ข่าวใหม่อัพเดท » “ชาวท่าปลา” ประท้วง เผา น.ค.1 หน้าที่ว่าการอำเภอ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีลงมาดูแล ยอมเสียสละที่ดินเพื่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ นานถึง 53 ปี ยังไม่มี “โฉนด” เป็นมรดกให้ลูกหลาน

“ชาวท่าปลา” ประท้วง เผา น.ค.1 หน้าที่ว่าการอำเภอ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีลงมาดูแล ยอมเสียสละที่ดินเพื่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ นานถึง 53 ปี ยังไม่มี “โฉนด” เป็นมรดกให้ลูกหลาน

23 เมษายน 2022
0

“ชาวท่าปลา” ประท้วง เผา น.ค.1 หน้าที่ว่าการอำเภอ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีลงมาดูแล ยอมเสียสละที่ดินเพื่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ นานถึง 53 ปี ยังไม่มี “โฉนด” เป็นมรดกให้ลูกหลาน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 65 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ นายวิทูล นะถา อดีตนายกเทศบาลตำบลจริม พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านจากพื้นที่ 5 ตำบล 12 หมู่บ้าน ประกอบด้วย พื้นที่หมู่ 1,2,5,6 และ 13 ตำบลจริม พื้นที่หมู่ 2,6,7 และ 12 ตำบลท่าปลา พื้นที่หมู่ 1,3, และ 10 ตำบลร่วมจิต จำนวนกว่า 150 คน พร้อมป้ายไวนิลขนาด 2 เมตร, ขนาด 1 เมตร และป้ายกระดาษ เขียนข้อความว่า “ชาวท่าปลา เสียสละที่ดินทำกิน เพื่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ 53 ปี ยังไม่มีโฉนด เป็นมรดกให้ลูกหลาน อีก 2 ปี นิคมยุบตัวแล้ว นายก ประยุทธ์ ช่วยด้วย!, คนท่าปลา เป็นผู้เสียสละ” หนีน้ำมาอดน้ำ ทำนาบนหินผา ชาวท่าปลาทำเพื่อใคร? ผลตอบแทนคือ…”ความเจ็บปวด”, น.ค.1 ต้องจบที่รุ่นเรา “โฉนด” มีไว้ให้ลูกหลาน โดยมีสำเนาเอกสาร น.ค.1 ขนาดA3 จำนวน 3 แผ่นนำมาโชว์ พร้อมกับสำเนาเอกสาร น.ค.1 ขนาดใหญ่ ติดอยู่บนแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด เป็นสำเนาหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตั้งแต่ปี 2511 พร้อมป้ายข้อความอื่นอีกจำนวนมาก

ชาวบ้านอำเภอท่าปลา ได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมเกี่ยวกับที่ดินทำกิน กรณียอมเสียสละที่ดินอันอุดมสมบูรณ์เพื่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ให้คนไทยทั้งประเทศได้มีไฟฟ้าใช้ ด้วยการยอมย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยเดิม เข้าไปอยู่ที่ดินตามที่รัฐจัดสรรให้ ในเขตพื้นที่นิคม สร้างตนเองลำน้ำน่าน โดยหน่วยงานภาครัฐได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าใช้ทำประโยชน์ในที่ดินเพื่อการครองชีพหรือ น.ค.1 ซึ่ง น.ค.1 จะถูกปรับเปลี่ยนเป็น น.ค.2 และ น.ค.3 หรือโฉนดภายในระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2511 จนถึงปัจจุบันนี้ พ.ศ.เป็นเวลาถึง 53 ปีแล้ว ราษฎรที่ได้รับหนังสือ น.ค.1 รวมทั้งสิ้น 1,013 ราย จาก 5 ตำบล 12 หมู่บ้าน ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินทำกิน ตามที่รัฐบาลรับปากจะดำเนินตามขั้นตอนให้ โดยปรับเปลี่ยนจาก น.ค.1 เป็น น.ค.2 และ น.ค.3 หรือโฉนดที่ดินให้กับชาวบ้านในระยะเวลา 5 ปี ตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511

และยังมีราษฎรบางส่วนของพื้นที่ตำบลจริม ตำบลน้ำหมันและตำบลผาเลือด ยอมเสียสละที่ดินเหมือนกับรายแรกที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่านตามที่จัดสรรให้ กลุ่มนี้อีกจำนวนกว่า 700 ราย ไม่ได้รับการจัดสรร ต้องไปอาศัยอยู่ตามที่ดินป่าเสื่อมโทรม เพื่อจับจองอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2514 ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศยกเลิกการเป็นเขตพื้นที่ป่าไปแล้ว
ชาวบ้านทั้งหมดจึงรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรม จากการสละที่ดินอันอุดมสมบูรณ์ เมื่อ 50 กว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้โฉนดที่ดินทำกิน โดยเรียกร้องขอให้รัฐบาลช่วยออกเป็นโฉนดที่ดินให้กับชาวบ้านทั้งหมด กว่า 1,700 ราย เพื่อเป็นมรดกให้กับลูกหลานในอนาคต โดยมีตัวแทนชาวบ้าน จำนวนกว่า 5 คน สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการในเรื่องเอกสารสิทธิ์ให้กับชาวบ้านรวมทั้งสิ้นจำนวนกว่า 1,700 ราย จะต้องได้รับเอกสารเป็นโฉนดทุกราย

ต่อมา น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติ บุตรสาวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ สส.อุตรดิตถ์ เดินทางเข้ามาทักทายกลุ่มชาวบ้านพร้อมกล่าวให้กำลังใจ และขอร่วมต่อสู้กับชาวบ้านด้วย ได้เรียกร้องให้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงมาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านจากกรณีไม่มีโฉนดที่ดินทำกิน ทั้งที่เป็นผู้เสียสละอันยิ่งใหญ่ ด้วยการเสียสละที่ดินเพื่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ให้คนทั้งประเทศได้มีไฟฟ้าใช้ พร้อมรับเรื่องปัญหาของชาวท่าปลา เพื่อนำเสนอให้ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ สส.อุตรดิตถ์ ดำเนินการหาทางช่วยเหลือชาวบ้านทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ ในฐานะ สส.อุตรดิตถ์ เขต2 พร้อมประสานภาคการเมืองที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขปัญหาตามที่ชาวบ้านต้องการ

ขณะเดียวกัน นายจักรพรรณ สุวรรณภักดี นายอำเภอท่าปลา รับเรื่องปัญหาที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนและความต้องการของชาวบ้านจาก น.ส.รสรินทร์ กรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติ เพื่อนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องรับไปแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านอย่างเร่งด่วนต่อไป สร้างความพึงพอใจให้กับชาวบ้านที่รวมตัวกันมาเรียกร้องในครั้งนี้เป็นอย่างมาก จึงยอมสลายตัวกลับบ้านไปโยไม่มีเหตุรุนแรงใดเกิดขึ้น ก่อนการสลายตัวชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้นำสำเนาเอกสาร น.ค.1 จุดไฟเผาทิ้งลงในถงปี๊ป เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ไม่เอา น.ค.1 และกล่าวคำว่า “น.ค.1 ต้องจบที่รุ่นเรา โฉนดมีไว้ให้ลูกหลาน” เป็นอันเสร็จสิ้นการมาเรียกร้องในครั้งนี้

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

error: Content is protected !!