จีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับไทย และพร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้าน

          วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562) เวลา 09.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายซ่ง เทา (H.E. Mr. Song Tao) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ภายใต้คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

         นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดี และขอบคุณที่จีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนที่ใกล้ชิดในทุกระดับ โดยการเยือนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ ในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือในระดับพรรค การเมืองระหว่างประเทศไทยกับจีนให้แน่นแฟ้น ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีของการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศของจีน ในโอกาสนี้ ทราบว่าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจะเสด็จร่วมพิธีทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รัฐมิตราภรณ์ ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย

         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความร่วมมือและสนับ สนุนความสัมพันธ์ไทย-จีนในทุกมิติ การมาเยือนไทยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการสานต่อและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลและระหว่างพรรคการเมืองของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้น ใกล้ชิด ทั้งนี้ ชื่นชมการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีที่เห็นได้ชัดว่ามีความพัฒนาอย่างก้าวหน้า ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชา ชนดีขึ้น ประเทศจีนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสัมพันธ์กับไทยมาก โดยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่จะทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพมีผู้ได้รับเพียง 6 ท่าน จากทั่วโลก ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ ได้ส่งความปรารถนาดีที่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ฝากมาถึงนายกรัฐมนตรี

         ทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้าน ด้านการเมือง สร้างความเข้าใจ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ด้านเศรษฐกิจ พร้อมให้ความร่วมมือความเชื่อมโยงทางนโยบาย อาทิ EEC ของไทย กับ GBA ของจีน ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐ มนตรีขอบคุณ ที่คนจีนยังเดินทางมาเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่องไทยพร้อมดูแลและสนับสนุนการท่องเที่ยวระหว่างกัน และทั้งสองฝ่ายพร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันในด้านอื่นๆ อาทิ การศึกษา เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ ได้เชิญให้ฝ่ายไทยไปศึกษาดูงานด้านต่างๆ ที่มีความสนใจ

          นอกจากนี้ จีนชื่นชมการเป็นประธานอาเซียนของไทย และพร้อมสนับสนุนบทบาทของไทยในระดับอนุภูมิภาคและภูมิภาค ทั้งในกรอบ ACMECS ในฐานะ Development Partner โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ เชื่อมั่นว่า การเจรจาอย่างใกล้ชิดในภูมิภาคจะทำให้สามารถบรรลุการแก้ไขปัญหาต่างๆได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณที่จีนให้ความสำคัญกับบทบาทของไทยในภูมิภาค และขอให้จีนสนับสนุนให้ผลการเจรจา RCEP สำเร็จภายในปีนี้

         อนึ่งในตอนท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ฯ ได้มอบแผ่นป้ายภาษาจีน “เหอจั้วก้งอิ๋ง” ที่มีความหมายว่า “ความร่วมมือที่ให้ประโยชน์กับทุกฝ่าย” แด่นายกรัฐมนตรี


ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี รวบผู้ต้องหาก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ กลางเมืองจันทบุรี

          เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้ติดตามจับกุมตัว นายสุวิทชาญ นัทธีประเสริฐ หรือโอ อายุ 26 ปี เป็นคนตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ได้พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า มีโอ สีขาว หมายเลขทะเบียน กวพ 70 จันทบุรี ที่จอดอยู่บริเวณริมสวนสาธารณะทุ่งนาเชย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ไปออกกำลังกายพบ นายสุวิทชาญ นัทธีประเสริฐ ผู้ต้องหานอนอยู่ จึงได้ขอตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามภาพจากกล้องวงปิดจริง และจากการสอบถามนายสุวิทชาญ นัทธีประเสริฐ ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์จริง จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่สถานตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี

         ซึ่งนายสุวิทชาญ นัทธีประเสริฐ บอกว่าตนเองมาหางานทำในตัวเมืองจันทบุรี และเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 13.00 น.-14.00 น. ได้เดินไปตามที่ต่างๆ จังหวะเดินผ่านไปทางถนนศรีจันท์ ได้เห็นรถจักรยานยนต์ จอดเสียบคากุญแจอยู่ จึงได้เดินวนดูจนปลอดคนจึงได้ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ไป เพื่อขี่เที่ยวและขี่กลับบ้านในพื้นที่ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี จากนั้นวันที่ 18 กันยายน 2562 ได้ขี่รถจักรยานยนต์ กลับมาในตัวเมืองจันทบุรี และได้กลับมานอนพักอยู่ที่ริมสวนสาธารณะทุ่งนาเชย และได้จอดรถจักรยานยนต์ ไว้ริมทาง จนมีตำรวจมาเรียกและนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ดู ทำให้ นายสุวิทชาญ นัทธีประเสริฐ จำนนด้วยหลักฐานจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุขโมยรถจักร ยานยนต์จริง ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนถึงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เวลาจอดรถทุกครั้งให้ดึงกุญแจรถออก และล๊อกคอรถให้ดีทุกครั้ง


ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี นำผู้ต้องหาพยายามข่มขืนเยาวชนอายุ 15 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนนำตัวส่งฟ้องศาล

          พันตำรวจโทธัญพัทธ์ บุญสุข รองผู้กำกับสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี พันตำรวจตรีสิรวิชญ์ มหันทธนวิศิษฎ์ สารวัตรสืบสวนพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้นำตัว นายบัณฑิต พรมโสภา อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ที่ 8 ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ ประกบข้างยื่นมือจับหน้าอกหญิงสาวรวม 3 ราย และพยายามจะข่มขืนเยาวชน อายุ 15 ปี มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ บริเวณป่าข้างทางถนนสายบำราษนราดูร อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

         โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 เวลา 04.00 น.ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา สาเหตุที่ก่อเหตุมาจากเมาสุรา และมีอารมณ์ทางเพศ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาผู้ต้องหารายนี้ คือ พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา โดยเพื่อการอนาจาร ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งมอบตัวให้กับ ร้อยตำรวจเอกศรีจันท์ เรือนเงิน รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และส่งฟ้องศาลจังหวัดจันทบุรี ต่อไป

         ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี หลังจากสืบสวน แกะลอยจากกล้องวงปิด ที่สามารถจับภาพผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฬ สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กฐ 1371 จันทบุรี ตามผู้เสียหาย ขณะที่ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ สาเหตุของการก่อเหตุมาจากเมาสุรา และมีอารมณ์ทางเพศ


ภาพ/ข่าว สุปราณี แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ขนส่งจังหวัดจันทบุรี เน้นย้ำพรุ่งนี้ดีเดย์ ห้ามยึดใบขับขี่

โดยเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่ นำใบขับขี่แบบเก่ามาเปลี่ยนเป็นแบบดิจิทัล และโหลดแอพ DLT smart licence เพื่อความสะดวกในการเรียกตรวจของเจ้าหน้าที่

         นางสาวสุรีย์ สิงหะรัตน์ รักษาการขนส่งจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า หลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย.62 โดยมีสาระสำคัญคือ เจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเรียกตรวจใบอนุญาตขับขี่แต่ไม่มีอำนาจในการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับอีกต่อไป

          ผู้สื่อข่าวจึงไปสอบถามข้อมูลที่ขนส่งจังหวัดจันทบุรี ถึงการใช้ใบขับขี่ดิจิตอล โดยนางสาวสุรีย์ สิงหะรัตน์ รักษาราชการแทนขนส่งจังหวัดจันทบุรี บอกว่า ทางขนส่งจังหวัดได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบและเข้าใจถึงข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติจราจรทางบก ฉบับนี้อย่างต่อเนื่องว่า ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2562 เป็นต้นไป เจ้าพนักงานจราจร ไม่มีอำนาจในการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับได้ แต่ผู้ขับสามารถแสดงใบขับขี่ดิจิตอลให้เจ้าหน้าที่ดูได้ เพื่อความสะดวก

         ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้สร้างแอพพลิเคชั่น DLT ขึ้นมา ซึ่งผู้ที่จะสามารถใช้งานได้นั้น จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่แบบใหม่ ที่มีคิวอาร์โค๊ดด้านหลังบัตร ซึ่งหากท่านใดยังไม่ได้เปลี่ยน สามารถไปเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ได้ที่ขนส่งจังหวัดใกล้บ้าน แล้วดาวโหลด แอพพลิเคชั่น ลงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน เข้าไปกรอกข้อมูลในระบบและแสกนคิวอาร์โค๊ดหลังใบอนุญาตขับขี่ของเรา ซึ่งสามารถแสดงได้ทั้งใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ และรถจักรยาน ยนต์ ในคราวเดียวกัน


ภาพ/ข่าว สุปราณี แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เมียจ๋า พี่ลาก่อนนะ !! หนุ่มหัวลาก ไลน์ ลาเมียรัก ก่อนผูกคอตัวเองดับในบ้านพัก ตัดช่องน้อยแต่พอตัว(ชมคลิป)

https://youtu.be/pBGfxmlBfqk

          หนุ่มขับรถหัวลากอารมณ์ดี ผูกคอดับ ส่งข้อความสั่งลาตายถึงแฟนหนุ่มขับรถหัวลากอารมณ์ดี ผูกคอดับคาบ้านพัก หัวหน้างานมาเลี้ยงไก่ตอนเช้า สงสัยทำไมไใม่ไปทำงาน แง้มประตูออกดูพบผูกคอเสียชีวิต เพื่อนร่วมงานเผยก่อนตาย ส่งข้อความไลน์ไปสั่งลาภรรยาด้วย

          เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. วันนี้ (19 ก.ย. ) พ.ต.ท.นภดล วันดี สารวัตรสอบสวน สภ.หนองขาม จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุผูกคอ ที่บ้านไม่มีเลขที่ ซอยหลังเซเว่น ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี

         ในที่เกิดเหตุ เป็นบ้านพักคนงานชั้นเดียวพบเพื่อนผู้เสียชีวิตยืนอยู่หน้าบ้าน เมื่อเข้าไปด้านในพบร่างนายขันทอง หงษเงิน อายุ 48 ปี ใช้เชือกไนล่อนสีเขียว ผูกคอตนเองกับขื่อกลางบ้านร่างห้อยโตงเตง ด้านล่างพบเก้าอี้ไม้ล้มคว่ำอยู่ คาดว่าน่าจะใช้เป็นอุปกรณ์ในการขึ้นไปผูกคอกับขื่อบ้าน จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด และทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตยังอยู่ครบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างลงมาก่อนให้นำส่งโรงพยาบาลแหลมฉบังเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

         จากการสอบสวน นายพัสกร เฉียงเอก หัวหน้างาน ที่เป็นผู้พบเห็นเป็นคนแรกเปิดเผยว่า ปกติผู้เสียชีวิตจะเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง ปกติตอนเย็นก็จะสังสรรค์กับเพื่อน ๆ อยู่ทุกวัน แกเป็นคนอารมณ์ดี แต่เมื่อเช้าตนเองเดินทางมาเลี้ยงไก่ในที่เกิดเหตุเป็นประจำ แต่วันนี้เห็นรถผู้เสียชีวิตจอดอยู่ ก็เลยสงสัย ปกติแกไปทำงานตั้งแต่ตีสี่ตีห้าทุกวัน จึงเดินเข้าไปแง้มประตูดูก็พบว่าผูกคอเสียชีวิตแล้ว ตนเองถึงกับช็อก ส่วนเรื่องข้อความภรรยาของผู้เสียชีวิตได้โทรมาบอกเพื่อนว่าให้ไปดูผู้เสียชีวิตหน่อย เนื่องจากส่งข้อความลาตายไปหาภรรยา เพื่อน ๆ จึงรีบเดินทางมาดู แต่ก็พบว่าผูกคอเสียชีวิตไปแล้ว

          จากการตรวจสอบข้อความพบว่า ผู้เสียชีวิตพิมพ์ข้อความไปหาภรรยาเวลา 05.13 น. ว่า “พ่อขอโทษนะ ถ้าพ่อไม่ตัดสินใจทำแบบนี้ พ่อจะยิ่งทำให้ครอบครัวเราลำบากหนักไปอีก อุ่นเป็นเมียที่ดี สู้นะ ขอโทษแม่กับพี่น้องทุกคน นำขออโหสิกรรมด้วย เผาผมที่นี่เลยนะ ไม่ต้องเอากลับบ้าน คนแบบนี้อย่าให้มันเข้าบ้าน ลาก่อนทุกคน ขอโทษหัวหน้าหนุ่มนะครับ ” ผมไม่ไหวแล้วครับ”


ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-ร้านข้าวมันไก่ตั้งอยู่ใกล้กับแยกไฟแดง อำเภอขลุง ถนนสุขุมวิท จังหวัดจันทบุรี ขายพร้อมโรงศพ กินไปทำใจไป

          หากผ่านไปสี่แยกไฟแดง ถนนสุขุมวิท บริเวณอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี จะเห็นร้านขายข้าวมันไก่ ร้านหนึ่ง อยู่ตรงบริเวณสี่แยก ด้านทางเข้าน้ำตกตรอกนอง เส้นทางเชื่อมต่อ อำเภอมะขาม ภายในร้านนอกจากจะขายข้างมันไก่แล้ว ยังมีโรงศพตั้งขายบริการอยู่ด้วย แต่บรรยากาศการขายในร้านจะพบว่ามีชาวบ้านมานั่งกินข้าวมันไก่กันจำนวนมากอย่างไม่สะทกสะท้าน

          โดย นางจินตนา ลิ้มประเสริฐสุข อายุ 63 ปี แม่ค้าข้าวมันไก่เล่าว่า ตนเองเปิดขายมานานหลายปีแล้ว โดยเริ่มเปิดตั้งแต่เวลา 07.00น.ไปจนกว่าของจะหมด และส่วนใหญ่ทุกวันข้าวมันไก่ของตนก็จะขายหมดประมาณบ่าย 2 โมง โดยขายในราคาจานละ 35 บาท ถ้าพิเศษราคา 40 บาท นอกจากนี้ยังมีข้าวหมูกรอบขายด้วยในราคาเดียวกันด้วย

          ด้าน นางสาว จิรวดี ทองถนอม ลูกค้าที่มารับประทานข้าวมันไก่ บอกว่าบ้านอยู่ในอำเภอขลุง มารับประทานที่ร้านนี้เป็นประจำเนื่องจากรสชาดอร่อย ราคาถูก ไม่รู้สึกอะไรที่ทานอาหารในร้านที่มีโรงศพ แต่รู้สึกดีที่ชีวิตเราจะได้ไม่ประมาทเพราะถึงอย่างไรทุกคนก็หนีความตายไปไม่พ้น ส่วนนางสาวสุนทรี แซ่เจ็ง ลูกค้าขาประจำอีกคนบอกว่า ตนเองมาทานร้านนี้เกือบทุกวัน เพราะสะดวก อาหารอร่อย ราคาถูก ย้อนหลังความรู้สึกในครั้งแรกที่มากินก็รู้สึกตื่นเต้น แปลกตา สับสนระหว่างร้านขายอาหาร กับร้านโรงศพ อยู่ด้วยกันภายในร้านเดียวกันได้อย่างไร แต่ก็ไม่คิดอะไรมากเป็นเรื่องของสัจจะธรรม และ การประกอบอาชีพที่สุจริต สำหรับร้านข้าวมันไก่โรงศพ ที่สี่แยกอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี จะเปิดขายทุกวันตั้งแต่ 7 โมงเช้า จนกว่าสินค้าจะหมด ส่วนใหญ่ไม่เกินบ่าย 2 โมง


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร รอให้การต้อนรับ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษา.

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร รอให้การต้อนรับ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษา ณ.ห้องประชุมเพชรพระนคร เขตพระนคร..

         วันพุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 13.50 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร รอให้การต้อนรับ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เนื่องในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษา ณ.ห้องประชุมเพชรพระนคร ชั้น 5 เขตพระนคร กรุงเทพฯ.


ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

พระเทพปริยัติสุธี…เมตตาเยี่ยมชม – สนทนาธรรม กับเจ้าอาวาสวัดป่าภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

          เมื่อเร็วๆ นี้ พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติสุธี เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี เจ้าอาวาสวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร อ.เมือง จ.สิงห์บุรี และ ประธานสงฆ์ วัดไทยธรรมศาลา ประเทศอินเดีย ได้เมตตาเดินทางมาเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติธรรมและการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์โพธิปักขิยธรรม และพระอุโบสถวัดป่าภูทับเบิก พร้อมได้สักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และมีศรัทธาถวายปัจจัยส่วนตัวร่วมบุญสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ พร้อมปิดทองคำยอดพระเกศพระประธานพระอุโบสถ โดยมี พระอาจารย์วัชระ วิจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดป่าภูทับเบิก ถวายการต้อนรับ

          ในโอกาสนี้ พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติสุธี ได้เมตตามอบ “หนังสือธรรมในโครงการพัฒนาศาสนทายาทสู่แดนพุทธภูมิ” แด่เจ้าอาวาสวัดป่าภูทับเบิก เป็นเครื่องระลึกธรรมและไมตรีจิตต่อกัน

          สำหรับงานบุญประเพณีประจำปี งานทอดกฐินมหาสามัคคี วัดป่าภูทับเบิก เพื่อสร้างพระอุโบสถที่สูงที่สุดในประเทศไทย จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 ตุลาคม 2562 นี้​ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมงานบุญมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่นี้ด้วยกัน


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เทสโก้ โลตัส ฉลองครบรอบ 25 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มค่า ผสานทั้งราคาถูกและคุณภาพดี ตอบโจทย์ลูกค้ายุคฉลาดซื้อ

          วันนี้​ วัน​พุธ​ที่​ 18 กันยายน 2562​ : เทสโก้ โลตัส จัดแคมเปญฉลองครบรอบ 25 ปี จัดเต็มลดราคาและโปรโมชั่นตลอด 3 เดือน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มค่า ชูสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึง ภายใต้ธีม “ถูกกว่าทุกที่ ดีกว่าทุกครั้ง”

          นางวรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัส ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในฐานะห้างค้าปลีกที่มีความโดดเด่นในด้านราคาสินค้า ช่วยลูกค้าประหยัดค่าครองชีพ แต่นอกเหนือจากราคาที่ประหยัดแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพสินค้ามาโดยตลอด​ เพราะความมุ่งมั่นของเรา คือการช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพ จัดหามาด้วยกระบวนการที่ยั่งยืน และมีราคาที่เอื้อมถึงได้ การเฉลิมฉลองโอกาสที่เทสโก้ โลตัส ครบรอบ 25 ปี จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ถูกกว่าทุกที ดีกว่าทุกครั้ง ซึ่งเป็นการผสมผสานจุดแข็งของเทสโก้ โลตัส ทั้งในด้านราคาและคุณภาพสินค้า โดยแคมเปญจะจัดต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 เดือน ครอบคลุมทุกช่องทางของเทสโก้ โลตัส ทั้งสาขาขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ ช่องทางออนไลน์ รวมไปถึงบัตรคลับการ์ด เพื่อสร้างประสบการณ์แห่งความคุ้มค่าแบบไร้รอยต่อ”

          “ในด้านของราคาและโปรโมชั่น แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ โปรช็อคน็อคราคา ครอบคลุมสินค้าทุกหมวดหมู่กว่า 20 รายการต่อสัปดาห์ ทั้งสินค้าแบรนด์ชั้นนำจากผู้ผลิตและสินค้าแบรนด์เทสโก้ นอกจากราคาที่ถูกแล้ว เรายังการันตีว่าจะมีสินค้าเพียงพอกับความต้องการของลูกค้า ถ้าหากลูกค้ามาซื้อสินค้าดังกล่าวแล้วหมด จะได้รับคูปองเพื่อกลับมาซื้อสินค้าในครั้งต่อไป นอกจากนั้นยังมีสินค้าติดดาว ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของลูกค้า ทั้งหมดเกือบ 400 รายการ ประมวลผลผ่าน big data จากข้อมูลการใช้บัตรคลับการ์ดของสมาชิกกว่า 15 ล้านคน โดยเทสโก้ โลตัส ตรวจสอบราคาสินค้าติดดาวทุกสัปดาห์ เปรียบเทียบกับห้างค้าปลีกอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าสินค้าของเรามีราคาประหยัดที่สุด”

          “ในด้านของคุณภาพสินค้าโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารสด ที่ผ่านมาเทสโก้ โลตัส ได้ยกระดับคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สำหรับสินค้าท้องถิ่น เช่น ผักใบ ผลไม้ เนื้อสัตว์ ปลา เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับเกษตรกรทั่วประเทศโดยซื้อตรงไม่ผ่านคนกลาง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้ตลอดกระบวนการเพาะปลูกและผลิต จนส่งถึงมือลูกค้า ส่วนสินค้านำเข้า เราคัดสรรแหล่งที่ดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ เช่น ปลาแซลมอนจากนอร์เวย์ แอปเปิ้ล กีวี อโวคาโด จากนิวซีแลนด์ แคมเปญ Food Love Stories เป็นการตอกย้ำจุดแข็งของเทสโก้ โลตัส ในการทำให้สินค้าคุณภาพสูงมีราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ เปิดตัวด้วยเนื้อปลาแซลมอนแอตแลนติกจากนอร์เวย์ ที่มีราคาเพียงชิ้นละ 69 บาท แลกซื้อราคาพิเศษ 59 บาท,กุ้งขาวขนาดใหญ่จากราคากิโลกรัมละ 259 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 229 บาท เนื้อปลากะพงจาก 79 บาท เหลือราคาเพียง 59 บาท แอปเปิ้ลเอนวี จากนิวซีแลนด์ ราคา 69บาท และกีวีจากนิวซีแลนด์ราคา 16 บาท”

          “เรายังได้นำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านราคาและคุณภาพมาเป็นรากฐานในการพัฒนาสินค้าแบรนด์เทสโก้ใหม่กว่า 1,000 รายการ ครอบคลุมสินค้าทุกหมวดหมู่ เพื่อเพิ่มทางเลือกสินค้าคุณภาพสูงราคาประหยัดให้กับลูกค้าของเรา เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ผู้ผลิตสินค้าชั้นนำหลากหลายแบรนด์ยังได้ร่วมกันพัฒนาสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าเทสโก้ โลตัส เท่านั้นอีกด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มความคุ้มค่าให้กับทุกการจับจ่ายของลูกค้า ตลอดระยะเวลาของแคมเปญ 25 ปี ลูกค้าจะได้รับแต้มบัตรคลับการ์ดพิเศษจากแต้มปกติ พร้อมลุ้นของรางวัลต่างๆ มากมาย”

          “เทสโก้ โลตัส มุ่งมั่นที่จะยกระดับการให้บริการของเราเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในยุคใหม่ให้มากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องความคุ้มค่า เราขอสัญญาว่าจะส่งมอบสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ให้กับลูกค้าของเราต่อไป ดังเช่นที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 25 ปี ของการอยู่เคียงคู่กับสังคมไทย” นางวรวรรณ กล่าวสรุป

สอบถาม​ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823 E-Mail: prtescolotus@gmail.com


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.3​ รวบ 2 พม่าแสบ ลักลอบต้มน้ำใบกระท่อมจำหน่าย

         วันนี้​ วัน​พุธที่ 18 ก.ย.62 เวลา 14.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) เขตสาธร​ กทม.​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง​ ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก. สส. บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าว ตม.3​ รวบ 2 พม่าแสบ ลักลอบต้มน้ำใบกระท่อมจำหน่าย

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ เมื่อวันที่ 17 ก.ย.62 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร ได้ทำการสืบสวนทราบว่า ที่ตึก M 4 ห้อง 214 หมู่บ้านเจริญสินธานี หมู่ 2 ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร มีกลุ่มวัยรุ่นชาวเมียนมา จำนวนหลายคน กำลังลักลอบผลิตและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (น้ำต้มพืชกระท่อม) ให้กับแรงงานชาวเมียนมา จึงสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบห้องพักดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบนาย HEIN KO อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา​ และ​นาย MYO MINT อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา ทั้ง 2 คนกำลังจำหน่ายน้ำต้มใบกระท่อมให้กับ นาย KYAW KYAW อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา และ นาย AUNG MYO อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา

          พร้อมด้วยของกลาง​ น้ำต้มพืชกระท่อมบรรจุอยู่ในหม้อ ถุง และขวดขนาดต่างๆ ปริมาตรรวม 66 ลิตร,ใบพืชกระท่อมสดอยู่ในถุงพลาสติก 2 ถุงน้ำหนักรวม 3.5 กิโลกรัม, ยาแก้ไอปริมาตร 60 มิลลิลิตร จำนวน 4 ขวด, เตาแก๊สปิกนิค ขนาด 4 กิโลกรัม, ตาชั่ง ขนาด 2 กิโลกรัม, ถังน้ำพลาสติกสีเหลือง จำนวน 1 ใบ, กรวยพลาสติกสำหรับกรอกน้ำ 2 อัน, แก้วน้ำพลาสติกจำนวน 2 ใบ, สมุดบัญชีรายละเอียดลูกค้าและบันทึกการจำหน่ายน้ำกระท่อม​ และลังโฟม

          จากการสอบสวน นาย HEIN KO และ นาย MYO MINT ให้การรับสารภาพว่า ได้เช่าห้องพักดังกล่าวเพื่ออยู่อาศัยและลักลอบต้มน้ำใบกระท่อมผสมโค้กและยาแก้ไอ จำหน่ายให้กับแรงงานชาวเมียนมา มากว่า 2 เดือนแล้ว โดย ขายในราคา ขวดใหญ่ ขนาด 1.25 ลิตร ราคา 100 บาท และขวดเล็ก ขนาด 0.590 ลิตร ราคา 50 บาท และมีแบบเข้ามาดื่มที่ห้องพักตนเองแบบบุฟเฟ่ต์ หัวละ 50 บาท

          เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ในข้อหา ร่วมกันผลิตและมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (น้ำต้มพืชกระท่อม) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย,ร่วมกันมียาแผนปัจจุบัน (ยาแก้ไอ) ซึ่งเป็นยาอันตรายไว้เพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต,เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชา​สัมพันธ์​ให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ มหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​