กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์!!ร่วมกับมูลนิธิพระราหู จัดพิธีมอบทุนการศึกษา และ ถุงยังชีพให้นักเรียน 3 พี่น้องมีฐานะที่ยากจน!!

     เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.62 เวลา 09.00 น. ถึง 10.00 น.โดย พ.อ.กรกานต์. นาเวชวนิชกุล  รอง ผอ.รมน.จังหวัด ปข.พร้อมด้วย ร.ท.ณัฐดนัย สุขทวีเจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.จังหวัด ปข.พื้นที่ อ.ปราณบุรี,จ.ส.อ.ไชยา  อยู่ชมบุญ เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงานกกล.รส.จังหวัด ปข.พื้นที่ อ.สามร้อยยอด,จ.ส.อ.สุรศักดิ์ คุณศึกษาหน.ชุด มว.รส.ที่2 พื้นที่ อ.สามร้อยยอด ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านราชวิถี และครูโรงเรียนบ้านราชวิถี  
ได้เข้าร่วมพิธีการมอบทุนการศึกษา และ มอบถุงยังชีพ ให้กับเด็กยากจน จำนวน 3 คน เป็นบุตรของ นาย พงษ์นรินทร์ เรไร ที่โรงเรียนบ้านลาดวิถีหมู่ที่ 5 ตำบลศิลาลอย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้
            1.ดญ.ฐิการณ์  เรไร นักเรียนชั้น ม.1
            2.ดญ.ฐิพร  เรไร นักเรียนชั้น ป.5
            3.ดญ.วิภาสินี เรไร. นักเรียนชั้น ป.1

      โดยมี พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ. รมน.จังหวัด ปข เป็นประธานผู้มอบทุนการศึกษา ทุนละ 2,000 บาท จำนวน 3 ทุน ให้กับเด็กทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นพี่น้องกัน มีฐานะยากจน โดย นส.ณฐอร  ทรงแสง  ครูโรงเรียนบ้านราชวิถี เป็นผู้ดูแล ใช้จ่าย เพื่อที่จะนำไปต่อยอด ในการศึกษา ของเด็กนักเรียนทั้ง 3 คน

      ซึ่งทาง  กอ.รมน.จังหวัด ปข.ได้รับการสนับสนุน ทุนการศึกษา และ ถุงยังชีพ จาก ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษา “มูลนิธิ พระราหู โครงการ ใจถึงใจ”เพื่อในการดำรงชีวิตและเป็นทุนการศึกษาทั้ง 3 คนต่อไป!!

ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.จว.ประจวบคีรีขันธ์!!

การประชุม นขต.กอ.รมน. ครั้งที่ ๖/๒๕๖๒

      วันนี้ (๑๒ มิ.ย.๖๒) เวลา ๐๙.๓๐ น. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ ๔/๒๕๖๒ สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค ๑ – ๔ เข้าร่วมประชุมฯ บริเวณชั้น ๓ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมฯ สรุปเรื่องที่สำคัญ ดังนี้

      เรื่องแรก กอ.รมน.กระทำพิธีมอบธงสัญลักษณ์รับรองครัวเรือนปลอดภัยยาเสพติด กองทุนแม่ของแผ่นดิน
       กอ.รมน.โดย ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๒ ได้ดำเนินการทำพิธีมอบธงสัญลักษณ์รับรองครัวเรือนปลอดภัยจากยาเสพติด กองทุนแม่ของแผ่นดิน ในพื้นที่ อ.กันทรลักษณ์ จว.ศรีสะเกษ และ อ.เมือง จว.หนองคาย ในห้วงเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๒
      สืบเนื่องจากสถานการณ์ยาเสพติดที่ผ่านมาของหมู่บ้านมีการใช้สารเสพติดอย่างแพร่ระบาด ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กอ.รมน.จังหวัดศรีสะเกษ ,กอ.รมน.จังหวัดหนองคาย ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาชนในพื้นที่ จึงได้ร่วมกันบูรณาการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบโดยใช้หลักชุมชนดูแลชุมชน ใช้มาตรการตามกฎชุมชนเข้มแข็ง ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจ
      ในการขับเคลื่อนโครงการแม่ของแผ่นดิน มีระบบเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดของหมู่บ้าน ใช้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เป็นหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ปลอดภัยจากยาเสพติด สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมุ่งเน้นลดจำนวนทั้งผู้ค้าและผู้เสพทุกชุมชนอย่างยั่งยืน จากผลการปฏิบัติสามารถลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดการยอมรับทางสังคมด้วยกันให้อภัยซึ่งกันและกัน และดำเนินเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่กันไปเพื่อให้เป็นหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

      เรื่องที่สอง กอ.รมน.ให้ความรู้ด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างกลุ่ม LINE เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ
      กอ.รมน.โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๓ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้
      ด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแก่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและ กอ.รมน.จังหวัด ทั้งนี้เพื่อให้รับทราบนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามและป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อีกทั้งเป็นการบูรณาการร่วมกันของส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาบุคคลากรของรัฐและเตรียมความพร้อมของบุคคลากรให้มีความรู้มีความสามารถ มีจิตสำนึก ติดตามและตรวจสอบมีส่วนร่วมในการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตามนโยบายของรัฐบาล
       นอกจากนี้ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๓ ได้พัฒนาสร้างเครือข่ายมวลชน ในการ เฝ้าระวัง ติดตามและตรวจสอบ สถานการณ์ด้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ กอ.รมน.ภาค ๔ ได้แก่ กอ.รมน.จังหวัดระนอง , กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต และ กอ.รมน.จังหวัดกระบี่ สำหรับเครือข่ายมวลชนดังกล่าวประกอบด้วย กลุ่มเครือข่ายชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน , อาสารักษาดินแดน ,กลุ่มวิทยุเครื่องแดง และเครือข่ายองค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) รวมทั้งกลุ่มประมงพื้นบ้าน ในการอบรมครั้งนี้ผู้เข้ารับการอบรมฯ จะได้รับการถ่ายทอดความรู้ เรื่องสถานการณ์และแนวโน้มการก่อการร้ายข้ามชาติ ที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย และประเภทของอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคอาเซียน
       สำหรับรูปธรรมที่ได้ดำเนินการแล้วจากการอบรมฯสามารถสร้างเครือข่ายผู้นำชุมชน ที่เข้มแข็งมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการเฝ้าระวังและรายงานข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ทันเวลา โดยได้มีการจัดตั้งกลุ่ม LINE เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารในเรื่องการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อจะได้แจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขหรือระงับเหตุไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นในพื้นที่ โดยมียอดมวลชนที่เข้าร่วมกลุ่ม LINE ในพื้นที่ กอ.รมน.จังหวัดระนองจำนวน ๒๔ คน , กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต จำนวน ๗๕ คน และ กอ.รมน.จังหวัดกระบี่ จำนวน ๒๐ คน เรื่องที่สาม การขยายผลความคืบหน้าโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
      การเสริมสร้างความมั่นคงเป็นกิ่งงานหนึ่งในการปฏิบัติตามแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จชต.ในการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ปัจจุบันมีการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืนในพื้นที่ จชต. ดังนี้
             ๑. โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อ.เบตง จว.ยะลา โครงการก่อสร้างทางอากาศยานดำเนินการก่อสร้างทางวิ่ง ทางขับและลานจอดอากาศยาน มีความคืบหน้า ๖๘ เปอร์เซ็นต์ อาคารที่พักผู้โดยสารมีความคืบหน้า ๖๐.๑๘ เปอร์เซ็นต์ คาดว่าสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี ๖๓ สรุปยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าพื้นที่อำเภอเบตง ในปี ๒๕๖๑ จำนวน ๓๘ ล้านคน สามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนเงิน ๒ ล้านล้านบาท ปัจจุบันมีการปรับปรุงทางหลวงและเพิ่มช่องจราจรเพื่อเพิ่มความสะดวกในการสัญจร รวมทั้งการสร้างอุโมงค์ลอดภูเขาบนทางหลวงหมายเลข ๔๑๐ ยะลา – เบตง และปรับปรุงภูมิทัศน์ที่พักริมทางจากเบตงไปสู่ทะเลสาบฮาลาบาลา เสร็จเป็นที่เรียบร้อย
             ๒.โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จว.สงขลา เป็นการขยายผลเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต
            ๓. โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนการค้าชายแดนระหว่าง ประเทศ อ.สุไหงโก-ลก จว.นราธิวาส ประกอบด้วย ๓ โครงการได้แก่ โครงการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า และศูนย์กลางตลาดสินค้าการเกษตร , โครงการโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สถานีรถไฟ สุไหงโก-ลก ส่งเสริมการจัดตั้งสถานีขนส่ง (คลังสินค้า) ปัจจุบันมีความก้าวหน้าร้อยละ ๘๐ ของงานทั้งหมดและโครงข่ายเชื่อมโยงคมนาคมและสะพานแห่งที่ ๒ ข้ามแม่น้ำโกลกเพื่อเตรียมจัดเขตปลอดภาษี รวมถึงก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำระหว่างประเทศที่ อ.ตากใบ จว.นราธิวาส ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล
            ๔.โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไปสู่เมืองต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน อ.หนองจิก จว.ปัตตานี ได้แก่การสร้างโรงงานกลุ่มวิสาหกิจแปรรูปหญ้าเนเปียร์ให้เป็นแหล่งศูนย์กลางในการปลูกหญ้าเนเปียร์แปรรูปเป็นอาหารสัตว์ และพัฒนาพื้นที่โรงงานเป็นตลาดชุมชน เพื่อเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจชุมชนต่อไป เรื่องสุดท้าย ความคืบหน้าการลงทะเบียนซิมการ์ดสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ จชต.
            กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า ร่วมกับ กสทช.จัดอบรมให้ความรู้ในการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ จชต. เรื่อง “ มาตรการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
      ในพื้นที่ จชต.” เพื่อเป็นการระงับยับยั้งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยของผู้ใช้บริการทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยขอความร่วมมือจากผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ใช้งานอยู่ในเขตพื้นที่ จว.ยะลา ,จว.ปัตตานี จว.นราธิวาส และ ๔ อำเภอของ จว.สงขลา (นาทวี ,จะนะ , เทพา และ สะบ้าย้อย) ซึ่งยังไม่ลงทะเบียนซิมการ์ดด้วยระบบ “ตรวจสอบอัตลักษณ์” ต้องไปแสดงตนพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อลงทะเบียนใหม่ ณ จุดให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ให้บริการหรือหน่วยงานสังกัดกรมการปกครองหรือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ หน่วยงานอื่นตามที่ได้รับแจ้งจากบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในห้วง ๑ มิ.ย.๖๒ ถึง ๓๑ ต.ค.๖๒ ซึ่งหากไม่ดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งหรือตามห้วงเวลาจะไม่สามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขนั้นได้ ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่อยู่นอกพื้นที่ หากมีความประสงค์จะใช้บริการโทรศัพท์ในเขตพื้นที่ข้างต้นจะต้องติดต่อไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยกด
      ๑๖๕๖* หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก กด # และ กดโทรออก (ทุกระบบ) จึงจะสามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขนั้นได้ โดยมีผลตั้งแต่ ๑ พ.ย.๖๒ เป็นต้นไป

สืบเนื่องจากชาวชุมชนซอยพิพัฒน์ 2 เขตบางรัก กรุงเทพ ได้ร้องเรียนไปยัง สส.ส้ม ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พรรคพลังประชารัฐ เขต2 บางรัก ปทุมวัน สาทร

      11 มิถุนายน 2562 สืบเนื่องจากชาวชุมชนซอยพิพัฒน์ 2 เขตบางรัก กรุงเทพ ได้ร้องเรียนไปยัง สส.ส้ม ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พรรคพลังประชารัฐ เขต2 บางรัก ปทุมวัน สาทร ว่าให้ช่วยประสานงานกับทางสำนักงานเขต บางรักมาแก้ไขน้ำท่วมขังรอระบาย ในซอยชุมชนพิพัฒน์ 2 ด้วยนั้น จึงได้ส่งนายอนุสรณ์ นิติเมธีวัลลภ ผู้ช่วย สส.ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสภาพของท่อพักระบายน้ำในชุมชน ซึ่งตั้งอยู่หลังธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ปรากฎว่าพบสภาพของท่อในส่วนที่อยู่หน้าร้านอาหารครัวหนึ่งสองถูกปิดกั้นไปหนึ่งบ่อทำให้ไม่สามารถขุดลอกท่อได้สะดวกเป็นเกิดให้น้ำท่วมขังไม่สามารถผ่านได้ จากนั้นจึงได้เดินทางเข้าไปยังชุมชนพิพัฒน์ 2 เพื่อตรวจสอบท่อระบายน้ำทั้งหมดในชุมชน พบว่ามีการอุดตันของขยะมูลฝอยและคราบไขมันจับตัวเป็นก้อนกีดขวางทางน้ำที่ไหลลงสู่คูคลองด้านหลังชุมชน เบื้องต้นจึงได้ประสานงานให้ทางฝ่ายโยธาของเขตบางรัก มาขุดลอกท่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนการแก้ไขในระยะยาวคงต้องน้ำเรื่องนี้ประสานกับทางสำนักงานเขตบางรัก เพื่อหามาตรการบูรณะแก้ไขทั้งระบบอีกครั้งหนึ่ง นายอนุสรณ์ ผู้ช่วย สส.กล่าวว่า ” สส.ส้ม ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ในเขตบางรัก ปทุมวัน สาทร ในช่วงฤดูฝนนี้เป็นอย่างมากเพราะเมื่อฝนตกน้ำที่รอระบายอาจทำให้การสัญจรของพี่น้องประชาชนมีความยากลำบากในการเดินทาง จึงให้ผู้ช่วย สส. ในเขตพื้นที่ทุกคน ออกรับทราบปัญหาและรีบหาทางดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขโดยด่วน ”

คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

ภาคเอกชนร่วมบริษัทปูนซิเมนต์ไทย(แก่งคอย)​จำกัด​ จัดพิธี,”เฉลิมราชย์ราชา​ จิตอาสารักษ์น้ำ” ปลูกต้นไม้​ จากมหานที​ ทวงคืนผืนป่า

      วันที่12มิถุนายน2562​ นาย​ สมภพ​ สมิตะสิริ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี​ ให้เกียรติเป็นประธาน​ งานพิธี”เฉลิมราชย์ราชา​ จิตอาสารักษ์น้ำ” ปลูกต้นไม้จากภูผาสู่มหานที​ โครงการดูแลบำรุงรักษา​ป่าภายใต้มาตรการทวงคืนผืนป่า​ ณ​ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโป่งและเขาถ้ำเสือ​ ตำบลชำผักแพ้ว​ อำเภอแก่งคอย​ จังหวัดสระบุรี​ มี​ พลตรี​ อัศวิน​ บุญธรรมเจริญ​ ผบ.​มทบ.18และหัวหน้าส่วนราชการ​ จิตอาสา​ ภาคเอกชน​ ประชาชน​ ร่วมโครงการมีคุณ สุรชัย​ นิ่มละออ​ กรรมการผู้จัดการ​ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย(แก่งคอย)​จำกัด กล่าวรายงาน​ วัตถุประสงค์​ นายศานิต เกษสุวรรณ​ ผู้อำนวยการ-ธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน​ ธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง​ SCG​ พร้อมเจ้าหน้าที่พนักงานในเครือSCGร่วม”จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก​ พ.ศ.2562
       มีนายจำลอง​ อุทัยวัฒนเดช​ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ​ ร่วมจัดกิจกรรม “เฉลิมราชย์ราชา จิตอาสารักษ์น้ำ” เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งระยะยาว ฟื้นฟูสภาพป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ ได้จัดให้มีกิจกรรมปลูกต้นไม้ จำนวน 400 ต้น ในพื้นที่140ไร่​ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโป่งและป่าเขาถ้ำเสือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี)
       เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ปูนแก่งคอย จึงน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายราชสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

ช่างกล้า!!! เหตุ ว.40 ชนรถผู้ว่าฯมุกดาหาร ถูกรถกระบะพุ่งชนเสียหลักชนเสาไฟฟ้า

      จังหวัดมุกดาหาร เกิดเหตุ ว.40 รถยนต์กระบะ Ford Raptor สีแดง ชนรถผู้ว่าฯมุกดาหาร ขณะนั่งรถประจำตำแหน่งไปทำงานตามภารกิจ ได้มีรถกระบะของนักท่องเที่ยวขับด้วยความเร็วถึง 4แยกเบรกไม่ทันชนรถผู้ว่าฯ เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างถนนรถได้รับความเสียหาย โชคดีผู้ว่าฯปลอดภัย

      สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ ว.40 รถกระบะกับรถเก๋งชนกันอยู่ที่ถนนหลังศาลากลาง บริเวณ 4แยกวิริน จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงออกไปตรวจสอบตรงจุดเกิดเหตุ พบรถเก๋ง TOYOTA สีดำทะเบียน กข-1234 มุกดาหาร อยู่ในสภาพหน้ารถปักติดกับเสาไฟฟ้าข่างถนน ได้รับความเสียหายล้อ 2 ข้างขับเคลื่อนไม่ได้ตรวจสอบพบเป็นรถประจำตำแหน่งผู้ว่าฯ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายบุญสี พิหูสูตร อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถประจำตำแหน่ง อยู่บ้านเลขที่ 10/1 ถ.สุทธิมรรค ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร

      ห่างออกไปพบรถรถยนต์กระบะฟอรด์ สีแดงแต่งชิ่ง หมายเลขทะเบียน กท-2055 มหาสารคราม สภาพจอดขวางกลางถนนโดยมีนายสืบศักดิ์ กลั่นกลีบ อายุ 21 ปีอยู่บ้านเลขที่147/10 ถ.ถีนานนท์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคราม มาเที่ยว มุกดาหาร ขับมาด้วยความเร็วไม่คุ้นเคยเส้นทาง พอขับมาถึงจุดเกิดเหตุเป็น 4แยก เบรกไม่ทัน พุ่งชนรถเก๋งคันสีดำดังกล่าว ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งผู้ว่าฯ จนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า รถได้รับความเสียหายดังกล่าว.

      ส่วนคู่กรณีรู้ความผิดยอมชดใช้ค่าเสียหาย ยกมือไหว้กราบขอโทษ ผู้ว่าใจดีไม่เอาความ โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บโดยเฉพาะท่านผู้ว่าที่นั่งมากับรถประจำตำแหน่งก็ปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด.


ธานินทร์, ฐานิตา. / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหารรายงาน

ตำรวจมุกดาหาร รวบวัยรุ่นหัวขโมยตระเวนลักทรัพย์ของชาวบ้าน

      มุกดาหาร ตำรวจรวบตัวคนร้ายวัยรุ่น ตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือนของชาวบ้านขโมยทุกอย่างที่บริโภคได้ ตั้งแต่เหล้าเบียร์ บุหรี่ รวมถึงรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่จอดอยู่หน้าบ้าน ถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ขณะเดินตระเวนเตรียมลักทรัพย์บริเวณตลาดสดพรเพรช

      สืบเนื่องเมื่อเช้าวันที่ 7 มิถุนายน 2562 นายวรวุฒิ ไชยชุติกาญจน์ อยู่บ้านเลขที่ 1/1 ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล ช.ศรีวรบุตร ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้ปิดบ้านไปงานบุญขึ้นบ้านใหม่ของญาติพอกลับมา เห็นขวดเบียร์ตั้งอยู่หน้าบ้านผิดปกติ จึงเปิดกล้องวงจรปิดดู เห็นภาพชายวัยรุ่นสวมเสื้อยืดสีขาวแขนสั้น สวมกางเกงขาสั้นสีเทา สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว นั่งดื่มเบียร์จนหมดขวด แล้วลุกเดินหนีไป จึงคิดว่าเป็นวัยรุ่นในระแวกนั้นมานั่งดื่มเบียร์ จึงไม่สนใจ

      แต่วัยรุ่นรายนี้ได้สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ 2 คัน จอดอยู่หน้าบ้านของนายวรวุฒิ จึงคิดกลับมาขโมยช่วงดึก ครั้นเมื่อเวลา 01.00น. ชายดังกล่าวแอบเดินมาหน้าบ้านอีก โดยไม่สวมเสื้อเดินมาแล้วขึ้นนั่งคร่อมบนรถจักรยานยนต์ HONDA.C 65 สีชมพูเตรียมขโมย แต่สุขนัขขังอยู่ข้างบ้านเห่าเสียงดัง ชายดังกล่าวจึงลงจากรถเดินหลบไป แล้วกลับมาขึ้นนั่งคร่อมรถอีกครั้ง แล้วถอยรถออกจากที่จอดเตรียมสตาร์ทเครื่องขับหลบหนีไม่สนใจเสียงสุนัขเห่า และกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่หน้าบ้านขณะเดียวกัน นายวรวุฒิ ได้ยินเสียงของสุนัขเห่า จึงเปิดประตูออกไปดู พอชายดังกล่าวได้ยินเสียงเปิดประตู ก็ทิ้งรถวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

      ต่อมาเช้าของวันที่ 9 มิถุนายน 2562 นายวรวุฒิๆ จึงนำภาพกล้องวงจรปิดจับภาพชายดังกล่าว ได้นำมาแจ้งความบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อเป็นหลักฐานตามตัวชายดังกล่าวมาสอบสวน เป็นใครมาจากไหนก่อนชายดังกล่าวจะตระเวนไปก่อเหตุทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนไม่ปลอดภัยในชีวิตแลทรัพย์สิน จึงรายงานให้ พ.ต.ท. จิระวิทย์ ปานยิ้ม รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร

      สั่งการให้ชุดอัศวินชุดสืบ สภ.เมืองมุกดาหาร นำกำลังลงพื้นที่ติดตามชายดังกล่าว จนเมื่อเวลา 20.00น.เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตามพบชายดังกล่าวอยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อเดินตระเวนหาเหยื่อในบริเวณตลาดสดพรเพชร เมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงจับกุมแล้วเอาภาพจากกล้องวงจรปิดให้ดู ชายดังกล่าวดูแล้ว ยอมรับว่าเป็นตัวเองจริง ทราบชื่อคือนายอมรสินฯ อายุ 24 ปี เป็นชาวอุบลฯ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหามาหน้าบ้านจุดก่อเหตุ เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


นิรันดร์ ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

รวบยกแก๊งกะเทยเขาพระตำหนัก ปลดสร้อย-ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว

      สร้างภาพลักษณ์เมืองพัทยาเสียหาย รรท.ผกก.พัทยา สั่งกำลังป้องกันจุดเสี่ยงเข้ม วันนี้ 12 มิ.ย. 62 พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ รรท.ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ กู้พิมายวรกูล รอง รรท.รอง ผกก.สส. ร.ต.อ.ณธกร จันทร์ลอด รอง สว.สส. พร้อมด้วยกำลังตำรวจท่องเที่ยว นำโดย พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ร่วมกันจับกุมแก๊งสาวประเภทสองล้วงกระเป๋า-ปลดสร้อยคอทองคำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ประกอบด้วย นายวิชัย หรือโรส เชื้อพระซอง อายุ 24 ปี นายวินัย หรือหวาน อินสว่าง อายุ 32 ปี และนายดรุณ หรือเบนซ์ สุคม อายุ 34 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
      สืบเนื่องจาก กลางดึกของวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายเป็นสาวประเภทสองจำนวน 3 คน ทำทีเข้ามาชักชวนพูดคุยเสนอขายบริการทางเพศและเข้ามาโอบกอด ก่อนก่อเหตุล้วงกระเป๋าพร้อมกับปลดสร้อยคอทองคำของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียจำนวน 2 คน รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท ขณะที่ผู้เสียหายกำลังเดินเข้าห้องพักแห่งหนึ่ง บนเขาพระตำหนัก ย่านพัทยาใต้ หลังจากก่อเหตุคนร้ายได้พากันขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
      ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่สอบปากคำพยานแวดล้อม โดยจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณเกิดเหตุ สามารถจับภาพขณะก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งคนร้ายเป็นกลุ่มสาวประเภทสองประจำถิ่น เขาพระตำหนัก พัทยาใต้ โดยทั้งหมดมีประวัติและเคยถูกจับกุมคดีลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับ หลังจากศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติหมายจับ ตำรวจจึงได้เดินทางไปจับกุมคนร้ายได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งในซอยวัดธรรมสามัคคี และซอยเศรษฐี ย่านพัทยาใต้
      พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้น คนร้ายทั้งหมด ให้การอ้างว่า หลังจากได้ทรัพย์สินได้นำสร้อยคอทองคำไปขายก่อนจะนำเงินมาแบ่งกัน แล้วแยกย้ายกันหลบหนีไป สำหรับการกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามจะได้สั่งการตำรวจสายตรวจ และชุดสืบสวน เพิ่มมาตรการออกตรวจตามป้องกันจุดเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มสาวประเภทสองและวัยรุ่นยืนเกาะกลุ่มแสดงพฤติกรรมต้องสงสัย…

ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าว พัทยา 0899167848

รอง ผกก.จร.สน.หัวหมาก!! เยี่ยม.. เร่งแก้ปัญหาการเดินรถทับเส้นทาง!!

      พ.ต.ท ยิ่งยศ ฉลาดปรุ รอง ผกก.จร. สน.หัวหมาก พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการเดินรถร่วมบริการ ฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ประชุมผู้ประกอบการที่ เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมแก้ไขปัญหาการเดินรถเส้นทางเดินรถสายที่ 71 สวนสยาม-วัดธาตุทอง

      วันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2562 เวลา 13.00 น.ณ ห้องประชุม ศปก. สน. หัวหมาก ผู้ประกอบการเดินรถที่เกี่ยวข้อง รับทราบมติที่ประชุม ดังนี้ และห้ามเดินรถ ต.ให้ผู้ประกอบการสายรถนอกเหนือจากที่ได้ตกลงกันไว้และ 1545 ไปกลับรถใต้สะพานคลองแสนแสบได้ 1316 ให้ผู้ประกอบการสาย 1316, 1545 สามารถไปกลับรถที่ซอยหัวหมากได้โดยใช้เส้นทางถนนหัวหมาก ผ่านหน้า ม.เอแบค ออกซอยรามคําแหง 24 เลี้ยวซ้ายถนนหัวหมากซอย 1 เลี้ยวขวากลับรถใต้สะพาน และ กลับมาให้เลี้ยวขวาเข้ารามคำ แหง ซอย 24 รามคำแหง-แยกพระราม 9 ซึ่งคู่กรณีได้ตกลงกันตามที่บันทึกดังกล่าวข้างต้น ซึ่งถ้ารถสองแถว 1316,1545 ผิดเงื่อนไขตามที่ตกลงกันไว้ให้เป็นหน้าที่ของขสมก. เข้าดำเนินการยกเลิกสัญญา และถอนใบอนุญาต ขสมก.และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมตาม พ.ร.บ. ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 โดยไม่มีข้อโต้แย้งอย่างใดทั้งสิ้นทั้งสองฝ่าย

กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันร่วมกับมูลนิธิพระราหูและเทศบาลตำบลร่อนทองอ.บางสะพานช่วยเหลือผู้พิการยากไร้!

      เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.62 เวลา 12.00 น. โดย พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัด ป.ข.พร้อมด้วย นายปรีดา วิภาสวัชรโยธิน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลร่อนทอง,นายสายันต์ อยู่เย็น ผญบ.ม.1 ต.ร่อนทอง,ส.อ.กันตินันท์ ชูชื่น เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.จว.ป.ข. อ.บางสะพาน ,มว.รส.ที่​ 1 อ.บางสะพาน ร้อย.รส.จว.ป.ข.(ศร.)​

      ลงพื้นที่พบปะผู้ยากไร้และผู้พิการ ตำบลร่อนทอง เพื่อมอบรถวีลแชร์ และสิ่งของอุปโภคบริโภคซึ่งได้รับมาจาก”มูลนิธิพระราหู โครงการใจถึงใจ”โดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษาให้แก่นางสาวสุมาลี เพ็ชรทอง อายุ 38 ปี อาศัยอยู่บ้านไม่มีเลขที่บริเวณ ม.1 บ.ดอนสำนัก ต.ร่อนทอง อ.บางสะพานในที่ดินที่ผู้ใจบุญให้ปลูกเพิงพัก ซึ่งขาพิการเดินไม่ได้และไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก โดยมีสมาชิกที่ร่วมอาศัยด้วยกัน จำนวน 6 คน มีบุตรต้องดูแลสามีมีอาชีพรับจ้างแม่ซึ่งชราคอยดูแลผู้พิการ มีความประสงค์อยากได้ความช่วยเหลือในการต่อเติมที่อยู่อาศัยเนื่องด้วยชำรุดทรุดโทรมมาก คณะได้ให้กำลังใจและจะประสานงานผู้ใจบุญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือต่อไป!!
ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จว.ประจวบคีรีขันธ์!!

เส้นทางท่อน้ำเลี้ยง ย้อนอดีตไปประมาณ 5 ปี

       ย้อนอดีตไปประมาณ 5 ปี หลังจาก พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น นำกำลังทหารและตำรวจ ปฎิวัติยึดอำนาจบริหารประเทศ โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ ค.ส.ช. อำนาจเบ็ดเสร็จ เป็นรัฐฐาธิปัตย์ บริหารและบูรณาการจัดระเบียบสังคมในประเทศ การตัดท่อน้ำเลี้ยง จากตำรวจใหญ่และนักการเมืองท้องถิ่นบางกลุ่ม ที่ได้รับการส่งส่วยจากผู้มีอิทธิพล เงินกู้นอกระบบ บ่อนการพนัน เจ้ามือหวยเถื่อนและสถานบริการที่ทรงอิทธิพลบางแห่งและขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนภาคใต้ ภาคกลางและอิสานมีการจับกุม ตรวจค้น ป้องปราม เข้มงวดเอาจริง โดยคสช.มีเป้าหมายต้องการให้กลุ่มการเมืองต่างๆ หยุดการเคลื่อนไหว และไร้ท่อน้ำเลี้ยง ถือเป็นปฎิบัติการเหนือชั้น มีทีมงานเก็บข้อมูลขบวนการน้ำเลี้ยงต่างๆไว้เป็นอย่างดี ยุทธการนี้จึงสัมฤทธิ์ผลถึงปัจจุบัน สถานการณ์ต่างๆกลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ เพียงแค่เปลี่ยนหัวท่อน้ำเลี้ยงไปในทิศทางใหม่ ที่อิงด้วยขั้วอำนาจรัฐ เปิดตลาดขบวนการเถื่อนทั่วประเทศแบบปูพรม แทบทุกประเภท คงมีเพียงกลุ่มเงินกู้นอกระบบ ที่ยังโดนปรามอยู่เป็นระยะๆ เพราะเป็นเป้าที่รัฐตั้งไว้ว่า ต้องปราบปรามเพื่อเสริมผลงานความแกร่งให้พรรคการเมืองซีกรัฐบาล ได้ใจชาวบ้านเต็มๆ แต่ธุรกิจใต้ดินด้านอื่นกลับเดินหน้าเต็มสูบ มีการปราบปรามแบบผักชีโรยหน้า ไม่ว่าจะเป็นเจ้ามือหวยเถื่อนที่เกลื่อนประเทศ บ่อนการพนันที่กลับมาผงาดอีกครั้ง หลายแห่งเปิดใหญ่กว่าเดิมด้วยซ้ำ บ่อน”เสี่ยตือ” หลายพื้นที่ในนครบาล ไม่แพ้ “เสี่ยหมาย”ขยายไปถึงเขตปริมณฑล ในเขตจ.ปทุมธานี และ จ.ชลบุรี ที่หนักข้อตรงทำเลที่ตั้งอันไม่เหมาะสม กล้าทำบ่อนขนาดใหญ่หลัง ที่ทำการตำรวจท้องที่ อย่าง………
      สน.ลาดพร้าวบ่อน” หวิน” เจ้าเก่า สุขุมวิท 101 ขยับอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ขณะที่เจ้าใหญ่สุดอยู่ในพื้นที่ สน.บางรัก ตั้งโต๊ะบาคาร่า 5-7 โต๊ะลายตา ขึ้นอยู่กับปริมาณลูกค้า รวมไปถึงบ่อนพนันลูกก๊องบ่อนคลองเตย และ เจ้าเก่าหน้าเดิม “นกเขา” แห่งทุ่งจตุจักร ที่ขยับมานาน ถามถึงตำรวจแต่ละพื้นที่ ที่รับผิดชอบ ต่างทำนิ่ง เพราะเส้นทางส่วยปูทางถึงหลายจุด บางแห่งอ้างใหญ่เคลียร์ไปถึงทหารหันมาดูขบวนการน้ำมันเถื่อน ก็ขนกันอย่างโจ๋งครึ่มเช่นกัน หัวโจกหน้าเดิมๆ เจ้าก่าทั้งนั้น บางคนอย่าง”เสี่ยโจ้ ” ยังมีหมายจับเดิมคาไว้น้ำมันเถื่อนภาคใต้ ชายแดนไทย-มาเลเซีย มีกองทัพมดขนอย่างเต็มพิกัด และตั้งจุดขายริมถนนแบบไม่เกรงกลัวกฏหมายขบวนการขนน้ำมันเถื่อนทางทะเล จากเดิมเคยขนถ่ายในเขต จ.สมุทรสาคร ปัจจุบันย้ายจุดขึ้นใหญ่ไป อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทราขนถ่ายใส่รถบรรทุกน้ำมัน กระจายไปในพื้นที่ภาคกลาง จุดพักใหญ่อยู่ที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรีทั้งขบวนการ ถูกอ้างตลอดทางว่า เป็นของคนมีสีทั้งหมดนี้ กำลังเปิดกิจการหยามอำนาจรัฐ ประจานรัฐบาลเดิมและท้าทายรัฐบาลใหม่การเมืองเปลี่ยน คนเปลี่ยน แต่ขบวนการเถื่อนยังคงเดิม ที่เพิ่มคงจะเป็นแหล่งเคลียร์ใหม่ที่ต้องหันปลายท่อน้ำเลี้ยงไปให้ถูกคนและถูกทาง.

เธียร ทวินัย.