นายกสมาคมส่งเสริมการ เลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทยฯวอนรัฐบาล ช่วยผลักดันการส่งออกไก่ไปประเทศจีน และการปล่อยสินเชื่อให้กับทางผู้ประกอบการทางการเกษตร

          ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการ เลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานบริหารกลุ่มฉวีวรรณกรุ๊ปได้เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งตัวมาตลอด การส่งออกไปยังต่างประเทศ ก็ต้องมีระบบมาตรฐานมีความเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยทางประเทศไทยเอง ก็ได้เตรียมพร้อมและทำได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องมาตราฐานต่างๆ เรื่องการผลิต เราก็ผลิตเพื่อการส่งออก ไปยังสหภาพยุโรป ไปอังกฤษ ไปญี่ปุ่น หรือไปเกาหลี แต่มีอยู่แห่งเดียวที่ทำให้เราสงสัยมาก คือที่ประเทศจีน ไม่สามารถส่งออกได้ ทุกวันนี้พ่อค้าชาวจีน ต้องเดินทางมาที่ประเทศไทย เพื่อจะมาหาซื้อไก่ และส่งกลับไปประเทศจีน เราจึงมีความสงสัยว่า ทำไมบางโรงงานส่งได้ แต่กลับบางโรงงานส่งไม่ได้ ทั้งที่ทางความต้องการของประเทศจีนเอง มีความต้องการสูงมากที่อยากจะได้สินค้าประเภทไก่จากประเทศไทยเรา  แต่มันติดอยู่ตรงไหนเราก็สงสัยอยู่ ตลอดเวลาเลย จะว่ามาตรฐานของเราก็ระดับโลกอยู่แล้ว ความปลอดภัยก็อยู่ระดับโลกอยู่แล้ว อีกทั้งทางพ่อค้าประเทศจีนเค้ามาเค้าก็มาเทสของเค้าหมดเลย แต่มันติดอยู่ที่ว่าทางรัฐบาลจีน ยังไม่อนุมัติลายเส้นที่จะให้อีก 19-20 โรงงาน เพื่อจะส่งออกไก่ได้ มันเป็นเพราะอะไรเรายังสงสัยอยู่ แต่ถ้ามีการส่งออกได้เนี่ย จะทำให้การผลิตไก่ เพื่อการส่งออกส่งออกได้มากเพราะความต้องการของเขาเยอะมาก
        ดร.ฉวีวรรณ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนเป็น นายกสมาคมส่งเสริมการ เลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สิ่งที่จะชี้แนะให้คณะรัฐมนตรี ว่าประเทศไทย มีสินค้าการเกษตรจำนวนมา ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นครัวของโลก เราสามารถจะส่งสินค้าไปทั่วโลก ที่ประเทศปลายทางนั้นๆ ต้องการ และมีสนธิสัญญาทางการค้า อย่างที่เรียนให้ทราบว่าติดอยู่ที่ประเทศจีน ประเทศเดียว ซึ่งอยากจะวอนขอให้คณะรัฐมนตรี ช่วยผลักดัน กาส่งออกไก่ไปประเทศจีนกัน 
         นอกจากนี้ตนก็อยากจะให้ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ช่วยดูแลในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อ ให้กับทางภาคเกษตรปศุสัตว์ เนื่องจากการเพาะปลูกต้องใช้เวลา เงินที่จะปล่อยสินเชื่อออกมาให้ ก็ต้องให้สมเหตุ สมผล ให้มีเหตุผล เพราะกลุ่มเกษตร ก็ต้องการลืมตาอ้าปากได้บ้าง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กู้ภัยสว่างอริยะช่วยชีวิตสุนัขที่ถูกรถยนต์ชนและทับขาเละ วิ่งหนีตายลำตัวไปมุดติดลูกกรงเหล็กดัดกลางสะพานแม่น้ำนครนายก

      ศูนย์วิทยุสว่างอริยะจุดเมืองนครนายกได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีสุนัขถูกรถยนต์ชนทับขาเละหนีตายลำตัวเข้าไปติดอยู่ที่ลูกกรงเหล็กดัดกลางสะพานข้ามแม่น้ำนครนายก ระหว่างฝั่งวังกระโจม-ฝั่งเสนาพินิจ จึงไปยังที่เกิดเหตุพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ตัดถ่าง พบสุนัขเพศเมียสีขาวอายุประมาณ3-4 ปี ลำตัวเข้าไปติดอยู่ที่ลูกกรงเหล็กดัดร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดเนื่องจากถูกรถยนต์ชนและที่บริเวณขาทั้ง 4 ข้างถูกรถยนต์ทับขาเละเลือดไหลนองพื้น กู้ภัยสว่างอริยะจึงได้ใช้เครื่องตัดถ่างตัดไปที่ลูกกรงเหล็กดัดเพื่อช่วยชีวิตตัวสุนัขออกมาได้และรีบนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์นครนายก
      จากการบอกเล่าของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์มีรถยนต์ขับขึ้นสะพานมาชนสุนัขล้มลงและล้อรถยนต์ได้ทับที่ขาสุนัขได้รับบาดเจ็บวิ่งหนีตายหัวและลำตัวไปมุดลูกกรงเหล็กดัดออกไม่ได้จึงได้โทรแจ้วกู้ภัยสว่างอริยะมาช่วยนำส่งโรงพยาบาลดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

คอหวยไม่พลาดแห่ส่องเลขเด็ดอ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณรก่อนวันหวยออก

      เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 บางปะอิน-ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนเดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรมฤๅษีเณร และที่ขาดไม่ได้ต้องส่องดูตัวเลขที่ลอยเหนือผิวน้ำภายในอ่างน้ำมนต์ โดยประชาชนได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพภายในอ่างน้ำมนต์หลาย ๆ มุมเอาไว้ดูตัวเลขจากน้ำตาเทียนสีแดง ซึ่งปรากฏตัวเลข 9,2,3,1,0 และ 4
      สำหรับตัวเลขจากน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณร ที่ปรากฏเห็นตัวเลขเด่นชัด เกิดจากการประกอบพิธี จรดตัวเลขตามพิธีกรรมโบราณของอาจารย์ฤๅษีเณร ซึ่งตัวเลขจะลอยอยู่ในน้ำภายในอ่างน้ำมนต์ หมุนไปเรื่อย ๆ แล้วแต่ประชาชนจะมาพบเจอเห็นตรงมุมไหน ตัวเลขนั้นจะเรียงกันแบบไหนซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่ชอบการเก็งตัวเลขและเสาะแสวงหาตัวเลข เพื่อเป็นข้อมูลให้กับนักเสี่ยงโชคที่ต้องการเดิมพันแทงหวย ทำให้เล่นได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน

รถตู้ทหารชนพลทหารดุริยางค์เสียชีวิตหลังกลับมาเที่ยวบ้านเกิดเหตุสลดเมื่อรถตู้ของทหารบกจังหวัดลพบุรีชนกับรถจักรยานยนต์ที่มีพลทหารดุริยางค์เป็นคนขับเสียชีวิต หลังกลับจากค่ายมาเที่ยวบ้านวันนี้

ที่นครนายก เมื่อเวลา22.00น เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างอริยะธรรมสถานจังหวัดนครนายก พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้ง ว่ามีอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับสี่แยกวัดอุดม บนถนนสุวรรณศร ฝั่งขาเข้าตัวเมืองนครนายก ในที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อนิสสันสีขาว ซึ่งเป็นรถตู้ของทหารสังกัด ร.31 ทหารบกจังหวัดลพบุรี เสียหลักชนกับต้นไม้แล้วล้มไปทับกับรถเก๋งของชาวบ้านได้รับความเสียหายอีก1คัน ต่อมาทราบชื่อคนขับ จ่าสิบเอก วิโชติ ฉิมลัม อายุ43ปี เป็นคนขับ และที่ท้ายรถตู้พบศพชายเสียชีวิต1รายต่อมาทราบชื่อพลอาสา สมัคร สงกานต์ อายุ24ปีเป็นคนนครนายกและ เป็นพลทหารดุริยางค์อยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนคนที่ได้รับบาดเจ็บกู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลนครนายกไปก่อนหน้านี้แล้ว จากการสอบถามจ่าสิบเอกวิโชติ คนขับรถตู้บอกว่า ตนเองกับลูกน้องได้ขับรถตู้คันดังกล่าวมาจากทางจังหวัดปราจีนบุรี มุ่งหน้าจะกลับค่ายที่ลพบุรี พอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยก ตนเองได้ขับรถอยู่เลนส์ขวา จู่ๆก็มีรถจักรยานยนต์ขับออกมาจากอีกฝั่งถนนตนเองหักหลบแต่ไม่พ้นจึงชนเข้าเต็มแรง แล้วรถก็เสียหลักพุ่งชนเข้ากับต้นไม้บริเวณข้างทางจนทำให้รถเก๋งของชาวบ้านที่จอดอยู่ได้รับความเสียหายไปอีก1คัน หลังจากนั้นทางพ่อของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่เกิดเหตุและได้เข้ากอดศพของลูกชายและร้องไห้ด้วยความเสียใจ โดยบอกว่าลูกชายของตนเป็นพลทหารดุริยางค์อยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ และวันนี้ลูกชายเพิ่งกลับจากค่ายเพื่อมาเที่ยวที่บ้านเกิด ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจักยานยนต์มากับหลานอีก1คน เพื่อที่จะมาซื้อของในตัวเมืองนครนายก พอมารู้อีกทีว่าลูกชายของตนถูกรถชนเสียชีวิตไปแล้ว ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้จากกล้องวงจรปิดที่บริเวณสี่แยกที่เกิดเหตุต่อไป
สัมภาษณ์จ่าสิบเอก วิโชติ ฉิมลัม คนขับรถตู้ สัมภาษณ์ชาวบ้าน

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จีจีไอ.กรุ๊ปฯ​ ร่วมกับ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” จัดกิจกรรม ปฐมนิเทศ “โครงการอุปสมบทหมู่ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 3

      วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 13 กรกฏาคม 2562 เวลา 13.00 น. ณ วัดอุทัยธาราม (บางกะปิ) : บริษัท​ รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป​ จำกัด​ ร่วมกับ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” จัดกิจกรรม ปฐมนิเทศ “โครงการอุปสมบทหมู่ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 3 ซึ่งจะเดินทางไปยังวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยมี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษาบริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด และ ประธานที่ปรึกษา “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” ประธานจัดโครงการฯ​ และประธานพระนวกะโพธิ รุ่นที่ 1​ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้ง พล.ต.ปธาน ทองขุนนา ประธานพระนวกะโพธิ รุ่นที่ 2 และ คุณนฤชล นิวาศะบุตร ประธานชีพราหมณ์ รุ่นที่ 2 ให้เกียรติมาเล่าประสบการณ์และให้ความรู้การปฏิบัติตนในประเทศอินเดีย​ ของรุ่นที่ผ่านมาให้กับคณะผู้ที่เข้าร่วมบรรพชาอุปสมบทหมู่ และผู้เข้าร่วมบวชชีพราหมณ์ พร้อมคณะลูกศิษย์ที่ติดตาม รุ่นที่ 3 ก่อนที่จะทำพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ภายในเดือนตุลาคม​ 2562​ ที่จะถึงนี้

      ทั้งนี้ยังได้รับเมตตาจากพระครูอุทัยธรรมานุกูล เจ้าคณะแขวงทุ่งพญาไท เจ้าอาวาส วัดอุทัยธาราม (บางกะปิ) กล่าวต้อนรับ และ อนุโมทนาแก่ผู้รับบรรพชาอุปสมบทหมู่ พร้อมทั้ง พระครูอุดมโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดอโยธยาราชธานี หัวหน้ากองงานกิจการพิเศษ พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล เมตตาให้โอวาท และแนะนำขั้นตอนในการเตรียมตัวซ้อมขานนาคให้แก่คณะผู้รับบรรพชาอุปสมบทหมู่และผู้บวชชีพราหมณ์ รุ่นที่ 3 เพื่อเป็นการทำความเข้าใจ ก่อนที่จะมีพิธี ปลงผมนาค ในวันที่ 8 ตุลาคม 2562 ณ วัดอุทัยธาราม (บางกะปิ) หลังจากนั้นคณะโครงการบวชพระนวกะโพธิจะเดินทางไปทำพิธีอุปสมบทหมู่ ยังวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย ในวันที่10 ตุลาคม 2562​ เป็นลำดับต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เยี่ยมชมและอุดหนุนสินค้าร้านของสมาคมแม่บ้านตำรวจ “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2562” ณ อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม)​,พลตำรวจ​ตรี​ ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 1​ (ผบก.ตม.1)​,พลตำรวจ​ตรี​ หญิง ขวัญตา เจษฎานนท์ ผู้บังคับการ​อำนวยการ​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.อก.บช.สตม.)​ และ,พล​ตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผ​ู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3 (ผบก.ตม 3)

เดินทางมาเยี่ยมชมและอุดหนุนสินค้าร้านของสมาคมแม่บ้านตำรวจ โดยชมรมแม่บ้านตำรวจ สตม.และ ชมรมแม่บ้านตำรวจ ตชด. ร่วมกันออกร้านในงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2562” ณ อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร โดยมีภริยาผู้บังคับบัญชาของ สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้การต้อนรับและทำหน้าที่จำหน่ายสินค้าประเภทของอุปโภคบริโภค ภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” ให้แก่ประชาชนที่มาอุดหนุนสินค้าของทางร้าน และอุดหนุนสินค้าของกรมราชทัณฑ์ โดยรายได้ในการจำหน่ายทางชมรมแม่บ้าน สตม.จะนำไปสมทบสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก อีกทั้งได้ใช้ ในโอกาสนี้ได้นำคณะ ตรวจจุดคัดกรองผู้เข้างานฯ เพื่ออำนวยความสะดวกการให้บริการและดูแลความเรียบร้อยให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้มาร่วมงาน

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.จับสาวรัสเซีย หนีหมายจับศาลรัสเซียและตำรวจสากล กบดานในไทย

      เมื่อวันศุก​ร์ที่​ 12​ ก.ค.62​ ที่ห้องแถลงข่าว​ สตม.สวนพลู​ : พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พลตำรวจ​ตรี​ ณฐพล แสวงกิจ,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7 (รอง​ผบช.ภ.7)​ ปฏิบัติราชการ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม 3)​,,พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาส สิริสุขะรองผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3 (รอง​ผบก.ตม.3) และพัน​ตำรวจ​เอก​ รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผู้กำกับ​การ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผกก.สส.บก.ตม.3)​

      ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมคดีคนร้ายซึ่งมีหมายจับ​ ด้วยเมื่อวันที่ 8 ก.ค.62 กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ได้รับทราบข้อมูลทางการข่าวจากสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยว่าพลเมืองรัสเซีย ชื่อ MS.KSENIA เป็นบุคคลซึ่งก่อคดีฉ้อโกงที่ประเทศรัสเซียและได้หลบหนีคดีมากบดานอยู่ในประเทศไทย

      กล่าวคือ MS.KSENIA ได้หลอกลวงผู้เสียหาย​ ที่ประเทศรัสเซีย โดยการกู้ยืมเงินจำนวน 6,500,000 บาท ว่าจะนำเงินไปใช้หนี้แก่ธนาคารแต่เมื่อได้เงินก็มิได้ใช้หนี้ดังกล่าว และอีกครั้งได้หลอกผู้เสียหายว่าจะนำทองคำและแหวนเพชรไปจำหน่ายมีมูลค่า 12,800,000 บาท เมื่อขายได้แล้วก็ได้หลบหนีไปพร้อมกับเงินที่จำหน่ายได้และไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งภายหลัง ศาลเมืองรอสตอฟ-นา-โดนู ได้ออกหมายจับ MRS.KSENIA ข้อหาฉ้อโกง ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

      อีกทั้งได้ประกาศสืบจับลงในระบบตำรวจสากล (INTERPOL) แล้ว เมื่อทราบข้อมูล เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้ออกสืบสวนติดตามกระทั่งพบตัว จึงได้ขออนุมัติ ผบก.ตม.3 เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมตัว MRS.KSENIA ไว้เพื่อผลักดันส่งกลับไปยังประเทศรัสเซียดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

      ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ จับผู้ต้องหายิง สจ.คนสนิทของ นายสาธิตฯ อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุข

      เมื่อวันที่ 11 ก.ค.62 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ และพันตำรวจ​เอก​ สันติ ชัยนิรามัย รองผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (รอง​ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.4 บก.ป.)​,พันตำรวจ​โท​ ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม,พัน​ตำรวจ​โท​ ธีรภาส ยั่งยืน รองผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​ผกก.4 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ กรกฤช งามวงศ์วาน สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.4​ บก.ป.),ร้อยตำรวจ​เอ​ก​ ณรงค์ หาญสันเทียะ รองสารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รองสว.กก.4​ บก.ป.),ดาบตำรวจ​ สุชีพ นาคา และ ดาบตำรวจ​ เอกพงษ์ วงศ์ลังกา ผู้บังคับหมู่กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผบ.หมู่​ กก.4​ บก.ป.)

      เข้าร่วมทำการจับกุม นายสุธิพงศ์ หรือหมู สัมพัฒนตระกูล อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/3 ซ.สารนารถ ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.538/2557 ลง 28 ม.ค.57 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ แคมป์พักอาศัยคนงานก่อสร้าง ภายในซอยนาคนิวาส 48 แยก 14 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

      การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 25 ต.ค.57 ร.ต.ท.พิเชษ อิงชัยภูมิ ร้อยเวร สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งเหตุยิงกัน และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสายทับมา-เขาโบสถ์ หมู่ 7 ตำบลทับมา เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุพบศพ นายวิษณุ เกตุสุริยา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 ถนนสมุทรคงคา ต.ปากน้ำ เขตเทศบาลนครระยอง และยังเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เขตเมืองระยอง (ส.อบจ.) อยู่ข้างรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหน้าหลัง สภาพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีเทา โดยพบบริเวณกลางหน้าอกถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด 3 นัด ชายโครงขวา 3 นัด และด้านหลังสะโพกขวา 3 นัด ขณะที่ในบริเวณใกล้ศพยังพบปืนพกออโตเมติกขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก มีกระสุนในแมกกาซีน จำนวน 2 นัด ลักษณะยังไม่ได้ขึ้นลำปืนของผู้ตายตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาวันที่ 28 ต.ค.57 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อนุมัติหมายจับ นายประเสริฐ หรือถัง บุญรัตน์ และ นายสุธิพงศ์ หรือหมู สัมพัฒนตระกูล ต่อศาลจังหวัดระยอง ในข้อหาร่วมกันฆ่า นายวิษณุ เกตุสุริยา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) จ.ระยอง​ คนสนิทของ นายสาธิต ปิตุเตชะ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.ระยอง

      จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ขณะที่ตนเองและนายประเสริฐ หรือถัง ขับรถมาตามถนนสายดังกล่าว พบรถยนต์ของนายวิษณุ ขับในลักษณะค่อมเลน นายประเสริฐ จึงได้เปิดไฟสูงใส่เพื่อขอทาง ซึ่งทำให้ นายวิษณุฯ ไม่พอใจ และได้จอดรถเพื่อพูดคุยกัน จากนั้น นายประเสริฐฯ และนายสุธิพงศ์ฯ ได้ขับรถออกมาไม่นาน นายวิษณุฯ ได้ขับรถมาชนท้ายรถของตนเองและได้ขับหลบหนีไป นายประเสริฐฯ และนายสุธิพงศ์ฯ ได้ขับรถติดตามไป

      เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ของนายวิษณุฯ​ จอดอยู่บริเวณข้างทาง นายประเสริฐฯ และนายสุธิพงศ์ฯ จึงได้จอดรถประกบด้านข้างจากนั้น นายวิษณุฯ จึงได้เดินมาที่รถของนายประเสริฐฯ และนายสุธิพงศ์ฯ พร้อมได้ถืออาวุธปืนมาด้วย และได้ใช้อาวุธปืนยิงนายประเสริฐฯ จำนวน 1 นัด กระสุนแฉลบโดนบริเวณหน้าผากของนายประเสริฐฯ จากนั้น นายสุธิพงศ์ฯ จึงได้หยิบปืนที่พกติดตัวมายิงต่อสู้นายวิษณุฯ ไปที่บริเวณท้องจำนวนหลายนัด ซึ่งนายวิษณุฯ ได้ยิงต่อสู้เช่นกัน จนทำให้นายวิษณุฯ ถึงแก่ความตาย หลังจากนั้นนายประเสริฐฯ กับนายสุธิพงศ์ฯ ได้ขับรถหนีไป

      จากการสืบสวนทราบว่า นายสุธิพงศ์ฯ ได้มาทำงานที่ แคมป์พักอาศัยคนงานก่อสร้าง ภายในซอยนาคนิวาส 48 แยก 14 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปตรวจสอบ และพบนายสุธิพงศ์ฯ จึงได้แสดงหมายจับและควบคุมตัวมาทำบันทึกที่ กองบังคับการปราบปราม ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ต่อมาเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวผู้ต้องหา​ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ร่วมกันมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน และ ตรวจเยี่ยมชุมชนวัดอินทรวิหาร​

      เมื่อวันศุก​ร์ที่​ 12 ก.ค.62 เวลา 16.00 น.​: พล​ตำรวจ​เอก​ เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตำรวจ​แห่งชาติ​ (รอง​ผบ.ตร.)​ พร้อมด้วย​พลตำรวจ​ตรี​ ชัยพร พานิชอัตรา รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก.น.1)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (รอง​ผบก.น.1)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ พาติกรณ์ ศรชัย ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​ชนะ​สงคราม​ (ผกก.สน.ชนะสงคราม)​ ร่วมด้วย​ ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธาน​ กต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน)​/ประธาน กิตติมศักดิ์ อนุ กต.ตร.บก.น.1,ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน อนุ กต.ตร.บก.น.1/ประธาน กต.ตร.สน.ชนะสงคราม เข้าร่วมประชุม กต.ตร.สัญจรสน.ชนะสงคราม​ พร้อมร่วมกันมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน และ ตรวจเยี่ยมชุมชนวัดอินทรวิหาร​ โดยมีข้าราชการตำรวจ สน.ชนะสงคราม และ คณะ กต.ตร.สน.ชนะสงคราม ให้การต้อนรับและเข้าร่วมการจักิจกรรมในครั้งนี้      เมื่อวันศุก​ร์ที่​ 12 ก.ค.62 เวลา 16.00 น.​: พล​ตำรวจ​เอก​ เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตำรวจ​แห่งชาติ​ (รอง​ผบ.ตร.)​ พร้อมด้วย​พลตำรวจ​ตรี​ ชัยพร พานิชอัตรา รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก.น.1)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (รอง​ผบก.น.1)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ พาติกรณ์ ศรชัย ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​ชนะ​สงคราม​ (ผกก.สน.ชนะสงคราม)​ ร่วมด้วย​ ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธาน​ กต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน)​/ประธาน กิตติมศักดิ์ อนุ กต.ตร.บก.น.1,ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน อนุ กต.ตร.บก.น.1/ประธาน กต.ตร.สน.ชนะสงคราม เข้าร่วมประชุม กต.ตร.สัญจรสน.ชนะสงคราม​ พร้อมร่วมกันมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน และ ตรวจเยี่ยมชุมชนวัดอินทรวิหาร​ โดยมีข้าราชการตำรวจ สน.ชนะสงคราม และ คณะ กต.ตร.สน.ชนะสงคราม ให้การต้อนรับและเข้าร่วมการจักิจกรรมในครั้งนี้

Cr.ทีมงานสนง.ผบก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.จ.ชลบุรี​ บูรณาการร่วม รวบพ่อเล้าไทย ค้ากาม 16 สาวลาว

      เมื่อวันศุก​ร์ที่​ 12​ ก.ค.62​ ที่ห้องแถลงข่าว​ สตม.สวนพลู​ : พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พลตำรวจ​ตรี​ ณฐพล แสวงกิจ,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7 (รอง​ผบช.ภ.7)​ ปฏิบัติราชการ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม 3)​,,พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาส สิริสุขะรองผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3 (รอง​ผบก.ตม.3) และพัน​ตำรวจ​เอก​ สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผู้กำกับ​การ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​จังหวัด​ชลบุรี​ (ผกก.ตม.จ.ชลบุรี)​ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดี

      โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ค.62 เวลาประมาณ 20.30 น เจ้าหน้าที่​ตม.จ.ชลบุรี​ บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ่อวิน,ตำรวจท่องเที่ยว​ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการสันติบาล สืบเนื่องมาจากได้รับแจ้งว่าบริเวณรอบๆ ตลาดสดเมืองทองแลนด์ ม.3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มักมีกลุ่มหญิงต่างด้าวมาแอบแฝงทำงานเป็นหญิงบริการ และกระทำการค้าประเวณี ลักษณะนุ่งน้อยห่มน้อยด้วยเครื่องแต่งกายน้อยชิ้น

      มีการรบเร้าผู้คนที่เดินผ่านไปมาละแวกนั้น บางคนชักชวนให้ผู้ที่สัญจรไปมาไปมีเพศสัมพันธ์โดยจะมีคนไทยคอยควบคุมอยู่ จึงได้วางแผนจับกุมโดยใช้วีธีล่อซื้อบริการดังกล่าวโดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไปซื้อบริการ โดยตกลงซื้อบริการในราคา 1,000.- บาท/คน/ครั้ง และคิดค่าพาหนะ​ (มอร์เตอร์ไซด์) อีก 20 บาทเพื่อพาไปยังสถานที่หลับนอนซึ่งห่างออกไปอีกประมาณ 200 เมตร

      จากการเข้าร่วมปฏิบัติการดังกล่าวสามารถการจับกุมคนไทยจำนวน 2 คน คือ นายประเดิม โพธิ์เย็น อายุ 61 ปี และนายโกวิทย์ สือพัฒธิมา อายุ 35 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลและเก็บเงิน โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม,ร่วมกันเป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหญิงแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม,รับบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต”

      และสามารถจับกุมหญิงสาวสัญชาติลาวซึ่งยืนเสนอขายบริการบริเวณรอบๆ ตลาดสดเมืองทองแลนด์ ม.3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จำนวน 16 คน โดยดำเนินคดีในข้อหา“ ติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม รบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถานหรือสถานที่อื่นใดเพื่อการค้าประเวณี อันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอายหรือเป็นที่เดือดร้อนแก่สาธารณชน ”นำตัวผู้ถูกจับทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อวิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ ภายหลังจากดำเนินคดีกับหญิงสาวชาวลาวแล้วก็จะเพิกถอนวีซ่า และบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในประเทศไทยอีกต่อไป

      ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมี เดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​