เส้นทางท่อน้ำเลี้ยง ย้อนอดีตไปประมาณ 5 ปี

       ย้อนอดีตไปประมาณ 5 ปี หลังจาก พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น นำกำลังทหารและตำรวจ ปฎิวัติยึดอำนาจบริหารประเทศ โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ ค.ส.ช. อำนาจเบ็ดเสร็จ เป็นรัฐฐาธิปัตย์ บริหารและบูรณาการจัดระเบียบสังคมในประเทศ การตัดท่อน้ำเลี้ยง จากตำรวจใหญ่และนักการเมืองท้องถิ่นบางกลุ่ม ที่ได้รับการส่งส่วยจากผู้มีอิทธิพล เงินกู้นอกระบบ บ่อนการพนัน เจ้ามือหวยเถื่อนและสถานบริการที่ทรงอิทธิพลบางแห่งและขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนภาคใต้ ภาคกลางและอิสานมีการจับกุม ตรวจค้น ป้องปราม เข้มงวดเอาจริง โดยคสช.มีเป้าหมายต้องการให้กลุ่มการเมืองต่างๆ หยุดการเคลื่อนไหว และไร้ท่อน้ำเลี้ยง ถือเป็นปฎิบัติการเหนือชั้น มีทีมงานเก็บข้อมูลขบวนการน้ำเลี้ยงต่างๆไว้เป็นอย่างดี ยุทธการนี้จึงสัมฤทธิ์ผลถึงปัจจุบัน สถานการณ์ต่างๆกลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ เพียงแค่เปลี่ยนหัวท่อน้ำเลี้ยงไปในทิศทางใหม่ ที่อิงด้วยขั้วอำนาจรัฐ เปิดตลาดขบวนการเถื่อนทั่วประเทศแบบปูพรม แทบทุกประเภท คงมีเพียงกลุ่มเงินกู้นอกระบบ ที่ยังโดนปรามอยู่เป็นระยะๆ เพราะเป็นเป้าที่รัฐตั้งไว้ว่า ต้องปราบปรามเพื่อเสริมผลงานความแกร่งให้พรรคการเมืองซีกรัฐบาล ได้ใจชาวบ้านเต็มๆ แต่ธุรกิจใต้ดินด้านอื่นกลับเดินหน้าเต็มสูบ มีการปราบปรามแบบผักชีโรยหน้า ไม่ว่าจะเป็นเจ้ามือหวยเถื่อนที่เกลื่อนประเทศ บ่อนการพนันที่กลับมาผงาดอีกครั้ง หลายแห่งเปิดใหญ่กว่าเดิมด้วยซ้ำ บ่อน”เสี่ยตือ” หลายพื้นที่ในนครบาล ไม่แพ้ “เสี่ยหมาย”ขยายไปถึงเขตปริมณฑล ในเขตจ.ปทุมธานี และ จ.ชลบุรี ที่หนักข้อตรงทำเลที่ตั้งอันไม่เหมาะสม กล้าทำบ่อนขนาดใหญ่หลัง ที่ทำการตำรวจท้องที่ อย่าง………
      สน.ลาดพร้าวบ่อน” หวิน” เจ้าเก่า สุขุมวิท 101 ขยับอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ขณะที่เจ้าใหญ่สุดอยู่ในพื้นที่ สน.บางรัก ตั้งโต๊ะบาคาร่า 5-7 โต๊ะลายตา ขึ้นอยู่กับปริมาณลูกค้า รวมไปถึงบ่อนพนันลูกก๊องบ่อนคลองเตย และ เจ้าเก่าหน้าเดิม “นกเขา” แห่งทุ่งจตุจักร ที่ขยับมานาน ถามถึงตำรวจแต่ละพื้นที่ ที่รับผิดชอบ ต่างทำนิ่ง เพราะเส้นทางส่วยปูทางถึงหลายจุด บางแห่งอ้างใหญ่เคลียร์ไปถึงทหารหันมาดูขบวนการน้ำมันเถื่อน ก็ขนกันอย่างโจ๋งครึ่มเช่นกัน หัวโจกหน้าเดิมๆ เจ้าก่าทั้งนั้น บางคนอย่าง”เสี่ยโจ้ ” ยังมีหมายจับเดิมคาไว้น้ำมันเถื่อนภาคใต้ ชายแดนไทย-มาเลเซีย มีกองทัพมดขนอย่างเต็มพิกัด และตั้งจุดขายริมถนนแบบไม่เกรงกลัวกฏหมายขบวนการขนน้ำมันเถื่อนทางทะเล จากเดิมเคยขนถ่ายในเขต จ.สมุทรสาคร ปัจจุบันย้ายจุดขึ้นใหญ่ไป อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทราขนถ่ายใส่รถบรรทุกน้ำมัน กระจายไปในพื้นที่ภาคกลาง จุดพักใหญ่อยู่ที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรีทั้งขบวนการ ถูกอ้างตลอดทางว่า เป็นของคนมีสีทั้งหมดนี้ กำลังเปิดกิจการหยามอำนาจรัฐ ประจานรัฐบาลเดิมและท้าทายรัฐบาลใหม่การเมืองเปลี่ยน คนเปลี่ยน แต่ขบวนการเถื่อนยังคงเดิม ที่เพิ่มคงจะเป็นแหล่งเคลียร์ใหม่ที่ต้องหันปลายท่อน้ำเลี้ยงไปให้ถูกคนและถูกทาง.

เธียร ทวินัย.

ย่อโลกการเมือง “บิ๊กตู่” รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ ประกาศจะทุ่มเททำงานซื่อสัตย์สุจริต

       “บิ๊กตู่” รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ ประกาศจะทุ่มเททำงานซื่อสัตย์สุจริต ใช้งบฯโปร่งใสป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน พรรคร่วมเตือนใจเย็นลงบ้าง “ประยุทธ์” ย้ำ ม.44 ยังใช้ได้จนกว่า ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ท่ามกลางกระแสข่าวการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้แสดงท่าทีเรื่องการตั้ง ครม. แต่วันนี้ (11 มิ.ย.) ยืนยันว่าจะตั้ง ครม.ตามความเหมาะสมและระหว่างนี้ยังใช้มาตรา 44 ได้..! ลุยจัดโผต้องพูดคุยหาจุดลงตัวให้ได้ พรรคพลังประชารัฐ เขย่าโผใกล้ลงล็อก 4 กุมารมาครบ “อุตตม” คุมคลัง “สนธิรัตน์” อุตสาหกรรม “กอบศักดิ์” ดีอี “สุวิทย์” อุดมศึกษา ปลอบใจ “สามมิตร” “สุริยะ” ฮุบพลังงาน “สมศักดิ์” ไปยุติธรรม “สันติ-อนุชา” ช่วยคลัง ก๊วน กปปส.ก็เฮ “ณัฏฐพล” นั่งศึกษาฯ “พุทธิพงษ์” รมต.สำนักนายกฯ ตกรางวัล “ธรรมนัส” เจ้าพ่อแรงงาน “กษิต” ไขก๊อกออกจาก ปชป. อีกคน “จุรินทร์” ย้ำนโยบายรัฐบาลต้องมีแก้จน สร้างคน สร้างชาติ-ประกันพืชผล หมดยุคโละสติกเกอร์ “มาร์ค” ทิ้ง “วราวุธ” เชื่อ ครม.คลอดหลังเวทีอาเซียน 
เพื่อไทย-อนาคตใหม่ บี้หนัก เปิดชื่อ กก.สรรหา ส.ว. “วิษณุ” ยอมรับมี กก.ถูกเสนอชื่อเป็น ส.ว. จับตา ม.44 เลิกคำสั่ง คสช.คุมสื่อ

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก
มองกันไกล

ตม.สนามบิน รวบ 2 โกตดิวัวร์ ใช้พาสปอร์ตมอรีเชียสปลอม

      เมื่อคืนวันที่ 10 มิ.ย.62 เวลาประมาณ 22.00 น. : พล​ตำรวจ​ตรี​ พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (ผบก.ตม.2)​ ได้รับรายงานจาก พัน​ตำรวจ​เอก​ เพลิน กลิ่นพยอม ผู้กำกับ​การ​สืบ​สวนปราบปราม​กอง​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2)​ ว่าเจ้าหน้าที่สายการบิน Lufthansa ได้ตรวจพบ หนังสือเดินทางของบุคคลต่างด้าวต้องสงสัย 2 ราย เช็คอินเที่ยวบิน LH773 เส้นทาง กรุงเทพ-เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน มีลักษณะผิดปกติ

      พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.เพลินฯ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ทศพร ต้นสุวรรณ์ สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 และกำลัง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน รุดตรวจสอบพบ ระบุชื่อ Mr.Akouani Attegbe Vivien Boris อายุ 21 ปี และ Miss Fofana Aicha อายุ 22 ปี ถือหนังสือเดินทาง มอรีเชียส มีลักษณะผิดปกติ

      จึงนำตัว ไปทำการซักถาม และ นำหนังสือเดินทางตรวจสอบการเดินทาง กับอุปกรณ์ ตรวจระบบ Biometric พบว่า หนังสือเดินทางดังกล่าวมีการปลอมแปลง จึงสอบสวนขยายผล นายอแทคบีฯ และ นางสาวไอชาฯ ทั้ง 2 รายให้การรับสารภาพว่า ตนมิได้เป็นคนมอริเชียสแต่เป็นบุคคลสัญชาติโกตดิวัวร์ โดยมีชายไม่ทราบชื่อสกุลสัญชาติโกตดิวัวร์เป็นผู้จัดหาหนังสือเดินทางประเทศมอริเชียสปลอม โดยเสียค่าใช้จ่ายเล่มละ 200 ยูโร หรือประมาณ 7,000 บาท เพื่อใช้ในการเดินทางไปทำงานที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เนื่องจากหนังสือเดินทางประเทศมอริเชียสสามารถใช้ในการเดินทางไปยุโรปโดยไม่ต้องขอวีซ่า

      ชุดสืบสวน ตม.สนามบิน จึงทำการจับกุมแจ้ง ข้อหา “ปลอมและใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม (หนังสือเดินทางประเทศมอริเชียส)” และนำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

      การจับกุมดังกล่าว เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสนามบิน โดยเฉพาะ การให้ความรู้แก่ หน่วยงานที่เป็นเครือข่ายประชาคมหรือ Steakholder ของตรวจคนเข้าเมือง โดยมีการประชุมประชาคมข่าวทุกเดือน ซี่งมี กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เป็นเจ้าภาพ และมี หน่วยงานต่างๆเข้าร่วม เช่น การท่าอากาศยานหรือ AOT กลุ่มธุรกิจการบิน หรือ AOC ศุลกากร ปปส. หน่วยงานตำรวจต่างๆ เช่น ตร.ท่องเที่ยว,ตร.สันติบาล,ตร.ปราบปราม​ยาเสพติด​ และ สภ.สุวรรณภูมิ เป็นต้น

      ก่อนหน้านี้ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้จัดอบรมให้ความรู้ ด้านการตรวจหนังสือเดินทาง และความเสี่ยงในการผ่านแดน ให้กับ หน่วยงานต่างๆ แบบ “IMMIGRATION HOME TEAM” ปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบาย มาตรการ ของ พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ ที่มอบหมายให้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ฯ สั่งการให้ทุกด่าน เพิ่มความเข้ม ด้านประสานข้อมูลการข่าวความมั่นคง โดยให้มีการประชุมประชาคมข่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อประสานความร่วมมือกับหน่วยงานข้างเคียงในพื้นที่การปฏิบัติงาน

      หากพบคนต่างด้าวมีท่าทีพิรุธอาจจะเข้ามากระทำผิดกฎหมาย สามารถ แจ้งหรือสอบถาม ผ่านสายด่วน 1178 หรือ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 หมายเลขโทรศัพท์ 02-134-0303 ตลอด 24 ชั่วโมง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​บก.ตม.2
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

อบต.สะเดียงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มสวนหย่อมและสวนสาธารณะให้แก่ชุมชน

      ที่บริเวณ แหล่งน้ำสาธารณะหนองนายั้ง ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายพงษ์พิทยา ธนไกรศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบลสะเดียง ประจำปี 2562 โครงการเพิ่มสวนหย่อมและสวนสาธารณะให้แก่ชุมชน โดยมีนายเสรี หอมเกสร นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ พ.อ.บัญชา หะรินเดช ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 นางอรวรรยา หุ่นทอง ประธานคณะกรมการพัฒนาสตรีอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมในพิธี นายประทิน นาคสำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะเดียงกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ว่า อบต..สะเดียงในฐานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อปรับปรุงและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตำบลสะเดียง ในการจัดทำสวนหย่อมหนองนายั้ง ปรับปรุงภูมิทัศน์และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีปรับปรุงแหล่งน้ำสาธารณะหนองนายั้ง ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ กำจัดผักตบชวาพืชน้ำต่างๆและกิ่งไม้ซึ่งเป็นปัญหาต่อคุณภาพน้ำ และเป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของหน่วยงานราชการประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างบูรณาการ โดยหลังพิธีเปิดประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์ รัชกาลที่ 10 บรืเวณโดยรอบสวนสาธารณะหนองนายั้งด้วย ในการจัดกิจกรรมได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ เช่นอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 1 6 กองพันทหารม้าที่ 26 คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลสะเดียงและคณะจิตอาสา เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว จำนวน 200 คน

มนสิชา คล้ายแก้ว

“ทหารนักบุญ” เปิดบ้านพักพหลโยธิน 19/1 เขตจตุจักร กทม. ให้การต้อนรับ ท่านพล.อ.ประยุทธ เมฆวิชัย (ต.ท.รุ่น 10) พล.ต.ต.ประยุทธิ์ วะนะสุข (นรต.รุ่น 30) ร่วมประชุมยุทธศาสตร์

      วันจันทร์ที่ 10 มิ.ย.62 เวลา11.00 น. ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” เปิดบ้านพักพหลโยธิน 19/1 เขตจตุจักร กทม. ให้การต้อนรับ ท่านพล.อ.ประยุทธ เมฆวิชัย (ต.ท.รุ่น 10) พล.ต.ต.ประยุทธิ์ วะนะสุข (นรต.รุ่น 30) ร่วมประชุมยุทธศาสตร์ การแต่งตั้งผู้อำนวยการศูนย์มูลนิธิจราจรทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือสังคม และการจัดแรลลี่การกุศล กรุงเทพฯ-ระยอง-จันทบุรี ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย.62 และทอดผ้าป่า ณ. วัดท่าศาลา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี และทาสี สถานีตำรวจ สภ.อ.จันทบุรี พร้อมทั้งบวงสรวงดวงวิญญาณ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
      โดยมีท่านพล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ประธานมูลนิธิจราจร คุณไม้เอก ฤทธิ์ณประภา อ.ธงชัย นิติกุล คุณกริชสุวรรณ ดีสุข อ.อ๊อฟ – มหาดไทย คุณสิทธิศักดิ์ พรโสภิณ (เจ้าสัว – เป็ดทอง) ร.ต.สมยศ มีแสงเพชร และร่วมรับประทานข้าวต้มกลางวัน ด้วยบรรยากาศใต้ร่มโพธิ์ ร่มไทร สายฝนโปรย เสียงนกร้อง และแมวสีสวาทบนโต๊ะอาหารให้โชค-ให้ลาภ
เลขาแอนนา ถ่ายภาพ – รายงาน

ศูนย์เยาวชนธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต พร้อมด้วย สำนักงานยุติธรรมจังหวัดชลบุรี, ศูนย์ส่งเสริมการศึกษาและการมีส่วนร่วมของพลเมืองที่ 2 และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่จัดอบรมเครือข่ายเยาวชนฯ ตามโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนยุติธรรม

      วานนี้ (10 มิ.ย. 62) สมาคมสื่อสร้างสรรค์ฯ ภาคตะวันออก โดยศูนย์เยาวชนธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต พร้อมด้วย สำนักงานยุติธรรมจังหวัดชลบุรี, ศูนย์ส่งเสริมการศึกษาและการมีส่วนร่วมของพลเมืองที่ 2 และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่จัดอบรมเครือข่ายเยาวชนฯ ตามโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนยุติธรรม กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยครูและนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนรวม 650 คน ณ หอประชุม 55 โรงเรียนสิงห์สมุทร (หน้าหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยนายประชา เตรัตน์ ประธานกรรมการนโยบายฯ ได้กรุณามอบหมายให้ นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษ “หน้าที่พลเมืองกับการส่งเสริมประชาธิปไตยต่อต้านการทุจริต”

      ในการอบรมฯ ดังกล่าว เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกฎหมายกองทุนยุติธรรม, พรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ในคดีอาญา, กระบวนการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายในการส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริตต่อ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งทุกหน่วยพร้อมดูแลประชาชนจากฝนตกหนักและเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกการจราจร

      ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ลักษณะอากาศประเทศไทยในช่วงระหว่างวันที่ ๙-๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒ จะมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งโดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ ๖๐ ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

      พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการรับมือกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะปัญหาน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเมืองใหญ่ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำชับให้ทุกกองบัญชาการในสังกัดภูธร ๑-๙ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบินตำรวจ โรงพยาบาลตำรวจ และหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการวางแผนเพื่อสนับสนุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การสนับสนุนในด้านอากาศยาน การลำเลียงส่งต่อผู้ประสบภัยหรือผู้ป่วยไปทำการรักษา โดยให้ประสานการปฏิบัติกับภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหาร ฝ่ายปกครอง กระทรวงสาธารณสุข และภาคเอกชน

      ทั้งนี้สำหรับกรณีที่อาจเกิดปัญหาน้ำท่วมขังพื้นผิวการจราจรและการอำนวยความสะดวก การจราจรให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการตำรวจจราจร และพื้นที่ใกล้เคียง

      ๑. สำรวจพื้นที่ที่เกิดปัญหาด้านการจราจรจากน้ำท่วมขังเมื่อเกิดฝนตก พร้อมกำหนดแนว ทางแก้ไขปัญหา เส้นทางหลีกเลี่ยง หรือเส้นทางสำรอง ไว้รองรับอย่างเป็นระบบ

      ๒. ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบสภาพท่อระบายน้ำให้ พร้อมรองรับการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเร่งรัดและซ่อมแชม ปรับปรุงส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝาท่อระบายน้ำที่ชำรด สภาพผิวการจราจร หรือ
ทางเท้าที่มีลักษณะเป็นหลุม

      ๓. จัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดที่เคยมีปัญหา ตลอดจนจัดชุดช่วยเหลือ ซึ่งสามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีในจุดที่เคยเกิดปัญหาน้ำ ท่วมขังผิวจราจร

      ๔. จัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่จำเป็น ได้แก่ รถยก สเปรยีไล่ความชื้น เสื้อกัน ฝน รองเท้ายาง แผ่นป้ายแสดงข้อความที่ต้องการประชาสัมพันธ์ แนะนำ หรือคำเตือน ต่างๆ ไว้ให้พร้อม สามารถนำออกใช้ได้ทันที

      ๕. จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) อำนวยความสะดวกการจราจร และจัดชุด เคลื่อนที่เร็วเพื่อช่วยเหลือประชาชน เป็นการรองรับและสนับสนุนการแก้ไขปัญหา การจราจรกรณีฝนตกน้ำท่วมขังผิวการจราจร

      ๖. ให้สำรวจคลองระบายน้ำ ที่ตั้งเครื่องระบายน้ำ รายชื่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ในเขต พื้นที่รับผิดชอบพร้อมเบอร์โทรศัพท์

      พร้อมกันนี้ ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเตรียมพร้อมรับมือและระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยทางธรรมชาติต่างๆ โดยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนนั้นสามารถรับทราบถึงสถานการณ์ที่ทันต่อเหตุการณ์ รวมไปถึงการสร้างช่องทางการรับรู้ คำแนะนำแก่ประชาชนก่อนและขณะเกิดพายุฝนเพื่อเตรียมการรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยื่นยันว่าพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องประชาชนและเป็น”องค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา” ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับมูลนิธิพระราหู​ และอบต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย​ ช่วยเหลือผู้พิการยากไร้

      วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 11 มิ.ย.62 เวลา 09.00 น.: พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล
รอง ผอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์​ พร้อมด้วย​ พ.อ.สมพงษ์ อารีพงษ์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​,พ.อ.อิทธิกร ศิริวัลย์ จนท.กอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​ ร่วมกับ มว.รส.ที่1 (อ.บางสะพานน้อย) ร้อย.รส.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​ นายสุรพล ศรีมนฑา นายก อบต.ช้างแรกและ จนท. สาธารณสุข ต.ช้างแรก,จนท.อบต. ช้างแรก

      ลงพื้นที่พบปะผู้ยากไร้​ และผู้พิการในต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จำนวน 2 รายได้แก่
      1.นาย สำเร็จ เกตุย้อย อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 11 ม.4 ต.ช้างแรก​ อ.บางสะพานน้อย พิการไม่สามารถเดินได้ไปรับการรักษาโดยการนวดบำบัด
      2.นายวิชัย ชัยโชค ม.3 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย​ พิการไม่สามารถเดินได้ พักอาศัยอยู่ที่บ้านโครงการซ่อม​ และสร้างบ้านกาชาดช่วยผู้ยากไร้เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเนื่องในวโรกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ สอบถามความเป็นอยู่และการดูแลช่วยเหลือในขั้นต้นพร้อมกับรับฟังปัญหาและให้กำลังใจในการใช้ชีวิตแก่ผู้พิการทั้ง 2 คนรวมทั้งญาติที่ดูแล

      ต่อจากนั้นร่วมกันมอบรถวีลแชร ์จำนวน 2 คัน และสิ่งของอุปโภคบริโภคซึ่งได้รับมาจากมูลนิธิพระราหู โครงการใจถึงใจโดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ​ ให้กับผู้พิการทั้งสองเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

Cr.#ประชาสัมพันธ์​กอ.รมน.จว.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชาวบ้านที่เดือดร้อน​ ถ่ายจากภายในซอยศรีพิชัย​ ถนนริมคลองประปาฝั่งซ้าย​ แขวงและเขตบางซื่อ​ กรุงเทพมหานคร​

      ภาพนี้ชาวบ้านที่เดือดร้อน​ ถ่ายจากภายในซอยศรีพิชัย​ ถนนริมคลองประปาฝั่งซ้าย​ แขวงและเขตบางซื่อ​ กรุงเทพมหานคร​ บริเวณคลองลำราง​ ตื้นเขินเพราะคันดินที่มีอยู่จำนวน​มาก จึงไม่สามารถระบายน้ำได้สะดวก​ และช่วงนี้เข้าสู่หน้าฝน​ เป็นเหตุให้เวลาฝนตกตามตรอกซอกซอยมีน้ำท่วมขังชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน สำนักงาน​เขตบางซื่อ​ ช่วยส่งเจ้าหน้าที่​ไปตรวจสอบและดำเนินการขุดลอกคลอง​ด้วยครับ

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โครงการ​ D.A.R.E.THAILAND

      วันนี้​ วันอังคารที่ 11 มิ.ย.62​ เวลา 11.00-12.00 น.: พัน​ตำรวจ​เอก​ เจษฎา คุ้มศาสตรา ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (ผกก.สน.พญาไท)​ และพัน​ตำรวจ​โท​ การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผู้กำกับ​การ​ป้อง​กัน​ปราบปราม​ สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองผกก.ป.สน.พญาไท​ ) มอบหมายให้ ร้อยตำรวจ​เอ​ก​ เรืองยศ​ ขันสุวรรณ รองสารวัตร​ป้องกัน​ปราบปราม​ สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองสวป.สน.พญาไท)​ เดินทางมาเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้ แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่​ 5/1 จำนวน 25 คนให้แก่นักเรียนโรงเรียนสัมมาชีวศิลป ตามโครงการ​ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน​ (โครงการ​ D.A.R.E.THAILAND)

Cr.ทีมงาน​สนง.บก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​