ข่าวใหม่อัพเดท » กมธ.ทหาร วุฒิสภา หารือข้อราชการกับผู้อำนวยการกองอาสารักษาดินแดน

กมธ.ทหาร วุฒิสภา หารือข้อราชการกับผู้อำนวยการกองอาสารักษาดินแดน

22 สิงหาคม 2026
0

กมธ.ทหาร วุฒิสภา หารือข้อราชการกับผู้อำนวยการกองอาสารักษาดินแดน

ในวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ, นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ, นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี กรรมาธิการ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด กรรมาธิการ, นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ กรรมาธิการ, นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ กรรมาธิการ และนายสุทนต์ กล้าการขาย กรรมาธิการ พร้อมด้วยอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เข้าพบหารือนายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดนและผู้บริหารสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน

โดยคณะได้หารือเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในระดับพื้นที่ตามหน้าที่และอำนาจของกองอาสารักษาดินแดน รวมทั้งการเร่งแก้ปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  1. การเสนอเพิ่มอัตรากำลังประมาณจำนวน 5,001 อัตรา เพื่อแก้ปัญหาภาระงานล้นมือ การจัดกรอบอัตรากำลังในทุกจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีกำลังพลรวมทั้งสิ้น จำนวน 28,172 อัตรา แต่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริงและระดับภัยคุกคามในปัจจุบัน โดยเฉพาะกองร้อย อส.อำเภอ ขนาดเล็กที่มีเพียง จำนวน 12 อัตรา และกองร้อย อส.ชายแดน ที่มี จำนวน 24 อัตรา ส่งผลให้ขาดแคลนกำลังพลในการจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วเนื่องจากกำลังส่วนใหญ่ต้องเข้าเวรยามรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการและปฏิบัติงานสนับสนุนศูนย์ดำรงธรรม ด้วยเหตุนี้กรมการปกครองจึงได้เสนอกรอบแผนการเพิ่มอัตรากำลังสมาชิก อส. จำนวน 5,001 อัตรา ระหว่างปี พ.ศ. 2570–2574 โดยกำหนดบรรจุปีละ จำนวน 1,000 นายต่อเนื่องเป็นเวลาจำนวน 5 ปีเพื่อปรับเพิ่มกรอบกองร้อย อส.อำเภอทั่วประเทศให้มีความพร้อมและปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  2. การยกระดับยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยี และระบบการฝึกอบรมรับมือภัยพิบัติคณะเดินทางได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีที่ยังคงขาดแคลน เพื่อสร้างความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งประกอบด้วยความต้องการจัดซื้อรถหุ้มเกราะป้องกันกระสุน 4 ประตู เพิ่มเติมจำนวน 146 คัน อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนจำนวน 37 ลำ รถตรวจการณ์ขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ รวมจำนวนกว่า 1,000 คัน ตลอดจนหมวกกันกระสุนเพิ่มเติมอีกจำนวน 11,177 ใบ
  3. สำหรับในด้านการพัฒนาศักยภาพกำลังพล ได้มีการเร่งรัดโครงการฝึกอบรมยุทธวิธีร่วมกับกระทรวงกลาโหม ณ ศูนย์การกำลังสำรอง อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างทักษะด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้สมาชิก อส. มีความพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยธรรมชาติขนาดใหญ่ เช่น เหตุแผ่นดินไหวและน้ำท่วม ได้อย่างทันท่วงที
  4. การปรับเพิ่มเงินครองชีพชั่วคราวและค่าเบี้ยเลี้ยงเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ
    เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่สมาชิก อส. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในความเสี่ยง ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงระเบียบสวัสดิการและค่าตอบแทน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้เสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้ว โดยมีสาระสำคัญคือการปรับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวจากเดิมขั้นต่ำ จำนวน 10,000 บาท เป็นจำนวน 11,000 บาท และปรับเพดานขั้นสูงจากเดิมจำนวน 13,285 บาท เป็นจำนวน 14,600 บาทพร้อมกันนี้ยังเสนอปรับเพิ่มจำนวนวันเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงสนามในพื้นที่ทั่วไปจากเดิมจำนวน 15 วันต่อเดือน เป็นจำนวน 20 วันต่อเดือน ในอัตราจำนวนวันละ 200 บาท และปรับเพิ่มค่าเสบียงสนามสำหรับทุกพื้นที่จากเดิมจำนวนวันละ 15 บาท เป็นจำนวน 45 บาทต่อวันเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อบทบาทของกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของฝ่ายปกครองในการ รักษาความมั่นคงในระดับพื้นที่ และปกป้องสถาบันหลัก ปราบปรามยาเสพติด และดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อสรุปและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมเพื่อผลักดันผ่านกลไกกระบวนการนิติบัญญัติและประสานงานกับฝ่ายบริหารในการสนับสนุนให้กองอาสารักษาดินแดนมีความพร้อมรับมือภัยคุกคามความมั่นคงทุกรูปแแบและปฏิบัติหน้าที่การรักษาความมั่นคงในระดับพื้นที่ชุมชนหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจความมั่นคงใต้ของประเทศในภาพรวมต่อไป


error: Content is protected !!