กองปราบฯ​ ตามรวบหนุ่มออแกไนซ์เซอร์ชักปืนมาเล่น ลั่นใส่เด็กชายสาหัส

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 12 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พันตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ และ​ พัน​ตำรวจ​ตรี​ เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​

      ร่วมนำกำลังจับกุม​ นายชนะพันธ์ วิจิตชัยพงษ์ หรือ สุเมธ รอดเสงี่ยม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 320/1 ถ.สุคนธวิท ต.ตลาด อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.726/2549 ลงวันที่ 19 มิ.ย.49 ข้อหา “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชุมชน” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้บริเวณริมถนน หมู่ 12 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

      ทั้งนี้สืบเนื่อง​มาจาก​เมื่อกลางดึกวันที่ 22 ม.ค.49 ขณะที่ นายชนะพันธ์ฯ ผู้ต้องหาและเพื่อนๆ รวม 5 คน หนึ่งในนั้นมีเด็กชายด้วย 1 คน นั่งเล่นในหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย 2 หมู่ 11 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ระหว่างนั้น นายชนะพันธ์ฯ ได้ชักอาวุธปืนมาโชว์แล้วยิงเล่น 3 นัด จากนั้นได้นำปืนกระบอกดังกล่าวมาหยอกล้อกับเด็กชายปรากฏว่าปืนลั่น 1 นัด เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

      ต่อมาผู้เสียหายจึงได้มาแจ้งความไว้ที่ สภ.กระทุ่มแบน ผู้ต้องหาก็หลบหนีออกจากพื้นที่เปลี่ยนชื่อนามสกุล อาศัยไม่เป็นหลักแหล่งทำให้ยากต่อการติดตามจับกุมตัวและหลบหนีนานกว่า 13 ปีิ กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายชนะพันธ์ฯ ได้มาทำงานเป็นออแกไนซ์เซอร์รับจัดงานตามห้างฯต่างๆ จึงได้ติดตามจับกุมได้ในที่สุด จากการสอบสวน นายชนะพันธ์ฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทร​สาคร​ ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“SACICT Craft Fair 2019” สะพานเชื่อมชุมชนหัตถกรรม

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 12​ ก.ค.62​ ณ​ Grand Hall ชั้น 1​ ห้างฯ​ The Mall บางแค​ : ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) -SACICT ร่วมพันธมิตรยกระดับชุมชนหัตถกรรมไทย นำผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ร่วมสมัยจัด​ “SACICT Craft Fair 2019” เปิดโอกาสผู้ผลิตพบผู้ใช้

      นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า งาน SACICT Craft Fair 2019 นี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงและจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรมร่วมสมัยซี่งเป็นงานหัตถศิลป์ที่มีการพัฒนาต่อยอดด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เป็นผลงานของ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมละ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และนักสร้างสรรค์ทั้งที่เป็นสมาชิกของ SACICT และผู้ผลิตงานหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น โดย SACICT มุ่งเน้นคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่สามารถสอดคล้อง กับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ “หัตถศิลป์ของชีวิตปัจจุบัน” หรือ “Today Life’s Crafts”

      นางอัมพวันกล่าวต่อไปว่า “ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจงานศิลปหัตถกรรมเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มของผู้ผลิต และผู้บริโภค มีผู้นิยมนำงานคราฟต์มาใช้ในชีวิตประจำวัน​ แสดงให้เห็นว่า งานหัตถกรรมฝีมือดียุคนี้ ไม่ได้มีเอาไว้โชว์อีกต่อไปแต่มีเอาไว้ใช้ SACICT เพื่อสนองตอบกระแสนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง SACICT จึงได้จัด“SACICT Craft Fair 2019”ขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกของ SACICT ที่มีอยู่ทั่วประเทศ 37 ชุมชน 381 ครัวเรือน ทั้งในกลุ่มที่เป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ตลอดจนผู้ประกอบการรายใหม่ ได้มีโอกาสพบปะกับกลุ่มผู้ซื้อที่ชื่นชอบในผลงาน ซึ่งจะทำให้ได้รับรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคด้วยตนเองโดยตรง ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่รัก และชื่นชอบงานคราฟต์ได้ชื่นชมกับผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ มีความสร้างสรรค์ ได้อย่างสะดวกและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น”

      ผู้อำนวยการ SACICT กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญของการจัดงาน SACICT Craft Fair 2019 คือ การสร้างการรับรู้และความตระหนักในคุณค่าและภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ เป็นการกระตุ้นให้เกิดการสนับสนุนจากผู้บริโภค เพื่อ นำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นกลุ่มครูฯและทายาทฯ รวมทั้งสมาชิกของ SACICT ได้เกิดการพัฒนาตนเอง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด เพิ่มโอกาสทางการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายให้เป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อชุมชนในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความแข็งแกร่ง เป็นการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน โดยคาดหวังยอดจำหน่าย จากการจัดงาน 4 ครั้ง กว่า 50 ล้านบาท

      “SACICT Craft Fair 2019” นี้กำหนดจัด 4 ครั้ง ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่เป็นพันธมิตร SACICT โดยครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่ Grand Hall ชั้น 1-The Mall บางแค ระหว่าง 12-16 ก.ค.62​ นี้ ส่วนครั้งที่ 2 จัดที่ Grand Hall ชั้น 1-The Mall โคราช ระหว่าง 25-29 ก.ค.62​ ครั้งที่ 3 จัดที่ เจริญนครฮอลล์ ชั้น M–ICONSIAM ระหว่าง 14-18 ส.ค.62​ และ ครั้งที่ 4 จัดที่ Event Hall ชั้น 1-The Mall ท่าพระ ระหว่าง 22-26 ส.ค.62​

      ภายในงาน SACICT ได้มีการคัดสรรผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์หลากหลายประเภทจากทั่วประเทศมาแสดง​ และจำหน่ายกว่า 50 ร้าน ซึ่งแต่ละร้านล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ร่วมสมัยและนำไปใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน สามารถตอบโจทย์ สำหรับคนที่มองหางานคราฟต์ที่มีดีไซน์ มีนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์สำหรับท่านที่สนใจงานหัตถศิลป์สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1289 หรือ facebook.com/sacict

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.สืบสวน​ ขยายผลกรณีรถไปรษณีย์ขนแรงงานต่างด้าวพบสาวพม่าเป็นผู้ร่วมขบวนการ

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 12​ ก.ค.62​ ที่ห้องแถลงข่าว​ สตม.สวนพลู​ : พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พลตำรวจ​ตรี​ ณฐพล แสวงกิจ,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7 (รอง​ผบช.ภ.7)​ ปฏิบัติราชการ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม 3)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ กฤษณะ พัฒนเจริญ,พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาส สิริสุขะรองผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3 (รอง​ผบก.ตม.3)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ ปริวัฒน์ สัจจาพันธ์ สารวัตร​ใหญ่​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​จังหวัด​สมุทรสงคราม​ (สวญ.ตม.จ.สมุทรสงคราม)​ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในเขตพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม​ ดังนี้

      สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่​ 13 พ.ค.62 เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายธนาชัย มั่งทิม อายุ 34 ปี พนักงานขับรถบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด​ (ปัจจุบันถูกไล่ออกแล้ว) ลักลอบใช้รถยนต์บรรทุกของบริษัทไปรษณีย์ไทยขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า จำนวน 13 คน นำส่ง สภ.รัตภูมิ ดำเนินคดี

      จากการสอบสวนขยายผลนายธนาชัยฯ แจ้งข้อมูลว่ามีบุคคลที่เคยติดต่อส่งแรงงานในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม อยู่หลายครั้ง ทาง ตม.จ.สมุทรสงคราม จึงได้ประสานข้อมูลกับชุดจับกุม และส่งข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวสัญชาติพม่าในพื้นที่ไปให้นายธนาชัยฯ ดู และมีการยืนยันชี้ภาพว่า นางเอ นามสมมุติ​ (ขอสงวนชื่อสกุลจริง) รู้จักกับคนที่นำแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่ามาส่ง จึงขออนุมัติจับกุมจากศาลจังหวัดสงขลา และในวันที่ 4 ก.ค.62 เวลาประมาณ 11.30 น. ตม.จ.สมุทรสงคราม ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ ร่วมกันทำการจับกุม นางเอฯ อายุ 37 ปี สัญชาติพม่า ตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ที่ 343/2562 ลงวันที่ 17 มิ.ย.62 โดยกล่าวหาว่า “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ฯ ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย,ร่วมกันทำให้บุคคลต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายให้เข้าพักอาศัยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าว พ้นจากการจับกุม,เป็นอั้งยี่ ซ่องโจรและมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” จากการค้นบ้านของนางเอฯ พบบัญชีเงินฝากในชื่อลูกสาว มีเงินหมุนเวียนในแต่ละปี 1-4 ล้านบาท ซึ่งจะได้ทำการตรวจสอบและขยายผลตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดคนต่างด้าวในด้านต่างๆ รวมถึงการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดกรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายสุรชัย รวิวรรณ ผอ.เขตพระนคร เป็นประธานเปิดงานอบรมแกนนำเยาวชนในสถานศึกษา ตามโครงการ ลดการติดเชื้อ HIV รายใหม่สู่เป้าหมายที่เป็นศูนย์ระดับพื้นที่เขต ณ.โรงเรียนวัดราชบพิธ เขตพระนคร.

      วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2562 เวลา 13:00 น. ณ.ห้องประชุมโรงเรียนวัดราชบพิธ เขตพระนคร นายสุรชัย รวิวรรณ ผอ.เขตพระนคร เป็นประธานเปิดงานอบรมแกนนำเยาวชนในสถานศึกษาตามโครงการลดการติดเชื้อ HIV รายใหม่สู่เป้าหมายที่เป็นศูนย์ระดับพื้นที่เขต

      ทั้งนี้ในการอบรมครั้งนี้มี จนท.สมาคมฟ้าใส เดินทางมาอบรมให้ความรู้ในวันนี้ โดยในวันนี้มีคณะครูและนักเรียน ชั้น ม.2 กว่า 300 คน มาเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมในครั้งนี้

      ในเบื้องต้นการจัดอบรมครั้งนี้เพื่อได้ให้ความรู้ในกลุ่มเยาวชนรุ่น​ใหม่ในสถานศึกษาเพื่อให้รู้และเข้าใจ​ในการป้องกันในเรื่อง HIV ต่อไป..


ภาพ​/ข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

ครูตำรวจแดร์สน.พญาไท “ทำด้วยศรัทธาอาสาด้วยใจ”

      วันศุกร์ที่ 12 ก.ค.62​ เวลา 11.00-12.00 น.: พัน​ตำรวจ​เอก​ เจษฎา คุ้มศาสตราผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (ผกก.สน.พญาไท) และพันตำรวจ​โท​ การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผู้กำกับ​การ​ป้อง​กัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รอง​ผกก.ป.สน.พญาไท)​ มอบหมายให้ ร้อย​ตำรวจ​เอ​ก​ เรืองยศ ขันสุวรรณ รอง​สารวัตร​ป้องกัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองสวป.สน.พญาไท) ครูตำรวจแดร์ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนสัมมาชีวศิลป ซอยพญานาค จำนวน 22 คนในโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กซึ่งเป็นสัปดาห์​ที่​ 6 นักเรียนแดร์

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สวนนงนุชพัทยาเปิดให้เยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ตะลุยโลกล้านปีศึกษาไดโนเสาร์

       เมื่อวันที่ 12 ก.ค.62 ที่สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้ให้การตอบรับ นายสุรศักดิ์ วงศ์ข้าหลวง ประธานกรรมการฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกา ในโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 12 และคณะเยาวชนและผู้ปกครองในโครงการ จำนวนกว่า 200 คน จาก 5 รัฐ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย เท็กซัส เนวาดา เนแบรสกา และแอริโซนา พร้อมพาเที่ยวชม สวนกระบองเพชร 2 พาสัมผัสรูปปั้นไดโนเสาร์จำลอง เกือบทุกสายพันธุ์ ไดโนเสาร์ ที่เคยมีอยู่บนโลก ต่างๆทุกทวีปของโลก และชมการแสดง 4 ภาค และการแสดงช้างแสนรู้ อีกด้วย
      นายสุรศักดิ์ วงศ์ข้าหลวง ประธานกรรมการฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกา โครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 12 กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ที่ให้การตอนรับคณะเราเป็นอย่างดีและให้เข้าชมฟรี อีกด้วย สำหรับโครงการฯ นี้ได้ดำเนินมาเป็นเวลาถึง 30 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งกิจกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยหล่อหลอมความเป็นไทยในหมู่เยาวชนไทยรุ่นใหม่ที่เกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกา ให้เกิดความรู้ความเข้าใจวิถีชีวิตความเป็นไทย มีความรักและความผูกพันต่อแผ่นดินแม่ และนำประสบการณ์ไปแบ่งปันให้กับผู้อื่น โดยเฉพาะเพื่อนชาวอเมริกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชน โดยโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ จัดขึ้นโดยมูลนิธิโครงการเยาวชนไทยเยือนแผ่นดินแม่ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Asian Thai American Youth Heritage Center และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส โดยนำเยาวชนไทยที่เกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกาเยือนประเทศไทย เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย ทัศนศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งนี้ โครงการฯ จัดขึ้นทุก 2 ปี โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม 2562
      นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่าวันนี้ได้มีโอกาศมาตอนรับ คณะโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 12 สวนนงนุชมีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่เยาวชนไทยในต่างประเทศได้กลับมาประเทศไทยและมาแหล่งท่องเที่ยว สวนสวย ซึ่งสวนนงนุชพัทยาเป็น 1 ใน 10 สวนที่สวยที่สุดในโลก จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแก่เหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และวันนี้ ยังได้มาเที่ยวยังสวนไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นแหล่งศึกษาการเรียนรู้แก่กลุ่มเยาวชน และนักท่องเที่ยวทั่วไปที่สนใจในเรื่องราวประวัติศาสตร์โลกในยุคดึกดำบรรพ์ที่ไดโนเสาร์ครองพิภพเมื่อ 245 ล้านปีที่ผ่านมา

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรีเชิญชวนเที่ยวงาน OTOP ทั่วไทย รวมใจสู่จันทบุรี ณ ลานโพธิ์ สนามกีฬากลางจังหวัดจันทบุรี 15 – 21 กรกฎาคม 2562 ชิม ชม ช็อป สินค้าของดีเมืองจันท์

     นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 15 ถึง 21 กรกฎาคม 2562 จังหวัดจันทบุรี โดยสำนักงานพัฒนาชุมชน ได้กำหนดจัดงาน OTOP เมืองจันท์ จากผู้ผลิต สู่ผู้บริโภค สู่ตลาดสากล เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการตลาด OTOP และการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี ที่มีความหลากหลาย ส่งเสริมให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการได้พัฒนาตนเองและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการ ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขาย โชว์ศักยภาพสินค้าของดีเมืองจันท์ พัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้ทันต่อการก้าวสู่เศรษฐกิจอาเซียน เพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า OTOP และการท่องเที่ยวชุมชน, เพิ่มช่องทางตลาดประชารัฐให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ กลุ่มเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย กลุ่มสัมมาชีพชุมชน และผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่จำหน่ายสินค้า ทั้งนี้ OTOP เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในระดับรากหญ้า เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตชุมชน ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยรัฐบาลได้สนับสนุนให้ชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้สมัยใหม่ แหล่งเงินทุน และพัฒนาขีดความสามารถ ในการบริหารจัดการและการตลาดเพื่อเชื่อมโยงสินค้าชุมชนไปสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งงาน OTOP เมืองจันท์ จากผู้ผลิต สู่ผู้บริโภค สู่ตลาดสากล มีผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่าย จำนวน 210 บูธ ประกอบด้วยผู้ประกอบการ OTOP ของจังหวัดจันทบุรี 89 ราย ผู้ประกอบการ OTOP จากต่างจังหวัด 121 ราย แบ่งเป็นประเภทอาหาร 57 ราย เครื่องดื่ม 16 ราย ของใช้ 31 ราย ผ้าและเครื่องแต่งกาย 69 ราย สมุนไพร 26 ราย เฟอร์นิเจอร์ 10 ราย และพันธุ์ไม้ 1 ราย จังหวัดจันทบุรีจึงขอเชิญชวน ประชาชน และ นักท่องเที่ยว ร่วมงาน “ OTOP ทั่วไทย รวมใจสู่จันทบุรี ในระหว่างวันที่ 15 – 21 กรกฎาคม 2562 ณ ลานโพธิ์ สนามกีฬากลางจังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 21.30 น.( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

โรงเรียนธัมมสิริศึกษาร่วมถวายเทียนพรรษาวัดเขาคันธมาทน์สืบสานวัฒนธรรมไทย

      วันนี้ 12 ก.ค.62 อาจารย์ อารีย์ คำนึงกิจ ผู้จัดการโรงเรียน ธัมมสิริศึกษา สัตหีบ พร้อมด้วย นายทวี สุกแก้ว ผู้อำนวยการ โรงเรียนธัมมสิริศึกษา สัตหีบ ได้นำคณะครู อาจารย์ นักเรียน ร่วมพิธี ถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน ณ วัดเขาคันธมาทน์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ประจำปี 2562 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและรักษาประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามที่สืบทอดกันมายาวนาน ถือเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาด้วย โดยมี พระครูสีลสาราธิคุณ เจ้าอาวาสวัดเขาคันธมาทน์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์รับเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน
      ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีดุริยางค์ ร่วมบรรเพลง พร้อมขบวนแห่เทียนพรรษารอบโบสถ์ ก่อนจะนำเทียนพรรษาไปถวาย บนศาลาการเปรียญ วัดเขาคันธมาทน์
อาจารย์ อารีย์ คำนึงกิจ กล่าวว่า การถวายเทียนพรรษาได้กระทำขึ้นก่อนเทศกาลเข้าพรรษาแด่พระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนาทุกปี คือก่อนวันแรม 1ค่ำ เดือน 8 หรือเดือน 8 ที่สอง ในกรณีที่มีอธิกมาส พุทธศาสนิกชนก็จะพากันขวนขวายให้มีการถวายเทียนจำนำพรรษาแก่วัดในท้องถิ่นของตน เพื่อให้พระสงฆ์จุดบูชาพระรัตนตรัย เป็นเวลา 3เดือน สมัยก่อนเทียนพรรษามีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะพระสงฆ์ต้องใช้จุดให้แสงสว่างในการศึกษาพระธรรมวินัย แต่ในปัจจุบันนั้นเทียนพรรษาอาจจะมีความสำคัญลดน้อยไป ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาได้เปลี่ยนมาถวายหลอดไฟฟ้า ถ่านไฟฉาย เป็นต้นแทน แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีการถวายเทียนพรรษากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาไว้ซึ่งประเพณีอันดีงามของชาวพุทธไม่ให้สูญหายไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เทศบาลเมืองจันทบุรี จัดงานส่งเสริมประเพณีเข้าพรรษา สถานศึกษาร่วมขบวนแห่เทียนพรรษา อนุรักษ์ส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของไทย

      วันนี้ (12 ก.ค. 62) ที่ บริเวณลานกีฬาคนรักจันท์ นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองจันทบุรี / คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี และครูอาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา ได้นำเยาวชน นักเรียน นักศึกษาจากสถานศึกษาต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ประชาชนร่วมโครงการ ส่งเสริมประเพณีวันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 เพื่อเป็นการร่วมกัน อนุรักษ์ส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้มอบภาพพระบรมฉายาลักษณ์แก่หน่วยงาน องค์กร สถานศึกษาที่ร่วมจัดขบวนแห่เทียนพรรษา และปล่อยขบวนส่งเสริมประเพณีเข้าพรรษา ออกรณรงค์ไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรีเพื่อให้ประชาชนได้รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ร่วมชำระล้างจิตใจให้สะอาดสดใสเพื่อความสงบสุขของครอบครัวและการทำงาน โอกาสเดียวกันนี้ คณะทำงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี ได้รณรงค์ให้ประชาชนร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาด้วย ซึ่งขบวนแห่เทียนพรรษาของจังหวัดจันทบุรีจัดรูปขบวนออกเป็น 12 ขบวน แต่ละขบวนมีการแต่งการอนุรักษ์มรดกไทย สอดแทรกภูมิปัญญาชาวบ้าน และประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทยและหลังจากเคลื่อนขบวนไปตามถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรีเสร็จแล้วแต่ละขบวนจะนำเทียนพรรษาไปถวายพระภิกษุสงฆ์ตามวัดต่าง ๆ ที่กำหนดไว้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เมืองสัตหีบจัดขบวนแห่เทียนพรรษาอย่างยิ่งใหญ่สู่สายตาประชาชน

      วันนี้ 12 ก.ค.62 นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอำเภอสัตหีบ ประจำปี 2562 สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปี2562 ณ ณ บริเวณลานวัดสัตหีบ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสัตหีบ นายไชยเทพ บุญเลิศ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.เขต8 ชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานกองทัพเรือ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ เข้าร่วมในพิธีเปิด และหน่วยงานต่างๆได้นำเทียนเข้าพรรษาที่ประดับประดาอย่างสวยสดงดงาม มาร่วมขบวนแห่อย่างตระการตาไปโดยรอบตลาดสัตหีบ ก่อนนำถวายให้กับวัดต่าง ๆ ในพื้นที่
      นาย อนุชา อินทศร กล่าวว่า การจัดงานปะเพณีแห่เทียนพรรษาอำเภอลัตหีบซึ่งได้จัดเป็นประเพณีอันยิ่งใหญ่ต่อเนื่องกันมาทุกๆปี มีประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทำให้เห็นถึงความรักความสามัคคีของประชาชนในอำเภอสัตหีบ ความสำคัญของขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ซึ่งเป็นประเพณีในพุทธศาสนา เราชาวพุทธทุกคนมีหน้าที่ต้องดำรงไว้ ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีเหล่านี้ ให้คงสืบไปชั่วลูกชั่วหลานจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านทั้งหลาย คงให้ความสำคัญในการส่งเสริมและให้การ สนับสนุน งานประเพณีแห่เทียนพรรษอำเภอสัตหีบ ให้ยิ่งใหญ่ตลอดไป
      ซึ่งในปี 2562 นี้ งานแห่เทียนพรรษาเป็นอย่างคึกคัก ที่หน่วยงาน และสถานศึกษา ส่งขบวนรถเทียนพรรษาเข้าประกวด และหน่วยงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง แชมป์ คือ โรงเรียนธัมมสิริศึกษาสัตหีบ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก