นายกรัฐมนตรี – เปิดโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวและทดสอบระบบการคัดคุณภาพข้าว พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายกรัฐมนตรีเปิดโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวและทดสอบระบบการคัดคุณภาพข้าว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันแก่กลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรครบวงจร

          ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวและทดสอบระบบการคัดคุณภาพข้าว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง จากการสนับสนุนงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2561 ของรัฐบาล เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต การแปรรูปผลผลิตข้าวหอมมะลิ ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรแบบครบวงจร

          โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวกับเกษตรกรที่มาร่วมงาน เกี่ยวกับการประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership – RCEP) ว่า ไทยสามารถผลักดันความร่วมมือ ใน 15 ประเทศ ถือเป็นการเริ่มกติการ่วมกัน โดยคาดว่าจะมีการลงนามในปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ภาคเกษตรในประเทศไทยดีขึ้น เช่นเดียวกับการหารือกับ IMF ได้รับคำชื่นชมว่า ที่ผ่านมาหลายอย่างดีขึ้น ไทยถือเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน รวมทั้งยังได้หารืออย่างเป็นทางการกับนายกรัฐมนตรีจีน เกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาความยากจน โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ไปศึกษาดูงานและเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หลายอย่างจึงต้องมีการปรับโครงสร้าง

          นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางในการปรับปรุงภาคเกษตรทั้งเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาพื้นที่ ส.ป.ก. รวมทั้งเดินหน้าปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่ยุค 4.0 เพื่อหารายได้ใหม่ให้กับประเทศ นอกเหนือจากภาคการเกษตรและส่งเสริมการลงทุนแบบ PPP ขอยืนยันตรงนี้ว่า การพัฒนาใดๆ ไม่ว่าในพื้นที่ EEC ไม่มีการเอื้อการลงทุนให้กับใครทั้งนั้น แต่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการลงทุน  ขอให้แยกแยะการเมืองออกจากกัน  ส.ว. และส.ส. ทุกคนจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศ เพื่อร่วมกันทำงานให้คนทั้งประเทศ

          นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีรายได้เป็นอันดับที่ 14 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอันดับ 68 ของประเทศว่า อยากให้หันมาเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยมีเป้าหมายการพัฒนาเกษตรอินทรีย์และการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรอาจนำวัชพืชที่เหลือจากกการเกษตร มาแปรรูปเพิ่มมูลค่า ลดการเผาทำลาย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ P.M.2.5  อยากเชิญชวนให้ทุกคน ลด ละเลิกการใช้ถุงพลาสติก ช่วยกันกำจัดขยะทะเล  นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนภาคเกษตร ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในการ ค้นคว้าหาข้อมูล ขอให้นำสิ่งที่พูดในวันนี้ไปสื่อสารกับประชาชนให้เกิดความเข้าใจ  ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล อย่าสร้างความขัดแย้ง ลดความรุนแรงในครอบครัว ไม่บั่นทอนสถาบันครอบครัว จนมาสู่การทำลายชื่อเสียงของประเทศ พร้อมฝากถึงนักเรียนที่อยู่ทั้งในระบบและนอกระบบ จบมาแล้วต้องมีงานทำ ซึ่งได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการไปปรับปรุงหลักสูตรโดยเน้นตอบโจทก์ตลาดแรงงานปัจจุบันและอนาคตให้มากขึ้น

          ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสงที่สามารถรวมตัวกันพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์ด้วยการบริหารจัดการแบบบูรณาการทุกภาคส่วน โดยสามารถผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ให้เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ คือข้าวทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นสินค้า GI ที่สามารถปลูกได้เฉพาะพื้นที่เท่านั้น  เป็นผลให้สินค้าของพื้นที่นี้ ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลจากหลากหลายสถาบัน เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการขยายตลาดจากภายในประเทศไปสู่ตลาดต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้ความร่วมมือของกลุ่มฯ นำไปสู่ความยั่งยืน

          จากนั้น นายกรัฐมนตรีทำพิธีเปิดป้ายโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวและทดสอบระบบการคัดคุณภาพข้าว ก่อนจะเยี่ยมชมกิจกรรมและการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง ประกอบด้วย กิจกรรมการส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิทรรศการ Fair Trade ของผู้ค้าที่ไม่หวังผลกำไรตอบแทน กิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือก กิจกรรมการดำเนินงานของ Young Smart Farmer และกิจกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นนทบุรี – ทำไปได้ !! พ่อค้าขายรองเท้า โทรแจ้ง 191 กุเรื่องถูกชิงทรัพย์ในปั๊ม

พ่อค้าขายรองเท้าโทรแจ้ง 191 กุเรื่องถูกชิงทรัพย์ในปั๊ม ตร.สอบเครียดกว่า10 ชม.ความแตกร้องไห้โฮ ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

         เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 8 พ.ย.62 ร.ต.อ.ศุภฤกษ์ อัศวภูมิ รอง สว.สอบสวน สภ. บาง บัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. จิฟฟี่ ริมถนนกาญจนาภิเษกขาเข้า ติดกับห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สิริภพ อนุศิริ ผกก.พ.ต.ท.วรทัศน์วัฒนะชัยนันท์ รอง ผกก. พ.ต.ท.ณัฐยุทธ์ แก้วปาน สว.สส. เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

          เมื่อไปถึงพบนายทัตติ สิทธรถศักดิ์ อายุ 40 ปี อาชีพค้าขาย ผู้เสียหาย บ้านเลขที่ 15/45 หมู่ 9 หมู่บ้านปิยวรารมย์4 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยอา การตื่นตระหนกตกใจ จากการสอบถามนายทัตติ ได้เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลาประมาณ 04.00 น. ตนได้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีขาว ทะเบียน 3กง 9127 กทม. ออกจากบ้านพัก เพื่อที่จะไปขายของ (รองเท้าสุภาพสตรี) ที่ตลาดพระราม4 ตามปกติ ต่อมาเวลาประมาณ 04.30 น. ตนได้แวะเติมน้ำมันที่ปั๊มดังกล่าว ซึ่งก่อนที่จะเติมน้ำมันตนได้เดินเข้าไปซื้อสินค้าที่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊ม จากนั้นได้เดินไปเข้าห้องน้ำ โดยเข้าที่ห้องน้ำชายห้องแรกติดกับทางเข้า หลังจากทำธุระเสร็จ ตนได้เปิดประตูเพื่อจะเดินออกมา ทันใดนั้นมีชายรูปร่างสูงใหญ่ (คนร้าย) ผลักประตูเข้ามาและได้ต่อยเข้าที่ใบหน้าของตนทันที 2-3 ครั้ง และพยายามกระชากเอาสร้อยคอทองคำที่คอของตน ซึ่งตนได้ต่อสู้และพยายามขัดขืนแล้ว แต่คนร้ายได้ชักอาวุธมีดปลายแหลมความยาวประมาณ 20 ซม. ออกมาจี้ที่คอของตนพร้อมกับพูดว่า “มึงเงียบ” เมื่อได้สร้อยคอแล้ว คนร้ายได้พยายามกระชากเอาสร้อยข้อมือทองคำ ที่ตนใส่อยู่อีกเส้น แต่กระชากไปไม่ได้ ด้วยความกลัวว่าจะถูกทำร้าย ตนจึงยอมถอดสร้อยข้อมือให้คนร้ายไป เมื่อคนร้ายได้ทรัพย์สินไปแล้ว คนร้ายก็ได้พูดว่า “ไอ้สัสมึงอยู่นี่ก่อนนะ” แล้วคนร้ายก็ได้รีบวิ่งหนีออกไป ตอนนั้นตนได้ยืนรออยู่ในห้องน้ำประมาณ 1 นาที จึงเดินออกมา เพื่อดูว่าคนร้ายหลบหนีไปทางใด แต่ไม่พบคนร้ายแล้ว จึงไม่ทราบว่าคนร้ายมากี่คนและหลบหนีไปทางทิศทางใด หลังจากนั้นตนจึงได้เดินไปสอบถามชาวบ้านที่จอดรถอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อว่าเห็นคนร้ายหรือไม่ แต่ไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์ ตนจึงได้โทรศัพท์แจ้งเหตุไปที่เบอร์ 191 และต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง เดินทางมาพบที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว ตนจึงได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟัง และได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

         ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ได้ลงพื้นที่เเละตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ในปั๊มอย่างละเอียดทุกตัว ปรากฎว่า ไม่พบเหตุการณ์ตามที่นายทัตติฯ ผู้เสียหายได้เเจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใด จึงทำการสอบสวนนายทัตติฯ อย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า 10 ชั่วโมงนายทัตติฯ จึงรับสารภาพว่าตนกุเรื่องขึ้นมาทั้งหมด และนำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท เลสข้อมือทองคำหนัก 2 บาท ไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งในตลาดบางบัวทอง ได้เงินสดมาจำนวน 80,350 บาท ส่วนพระเลี่ยมทองนายทัตติฯได้นำไปซุกซ่อนไว้ที่รถยนต์กระบะ

          ทางด้าน พ.ต.อ.สิริภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า ได้รับเเจ้งเหตุชิงทรัพย์ที่ปั๊มน้ำมันเเห่งหนึ่งจึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ และนำตัวนายทัตติฯไปตรวจหาร่องรอยการถูกทำร้ายตามที่กล่าวอ้างที่โรงพยาบาล ซึ่งไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด จึงนำตัวนายทัตติฯมาสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง ซึ่งนายทัตติฯท่าทางมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด และให้การวกไปวนมาตลอด โดยใช้เวลาในการสอบสวนนานกว่า 10 ชั่วโมง จากผู้เสียหายจึงกลายเป็นผู้ต้องหา โดยนายทัตติฯให้การรับสารภาพว่าสาเหตุที่ทำแบบนี้ก็เพราะทะเลาะกับภรรยา และอยากพักผ่อน ไม่อยากไปขายของ จึงกุเรื่องว่าตนเองถูกชิงทรัพย์ และได้นำทองรูปพรรณที่มีอยู่ไปขายที่ร้านทอง เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง ได้เเจ้งข้อหา เเจ้งความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน3 ปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท”หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

นนทบุรี – ผบช.ภ.1 คุมตัวหนุ่มเวรเปล ทำแผนชิงทรัพย์ธนาคาร ย่านบางกรวย ก้มหน้าสารภาพสิ้น นำเงินใช้หนี้พนันออนไลน์

          เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 8 พ.ย.62 ที่ธนาคารทหารไทย สาขาเดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ ถนนราชพฤกษ์ ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัลธำรงค์ รองผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร รอง ผบช. ภ.1, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผกก. สส.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.ศักดิ์เดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สภ.บางกรวย, พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนตำรวจภูธรภาค1 สืบสวนตำรวจภูธร จ.นนทบุรี, สืบสวน สภ.บางกรวย

          ได้ควบคุมตัวนายมงคล หอมจิตร อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 7 ต.ห้วยใต้ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมของกลาง อาวุธปืนพลาสติก, รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีขาว-น้ำเงิน ทะเบียน ฬคค0966 กทม., หมวกกันน็อค, เสื้อ-กางเกง ที่ใช้ก่อเหตุ, โทรศัพท์มือถือยี่ห้อออฟโป้ และกระเป๋าเป้สีดำ ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.424/2562 ลงวันที่ 6 พ.ย.62 ในข้อหา ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร

          สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 เวลา 13.34 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์เงินสด ธนาคารทหารไทย สาขาเดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ จึงส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจและชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พบตำหนิรูปพรรณคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี รูปร่างผอม สูงประมาณ 170 ซม.สวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ สวมหน้ากากอนามัย เข้ามาก่อเหตุชิงทรัพย์ได้เงินสดจำนวน 200,000 บาท จากนั้นขับขี่รถจยย.ของกลางหลบหนีไป จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบว่าคนร้ายเป็นใครและทราบชื่อต่อมาคือ นายมงคล หอมจิตร อายุ 31 ปี จึงขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี และทำการติดตามจับกุมตัว

          จากการสืบสวนทราบว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้กลับที่พักย่านถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักใหญ่ เพื่อนำรถจยย.ไปเก็บ หลังจากนั้นได้เดินทางไปซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนรัตนาธิเบศร์ ก่อนเดินทางไป จ.สระบุรี เพื่อนั่งรถทัวร์ต่อไป จ.ศรีสะเกษ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 57/5 หมู่ 11 ต.หมากเขียบ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

          จากการสอบปากคำ นายมงคล หอมจิตร ผู้ต้องหา ทราบว่า ผู้ต้องหาทำงานเป็นพนักงานเปล โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ส่วนสาเหตุที่บุกเดี่ยวชิงทรัพย์เพราะมีหนี้สินเยอะ จึงตัดสินใจก่อเหตุหลังได้เงินสดมาได้นำไปใช้หนี้และเล่นพนันออนไลน์จนเงินหมด

          เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพโดยจุดที่ 1 คือจุดที่ผู้ต้องหา กดบัตรคิว จุดที่ 2 จุดที่นั่งรอเรียกคิว จุดที่ 3 เป็นจุดหน้าเคาท์เตอร์ที่ยื่นถุงผ้าและจม.เพื่อให้มอบเงินมา จุดที่ 4.เป็นจุดที่จอดรถ จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี

นนทบุรี – กต.ตร.ร่วมกับ อำเภอบางใหญ่ แถลงข่าวจัดงาน เดิน-วิ่งการกุศล เสริมสร้างชุมชนเข้มเเข็ง ต้านภัยยาเสพติด

          เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 8 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายชุ้น ณัฐเดช กังสุกุล นายอำเภอบางใหญ่ นายชนินทร์ ธรรมชูเชาวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลเสาธงหิน นางลิลลี่ ศรีภิรมย์รักษ์ ประธาน กต.ตร สภ.บางใหญ่ พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผกก.สภ.บางใหญ่ พร้อมคณะ กต.ตร และคณะจัดงาน ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ต้านยาเสพติด อำเภอบางใหญ่ เพื่อสุขภาพและแบ่งปันสู่เยาวชนในสังคม โดยรายได้ทั้งหมดมอบให้กับโครงการอบรมต่อต้านยาเสพติด (ปักกลด), โครงการครูแดร์ และโครงการครู 5 นาที

         สำหรับการจัดงานเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ต้านยาเสพติด อำเภอบางใหญ่ ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24 พ.ย.62 ณ บริเวณลานหน้าตลาด BB Market Park (ศูนย์ฮอนด้า นัดพบบางใหญ่) นนทบุรี แบ่งเป็น 3 ประเภทการแข่งขันคือ 5 กม., 11.79 กม. และ21 กม. ผู้ชนะจะได้รับโล่รางวัล และชิงรางวัล รถจยย.ฮอนด้าจำนวน 2 คัน พร้อมของรางวัลอีกมากมาย รายได้จากการจัดงานทั้งหมดนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ ที่ร่วมโครงการบำบัดยาเสพติด และการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำมวลชนสัมพันธ์ ลดปัญหายาเสพติด ซึ่งใน3ครั้งที่ผ่านมา อำเภอบางใหญ่ถือว่าประสบความสำเร็จในการลดปัญหายาเสพติดได้ตามเป้าหมายที่กำหนด

          สำหรับประชาชนที่สนใจลงเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพสามารถสมัครได้ภายในวันที่ 23 พ.ย.62 ที่ www.fanatic run.com และที่ศูนย์ฮอนด้า นัดพบบางใหญ่ ซึ่งคณะผู้จัดงานตั้งเป้าผู้ร่วมแข่งขันทั้งหมดในครั้งนี้ประมาณ 2,500 คน ทั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันสามารถแวะถ่ายรูปและสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ที่บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี

สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

กอ.รมน.ขอนแก่น​ ร่วม ชุดเฉพาะกิจ​ ตรวจ​แรงงาน​ต่างด้าว​​ ออกตรวจสอบ โรงอวนเดชา​ ถนนมิตรภาพ​ และบริษัท​มหาชัยกรุ๊ป​ฟูดส์​ จำกัด

กอ.รมน.ขอนแก่น​ ร่วมชุดเฉพาะกิจ​ตรวจ​แรงงาน​ต่างด้าว​จ.ขอนแก่น​ ออกตรวจสอบสถานประกอบการ​ โรงอวนเดชา​ถนนมิตรภาพ​ และบริษัท​มหาชัยกรุ๊ป​ฟูดส์​ จำกัด

          วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2562​ เวลา 13.30 น.: นายณชพัฒน์ ไกรศรีวรรธนะ จนท.ปฏิบัติการด้านการข่าว กอ.รมน.จังหวัด ขอนแก่น​ เป็นผู้แทนร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ตามคำสั่งชุดเฉพาะกิจติดตามและตรวจสอบการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์จังหวัดขอนแก่น

          โดยมี นายปานทอง สระคูพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการการปฏิบัติ ตามนโยบายการแก้ใขปัญหาแรงงานต่างด้าวฯ ประจำเดือน ตุลาคม​ 2562 ณ บริษัทโรงงานทออวนเดชาพานิช จำกัด และ บริษัทมหาชัยกรุ๊ป ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด

    ผลการปฏิบัติ ไม่พบผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมแนะนำสถานประกอบการให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับกฎหมายโดยเคร่งคัด ได้รับความร่วมมือจาก สถานประกอบการเป็นอย่างดี

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ขอนแก่น
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มาร์ค พิทบูล – พาแม่ค้าเข้าแจ้งกองปราบฯ ดำเนินคดี กับกลุ่มบุคคล ที่เคยจับลิขสิทธิ์และเรียกเงิน

          วันที่ 7 พ.ย.62 ที่ กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) : นายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูล พร้อมทีมงานฝ่ายกฎหมายเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ร.ต.อ.เอกรัตน์ ขวัญฤกษ์ รองสว.(สอบสวน) กก.3 บก.ป.กรณีมีผู้เสียหายถูกเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอ้างตัวเป็นฝ่ายปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ อ้างกฎหมายและขู่จับกุมดำเนินคดี โดยเรียกรับเงินจำนวนตั้งแต่ 50,000-400,000 บาท

         นายณัชพลฯ กล่าวว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ตนเคยร้องเรียนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงโรงพักแต่ละท้องที่ ถึงกรณีมีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ให้ดำเนินคดีกับผู้ค้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์รายย่อยทั่วประเทศ ส่วนมากผู้เสียหายจะเป็นผู้ค้าตามตลาดนัด ขายถ้วยชาม สินค้ามือสอง แต่หลังร้องเรียนไปเรื่องกลับเงียบหาย กระทั่งมีเหตุการณ์จับเด็กสาวขายกระทงอายุ 15 ปี ที่เป็นประเด็นร้อนในต่างจังหวัดครั้งนี้ ซึ่งกลัวตำรวจจะช่วยเหลือพวกพ้องกันเอง จึงอยากรวบรวมให้ผู้เสียหายมาแจ้งความกันที่กองปราบฯ หน่วยงานตัวกลาง เพราะหากไปอยู่ในท้องที่จะเกิดการให้ความช่วยเหลือระหว่างเจ้าหน้าที่กันเองได้ และอยากให้ยกระดับคดีนี้วาระแห่งชาติ ยืนยันว่าตนไม่ได้เกาะกระแส หากจากเกาะจริงๆ ต้องไปที่​ จ.นครราชสีมา

          นายณัชพลฯ กล่าวต่อว่า​ ได้รับข้อมูลว่า บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ จะแต่งตั้งตัวแทนในประเทศไทยเพื่อจับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์รายใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่ผู้จับกุม จะมีรางวัลนำจับมูลค่านับแสนบาท ซึ่งกลายเป็นธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนมหาศาล เกิดการลักลอบซื้อขายใบอนุญาตรับมอบอำนาจ ราคาตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น ซึ่งจะมีอายุใช้งาน 1 เดือน ทั้งนี้บริษัทต้นสังกัดแต่ละแห่งคงไม่สบายใจแต่ไม่สามารถทำอะไรได้มาก วันนี้จึงได้พาหนึ่งในผู้เสียหายที่เคยถูกขบวนการลักษณะนี้จับกุมเรียกเงินเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม​ 2562​ ที่ผ่านมา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบฯด้วย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

น.1​ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ผู้เข้ารับการฝึกหลักสูตร การต่อต้านการก่อการร้าย (อรินทราช 26) รุ่นที่ 8

          วันนี้ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 7 พ.ย.62 เวลา 07.30 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองจตช.ปฏิบัติราชการ บช.น. และ พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. ร่วมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ผู้เข้ารับการฝึกหลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้าย (อรินทราช 26) รุ่นที่ 8 ณ กก.ต่อต้านการก่อการร้าย ถ.รามอินทรา

           โดยได้มอบโอวาทถึงความสำคัญของชุดปฏิบัติการพิเศษ การปฏิบัติตามแผนกรกฎ แผนสันติรัฐ รวมทั้งให้กำลังใจผู้เข้ารับการฝึก ให้มีความตั้งใจ อดทน เพื่อนำความรู้ที่ได้รับกลับไปพัฒนาหน่วยของตนเองต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ สนธิกำลังร่วมสืบนครนายก ตามรวบ 2 โจ๋ แก๊งปล้นร้านสะดวกซื้อ อ้างหาเงินเติมเกมส์-เสพยา

         วันนี้​ วันที่ 7 พ.ย.62​ ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์​ และ พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป. สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.2 และเจ้าหน้าที่กก.สส.ภ.จ.นครนายก ร่วมทำการจับกุม นายนเรนทร์ฤทธิ์ หรือเบ๊นซ์ ใบเตย อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/3 ถ.อำเภอ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และ นายสมเจตน์ หรือ แมน มาดี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ม.3 ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายก ที่ จ.75/2562 ลงวันที่ 10 ต.ค.62 และ จ.81/2562 ลงวันที่ 7 พ.ย.62 ตามลำดับ ข้อหา “ปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” โดยจับนายนเรนทร์ฤทธิ์ ได้ที่ บ้านพักในหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ส่วนนายสมเจตน์ ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับทางตำรวจกองปราบฯ ที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2

         สืบเนื่องมาจากเมื่อเช้ามืดของวันที่ 28 ก.ย.62 นายนเรนทร์ฤทธิ์ หรือเบ๊นซ์ พร้อมด้วยนายสมเจตน์ หรือแมน และนายเหน่ง ไม่ทราบชื่อนามสกุล ร่วมกันก่อเหตุปล้นร้านสะดวกซื้อ (7-11) สาขา 8626 นครนายก-นางรอง ม.2 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก โดยใช้มีดคัตเตอร์ และก้อนอิฐ เป็นอาวุธก่อนได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวนหลายพันบาท และบัตรทรูมันนี่อีก จำนวน 20 ใบ มูลค่า 20,000 บาท ก่อนจะรีบขับรถยนต์หลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่านายนเรนทร์ฤทธิ์ หรือเบ๊นซ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งค์ปล้น ได้กบดานอยู่ที่บ้านพักในหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมตัวได้ดังกล่าว

         ทั้งนี้ภายหลังเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายนเรนทร์ฤทธิ์ ได้แล้วนั้น ยังคงมีการตรึงกำลังปิดล้อม ตามล่าผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลืออย่างต่อเนื่อง จนทำให้นายสมเจตน์ หรือ แมน ทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหวติดต่อมาเข้าขอมอบตัวกับทางตำรวจกองปราบ โดยนัดหมายกันที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงส่งกำลังไปรอรับตัวดังกล่าว ทำให้คงเหลือผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุอีกรายที่ยังคงหลบหนีอยู่

          จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่าที่ก่อเหตุนั้นก็เพื่อต้องการหาเงินมามาซื้อของในเกมส์ออนไลน์ และหาเงินมาเสพยาเสพติดกัน เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผช.ผบ.ตร. – ปล่อยแถว ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและอุบัติภัยทางน้ำ ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2562

         วันพุธที่ 6 พ.ย.62 เวลา​ 18.00 น.​ณ สวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์ : พล.ต.ท. ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รองผบช.น., พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1, คณะ กต.ตร., พ่อค้าประชาชน​ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดให้มีพิธีปล่อยแถวระดมกวาด ล้างอาชญากรรมและอุบัติภัยทางน้ำ ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2562

          หลังจากนั้นได้ลงเรือร่วมกับพี่น้องสื่อมวลชนเพื่อสังเกตุการณ์ ณ สถานที่จัดงานจุดต่างๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.จ.ขอนแก่น ร่วม ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ปฏิบัติการจู่โจม ตรวจค้นยาเสพติด และ สิ่งของผิดกฏหมาย ภายในเรือนจำกลางขอนแก่น

กอ.รมน.จ.ขอนแก่น ร่วม ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ปฏิบัติการจู่โจม ตรวจค้นค้นยาเสพติด และ สิ่งของผิดกฏหมาย ภายในเรือนจำกลางขอนแก่น

          วันนี้​ วันพฤหัสบ​ดี​ที่ 7 พ.ย.62 เวลา 15.30 น. : พ.ต.เอกชัย ไสวงาม ชรก.กอ.รมน. จังหวัดขอนแก่น​ ร่วมบูรณาการกับ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจังหวัดขอนแก่น​ ร่วมปฏิบัติการจู่โจม ตรวจค้น ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น เพื่อตรวจค้นยาเสพติด และ สิ่งของผิดกฏหมาย ภายในเรือนจำกลางขอนแก่น ตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2562 ของรัฐบาล

         โดยมี ดร.สมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในการตรวจค้น ผลการตรวจค้นไม่พบยาเสพติด และสิ่งของผิดกฎหมาย

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ขอนแก่น
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​