สาวร้องกองปราบฯ​ ช่วยตามจับวัยรุ่นยิงผิดตัวจนกลายเป็นคนพิการ

      วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 1 ก.ค.62​ เวลา 09.30 น.​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : นายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม พา น.ส.นิภาพร คงมีสุข หรือ น้องอาย อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 307/4 หมู่ 10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เดินทางเข้าพบ ร้อยตำรวจ​เอ​ก พิชานน ปลิ่มสุด รองสารวัตร​สอบกอง​กำ​กับการ​ 1 กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​สว.สอบสวน​ กก.1 บก.ป.)​ เพื่อให้ช่วยเร่งรัดติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุยิง น.ส.นิภาพรฯ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกลายเป็นคนพิการนั่งรถวีลแชร์ เหตุเกิดภายในชุมชนหลังโรงเรียนวัดทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม. เมื่อวันที่ 17 เม.ย.55 แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งครุ เจ้าของคดียังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ทั้งๆ ที่เวลาผ่านมากว่า 7 ปี

      น.ส.นิภาพรฯ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นสองกลุ่มทะเลาะวิวาทกันภายในชุมชนหลังโรงเรียนวัดทุ่งครุ แล้วแยกย้ายกันไป หลังจากนั้นตนเองพร้อมกับแฟนหนุ่มและเพื่อแฟนรวม 4 คน ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาหาพี่ที่รู้จักในชุมชน ระหว่างที่นั่งรออยู่นั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่น 6 คน ขี่จักรยานยนต์มากัน 3 คัน ก่อนวัยรุ่นในกลุ่มดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงใส่กลุ่มตนเอง 1 นัด เป็นเหตุให้แฟนหนุ่ม และเพื่อนแฟน ถูกกระสุนได้รับบาดเจ็บ ส่วนตนถูกยิงเข้าที่ศีรษะ แขน และสะโพก ได้รับบาดเจ็บสาหัสรักษาที่โรงพยาบาลเจริญกรุง​ เป็นเวลาหลายเดือน เมื่อออกมาก็กลายเป็นคนพิการนั่งรถวีลแชร์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต่อมาทราบมาว่าวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวเกิดการยิงผิดตัว เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าตนเองเป็นแฟนสาวคู่อริที่มีเรื่องกันมาก่อนเพราะแต่งกายคล้ายกัน

      “เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หนูต้องกลายเป็นคนพิการตลอดชีวิต กระสุนฝังอยู่ในศีรษะ หมอบอกว่าถ้าผ่าออกจะมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตหรืออาจจะเป็นเจ้าหญิงนิทราได้ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุหนูและญาติก็ได้ติดตามสอบถามความคืบหน้าคดีกับตำรวจสน.ทุ่งครุ​ มาตลอด แต่กลับได้รับคำตอบให้รอไปก่อน ดูเหมือนตำรวจไม่ค่อยสนใจทุกข์ร้อนของชาวบ้าน นอกจากนี้กลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยที่ให้ข้อมูลตำรวจไปเขาก็ไม่เรียกตัวมาสอบสวน ตอนนี้หนูลำบากมากต้องมาเป็นภาระของครอบครัว ซึ่งอยากให้ตำรวจกองปราบปรามช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ด้วย” น.ส.นิภาพรฯ กล่าว

      ด้านนายรัชพลฯ กล่าวว่า เวลาผ่านไปกว่า 7 ปีแล้ว คดีกลับไม่มีความคืบหน้าทั้งที่ผู้ก่อเหตุเป็นคนที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ ซึ่ง น.ส. นิภาพรฯ เคยให้ข้อมูลกับตำรวจไปแล้ว แต่ก็ไม่มีการสืบสวนติดตามแต่อย่างใด หากทางตำตรวจทำคดีอย่างจริงจังเชื่อว่าจะจับคนร้ายในคดีนี้ได้เนื่องจากคดีก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรมากมาย ตนจึงพาเหยื่อมาร้องทุกข์กองปราบปรามเพื่อขอความเป็นธรรมช่วยติดตามคดีนี้ เนื่องจาก 7 ปีที่ผ่านมา น้องต้องกลายเป็นคนพิการ โดยคนร้ายที่ก่อเหตุยังลอยนวล

      เบื้องต้น ร.ต.อ.พิชานนฯ ได้รับเรื่องพร้อมทั้งสอบปากคำ น.ส.นิภาพรฯ ไว้ จากนั้นจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.สนับสนุนโครงการสร้างห้องสมุดเพื่อพัฒนาชุมชน

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 พล.ท.พิชัย เข็มทอง ผอ.สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน.เป็นประธานในพิธีส่งมอบอาคารห้องสมุดให้แก่โรงเรียนวัดบางปรือ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐/๑ ต.ห้วยแร้ง อ. เมืองตราด จ.ตราด ซึ่งห้องสมุดเป็นกิจกรรมที่นิสิตในโครงการเพชรในตม มศว.ประสานมิตร..ชั้นปีที่ 3..ได้ร่วมกันรเข้าค่ายเพชรอาสา.ภายใต้ชื่อโครงการ..”ค่ายเพชรอาสาพัฒนาชุมชน ครั้งที่ 21..”.เพื่อการพัฒนาชุมชน..โดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสร้างห้องสมุด จาก กอ.รมน. โดยที่กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่17 มิ.ย.62 ถึงวันที่ 1 ก.ค.62 ซึ่งห้องสมุดดังกล่าวจะเป็นแหล่งรวบรวมความรู้และเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น ของนักเรียนและชุมชนต่อไป…

สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณสะพานปกเกล้า ถึง หน้าห้างเมกก้าฯ

      เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น. : นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ ได้สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย​ หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ นำกำลังเจ้าหน้าที่ สายตรวจ 3 ประสาน “ทหาร ตำรวจ เทศกิจ” ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อย พร้อมกับ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณสะพานปกเกล้า ถึง หน้าห้างเมกก้า เขตพระนคร กทม.

      โดยมี พัน​ตำรวจ​โท​ สมบัติ อำไพพร รอง​ผู้​กำ​กับการ​ป้องกัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พระราช​วัง​ (รอง.ผกก.ป.สน.พระราชวัง)​ พร้อมด้วย นายคณิต ชุมช่วย หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ,จนท.ฝ่ายรักษาฯ สนง.เขตพระนคร,จนท.ตำรวจ สน.พระราชวัง​ และ จนท.ทหาร ร่วมลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย พร้อมทั้ง ปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยในวันนี้ จนท.สายตรวจ 3 ประสาน ได้ทำการเดินเท้าตรวจสอบฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุด และ ตรวจสอบพื้นผิวทางเดินบนทางเท้าที่ชำรุด พร้อมทั้ง ได้ทำการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ตลอดทั้ง ได้ทำการสอบถามความเดือนร้อนของประชาชนในปันหาที่อยากให้เจ้าหน้าที่เเก้ไข โดยกิจกรรมช่วงเช้าของวันนี้ จนท.ฝ่ายรักษาฯ เขตพระนคร ได้ทำการ เก็บ กวาดขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณโดยรอบ โดยในวันได้นี้มีพี่น้องประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ในพื้นที่ต่างออกมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

      ในเบื้องต้นกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเน้นย้ำของผลการปฎิบัติงานตามเเนวทางนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเรื่องการตรวจร่วม 3 หน่วยงาน โครงการ สายตรวจ 3 ประสาน (ทหาร ตำรวจ กทม.) อีกทั้ง เพื่อปฎิบัติตามนโยบายของ พลตำรวจ​เอก​ อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเรื่อง พรบ. การรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 (NOW ทำจริง เห็นผลจริง)

Cr.ภาพ/เนื้อข่าว.ธีรพล ปลื้มถนอม สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรการกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไรฯ ระดับชาติ ครั้งที่ 4

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรการกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไรฯ ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว”

      เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ บริษัท​ กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรการกุศลที่มีบทบาทด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่แสวงหากำไร (มูลนิธิ/สมาคม) ระดับชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว” เพื่อสร้างองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ งานการแพทย์ฉุกเฉินและงานกู้ภัยขององค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไร และเพื่อสร้างความเข้มแข็งและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหากำไรในการพัฒนาการกู้ชีพกู้ภัยของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งในภาวะปกติและภาวะภัยพิบัติ

      โดยมี คุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ พร้อมด้วย​ เรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ,นางจรัส ใยเยื่อ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี,นายนพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช กรรมการและผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน มูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน ภาคีเครือข่ายองค์กรการกุศลด้านกู้ชีพ กู้ภัย ทั่วประเทศ จำนวน 437 องค์กร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 4,000 คน และอาสากู้ภัยกัลยาณมิตรจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมในพิธี

      ภายในงาน ได้จัดให้มีการแถลงนโยบาย และทิศทางการดำเนินงานการแพทย์ฉุกเฉิน การป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย และการสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมฐานผจญภัย การออกร้านอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย และการแสดงจากอาสากู้ภัย และอาสาศิลปินจิตอาสา การเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์แก่ผู้ร่วมงานในหัวข้อ “การบูรณาการ และการพัฒนางานกู้ชีพกู้ภัยในอนาคต”

      พิเศษ สำหรับปีนี้ คณะทำงานได้จัดมีการจัดฐานการแข่งขันแรลลี่ ที่มีเนื้อหาควบคู่กับการเสวนาภายในห้องประชุมช่วงบ่ายในหัวข้อเดียวกัน คือ “การจัดการกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่พิเศษ” เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้เข้าเรียนรู้ รับองค์ความรู้ในช่วงเช้า และเป็นฐานการแข่งขัน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแข่งขันเชิงปฏิบัติการ เพื่อเป็นการแสดงพลัง ความสามัคคี ของกู้ชีพกู้ภัย ภายใต้แนวคิด จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดียว “รวมพลังกู้ชีพกู้ภัย จิตอาสาไทย ใจหนึ่งเดีวยกัน

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ป่อเต็กตึ​้ง สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธีมอบถ้วยรางวัลการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล สภท.54ปี

      นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี) กำหนดจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศฯ ในวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น.-14.00 น. ณ บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขัน เพื่อจัดหารายได้ สนับสนุนกิจกรรมของสมาคมฯ เช่น การจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 มอบเป็นทุนการศึกษา บุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มอบเป็นสวัสดิการสมาชิกผู้สูงอายุ ตลอดจนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ

      โดยในการแข่งขันนี้ทางสมาคมได้รับเกียรติจาก แขกผู้มีเกียรติ เป็นผู้มอบถ้วยรางวัลเกียรติยศในครั้งนี้ อาทิ คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดินฯ, คุณอรรถการ ตฤษณารังสี ประธานสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีซันชิโร่, พ.ต.อ.เชษฐา สว่างสุข ผกก.สน.พหลโยธิน, นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย, นายซ้อน คงไสยภาคิน อุปนายกฝ่ายบริหารสมาคมฯ, นายบุญเลิศ พุทธเจริญ อุปนายกภาคเหนือสมาคมฯ, นายนำชัยชนะ ดีวิ อุปนายกภาคกลางสมาคมฯ และ น.ส.วันทนา วิริยะกุล อุปนายกภาคใต้สมาคมฯ ให้เกียรติร่วมเป็นมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศในพิธี ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศฯ

ประเภททีม VIP

      รางวัลชนะเลิศ ประเภททีม VIP ถ้วยรางวัล นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
      รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดชาย ถ้วยรางวัล ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
      รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล นายยุทธนา หยิมการุณ รองปลัดกระทรวงการคลัง
       รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดชาย ถ้วยรางวัล นายอรรถการ ตฤษณารังสี ประธานสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีซันชิโร่
       รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการ “คืนคุณแผ่นดิน”
      รางวัลชนะเลิศ ทีมบู้บี้ ถ้วยรางวัล นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ประเภททีมทั่วไป

      รางวัลชนะเลิศ ประเภททีมทั่วไป ถ้วยรางวัล พล.ต.ท.สุทธิพงศ์ วงศ์ปิ่น ผบช.น.
      รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดชาย ถ้วยรางวัล พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม.
      รางวัลชนะเลิศ สามเกมส์สูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.๑
      รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดชาย ถ้วยรางวัล พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.๕
      รางวัลชนะเลิศ เกมเดียวสูงสุดหญิง ถ้วยรางวัล พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.๒
     รางวัลชนะเลิศ ทีมบู้บี้ ถ้วยรางวัล นายอนันต์ นิลมานนท์ นายก สภท.    

ศุภเดช ธนูศร/ข่าว/สมคมหนังสือพิมพ์ส่วนภมิภาคแห่งประเทศไทย สภท.54 ปี

จับเด็กแว้น​พร้อมเตือนและทำลายท่อไอเสียที้ง

      วันที่ 28 มิ.ย.62 พ.ต.อ.ธนินท์รัฐ วิชทิพยนานนท์ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี พร้อมด้วย นาย มงคล ศิริพัฒนกุล ประธานกต.ตร.สภ.เมืองสระบุรี ร่วมกันแถลงข่าว การกวาดล้างจับคุมเด็กแว้น ที่เคยมีประชาชนร้องเรียนมา ว่ามีเด็กแว้นชอบแข่งรถแต่งเสียงดังกัน ทำความรำคาญเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนติดตามจับกุมเด็กแว้นที่คาดว่าจะมีการแข่งรถการจับเด็กแว้น​ กันแบบใหม่ อย่างที่เคยจับปิดประตูตีแมวหรือดักหัวท้ายจะไม่มีการจับแบบนี้อีก เนื่องจากอาจทำให้เด็กแว้นเกิดความตกใจกลัวระหว่างจับกุมและหลบหนี จนทำให้เป็นเหตุรถล้มและบาดเจ็บ จึงให้มีการจับกุมแบบใหม่ให้มีการสังเกตุกลุ่มวัยรุ่นที่มีการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมหรือมีพฤติการณ์ที่น่าจะเป็นการนำไปสู่การแข่งรถ โดยการสุ่มจับเด็กแว้นที่มาจอดตามปั๊มน้ำกันเป็นกลุ่มๆ หรือตามท้องถนนที่นั่งจับกลุ่มคุยกัน โดยให้ตำรวจเข้าตรวจค้นรถกับกลุ่มเด็กแว้นที่มีลักษณะรถแข่งแต่งเสียงดัง และไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.62. จนถึงปัจจุบัน โดยจับรถเด็กแว้นได้ 112 คัน แล้วให้มาเสียค่าปรับ และนำท่อไอเสียของเดิมที่ติดรถ เอามาเปลี่ยนท่อดังออก และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ให้นำผู้ปกครองมาพร้อมกับเด็ก เพื่อมาทำประวัติคาดโทษไว้ ถ้าหากมีครั้งต่อไปก็จะเพิ่มโทษไว้ที่สภ.เมืองสระบุรี และยังเหลือรถจักรยานยนต์ อีก 10 คัน ที่เจ้าของยังไม่มาติดต่อเสียค่าปรับและขอรับรถคืน ส่วนท่อไอเสียรถจักรยายนต์ที่ยึดได้ทั้งหมด 112 ท่อ จะนำไปเก็บไว้เป็นของกลาง และจะได้นำไปทำลายทิ้งต่อไป
      ส่วนที่ในด้านมาตรการนอกจากออกตรวจจุดสุ่มเสี่ยงและจุดล่อแหลมแล้ว ยังออกตรวจร้านซ่อมรถในพื้นที่และพื้นที่ลานจอดรถตามสถานศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

เด็กนักเรียนร่วมเดินรณรงค์ป้องกันโรคติดต่อ “วังโป่งร่วมใจ ปลอดภัย ไร้ไข้เลือดออก

      ที่ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 11 บ้านไร่ฝาย ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอวังโป่ง เป็นประธานเปิดกิจกรรมเดินรณรงค์ โครงการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ “วังโป่งร่วมใจ ปลอดภัย ไร้ไข้เลือดออก โดยมีนายประวัติ วิภาจักษณกุล นายก อบต.วังโป่ง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วย นายแพทย์ ศุภสิทธิ์ สุขี ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง พนักงาน ลูกจ้าง อบต. ,กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สาธารณสุขอำเภอวังโป่ง อสม. ชาวบ้านจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ รวมทั้ง เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านไร่ฝาย ซึ่งได้นำเอา กระดาษและถุงพลาสติกสีดำแถบขาว มาตกแต่งเป็นรูปร่างลักษณะคล้ายยุงลายตัวใหญ่ เพื่อสวมใส่ ออกเดินรณรงค์ โครงการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ “วังโป่งร่วมใจ ปลอดภัย ไร้ไข้เลือดออก” เริ่มต้นจาก อาคารอเนกประสงค์หมู่ 11 บ้านไร่ฝาย เดินผ่านชุมชน หมู่บ้าน ไปจนถึงโรงเรียนบ้านไร่ฝาย หมู่ 9 รวมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งตลอดเส้นทาง ต่างได้รับความสนใจ และการตอบรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดี ต่างออกมาให้ความร่วมมือกับเด็กๆ ในการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย ด้วยการคว่ำพาชนะน้ำขัง และหยอดทรายอเบตตามแหล่งน้ำ ช่วยสร้างสีสันให้แก่การเดินรณรงค์ในครั้งนี้เป็นอย่างดี
      นายแพทย์ ศุภสิทธิ์ สุขี ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง กล่าวว่า เนื่องจากโรคไข้เลือดออก นับเป็นปัญหาสาธารณสุขตลอดมา เพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาตลอด และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ยังคงพบว่าลดปัญหาโรคไข้เลือดออกได้ไม่มากนัก ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับตำบลและอำเภอเรื่อยมา ซึ่งการระบาดของไข้เลือดออกส่วนมากจะพบผู้ป่วยในช่วงเดือน มีนาคม-กันยายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับการเปิดภาคเรียนแรก ประกอบกับชีวนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวัน จึงสันนิษฐานได้ว่า การแพร่เชื้อและการกระจายของโรคจะเกิดขึ้นได้ทั้งในชุมชน วัด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน
      ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่ตำบลวังโป่ง พบว่ากำลังอยู่ในช่วงฤดูการระบาด พบผู้ป่วยทั้งในโรงเรียนและในชุมชน ในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคไข้เลือดออก ถ้าหากประชาชนไม่ตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกบริเวณบ้าน ที่เอื้อต่อการอาศัยเป็นแหล่งเพาะพันธ์ของยุง พาหะนำโรคหรือไม่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพ อาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและผลกระทบตามมาได้
      พร้อมกันนี้ นายแพทย์ ศุภสิทธิ์ สุขี ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง ยังได้ทำการแจกทรัมไดร์ฟป้องกันไข้เลือดออก มอบให้กับ อสม.ชุมชนหมู่บ้าน เพื่อที่จะได้นำข้อมูลใน ทรัมไดร์ฟ ไปเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันไข้เลือดออก ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความั่นคงภายในภาค 3

      เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.62 กองทัพภาคที่ 3 จัดการแข็งขันการสวดมนต์ตามแบบธรรมเนียมทหาร 100 ปี อนุศาสนาจารย์ไทย เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานกำหนดกิจกรรมอนุศาสนาจารย์ไทยและจะได้มีวาระครบ 100 ปีนั้น กองกิจการอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก จึงกำหนดการประกวดแข่งขันการสวดมนต์ตามแบบธรรมเนียมทหาร”100ปี อนุศาสนาจารย์ไทย”เพื่อเป็นการอบรมด้านคุณธรรมจริยธรรมแก่ทหารกองประจำการอีกทั้งเป็นการฝึกอบรมการไหว้พระสวดมนต์ตามแบบธรรมเนียมทหาร ให้มีรูปแบบเป็นเอกลักณ์เดียวกันทั้งกองทัพ

      สำหรับการประกวดแข่งขันในครั้งนี้ หน่วยข้นตรงกองทัพบกทุกหน่วย จะได้ดำเนินการเลือกทีมทหารกองทัพประจำการที่ดีที่สุดของแต่ละพื้นที่กองทัพภาค จากหน่วยทหารทั่วประเทศ ทีมละ 5 นาย เพื่อเข้าร่วมการประกวดแข่งขันรอบสุดท้าย ณ.กองกิจอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก โดยประกวดการแข่งขันการไหว้พระสวดมนต์ตามแบบธรรมเนียมทหารของกองทัพ ซึ่งทหารกองประจำการทุกนาย ต้องสวดนนต์ทุกวันก่อนนอนทุกวัน บทสวดสรรเสริญพระรัตนตรัยเป็นภาษาบาลี พร้อมแปลภาษาไทยในลักษณะทำนองสังโยค

      ทังนี้ กองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งทีมทหารกองประจำการของหน่วย กองพันทหารม้าที่ 18 กรมทหารม้าที่ 3 ซึ่งผ่านการคัดเลือกในการแข่งขันระดับกองทัพภาค เป็นตัวแทนเข้าประกวดการแข่งขันสวดมนต์ ผลการแข่งขันสวดมนต์ตามแบบธรรมเนียมทหาร 100 ปี อนุศาสนาจารย์ไทย ชนะเลิสอันดับ1 ระดับประเทศกองทัพภาคที่ 3 กองพันที่ 18 จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งในครั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 ได้เชิญคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมแถลงข่าว ณ.พลทหารม้าที่ 18 จังหวัดเพชรบูรณ์

ศุภเดช ธนูศร / ข่าว / กองทัพภาคที่ 3
Cr. วิรัตน์ ฟักคำ /ผู้สื่อข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์

มมร ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายชาวพุทธ ประชุมเตรียมการจัดงาน “สมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔”

      เมื่อเร็วๆ นี้พระเมธาวินัยรส รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นประธานในการประชุมเตรียมการจัดงาน “สมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา ประจำปี ๒๕๖๒ โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมเตรียมการ อาทิ ผู้แทนคณะสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ อนุศาสนาจารย์กองทัพบก ปปช. พร้อมทั้ง องค์กรเครือข่ายชาวพุทธโดยในปีนี้ “สมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔” จะมุ่งเน้นให้ผู้มีส่วนร่วมในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้มีส่วนร่วมในการแสวงหาแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เกิดความยั่งยืนในสังคมแห่งเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของชาติ โดยได้กำหนดการจัดงานใน วันศุกร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ หอประชุมกองทัพอากาศ อาคารทองใหญ่ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

           สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สามารถแจ้งความประสงค์ เพื่อสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒-๔๔๔-๖๐๐๐ ต่อ ๑๐๙๒-๑๐๙๕ หรือที่ ๐๙-๑๐๑๐-๒๖๓๙ www.mbu.ac.th

สตม.รวบชาวจีนมีประวัติคดีปลอมผล DNA ขอทำบัตรประชาชนไทย

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 28​ มิ.ย.62​ : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​(รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พลตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พลตำรวจ​ตรี​ ณฐพล แสวงกิจ,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.)​ และพล​ตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ (รอง​ผบช.ภ.7)​ รักษา​ราชการ​แทน​ รองผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​(รรท.รอง ผบช.สตม.)​

      ได้สั่งการให้ พลตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.บช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ วิญญู อำนวยสมบัติ รองผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบก.สส.บช.สตม.),พัน​ตำรวจ​เอก​ พงษ์นคร นครสันติภาพ รองผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบก.สส.บช.สตม.) และ พัน​ตำรวจ​เอก​ ปฏิญญา จีรชนาสิน​ ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผกก.4 บก.สส.บช.สตม.)​

      เฝ้าติดตามสถานการณ์ กลุ่มองค์กร บุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทย จนสามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้​ เจ้าหน้าที่​ กก.4 บก.สส.สตม.ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน ราย MR.YUNYONG HE หรือ นายโอภาส เหอ ซึ่งบุคคลดังกล่าวเคยถูกดำเนินคดีในข้อหา ความผิดต่อเจ้าพนักงาน (แจ้งความอันเป็นเท็จ),ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร (ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม) อีกทั้งยังเป็นบุคคลต้องห้ามตาม มาตรา​ 12 (6),(7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ถูกบันทึกข้อมูลในบัญชีบุคคลเฝ้าดูของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักร เมื่อปี พ.ศ.2559

      ต่อมา MR.YUNYONG HE หรือ นายโอภาส เหอ ได้เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักร โดยใช้ชื่อ MR.AN HE สัญชาติจีน ผ่านช่องทาง ทอ.อู่ตะเภา ตม.จ.ระยอง บก.ตม.3 เมื่อวันที่ 27 เม.ย.62 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 25 มิ.ย.62 (วีซ่านักท่องเที่ยว (60 วัน) ต่อมาได้ขออยู่ต่อในราชอาณาจักร ถึงวันที่ 25 ก.ค.62 โดยการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด จากการตรวจสอบภาพถ่ายการเดินทางของบุคคลต่างด้าวในระบบ PIBICS พบว่าบุคคลดังกล่าวมีลักษณะตำหนิรูปพรรณคล้ายคนเดียวกัน

      กระทั่งต่อมาวันที่ 26 มิ.ย.62 เวลาประมาณ 19.20 น. เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.สส.สตม. ได้ไปทำการตรวจสอบพบบุคคลดังกล่าว และได้เชิญตัวมาที่ กก.4 บก.สส.สตม. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว ปรากฏว่า MR.AN HE ให้การยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นบุคคลคนเดียวกันกับ MR.YUNYONG HE จึงได้พาตัว MR.AN HE ไปสแกนลายพิมพ์นิ้วมือ พบว่ามีประวัติเป็นผู้ต้องกักของ กก.3 บก.สส.สตม. จริง โดย MR.AN HE ได้ให้การยอมรับว่าตนเป็นบุคคลเดียวกันกับ นายโอภาส เหอ ซึ่งตนได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาความผิดต่อเจ้าพนักงาน (แจ้งความอันเป็นเท็จ),ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร (ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม) ซึ่งได้รับโทษจำคุก 11 เดือน เมื่อพ้นโทษแล้วจึงถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักร เมื่อกลับประเทศจีนแล้วจึงได้เปลี่ยนชื่อและทำหนังสือเดินทางใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่​ และเดินทางเข้ามาประเทศไทยหลายครั้ง จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตรวจสอบพบในครั้งนี้

      เจ้าหน้าที่​ กก.4 บก.สส.สตม.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บุคคลดังกล่าวเป็นภัยต่อสังคม​ และประชาชน อันเป็นพฤติการณ์ ซึ่งเป็นบุคคลต้องห้ามตาม ม.12 (6) และ (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 อันเป็นพฤติการณ์ที่สมควรเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร​ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือ www.immigration.go.th

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน