณ หรือ ลุงแกะ และ คุณป้าทองสุข ค้ำคูณ ซึ่งทั้ง 2 เป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวนของจังหวัดลพบุรี และยังเป็นเกษตรกรต้น แบบที่นำเทคโนโลยี เครื่องจักรทางการเกษตร โดยใช้รถกระเช้าไฮดรอลิคแบบรถตีนตะขาบขนาดเล็ก ที่สามารถลุยสวนได้มาปรับใช้ เพื่อช่วยในตัดแต่งกิ่งทำสาวให้กับต้นกระท้อน ช่วยห่อผลกระท้อน และเก็บผลกระท้อน จำนวนกว่า 300 ต้น บนพื้นที่กว่า 16 ไร่ ในสวนตนเอง แทนการใช้บันได เนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่า เพราะทั้ง ลุงแกะ และ ป้าทองสุข ต่างก็มีอายุเข้าวัย 73 ปี แล้ว การขึ้นลงต้นกระท้อนเพื่อห่อผลกระท้อนกว่า 300 ต้น รวมกว่า 80,000 ผล การใช้บันไดอาจขึ้นลงและย้ายไปแต่กิ่งแต่ละต้น จะไม่สะดวกมากนัก

สำหรับกระท้อนที่สวนลุงแกะ และป้าทองสุข มีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งกระท้อนสายพันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ปุยฝ้าย พันธุ์อีล่า พันธุ์ทับทิม และพันธุ์นิ่มนวล ซึ่งเกษตรกรต้องใส่ใจในการห่อผลกระท้อนทุกผล เพราะเมื่อ กระท้อนติดผล ศัตรูสำคัญของกระท้อน คือ “แมลงวันทอง” โดยเกษตรกรจะใช้วิธีการห่อผล กระท้อน แทนการใช้ยาฆ่าแมลง เพื่อให้ผลกระท้อนมีสีสันที่สวยงามชวนรับประทาน และเป็นที่ต้องการของตลาด

จากนั้น นายอำเภอเมืองลพบุรี ยังได้นำคณะลงพื้นที่ต่อ เพื่อเยี่ยมชมการแปรรูปกระท้อนสด เป็นกระท้อนหยี ตามหลักการถนอมอาหาร ตามกระบวนการจัดการเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลกระท้อน เพื่อป้องกันผลผลิตล้นตลาด และเพิ่มมูลค่าให้กับกระท้อน ณ สวนกระท้อน ป้าแจ๊ก ของ นางวิภา รอดทองดี หมู่ที่ 11 ต.งิ้วราย อ.เมืองลพบุรี ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูก 2 ไร่ 3 งาน โดยที่สวนแห่งนี้ จะใช้การถนอมอาหาร ตาม หลักภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำให้สามารถนำออกจำหน่ายได้ทั้งปี ด้วยการทำกระท้อนหยี โดยนำผลกระท้อนที่เหลือจากการขาย หรือมีขนาดไม่เป็นที่ต้องการของตลาด มาปอกเปลือกทำความสะอาดแช่ในน้ำเกลือ ความเข้มข้น 5-10% เป็นเวลา 1 คืน แล้วล้างน้ำสะอาด บีบน้ำออกเบาๆ ซึ่งเกลือจะช่วยดึงรสฝาดและยางออกจากเนื้อกระท้อน ก่อนนำมาต้มด้วยน้ำตาลทราย และเกลือเล็กน้อย เคี่ยวด้วยไฟอ่อน น้ำตาลจะค่อยๆ ซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อ แทนที่น้ำในเซลล์ผลไม้ จากนั้น ตักกระท้อนขึ้นจากน้ำเชื่อม ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ นำไปตากแดดจัด 1-2 วัน แล้วนำกระท้อนที่แห้งหมาดมาคลุกกับส่วนผสม พริกป่น เกลือ และน้ำตาลทรายเก็บในภาชนะที่แห้ง สะอาด และปิดสนิท เช่น โหลแก้วหรือถุงซิปล็อกในบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับกระท้อน ควบคู่กับการจำหน่ายผลกระท้อนสด เป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค อีกด้วย

ซึ่ง นายชาญ จูดคง นายอำเภอเมืองลพบุรี กล่าวว่า…. “กระท้อนหวาน” ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของลพบุรี จะอยู่ใน 3 ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรี ได้แก่ ตำบลตะลุง ตำบลโพธิ์เก้าต้น และตำบลงิ้วราย ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำไหลทรายมูล เป็นภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการผลิตกระท้อนคุณภาพดี และได้รับรองจาก GI เรียบร้อยแล้ว จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่ปี 2561 สำหรับกระท้อนลพบุรี จะมีลักษณะเป็นกระท้อนกลมแป้น เปลือกบาง รสหวาน เนื้อปุย ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อสร้างความมันใจให้แก่ผู้บริโภค ผู้ที่ชื่นชอบและนิยมรับประทานกระท้อน ว่าปีนี้ผลผลิตดี มีปริมาณเพียงพอแน่นอน ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ และโปรโมท “การท่องเที่ยวเทศกาล กระท้อนหวาน ของดี จังหวัดลพบุรี ” ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตของชาวสวนกระท้อนจะออกสู่ตลาดพร้อมๆ กัน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

พสกนิกร ทำบุญตักบาตรในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ

จังหวัดลพบุรี – ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำข้าราชการและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 น. ที่ ศาลาการเปรียญ วัดกวิศรารามราชวรวิหาร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 49 รูป และเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ด้วยทรงปฏิบัติพระราชกรณีย กิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจ ทั้งในงานพระราชพิธี ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การดูแลสุขภาพความเป็นอยู่ของประชาชน โดยหนึ่งในภาร กิจสำคัญที่ทรงมุ่งมั่นจริงจัง คือ การถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด ในฐานะราชองครักษ์ผู้แข็งแกร่ง นับได้ว่าทรงเป็นต้นแบบของ “พระบรมราชินี” เป็นพระคู่บุญบารมีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นโอกาสอันดีที่ชาวจังหวัดลพบุรีและปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า จะได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ศอ.จอส.พระราชทานมทบ.37 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิ.ย. 69

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ภายใต้ “โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิ.ย. 69

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69 เวลา 1500 พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 /พร้อมด้วย จิตอาสา 904 และกำลังพลภายในค่ายเม็งรายมหาราช จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ภายใต้ “โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิ.ย. 69 โดยดำเนินการปลูกต้นไม้ จำนวน 350 ต้น ประกอบด้วย ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จำนวน 10 ต้น, ต้นชัยพฤกษ์ จำนวน 20 ต้น, ต้นกัลปพฤกษ์ จำนวน 20 ต้น, ต้นราชพฤษ์ จำนวน 100 ต้น, ต้นเหลืองเชียงราย จำนวน 100 ต้น และต้นทองอุไร จำนวน 100 ต้น ณ ด้านหน้ากองบังคับการมณฑลทหารบกที่ 37 และ พุทธสถานดอยเจดีย์ ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร. โดยมีกำลังพลจาก รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช, นฝ.นศท.มทบ.37, ผศ.ช.ร. และ รร.ทบอ.บ.ว. เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

“จิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปลูกป่า ตามโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ สนามยิงปืนทราบระยะ ค่ายสมเด็จพระบรมไตรนาถ ตำบลมอแข อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก.เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนร่วมกันฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนและพื้นที่ทางทหาร

โดยมี พันเอก ประวิธ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 /ผู้ช่วยเลขา นุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เป็นผู้กล่าวรายงานฯ มี พันเอก เสรี ทองคู่ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 /สำนักงานประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานกองทัพภาคที่ 3, ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ตั้งแต่ระดับกองพัน ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ตลอดจนกำลังพลจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ด้วยความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรม ชาติของกองทัพภาคที่ 3 ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ และการลดผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน อันจะนำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์และการอนุ รักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อสังคมและทรัพ ยากรธรรมชาติ ตลอดจนสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และชุมชนในพื้นที่ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 นำกำลังพลจิตอาสา จัดกิจกรรมจิตอาสา เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 นำกำลังพลจิตอาสา จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาโรงเรียนบัานพลายชุมพล เฉลิม พระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระ นางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน.ภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 4 รอบ 48 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ โรงเรียนบ้านพลายชุมพล ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดยมี พันเอก ประวิธ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 /ผู้ช่วยเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3, พันเอก เสรี ทองคู่ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 /สำนักงานประสานงานโครงการจิตอาสากองทัพภาคที่ 3, ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3, กำลังพลทหารจิตอาสาพระราชทาน, จิตอาสา 904 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3, สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และนักเรียนจิตอาสาพระราชทานจากโรงเรียนบ้านพลายชุมพล เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย สำนักงานประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานกองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ โรงเรียนบัานพลายชุมพล ตามแนวทางโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระวิริยะอุตสาหะและความห่วงใยในความเป็นอยู่ของประชาชนมาโดยตลอด

ซึ่งมีกิจกรรม เช่น การทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ ทาสีรั้วโรงเรียน อาคารเรียน ห้องจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ตลอดจนแจกขนม ไอศครีมแก่เด็กนักเรียน ถือเป็นการรวมพลังความสามัคคีของทุกภาคส่วนในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม พร้อมทั้งเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานด้านการทำความดีเพื่อส่วนรวม อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 4 รอบ

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 นำกำลังพลถวายพระพร เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาศทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 4 รอบ 48 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระ นางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 4 รอบ 48 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ บริเวณสโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ตลอดจนกำลังพล และจิตอาสาพระราชทาน เข้าร่วมกิจ กรรมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความจงรักภักดีและความสามัคคี

โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป เพื่อถวายพระราชกุศล พิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล พิธีถวายราชสักการะ พิธีถวายราชสดุดี และพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนม พรรษา ครบ 4 รอบ 48 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างพร้อมใจกันแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายพระพรให้ทรงมีพระพลา นามัยสมบูรณ์ แข็งแรง และทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป

นอกจากนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระ ราชทาน ภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เปิดกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อร่วมกันทำความดีและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ อันเป็นการแสดงออกถึงพลังแห่งการเสียสละและจิตอาสา ตามแนว ทางแห่งการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม ณ ศาสนสถาน กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ทั้งนี้ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในการทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเคียงคู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างเป็นอเนกประการ ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถ พระราชจริยวัตรอันงดงาม อีกทั้งยังได้ตั้งพระราชหฤทัยอันแน่วแน่ ในการสืบ สาน รักษา ต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมี ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริการทรงงาน เพื่อบรรเทาความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

กองทัพภาคที่ 3 ยังคงมุ่งมั่นในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและกิจกรรมสาธารณ ประ โยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ กำลังพล และประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ฝ่ายปกครองนิคมคำสร้อย ตรวจวัดในพื้นที่นาอุดม พบพระภิกษุ 1 รูป มีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก สมัครใจเข้ารับการบำบัด

มุกดาหาร – ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อยลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในตำบลนาอุดม หลังได้รับข้อมูลจากการข่าวว่ามีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกกุฏิพระภิกษุเป็นประจำในช่วงเวลากลางคืน ก่อนตรวจพบพระภิกษุ 1 รูป มีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก เจ้าตัวยอมรับเคยเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ และสมัครใจเข้าสู่กระบวน การบำบัดรักษา ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระเชษฐ์ อรุณอิ ศรา นายอำเภอนิคมคำสร้อย ได้มอบหมายให้นายธีรวัฒน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอนิคมคำสร้อยที่ 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

สืบเนื่องจากได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกกุฏิพระลูกวัดบ่อยครั้งในช่วงเวลากลางคืน จึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการมั่วสุมในพื้นที่

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยพบพระภิกษุจำพรรษาอยู่ภายในวัดจำนวน 5 รูป เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก่อนนิมนต์พระภิกษุทุกรูปเข้ารับการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลการตรวจพบพระภิกษุ 1 รูป คือ พระสมพร (โอ๋) อายุ 42 ปี บวชมาแล้ว 4 พรรษา มีภูมิลำเนาอยู่ในตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และมาจำพรรษาอยู่ในพื้นที่บ้านขอนแก่น ตำบลนาอุดม โดยผลการตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย

จากการสอบถามเบื้องต้น พระสมพรยอมรับต่อเจ้าอาวาสและเจ้าหน้าที่ว่า ได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จำนวน 5 เม็ด ซึ่งได้รับมาจากกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมชี้แจงสิทธิและแนวทางการเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา โดยพระภิกษุดังกล่าวได้แสดงความสมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู

ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าพบเจ้าคณะตำบลนาอุดม เพื่อดำเนินการตามหลักพระธรรมวินัย และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามมาตรการของภาครัฐ เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อยยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาที่มาของยาเสพติดและผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในชุมชนและสถานที่สำคัญทางศาสนา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่


จ.มุกดาหาร : ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
โทร. 098-869-9888

ยังดับไม่ได้ไฟไหม้เตาอบยางพารา ปะทุซ้ำหลายระลอก

มุกดาหาร – ยังดับไม่ได้ไฟไหม้เตาอบยางพารา ปะทุซ้ำหลายระลอก

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุสื่อสารฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากเทศบาลตำบลโพนทรายว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานยางพารา บริษัท ธงทอง รับเบอร์ จำกัด เลขที่ 261 หมู่ 7 ตำบลโพนทราย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ภายในเตาอบยางพารา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการสะสมความร้อนสูง แม้เปลวไฟจะยังไม่ลุกลามไปยังอาคารผลิต คลังสินค้า หรือส่วนอื่นของโรงงาน แต่ยังคงเกิดการครุไหม้และปะทุขึ้นเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อลดอุณหภูมิและป้องกันการลุกลาม

ต่อมาเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในระดับหนึ่ง และจำกัดวงเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังทรัพย์สินส่วนอื่นของโรงงาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยางพาราแปรรูปเป็นวัสดุที่สามารถสะสมความร้อนได้เป็นเวลานาน จึงยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการครุไหม้หรือปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา ล่าสุดเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าไฟยังคงลุกไหม้และปะทุขึ้นเป็นระยะภายในเตาอบ ทำให้ยังไม่สามารถยุติภารกิจได้ โดยทุกหน่วยยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

ในเวลาต่อมา นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายอาร์ม จินตนาดิลก หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมอำนวยการและบัญชาการเหตุ การณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากภายในเตาอบยังมีความร้อนสะสมและมีโอกาสเกิดการปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา

กระทั่งเวลา 16.15 น. สถานการณ์เกิดความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเตาอบยางพาราเกิดการปะทุอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผนังคอนกรีตบางส่วนแตกร้าวจากแรงดันความร้อนสะสมและก๊าซภายใน เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย พร้อมเร่งควบคุมสถานการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามเป็นวงกว้างจนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตาม จนถึงช่วงเย็นของวันเดียวกัน ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากภายในเตาอบยังมีความร้อนสะสมสูงและเสี่ยงต่อการปะทุซ้ำ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป


จ มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ 0988699888

นรข.มุกดาหาร สกัดจับเรือขน “อาโวคาโดเถื่อน” ข้ามโขงกว่า 2.4 ตัน ชี้เสี่ยงสารปนเปื้อน-ทำลายกลไกราคาช่วยเกษตรกรไทย

มุกดาหาร — นรข.เขตนครพนม โดยสถานีเรือมุกดาหาร บูรณาการกำลังร่วมกับอำเภอหว้านใหญ่ และร้อย ทพ.2103 เปิดปฏิบัติการสกัดจับขบวนการลักลอบขนสินค้าเกษตรหนีภาษี ยึดอาโวคาโดลอตใหญ่กว่า 2.4 ตัน มูลค่านับแสนบาท เผยไร้มาตรฐานเสี่ยงสารปนเปื้อน และซ้ำเติมเกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าเกษตรหนีภาษีเข้ามายังราชอาณาจักร จึงวางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งพบเรือยนต์หางยาวแล่นข้ามแม่น้ำโขงมาจอดเทียบฝั่งไทย บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านหว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ระหว่างนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยกำลังช่วยกันลำเลียงกล่องสินค้าขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มผู้ต้องสงสัยเห็นเจ้าหน้าที่ ต่างอาศัยความชำนาญในพื้นที่ทิ้งของกลางแล้ววิ่งหลบหนีไป

ล่าสุดวันนี้ (2 มิ.ย. 2569) นาวาโท โอรส พุทธโค ผู้บังคับสถานีเรือมุกดาหาร ได้แถลงผลการปฏิบัติการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ประกอบด้วย อาโวคาโดหนีภาษี จำนวน 120 ลัง
น้ำหนักรวมประมาณ 2,400 กิโลกรัม (2.4 ตัน) มูลค่าความเสียหาย: ร่วม 200,000 บาท
เรือเหล็กพร้อมเครื่องยนต์หางยาว จำนวน 1 ลำ

นาวาโท โอรส พุทธโค กล่าวเน้นย้ำถึงผลกระทบว่า “สินค้าเกษตรที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเหล่านี้ นอกจากจะไม่ได้ผ่านการตรวจมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งอาจมีสารเคมีตกค้างหรือสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคแล้ว ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลไกตลาดและระบบเศรษฐกิจ โดยเป็นการซ้ำเติมและทำลายราคาผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรไทยโดยตรง”

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลหาตัวกลุ่มผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป


วีระชัย บทมาตย์ / ข่าวสาธารณะ — รายงาน