สำนักงานคุมประพฤติ จังหวัดจันทบุรี จัดประชุมสามัญ อาสาสมัครคุมประพฤติ

          วันนี้ ( 18 ก.ค.62 ) ที่ห้องประชุมหนึ่ง ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในการประชุมสามัญ อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรมจังหวัดจันทบุรี โดยมีนางอัญชลี พงษ์พิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดจันทบุรี นำอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม จังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยพนักงานคุมประพฤติ เข้าร่วมการประชุม ทั้งนี้เพื่อ รับทราบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรม และร่วมพิจารณามีส่วนร่วมในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม โอกาสนี้ได้ร่วมปฏิญาณตนว่า จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครคุมประพฤติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ รักษาจรรยาบรรณและอุทิศตนเพื่อช่วยเหลืองานอย่างเต็มกำลังความสามรถคลอดจนรักความลับของทางราชการโดยเคร่งครัด
          สำหรับ กรมคุมประพฤติ ได้ดำเนินภารกิจหลักในการแก้ไขฟื้นฟู ผู้กระทำผิดโดยการนำภาคประชาชน ที่เป็นอาสาสมัครคุมประพฤติ เข้ามามีส่วนร่วมในการ แก้ไขฟื้นฟู ติดตามดูแล ช่วยเหลือ และสงเคราะห์ผู้กระทำผิดในชุมชน โดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดจันทบุรี มีอาสาสมัครคุมประพฤติ รวมทั้งสิ้น 178 คน เพื่อให้อาสาสมัครคุมประพฤติ รับทราบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ ของอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม และร่วมในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมโดยการนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด และการให้บริการของงานคุมประพฤติ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชาวบ้านตําบลไม้รูดเฮบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย ครั้งที่ 1/2562

          วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา ชาวบ้านตําบลไม้รูดเฮบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย จํานวน 372 ครัวเรือน นําโดย องค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด โดยมีนายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด พร้อมด้วย นส.ณัฐสินี อินทรประเสริฐ กํานันตําบลไม้รูด ได้ร่วมในพิธีมอบใบอนุญาตให้สิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าแม่นํ้า โดยมีนายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีบอบใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าแม่นํ้า จํานวน 372 ครัวเรือน ของกรมเจ้าท่าเกี่ยวกับใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างแม่นํ้า ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา ขององค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด โดยมีนายประพันธ์ ประชุมภู ปลัดอาวุโสอําเภอคลองใหญ่ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู้หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมร่วมรับมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้า โดยมี นายวงศกร นราธาวา ผู้อํานวยการสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด ได้กล่าวถึง กระบวนการออกใบอนุญาตของพื้นที่ตําบลไม้รูด และยังกล่าวว่ามีความยินดีด้วยที่ตําบลไม้รูดได้ร่วมมือร่วมใจกันเป็นจํานวนมากที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ จึงได้ร่วมตัวกระบวนการขับเคลื่อนและการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตําบลไม้รูดต่อไป จึงพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตํารวจ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด และอีกหลายหน่วยงานเข้าร่วมมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้าจํานวน 372 ครัวเรือน ในพื้นที่ตําบลไม้รูด ตั้งแต่ หมู่ 1-2-3 ตําบลไม้รูด หลังจากมอบใบอนุญาตเสร็จทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้รับอนุญาตจะต้องชําระค่าตอบแทนเป็นรายปี ให้กับทางราชการ ที่บ้านพักอาศัย ตามรางเมตรละ 5 บาท ต่อปี ด้วย ตามกฎหมายกระทรวงฯต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค

ฝูงหมาแม่ลูกอ่อนรุมขย้ำเด็กวัยขวบเศษเละทั้งตัว แม่เข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลประจันตคาม

     วันนี้ 18 กรกฎาคม 2562 น.ส.ดลนภา แซ่อึ้ง อายุ 30 อยู่บ้านเลขที่ 205 ม.15 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มารดาของ ด.ญ.น้องชะเอม (น้องภา) นามสมมุติวัยขวบเศษ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บุตรสาวของตนได้เดินเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก ได้มีสุนัขจำนวนหลายตัวเข้ามารุมกัดบุตรสาวของตนจนส่งเสียงร้องไห้ดังลั่น และมีบาดแผลจำนวนหลายแผลจนเลือดไหลเต็มตัว จากนั้นจึงได้เข้าช่วยเหลือบุตรสาวออกจากสุนัขได้ และให้ย่า คือ นางวาสนา โพธิ์งาม อายุ 50 ปี นำบุตรสาวไปส่งให้แพทย์โรงพยาบาลประจันตคามรักษาบาดแผล และแพทย์ได้ทำการรักษา เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว พร้อมให้นอนพักที่โรงพยาบาล
      โดย น.ส.ดลนภา เล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า สุนัขประมาณ 5-6 ตัว มีลูกสุนัขที่พึ่งคลอดออกมาอีกนับ 10 ตัว ซึ่งเจ้าของสุนัข มีบ้านอยู่บริเวณใกล้กัน มักเลี้ยงสุนัขแบบปล่อย ซึ่งสุนัขมักไล่กัดเด็กๆอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่รุนแรงเหมือนกับที่รุมกัดลูกสาวของตน หลังจากหน่วยงานทราบเรื่อง โดยทาง ปศุสัตว์อำเภอประจันตคาม จะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีต่อไป และต่อมา นายชวนินทร์ วงศ์สถิต จิรกาล นายอำเภอประจันตคาม พร้อมด้วยกาชาดอำเภอ ได้เข้าเยี่ยมหนูน้อยที่โรงพยาบาลประจันตคาม และได้มอบอาหารแห้ง พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ พร้อมผู้มีจิตศรัทธาเข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของพร้อมเงินช่วยเหลือน้องแอนฟิลด์หนูน้อยป่วยขาโต

     วันนี้ 17 กค.62 ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8 สจ.เสน่ห์พิทักษ์กร นายสมประสงค์ วังแก้วหิรัญ ที่ปรึกษาพิเศษนายกอบจ.ชลบุรี นายธธีร์ทัย บุญบรรเจิดศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สส.ชลบุรีเขต 8 นายหาญพล เชาว์ศิลป์ ที่ปรึกษาพิเศษ สส.ชลบุรีเขต8นักเรียนโรงเรียนสิงห์สมุทรกลุ่มเยาวชนจิตอาสากลุ่มเปิดหีบเปิดใจ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือ หนูน้อยวัยขวบเศษที่ป่วยขาโต ด้วยอาการบวมน้ำเหลือง ซึ่งพักอาศัยอยู่กับคุณแม่และคุณยาย
     ด.ช.ธนกฤติ คล้ายเจียว (น้องแอนฟิลด์) วัยขวบเศษ นั้นป่วยเส้นเลือดแดงผิดปกติ บวมน้ำเหลืองตั้งแต่กำเนิดส่งผลให้ลูกอัณฑะโต ขาขวาโต แม่มีอาชีพรับจ้างรายได้น้อย ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการรักษาและผ่าตัดขาของ น้องซึ่งทางครอบครัวของน้องพักอาศัยอยู่(หมู่บ้านเอื้ออาทร นาจอมเทียน)เป็นบ้านเช่าน้องต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาตัวที่ รพ.ศิริราช ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง
ในวันนี้ ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8พร้อมทีมงานได้เข้าเยี่ยมสอบถามอาการของน้องแอนฟิลด์รวมทั้งได้เข้าให้ความช่วยเหลือกับน้องแอนฟิลด์และได้มอบของใช้จำเป็นสำหรับน้องแอนฟิลด์รวมทั้งมอบเงินสดจำนวนหนึ่งเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการของน้องแอนฟิลด์ อีกด้วย
      นส.ลัดดาวัลย์ อุ่นศิริ แม่ของน้องแอนฟิลด์ได้กล่าวขอบคุณ ดร.เอ สถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8และทุก ๆท่านที่ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจและเข้ามาให้การช่วยเหลือน้องแอนฟิลด์โดยในวันที่25-26 ก.ค น้องแอนฟิลด์จะต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อทำการรักษาฉีดสี และในวันที่15-16 ส.ค. ต้องทำการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการของน้องต่อไป
     ท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือน้องแอนฟิลด์และจะร่วมบริจาคเงินใช้ในการรักษาพยาบาลให้กับน้องก็สามารถร่วมบริจาคได้ที่เลขที่บัญชี 620 611 4784 ธนาคาร ธนชาต ชื่อบัญชี ลัดดาวัลย์ อุ่นศิริ และขอย้ำว่ามีบัญชีนี้เพียงบัญชีเดียวเท่านั้น

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พุทธศาสนิกชนชาวอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ร่วมประกาศตนเป็นพุทธมามกะ และเวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา

         วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เมื่อเวลา 19.30.น.นายวิระชาญ ประทีปาระยะกุล นายกเทศบาลตําบลคลองใหญ่ นําส่วนราชการ พ่อค้า แม่ค้า นักศึกษา เยาวชน ทหาร ตํารวจ และคนไทยพลัดถิ่นเข้าร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจําปี 2562 โดยมี พระครูวุฒิสารธรรมคุณ เจ้าอาสวัดคลองใหญ่ นําสวดเจริญพระพุทธมนต์ 108 จบ พร้อมบรรยายธรรมเทศนาแก่เหล่าพุทธศาสนิกชน ที่เข้าร่วมในพิธีเป็นจํานวนมาก           สําหรับกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจําปี 2562 ที่หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนวัดต่างๆในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม เนื่องในโอกาสดังกล่าวขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องจากวันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่มีความสําคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสมมาสัมพุทธเจ้า พระศาสดาของพระพุทธศาสนา ที่เกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 คราว ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงได้ถือโอกาสร่วมบําเพ็ญกุศลในวันดังกล่าว ด้วยการทําบุญตักบาตร สมาทานศีล 5 ฟังธรรมเทศนา หรือเจริญจิตภาวนา เพื่อประกาศตนเป็นพุทธมามกะ และร่วมพิธีเวียนเทียน เป็นต้น อย่างไรก็ตามนอกจากการบําเพ็ญกุศลดังกล่าวแล้ว ยังได้มีการเชิญชวนประชาชนร่วมปฎิบัติธรรม โดยการ ลด ละ เลิกอบายมุขต่างๆอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค

สามียิงภรรยาเสียชีวิตแล้วยิงตัวตายสาเหตุคาดหึงหวง

      เหตุเกิดคาดว่าสามีเกิดความหึงหวง คว้าปืนยิงภรรยาเสียชีวิตแล้วยิงตัวเองตามบาดเจ็บสาหัสสุดท้ายเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาล
     ที่นครนายก (เมื่อเวลา13.30น) (วันที่17ก.ค.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยสว่างอริยะธรรมสถานจุดองครักษ์ พร้อมด้วยแพทย์เวร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งว่า ผู้ถูกยิงเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ที่6 ตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิง ต่อมาทราบชื่อนางใจชื่น บุตรดี อายุ40ปี เป็นภรรยาของนายอุดร พุทธศิริ อายุ39ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ส่วนนายอุดร กู้ภัยรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะหลังจากใช้ปืนขนาด.22แบบไทยประดิษฐ์ยิงภรรยาตัวเองเสียชีวิตแล้ว ก็ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองเพื่อหวังจะตายตามภรรยาไป แต่กู้ภัยได้เข้าช่วยชีวิตและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาโดยค้นที่ตัวของนางใจชื่นผู้เสียชีวิต พบยาบ้าจำนวน5เม็ดอยู่ในกระเป๋ากางเกง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบถามพี่สาวของนายอุดร เล่าว่านายอุดรเมื่อ 2 ปีก่อนก็เคยก่อเหตุอุ้มลูกน้อยตะปีนเสาโทรศัพท์เพื่อประชดภรรยามาแล้ว จนเป็นข่าวโด่งดัง หลังจากนั้นได้เลิกรากับภรรยาคนนั้นไป แล้วมาได้ภรรยาใหม่ซึ่งหน้าตาดี และมักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำเพราะเรื่องหึงหวง ก่อนเกิดเหตุในวันนี้ทั้ง2คน ได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น1ครั้ง และเห็นน้องชายตนเองขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปโดยทิ้งภรรยานอนแน่นิ่งอยู่บริเวณหลังบ้าน ญาติๆจึงจะช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่นายอุดร ได้ขับรถกลับเข้ามาที่เกิดเหตุและได้ชักปืนข่มขู่คนในบ้านว่าอย่ามายุ่งจนทำให้ญาติวิ่งหนีกันไป หลังจากนั้นนายอุดรจึงได้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองที่บริเวณใต้ราวนมซ้าย1นัด จนร่างล้มลงกองกับพื้น หลังจากนั้นจึงได้รีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือเพราะนายอุดร อาการสาหัสและได้เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล มศว.องครักษ์ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นสันนิฐานว่าสาเหตุของการเหตุในครั้งนี้น่าจะมาจากการที่สามีระแวงภรรยาเพราะภรรยาหน้าตาดี หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้หาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัดอีกที

สัมภาษณ์พี่สาวของผู้ที่ก่อเหตุ

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เหตุว.40 เกิดเหตุรถยนต์ชนกันกลางสามแยกไฟแดง ตร.ถามไฟเขียวทั้งคู่ ยายกับหลานสาว 2คนบาทเจ็บ

          มุกดาหาร เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะจาก บุริรัมย์ และมาจากอุบล ชนกันกลาง 3 แยกไฟแดงเมืองมุกดาหาร รถทั้ง 2 คันด้านหน้าพังยับเยิน ยายกับหลานสาว 2 คนได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลเมืองมุกดาหาร

          เมื่อเย็นของวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันอยู่กลาง 3 แยก บ้านคำภูเงิน ถนน มุกดาหาร- ดอนตาล เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร มีผู้ใหญ่และเด็กได้รับบากเจ็บหลายราย จึงร่วมมูลนิธิธงแดง มุกดาหารร่วมไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ TOYOTA สีดำทะเบียน บน-4012 บุริรัมย์

          สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินคนขับคือนางเดือนเพ็ญ คําแก้ว ขณะจะขับรถเข้าไปในตัวเมืองมุกดาหาร มาเกิดอุบัติเกตุได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก ส่วนรถอีกคันเป็นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน ผจ-6196 อุบลราชธานี กำลังขับรถออกจากตัวเมืองมุกดาหาร แต่พอขับมาถึง 3 แยกไฟแดงจุดเกิดเหตุ ก็เกิดชนกันจน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน

          คนขับอีกคันคือ นายวินัย จันทวี ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ตรวจสอบด้านในรถพบยายกับล้านสาว 2 คน โดยสารมาด้วยกันคนโตเรียน ป2.ส่วนคนเล็กอายุ 3 ปี ทั้ง 2 ได้รับบาดเจ็บที่คอและมีอาการปวดศีรษะ ส่วนยายมีอาการเจ็บปวดศีรษะจากการถูกแรงกระแทก ต้องนำส่งโรงพะยาบาล ส่วนรถทั้ง 2 คันจอดอยู่ช่องกลางเกาะกลางถนน

ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ยังพบทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย เสาโคมไฟส่องสว่างอยู่เกาะกลางถนน ขาดตกลงมาได้รับความเสียหาย ซึ่งจากการสอบสวนเพื่อหาผู้รับผิดชอบจากการขับรถโดยประมาทแต่คนขับทั้ง 2 ฝ่าย ต่างอ้างว่าขับผ่าน 3 แยกจุดเกิดเหตุขณะยังเป็นสัญญาณไฟเขียวไม่ได้ฝ่าไฟแดงแต่อย่างใด

          แต่ตรงจุดเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิดอย่างไรก็ตามอุบัติเหตุครั้งนี้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่าไฟแดงเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญทั้ง 2 ฝ่ายไปที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อสอบสวนคู่กรณีหาฝ่ายใดเป็นผู้ขับรถด้วยความประมาทต้องรับผิดชอบทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย และทรัพย์สินของทางราชการเสียหายต้องชดใช้ต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ทหารพราน 2110 ปฏิบัติการ “ยึดเรือ” ขนไม้พะยูงข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขง

         มุกดาหาร กองร้อยทหารพรานที่ 2110 สนธิกำลังฝ่ายความมั่นคง ตํารวจตระเวนชายแดน ด่านศุลกากร ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.มุกดาหาร ร่วมกันตรวจยึดเรือขนไม้พะยูงข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณท่าสูบน้ำ บ้านนาห้วยกอก อำเภอดอนตาล ขณะลำเลียงเตรียมส่งฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

        เมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 กองร้อยทหารพรานที่ 2110 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้สั่งการให้ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อยทหารพราน 2110 เพิ่มความระมัดระวังเฝ้าติดตามกลุ่มขบวนการการค้ายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่รับผิดชอบ จนกระทั่งสืบทราบว่า กลุ่มขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติจะลำเลียงไม้พะยูงข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

        จนกระทั่ง เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด โดย ร้อย.ทพ.2110 ( ชป.ฐานวรพัฒน์ ) ซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณบ้าน นาห้วยกอก ตำบลตอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ครั้นเมื่อเวลา 09.00 น. พบรถกระบะโตโยต้า สีบอร์นเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนบรรทุกชายฉกรรจ์ประมาณสิบกว่าคน มาส่งลงไว้ จนกระทั่งมีรถเก๋งมาสด้า สีดำ ไม่ทราบทะเบียน วิ่งมาจอดและถอยหลังลงไปริมฝั่งแม่น้ำโขง กลุ่มชายฉกรรจ์ได้ช่วยกันขนไม้พะยูงลงเรือ เจ้าหน้าที่ จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นกลุ่มชายดังกล่าวเห็น เจ้าหน้าที่ จึงได้ทิ้งไม้พะยูงและวิ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่วิ่งไล่ติดตามไปก็ไม่ทัน จึงเข้าทำการตรวจสอบโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบไม้พะยูงว่างอยู่ในเรือกีบหางยาวจำนวนหนึ่ง และวางอยู่ในน้ำอีกจำนวนหนึ่ง นับได้จำนวน 22 ท่อน/เหลี่ยม เรือกีบหางยาวจำนวน 1 ลำ เครื่องยนต์เรือหางยาวจำนวน 1 เครื่อง รวมเป็นมูลค่าหลายแสนบาท และได้ประสานส่งของกลางให้กับด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน ร่วมงานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 68 รูป ในงานสัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และ วันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 ณ.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร.

        วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.00 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ เป็นประธานในพิธี ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 68 รูป ในงานสัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และ วันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร กทม.

        ต่อมาทางด้าน นายทวีศักดิ์ฯ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. ร่วมกับ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดงานสัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 10-17 กรกฎาคม 2562 ณ.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ โดยภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมสำคัญต่างๆ อาทิ กิจกรรมเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก ระหว่างวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2562 เวลา 14:00 น. -15:00 น. บริเวณศาลาการเปรียญ ณ.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ซึ่ง กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพเทศน์มหาชาติกัณฑ์ที่ 13  “กัณฑ์นครกัณฑ์” กัณฑ์สุดท้ายของการเทศน์มหาชาติ ในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 68 รูป เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 ในครั้งนี้

        ทั้งนี้ประวัติความเป็นมาของ วันอาสาฬหบูชา นี้เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา คือ มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 3 ประการ ดังนี้

  1. เป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ ทั้ง 5 โดยมีใจความสำคัญคือ อริยสัจ 4 อันหมายถึงความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค
  2. เป็นวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก
  3. เป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบองค์ 3 คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ 

        โดยเหตุการณ์ที่กล่าวจึงเป็นการสมควรที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะได้ร่วมกันปฏิบัติศาสนกิจและน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน

        เบื้องต้นงานในวันนี้มี นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย นายเจษฎา ประภาสะวัต หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ และ นายคณิต ชุมช่วย หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ สนง.เขตพระนคร คอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและหน่วยงานต่างๆที่มาร่วมงาน โดยกิจกรรมในวันนี้มีตัวแทน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน เดินทางมาเข้าร่วมงานทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก

        สุดท้ายนี้ นายทวีศักดิ์ฯ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ลด ละ เลิกอบายมุข ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท คุณธรรม 4 ประการ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เมื่อคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี  ประกอบด้วย ประการที่ 1 คือการรักษาความสัจ ความจริงใจ ต่อตนเองที่จะประพฤติปฏิบัติ แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม ประการที่ 2 คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสัจความดีนั้น ประการที่ 3 คือ การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัตย์สุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด และประการที่ 4 คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักเสียสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง รวมทั้งดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงออกซึ่งความรักเทิดทูนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันหลักที่สำคัญของชาติ ต่อไป.


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม “พนักงานเทศกิจ ส.1” รายงาน

ดร เอ สะถิระ สส. สัตหีบ พร้อมผู้มีจิตศรัทธาร่วมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ยากไร้

         วันนี้16 ก.ค. ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรีเขต 8 สจ.เสน่ห์พิทักษ์กร นายสมประสงค์. วังแก้วหิรัญ.ที่ปรึกษาพิเศษนายกอบจ.ชลบุรี นายธธีร์ทัย บุญบรรเจิดศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สส.ชลบุรีเขต 8 นายหาญพล เชาว์ศิลป์ ที่ปรึกษาพิเศษ สส.ชลบุรีเขต8 นักเรียนโรงเรียนสิงห์สมุทร กลุ่มเยาวชนจิตอาสากลุ่มเปิดหีบเปิดใจ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงและผู้ยากไร้ในเขตพื้นที่พูลตาหลวง แสมสาร และพื้นที่นาจอมเทียนจำนวน 14 หลังคาเรือน ได้มอบ เครื่องใช้อุปโภคบริโภค และถุงยังชีพ และได้สอบถาม เกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขต่อไปและเพื้อส่งเสริมให้เยาว์ชนรู้จักการทำงานช่วยเหลือสังคมในชุมชน
          สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ทุกคนที่ประสงค์อยากเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม สร้างอาสาสมัครและพัฒนาสังคมในรูปแบบต่างๆ ในความเป็น”อาสาสมัคร” นั้นไม่จำเป็นต้องลงแรงกายและเวลามากมายมหาศาลก็ได้ และไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีสถานะทางสังคมแบบไหน ประกอบอาชีพอะไร ขอแค่มีจิตใจอาสาเพื่อส่วนรวมและมีเวลาน้อยนิดในแต่ละวันเพียงพอให้ได้ลงมือหยิบจับการเป็นอาสาสมัครในวันหยุดสุดสัปดาห์สักหนึ่งวันต่อสัปดาห์ คุณก็สามารถเป็นอาสาสมัครได้
          ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.เขต 8 ชลบุรี กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของโครการเปิดหีบเปิดใจ เพื่อที่ส่งเสริมสนับสนุนให้คนในชุมชนไม่ว่าจะเป็นเพศใดอายุเท่าไหร่ให้รู้จักการมีน้ำใจต่อกันต่อคนในชุมชนในโครงการเปิดหีบเปิดใจ ให้อาสาสมัครเข้ามาไม่ว่าจะเป็นช่องใด เว็ปหรือในช่องทางกลุ่มเปิดหีบเปิดใจในการที่จะเป็นอาสาสมัครคอยดูแลคนในชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงที่ตัวเองอาศัยอยู่ในระยะ 5ถึง 10 กิโลเมตร ให้แจ้งกับทีมงานเปิดหีบเปิดใจก็จะส่งทีมเข้าไปเยี่ยมถ้ามีเวลาจะนำเยาวชนเข้าไปเยี่ยมเป็นการปลูกฝังให้มีน้ำใจกับคนในชุมชนและยังเป็นการปลูกฝังการ ให้ ซึ่งผู้สูงอายุแต่ละท่านก็มักจะอยู่บ้านไม่ได้คุยกับใครไม่ได้เจอใคร วันนี้จึงพาลูกหลานในอำเภอสัตหีบของเราเป็นนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนสิงห์สมุทร และระดับมหาวิทยาลัยมาเยี่ยมคุณยายก็ได้เปรียบเสมือนลูกหลานคนหนึ่งของเขา เป็นเหมือนกำลังใจและในส่วนของเครื่องอุปโภคบริโภคก็เป็นเหมือนส่วนหนึ่งเป็นการบรรเทาทุกข์บ้าง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือปลูกฝังคนในชุมชนอำเภอสัตหีบของเราให้รู้จักการให้และมีน้ำใจต่อกัน

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก