วช.จัดประชุมนานาชาติโชว์ศักยภาพคนไทย สร้างโอกาสก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของโลก

วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 4 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.​ ณ โรงแรม The Am bassador กรุงเทพฯ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBIA) มหาวิทยาลัยศิลปากร (SU) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT) จัดการประชุมนานาชาติและนิทรรศการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมด้านพลาสติกชีวภาพ “InnoBioplast 2019” ระหว่างวันที่ 4–6 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรม The Am bassador กรุงเทพฯ​ โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์​ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด

ศาสตราจารย์ นายแพทย์​ สิริฤกษ์ฯ​ กล่าวว่า​ การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความก้าวหน้าทางวิชาการวิจัยและเทคโนโลยีระดับชาติและนานาชาติ ร่วมถึงการสร้างเครือข่ายนักวิชาการ และธุรกิจอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพให้เข้มแข็งในระดับชาติและนานาชาติ ภายใต้กรอบแนวคิด “Circular economy: Rethinking and Challenge in Biochemicals Bioplastics and Biopharma”

โดยมีการนำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม​ ด้านพลาสติกชีวภาพ รวมถึงปัญหาและข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายและเศรษฐศาสตร์ให้สามารถนำไปใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ การประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน นโยบายของภาครัฐ และทิศทางการพัฒนา อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพทั้งของประเทศไทย​ และตลาดสากล เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในรูปแบบใหม่ ให้สามารถก้าวข้ามการเป็นประเทศผู้มีรายได้ปานกลาง ด้วยการกระจายการสร้างรายได้ที่สูงขึ้นสู่ภาคการผลิตในทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่การผลิตได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

การประชุมนานาชาติ​ และนิทรรศการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมด้านพลาสติกชีวภาพ “InnoBioplast 2019” นี้ เป็นความต่อเนื่องจากความสำเร็จในการจัดงาน InnoBioplast 2006 (ปี 2556) ซึ่งเป็นการจัดสัมมนาทางวิชาการที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งต่อมาได้มีการจัดงาน “EcoInnovAsia 2008” (ปี 2551)
เป็นการสัมมนาด้านชีวมวลและพลาสติกชีวภาพ งาน “InnoBioplast 2010” (ปี 2553) “InnoBioplast 2013” (ปี 2556) และ “InnoBioplast 2016” (ปี 2559) โดยการจัดงานดังกล่าวได้รับความสนใจ ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษาและภาคประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้การจัดงาน InnoBioplast 2019 ยังครอบคลุมภาพรวมของอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในระดับโลก ทั้งความก้าวหน้า ทิศทางทางด้านเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนถึงการวิเคราะห์โอกาสทางการตลาดและการลงทุน รวมถึงการนำเสนอจากภาคอุตสาหกรรมและภาควิจัยมากกว่า 20 คน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ เยอรมนี,เนเธอร์แลนด์,เกาหลีใต้,ไต้หวัน และญี่ปุ่น เป็นต้น

จึงนับเป็นโอกาสดีที่จะสร้างความร่วมมือและเครือข่ายขึ้น เพื่อพัฒนาโครงการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ในระดับนโยบายและการถ่ายทอดเทคโนโลยี​ ครั้งนี้จะทำให้ประชาชนได้ตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติก และใช้พลาสติกชีวภาพเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การกำจัดขยะให้เหลือศูนย์ (Zero Waste)

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบสาวใหญ่หลอกลวงเหยื่อเสียเงินนับล้าน​ ว่าสามารถฝากเข้าทำงานการไฟฟ้าฯ ได้

วันนี้ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 4 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.) ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.) และ พัน​ตำรวจ​โท​ เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)

ได้นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.กัญญวัฒน์ ทักษิณภาค อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/509 ซ.ร่วมมิตรพัฒนา แยก 1 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.ตามหมายจับศาลแขวงอุดรธานี ที่ จ.203/2560 ลงวันที่ 29 มิ.ย.60 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” โดยจับผู้ต้องหา​ได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 89/481 ถ.สุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.

ทั้งนี้เมื่อเดือน กันยายน​ 2559 น.ส.กัญญวัฒน์ฯ ผู้ต้องหาได้หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นชาว จ.อุดรธานี ว่าสามารถฝากเข้าทำงานในการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ แต่ต้องจ่ายค่าดำเนินการจากนั้นได้เรียกเงินจากผู้เสียหายไปเป็นเงินนับล้านบาท หลังจากผู้เสียหายจ่ายเงินให้ กลับไม่ได้เข้าทำงานตามที่กล่าวอ้าง เมื่อทวงถามก็ถูกบ่ายเบี่ยง ก่อนจะคืนให้บางส่วนแต่ยังเหลืออยู่ประมาณ 750,000 บาท จึงแจ้งความให้ดำเนินคดีที่ สภ.เมืองอุดรธานี กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ​ ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา​ และนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบช.ทท.กวดขันจับกุมรถโดยสารสาธารณะที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนโดยรอบพระบรมมหาราชวัง​ ครั้งที่ 2

      วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2562 เวลา 14.00 น. : พลตำรวจโท​ ธีรพล คุปตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี กฤตธาพล ยี่สาคร รอง​ผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ท่องเที่ยว​ (รองผบช.ทท.)​,พลตำรวจตรี​ วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1​ กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​ท่องเที่ยว​ (ผบก.1​ บช.ทท.),เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง,เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด,เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก และ เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตพระนคร​ ร่วมกันกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการให้บริการของรถโดยสารสาธารณะบริเวณพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวัง โดยมีผลการปฏิบัติการที่สำคัญดังนี้
             1.จับกุมข้อหาตาม พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 จำนวน 55 ราย ข้อหาปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร จำนวน 25 ราย และอื่นๆจำนวน 29 ราย ไมใช้มาตรมิเตอร์​ จำนวน​ 1​ ราย
            2.จับกุมข้อหาตาม​ พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 จำนวน 9 ราย
             3.จับกุมข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญจำนวน 17 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 81 ราย

สุรเชษฐ​ศิลา​นนท์​รายงาน

กระต่าย ศิวพร นางเอกหนัง “ร่าง ซ่อน แอบ” โร่ร้องกองปราบฯ หลังถูกมือดีโพสต์เฟซด่าทอ

      วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 4 ก.ค.62​ เวลา 13.30 น.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : น.ส.ศิวพร จันทร์ปรุง หรือ กระต่าย นางเอกจากภาพยนตร์เรื่อง “ร่าง ซ่อน แอบ” (WHO? WHY? WHERE?) เดินทางเข้าพบ​ ร้อยตำรวจ​เอก​ ปราโมทย์ ศุขศรีไพศาล รองสารวัตร​สอบสวน​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รองสว.สอบสวน กก.1 บก.ป.)​ เพื่อแจ้งความเอาผิดกับบุคคลกลุ่มหนึ่งจำนวนประมาณ 6-7 คน ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ หมิ่นประมาท หลังถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวนำรูปภาพไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊คในเชิงเสียหายจนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การเป็นนักแสดง

      น.ส.ศิวพรฯ กล่าวว่า ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ได้มีบุคคลกลุ่มหนึ่งจำนวนประมาณ 6-7 คน นำรูปภาพของตนไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊คพร้อมกับระบุข้อความในเชิงด่าทอต่างๆนานา จนทำให้ตนได้รับความเสียหาย ซึ่งทันทีที่ทราบเรื่องตนก็ได้พยายามตรวจสอบว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นใคร จนมาทราบว่าเป็นอดีตหุ้นส่วนที่เคยร่วมทำธุรกิจขายของออนไลน์กับพี่สาวของตนก่อนจะมามีปัญหาขัดแย้งกันในช่วงหลัง เป็นผู้โพสต์ แต่ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องนำตนไปเกี่ยวข้องด้วย ทั้งๆที่ตนไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหาขัดแย้งกับพวกเค้าเป็นการส่วนตัว ด้วยเหตุนี้จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานมาเข้าแจ้งความกับทางกองปราบฯ​ ในวันนี้เพื่อเอาผิดกับบุคคลกลุ่มนี้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ หมิ่นประมาท เพราะการกระทำของพวกเค้าส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของตนเป็นอย่างมาก

      เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ได้รับเรื่องพร้อมกับสอบปากคำ น.ส.ศิวพรฯ ก่อนจะประสานส่งต่อเรื่องดังกล่าวไปยัง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เนื่องจากเป็นการกระทำผิดผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ บก.ปอท.

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช. เปิดตัวระบบพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ​ พร้อมการบริหารจัดการทุนวิจัยในแบบออนไลน์ 100%

      ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงบทบาทของ​ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในงาน Open House เปิดบ้าน วช.5G : Change for the Future เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่า วช.ได้รับมอบหมายให้เป็น Funding Agency หลักของประเทศ ทำหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่หน่วยงานในระบบวิจัยและสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้แก่นักวิจัย หน่วยงานและองค์การมหาชนทั้งภายในและภายนอกกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา ครอบคลุมทั้งการวิจัยพื้นฐาน วิจัยประยุกต์ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รวมทั้งสหสาขาวิชาการ

      โดยในงานดังกล่าวได้มีการเปิดตัวระบบพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ทุนพัฒนาบุคลากรและการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการ ที่เป็นการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรวิจัยทั้งระบบ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับนานาชาติ และทุนวิจัยและนวัตกรรม ในประเด็นสำคัญของประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นผู้กำหนด

      ในปัจจุบัน วช. ได้พัฒนาให้ระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (National Research Management System : NRMS) ให้สามารถบริหารจัดการทุนวิจัยในแบบออนไลน์ 100% เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนการบริหารจัดการการวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบและเกิดการบูรณาการระหว่างนักวิจัย หน่วยงานให้ทุน ผู้พิจารณาทุนวิจัย (Reviewer) และทีมบริหารจัดการ เพื่ออำนวยความสะดวก (Convenient) และลดระยะเวลา (Speed) ข้อมูลมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ (Accurate) และสามารถติดตาม ตรวจสอบได้ (Traceable) และเกิดความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Efficient) อีกทั้งนักวิจัยสามารถติดตามสถานะข้อเสนอโครงการวิจัยได้ทุกขั้นตอน พร้อมมีระบบแจ้งเตือนการส่งงาน สนับสนุนการบริหารจัดการงานวิจัยของหน่วยงาน
      ปัจจุบัน วช. มีความพร้อมในวิธีการทำงานแบบใหม่ โดยได้ยกระดับการทำงานตามภารกิจใหม่โดยแนวทาง “วช. 5G” ประกอบด้วย Speed ทำงานได้รวดเร็วขึ้น Start เริ่มทำงานได้ทันที ตอบสนองฉับพลัน Scope ขยายขอบข่ายการทำงาน ในระดับชาติ และนานาชาติ Connectivity เชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ Efficient ทำงานคุ้มค่า ใช้ต้นทุนต่ำ ได้ผลผลิตสูง Smooth ลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น และทำงานโดยไม่มีข้อจำกัด ซึ่งแนวทางทำงาน 5G ดังกล่าว วช. จะเป็นส่วนราชการที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว คล่องตัว เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติได้ทันที พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

      วันนี้​ วัน​พฤหัสบดีที่ 4 ก.ค.62 เวลา 09.30 น. พลตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบช.น.)​ พร้อมคณะ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รองผบช.น.)​ และ​ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบก.)​ ในสังกัดกอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล (บช.น.)​ ร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มมร ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายชาวพุทธ จัดงาน “สมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔”

          มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  ขอเชิญร่วมงาน “สมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔”  ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา ประจำปี ๒๕๖๒ โดยมีหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานเข้าร่วม  อาทิ  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ อนุศาสนาจารย์กองทัพบก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติฯลฯ พร้อมทั้ง องค์กรเครือข่ายชาวพุทธ โดยในปีนี้ “สมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔” จะมุ่งเน้นให้ผู้มีส่วนร่วมในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้มีส่วนร่วมในการแสวงหาแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เกิดความยั่งยืนในสังคมแห่งเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของชาติโดยได้กำหนดการจัดงานใน วันศุกร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ หอประชุมกองทัพอากาศ อาคารทองใหญ่ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

          สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สามารถแจ้งความประสงค์ เพื่อสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือโทร ๐๒-618-7781-4,086-977-0112 หรือ www.mbu.ac.th

เลเจนด์สยาม พัทยา ตำนานแห่งอารยะสยาม อันทรงคุณค่า จัดใหญ่รับเดือนมิ่งมงคล “ยักษ์ยกภาค” ให้ชาว7จังหวัดภาค ตะวันออกเข้าชมฟรี!” ตั้งแต่วันที่ 4-31 ก.ค.นี้เท่านั้น

      เลเจนด์สยาม พัทยา ตำนานแห่งอารยะสยาม อันทรงคุณค่า จัดใหญ่รับเดือนมิ่งมงคล “ยักษ์ยกภาค” ให้ชาว7จังหวัดภาค ตะวันออกเข้าชมฟรี!” ตั้งแต่วันที่ 4-31 ก.ค.นี้เท่านั้น

      พัทยา – เนื่องในเดือนแห่งความพิเศษอันเป็นมิ่งมงคลของชาวไทย แลเป็นการส่งเสริมสนับสนุนเปิดโอกาสให้ได้มาเรียนรู้เพื่อสืบสานส่งต่อวิถีชีวิตอันงดงามของชาวสยาม ตำนานอารยะสยาม เลเจนด์สยาม พัทยา จึงจัดใหญ่ “ยักษ์ยกภาค ให้ชาวตะวันออกเข้าฟรี!” จึงกลับมา ตั้งแต่วันที่ 4-31 ก.ค.นี้เท่านั้น

      ขอเชิญชาว 7 จังหวัดภาคตะวันออก มายลมาชมมาแต่งไทยเฉิดไฉไลเดินเพลินชมเมืองแห่งตำนานอารยะสยาม ซึบซับวิถีชีวิตชาวสยามอันงดงาม ภาคภูมิกับตำนานแห่งสมัยอันทรงคุณค่า ฟรี! เพียงแสดงบัตรประชาชนถิ่นฐานภาคตะวันออก

      แลเตรียมรวมตัวรวมใจใส่ชุดไทยมาจุดเทียนชัยถวายพระพรในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งของชาวไทย มาเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีให้ดังก้องกังวานไกลไปทั่วแผ่นดิน 28 ก.ค.นี้

พัทยา จ.ชลบุรี /. โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม

legendsiam #legendsiampattaya #เลเจนด์สยาม #ยักษ์ยกภาคชาวตะวันออกเข้าฟรี #พัทย

ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 1ลงพื้นตวจติดตามสถานการณ์การระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดหลายจุด

วันที่2กรกฏาคม2562​ เวลา13.30น.​ นายพิศาล พงศาพิชณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลพุกร่างอำเภอพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี​ มี​ พันเอก​ เพิ่มศักดิ์​ ขุนโขลน​ รองกอ.รมน.จ.สระบุรีพร้อมนางจุไรรัตน์​ แสงสวัสดิ์​ เกษตรจังหวัดสระบุรี​ นาง​ กาญจนา​ แดงรุ่งโรจน์​ เกษตรและสหกรณ์​ จังหวัดสระบุรีและหัวหน้าเกษตรอำเภอ13อำเภอ​ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี​ให้การต้อนรับพร้อม ร่วมประชุมหารือการแก้ปัญหาหนอนกระทู้ข้าวโพดซึ่งเป็นแมลงท้องถิ่นของทวีปอเมริกาเป็นศัตรูพืชเศรษฐกิจชอบทำลาย​ ข้าวโพด​ ข้าวฟาง​ อ้อย​ ข้าวและพืขผักซึ่งปล่อยไว้จะสร้างความระบาดจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างแรงพบว่าในขณะนี้ในจังหวัดสระบุรีเริ่มมีการระบาดในพื้นที่และในประเทศไทยเมื่อปลายปี2561เท่าที่สำรวจมีระบาดในพื้นที่จังหวัดสระบุรีเมื่อวันที่18ธันวาคม2561 จังหวัดสระบุรีมีพื้นที่​ปลูกข้าวโพดจนถึงวันที่1กรกฏาคม2562มีจำนวน48, 707.50 ไร่มีเกษตรกร2, 296รายพื้นที่ที่ไม่พบการระบาด419.50ไร่​ พบระบาดรุนแรงน้อย17, 394ไร่​ ที้พบรุนแรงมาก5, 874.25ไร่มีกาีเฝ้าระสัง25,019.15ไร่​ จะพบการระบาดรุนแรงในข้าวโฟดที่มีอายุ7-45วันเมื่อข้าวโฟดอายุได้45วันจะลดการบาด
ปัจจัยมีผลกระทบต่อการระบาดคือในการปลูกพืชไม่พร้อมกันเป็นสาเหตุให้หนอนมีอาหารต่อเนื่องสาเหตุภาวะฝนแล้งทำให้หนอนกระทู้ข้าวโฟดระบาดรุนแรงที่สำคัญเกษตรกรในพื้นที่ขาดความเข้าใจคิดว่าหนอนจะไม่ทำลายความเสียหายจึงไม่ป้องกันและกำจัด​ การใช้สารเคมีของเกษตรกรยังไม่ถูกต้อง
      จังหวัดสระบุรีดำเนินการงานป้องกันกำจัดการระบาดของหนอนกระทู้ลายจุดของเกษตรกร​ สำนักงานเกษตรจังหวัดสระบุรีได้สร้างการรับรู้ส่งเสริมให้เกษตรกรทุกพื้นที่ในเรื่องป้องกันกำจัดโดยใช้วีธีผสมผสาน​ โดยลดการใช้สารเคมีให้น้อยลงโดยการใช้แสงไฟเป็นกับดัก​ การเก็บกลุ่มไข่ตัวหนอนไปทำลาย​ ใช้ชีวภัณฑ์หรืศัตรูธรรมชาติและแนะนำการใช้สารเคมีที่ถูกต้องตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรเท่านั้น

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

กอ.รมน. เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบริการทางการแพทย์ “ตรวจสุขภาพตาและผ่าตัดต้อกระจกฟรี” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา

      กอ.รมน. เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบริการทางการแพทย์ “ตรวจสุขภาพตาและผ่าตัดต้อกระจกฟรี” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562
วันที่ 3 ก.ค.62 ที่ กอ.รมน. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพตา เนื่องจากปัญหาของการมองเห็นนั้น ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมากโดยเฉพาะในผู้สูงอายุซึ่งมัก มีโรคประจำตัวอื่น ๆ ร่วมด้วย จึงร่วมมือกับโรงพยาบาลบ้านแพ้ว หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสโมสรไลออนส์สากลภาค 310 ประเทศ จัดกิจกรรมบริการทางการแพทย์ “ตรวจสุขภาพตาและผ่าตัดต้อกระจกฟรี” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 โดยจะจัดตรวจสุขภาพดวงตาและผ่าตัดต้อกระจกเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันเสาร์ ที่ 6 กรกฎาคม 2562 โดยสามารถลงทะเบียนคัดกรองด้วยการตรวจวัดสายตาในเบื้องต้น ตรวจวินิจฉัยโรคโดยจักษุแพทย์ ตั้งแต่เวลา 07.00 ถึง 12.00 น. ณ สโมสรกองพลทหารปืนใหญ่ ต่อสู้อากาศยาน แยกเกียกกาย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งประชาชนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อสมัครเข้ารับการตรวจสุขภาพตาและผ่าตัดต้อกระจกได้ที่เว็บไซต์ของ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 034 419517, 081 9298735, 02 2413662