ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติ

      ราชการประจำปีของจังหวัดตราด ในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ จำนวน 2 โครงการ
วันที่ 11 ก.ค. 62 นายจิรายุ นันท์ธราธร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต 9 และประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด นำคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด (ก.ธ.จ.ตราด) ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีของจังหวัดตราด ประจำปีงบประมาณ 2562 ในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่จำนวน 2 โครงการ โดยมีนายนายพีระ การุณ นายอำเภอคลองใหญ่ นำคณะตรวจติดตามการดำเนินโครงการทั้งสอง
       สำหรับการตรวจติดตามการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดตราด ในครั้งนี้ มีจำนวน 2 โครงการประกอบด้วย โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ศาลเจ้าแม่ทับทิม คลองใหญ่ เพื่อเป็นสถานที่ส่งเสริมการค้าขายในชุมชนรวมทั้งเป็นสถานที่ออกกำลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจ มีมูลค่าโครงการ 7.2 ล้านบาทเศษ โดยได้มีการดำเนินการจัดสร้างลานคอนกรีต สวนหย่อม พร้อมระบบระบายน้ำ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ดำเนินโครงการจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด และคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตราด ได้เดินทางลงพื้นที่ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ ติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กิจกรรมก่อสร้างหลังคาคลุมสะพานทางเดินบ้านไม้รูด มูลค่าโครงการ 5.6 ล้านบาทเศษ ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับการท่องเที่ยวของชุมชนท่องเที่ยวบ้านไม้รูด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอีกหนึ่งแห่งของจังหวัดตราด โดยการดำเนินโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างผู้รับจ้างดำเนินโครงการอยู่

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เสี่ยร้านทองราชบุรี มอบกระเช้าขอบคุณกองปราบฯ ช่วยคลี่คลายคดี ด้านรอง ผบก.จ.ราชบุรี ดอดให้ปากคำ หลังพบสนิทใกล้ชิดผู้กองหยอง

      วันที่ 11 ก.ค.62​ เวลา 14.00 น.ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : นายอนุพันธ์ ทวีสิทธิศักดิ์ เจ้าของร้านทองแสงเจริญ ใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ที่ถูก ร.ต.อ.ภาคภูมิ ทองแจ้ง หรือ ผู้กองหยอง อายุ 48 ปี รอง สว.ป.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และ น.ส.เพชรรัตน์ ตั้งสิริเมธาพร 48 ปี อดีตภรรยานายอนุพันธ์ฯ จ้างวานกลุ่มชายฉกรรจ์ไปดักรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส โดยมีปมเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องสินสมรสนับร้อยล้านที่ยังตกลงกันไม่ได้ระหว่าง นายอนุพันธุ์ฯ กับ น.ส.เพชรรัตน์ฯ​

      เดินทางมาเข้าพบ พัน​ตำรวจ​เอก​ เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (รอง​ผบก.ป.) และพัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ เพื่อมอบกระเช้าขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีดังกล่าว หลังทราบว่าสามารถจับกุมตัว ร.ต.อ.ภาคภูมิฯ และ น.ส.เพชรรัตน์ฯ สองผู้ต้องหาตัวการสำคัญที่เหลืออยู่ได้เมื่อวันที่ 10 ก.ค.62​ ที่ผ่านมา

      พ.ต.อ.เอนกฯ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก เมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย.62​ ที่ผ่านมา ทาง นายอนุพันธุ์ฯ ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับทางพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ช่วยรับโอนคดีดังกล่าวมาอยู่ในความดูแล เนื่องจากผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดีประกอบกับคดีไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ก่อนจะมีการโอนคดีดังกล่าวมาอยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อที่ทางกองปราบฯ​ จะได้มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่คดีดังกล่าวถูกโอนมาแล้วนั้น เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีก็ได้เร่งลงพื้นที่สืบหาพยานหลักฐานเป็นการด่วน เนื่องจากช่วงระยะเวลาในการทำงานนั้นมีค่อนข้างจำกัด

      พ.ต.อ.เอนกฯ กล่าวต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานทั้งจากพยานบุคคลและพยานแวดล้อมต่างๆ เกี่ยวกับผู้ต้องหาทั้งสองรายซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างกลุ่มคนร้ายไปลงมือก่อเหตุ จนสามารถออกหมายจับและนำไปสู่การติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนที่เหลืออยู่ได้ดังกล่าว ทำให้ขณะนี้สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีได้ครบทุกรายแล้ว ทั้งนี้สำหรับจำนวนเงินในการว่าจ้างคนร้ายไปก่อเหตุนั้น จากคำให้การของผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ลงมือก่อเหตุทั้ง 4 คน ที่ถูกตำรวจ สภ.บ้านโป่ง จับกุมตัวไปก่อนหน้านี้ ทราบว่าได้รับค่าจ้างจาก ร.ต.อ.ภาคภูมิฯ และ น.ส.เพชรรัตน์ฯ เป็นจำนวนเงินตั้งแต่ 3-5 หมื่นบาท

      ด้าน นายอนุพันธ์ฯ กล่าวว่า รู้จักและสนิทสนมกับ ร.ต.อ.ภาคภูมิฯ ผู้ต้องหามาตั้งแต่เขายังเป็นตำรวจชั้นประทวน ซึ่งหลังจากตนเลิกกับภรรยาก็ได้นำลูกสองคนมาเลี้ยง ส่วนภรรยานำลูกอีกคนไปเลี้ยง ตนจึงยกร้านทองให้ อดีตภรรยาไปใช้ทำมาหากิน ระหว่างที่เลิกกัน ร.ต.อ.ภาคภูมิฯ ก็เข้าไปคอยช่วยเหลือดูแล น.ส.เพชรรัตน์ฯ กระทั่ง น.ส.เพชรรัตน์ฯ ได้ขอตึกแถวราคา 25 ล้านที่ตนเคยบอกว่าจะยกให้ลูกและมรดกอื่นๆ รวมร้อยล้าน แต่ตนไม่ยินยอม อดีตภรรยาก็ได้ไปยื่นฟ้องร้องต่อศาล

      นายอนุพันธ์ฯ กล่าวต่อว่า จากนั้นตนเริ่มรู้ตัวแล้วว่ามีคนคุกคาม เริ่มจาก นายโกมลรัตน์ รุ่งเรือง น้องชาย ได้ถูกคนร้าย 2 คน รุมตีได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ครั้ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา จึงเชื่อว่าคนร้ายมุ่งจะทำร้ายตน เนื่องจากตนได้ให้น้องชายขับรถให้ คนร้ายคงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตน หลังจากนั้นก็ได้จ้างคนมาดูแลความปลอดภัยให้ แต่ก็ไม่วายมาโดนตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

      “หลังเกิดเหตุตำรวจท้องที่จับกุมคนร้ายที่รุมตีผมได้ แต่ไม่ยอมจับคนจ้างวาน จึงเข้าร้องกองปราบฯ​ จนมีการจับกุมดังกล่าว ซึ่งต้องขอขอบคุณทาง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.และ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.พร้อมทีมงานที่ช่วยติดตามจับกุมคนจ้างวานมาได้ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเรื่องลูกๆ ก็อกสั่นขวัญหาย แต่พอจับกุมคนร้ายได้สภาพจิตใจลูกๆ ก็ดีขึ้นมาก” นายอนุพันธ์ฯ กล่าว

      รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากสามารถจับกุม ร.ต.อ.ภาคภูมิฯ และ น.ส.เพชรรัตน์ฯ สองผู้ต้องหาคนสำคัญทางคดีซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างได้แล้วนั้น ทางพนักงานสอบสอบสวน กก.5 บก.ป. ก็ได้เชิญตัว นายตำรวจตำแหน่ง รอง ผบก.ภ.จ.ราชบุรี ท่านหนึ่งมาเข้าให้ปากคำเกี่ยวกับคดีดังกล่าวในฐานะพยาน หลังพบว่ามีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับ ร.ต.อ.ภาคภูมิฯ โดยใช้เวลาในการให้ปากคำนานร่วม 1 ชั่วโมง ก่อนจะเดินทางกลับออกไป ทั้งนี้จากคำให้การของรอง ผบก.ภ.จ.ราชบุรี ท่านดังกล่าว ทราบว่ารู้จักมักคุ้นกับ ร.ต.อ.ภาคภูมิฯ จริง เนื่องจาก ร.ต.อ.ภาคภูมิฯ เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาก่อน แต่ยืนยันว่าตนเองไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือให้การช่วยเหลือทางคดีดังกล่าวแต่อย่างใด

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบ “จ็อค สายเปิด” หนีคดีรุมทำร้ายอริ 12 ปี รับเขม่นกันในคาราโอเกะหลังตลาดไท

      วันที่ 11 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการ​ให้​ พัน​ตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.2 บก.ป.)​ และ พันตำรวจ​ตรี​ ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก. 2 บก.ป.)

      ร่วมนำกำลังเข้าจับกุม นายพิรุฬ หรือจ็อค จันทะเขตต์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 10 ต.ดอนกอก อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 366/2550 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2550 ข้อหา ” ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” ได้ริมถนนภายในหมู่บ้านโคกสะแทน​ หมู่ 10 ต.ดอนกอก อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์

      ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก​เมื่อวันที่ 23 ม.ค.50 เวลา 02.00 น.บริเวณ ถ.เลียบคลองแอน 1-2 ม.9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายพิรุฬฯ พร้อมกับพวกได้ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส หลังก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนี ต่อมา นายพิรุฬฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองหลวง จับกุมส่งศาลจังหวัดธัญบุรี ดำเนินคดี แต่ได้หลบหนีระหว่างประกันตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหามากบดานอยู่กับภรรยาที่บุรีรัมย์ จึงเข้าจับกุมดังกล่าว

      จากการสอบสวน นายพิรุฬฯ รับสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยก่อนเกิดเหตุตนกับเพื่อนๆ ได้ไปดื่มที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งด้านหลังตลาดไท แล้วเกิดเขม่นกับโต๊ะข้างเคียง หลังจากร้านปิดเดินออกมาเจอกัน จึงเกิดการตะลุมบอนกันขึ้น จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส อย่างไรก็ตามยอมรับว่าตนเป็นคนใจร้อน เห็นพี่น้องเพื่อนฝูงมีเรื่องแล้วทนไม่ได้ ต้องเข้าไปช่วยเหลือก่อนทุกครั้ง

      นอกจากนี้ได้ตรวจสอบประวัติพบว่า นายพิรุฬฯ เคยถูกจับกุมคดีก่อเหตุวิวาทชกต่อยกับผู้อื่น 3 ครั้ง สภ.คลองหลวง ปี 2550,สภ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ปี 2552 และปี 2559 จึงนำตัวส่งศาลจังหวัดธัญบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรร่วมเปิดโครงการ นวัตกรรมข้าวนาถุงเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร

      วันที่12 ก.ค.62เวลา09.30.น.ณ.ศูนย์การทหารม้าค่าอดิสรณ์ สระบุรี กอ.รมน.สระบุรี กอ.รมน.จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับศูนย์การทหารม้าค่ายอดิสรณ์สระบุรี ศูนย์การเรียนรู้การเกษตร วัน วัน วัน ,สภานักวิชาการ, ปราญ์ชาวบ้าน, ร่วมเปิดโครงการ นวัตกรรมข้าวนาถุงเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร ให้ความรุ้และสาธิทวิธีการปลูกข้าวนาถุงเพื่อต่อยอดการเรียนรู้และเพิ่มผลผลิตต่อไป


ข้อมูล/ภาพ/ข่าว/โดย น๊อตธัญญะ/สื่อบุคคล/สมท.กอ.รมน/

“รวบครูอเมริกัน ทำงานผิดกฎหมาย ลักษณะเป็นภัยต่อสังคม”

      ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการปราบปรามกลุ่มหรือบุคคลต่างด้าวที่จะเข้ามากระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มหรือบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงต่อราชอาณาจักรนั้น

      และด้วยความร่วมมือกันระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย โดยหน่วยงาน HSI (Homeland Security Investigations)ได้ประสานข้อมูลมายัง กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ว่ามีบุคคลต่างด้าวชื่อ MR. ERIC PAUL ROTH (นายอิริค พอล โรท์) อายุ 66 ปี สัญชาติอเมริกัน มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม โดย MR. ERIC PAUL ROTH มีพฤติกรรมกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศเด็ก ในประเทศสหรัฐอเมริกา จนถูกจับกุมตัวและได้รับโทษจำคุก 4 ปี ซึ่งหลังจากพ้นโทษ ปัจจุบันพบว่า MR. ERIC PAUL ROTH ได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย และพักอยู่ใน จ.พะเยา

      กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช. สตม., พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วิฑูรย์ เดโช ผกก.สส.บก.ตม.5 และ พ.ต.ต.กฤษณ์ สมณาศักดิ์ สว.ตม.จว.พะเยา ร่วมกันตรวจสอบบุคคลต่างด้าวคนดังกล่าว

      จากนั้น วันนี้ (11 ก.ค.62) เวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.5 , ตม.จว.พะเยา, ชุดปฏิบัติการการปราบปรามการล่วงละเมิดต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ตร.(TICAC), จัดหางานจังหวัดพะเยา และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ได้ร่วมเข้าตรวจสอบ MR.ROTH ที่บ้านเลขที่ 5/1 ถนนประสาท ต.เวียง อ.เมือง จว.พะเยา พบ MR.ROTH กำลังสอนภาษาอังกฤษ ให้กับเด็กนักเรียนจำนวนหลายคน ซึ่งเป็นการทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงได้จับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวส่ง สภ.เมืองพะเยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งสืบสวนขยายผลความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศเด็ก และจะผลักดันออกนอกประเทศ ต่อไป

      จากรณีดังกล่าว พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.บก.ตม.5 ได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในสังกัด บก.ตม.5 เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน หากพบคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย หรือมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม ให้แจ้ง สายด่วน 1178 หรือ ตม.ที่ใกล้เคียงทั่วประเทศ..


ขอบคุณ​ข้อมูล​ข่าวสาร​

cr.ป๋าหรั่ง​/ฝั่งธน “ผู้สื่อข่าว​หนังสือ​พิมพ์​พิมพ์​ไทย”
ธีรพล ปลื้มถนอม​ รายงาน

ประชาชนชาวสัตหีบร่วมหล่อเทียนพรรษา รับเทศกาลเข้าพรรษาประจำปี2562

      เมื่อเวลา 17.00 น.วันนี้ 11 ก.ค.62 นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานในพิธีหล่อเทียน และฉลองเทียนพรรษา ณ วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งมีพระครูทัศนียคุณากร เจ้าคณะอำเภอสัตหีบ และเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นอกจากนี้ นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศบาลเมืองสัตหีบ พร้อมด้วยนายไชยเทพ บุญเลิศ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ ผู้แทนจากศูนย์วัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในอำเภอสัตหีบ สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ เดินทางเข้าร่วมในพิธีหล่อเทียนพรรษา เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา
      นาย อนุชา อินทศร กล่าวว่า สำหรับการจัดงานพิธีหล่อเทียน และฉลองเทียนพรรษา ของอำเภอสัตหีบ ได้รับความร่วมมือระหว่างสภาวัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ เทศบาลเมืองสัตหีบ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอสัตหีบ สถานศึกษาทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น เผยแพร่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ที่สำคัญยังเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความสมัครสมานสามัคคีระหว่างประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มพลังมวลชนในอำเภอสัตหีบ
      ซึ่งสภาวัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ ยังมอบเกียรติบัตร ให้กับผู้ดำรงตนอยู่ในคุณธรรม จริยธรรมและปฎิบัติตนบำเพ็ญประโยชน์ในการทำความดีให้กับสังคม สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่างที่ดี ภายใต้โครงการ คนดีมีน้ำใจในอำเภอสัตหีบ ประจำปี 2562 ทั้งประชาชนและนักเรียนเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนและวงศ์ตระกูลอีกด้วย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ในเวลา08.00 น.วันที่ 12 ก.ค.62 จะมีพิธีแห่เทียนพรรษาอย่างยิ่งใหญ่ไปโดยรอบเมืองสัตหีบอีกด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ต่าย มิรันดาร่วมกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล เดินบริจาคสิ่งของให้ผู้ป่วยผู้สูงวัย กว่า 45 ครัวเรือน

      วันนี้ 11 ก.ค.62 นายยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ หรือต่าย ผู้บริหารโครงการหมู่บ้านมิรันดา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโค้งวันเพ็ญ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว กลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา ได้ลงไปเยี่ยมพร้อมสอบถามความเป็นอยู่ของชาวบ้านและผู้ป่วย ตลอดจนร่วมกันนำข้าวสาร น้ำดื้มพร้อมเงินช่วยเหลือ ไปบริจาคให้ประชาชนที่เดือดร้อน ตกทุกข์ได้ยาก พิการ ช่วยเหลือตัวเองลำบาก มีฐานะยากจน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ตามบ้าน ในโครงการกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ช่วยเหลือประชาชน จำนวน 45 ครัวเรือน ในพื้นที่หมู่ที่ 3,6,7,9,10,11 ในพื้นที่เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
      นายยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ หรือต่าย ผู้บริหารโครงการหมู่บ้านมิรันดา ในฐานะประชาสัมพันธ์กลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล กล่าวว่า วันนี้ผมโดยนายพนธกร ใคร่ครวญ ประธานกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล นายอภิชาติ อร่ามรัตน์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต แสมสาร ในฐานะรองประธานกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล นายอัครพล แสงศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.สัตหีบ เลขานุการกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ตลอดจนหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโค้งวันเพ็ญ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว ได้ช่วยกันนำข้าวสาร น้ำดื้ม และเงินช่วยเหลือ ที่ได้มาจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาค ออกเยี่ยมบ้าน ประชาชนที่เดือดร้อน ตกทุกข์ได้ยาก พิการ ช่วยเหลือตัวเองลำบาก มีฐานะยากจน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ตามบ้าน ในโครงการกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ช่วยเหลือประชาชน จำนวน 45 ครัวเรือน ในพื้นที่หมู่ที่ 3,6,7,9,10,11 ในพื้นที่เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว และกล่าวอีกว่า ตามที่กลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ที่เราร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ต่อสังคม เพราะเป็นการร่วมตัวในภาคประชาชน โดยกลุ่มคนในภาครัฐและเอกชน ในการออกมาช่วยเหลือสังคมทำความดีในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ที่เป็นองค์กรของประชาชน และรวมตัวกันเป็นพลังแห่งการพัฒนาสังคม การช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งเป็นการทำงานภายใต้คำว่าเสียสละ และมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาของประชาชนในชุมชน โดยวันนี้ได้รับความร่วมมือจาก ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานด้านสาธารณสุข ตลอดจนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว ที่ให้การสนับสนุนในการลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน และร่วมทำกิจกรรมทำความดีให้กับสังคม กับกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล เราเป็นเพียงกลุ่มๆ หนึ่ง ที่คอยมาช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ตกทุกข์ได้ยาก พิการ ช่วยเหลือตัวเองลำบาก มีฐานะยากจน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงในเบื้องต้น ก่อนที่เราจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขามาดูแลอย่างถาวรต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ทหารพราน นย. พร้อมสนองนโยบาย ผบ.ทร. ตามศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”

วันที่ 11 ก.ค.62 น.อ.วีระชัย หลีค้า ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน และ น.อ.เอกยุทธนา แสงมา ผู้ช่วยหัวหน้ากองกิจการพลเรือน กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ให้การต้อนรับ น.อ.พลวัต ดารานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ คณะทำงานการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของ กองทัพเรือ/กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ
ในโอกาสนำคณะอนุทำงานเผยแพร่องค์ความรู้อินทรีย์วิถีไทย ซึ่งนำโดย คุณสัณหจุฑา จิราธิวัฒน์ รองหัวหน้าคณะอนุทำงานฯ เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ของกองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พื้นที่ค่ายเทวาพิทักษ์ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
น.อ.พลวัต ดารานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน ฯ กล่าวว่า กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ดำเนินการติดตามนโยบายของผู้บัญชา​การทหาร​เรือ ด้านการส่งเสริมความจงรักภักดี ปกป้องสถาบัน สิ่งที่เป็นพระราโชบาย หรือสิ่งที่มีพระราชดำริ ต้องแปลงไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถ และไม่มีขอบกพร่อง ในการขับเคลื่อนสืบสานต่อยอดในหลักปรัชญาของเศรษฐ
กิจพอเพียง
ด้านการจัดการ ดิน น้ำ ป่า ภายใต้แนวคิดการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ ในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในพื้นที่รับผิดชอบของ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ในพื้นที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ค่ายเทวาพิทักษ์ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว จากกองกิจการ​พลเรือน​ สำนัก​กิจการ​พลเรือน​ กรม​กิจการ​พลเรือน​ทหารเรือ​

สัตหีบรวมพลังจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจพัฒนาลำน้ำคูคลองให้สะอาดงามตา

      วันนี้ 11 ก.ค.62 นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ มาเป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ ณ คลองเขาขะแบก หมู่ที่6 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี ผู้แทนหน่วยงานกองทัพเรือ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมกันเป็นจำนวนมาก
      นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ กล่าวว่า หัวหน้าจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” หัวหน้าส่วนราชการ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวงหัวหน้าหน่วยทหารสังกัดกองทัพเรือพื้นที่อำเภอสัตหีบผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บนทุกตำบล หมู่บ้าน นายกกิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบ พ่อค้าและประชาชนจิตอาสาทุกท่านด้วยสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนาสถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชนศูนย์อำนวยการใหญ่โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ (ศอญ.)จึงถือกำเนิดขึ้นตามแนวพระราโชบายเป็นเครื่องมือในการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยราชการในพระองค์หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มีส่วนร่วมทำงานแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของชาติให้คนในชาติในชุมชน มีความสุขอย่างยั่งยืน สนองพระราชปณิธานที่ว่ารักษสืบสานต่อยอดเป็นที่นยินดียิ่งที่ในวันนี้ท่านทั้งหลายได้มาชุมนุมโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อร่วม
      กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์โดยพื้นฟูและพัฒนาลำน้ำคูคลอง เพื่อสิ่งแวดล้อมและตระหนักในความสำคัญต่อการรักษาความสะอาดอันเป็นส่วนรวม และเพื่อประโยชน์สุขของชุมชนให้มีความสะอาดสวยงามและมีความพร้อมต่อกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งต้องขอขอบคุณบรรดาจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ทุกท่านที่ได้ร่วมกันกระทำกิจกรมในครั้งนี้และขอให้กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ สำเร็จลุลวงด้วยดีและขอให้ท่านทั้งหลาย ทำงานด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จนท.รวบตัว พ่อค้ายา ฉายาตี๋คลอง 14 พร้อมเพื่อนขณะสั่งซื้อยา แลกกับอาวุธ และ จยย.หลังติดตามมานาน

      เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 พ.ต.อ.คงศักดิ์ บุญสื่อสุวรรณ ผกก.สภ.องครักษ์ จ.นครนายก พ.ต.ท.สุรพัชร์ โตแย้ม รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังชุดสืบสวนเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 54 หมู่ 8 ต.บึงศาล อ.องครักษ์ จ.นครนายก จับกุมนายสมรัก วันหมัด หรือตี๋คลอง 14 อายุ 27 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน นายวิทยา อุหมัด อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 3 ต.ชุมพล อ.องครักษ์ นายนาทัศน์ มูหมัดอารีย์ หรือมิ้ล อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 4 ต.ชุมพล อ.องครักษ์ ของกลางยาบ้าประมาณ 4,000 เม็ด ยาไอซ์ประมาณ 93 กรัม รถ จยย. 5 คัน รถกระบะ 1 คัน
      จากการสอบสวนนายสมรัก ให้การว่า สั่งซื้อยาเสพติดมาจากนายโย ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง บ้านอยู่ จ.ปราจีนบุรี นำยาเสพติดมาส่งมอบให้แรกกับอาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก รถ จยย. 1 คัน เป็นจังหวะที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมจึงโยนปืนทิ้งน้ำ นายโย ขับรถหลบหนีไปได้หวุดหวิด สอบถามทั้ง 3 คน ยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้าได้ไม่นาน จึงนำตัวพร้อมของกลาง ส่ง ร.ต.อ.สุระชัย กมลวิบูลย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.องครักษ์ ดำเนินคดี และให้มูลนิธิร่วมกตัญญู (จุดองครักษ์) งมค้นหาอาวุธปืนที่ผู้ต้องหาโยนทิ้งน้ำแต่ยังไม่พบ

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก