เจ้าหน้าที่เทศกิจ “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ออก “กวดขันผู้ค้า” จากการตรวจพื้นที่พบ “ชายต้องสงสัย” ขายไอศรีมบังหน้า

ชายต้องสงสัย ขายไอศรีมบังหน้า

ผงะ ! เจ้าหน้าที่เทศกิจ “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ออก “กวดขันผู้ค้า” จากการตรวจพื้นที่พบ “ชายต้องสงสัย” ขายไอศรีม (เนสเล่) บังหน้า มีพฤติกรรมแอบอ้าง อ้างตัวเองว่ามาเก็บเงินค่าจอดรถให้ กทม. บริเวณท้ายวังหน้าวัดโพธิ์ ท่าเตียน เขตพระนคร ..

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2562 เวลา 11:00 น. นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” , นางสาวรุจิรา อารินทร์ “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ เขตพระนคร ลงพื้นที่ไปตรวจสอบกวดขันกลุ่มผู้ค้าที่แอบนำสินค้ามาวางขายของ บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ออกตรวจบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เมื่อเจ้าหน้าที่ขับรถออกตรวจถึง บริเวณฝั่งท้ายวัง ด้านหน้าวัดโพธิ์ พบชายต้องสงสัย แต่งตัวใส่เสื้อ กทม. มีพฤติกรรมแอบลักลอบเก็บค่าจอดรถกับกลุ่มรถตู้ที่ขับรถพานักท่องเที่ยวมาเที่ยววัดโพธ์ จากนั้นเจ้าหาาที่ได้ทำการจอดรถเเล้วลงไปทำการสอบถาม ชายต้องสงสัย ดังกล่าว จากการซักถามและนตัวชายต้องสงสัย พบ ตั๋วใบเสร็จสีเหลือง 1 เล่ม และ รถไอศรีมเนสเล่ 1 คัน

เบื้องต้น ชาย ผู้ค้องสงสัยให้การว่า ตน ได้มาก็บค่าจอดรถให้กับ นายตี๋ ทำงาน กทม. ( และยังได้พูดแอบอ้างกับเจ้าหน้าที่เทศกิจอีกว่า ตน เก็บ ให้ กทม. ) และเมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามไปยัง รถรถไอศรีมเนสเล่ ชายคนดังกล่าว บอกว่าเป็นของตน ! จากนั้น เจ้าหน้าที่เทศกิจได้ถามไปชายผู้ต้องสงสัยดังกล่าวอีกว่า แล้วทำใมไม่ขาย ทำใมมาเก็บตัง ชายคนดังกล่าวกับ อ่ำอึ้ง โดยอ้างพูดเเต่อย่างเดียวว่าเก็บค่ารถ เก็บให้นายตี๋ จากนั้น เจ้าหน้าที่ ก็ได้ทำการถ่ายภาพเก็บและยึดตั๋วใบเสร็จ ไว้เป็นหลัก ฐาน ( ก่อนที่ชายคนดังกล่าวรีบขับรถออกจากไป )

โดยเคสเป็นที่น่าสังเกตุว่า อาจจะมีกลุ่มคนมีสี บริเวณนั้นอาจรู้เห็นจนไม่มีใครอยากจะยุ่งหรือเข้าไปมีเรื่อง ( โดยเคสนี้จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมากำกับตรวจสอบดูแลด้วยครับ ) ปัญหา มาเฟีย กลุ่มผู้มีอิทธิพล ที่แอบหากินกับนักท่องเที่ยว นี่คือ 1 สาเหตุ หลักที่ทำให้ภาพลักของการท่องเที่ยว เสียหาย…

จัดกิจกรรมโครงการ “รวมพลังมวลชนจิตอาสา คุยงาน ทานข้าว” จังหวัดยะลา

จัดกิจกรรมโครงการ
จัดกิจกรรมโครงการ “รวมพลังมวลชนจิตอาสา คุยงาน ทานข้าว”

เมื่อ ๒๖ เม.ย.๖๒ เวลา ๐๘๐๐ ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ (ชุด ทสพ.๓๑๒/ชุด สทสพ.๓๐๑) จัดกิจกรรมพบปะหารือมวลชนจิตอาสาลำใหม่ (Yala Next Step radio) ณ วัดเฉลิมนิคม ม.๑ ต.ลำใหม่ อ.เมือง จว.ย.ล. เพื่อสร้างเครือข่ายมวลชนในพื้นที่อำเภอเมือง และพื้นที่ใกล้เคียง ให้มีความเข้มแข็งรู้รักสามัคคี ตลอดจนเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่สำคัญเกี่ยวกับ การปฏิบัติงานร่วมกันในพื้นที่ จว.ยะลา
โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำศาสนาเข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ ๑๕๐ คน

จัดพิธีปฏิญาณตนผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานภาค1​รุ่นที่4

จัดพิธีปฏิญาณตนผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานภาค1​รุ่นที่4

วันที่26เมษายน2562​ เวลา08.30น.​ นาย​ ณรงค์​ สุธรรมโกศล​อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค​1 เป็นประธานในพิธีปฏิญาณตนผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานภาค1​รุ่นที่4​ ได้จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยกระทงดอกไม้​ธูปเทียนแพร ต่อหน้าพระฉายลักษณ์​ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ มหาวชิราลงกรณ​ บดินทรเทพยวรางกูร​
มีนางสาว​ ศิริวรรณ​ นำสุขตระกูล​ ผู้พิพาพษาศาลแขวงสมุทรปราการช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งเลขานุการศาลแรงงานภาค1​ กล่าวรายงาน
ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ มีพระราชองค์การโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม​ แต่งตั้งผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานภาค1​ รุ่นที่4​ จำนวน38ราย​ เป็นผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้าง19ราย​ เป็นผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้าง19รายมีวาระ3ปีทั้งนี้ตั้งแต่วันที่25ธันวาคม2561เป็นต้นไป
ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน​ พ.ศ.2522แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติตั้งศ​าลแรงงานและพิจารณาคดีแรงงาน​ (ฉบับที่2)​ พ.ศ.2550 มาตรา14/2ได้กำหนดไว้​ ก่อนเข้ารับตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบจะต้องปฏิญาณตนต่อหน้าอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคซึ่งตนจะเข้าสังกัดแล้วกรณีก่อนเข้ารับตำแหน่งนั้น
ผู้พิพากษาสมทบเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่พิจารณาพิพากษาอรรถคดีในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์​
มีนาย​ สูขสมเกียรติ​ เสือกลิ่นศักดิ์​ ประธานผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานภาค1รุ่นที่4​ ได้กล่าวปฏิญาณตน​ จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์​ สุจริต​ เที่ยงธรรม​ มีความเป็นกลาง​ และปราศจาก​ อคติทั้งปวง​ และปฏิบัติหน้าที่ในกริบกฏหมาย​ ยึดมั่นในคำปฏิญาณตน​ และเทิดทุนไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์​ แห่งสถาบันตุลาการศาลยุติธรรม​ และเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชนทั้งจะรักษาความลับทางราชการตลอดไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

โครงการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา

โครงการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามโครงการสานพลังประชารัฐ
โครงการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามโครงการสานพลังประชารัฐ

จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดงานเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา จังหวัดเพชรบูรณ์ แทนการปลูกข้าวนาปรัง เพื่อให้เกษตรกรที่มีความสนใจ มีความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อย่างถูกต้องเหมาะสม และส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนระบบการปลูกพืชที่เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่และความต้องการของตลาด

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562ที่แปลงเกษตรกร นายชอบ เทียมทอง หมู่ 4 ตำบลป่าเลา อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายนเรศ ฝีปากเพราะ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน “วันเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ตามโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งทางสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จัดขึ้น โดยมีนายอำนาจ ปาลาศ เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยเกษตรอำเภอ 11 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่ และอำเภอใกล้เคียงกว่า 500 คน มาร่วมงาน การจัดกิจกรรมวันเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ตามโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่ เกษตรกรที่ร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา และเกษตรกรทั่วไป ที่มีความสนใจ มีความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อย่างถูกต้องเหมาะสม และส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนระบบการปลูกพืชที่เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่และความต้องการของตลาด
สำหรับจังหวัดเพชรบูรณ์มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา จำนวน 100,957.75 ไร่ เกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 9,702 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอ(ยกเว้นอำเภอน้ำหนาว เขาค้อ และศรีเทพ) โดยเกษตรกรในจังหวัดเพชรบูรณ์ เริ่มปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2561 เป็นต้นมา และเริ่มทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลายเดือน มี.ค. 2562 และจะมีผลผลิตออกมากในช่วงเดือน เม.ย. 2562 โดยจังหวัดเพชรบูรณ์ มีเจ้าของรถเกี่ยวที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 182 ราย มีรถเกี่ยวจำนวน 281 คัน ในส่วนของการรวบรวมรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จับคู่กับผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จำนวน 11 แห่ง ปัจจุบันเกษตรกรมีการนำผลผลิตมาจำหน่ายให้แก่สหกรณ์ จำนวน 5 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีรายงานการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปแล้วประมาณ ร้อยละ 45 ของพื้นที่ทั้งหมด เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วทั้งหมด ประมาณ 45,000 ไร่ ผลผลิตโดยประมาณ 40,000 ตัน และผ่านการรวบรวมโดยสหกรณ์การเกษตร ประมาณ 2,429 ตัน ลักษณะการเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกร มีทั้งการเก็บฝักแล้วกะเทาะเมล็ด การใช้รถเกี่ยวนวด สถานที่จำหน่าย เมล็ดแห้ง จำหน่ายให้กับผู้ประกอบการรวมรวบในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ บริษัทเอกชนและสหกรณ์การเกษตรที่เป็นจุดรวบรวมผลผลิต ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” การบริหารจัดการสินค้าเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การเชื่อมโยงการผลิต การตลาดภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดงานวันเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรเห็นถึงความสำคัญของปริมาณการผลิต การตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การวางแผนการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดต้นทุนผลิต เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร และอาชีพที่มั่งคงต่อไป

หนีร้อนไปพึ่งเย็น!! เกิดสภาพอากาศร้อนหนุ่มใหญ่ลงแช่น้ำในหนองน้ำให้คลายร้อนกลายเป็นศพจมหนองน้ำ

เกิดสภาพอากาศร้อนหนุ่มใหญ่ลงแช่น้ำในหนองน้ำให้คลายร้อนกลายเป็นศพจมหนองน้ำ

หนีร้อนไปพึ่งเย็น!! เกิดสภาพอากาศร้อนหนุ่มใหญ่ลงแช่น้ำในหนองน้ำให้คลายร้อนกลายเป็นศพจมหนองน้ำ

มุกดาหาร เกิดเหตุหนุ่มใหญ่ลงหาหอยในทุ่งนาอากาศร้อนแช่ใต้น้ำให้คลายร้อนนาน สุดท้ายเป็นตะคริวจมน้ำดับอานาถ

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 25 เมษายน 2562 สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ชีพเทศบาล ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร ว่ามีคนจมน้ำเสียชีวิตในหนองน้ำทุ่งนาบ้านบางทรายใหญ่ อยู่ ม.2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหารจึงประสานแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหารร่วมออกตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบชายนอนหงายหน้า สวมใส่กางเกงชั้นในสีดำตัวเดียวทราบชื่อคือ นายณรง จันทรโคตร อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 44 .ม2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

สอบถามญาติผู้ตายเล่าว่าเมื่อเวลา 11.00น.ผู้ตายบอกกับน้องสาวว่าจะออกไปหาห้อยในหนองน้ำทุ่งนา มาทำอาหารกินมื้อเที่ยงแต่วันนี้ นาน 2-3 ชั่วโมงก็ยังไม่เห็นเข้ามาผิดสังเกตจึงเรียกนายดนัย สุวรรณไตรย์ ซึ่งเป็นหลานออกไปดูที่หนองน้ำไม่พบผู้ตาย พบแต่เสื้อผ้ากองอยู่รอบหนองน้ำ ไม่พบหอยแม้แต่ตัวเดียว เรียกหาก็ไม่มีเสียงตอบรับจึงมั่นใจผู้ตายจมน้ำจึงลงไปงมหา

ก็พบร่างผู้ตายจมใต้น้ำจึงนำร่างผู้ตายขึ้นมาอยู่ริมหนองน้ำ รอเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลแต่อย่างใดจึงสันนิฐานว่าสภาพอากาศร้อนจัดขณะที่ผู้ตายลงน้ำหาหอยรู้สึกคลายร้อนจึงแช่ในน้ำเป็นเวลานาน จนเกิดเป็นตะคิว โดยไม่มีผู้ใดพบเห็นจนจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ทางญาติไม่ติดใจการตายของผู้ตายแต่อย่างใดเจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ทางญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป.


ธานินทร์. ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

สนธิกำลังตรวจค้นเรือนจำตามนโยบายรัฐบาลป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

สนธิกำลังตรวจค้นเรือนจำตามนโยบายรัฐบาลป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

สนธิกำลังตรวจค้นเรือนจำตามนโยบายรัฐบาลป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
เมื่อเช้ามืดวันที่26​เมษายน2562เวลา05.00น.​ นายสมภพ​ สมิตะสิริ​รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเป็นประธานปล่อยแถวจู่โจมตรวจค้นเรือนจำจังหวัดสระบุรีตามนโยบายรัฐบาลเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำทั่วประเทศมีนางสุจิตรา​ เหลืองวัฒนนันท์​ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสระบุรีให้การตอนรับในการตรวจค้นในครั้งนี้มีการสนธิกำลังทหาร​ ตำรวจ​ ฝ่ายปกครอง​ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค1​ กำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรีมาตราการหลักๆเพื่อต้องการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในเรือนจำเน้นการตัดตอนในบทบาทการค้ายาเสพติดในเรือนจำทั่วประเทศและที่เข้าจู่โจมเรือนจำจังหวัดสระบุรีเพื่อตรวจค้นเครื่องใช้โทรศัพย์เพื่อหยุดยั่งไม่ให้มีการสั่งการในเรือนจำที่สั่งยาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมาย​ สิ่งต้องห้ามไม่ให้มีใช้ในเรือนจำพร้อมตัดวงจรในทุกด้านที่จะมีการกระทำผิดที่มีการสั่งทางในเรือนจำ
ทางด้านเรือนจำจังหวัดสระบุรีมีมาตราการดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดจนได้รับเป็นเรือนสีขาวปลอดยาเสพติดและได้เป็นเรือนจำที่มี ทูบีนัมเบอร์วัน และยัง มีการ อบรม ด้านวิชาชีพ ให้แก่ นักโทษในเรือนจำทั้งชายและหญิง เพื่อสร้าง คืนคนดีสู่สังคม จากการตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายและต้องห้าม นำมาใช้ในเรือนจำ สุ่มตรวจปัสสวะผู้ต้องขังไม่พบ สารเสพยาเสพติด/ดำรงค์ชื่นจินดา​ ผู้ส่ือข่าวสระบุรีรายงาน

องคมนตรี สนองพระราโชบายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวติดตามการดำเนินงานโครงการด้านพัฒนาแหล่งน้ำ

องคมนตรี สนองพระราโชบายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวติดตามการดำเนินงานโครงการด้านพัฒนาแหล่งน้ำ

องคมนตรี สนองพระราโชบายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวติดตามการดำเนินงานโครงการด้านพัฒนาแหล่งน้ำ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรที่ จ.สระบุรี
วันนี้( 25 เมษายน 2562) พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปติดตามการดำเนินงาน การบริหารจัดการน้ำของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเขาดินพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี พร้อมกับพบปะเยี่ยมราษฎร กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ เพื่อสนองพระราโชบายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ตลอดจนการดำเนินงานโครงการในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้กับราษฎร
โดยเวลา 09.00 น. องคมนตรี และคณะฯ เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน เยี่ยมชมสภาพพื้นที่ และพบปะเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำในโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวฯ เป็นโครงการซึ่งเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของราษฎร โดยทรงวางโครงการในแผนที่และพระราชทานให้แก่เจ้าหน้าที่นำไปประกอบการพิจารณาวางโครงการ เพื่อช่วยเหลือราษฎรและพื้นที่เพาะปลูกตอนล่างในเขตตำบลห้วยบง และตำบลเขาดินพัฒนา ให้มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตร โดยอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวฯ มีขนาดความจุที่ระดับเก็บกัก 1,000,000 ลบ.ม. และทำหน้าที่กักเก็บน้ำฝน เฉลี่ยการแจกจ่ายน้ำในลักษณะอ่างใหญ่เติมอ่างเล็ก อ่างเล็กเติมสระน้ำ ด้วยการใช้ระบบท่อส่งน้ำจำนวน 2 สาย คือท่อส่งน้ำฝั่งขวา และฝั่งซ้าย เพื่อส่งน้ำลงสระเก็บน้ำในพื้นที่ของเกษตรกรด้านท้ายอ่างซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในโครงการขยายผลทฤษฎีใหม่พระราชทานและ เป็นการช่วยเพิ่มผลิตผลทางการเกษตรและเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎร อีกทั้งยังได้ประโยชน์ทางด้านการประมง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทำให้ประชาชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถพัฒนาการบริหารจัดการน้ำให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอและยั่งยืนตลอดไป
จากนั้นองคมนตรี และคณะได้เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่ หมู่ที่ 4 บ้านตั้งใหม่มงคล ตำบลเขาดินพัฒนา ซึ่งมีนางสาวพิมธิดาภา ปัญญาหนู เป็นเจ้าของสวน “สวนผักวัยรุ่น”ได้ใช้ชีวิตภายใต้คติเตือนใจที่ว่า“พอจึงสุข สุขจึงพอ” ที่ยึดหลักและการเรียนรู้การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาจัดการในพื้นที่กว่า 13 ไร่ เริ่มจากการขุดสระกักเก็บน้ำ ทำไร่ข้าวโพด ควบคู่กับการปลูกพืชผักสวนครัวกว่า 20 ชนิด ตั้งแต่ พริก กระเพรา ตะไคร้ มะเขือ มะละกอ ถั่วฝักยาว ไปจนถึงการเพาะเห็ดนางฟ้า ซึ่งเธอลงมือเพาะปลูก บำรุง และดูแลรักษาด้วยตนเอง ตลอดปีจะมีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวเพื่อการบริโภคในครอบครัว และเหลือขายในชุมชนมีรายได้ 300-500 บาทต่อวันจากการขายพืชผักปลอดสารพิษ รายได้อาจจะดูไม่มาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอลำบาก และยังเหลือเก็บออม ไม่มีหนี้สิน/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

จังหวัดสระบุรีจัดพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

จังหวัดสระบุรีจัดพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


วันที่25​เมษายน2562​เวลา10.00น. นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้นำ ข้าราชการพลเรือน ตุลาการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดสระบุรีทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันแสดงความกตัญญูกตเวทีจัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ จังหวัดสระบุรี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระองค์ ที่ทรงมีต่อชาติไทยและประชาชนชาวไทย โดยที่ วันที่ 25 เมษายน ของทุกปี เป็นวัน คล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 2 มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ พระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ ทรงพระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทน์ เมื่อปี พ.ศ. 2098 พระองค์ทรงมีพระเชษฐภคินีและพระอนุชา คือ พระสุพรรณกัลยา และสมเด็จพระเอกาทศรถ ในขณะที่พระองค์ทรงพระเยาว์ พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า ได้ยกทัพมาตีเมืองพิษณุโลก และทรงขอสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไปเลี้ยงเป็นพระราชบุตรบุญธรรมเพื่อเป็นตัวประกันที่หงสาวดี จนพระชนมายุได้ 15 พรรษา พระองค์จึงเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระมหาอุปราชปกครองเมืองพิษณุโลก ในปี พ.ศ.2098 ทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก ณ เมืองแครง ประกาศอิสรภาพของชาติไทยโดยไม่ขึ้นกับพม่าอีกต่อไป และทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์สุโขทัย
ในรัชสมัยของพระองค์ทรงกระทำสงครามขยายพระราชอาณาจักรไทย ให้แผ่ไพศาลไปในจตุรทิศ ทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ โดยพระองค์ได้กู้คืนอิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยา ช่วยกอบกู้เอกราชของชาติ ทรงผดุงความเป็นไทย ปกป้องรักษาแผ่นดินให้ปลอดพ้นภัยจากอริราชศัตรู เพื่ออิสรภาพของปวงชนชาวไทย โดยในปี พ.ศ. 2124 ทรงแสดงแสนยานุภาพในการยกกองทัพเข้าตีเมืองคังจนได้รับชัยชนะ ต่อมาในปี พ.ศ. 2127 ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง และเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2135 ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา จนได้รับชัยชนะ ทำให้พระบรมเดชานุภาพ แผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี และปราบปรามหัวเมืองมอญฝ่ายใต้ ได้เมืองตะนาวศรี มะริด ทวาย ต่อมาปี พ.ศ. 2138 และ พ.ศ. 2142 ทรงยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีได้เมืองเมาะลำเลิง และเมืองตองอู จนหัวเมืองไทยใหญ่ทั้งปวงยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา
ทั้งนี้พระองค์ได้ทำสงครามเข้าไปในประเทศที่เป็นข้าศึกของไทย ในทุกทิศทาง จนประเทศไทยอยู่เป็นปกติสุขปราศจากศึกสงคราม เป็นระยะเวลายาวนาน พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งสิ้นทั้งปวงของพระองค์ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองและคนไทยทั้งมวล ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ จะอยู่ในสนามรบและชนบทโดยตลอด มิได้ว่างเว้น แม้แต่เมื่อเสด็จสวรรคต ก็เสด็จสวรรคตในระหว่างเดินทัพไปปราบศัตรูของชาติไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวมพระชนมพรรษา 50 พรรษานับว่าพระองค์ได้ทรงสละพระองค์ เพื่อชาติบ้านเมืองโดยสิ้นเชิง สมควรที่ชาวไทยรุ่นหลังต่อมา ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และจดจำวีรกรรมของพระองค์ ไปตราบชั่วกาลนาน/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

ผู้ว่าสั่งเข้ม ตรวจสอบการค้าประเวณี การค้ามนุษย์ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร บริเวณตึกแถวหลังหอแก้ว อย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่ห้องภูสระดอกบัว ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เรียกประชุมหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่มี การรายงานข่าวจากสื่อมวลชนว่า เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 บริเวณพื้นที่ด้านหลังหอแก้วมุกดาหาร มีกระบวนการค้าประเวณีการค้ามนุษย์เกิดขึ้น มีหญิงชาวต่างชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่อยู่ตามร้านอาหารหรือร้านคาราโอเกะให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเกิดขึ้น มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นนายหน้าเป็นขบวนการนำพา และเป็นเจ้าของกิจการ โดยให้หญิงชาวลาวซึ่งมีหนังสือเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย มารับค้าประเวณีมีลักษณะการแต่งกายที่ไม่เหมาะสม มีค่าใช้จ่ายบริการชั่วคราวให้แก่แม่เล้า และมีค่าใช้จ่ายแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในแต่ละเดือนทั้งในเขตพื้นที่จังหวัด และนอกเขตพื้นที่จังหวัด เข้าไปเรียกรับผลประโยชน์จากกลุ่มกระบวนการดังกล่าวโดยไม่มีการปราบปรามจับกุมอย่างจริงจัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ชี้แจงว่า จากข่าวที่เกิดขึ้น จังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการประชุมหน่วยงาน ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องแล้ว เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 เวลา 15:30 น. จากการประชุมสรุปได้ว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์นั้น จังหวัดมุกดาหารมีคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ระดับจังหวัด รับผิดชอบหน้าที่ดำเนินการ มีการประชุมพิจารณาเป็นประจำทุกเดือน และจัดทำแผนออกปฏิบัติการ ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ และจากการตรวจสอบของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ปรากฏในสถานการณ์ปัญหาการค้ามนุษย์เกิดขึ้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว โดยมีนายศุภกร มูลสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานคณะกรรมการ และมีส่วนราชการที่รับผิดชอบร่วมเป็นกรรมการ โดยให้ดำเนินการ และสรุปรายงานผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดผู้การทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา ภายใน 3 วัน

นอกจากนี้ จังหวัดมุกดาหารได้จัดทำมาตรการเร่งด่วน ให้ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแลบุคคลที่เดินทางเข้าประเทศไทย ตามขั้นตอน การคัดกรองบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ข้ามชาติ และให้หน่วยงานความมั่นคงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร กอ.รมน.จังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด ฝ่ายปกครองทุกอำเภอ และวัฒนธรรมจังหวัด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ร่วมออกปฏิบัติการตรวจสอบการค้ามนุษย์ ระวังจุดเสี่ยง สถานประกอบการในพื้นที่อย่างเข้มงวดและจริงจังเป็นประจำ

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล จังหวัดมุกดาหาร เอาใจใส่และให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยให้ทุกภาคส่วน ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา เพื่อบรรเทาภัยจากการค้ามนุษย์ ให้หมดสิ้นไปโดยได้ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสำเร็จต่อไป

ต่อมาเวลา 21.00 น. ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร สนธิกำลัง หน่วยงานด้านความมั่นคง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กอ.รมน.จังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมสื่อมวลชนหลายสำนัก ออกปฏิบัติการตรวจสอบการ การให้บริการ ของสถานบริการ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร บริเวณด้านหลังหอแก้ว ตามที่เป็นข่าว เพื่อป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี และการค้ามนุษย์ เป็นการป้องปรามระวังจุดเสี่ยงสถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล เพื่อบรรเทาภัยจากการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไป เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบทุกร้านโดยรอบบริเวณหอแก้วก็ไม่พบการกระทำผิดดังกล่าว.


เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

จังหวัดสระบุรีประกอบพิธีอัญเชิญเครื่องราชสักการะเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในพระราชพิธีสงกรานต์

จังหวัดสระบุรีประกอบพิธีอัญเชิญเครื่องราชสักการะเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในพระราชพิธีสงกรานต์

จังหวัดสระบุรีประกอบพิธีอัญเชิญเครื่องราชสักการะเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในพระราชพิธีสงกรานต์
วันนี้ (24 เม.ย.2562) เวลา 08.30 น.นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในพระราชพิธีสงกรานต์ ณ วัดพระพุทธฉาย ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี จากนั้นเวลา 09.30 น.ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเดินทางไปยังอำเภอพระพุทธบาทเพื่อประกอบพิธีถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และถวายเครื่องราชสักการะ ปิดทอง คลุมผ้ารอยพระพุทธบาทและสรงน้ำรอยพระพุทธบาท พร้อมห่มผ้าและสรงน้ำพระพุทธรูปถ้ำวิมานจักรีในอาคารพิพิธภัณฑ์สถานวิหารหลวงวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารและพระพุทธรูปประจำถ้ำประทุน
ทั้งนี้ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนานั้นตามโบราณราชประเพณีพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ได้เกื้อกูลตั้งแต่สถาปนาพุทธจักร จัดระเบียบปกครองคณะสงฆ์ สร้าง บูรณะ และปฏิสังขรณ์พระอารามหลวง บำรุงการศึกษา การปฏิบัติในพระปริยัติธรรม ทรงอุปถัมภ์ให้มีการสังคายนา พระไตรปิฎก ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ เพื่อเป็นหลักให้พุทธศาสนิกชนได้ยึดถือศึกษาปฏิบัติตามโบราณราชประเพณีทุกประการ
โดยจังหวัดสระบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชสักการะทรงอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในพระราชพิธีสงกรานต์ ณ เจดีย์สถาน และพระอารามหลวง ในสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดสระบุรี 4 แห่ง คือ รอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปประจำถ้ำประทุน พระพุทธรูปประจำถ้ำวิมานจักรี ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงซึ่งจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท และพระพุทธฉายหรือรูปเงาพระพุทธเจ้า ณ วัดพระพุทธฉาย ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี​ /ดำรงค์​ ชื่นจินดาผู้ส่อข่าวสระบุรีรายงาน