ลพบุรี – หลวงพี่ซิ่งเก๋ง เสียหลักหลุดโค้งพลิกคว่ำตีลังกาหลายตลบ ติดคาซาก

วันที่ 10 ธ.ค. 62 ร.ต.อ.สมัย จำปาทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.สระโบสถ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งตกข้างทางที่ ถนนสายสระโบสถ์ ชัยบาดาล เยื้องโรงเรียนบ้านด่านจันทร์ ต.นิยมชัย ที่เกิดเหตุมีพระภิกษุได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถอยู่ จึงได้ประสานแพทย์เวรฉุกเฉิน 1669 รพ.สระโบสถ์ และ สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์จุดสระโบสถ์ พร้อมอุปกรณ์ในการตัดถ่างรุดเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเส้นทางดังกล่าว พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ นิสสัน ซันนี่ สีเลือดหมู หมายเลขทะเบียน ฌท-2616 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำหงายท้องชี้ฟ้าในสภาพพังยับเยิน ในซากรถตอนหน้ามีพระภิกษุ ได้รับบาดเจ็บร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ต้องใช้อุปกรณ์ในการตัดถ่างนำร่างออกมาได้ในเวลาต่อมา โดยมีอาการบาดเจ็บที่หน้าอก ต้นคอ และไหปลาร้าหัก แพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่ง รพ.สระโบสถ์ ทราบชื่อพระสายชล ขนํติมาโน อายุ 49 ปี เป็นพระลูกวัด จ.ชัยนาท

จากการสอบสวนพระสมศักดิ์ (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นพระจำวัดอยู่ที่ อ.ชัยบาดาล เล่าว่า พระสายชล ได้เดินทางมาหาตนเองที่วัดหนองสรวง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ตั้งแต่เช้า ก่อนกลับได้ชักชวนกันไปหาพระเพื่อนอีกองค์ที่วัดหนองชนะชัย อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี โดยขับรถยนต์มาคนละคัน ตนเองขับตามหลัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงทางโค้ง รถคันที่พระสายชลขับมาด้วยความเร็วได้เสียหลักแหกโค้ง ตกข้างทาง พลิกคว่ำหลายตลบจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งนี้จากการสันนิฐาน คาดว่าพระสายชลอาจจะไม่ชำนาญเส้นทาง หลับใน หรือประมาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกสถานที่เกิดเหตุ สอบสวนพยานผู้ที่เห็นเหตุการณ์ก่อนที่จะเดินทางไปสอบสวนพระสายชล ที่ รพ.สระโบสถ์ ถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ 0890899090 ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

ทต.เขตรอุดมศักดิ์ – รับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์มอบให้ประชาชนทุกครัวเรือน

ที่อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นาย ไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ มาเป็นประธานในพิธีรับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เนื่องในโอกาส มหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภา หัวหน้าชุมชน พนักงานเทศบาลฯ ตลอดจนประชาชน เข้าร่วมในพิธี

นาย ไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา กล่าวว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปก กระ หม่อมข้าพระพุทธเจ้านายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา ตำแหน่ง นายกเทศมนตรีตำบลเขตรอุดมศักดิ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ ที่มาชุมนุมพร้อมเพรียงกัน ณ ที่นี้ มีความปลาบปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมใจกันแสดงความจงรักภักดีในพิธีรับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในวันนี้ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ได้พร้อมใจกันเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคลของแผ่นดิน ที่ใต้ฝละอองธุลีพระบาท ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ ตามโบราณราชประเพณี

ในการนี้หน่วยงานต่างๆ ได้พร้อมใจกันจัดโครงการและกิจกรรมเฉลิม พระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอยู่โดยตลอดทั้งปีในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ได้พร้อมใจกันทั้งประเทศ ในการน้อมใจสมัครสมานกตัญญุตา และเทิดทูนในพระมหากรุณาธิคุณแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยอุตสหะและพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่นที่จะสร้างความผาสุกร่มเย็นแก่อาณาประชาราษฎร์ และสร้างสิริสวัสดิ์หิพัฒนไพบูลย์ แกประเทศชาติ จึงได้ดำเนิน โครงการจัดพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเพื่อร่วม เฉลิมฉลอง ในวาระอันเป็นมิ่งมหามงคลนี้

และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณสูงสุด ที่ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กระทรวงมหาดไทย เชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปจัดพิมพ์เป็นแผ่นภาพ ขนาด 8.25 x 11.75 นิ้วจำนวน 23,323,000 แผ่น (ยี่สิบสามล้านสามแสนสองหมื่นสามพันแผ่น) สำหรับมอบแก่ประชาชนทุกครัวเรือนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลังจากนี้ พสกนิกรทั่วประเทศจะได้มีพระบรมฉายลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไว้เคารพสักการะทุกครัวเรือน เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเพื่อเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช2562 ตลอดจนยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่พสกนิกรทั้งปวงมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์อยู่เสมอ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบ – พบแล้วช่างปูกระเบื้องหายป่านาน 3 วัน ล่าสุดโผล่บ้านร้อยเอ็ด เจ้าตัวปลอดภัยดี

จากกรณี นาย เต๋อกุ้ย แซ่เจิน อายุ 62 ปี เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ประกอบอาชีพปูเบื้อง หายไปจากที่พักคนงาน เข้าไปในป่ารกทึบติดทางรถไฟ ณ บริเวณริมถนนสายท่าเรือ ฝั่งตรงข้าม กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันศุกร์ที่6 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน กู้ภัย ทหาร ฝ่ายปกครองอำเภอสัตหีบ ต่างระดมกำลังออกค้นหาอย่างเร่งด่วน นานกว่า 5 ชม. แต่ก็ไม่พบไร้วี่แวว

ล่าสุดวันนี้ 10 ธ.ค.62 เจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัย มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ เจ้าหน้าที่ทหารเรือ ฝ่ายปกครองอำเภอสัตหีบ เตรียมสนธิกำลังปูพรมชุดใหญ่ ออกตามหาอีกครั้งในเวลา 10.00 น. ในขณะที่เตรียมตัวออกไปค้นหา นาง สุพรรณี โคตรภักดี อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนาย นาย เต๋อกุ้ย แซ่เจิน ได้โทรศัพท์มาบอกกับทางเจ้าหน้าที่ว่า นาย เต๋อกุ้ย ได้กลับบ้านที่จังหวัด ร้อยเอ็ดเป็นที่เรียบร้อยปลอดภัยดี เนื่องจากทางบ้านได้โทรศัพท์มา ว่าพ่อถึงบ้านแล้ว และได้เดินทางมาพร้อมกับสามี มาที่หน่วยกู้ภัย มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ เพื่อมามอบกระเช้าดอกไม้แสดงความขอบคุณหน่วยงานที่ช่วยออกตามหาพ่ออย่างเต็มกำลังความสามารถ

ด้านผู้สื่อข่าวในพื้นที่ได้สอบถาม นาง สุพรรณี โคตรภักดี ทราบว่า นาย เต๋อกุ้ย แซ่เจิน น่าจะเดินออกมาป่า คาดว่าคงเจอกับคนที่ผ่านมาบริเวณนั้น เขาจึงขอดูบัตรประชาชน และคงจะส่งพ่อขึ้นรถกลับบ้าน ถึงบ้านที่จังหวัดร้ยเอ็ดเช้าวันนี้ ซึ่ง ทางบ้านบอกว่าพ่อยังพูดจาไม่ค่อยจะรู้เรื่องเหมือนเดิม แต่ก็ดีใจที่พ่อถึงบ้านได้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่จากใจจริงที่ช่วยออกตามหาพ่อมากันตั้งแต่เมื่อวาน

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – อําเภอคลองใหญ่ จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล(ประเทศไทย)ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต”

อําเภอคลองใหญ่จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล(ประเทศไทย)ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต”

วันนี้ 9 ธ.ค.2562 ที่หอประชุมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่เป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) อําเภอคลองใหญ่โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายภาคเอกชน เครือข่ายภาคประชาชน และคณะครูอาจารย์นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมจํานวนมาก นายพีระ การุญ นาย อําเภอคลองใหญ่ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นว่า ปัญหาการคอร์รัปชั่น ของประเทศไทยเป็นปัญหาที่สั่งสมมานาน และส่งผลเสียหายต่อประเทศทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการศึกษาในภาพรวม ประเด็นสำคัญคือ การสร้างการรับรู้และช่วยกันอย่างจริงจัง เมื่อรู้ว่ามีการกระทำการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการใดหรือองค์กรใด ต้องร่วมมือกัน เพื่อให้การต่อต้านการทุจริตเป็นวัฒนธรรมของสังคมไทยต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะการปลูกฝังแก่เยาวชน ซึ่งเป็นกำลังหลักสำคัญของชาติ เริ่มจากการมีวินัยสอนให้ไม่เอาเปรียบผู้อื่น เพราะการโกงเริ่มจากการเอาเปรียบผู้อื่น เช่น การลัดคิว การลอกข้อสอบ รวมถึงการเอาเปรียบในการจราจรการใช้รถใช้ถนนด้วยการคิดว่า “ให้ทางเขาแล้วเราจะมีทาง” ซึ่งต้องอาศัยกลไกทางสังคมร่วมด้วย

สำหรับการจัดงานฯ ในครั้งนี้ นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ กล่าวว่า การจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล(ประเทศไทย) พร้อมกันทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ปีนี้กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต” นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริต ด้วยการใช้กลไกประสานความร่วมมือในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม กลไกทางศาสนาและการศึกษาซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ยั่งยืน ตามแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้ค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) สูงขึ้นด้วย

กิจกรรมฯ ประกอบด้วย การเคารพธงชาติจัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชั่นโดยมี สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดตราดจัดขึ้น พร้อมประธานได้มอบเกียรติบัตรรางวัลให้แก่ผู้ชนะที่เป็นแกนนำเยาวชนนักเรียน จากโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม โดยมีสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตราดจัดขึ้น

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # จับกระเทียมเถื่อนกลางแม่น้ำโขง ขณะลักลอบขนนำเข้า 265 กระสอบ

มุกดาหาร กองร้อยทหารพราน ร่วม กอ.รมน.มุกดาหาร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นรข. และตรวจตระเวนชายแดน สกัดจับกระเทียมแห้งเถื่อนไม่ผ่านพิธีการศุลกากรลักลอบขนข้ามโขงมาทางเรือหางยาวเข้ามาแนวชายแดนริมฝั่งโขงถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับยึดได้ กว่า 265 กระสอบหนักกว่า 5,300 กิโลกรัม

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองร้อยทหารพราน 2110 มุกดาหาร พร้อมหน่วยงานความมั่นคง นำของกลางกระเทียมแห้งเถื่อนจำนวน 265 กระสอบ หนักกว่า 5,300 กิโลกรมที่กลุ่มขบวน การค้ากระเทียมแห้งเถื่อน ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านโดยหลีกเลี่ยงภาษี ไม่ผ่านพิธีการศูลกากรมาแถลงข่าว

สืบเนื่องเมื่อกลางดึกของวันที่ 8 ธันวาคม 2562 กองร้อยทหารพราน 2110 ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ได้รับแจ้งจากสายข่าวมีกลุ่มขบวนการค้ากระเทียมเถื่อนลักลอบขนข้ามแม่น้ำโขงทางเรือหางยาวเข้ามาแนวชายแดนริมฝั่งโขงบริเวณพื้นที่ของบ้านนาโปใหญ่ ต.นาโปใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบจุดเป้าหมายดังกล่าวพบชายฉกรรจ์รับจ้างแบกสินค้าเถื่อน จำนวน 7-8 คนกำลังแบกกระสอบบรรจุกระเทียมขึ้นจากเรือ เห็นเจ้าหน้าที่ก็อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบนเรือพบกระสอบบรรจุกระเทียมแห้ง ตรวจนับได้จำนวน 265 กระสอบ หนักกว่า 5,300 กิโลกรัม

สอบถามทราบว่ากระเทียมที่ลักลอบขนมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจะนำเข้าเก็บภายในโกดังไม่มีเลขที่อยู่ตามแนวชายแดนริมฝั่งโขงเพื่อเตรียมรอโอกาสลักลอบขน ส่งนายทุนปลายทางที่ตลาดไท กทม. ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมอย่างต่อเนื่องแต่กระเทียมเถื่อนยังทะลักเข้าแนวชายแดนรายวันไม่หยุด โดยหลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่นำของกลางกระเทียมและเรือเหล็กพร้อมเครื่องยนต์หางยาวส่งด่านศูลกากร มุกดาหารเพื่อดำเนินการตรากฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

เต็นท์รถร้อง ถูกแก็งค์หลอกเช่ารถ เชิดรถหนีกบดานในเขตพื้นที่ปริมณฑล หวั่นรถใหม่ถูกนำไปจำนำ

เต็นท์รถร้องถูกแก็งค์หลอกเช่ารถเชิดรถหนีกบดานในเขตพื้นที่ปริมณฑลหวั่นรถใหม่ถูกนำไปจำนำ

วันที่ 9 ธ.ค.62 เวลา 13.30 น.จ.นนทบุรี​ : ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก น.ส.วรรณภา ชวนนอก อายุ 39 ปี เจ้าของร้านเช่ารถยนต์ “ปุ้ย คาร์เร้นท์” ย่านสนามบินสุวรรณภูมิ-ลาดกระบัง ว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.62​ ที่ผ่านมา ตนเองได้รับการติดต่อจาก น.ส.ญาณีนุช พลูเพชร หรือนิว ว่าจะขอเช่ารถยนต์ใช้ทำธุระเป็นเวลา 2 วัน โดย น.ส.ญาณีนุชฯ ได้สอบถามถึงรถที่ต้องการจะเช่าว่า ต้องการรถคันใหม่ๆ จังหวะนั้น ที่บริษัทรถของตนเองมีรถยนต์ T.Yaris1.2 รุ่น Ativ สีเกรย์ หมายเลขทะเบียน 9​ กข​ 8151 กทม. ที่เพิ่งออกมาใหม่ ได้ว่างอยู่ จึงได้นัดหมายให้ น.ส.ญาณีนุชฯ โอนเงินค่าจองรถล่วงมาก่อน 1 พันบาทเพื่อทำการล็อกรถไว้ให้ จากนั้นวันที่เดินทางมารับรถ น.ส.ญาณีนุชฯ ค่อยมาชำระเพิ่มอีก 6 พันบาท เป็นค่าเช่าอีกวัน 1 พันบาทและค่ามัดจำรถอีก 5 พันบาท รวมเป็น 6 พันบาท และได้นัดรับรถกันที่สนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเวลา17.40 ซึ่ง น.ส.ญาณีนุชฯ​ ก็เดินทางมารับรถพร้อมชำระเงินให้ทางตนอีก 6 พัน บาท จากนั้นก็มีการถ่ายรูปตอนรับรถทำสัญญากันไว้

ปรากฏว่าต่อมาในวันที่ 29 พ.ย.62 ตนได้โทรตามให้ น.ส.ญาณีนุชฯ นำรถกลับมาเปลี่ยนคันใหม่และทำสัญญาเช่าใหม่ ซึ่ง น.ส.ญาณีนุชฯ​ ก็รับทราบว่าจะนำรถเข้ามาเปลี่ยน หลังจากนั้นก็ปรากฏว่า สัญญาณจีพีอาร์เอส แจ้งเตือนมายังมือถือตนเองว่า จีพีอาร์เอสกำลังจะถูกถอดออกจากตัวรถ ตนกับแฟนจึงรีบขับรถติดตามมายังจุดที่สัญญาณจีพีอาร์เอสแจ้งไว้ คือ ในซอย บางกร่าง 45/1 เขตอำเภอเมืองนนทบุรี ก็ไม่พบรถที่ถูกเช่า ต่อมาสัญญาณจีพีอาร์เอสที่ถูกถอดออกจากรถแจ้งสัญญานสุดท้ายมาว่า รถคันดังกล่าววิ่งอยู่ที่หมู่บ้านพฤกษาทาว์น ถนนราชพฤกษ์-ท่าอิฐ จึงรีบติดตามไปตามที่สัญญานแจ้ง แต่ก็ไม่พบจนกระทั่งสัญญานขาดหายไป จึงได้พยายามโทรติดต่อ น.ส.ญาณีนุชฯ ผู้เช่า ก็ไม่สามารถติดต่อได้ทุกช่องทาง

จากนั้นในวันที่ 30 พ.ย.62​ ซึ่งเป็นวันครบกำหนดเช่ารถและต้องนำมาคืน ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อ น.ส.ญาณีนุชฯ​ ได้ จึงได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายและสัญญาเช่ารถเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สนามบินสุวรรณภูมิ ให้ช่วยเร่งรัดติดตามนำรถกลับคืนมา

น.ส.วรรณภาฯ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นได้นำเรื่องราวนี้ไปโพสต์และสอบถามในไลน์กลุ่มผู้ทำธุรกิจให้เช่ารถ และขายรถมือสองก็พบว่า น.ส.ญาณีนุชฯ มีประวัติเชิดรถจากบริษัทเช่ารถมาแล้วหลายครั้งในหลายพื้นที่ ตนจึงเชื่อว่าน.ส.ญาณีนุชฯ คือแก็งค์มิจฉาชีพที่ตระเวนหลอกเช่ารถตามบริษัทให้เช่ารถ จากนั้นจะเชิดรถที่ได้มาส่งขายหรือจำนำต่อไป ตอนนี้ตนเองเป็นห่วงว่ารถของตนที่ให้เช่าไปจะสูญหาย และ ความคืบหน้าในการติดตามรถก็ยังไม่มีมาถึงปัจจุบันนี้ จึงต้องมาร้องสื่อให้ช่วย เพราะตนเองมั่นใจว่า รถที่ถูกเชิดมายังคงอยู่ในจังหวัดนนทบุรี หรือเขตกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ตนเองยังตั้งข้อสงสัยว่า ทำไม น.ส.ญาณีนุชฯ มิจฉาชีพรายนี้ ที่ใช้ชื่อจริงไปตระเวนหลอกเช่ารถอย่างเปิดเผย ทำไมไม่ถูกจับกุมและยังลอยนวลออกไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับคนบริสุทธิ์ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวกฏหมาย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สายตรวจเเมืองโคราช​ เจ๋ง​ คุ้ยข้อมูลยึดรถคืนเจ้าของ

ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เจ๋ง ! ใช้ไหวพริบตรวจสอบข้อมูลรถจยย. หาย ก่อนติดตามหาจนเจอยึดกลับคืนส่งมอบให้เจ้าของเรียบร้อย

วันที่ 9 ธ.ค.62 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พ.ต.ท.สุทธิรักษ์ ลัคณาลิขิต สวป. สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมสายตรวจรถจักรยานยนต ์ชุดที่ 4 กำลังออกตรวจดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ด้วยความเข้มแข็ง​ ระหว่างนั้นพบรถจักรยานยนต ์ยี่ห้อฮออนด้า MSX จอดทิ้งไว้ ในลักษณะต้องสงสัย จึงทำการรวจสอบข้อมูลการแจ้งความรถหายปรากฎว่า พบเป็นรถที่มีการแจ้งหายเอาไว้ จึงยึดเอามาตรวจสอบข้อมูลในระบบ CRIMES อย่างละเอียดอีกครั้งพบว่า เป็นรถที่ถูกโจรกรรมมา แจ้งหายไว้ท้องที่ สภ.สูงเนิน เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.62

จึงติดต่อเจ้าของ นำเอกสารมาลงประจำวันขอรับรถคืน ซึ่งทางเจ้าของรถถึงกับดีอกดีใจ พร้อมกับชมเชยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ที่สามารถติดตามรถกลับคืนมาในสภาพสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำตรจก็จะติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.ตุ๋ย-อาชญสกรรม.-หน.ศูนย์ข่าวนครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.สระบุรี – ปรับผู้ให้ที่พักอาศัยแรงงานต่างด้าว

วันที่ 9 ธ.ค.62 ว่าที่ พ.ต.ท.ธรากร พิกุลแก้ว สว.ตม.จ.สระบุรี สั่งการให้ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จ.สระบุรี ตรวจสอบบุคคลต่างด้าวบริเวณบ้านพักคนงานทำท่อน้ำ เลขที่ 9/1 ม.8 ต.บัวลอย อ.หนองแค จ.สระบุรี จับกุมนายวีรชัย ศิลปสมศักดิ์ อายุ 43 ปี และนางณัฏฐา เรือนเงิน อายุ 42 ปี สัญชาติไทย ข้อหา “เป็นเจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเคหสถานหรือผู้จัดการโรงแรม รับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัย ไม่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ ที่บ้าน เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นตั้งอยู่ภายใน 24 ชม.นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย” ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 (ม.38) จึงดำเนินการเปรียบเทียบปรับ รายละ 1,600​ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,200 บาท

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

“ป่อเต็กตึ๊ง” ห่วงใยผู้ยากไร้ ตระเวนมอบผ้าห่มกันหนาว ให้คนไร้บ้าน ในเขตกรุงเทพมหานคร

ตามที่มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้วันที่ 6-10 ธ.ค.62 หลายพื้นที่ในประเทศไทยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด รวมทั้งวานนี้เขตพื้นที่กรุงเทพมหานครมีอุณหภูมิต่ำสุด 13-21 องศาเซลเซียส มีสภาพอากาศแห้งและมีลมแรง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่ตระเวนรอบกรุงเทพมหานคร มอบผ้าห่มแก่คนไร้บ้านบรรเทาภัยหนาว ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าวมีเพียงเครื่องนุ่งห่มติดตัว และอุปกรณ์บางส่วนที่พอมีบรรเทาลมที่หนาวเหน็บยามดึก นอกจากนี้มูลนิธิฯ ได้มอบผ้าห่มให้ผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณหลังวัดพลับพลาไชย เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ โดยในคืนวันที่ 11 ธันวาคม 62 เวลา 24.00 น.นี้ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดออกตระเวนมอบผ้าห่มกันหนาวแก่คนไร้บ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกครั้ง

โดยโครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ,ภาคอีสาน และภาคอื่นๆ รวมทั้งคนไร้บ้านที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 44​ จังหวัด รวมมูลค่าการดำเนินงานในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม​ ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.นครศรีธรรมราช รวบกัมพูชา (OVERSTAY)​

วันที่​ 9 ธ.ค.62 ภายใต้อำนวยการ ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษณ กลิ่นขจร​ สว.ตม.จ.นครศรีธรรมราช สั่งการให้ชุดสืบสวนปราบปรามตม.จ.นครศรีธรรมราช ตรวจสอบสถานประกอบการ โรงแรม ที่พักแรงงานต่างด้าว ตรวจสอบแพสุนะ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช​ ผลการตรวจสอบ จับกุม นายสารัก ฮัม (MR.SARAK HUM) อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (OVERSTAY) จำนวน 70 วัน นำส่ง พนักงาน​สอบสวน​.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช​ ดำเนินคดี​ตามกฎหมาย​ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​