
สุพรรณบุรี – รอง ผบ.ตร. มอบเงินบริจาคช่วย 23 ครอบครัวโรงพลุระเบิด
ที่วัดโรงช้าง ตำบลศาลาขาว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ก.พ. 67 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. เดินทางเป็นประธานพิธี มอบเงินที่ได้เปิดรับบริจาคเพื่อครอบครัวผู้ประสบภัยโรงงานพลุระเบิด ให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 23 ราย โดยมีพล.ต.ท. นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7., พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมในพิธี
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังเกิดเหตุพลุระเบิด ทางตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ได้บัญชีรับบริจาคเงินช่วยเหลือจากพี่น้องข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไป ชื่อบัญชี “เงินบริจาคเพื่อครอบครัวผู้ประสบภัยโรงงานพลุระเบิดจังหวัดสุพรรณบุรี” ระหว่างวันที่ 19-31 มกราคม 67 มีผู้บริจาคเงินทั้งสิ้น 973,810.54 บาท และตนได้ร่วมสม ทบเพิ่มอีกทำให้มียอดเงินจำนวน 989,000 บาท จากนั้นได้เฉลี่ยเงินบริจาคให้ครอบครัวผ็ประสบเหตุได้ครอบครัวละ 43,000 บาทถ้วน ซึ่งเงินที่ได้รับมาจากข้าราชการตำรวจและพี่น้องประชาชน ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยเพื่อบริหารควบคุมการรับบริจาคให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวัตถุประสงค์อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

การเดินทางมามอบเงินในวันนี้ ท่านบัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ตนเดินทางมา ท่านฝากแสดงความเสียใจ พวกเราผมเอง และตำรวจภูธรภาค 7 สุพรรณบุรี ต้องขอแสดงความเสียใจกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ของพี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรี และญาติที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานพลุไฟระเบิด เราเป็นตำรวจไม่ได้ต้องการอะไรจากประชาชนเลย เรามีเจตนาเดียว มุมหนึ่งของตำรวจ ที่มีหน้าที่ในการสืบสวน สอบสวน เหตุการณ์หรือความผิดใดๆที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้ เราควรจะให้ช่วยเหลือในฐานะมนุษยชน
ส่วนความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้มีการสอบสวนพยานไปถึง 20 กว่าปากแล้ว โดยสอบสวนญาติผู้เสียชีวิตได้ทั้งหมด และสอบสวนพยานแวดล้อม ซึ่งได้ยินเสียง และออกมาดู สอบ สวนผู้ที่เคยทำงานช่วงเวลาเกิดเหตุอยู่ข้างนอกพอดี ว่าในบริเวณโรงงานพลุไฟเป็นอย่างไง และสอบสวนสามีของคุณแสงเดือน ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ แต่เสียชีวิต และลูก ชายก็เสียชีวิต จึงสอบสามีได้ปากเดียว ว่ารูปแบบการประกอบธุรกิจโรงงานพลุไฟว่าเป็นอย่างไร ก็อยู่ในสำนวนการสอบสวน ขณะนี้เรารอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐาน และสอบผู้เชียวชาญ เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ความละเอียดอ่อนพอสมควร เพราะว่าเราไม่มีประจักพยานที่เกิดเหตุ อาจจะต้องทำการซินาริโอ้ขึ้นมาว่าเหตุเป็นเช่นไร แล้วก็ดูว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือความประมาทของผู้ใด ซึ่งต้องใช้ความละเอียดในการสอบสวน ต้องขอบ คุณผู้ให้การช่วยเหลือ ผู้บริจาคเงินเข้ามาทุกท่าน เพราะทราบว่ามีทั้งตำรวจและบุคคลทั่วไปด้วย ถือว่าเป็นความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในฐานะคนไทย
ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี
