กองทัพเรือ จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย”

กองทัพเรือ จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศ ไทย” พร้อมการมอบผ้าห่มกันหนาว อุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเวชภัณฑ์ให้กับประชาชนและโรงเรียนในพื้นที่ จ.นครพนม

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.30 น. พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานมอบผ้าห่มกันหนาว อุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬาและเวชภัณฑ์ให้กับประชา ชนและโรงเรียนในพื้นที่ จ.นครพนม โดยมีคุณกีรตา พันธุ์เอี่ยม นายกสมาคมภริยาทหารเรือ, นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ, ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ร่วมมอบผ้าห่มกันหนาวในครั้งนี้ ในโอกาสที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยและบำรุงขวัญกำลังพลที่ปฏิบัติงาน ณ กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม

การมอบผ้าห่มกันหนาว อุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬาและเวชภัณฑ์ให้กับประชาชนและโรงเรียนในพื้นที่ จ.นครพนมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ถึงความเสียสละของบูรพกษัตริย์และบรรพบุรุษของไทย ทำให้เกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และหวง แหนในอธิปไตยของชาติ อีกทั้งยังเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหนาว รวมทั้งให้การสนับสนุนอุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเวชภัณฑ์แก่โรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง โดยมีกิจกรรมต่างๆประกอบด้วย การบรรยายพิเศษฯ การมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับพี่น้องประชาชน การมอบอุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเวชภัณฑ์ให้กับโรงเรียน และการอัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มอบให้กับผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่

โดยในเวลา 11.00 น. นายกสมาคมภริยาทหารเรือ พร้อมคณะกรรมการฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้เปราะบางในพื้นที่ พร้อมอัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มอบให้กับผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 5 ราย ในพื้นที่ ต.อาจสามารถ และมอบสิ่งของสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนซึ่งเป็นพันธมิตรของกองทัพเรือ ประกอบด้วยธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนผ้าห่มกันหนาว กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ ให้การสนับสนุนลูกฟุตบอล ชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพเรือ (พสบ.ทร.) ให้การสนับสนุนอุปกรณ์การศึกษา และองค์การเภสัชกรรมให้การสนับสนุนเวชภัณฑ์


กองทัพเรือ

ผู้บัญชาการทหารอากาศ เดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ตามคำเชิญอย่างเป็นทางการ ในระหว่างวันที่ 6 – 7 กุมภาพันธ์ 2567

ผู้บัญชาการทหารอากาศ และนายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ พร้อมคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ตามคำเชิญอย่างเป็นทางการ ในระหว่างวันที่ 6 – 7 กุมภาพันธ์ 2567

พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ตามคำเชิญอย่างเป็นทางการ โดยเมื่อเดินทางถึงฐานทัพอากาศฮาลิม ผู้บัญชาการทหารอากาศได้รับเกียรติจาก นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา และผู้ช่วยทูตทหารไทยทั้ง 3 เหล่าทัพ ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนในเรื่องต่าง ๆ

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้รับเกียรติเป็นประธานในพิธีการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และลงนามในสมุดเยี่ยมของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศอินโดนีเซีย ในโอกาสนี้ ได้เข้าเยี่ยมคำนับ พลอากาศเอก Fadjar Prasetyo เสนาธิการทหารอากาศอินโดนีเซีย (เทียบเท่าผู้บัญชาการทหารอากาศ)

และในช่วงบ่ายเดินทางเข้าเยี่ยมคำนับ พลเอก Agus Subiyanto ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ณ กองบัญชาการทหารสูงสุดอินโดนีเซีย ซึ่งการแลกเปลี่ยนการสนทนาระหว่างกันของทั้งสองฝ่าย เน้นกระชับความสัมพันธ์ที่มั่นคงของทั้งสองกองทัพ และผลักดันความร่วมมือต่าง ๆ ให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการพบปะพูดคุย สร้างความเข้าใจโดยเฉพาะกิจกรรมการประชุมการแลกเปลี่ยนตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาระดับสูงจนถึงผู้ปฏิบัติงาน เช่น การประชุม Air Working Group ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความร่วมมือ ประสานงานระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพอากาศอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา ด้านการฝึก และการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการในด้านต่าง ๆ ของทั้งสองกองทัพให้มีเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพของกองทัพอากาศในการฝึกการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance and Disaster Relief : HADR) ของกองทัพอากาศอาเซียนในปี 2025 (ASEAN Exercise 2025) ณ สนามบินน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โดยเชิญชวนกองทัพอากาศอินโดนีเซีย และกองทัพแห่งชาติอินโดนีเซียได้เข้าร่วมการฝึกฯ ครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้หารือในประเด็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในด้านการส่งกำลังบำรุงและซ่อมบำรุง และการขยายความร่วมมือด้านการฝึกระหว่างกองทัพอากาศของทั้งสองชาติ


กองประชาสัมพันธ์สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ

พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทสส. ร่วมคณะ นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา และภริยา เดินทางเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของรัฐบาล

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคุณปัญญดา หนุนภักดี นายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมคณะ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit) ณ ทำเนียบรัฐบาล

โดย นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเสร็จสิ้นพิธี ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือข้อราชการในด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ ซึ่งการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสในการขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประเทศไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน การเพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุน การส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่ง และการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน รวมถึงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนสองประเทศ อันแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่แน่นแฟ้น และความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน


กองบัญชาการกองทัพไทย

พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทสส. ตรวจเยี่ยมตลาดนัด “RTARF MARKET”

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคุณปัญญดา หนุนภักดี นายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย ตรวจเยี่ยมตลาดนัด “RTARF MARKET” ซึ่งเป็นกิจกรรมการออกร้านจำหน่ายสินค้าของกำลังพล กองบัญชาการกองทัพไทย ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากความสำเร็จของเพจ “ทหารมาขายของ” ซึ่งเกิดขึ้นจากกำลังพลกลุ่มเล็กๆ ของกองบัญชาการกองทัพไทย ได้มารวมตัวกันในการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ตามความถนัดของตนเอง หรือสินค้าที่ครอบครัวผลิตขึ้น โดยใช้เวลานอกเวลาราชการในการจำหน่ายสินค้า ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี และมีผู้ติดตามเพจดังกล่าว ทั้งในส่วนของผู้ซื้อและผู้ขายเป็นจำนวนมาก นำมาสู่การจัดตลาดนัด “RTARF MARKET” เพื่อต่อยอดและส่งเสริมกิจกรรมที่ดีนี้ต่อไป โดยในวันนี้ มีร้านค้าของกำลังพลเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าประเภทต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 45 ร้าน อาทิ พืชผักสวนครัว อาหารสด อาหารแห้ง ขนม เบเกอรี่ อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ผลไม้ เครื่องดื่ม และของใช้ในครัวเรือน ควบคู่กับการจัดแสดงดนตรี และกิจกรรมสันทนาการ จากสำนักสวัสดิการทหาร

ทั้งนี้ ได้กำหนดให้จัดตลาดนัด “RTARF MARKET” ขึ้นในทุกวันพุธแรกของเดือน ตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพลให้อยู่ในระดับที่ดี มีขวัญ กำลังใจในการปฏิบัติงาน รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความสุข ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี และมีความสัมพันธ์ที่ดีในการปฏิบัติงาน เพื่อเป็น #oneteamทัพไทย ที่เข้มแข็งร่วมกันต่อไปในอนาคต


กองบัญชาการกองทัพไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา” นำ นายกฯ กัมพูชา และภริยา เข้าเฝ้าฯ

วันนี้ ๗ กุมภาพันธ์ 2567 เวลา ๑๘.๐๓ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต (Samdech Moha Borvor Thipadei Hun Manet)นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา และ โลก จุมเตียว ดอกเตอร์ปึช จันทมนนี ฮุน มาแนต (Lok Chumteav Dr.Pich Chanmony Hun Manet) ภริยา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล

ในโอกาสนี้ นางพักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
ปัจจุบัน ราชอาณาจักรกัมพูชามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ พระประมุขพระองค์ปัจจุบัน คือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี และมี สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยและราชอาณาจักรกัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งในระดับรัฐบาลและผู้นำรัฐบาลทั้งสองฝ่าย มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูง และมีการดำเนินการในความร่วมมือที่สำคัญด้านต่างๆที่ดำเนินไปด้วยความราบรื่นและแนบแน่นยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ของประเทศไทย ยังได้เสด็จ
พระราชดำเนินและเสด็จไปทรงเยี่ยมประชาชนชาวกัมพูชาอีกหลายครั้ง กับพระราชทานโครงการความช่วยเหลือด้านต่างๆ อาทิ ด้านการศึกษา และด้านการสาธารณสุข เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวกัมพูชา โดยเฉพาะหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา


ตำรวจทางหลวงเข้ม!! จับจริงรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

สุพรรณบุรี – ตำรวจทางหลวงเข้มจับจริงรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.ชาคริต มงคลศรี รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รองผบก.ป.ปรท./รองผบก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์, พ.ต.ท.กฤตย์ ธีรเวศย์สุวรรณ รองผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ต.โจ เสาร์ประโคน สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. สั่งการให้ ร.ต.อ.อำนาจ สีนวล รอง สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.รณฤทธิ์ สุทธิจิตรอง สว.(ป.) ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล., ด.ต.อาทิตย์ พูลโพธิ์ ทอง, ด.ต.โสภณ ตะพัง, ส.ต.อ.รชานนท์ คล้ายทอง ผบ.หมู่ ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. เข้มงวดกวดขันจับกุมรถบรรทุกผิดกฎหมาย บรรทุกน้ำหนักเกินที่ก่อให้เกิดอันตราย

ต่อมาเวลา 16.30 น. วันที่ 7 ก.พ.ขณะที่ ด.ต.อาทิตย์ พูลโพธิ์ทอง, ด.ต.โสภณ ตะพัง, ส.ต.อ. รชานนท์ คล้ายทอง ผบ.หมู่ ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบไปตามทาง หลวงหมายเลข 321 (ขาเข้านครปฐม) กม.64-65 หมู่ 7 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณ บุรี พบรถบรรทุกพ่วง ยี่ห้ออีซูซุ สีเหลือง หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 86-0323 สุพรรณบุรี ลูกพ่วง 86-0324 สุพรรณบุรี ลักษณะรถบรรทุกน้ำหนักเกิน จึงเรียกจอดเพื่อขอตรวจสอบ ทราบชื่อคนขับคือนายมานิตย์ เกิดนุษา อายุ 42 ปีบ้านอยู่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

สอบถามนายมานิตย์ เกิดนุษา อายุ 42 ปีคนขับ เล่าว่า ตนขับรถบรรทุกเมล็ดข้าวโพด มาจาก อ.บ้านไร่ จะไปส่งโรงงานที่ จ.ราชบุรี เจ้าหน้าที่จึงนำรถไปชั่งตรวจสอบน้ำหนัก พบว่าบรรทุกน้ำหนักเกิน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ใช้ยานพาหนะน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดเดินบนทางหลวง” โดยเกินกว่ากฎหมายกำหนดไป 10,760 กก. จึงควบคุมตัวคนขับพร้อมของกลางรถบรรทุกข้าวโพดส่ง พนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย การจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินเป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ที่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงออกกวดขันปราบปรามรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดบนทางหลวงแผ่นดิน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

วพบ.สุพรรณบุรี มอบใบสัมฤทธิผลการศึกษาแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 26

สุพรรณบุรี – วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนกจัดพิธีมอบใบสัมฤทธิผลการศึกษา แก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 26

วันที่ 7 ก.พ. 2567 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ได้จัดพิธีมอบใบสัมฤทธิผลการศึกษา แก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 26 จำนวน 96 คน โดย มีนางอภิญญา เอี่ยมอำภา รอง ผวจ. สุพรรณบุรี เป็นประธาน มีนายแพทย์รัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก และผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี และรองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลต่างๆในจังหวัดสุพรรณบุรี คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ให้การต้อนรับ และร่วมเป็นเกียรติในพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มปฏิบัติงานเกิดความภาคภูมิใจในสถาบัน และวิชาชีพ

สถาบันพระบรมราชชนก เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 5 เมษายน 2562 โดยมีวิทยาลัยในสังกัดรวมทั้งสิ้น 42 แห่ง เป็นวิทยาลัยพยาบาลจำนวน 30 แห่ง วิทยาการสาธารณสุขสิรินธร 7 แห่ง วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก 1 แห่ง และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี 1 แห่ง และศูนย์แพทยศาสตร์ชั้นคลินิกในสังกัดคณะแพทย์ศาสตร์ จำนวน 3 แห่ง ผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐเพื่อให้มีความรู้ความสามารถทางวิชาการและทักษะในวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความสำนึกต่อสังคมและเพื่อให้มีศักยภาพในการเรียนรู้ด้วยตนเอง

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี เป็นวิทยาลัยพยาบาลหนึ่งใน 30 แห่งสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ก่อสร้างขึ้น โดยดำริของ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ที่เห็นว่าการก่อตั้งวิทยาลัยพยาบาลในจังหวัดภาคตะวันตก จะทำให้เยาวชนในเขตภูมิภาคนี้ ไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียน ที่จังหวัดอื่น ๆ เริ่มรับนักศึกษาเข้าศึกษา รุ่นที่ 1 หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต เมื่อเดือนมิถุนายน 2538 และต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2553 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาวิทยาลัย การจัดการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ดังกล่าว ได้ผลิตพยาบาลไปปฏิบัติงานในสถานบริการสาธารณสุขต่างๆ จำนวนกว่า 3,000 คน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

รองผบ.ตร. มอบเงินบริจาคช่วย 23 ครอบครัวโรงพลุระเบิด

สุพรรณบุรี – รอง ผบ.ตร. มอบเงินบริจาคช่วย 23 ครอบครัวโรงพลุระเบิด

ที่วัดโรงช้าง ตำบลศาลาขาว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ก.พ. 67 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. เดินทางเป็นประธานพิธี มอบเงินที่ได้เปิดรับบริจาคเพื่อครอบครัวผู้ประสบภัยโรงงานพลุระเบิด ให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 23 ราย โดยมีพล.ต.ท. นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7., พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมในพิธี

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังเกิดเหตุพลุระเบิด ทางตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ได้บัญชีรับบริจาคเงินช่วยเหลือจากพี่น้องข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไป ชื่อบัญชี “เงินบริจาคเพื่อครอบครัวผู้ประสบภัยโรงงานพลุระเบิดจังหวัดสุพรรณบุรี” ระหว่างวันที่ 19-31 มกราคม 67 มีผู้บริจาคเงินทั้งสิ้น 973,810.54 บาท และตนได้ร่วมสม ทบเพิ่มอีกทำให้มียอดเงินจำนวน 989,000 บาท จากนั้นได้เฉลี่ยเงินบริจาคให้ครอบครัวผ็ประสบเหตุได้ครอบครัวละ 43,000 บาทถ้วน ซึ่งเงินที่ได้รับมาจากข้าราชการตำรวจและพี่น้องประชาชน ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยเพื่อบริหารควบคุมการรับบริจาคให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวัตถุประสงค์อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

การเดินทางมามอบเงินในวันนี้ ท่านบัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ตนเดินทางมา ท่านฝากแสดงความเสียใจ พวกเราผมเอง และตำรวจภูธรภาค 7 สุพรรณบุรี ต้องขอแสดงความเสียใจกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ของพี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรี และญาติที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานพลุไฟระเบิด เราเป็นตำรวจไม่ได้ต้องการอะไรจากประชาชนเลย เรามีเจตนาเดียว มุมหนึ่งของตำรวจ ที่มีหน้าที่ในการสืบสวน สอบสวน เหตุการณ์หรือความผิดใดๆที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้ เราควรจะให้ช่วยเหลือในฐานะมนุษยชน

ส่วนความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้มีการสอบสวนพยานไปถึง 20 กว่าปากแล้ว โดยสอบสวนญาติผู้เสียชีวิตได้ทั้งหมด และสอบสวนพยานแวดล้อม ซึ่งได้ยินเสียง และออกมาดู สอบ สวนผู้ที่เคยทำงานช่วงเวลาเกิดเหตุอยู่ข้างนอกพอดี ว่าในบริเวณโรงงานพลุไฟเป็นอย่างไง และสอบสวนสามีของคุณแสงเดือน ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ แต่เสียชีวิต และลูก ชายก็เสียชีวิต จึงสอบสามีได้ปากเดียว ว่ารูปแบบการประกอบธุรกิจโรงงานพลุไฟว่าเป็นอย่างไร ก็อยู่ในสำนวนการสอบสวน ขณะนี้เรารอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐาน และสอบผู้เชียวชาญ เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ความละเอียดอ่อนพอสมควร เพราะว่าเราไม่มีประจักพยานที่เกิดเหตุ อาจจะต้องทำการซินาริโอ้ขึ้นมาว่าเหตุเป็นเช่นไร แล้วก็ดูว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือความประมาทของผู้ใด ซึ่งต้องใช้ความละเอียดในการสอบสวน ต้องขอบ คุณผู้ให้การช่วยเหลือ ผู้บริจาคเงินเข้ามาทุกท่าน เพราะทราบว่ามีทั้งตำรวจและบุคคลทั่วไปด้วย ถือว่าเป็นความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในฐานะคนไทย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ธ.ก.ส. เปิดตลาดออนไลน์!! ยกระดับสินค้าของดีผลิตผลเกษตรกร 9 จังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง

อุทัยธานี – ธ.ก.ส.เปิดตลาดออนไลน์!! ยกระดับสินค้าของดีผลิตผลเกษตรกร 9 จังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จังหวัดอุทัยธานี ธ.ก.ส ได้เข้ามามีบทบาท การส่งเสริมในการสนับสนุนเงินทุน และการให้คำแนะนำ และเชื่อมโยงการตลาด ให้กับพี่น้องเกษตรกร 9 จังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง เพื่อเป็นการเปิดช่องทางการตลาดสินค้าของชุมชนให้กระจาย ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของแต่ละจังหวัด 9 จังหวัด​ ที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี นายภูมิ​ เกลียวศิริ​กุล​ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขา ภาคเหนือตอนล่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นำคณะผู้บริหาร 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง พร้อมสื่อมวลชน จาก 9 จังหวัด และตัวแทนเกษตรกรของแต่ละจังหวัด​ 9 จังหวัด เดินทางมาที่จังหวัดอุทัยธานี เพื่อศึกษาดูงาน ศูนย์ถ่ายทอดนวัตกรรมป่าครอบครัวแพนด้าแคมป์​ โดยมี​ ดร.มด​ (ศิริพงษ์​ โทหนองตอ)​ เป็น วิทยากรบรรยายในรูปแบบ ป่าครอบครัว

คำว่าครอบครัว คือหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม แต่ทรงพลังที่สุดในการเปลี่ยนแปลง ในงานพัฒนา ที่จะเริ่มต้นจากครอบครัว เป็นงานของครอบครัว ทำโดยครอบครัว และเพื่อครอบครัว ซึ่งในรูปแบบของ “ป่าครอบครัว” ที่เป็นป่าของครอบครัว โดยการลงมือปลูกโดยสมาชิกของครอบครัว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านอาหารและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับครอบครัว ซึ่งในรูปแบบนี้ยังส่งผลดีต่อสังคม ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ ลดภาวะโลกร้อน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ​ ซึ่งในวันนี้ ดร.มด ได้พาคณะเดินชมสมุนไพร พร้อมอธิบายคุณสมบัติของสมุนไพรต่าง​ ๆ​ และที่สำคัญ​ดร.มด​ ได้พาไปดูโรงกลั่นสมุนไพร ที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว​ได้อย่างยั่งยืน

ด้านนายภูมิ​ เกลียวศิริกุล​ กล่าวว่า​ ธ.ก.ส. ได้ร่วมช่วยในการส่งเสริมสนับสนุนเงินทุนให้กับเกษตรกร ให้คำแนะนำ​ และเชื่อมโยงด้านการตลาด​ โดย​ ธ.ก.ส. ได้เปิด ช่องทางการตลาดสินค้า ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นการกระจายผลิตภัณฑ์และผลผลิตที่โดดเด่นของเกษตรกร​ทั้ง 9 จังหวัด ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้มากที่สุด โดยวันนี้ได้นำผลิตภัณฑ์ดีและโดดเด่นทั้ง 9 จังหวัด​ มาร่วมในกิจกรรมวันนี้​ เช่น​ จังหวัดนครสวรรค์​ ผลิตภัณฑ์​ “ฝรั่งกิมจู”, อำเภอเก้าเลี้ยว​ กำแพงเพชร​ น้ำมันนวดสมุนไพร,​ อำเภอคลองลาน​ เพชร​บูรณ์​ ขิงหยอง​, อำเภอหล่มเก่า​ พิษณุโลก​ ผลิตภัณฑ์​ มัชใจ​น้ำพริกนรกเห็ด,​ อำเภอพรหมพิราม​ อุทัยธานี​ ผลิตภัณฑ์​ขมิ้นชัน,​ อำเภอห้วยคต สุโขทัย​ ผลิตภัณฑ์​ ละมุด​, อำเภอศรีสำโรง​ อุตรดิตถ์​ ผลิตภัณฑ์​ข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่, อำเภอลับแล​ พิจิตร​ ผลิตภัณฑ์​ส้มโอ,​ อำเภอโพธิ์ ประทับช้าง​ ตาก​ ผลิตภัณฑ์​ลำใยอบแห้ง​ อำเภอสามเงา​


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

กองบัญชาการกองทัพไทยติดตามผลโครงการพัฒนาช่วยเหลือประชาชน


มุกดาหาร – กองบัญชาการกองทัพไทย โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด มอบให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดชุดตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาช่วยเหลือประชาชน และ โครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชทานเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างมาตรฐานงานโครงการ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน อย่างยั่งยืน

วันที่ 7 ก.พ. 67 พันเอก สันทัศน์ ชำนาญเวช ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 สำนักงานพัฒนาภาค2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ให้การต้อนรับ พันเอก ศักดิ์ศิริ ธนากิจ เสนาธิการ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และคณะในโอกาสเดินทางเข้าตรวจติดตามให้คำแนะนำ และกำกับดูแล โครงการพัฒนาช่วยเหลือประชาชน และ โครงการเกษตรผสมผสานตามแนวทางพระราชทานเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ 2566 ณ พื้นที่ตำบผึ่งแดด และ ตำบลดงมอน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ซึ่งมีแผนงานโครงการจำนวน 20 โครงการ ได้แก่ โครงการส่งเสริมโคเนื้อ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำนวน 3 กลุ่ม สมาชิกกลุ่มละ 7 คน สนับสนุนแม่พันธ์โคกลุ่มละ 3 ตัวพร้อมโรงเรือน ยา และเวชภัณฑ์ โดยจัดเจ้าหน้าที่ผสมเทียมของหน่วย ให้การบริการผสมเทียมแม่โคให้กับกลุ่มสมาชิกฟรี, โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสุกรพื้นเมือง จำนวน 2 กลุ่ม สมาชิกกลุ่มละ 7 คน สนับสนุนแม่พันธุ์สุกร 7 ตัว พ่อพันธ์ 1 ตัว พร้อมโรงเรือน อาหาร ยา และเวชภัณฑ์ และโครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชทานเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 15 ครัวเรือน ได้แก่ โครงการขุดสระเก็บน้ำในไร่นา 13 แห่ง พร้อมโครงการประกอบ เช่น โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสุกรพื้นเมือง การเลี้ยงเป็ดเทศ การปลูกไม้ผล การปลูกกล้วยน้ำว้า เพื่อให้เกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สามารถพึ่งตนเองได้ และ คนในชุมชน เกิดความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจ มีการช่วยเหลือเกื้อกูล พึ่งพาซึ่งกันและกัน และเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชนคนรุ่มใหม่ นำไปเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตต่อไป..

ด้านนางภิญญามาศ อุคำ อายุ 52 ปี บ้านสงเปือยเหนือ หมู่ 3 ตำบลดงมอน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เกษตรกรที่ได้รับการสนับสนุน เปิดเผยว่า ขอขอบคุณกองทัพไทยที่เล็งเห็นความจำเป็นของชาวบ้าน ความเดือดร้อนและต่อยอดในการทำอาชีพ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ให้มาทั้งหมดเป็นประโยชน์กับชุมชนจริง ๆ และขอยืนยันได้ชุมชนของเรายังขาดอีกเยอะเลย สำหรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ หรือว่าครั้งต่อไป ครอบครัวอื่น ๆ จะได้รับโอกาสเหมือนครอบครัวเรา ขอขอบพระคุณอย่างสูง


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094