คนขับรถทัวร์ลาวระหว่างประเทศถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้าน


มุกดาหาร – คนขับรถทัวร์ลาวระหว่างประเทศ ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน รับ 6 ล้านบาท งวดวันที่ 1 ก.พ. 2567 หมายเลข 607063 ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่บริเวณด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 เงินที่ได้เป็นทุนการศึกษาให้ลูก 3 คน และแบ่งทำบุญ ส่วนตนเองก็จะขับรถทัวร์โดยสารระหว่างประเทศเหมือนเดิม

วันที่ 1 ก.พ. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสดใส ทองสีวง ชาวลาวเป็นคนขับรถโดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขรถ 4-003 สะหวันนะเขต – มุกดหาร หมายเลขทะเบียน บก – 1053 สะหวันนะเขต ได้ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลไทย งวดวันที่ 1 ก.พ. 2567 หมายเลข 607063 จำนวน 1 ใบ เป็นเงิน 6 ล้านบาท

จากการสอบถาม นายสดใส ทองสีวง บอกว่า ดีใจที่ถูกรางวัลที่ 1 ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ซื้อประมาณ 10 ใบ ส่วนเลขที่ถูกรางวัลที่ 1 ปกติตนเองจะซื้อเลขท้ายทะเบียนรถ คือ 053 แต่ซื้อไม่มี ก็เลยได้ซื้อ 063 จึงตรงกับเลขของรางวัลที่ 1 ของงวดนี้

ส่วนเงินที่ได้จะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของลูก 3 คน และแบ่งทำบุญส่วนหนึ่ง และส่วนอื่นยังไม่ได้วางแผน ส่วนตนเองก็จะขับรถทัวร์โดยสารระหว่างประเทศเหมือนเดิม ..


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

เฮลั่นวัด ! อายุเณรแอจอมขมังเวทย์ที่ลาสิขาบท ถูกทั้งบนทั้งล่าง

จังหวัดลพบุรี – ผู้ที่มาร่วมในงานบวชพระหาญ รักษาจิตร์ หรือเณรแอ ที่วัดชีแว๊ะ จังหวัดลพบุรีต่างเฮกันลั่นวัดหลังจากที่นำอายุพระหาญวัย 63 ปี และวันบวชจำนวน 9 วัน เวลปลงผมนาคเวลา 09 น. ซื้อหวยตางถูกหวยรวยเบอร์กันไปตามๆกัน ซึ่งน่าจะเป็นนิมิตรหมายที่ดีกับการให้ในการขอขมาลาโทษของพระหาญ หรือเณรแอ ได้บรรเทามรสุมที่ชีวิตที่ทุกข์ยากมานาน เข้าถึงพระธรรมที่แท้จริง

“เณรแอ จอมขมังเวทย์”ขอลาสิขาบทเป็นเวลา 9 วัน เผยหลังจากที่เจออุปสรรคมามากมาย โดยจะขอตั้งใจปฏิบัติธรรมแล้วก็จะกลับไปเปิดสำนักเหมือนเดิมเพราะว่าเป็นอาชีพ

โดยเมื่อเช้าวันนี้ นายหาญ รักษาจิตร์ หรือ เณรแอ จอมขมังเวทย์ อายุ 63 ปี ได้เดินทางมาประกอบพิธีบรรพชาให้กับตัวเอง ณ วัดชีแวะ หมู่ที่ 5 ตำบลงิ้วราย อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งมีบรรดาฤาษี ร่างทรง ยูทูปเบอร์ ศิษยานุศิษย์ผู้ที่เคารพนับถือเดินทางมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก โดยได้มีพิธีขอขมาแล้วประกอบพิธีปลงผมนาคในช่วงเวลา 09.00 น. จนในเวลา 10.30 น.ได้มีพิธีทางศาสนาเลี้ยงเพลพระ พิธีทำขวัญนาคบายสีสู่ขวัญโยทีมงานหมอทำขวัญ ทราย นัฐชญา และหมอโจ้ กมลฐพัฒ และมีการออกโรงทานเลี้ยงให้กับผู้ที่เดินทางมาร่วมงาน โดยในช่วงบ่ายก็ได้จัดให้มีการแห่งนาครอบพระอุโบสถฺจำนวน 3 รอบก่อนที่จะเข้าสู่พัทธสีมาของวัด ซึ่งมีพระครูบุญสิริวัฒน์ สิกฺขกาโม หรือหลวงพ่อบุญมี เจ้าอาวาสวัดชีแวะและเจ้าคณะตำบลงิ้วราย เป็นพระอุปัชฌาย์

ซึ่งเณรแอ หลังจากที่บวชแล้วได้ฉายาว่า “ญาณธโร” แปลว่า ผู้ทรงญาณ ทั้งนี้ในช่วงก่อนบรรพชาเณรแอ ได้เปิดเผยถึงการมาบรรพชาในครั้งนี้ว่า “เป็นความตั้งใจที่อยากบวชพระสักครั้งในชีวิต เพราะตนเองบวชเป็นเณรมานานกว่า 20 ปี พอจะบวชก็เจอปัญหาอุปสรรค ติดคุกติดตะราง ไม่มีโอกาสสักครั้ง ขนาดแม่เสียชีวิตก็ยังไม่ได้ไปเผาเลย เพราะต้องติดคุกอยู่ คนเราเกิดมาเป็นลูกผู้ชายก็ควรได้บวชเป็นพระ ตนเองบวชแค่ 9 วัน และตั้งใจจะปฏิบัติจริงๆ พร้อมขอให้ทุกท่านได้อโหสิกรรมในสสิ่งที่อาจเคยทำผิดพลาด ล่วงเกินกันมา และยืนยันว่าจะไม่มีการตั้งตนมาทำพิธีไสยศาสตร์ที่วัดขณะบวชแน่นอน ผมเป็นพระผมปฏิบัติจริงๆ ผมไม่ทำหรอกครับ เพราะมันผิด ไม่อย่างนั้นผมก็บวชเป็นพระไปนานแล้ว คงไม่บวชเป็นเณรนานหรอก เป็นพระทำไม่ได้ครับ ผมไม่ทำเด็ดขาด แต่หากสึกไปแล้วก็จะไปเปิดสำนักทำพิธีกรรมต่อ เพราะตนเองมีสำนักอยู่ที่ดอนเมืองอยู่แล้ว อีกทั้งมีความรู้เรื่องนี้จะให้ไปทำอาชีพอื่นได้อย่างไร ส่วนสาเหตุที่มาบวชที่วัดชีแวะนั้น เพราะตนเองนับถือหลวงพ่อบุญมี เนื่องจากท่านเป็นพระนักวิปัสสนากรรมฐาน ผมไปเจอมาหลายวัดแล้ว ผมเป็นนักบวชมานานผมรู้ ท่านปฏิบัติดี จึงตัดสินใจมาบวชที่นี่ ส่วนคดีเก่าๆผมไม่มีแล้ว ถ้ามีผมจะมาบวชได้ยังไงเณรแอกล่าวทิ้งท้าย

ด้านพระครูบุญสิริวัฒน์ สิกฺขกาโม หรือหลวงพ่อบุญมี เจ้าอาวาสวัดชีแวะและเจ้าคณะตำบลงิ้วราย เป็นพระอุปัชฌาย์ในการบวชของเณรแอ ได้เผยว่า พระครูสิริจริยาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี ได้กำชับมาว่าให้ดูแลการบวชของนายหาญ รักษาจิตร์ หรือ เณรแอ จอมขมังเวทย์ ในครั้งนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งการปฏิบัติตนในระหว่างการบวชด้วย

ขณะที่ดาราดาวร้ายรุ่นเก่าอย่าง”ดามพ์ ดัสกร” ซึ่งได้เดินทางมาร่วมพิธีบวชในครั้งนี้กล่าวว่า ตนเองเคารพนับถือกับเณรแอมานาน รู้สึกดีใจและยินดีรวมทั้งขออนุโมทนาบุญในการบวชและการปฏิบัติตนในร่วมกาสาวพักตร์กับเณรแอในครั้งนี้ด้วย และเมื่อช่วงเวลา 16.00 ซึ่งเป็นเวลาที่ประกาศผลการออกรางวัลสลากกดินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ก.พ. 2567 รางวัลเลขท้าย 09 ซึ่งเป็นเลขปลงผมนาคเวลา 09.00 น. และบวช 9 วัน และเลขท้ายรางวัลที่ 1 เลข 607063 ซึ่งเป็นเลขอายุพระหาญ 63 ต่างเฮกันลั่นวัดยกมือท่วมหัวที่ได้อโหสิกรรมให้กับเณรแอ โดยได้รับโชคกันทุกคน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ประจวบฯ มอบรางวัลกีฬาสัมพันธ์ สร้างสามัคคี 8 อำเภอ

ประจวบฯ มอบรางวัลกีฬาสัมพันธ์ สร้างสามัคคี 8 อำเภอ

เย็นวันที่ 31 ม.ค.67 นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรี ขันธ์ จัดกิจกรรมงานเลี้ยงสังสรรค์ขอบคุณสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นทุกแห่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้ง 8 อำเภอ เพื่อสานสัมพันธ์สร้างความสามัคคีของผู้นำต่างๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่ได้มีการจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลของทีมนักกีฬาผู้บริหารในแต่ละอำเภอ พร้อมทั้งได้มอบถ้วยและเงินรางวัลให้ทีมอำเภอที่ชนะเลิศตามลำดับ เพื่อนำเงินที่ได้ไปพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ในอำเภอของตนเองตามที่เสนอโครงการมาให้มีความเจริญก้าวหน้าประชาชนกินดีอยู่ดีมีสุข

โดยมี นายกิตติพงษ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในการมอบรางวัลร่วมกับผู้บริหารระดับจังหวัดประจวบฯ ที่บริเวณพื้นที่ดินเอกชนด้านข้างสำนักงานบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

โดยอำเภอที่ชนะเลิศการแข่งขันกีฬาผู้นำ มี 4 ลำดับ

  • ชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ อำเภอกุยบุรี ได้รับเงินงบประมาณพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 3 ล้านบาท พร้อมถ้วยรางวัล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ อำเภอเมืองประจวบฯ ได้รับเงินงบประมาณพัฒนาท้องถิ่นจำนวน 2 ล้านบาท พร้อมถ้วยรางวัล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ อำเภอบางสะพาน ได้รับเงินงบประมาณพัฒนาท้องถิ่นจำนวน 1 ล้านบาท พร้อมถ้วยรางวัล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่อำเภอปราณบุรี ได้รับเงินงบประมาณสนับสนุนพัฒนาท้องถิ่นจำนวน 5 แสนบาท และ
  • รางวัลอำเภอมารยาทยอดเยี่ยม ได้แก่ อำเภอทับสะแก ได้รับเงินงบพัฒนาท้องถิ่นจำนวน 1 ล้านบาท*

นัครินทร์/รายงานข่าว

พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร.(บร)/หัวหน้าคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม “คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการตาม พร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1/2567

พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร.(บร)/หัวหน้าคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม “คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการตาม พร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1/2567”

วันนี้(วันอังคาร ที่ 30 ม.ค. 67) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร.(บร)/หัวหน้าคณะทำงานฯ เป็นประธานการประชุม “คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการตาม พร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1/2567” พร้อมด้วยพล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(กม 4)/รองหัวหน้าคณะทำงานฯ โดยมี พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.(ปป.)/ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ, พล.ต.ท. ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร./รองหัวหน้าคณะทำงานฯ, พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ผู้ช่วย ผบ.ตร./รองหัวหน้าคณะทำงานฯ และคณะทำงานฯ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพ มหานคร


“พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฯ” เยี่ยมโรงพักทุ่งลุง ย้ำ ผกก.หัวหน้าสถานีทั่วประเทศ ต้องทำงานเชิงรุก

“พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฯ” เยี่ยมโรงพักทุ่งลุง ย้ำ ผกก.หัวหน้าสถานีทั่วประเทศ ต้องทำงานเชิงรุก ทำสงครามกับความรู้สึกของประชาชน บริการประชาชน ทำคดีเร็ว ปิดครบจบไว ชัดเจน เป็นธรรม สร้างความศรัทธา ความเชื่อมั่น.พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร. ) เดินทางตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจ ที่ สภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จว.สงขลา

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้กำลังพลมีขวัญ และกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะสถานีตำรวจภูธรตามแนวชายแดน

นอกจากจะเยี่ยมบำรุงขวัญและมอบสิ่งของเป็นขวัญและกำลังใจแล้ว รอง ผบ.ตร.ยังได้ประชุมมอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะ ผกก. หัวหน้าสถานี โดยย้ำว่าจากนี้ไป ผกก.สภ. ต่าง ๆ ซึ่งรับภาระหน้าที่มากำกับดูแลโรงพัก จะต้องปรับตัวเร่งการทำงานสร้างความเชื่อมั่น ไม่ต้องรอให้ผู้เดือดร้อนไปพึ่งพาสื่อ เพจ หรืออินฟลูเอ็นเซอร์ ก่อนถึงจะสามารถแก้ปัญหาคดีได้.

“ย้ำผู้กำกับการสถานีตำรวจทุกแห่ง ต้องสร้างความศรัทธาให้ประชาชนให้ได้ ใครเป็นผู้กำกับการที่ไหนต้องต่อสู้กับตัวเอง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ทุกชุมชน ทุกตำบลทุกหมู่บ้าน ในพื้นที่ของตนเอง มีเหตุต้องมาบอก ผกก. มีเหตุต้องนึกถึง ผกก. ไม่ใช่มีเหตุต้องไปบอกเพจต่าง ๆ สื่อสารมวลชนต่าง ๆ โซเชียลมีเดียต่าง ๆ ผกก.ใด ทำได้แบบนี้ถือว่ารบชนะ ต่อความไม่ไว้วางใจของประชาชน แล้วท่านจะภูมิใจ เมื่อไหร่ ตำรวจทำงานแล้วประชาชนเขาจะรู้เอง” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ กล่าว

รอง ผบ.ตร. ยอมรับว่า ที่ผ่านมาคนที่กำกับดูแลและแก้ปัญหาโดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหารอยต่อ ระหว่างตำรวจกับประชาชน ที่มีผลมาจากความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหันไปพึ่งสื่อและเพจ เพื่อให้มาจี้คดี เมื่อเป็นข่าวถึงจะมีการขับเคลื่อนในการปราบปรามหรือจับกุม แต่จากนี้ไปผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุกแห่งจะต้องปรับตัว จะเป็นฝ่ายรอรับไม่ได้ต้องทำงานในเชิงรุก นั่นหมายความว่าเมื่อมีการเข้ามาแจ้งความ นอกจากจะ “ขึ้นโรงพัก ไม่ต้องฝาก” แล้ว จะต้องเร่งทำคดีแบบปิดให้ครบจบให้ไว เพื่อลดข้อกังขาและคลายความสงสัย อย่าเก็บข้อมูลไว้เมื่อเกิดปัญหาเพราะจะกลายเป็นว่าร่วมกันปกปิด และหากยิ่งคดีล่าช้าจะกลายเป็นการสมยอมหรือถูกมองว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ เหมือนหลายคดีที่ผ่านมา

รอง ผบ.ตร. ย้ำด้วยว่า การดำเนินการในเชิงรุกไม่จำเป็นต้องรอเงื่อนไขเวลา สามารถทำได้ทันที แม้จะต้องเหนื่อยมากขึ้น แต่หากมีการกวดขันที่เด็ดขาดและดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว คนที่คิดจะก่อคดีหรือทำไม่ดี ก็จะค่อย ๆ ลดลงภาระงานก็จะลดตามลงไปด้วย

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ#Royalthaipolice


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เราจะไม่ทอดทิ้งกัน เพราะกำลังพลทุกระดับชั้นยศคือครอบครัวกองทัพเรือ

“เราจะไม่ทอดทิ้งกัน เพราะกำลังพลทุกระดับชั้นยศคือครอบครัวกองทัพเรือ”

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.30 น. พลเรือเอก ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ, นาวาเอก รุจสรรค์ เลาหประเสริฐ ผู้อำนวยการ กองการสงเคราะห์ กรมสวัสดิ การทหารเรือ, ว่าที่นาวาเอก สุรชัย เบ้ารักษา รองผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน, นาวาโท กันตินันท์ เตชะเสน ผู้บังคับกองพัน ที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน, ผู้แทนหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และคณะ

เดินทางไปเยี่ยมทหารผ่านศึกในส่วนของกองทัพเรือ พร้อมมอบเงินและกระเช้าสิ่งของจากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ เนื่องในวันทหารผ่านศึก จำนวน 2 นาย ในพื้นที่ จว.ระยอง รวมทั้งมอบเงินสวัสดิการของกองเรือยุทธการ และของที่ระลึกจากชมรมภริยากองเรือยุทธการ ดังนี้

1. พันจ่าตรี ถนอม เสียงประเสริฐ ณ บ้านพัก ที่ ต.บ้านแลง อ.เมืองระยอง จว.ระยอง โดยมีพฤติกรรมสูญเสีย ปฏิบัติราชการที่ ฉก.นย.183 อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี เมื่อ 21 เม.ย.21 ขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน โดนสะเก็ดลูกปืนเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 82 มม. ของทหารฝ่ายตรงข้ามบริเวณขาขวาเหนือเข่าและถูกตัดขา

2. พันจ่าตรี สำรวย แดงนาค ณ บ้านพัก ต.กระเฉด อ.เมืองระยอง จว.ระยอง โดยมีพฤติกรรมสูญเสีย ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ ฉก.นย.จันทบุรี เมื่อ 18 ม.ค.22 ขณะออกทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบในพื้นที่ ได้เหยียบทุ่นระเบิดของฝ่ายตรงข้าม บริเวณ อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาเหนือเข่าขาด

ทั้งนี้ กรมสวัสดิการทหารเรือ อยู่ในระหว่างการดำเนินการด้านเอกสารสำหรับจัดทำบัตรทหารผ่านศึกชั้น 1 เพื่อให้ครอบครัว พันจ่าตรี สำรวย ได้รับสิทธิของราชการที่เหมาะสมต่อไป คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ จัดให้มีการเยี่ยมและมอบของขวัญวันทหารผ่านศึกในส่วนของกำลังพลกองทัพเรือ ให้แก่กำลังพลทหารผ่านศึกที่พิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ เป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

#กองทัพเรือ#กองเรือยุทธการ#เทิดทูนสถาบัน_ยึดมั่นระเบียบวินัย_ประชาชนภูมิใจ_ทะเลไทยมั่นคง#FIT_for_the_FUTURE#I_will_do_my_best


กองทัพเรือ

กองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่1 ฝึกเตรียมความพร้อม ในการประจำสถานีเรือ

ประสบการณ์จากการฝึกซ้อม จะนำมาสู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพกองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่1 ฝึกเตรียมความพร้อม ในการประจำสถานีเรือ เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติงาน สร้างความเชื่อมั่น ความมั่นใจให้กับกำลังพล และ ความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเรือที่เข้ารับการฝึก ได้แก่ เรือ ต.992 เรือ ต.997 และ เรือ ต.998 ประสบการณ์จากการฝึกซ้อม จะนำมาสู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

#เทิดทูนสถาบันยึดมั่นระเบียบวินัยประชาชนภูมิใจทะเลไทยมั่นคง#FitfortheFuture#ทัพเรือภาคที่1


กองทัพเรือ

กองทัพบก เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนทหารกองหนุนเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร และทหารอาสา (อัตรานายทหารสัญญาบัตร) ประจําปีงบประมาณ 2567

การรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนทหารกองหนุนเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร และทหารอาสา (อัตรานายทหารสัญญาบัตร) ประจําปีงบประมาณ 2567

กองทัพบกมีความประสงค์รับสมัครสอบคัดเลือกบุคลพลเรือนทหารกองหนุนเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร และทหารอาสา (อัตรานายทหารสัญญาบัตร)ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อบรรจุลงในตำแหน่งที่ขาดแคลนตามหน่วยต่างๆ ในกองทัพบก รายละเอียดดังนี้

1. ตําแหน่งที่เปิดบรรจุเปิดรับบรจุจํานวน 168 อัตราในคุณวุฒิระดับปริญาตรี สาขา/ทางตามตําแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ

2. ประเภทบุคคลที่ จะรับสมัครสอบ

2.1 เป็นนายทหารสัญญาบัตร จํานวน 68 อัตรา 2.1.1 รับจากบุคคลชาย/หญิงและนายทหารประทวนสังกัดกองทัพบกอายุ 22-35 ปีและมีคุณวุฒิ ตรงตามตำแหน่งที่เปิดสอบ จำนวน 45 อัตรา, 2.1.2 รับจากบุคคลหญิงที่สําเร็จการฝึกวิชาทหาร (หญิง) ชั้นปีที่ 3 ขึ้นไปหรืออาสาสมัครทหารพราน (หญิง) อายุ 22-35 ปี และมีคุณวุฒิตรงตามตําแหน่งที่เปิดสอบจํานวน 10 อัตรา, 2.1.3 รับจากทหารอาสา (อัตรานายทหารสัญญาบัตร) เพศชาย อายุ 22-35 ปีที่ได้รับการบรรจุ (จ้าง) ในปีงบประมาณ 2563 และมีคุณวุฒิตรงตามตําแหน่งที่เปิดสอบจํานวน 13 อัตรา

2.2 เป็นทหารอาสา (อัตรานายทหารสัญญาบัตร) จํานวน 100 อัตรารับจากบุคคลชาย์อายุ 18-30 ปี และเป็นกําลังพลสํารองหรือทหารกองหนุนประเภทที่ 1

3. การรับสมัคร : รับสมัครทางอินเทอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว https://atc.rta.mi.th (กรมยุทธศึกษาทหารบก)https://radd-atc.rta.mi.th (กองคัดสรรและพัฒนาบุคลากร) ตั้งแต่ 26 ม.ค.67 เวลา 00.01 น. ถึง 6 ก.พ.67 เวลา 24.00 น. (ตลอด 24 ชั่วโมงไม่เว้น วันหยุดราชการ)

4. สอบถามรายละเอียดการสมัครสอบเพิ่มเติมได้ที่ กองคัดสรรและพัฒนาบุคลากร กรมยุทธศึกษาทหารบก เลขที่ 41 ถ.เทอดดําริ แขวงถนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. 10300 หมายเลขโทรศัพท์ 02-2414037


กองทัพบก

ผบ.ทบ.ร่วมงานวันสถาปนา นรด. ครบรอบปีที่ ๗๖

ผบ.ทบ. ร่วมงานวันสถาปนา นรด. ครบรอบปีที่ ๗๖ มุ่งมั่นสู่การเป็นกลไกหลักด้านการเตรียมกำลังสำรองที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน

วันนี้ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในงานวันสถาปนา นรด. ครบรอบปีที่ ๗๖ ณ อาคารสวนเจ้าเชตุ ภายในหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ถนนเจริญกรุง เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยมี พลโท ทวีพูล ริมสาคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน พร้อมด้วยกำลังพลของหน่วยให้การต้อนรับหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) เป็นกรมฝ่ายกิจการพิเศษขึ้นตรงต่อกองทัพบก มีขอบเขตความรับผิดชอบครอบคลุม ๔ กิจงานหลัก ได้แก่ กิจการกำลังพลสำรอง, กิจการนักศึกษาวิชาทหาร, กิจการสัสดี และกิจการอาสารักษาดินแดน มีหน่วยขึ้นตรง ประกอบด้วย ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร (ศศท.) ศูนย์การกำลังสำรอง (ศสร.) และ กองพันทหารราบ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (พัน.ร.นรด.)

หน่วยจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๑ ตามแนวความคิดในการที่จะฝึกวิชาทหารให้แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการเตรียมการด้านกำลังพลสำหรับการสงครามในอนาคต โดยเริ่มทำการฝึกผู้ที่จะมาเป็นผู้บังคับบัญชาก่อน จากนั้นจึงได้ทำการฝึกวิชาทหารให้กับพลเมืองต่อไป ซึ่งแนวคิดนี้ได้พัฒนามาเป็น “นักศึกษาวิชาทหาร” และดำเนินการเรื่อยมาในนามของ กรมการรักษาดินแดน ตราบจนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๔๔ จึงได้ควบรวมเข้ากับ กรมการกำลังสำรองทหารบก ใช้นามหน่วยใหม่ว่า หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง เพื่อบูรณาการกิจการที่เกี่ยวกับกำลังสำรองทั้งปวงให้อยู่ภายใต้การบริหารของหน่วยงานเดียว และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงนามหน่วยอีกครั้งเป็น “หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน” และยึดถือวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ตามการจัดตั้งกรมการรักษาดินแดน เป็นวันสถาปนาหน่วย

ในรอบปี ๒๕๖๖ หน่วยได้นำนโยบายของกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ที่เห็นได้ชัด คือ การรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ควบคู่กับการดำเนินการตรวจเลือกฯ ประจำปี โดยมียอดการดำเนินการรับสมัครและการคัดเลือกฯ เพิ่มขึ้นทุกปี จนถึงปัจจุบัน เป็นการรับสมัครฯ ประจำปี ๒๕๖๗ ซึ่งมีห้วงการดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑ ก.ย. ๖๖ – ๒๘ ม.ค. ๖๗ การดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกฯ โดยมียอดผู้สมัครทั้งสิ้น ๒๑,๕๕๗ คน และผ่านการคัดเลือกฯ จำนวนทั้งสิ้น ๑๔,๙๓๔ คน จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่ายอดผู้สมัครและผู้ผ่านการคัดเลือกฯ เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่ง ทบ. โดย นรด. มุ่งมั่นที่จะสนองตอบนโยบายของกระทรวงกลาโหม ให้บรรลุผลและก้าวไปสู่ “รูปแบบสมัครใจโดยสมบูรณ์”

นอกจากนี้ กิจกรรมสำคัญที่กล่าวได้ว่าเป็นการกระตุ้นให้เยาวชน โดยเฉพาะกลุ่ม นศท. ได้เป็นแกนนำในการทำความดี ได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สังคม บนพื้นฐานของความเสียสละและการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้แก่ กิจกรรม รด.จิตอาสา ๓ แสนนาย “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช เมื่อ ๙ ต.ค. ๖๖ และกิจกรรม เติมโลหิตครั้งใหญ่ให้กาชาด โดย รด.จิตอาสา ๒๕,๐๐๐ นาย “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เมื่อ ๑๒ ธ.ค. ๖๖ ทั้งสองกิจกรรมมุ่งสนับสนุนให้ นศท. ได้ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และได้รู้จักการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ ในรูปของการบริจาคโลหิต โดยให้ดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ และใช้เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ ผ่านระบบ Google Meet มาสู่จอ LED ที่เวทีกลาง ณ ศศท. ถ.วิภาวดีรังสิต กทม. โดยมี ผบ.ทบ. เป็นประธาน

ปัจจุบัน หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ดำเนินภารกิจโดยมี พล.ท. ทวีพูล ริมสาคร เป็น ผบ.นรด. ซึ่งมีความตั้งใจที่จะนำหน่วยให้เจริญก้าวหน้า สู่วิสัยทัศน์ที่ประกาศไว้ว่า จะเป็นหน่วยงานที่ “เป็นกลไกหลักของกองทัพบกในการเตรียมกำลังสำรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นองค์กรที่มีความสมบูรณ์และทันสมัย เป็นที่ยอมรับ เชื่อมั่น และศรัทธาจากประชาชน”


กองทัพบก

พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทสส. ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ครบรอบปีที่ 41

วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ครบรอบปีที่ 41 โดยมี พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน ณ อาคารสัมมนา ชั้น 1 ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ถนนสรงประภา เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

โดยวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันสถาปนาศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (Counter Terrorist Operations Center : CTOC) ซึ่ง พัฒนาการจัดตั้งมาจาก ศูนย์ปฏิบัติการข่าวการก่อการร้ายสากล กองกำลังรักษาพระนคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 โดยมีกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เป็นหน่วยหลัก ในการดำเนินการ ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบนโยบายและแนวความคิดในการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ตามข้อเสนอของสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมอบหมายให้กองกำลังรักษาพระนคร จัดตั้งศูนย์ปฎิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล มีชื่อย่อว่า ศตก. ปัจจุบันมี พลโท ทนงศักดิ์ ตันนารัตน์ เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ถือเป็นหน่วยหลักในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายที่มีความพร้อมสูง มีความรวดเร็วในการสั่งการและการปฏิบัติ อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานหลักในการวางแผน อำนวยการ ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย และจัดทำแผนเผชิญเหตุต่อต้านการก่อการร้าย รวมทั้งปฏิบัติงานร่วมกับหลายองค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่รัฐบาล และประชาชน นำไปสู่การยอมรับจากมิตรประเทศในบทบาทด้านการต่อต้านการก่อการร้ายในระดับสากล


กองบัญชาการกองทัพไทย